Topic #13: [in depth] Tales of Symphonia - Chapter 10

Next Farecery

บทที่ 10 – โนม, เซลเซียส, การทำลายล้าง....และผู้รอดตาย 

 

เมื่อขึ้น EC และขับเลาะลงมาทางใต้เรื่อยๆ ก็พบกับโขดหินที่ปกคลุมด้วยหิมะมากมาย เมื่อลองตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบท่าเรือและประตูทางเข้าซ่อนอยู่ในบริเวณ นั้นนั่นเอง ซึ่งโอโรจิได้มารออยู่ที่ทางเข้าอยู่แล้ว ข้างๆเขามีคนใส่ชุดทหารเรเนเกทอยู่ 

รอยด์ – เอ้ะ? นั่นไม่ใช่พวกเรเนเกทเหรอ? 

โอโรจิ – สบายใจได้ เขาเป็นสายลับที่พวกเราส่งเข้ามาแทรกซึมพวกเรเนเกท นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะตรวจสอบซิลวาแลนด์ที่เสื่อมโทรมได้ 

รอยด์ – พวกนายก็จับตาดูซิลวาแลนด์มาตลอดเลยสิ? 

สายลับ – ตอนนี้ผมรับหน้าที่เป็นเวรยามอยู่ รีบเข้าไปตอนนี้เลยดีกว่า 

เซรอส – งั้นก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องเข้าไปข้างในแล้วเอาแรร์เบิร์ดมาแล้วสิ 

รีกัล – พวกเรากำลังรีบไม่ใช่หรือ รอยด์? 

เซรอส – นั่นสิ ไปกันเถอะ 

 

~ ฐานเทเซอาร่า ~ 

รอยด์ – หืม? แล้วเซรอสไปไหนแล้วล่ะ? 

เพรเซ๊ย – นั่นสิคะ ฉันสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? 

ซักครู่หนึ่ง เจ้าตัวก็เดินเข้ามา 

เซรอส – โอ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะ ที่รักของเรา เหงาไหมจ้ะ~ 

รีกัล – เธอกำลังทำอะไรอยู่? ทุกคนเป็นเป็นห่วงเธอนะ 

เซรอส – เราแค่ลองเดินดูรอบๆน่ะ พวกเราคงไม่อยากเดินไปติดกับดักใช่ไหมล่ะ? เอาล่ะ ตอนนี้ได้เวลาเริ่มการผจญผัยของท่านเซรอสผุ้ใหญ่ และหวานใจของเขาแล้ว~ 

โอโรจิ – เวลาไม่ค่อยมีแล้ว ผมจะบอกอย่างเร็วๆ พวกเราพบทางเข้าห้องเก็บแรร์เบิรด์แล้ว ซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ตัวหนึ่งไป 

เซรอส – นั่นมันง่ายสนิทเลย~ 

โอโรจิ – ฟังให้จบก่อน ถึงจะขึ้นลิฟต์ไปได้ แต่ประตูก็ยังปิดอยู่ 

รีฟิล – ประตูถูกล็อกไว้สินะ 

โอโรจิ – ถ้าจะผ่านประตูเข้าไปได้ คุณต้องใส่รหัสผ่าน 

รอยด์ – ตกลง งั้นก็บอกรหัสพวกเรามาเลย 

โอโรจิ – ต้องขอโทษด้วยแต่พวกเราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังหารหัสมาไม่ได้ แต่พวกเราก็รู้มาว่ารหัสผ่านนั้นมี 3 ตัว และแต่ละตัวก็อยู่ที่ทหารดีไซแอนท์ 3 คน 

รอยด์ – พูดง่ายๆก็คือพวกเราต้องจับตัว 3 คนนั้นมาเค้นคอหารหัสสินะ 

โอโรจิ – ข้อสุดท้าย ถึงพวกคุณจะได้แรร์เบิร์ดมา แต่เป็นไปได้มากว่ามันคงยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังซิลวาแลนด์ได้ 

รอยด์ – ทำไมล่ะ? 

โอโรจิ – ระบบเคลื่อนย้ายผ่านมิติของแรร์เบิร์ดทำงานได้โดยการใช้พลังงานจากฐานเรเนเก ทของทั้ง 2 โลก การบินขึ้นฟ้าคงไม่มีปัญหาอะไรตราบที่ยังมีโวลท์อยู่ แต่ถ้าไม่มีการชาร์จพลังงานจากฐานแล้วล่ะก็..... 

ชีน่า – งั้นที่พวกเราสามารถข้ามจากซิลวาแลนด์มาที่นี่ได้ก็...... 

รีฟิล – บางทีพวกมันคงจะถูกชาร์จพลังเอาไว้อยู่แล้ว พวกเราน่ะโชคดีจริงๆ 

รอยด์ – ยังไงก็ไม่มีทางเลือกแล้ว พวกเราต้องการความสามารถที่จะบินขึ้นฟ้าได้ 

รีกัล – ถูกต้อง รีบไปกันเถอะ 

 

รอยด์ตะลุยไปทั่วฐานและหารหัสผ่านมาต่อกันได้ว่า “พลังแห่งเมล็ดคือสิ่งค้ำจุนโลก” จึงสามารถเข้าไปยังห้องเก็บแรร์เบิรด์ได้ แต่เมื่อเข้าไป.... 

ยูอัน – แล้วแกก็มาจริงๆด้วย เหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ! 

ยูอันและบอตต้ามาดักรออยู่แล้ว 

รอยด์ – นี่นายเคยพูดอะไรที่เป็นของตัวเองบ้างไหมน่ะ? 

เซรอส – นายต้องยอมรับนะ ว่าประโยคนั้นน่ะ มันโบราณจริงๆ 

ยูอัน – ข้าเห็นแล้วว่าความคิดของแกน่ะไม่เปลี่ยนไปเลย แต่ความโอหังของแกต้องจบลงที่นี่ล่ะ เตรียมตัวตายได้! 

 

เพราะถูกรุม(?)จากทั้ง2คน รอยด์จึงเอาชนะได้อย่างยากเย็นยิ่ง 

ยูอัน - .เป็นไปไม่ได้!......ชั้นแพ้ได้ยังไงกัน!....รอยด์....เอกซ์เฟียร์ของแก......มันคงจะวิวัฒนาการขึ้นแล้ว.... 

รอยด์ – เอกซ์เฟียร์ของชั้น? 

เวลานั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างแรงจนรู้สึกได้... 

ยูอัน – การสั่นสะเทือนนี่มันอะไรกัน ?! 

รีกัล – รอยด์! นี่เป็นโอกาสของพวกเราแล้ว เอาแรร์เบิร์ดไปเถอะ! 

รอยด์ – อ่ะ...ตกลง 

ทุกคนกระโดดขึ้นแรร์เบิร์ดและเร่งเครื่องบินออกสู่ฟากฟ้าไป 

บอตต้า – ท่านครับ! แผ่นดินไหวนั่น! หรือว่ากระแสมาน่าถูกตัดขาดแล้ว ? 

ยูอัน – เป็นไปได้ รีบไปตรวจสอบสาเหตุของแผ่นดินไหวเดี๋ยวนี้! 

ทหาร – แล้วแรร์เบิร์ดล่ะครับ 

ยูอัน – ปล่อยพวกเขาไป ถึงอย่างไรเพื่อนตัวน้อยของพวกเราก็จะบอกตำแหน่งให้รู้เอง 

 

แรร์เบิร์ดมุ่งหน้าสู่เกาะลอยฟ้า ซึ่งโคเลทยืนอยู่กลางม่านพลังที่กักขังเธอเอาไว้ 

รอยด์ – โคเลท! 

โคเลท – อย่านะ รอยด์! ถอยออกไป นี่มันเป็นกับดัก! 

รอยด์ – อะไรนะ....? 

โรดีลเดินเข้ามาขวางรอยด์เอาไว้ 

เพรเซีย – แกต้องชดใช้ที่หลอกฉัน ปล่อยคุณโคเลทนะ! 

เธอพุ่งเข้าไปเหวี่ยงขวานโจมตี แต่ร่างของเป้าหมายก็เลือนหายไป 

รีฟิล – ภาพลวงตาหรือ? 

ร่างของโรดีลไปปรากฏที่อีกตำแหน่ง 

โรดีล – ฮะฮ่าๆๆๆๆ พวกแกจะเอามิโกะที่ไร้ค่านี่ไปก็ได้ ตอนนี้กระผมก็รู้แล้วว่าทำไมท่านอิกดราซิลถึงปล่อยเธอไว้ 

รอยด์ – ไร้ค่าเหรอ? 

โรดีล – แน่นอน มิโกะที่เต็มไปด้วยบาปเช่นนี้ไร้ประโยชน์กับปืนใหญ่มาน่าของประผม หล่อนช่วยโลกไม่ได้ แล้วหล่อนยังผสานร่างกับมาร์เทลไม่ได้ด้วยซ้ำ! แล้วหล่อนยังทำให้เพื่อนอยู่ในอันตรายอีก ช่างเป็นมิโกะที่น่าสมเพชซะจริง 

เพรเซีย – เลิกพูดให้ร้ายคุณโคเลทในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำซะที! 

รีกัล – มีแค่เราที่ต้องแบกรับน้ำหนักของบาปก็เพียงพอแล้ว ทั้งเราและแกเป็นตัวอย่างของบาปนั้น เราจะลากแกลงไปนรกกับเราด้วย! 

โรดีล – พากระผมไปนรกรึ ? เป็นมุขตลกที่งี่เง่าของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจริงๆ 

โคเลท – ทุกคน! หนีไป เร็วเข้า! 

โรดีล – ตอนนี้ล่ะ สัตว์เลี้ยงที่น่ารักของกระผม จงกัดกินเนื้อสดๆของเจ้าพวกต่ำต้อยนี่ซะ! 

ร่างของโรดีลวาร์ปหายไป และมังกรขนาดย่อม 2 ตัวร่อนลงมา หัวของมังกรยักษ์อีกตัวโผล่มาจากรูของเกาะนั้นราวกับว่าทั้งเกาะคือตัวของ มัน.... 

โคเลท – หนีไปสิ!! 

เพรเซ๊ย – มังกรฟ้า สิ่งมีชีวิตในหมวดย่อยของมังกร มีความเร็วสูงในการหลอกล่อและจับเหยื่อ ความน่าจะเป็นที่จะสามารถหลบหลีกบนพื้นผิวขนาดเล็กนี้ได้สำเร็จ เท่ากับ 1 เปอร์เซ็นต์ 

เซรอส – ขอเถอะน่า! ถ้าจะตายล่ะก็เราไม่ยอมหรอก! 

รอยด์ – ที่ต้องทำก็แค่ฆ่าพวกมันก่อนที่จะฆ่าพวกเราเท่านั้นล่ะ! 

รีกัล – แน่นอน เราก็ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารโดยไม่สู้หรอก 

 

มังกรทุกตัวสิ้นชีวิตลง แต่พื้นผิวของเกาะก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างหนัก พื้นใต้เท้าโคเลทส่งแสงที่ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนนั้นออกมา และขยายตัวจนคลุมพื้นที่เกือบทั้งเกาะ 

โคเลท - .ไม่นะ สายไปแล้วเหรอ!! 

รีกัล – แสงที่นี่มันอะไรกัน! แสงที่เหมือนจะพยายามจะคุกคามและดูดกลืนพวกเรานี่! 

ชีน่า - ....อ้ะ! ชั้นขยับไม่ได้! 

จีเนียส – เพราะโคเลทน่ะ! มาน่าจากร่างของโคเลทกำลังไหลออกมาทางพวกเรา! 

รีฟิล – นี่เป็นเพราะวงมนตราที่อยู่ใต้เท้าเธอ! 

รอยด์ – โคเลท! ออกมาจากที่นั่นสิ! 

โคเลท – ฉันทำไม่ได้.....ฉันถูกตรึงเอาไว้กับมัน...ฉันขยับไม่ได้!....ฉันขอโทษนะ.. ฉันก็เป็นแค่มิโกะที่นอกจากจะช่วยโลกไม่ได้แล้ว....ยังช่วยเพื่อนไม่ได้อีก บางทีฉันคงเป็นแบบที่โรดีลพูด....”มิโกะที่น่าสมเพช”.... 

เพรเซ๊ย - .....ไม่ค่ะ คุณโคเลท อย่าเหยียดหยามตัวเอง คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย สิ่งที่ผิดคือระบบที่ต้องมีการสังเวยมิโกะต่างหาก! 

เธอฝืนก้าวเท้าเดินเข้าไป และยกขวานโจมตีวงมนตรานั้น ถึงจะถูกสะท้อนพลังกลับมาอย่างรุนแรงจนสลบไป แต่เธอก็สามารถทำลายมันได้สำเร็จ 

เพรเซีย – อึ้ก!.... 

โคเลท – เพรเซีย!.........ขอบใจนะ..... 

เกาะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง 

เซรอส – เอ้า! เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย! 

รอยด์ – พวกเราต้องไปจากที่นี่แล้ว! 

โคเลท – รอยด์ ......ฉัน..... 

รอยด์ – โคเลท! เธอต้องอยู่ต่อไป! 

โคเลท – ฉัน.....ฉันรู้... 

ทุกคนขึ้นแรร์เบิรด์หนีออกมา ก่อนที่เกาะนั้นจะร่วงจากฟ้าลงสู่ทะเลและแหลกจนไม่เหลือซากในที่สุด..... 

 

รอยด์ – ทุกคนปลอดภัยใช่ไหม? 

เซรอส – เรายังอยู่ดีมีสุข! 

ชีน่า – ดูเหมือนทุกคนจะไม่เป็นอะไรนะ 

รีกัล – แต่โรดีลวางแผนอะไรอยู่ถึงจับตัวโคเลทไป ? 

โคเลท – เขาพูดว่าเขาต้องการครูซิสคริสตัลเพื่อใช้ควบคุมปืนใหญ่มาน่า แต่ดูเหมือนว่าของฉันจะใช้ไม่ได้.... 

รอยด์ – ปืนใหญ่มาน่า? 

รีฟิล –คุณปิเอโดรที่พวกเราเคยช่วยไว้ที่ไฮม่าก็พูดถึงปืนใหญ่มาน่าเหมือนกัน 

จีเนียส – อ้ะ คุณเพรเซียฟื้นแล้ว! 

เพรเซ๊ย - ........คุณโคเลท.....ปลอดภัยไหมคะ? 

โคเลท – อื้ม ต้องขอบคุณเธอนะ 

เพรเซียเงียบอยู่พักหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ 

รอยด์ – เธอยิ้มด้วย! 

รีกัล – คล้ายเธอคนนั้นจริงๆ.....เหมือนที่คิดเอาไว้เลย 

เซรอส – งั้นก็ ในเมื่อเพรเซียน้อยที่น่ารักของเรายิ้มออกแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะคิดถึงเป้าหมายต่อไปนะ 

จีเนียส – ใช่ พวกเราพาตัวโคเลทกลับมาได้แล้ว แล้วยังไงต่อล่ะ? 

รอยด์ – จะมีอะไรล่ะ? พวกเราต้องแยกทั้ง 2 โลกออกจากกันน่ะสิ! 

เซรอส – งั้นพวกเราก็จะทำพันธะสัญญากับภูติอสูรของทั้ง 2 โลก 

ชีน่า – นั่นเป็นงานของชั้นใช่ไหมล่ะ? เริ่มที่ ”โนม ภูติอสูรแห่งดิน” เลยไหม? เขาน่าจะอยู่แถวๆนี้ล่ะ 

รอยด์ – ฟังดูไม่เลวนี่ ว่าไงครับ อาจารย์? 

รีฟิล – อะไรหรือ?....อืม .....ได้สิ... 

รอยด์ – อาจารย์? มีอะไรหรือเปล่า? 

รีฟิล – ไม่มีอะไรหรอก ยังไงก็ไปกันเถอะ 

 

เมื่อเดินทางไปอีกนิด ก็มาถึงวิหารแห่งดินซึ่งโนมน่าจะหลับใหลอยู่ 

เพรเซ๊ย – ฉัน......ถูกเวลาทอดทิ้งเอาไว้จริงๆ.................ใคร....จะคืนเวลาที่ผ่านไปให้ฉันได้......ฉันอยากจะกลับไป... 

 

เพรเซีย – จีเนียส ฉันให้สิ่งนี้กับเธอนะ 

จีเนียส – เอ้ะ? อ้ะ? ให้ผมเหรอ..... 

เพรเซ๊ย – เป็นการตอบแทนที่เธอเคยช่วยฉันไว้ 

จีเนียส – ว...ว้าว! ขอบคุณมากครับ ข้างในเป็นอะไรนะ..... 

เพรเซีย – ลองเปิดดูสิ เป็นของเธอแล้วนี่ 

จีเนียส - .....อ้ะ? เอ้? อะไรน่ะ? 

เพรเซ๊ย – ตุ้กตาไม้รูปหมีน่ะ 

จีเนียส - เอ๋? 

เพรเซีย – เป็นเครื่องรางให้สุขภาพดี ไม่ชอบหรือคะ? 

จีเนียส - ม...ไม่ๆๆๆๆ ชอบครับ เพราะมันเป็นของขวัญนี่....ของขวัญที่เพรเซียให้ผม..... 

 

เซรอส – ว่าไงล่ะ คิดออกหรือยังว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญเพรเซ๊ยจัง? 

จีเนียส - ยังตัดสินใจไม่ได้เลย....... 

เซรอส – งั้นท่านเซรอสผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะเป็นนักบุญแห่งความรักให้เอง ฟังให้ดี จุดสำคัญของของขวัญก็คือเราต้องให้สิ่งที่จะทำให้ผู้รับดีใจ นายต้องคิดให้ดีๆว่าให้อะไรกับเพรเซียแล้วเธอจะมีความสุขน่ะ 

จีเนียส – มีความสุขเหรอ..... 

เซรอส – ยังไงก็คิดให้หนักๆหน่อยก็แล้วกัน 

 

โคเลท – ขอบใจนะจ้ะ เพรเซ๊ย 

เพรเซ๊ย – เอ๋? อะไรหรือคะ? 

โคเลท – ก็ที่เธอช่วยฉันเอาไว้ไง 

เพรเซีย – อะ......ไม่หรอกค่ะ...เป็นเพราะฉัน ทำให้คุณโคเลทถูกโรดีลจับตัวไป เพราะฉะนั้น.... 

โคเลท – ไม่ใช่หรอก คนที่ผิดคือโรดีลต่างหาก เธอไม่เกี่ยวอะไรเลย 

เพรเซ๊ย - .......ฉันอยากเป็นได้เหมือนคุณจริงๆ 

โคเลท เอ๋? 

เพรเซ๊ย – ฉันอยากเป็นคนที่ยิ้มให้แล้วให้อภัยได้ตลอดเวลาเหมือนคุณ 

 

 

โคเลท – ต้องมีอะไรซักอย่าง.......เกิดขึ้นในตัวฉันแน่...... 

รอยด์ – มีอะไรหรือเปล่า โคเลท? 

โคเลท – อ้ะ.....ไม่มีอะไรหรอก 

รอยด์ – ถ้ามีอะไรก็บอกชั้นได้นะ เก็บไว้คนเดียวน่ะไม่ดีหรอก 

โคเลท – แหะๆ ขอบคุณนะ 

 

โคเลท - ขอบคุณจริงๆนะรอยด์...แต่ว่า....ฉันบอกใครไม่ได้หรอก.....เรื่องร่างกายของฉันตอนนี้น่ะ....! 

 

ด้านในสุดของวิหารแห่งดิน เมื่อก้าวเข้าไป แผ่นดินรอบๆก็สั่นสะเทือน แท่งหินจำนวนมากพุ่งมาจากพื้นเมื่อโนมปรากฏตัวออกมาในลักษณะที่เหมือน.... ตัวตุ่น? 

รอยด์ – นี่เหรอโนม? 

จีเนียส – ถ้าอุนดีเน่อยู่ด้านตรงข้ามกับโวลท์ โนมก็... 

รอยด์ – อิฟรีท! ถ้าพวกเราปลุกอิฟลีท ก็จะตัดการไหลของมาน่าลงอีกใช่ไหม?! 

รีฟิล – ผิดแล้ว! ต้องเป็นซิลฟ์สิ!.....พูดตามตรงนะ ฉันต้องสอนเธออีกกี่ครั้งเธอถึงจะจำได้จริงๆน่ะ? 

รีกัล - ....เรารู้สึกว่าการศึกษาของซิลวาแลนด์ก็ตกต่ำเหมือนกับสภาพของโลกสินะ 

รอยด์ – นั่นสิ นายจะว่าแบบนั่นก็ได้นะ ฮะๆ 

เพรเซีย – คุณรอยด์ นั่นไม่ใช่คำชมนะคะ 

ชีน่า – งั้นเริ่มล่ะนะ 

โนม - อ้อ.....งั้นหล่อนก็คือผู้อัญเชิญอสูรสินะ หือ? แต่ขอโทษทีนะ ชั้นน่ะทำสัญญากับมิโทสไปแล้ว 

โคเลท – มิโทสอีกแล้ว เขาต้องเป็นคนที่น่าทึ่งมากเลยนะ 

ชีน่า – เราคือชีน่า! เราต้องการสร้างพันธะสัญญากับโนม ดังนั้น เราขอให้ท่านประกาศยกเลิกสัญญากับมิโทสและรังสรรค์พันธะสัญญาครั้งใหม่กับ เรา 

โนม – โอย หล่อนนี่ใช้ภาษาคร่ำครึจริงๆเลยนะ 

ชีน่า – อ่า......จะว่าไงดีล่ะ ชั้นถูกสอนมาให้ทำแบบนี้น่ะ 

โนม – งั้นเหรอ? เอาเถอะ งั้นก็แสดงให้เห็นว่าพวกหล่อนมีดีอะไร เข้ามาเลย เข้าม้า~! 

 

โนม – วิ้ว~ พวกเธอนี่ไม่ยุติธรรมเลยรู้ไหม? ชั้นหมายถึงว่าทำไมถึงมาสี่รุมหนึ่งกันแบบนี้ล่ะ ถ้าเป็นมิโทสนะ.....เขาจัดการคนเดียวตลอดเลย! 

ทุกคน - ............ 

โนม – เอาเถอะๆ กล่าวสัตย์สาบานของหล่อนมาสิ 

ชีน่า - เฮ้อ! หมอนี่นี่เล่นด้วยยากจริงๆ........เพื่อที่จะสร้างที่ซึ่งทั้ง 2 โลกไม่ต้องเสียสละอีกฝ่ายต่อไป มอบพลังให้กับชั้นด้วย! 

โนม – หืม...ตกลง ชั้นจะยอมให้ยืมพลังไปใช้ก็ได้ 

มาน่าแห่งดินของโนมกลั่นตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแหวนอัญมณีรูบี้เพื่อเป็นหลักฐานแห่งพันธะสัญญากับชีน่า 

รอยด์ – ต่อไปก็ต้องทำสัญญากับซิลฟ์แล้วจะได้ตัดกระแสมาน่าออกไปอีกสายหนึ่ง 

เพรเซ๊ย - ....พวกเราจะไปที่ไหนกันต่อคะ? 

รีกัล – เราได้ยินมาว่าภูติอสูร”เซลเซียส“ พำนักอยู่ใกล้ๆเมืองฟลานูล 

รอยด์ – ตกลง งั้นก็ลองไปดูกันหน่อย 

 

โคเลท – คุณโนมนี่น่ารักดีนะ~ 

รอยด์ – น่ารัก........แบบนั้นน่ะนะ..... 

โคเลท – ก็ดูริบบิ้นของเขาสิ หมุนติ้วๆๆๆเลย 

จีเนียส – ถ้าพูดแบบนั้น ริบบิ้นของคุณเพรเซียก็ดูน่ารักเหมือนกัน~ 

เพรเซ๊ย - .......ริบบิ้นของฉัน....ไม่หมุนค่ะ 

จีเนียส – เอ้ะ?....คุณเพรเซีย? เดี๋ยวก่อนสิ~~ 

รอยด์ – พูดตามตรงนะ.....ชั้นไม่คิดว่านั่นมันเป็นริบบิ้นหรอก... 

 

~ เมืองแห่งหิมะ ฟลานูล ~ 

แรร์เบิร์ดบินไปยังเมืองฟลานูลซึ่งอยู่บนทวีปที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดเวลา เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นชายคนหนึ่งสลบอยู่กลางหิมะที่โปรยปรายลงมา 

รอยด์ – เป็นอะไรหรือเปล่า? 

??? – อั่ก.... 

โคเลท อดทนไว้นะคะ! 

??? – ผมต้องขอโทษด้วย ดูเหมือนว่าจะโดนพลังอสูรเล่นงานเอาอีกแล้ว 

รอยด์ – พลังอสูร? 

เขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่ในบรรดาของที่พวกรอยด์เก็บไว้ มันคือจากรัมที่เหมือนกับจะมีลูกตาอยู่ตรงกลางของโคเลท ซึ่งสิ่งนี้รอยด์เก็บมาได้จากในเหมืองทอยซ์ 

??? - !.....พวกคุณเก็บอาวุธแห่งความมืดได้ด้วยหรือ? 

รอยด์ - ? อาวุธแห่งความมืดเหรอ? 

??? – ในของที่คุณพกมา มี Evil Eye ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธแห่งความมืดอยู่ด้วย 

รอยด์ – คุณเป็นใครน่ะ? 

??? – ต้องขออภัยด้วย ชื่อของผมคือ “อาบิเชี่ยน” ผมเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดของตระกูล”นักล่าอสูร” 

รอยด์ – ผมชื่อรอยด์ อยู่ระหว่างการเดินทางกับเพื่อนๆ 

โคเลท – ตระกูลนักล่าอสูรทำอะไรกันหรือคะ? 

อาบิเชี่ยน – ครั้งหนึ่ง เคยมีชายนามว่า “เนบิลิม” ซึ่งพยายามจะยึดครองเทเซอาร่า เนบิลิมถูกปราบลงโดยนักดาบคนหนึ่ง แต่ความแค้นความเกลียดชังของเนบิลิมก็ได้หลอมรวมตัวเข้ากับอาวุธทั้ง 9 ชั้นของนักดาบผู้นั้น และสาปแช่งลูกหลานของเขา 

รอยด์ – โอ....น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย 

อาบิเชี่ยน – ตระกูลนักล่าอสูรเป็นเชื้อสายของนักดาบผู้พิชิตเนบิลิม สมาชิกทุกคนในครอบครัวของผมจึงเสียชีวิตเพราะคำสาปของเนบิลิม 

โคเลท – โหดร้ายจริงๆ....ทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ? 

อาบิเชี่ยน – ถ้าอาวุธทั้ง 9 ถูกนำกลับมารวมกันและผนึกมันไว้ คำสาปของตระกูลก็จะถูกลบล้างไปครับ 

รอยด์ – เพราะงั้นคุณเลยถามถึงอาวุธแห่งความมืดสินะ 

อาบิเชี่ยน – ถูกแล้วครับ แต่กระนั้น คำสาปมันก็ส่งผลเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ แล้วตอนนี้...ผมก็กำลังถูกกดดันด้วยพลังอสูรของเนบิลิมอยู่.......ผมจึงคิด ว่าด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ คงจะยากที่จะรวบรวมอาวุธแห่งความมืดมาได้หมด 

โคเลท – ช่วยเขาเถอะ รอยด์! 

รอยด์ – นั่นสิ ถึงยังไงพวกเราก็ได้อาวุธแห่งความมืดมาบ้างแล้วนี่ ลองตามหาที่เหลือดูก็แล้วกัน! 

อาบิเชี่ยน – พวกคุณแน่ใจหรือ? นี่ไม่ใช่งานเล็กๆเลยนะ.... 

รอยด์ – ปฏิญาณของดวอร์ฟ ข้อที่ 2 ห้ามทอดทิ้งผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ 

อาบิเชี่ยน – ถ้าเช่นนั้น กรุณารับดาบและกุญแจนี้ไปด้วย อาวุธแห่งความมืดจะตอบสนองซึ่งกันและกันเพราะพวกมันอัดแน่นไปด้วยความ ปรารถนาของเนบิลิมอยู่ ถ้าดาบเล่มนี้มีปฏิกิริยาก็แน่ใจได้เลยว่าต้องมีอาวุธชิ้นอื่นๆอยู่ในบริเวณ นั้น หากรวบรวมได้ครบแล้วก็กลับมาหาผมที่นี่ด้วยครับ 

เขามอบ “ดาบอสูรเนบิลิม” และ”กุญแจแห่งเนบิลิม” ให้กับรอยด์ 

เพรเซีย - .....คำสาปของอาวุธอสูรจะส่งผลถึงคนอื่นนอกจากคนของตระกูลคุณหรือเปล่า? 

อาบิเชี่ยน – หืม?....คิดว่าคงจะไม่..... 

โคเลท – มีอะไรเหรอ? เพรเซีย 

เพรเซีย – ไม่......ไม่ค่ะ 

รอยด์ – งั้นพวกเราจะรีบกลับมานะ คุณอาบิเชี่ยน 

อาบิเชี่ยน – ขอบคุณมาก ผมเป็นหนี้พวกคุณแล้ว 

เพรเซ๊ย - ........... 

 

รอยด์เดินทางไปยังวิหารแห่งน้ำแข็งทางใต้ของเมืองฟลานูลตามคำบอกเล่าของชาว เมือง และพบกับลานพิธีกรรมของผนึกแห่งน้ำแข็งภายในนั้นเอง รอบๆลานพิธีกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดพร้อมๆกับเสียงทีดังก้องขึ้นมา 

“เจ้าผู้แสวงหาซึ่งพันธะสัญญา เราคือเซลเซียส ผู้ถูกผูกพันกับวีรบุรุษมิโทส” 

ชีน่า – ฉันแสวงหาพันธะสัญญากับเซลเซียส ฉันขอให้ท่านประกาศยกเลิกพันธะสัญญาเดิมกับมิโทส และรังสรรค์สัญญาครั้งใหม่กับฉัน 

“เจ้าแสวงหาพันธะสัญญากับเราหรือ? น่าประหลาดใจเสียจริง ต้องขอดูหน่อยว่าเจ้าจะรับมือเราได้ไหม” 

เฟนริล สัตว์เลี้ยงของเซลเซียสปรากฏตัวขึ้น อากาศโดยรอบเย็นลงจนจับตัวกลายเป็นน้ำแข็งและแตกสลายออก ปรากฏให้เห็นหญิงสาวผิวสีน้ำเงิน 

เซลเซียส – แสดงพลังของเจ้าให้เราดูสิ! 

 

เซลเซียส – เยี่ยมมาก สำหรับพวกเจ้า ดูเหมือนว่าลมหายใจเยือกแข็งของเราจะเป็นเพียงแค่สายลมเบาๆของฤดูร้อน เท่านั้น ประกาศสัตย์สาบานของเจ้าสิ สัตย์สาบานที่ควรคู่กับพลังของเราสิ! 

ชีน่า – เพื่อสร้างที่ซึ่งทั้ง 2 โลกจะไม่ต้องเสียสละให้กันอีก ฉันขอให้ท่านมอบพลังให้ด้วย! 

เซลเซียส – เข้าใจแล้ว ใช้พลังของเราให้ดีล่ะ 

เกล็ดน้ำแข็งลอยออกมาจากตัวเซลเซียส แล้วกลั่นตัวกลายเป็นแหวนอัญมณีแซฟไฟร์ 

รอยด์ – ต่อไปก็ต้องทำสัญญากับอิฟรีท เพื่อตัดกระแสมาน่าสายนี้ ครั้งต่อไปก็ฝากด้วยนะ ชีน่า! 

ชีน่า – ได้เลย! 

 

ขณะเดินทางออกจากวิหาร เมื่อมองไปที่ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านโอเซท....ทุกคนก็สังเกตุเห็นความผิดปกติ เมฆก่อตัวอย่างหนาแน่นบริเวณนั้นก่อนสายฟ้าจะฟาดลงมาอย่างรุนแรงใส่หมู่ บ้าน.... 

เซรอส – อะไรน่ะ!? 

เพรเซ๊ย - ....ทางนั้นคือ....โอเซท.... 

รีกัล - ....ใช่แล้ว 

จีเนียส – มันคืออะไรน่ะ? ผมรู้สึกได้ถึงมาน่ามายมายมหาศาลที่พุ่งออกมาจากสายฟ้านั่น.... 

รีฟิล – ฉันรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้แล้วสิ 

รอยด์ – ลองไปดูกันเถอะ! 

 

เมื่อบินไปถึงหมู่บ้านโอเซท ทุกคนก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นหมู่บ้านถูกทำลายจนย่อยยับ มีเพลิงลุกไหม้อยู่แทบจะทุกที่ ส่วนผุ้รอดชีวิตก็แทบจะไม่ต้องพูดถึง... 

โคเลท – ไม่นะ!.... 

เพรเซีย – นี่มัน....เลวร้ายมาก... 

รอยด์ – เกิดอะไรขึ้นที่นี่น่ะ!? 

โคเลท – ดูตรงนั้นสิ! 

จีเนียส – รอยด์ ดูนั่นสิ! 

กลางหมู่บ้าน มีร่างของมนุษย์นอนไร้สติอยู่ ขณะที่อาคารใกล้ๆเริ่มพังทลายเพราะไฟ รอยด์วิ่งเข้าเรียกแต่ก็ไร้การตอบสนอง เขาจึงต้องพาร่างนั้นหลบมาทางบ้านของเพรเซ๊ยที่ยังปลอดภัยดีอยู่แทน 

 

รอยด์ – มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

???? – ผมก็ไม่ทราบครับ จู่ๆก็มีแสงพุ่งลงมาจากท้องฟ้า แล้วก็มีเทวทูตมาโจมตีหมู่บ้าน 

รีฟิล – เทวฑูตหรือ? 

???? – พวกนั้นมีปีกด้วย คนที่มีปีกก็คือเทวทูตใช่ไหมล่ะครับ? 

รอยด์ – บ้าจริง! ต้องเป็นพวกครูซิสนั่นแน่เลย! 

เพรเซ๊ย – ครูซิส....ถ้างั้นเทวฑูตก็เป็นคนทำลายหมู่บ้าน..... 

รีกัล – เพรเซีย? เป็นอะไรหรือเปล่า? 

เพรเซ๊ย - ...ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ........แต่ความรู้สึกที่ระงับไม่ได้นี่.....คือความโกรธหรือ? 

เซรอส – เราประทับใจที่นายรอดตายมาได้นะ แล้วมีแค่คนเดียวเองหรื? ชื่ออะไรล่ะ? 

???? – ผมชื่อมิโทส ผมอาศัยอยู่ตัวคนข้างนอกเมือง ดังนั้น..... 

รอยด์ – นายชื่อเดียวกับวีรบุรษมิโทสเลยนี่! 

จีเนียส – เดี๋ยวก่อนนะ.....คุณเป็นฮาล์ฟเอล์ฟเหรอ? 

มิโทส – ผ...ผม......ไม่ใช่! 

มิโทสเดินถอยไปอย่างหวาดกลัว 

รีฟิล – สบายใจเถอะ เธอก็รู้ไม่ใช่หรือ ว่าฉัน 2 คนก็มีเลือดที่ไหลเวียนอยู่แบบเดียวกับเธอ 

มิโทส – คุณก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์ด้วยหรือ ?! แต่คุณอยู่กับมนุษย์นี่! 

โคเลท – ไม่เป้นอะไรหรอกค่ะ พวกเราเป็นเพื่อนกันหมด 

มิโทส – มนุษย์กับฮาล์ฟเอล์ฟเป้นเพื่อนกัน? โกหกน่า?! 

จีเนียส – ไม่นะ นี่เป็นเรื่องจริง ผมกับพี่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มด้วย 

รีฟิล – ทำใจให้สบายเถอะ 

มิโทส – ครับ....แต่ว่า..... 

รีกัล – ปฏิกิริยาของเธอนั้นพอจะเข้าใจได้ เราเคยได้ยินว่าหมู่บ้านโอเซทเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการเหยียดหยามที่มี ต่อฮาล์ฟเอลฟ์ หากเธออาศัยอยู่ที่นี่ เธอก็คงเคยทนทุกข์มามากแน่ 

เวลานั้น อัลเทสต้าก็เดินเข้ามาพร้อมทาบาธ่า 

อัลเทสต้า – มันเกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่?....... 

มิโทสชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นอัลเทสต้า 

รอยด์ – คุณอัลเทสต้านี่? มาทำอะไรที่นี่น่ะ ? 

อัลเทสต้า – ฉันเห็นสายฟ้าแห่งการพิพากษาพุ่งลงมาที่หมู่บ้านนี้......แต่มันอะไรกัน... 

เพรเซ๊ย – เป็นผลงานของเทวทูตจากครูซิสค่ะ..... 

อัลเทสต้า – เพรเซีย! .....เธอกลับมาเป็นคนเดิมแล้วหรือ ?! พวกมันทำแบบนี้ได้ยังไงกัน หรือว่านี่เป็นการลงโทษเพราะการทดลองล้มเหลว?..... 

ชีน่า – คุณหมายความว่ายังไงที่ว่า...ลงโทษน่ะ? 

อัลเทสต้า - .......ไม่มีอะไร ......ไม่มีอะไรหรอก! 

อัลเทสต้ารีบเดินหนีไปทันที รอยด์พยายามจะตามไปรั้งตัวไว้แต่ทาบาธ่าเข้ามาขวาง 

ทาบาธ่า – นายท่านเชื่อว่าเป็นความผิดของท่าน หมู่บ้านนี้จึงถูกทำลาย 

โคเลท – คุณอัลเทสต้ามีความเกี่ยวข้องกับโอเซทเหรอ? 

ทาบาธ่า - ......ค่ะ ขอโทษด้วย แต่ฉันเป็นห่วงนายท่าน 

เธอหันหลังเดินตามอัลเทสต้าไป 

เพรเซ๊ย - ....ฉัน.....จะตามเขาไป 

รอยด์ – นั่นสิ.....มิโทส นายน่าจะไปกับพวกเราด้วย 

มิโทส – แต่ผมเป็นฮาล์ฟเอล์ฟ แล้วก็..... 

รอยด์ – นั่นไม่สำคัญหรอก แล้วอีกอย่าง นายจะทำยังไงถ้าพวกเทวทูตกลับมาอีก? 

จีเนียส – รอยด์พูดถูกแล้ว! ไปด้วยกันทั้งหมดเถอะ! 

จีเนียสเดินเข้าไปยื่นมือให้ มิโทสชะงักลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมจับมือกัน 

 

รอยด์ – นี่ๆ จีเนียส ให้ชั้นยืมเคนทามะของนายมาลองหน่อยสิ~ 

จีเนียส – เอ๋? อย่าบอกนะว่านายอยากสู้ด้วยเคนทามะนี่น่ะ? 

รอยด์ – ไม่ใช่แบบนั้น ชั้นอยากจะลองเล่นดูนะ ท่าทางน่าสนุกดี 

จีเนียส ก็ได้....แต่ฉันสงสัยว่านายจะทำได้เร้อ..... 

รอยด์ – อย่ามาดูถูกกันนะ! ดูซะ ไฮย่า~~ ฮัดช่า~~ เอ้ะ เอ้ะ อ้ะ........ยากจริงๆแฮะ... 

จีเนียส – เห็นไหมล่ะ.... 

เซรอส – ไหนๆ ขอท่านเซรอสผู้นี้ลองบ้างซิ ไหโย่ว เอ้สๆ......อะไรเนี่ย...... 

ชีน่า – ไหนๆ สนุกกันใหญ่เชียว ขอชั้นลองบ้างนะ ...เอ้า! ฮึบ! .....เอ้ะ.....แปลกจัง..... 

จีเนียส – ก็บอกแล้ว.... 

รอยด์ – ไหนขอลองอีกทีซิ ย้าก!....เอ้ะ? 

เคนทามะหลุดจากมือรอยด์ไปตกใส่หัวรีฟิลที่อ่านหนังสืออยู่....... 

รีฟิล – ใครปามาโดนหัวฉันน่ะ!! 

รอยด์+ชีน่า+เซรอส+จีเนียส – เผ่นเถอะ!!! 

 

 

เพรเซ๊ย - .....ฉัน.....ไม่มีหมู่บ้านจะให้กลับไปอีกแล้ว 

จีเนียส - .....ผมคิดว่าคงจะให้กำลังใจคุณเพรเซ๊ยไม่ได้เท่าไหร่นะ เพราะผมกับรอยด์ก็ถูกไล่ออกจากหมู่บ้านเหมือนกัน 

เพรเซีย – จริงหรือ?....... 

จีเนียส – เพราะแบบนั้น ผมถึงเข้าใจความรุ้สึกของคุณได้นิดหน่อย.......แล้วก็นะ ถ้าพวกเราทำอะไรกับโลกนี้ไปบ้าง บางทีอาจจะมีดินแดนแห่งใหม่ที่พวกเราจะไปอยู่ได้ก็ได้ 

เพรเซีย – นั่นสิ......ถึงอย่างไรโลกก็กว้างใหญ่ขนาดนี้ ....จีเนียส ถึงเธอจะเป็นเด็กแต่ก็ฉลาดมากเลยนะ 

จีเนียส – เอ๋? เดี๋ยวสิ คุณเพรเซียก็ยิ่งเด็กกว่าผมอีกไม่ใช่เหรอ?..... 

เพรเซีย - .....จริงๆด้วยสินะ 

 

เพรเซีย - ทำไมครูซิสถึงต้องทำลายโอเซทด้วย..... 

รอยด์ – คงเพราะหมู่บ้านนี้เกลียดฮาล์ฟเอลฟ์ล่ะมั้ง? 

รีฟิล – ถ้าเป็นเพราะแค่นั้น...ฉันคิดว่ามันก็แปลกๆอยู่ที่จู่ๆก็ลงมือขนาดนี้ 

รีกัล – เราคิดว่าน่าจะมีเหตุผลอะไรมากว่านั้น 

รอยด์ – เอ๋? เช่นอะไรล่ะ? 

รีกัล – บางทีอาจจะเป็นการทดลองทำอะไรซักอย่าง....หรือไม่ก็เป็นการปิดบังบางสิ่ง ถ้าเป็นกรณีนี้ก็ค่อนข้างมีเหตุผลที่จะทำถึงขนาดนี้ 

รีฟิล – ใช่แล้ว บางทีหมู่บ้านโอเซทอาจจะมีความลับอะไรอยู่ก็ได้ 

 

ทุกคนเดินไปที่บ้านของอัลเทสต้า และเห็นเขายืนรออยู่หน้าบ้าน 

อัลเทสต้า - ....ฉันเคยทำงานในฐานะนักประดิษฐ์ให้กับครูซิส 

รอยด์ – งั้นคุณก็เป็นพวกเดียวกับเทวทูต.....พวกเดียวกับอิกดราซิล! 

อัลเทสต้า – เธอรู้จักท่านอิกดราซิลด้วยหรือ?! 

รอยด์ – รู้จักเหรอ ?! เป็นเพราะเขานั่นล่ะ ซิลวาแลนด์กับเทเซอาร่าถึงกลายเป็นโลกที่บิดเบือน ต้องคอยแย่งชิงมาน่ากันแบบนี้! 

อัลเทสต้าเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเห็นที่คอของโคเลท 

อัลเทสต้า – นั่นมันครูซิสคริสตัล........เธอคงเป็นมิโกะของโลกที่เสื่อมโทรมสินะ...... นี่อาจจะสายไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดกับโอเซทเป็นความผิดของฉัน 

เพรเซีย – หมาย.....ความว่าอย่างไรคะ? 

อัลเทสต้า – ฉันทำการทดลองล้มเหลว จึงหนีมาที่โอเซท แต่ก็ถูกพบตัวโดยคนของดีไซแอนท์ชื่อโรดีล เขาสั่งให้ฉันสร้างครูซิสคริสตัลให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับชีวิตของฉัน 

เซรอส – งั้นก็หมายความว่าการทดลองกับเพรเซียถูกเริ่มโดยโรดีลกับสันตะปาปา ซึ่งสั่งให้เคทกับคุณเป็นคนทำอีกทีสินะ? 

อัลเทสต้า – ถูกต้อง โรดีลเอง ถึงจะทำหน้าที่ในฐานะดีไซแอนท์ แต่ก็กำลังวางแผนที่จะก่อการกบฏต่อครูซิส เพราะฉันไปช่วยเขา....ท่านอิกดราซิลจึงโกรธ ......ท่านจึงทำลายโอเซทที่ปกป้องฉัน! 

รีกัล – เป็นเพราะแบบนี้ เพรเซีย.......เด็กสาวที่สะท้อนในความทรงจำของเราถึงเป็นแบบนี้.......นี่มันเลวร้ายเกินจะพูดออกมาได้แล้ว 

อัลเทสต้า – ฉันต้องขอโทษด้วย ถึงขอโทษเท่าไหร่ก็ไม่อาจเพียงพอ แต่ที่ฉันทำได้ตอนนี้ก็มีแค่การขอโทษ 

เพรเซีย – เวลาของฉัน....จะไม่ย้อนกลับมาอีก.....ผู้คนของหมู่บ้านกับพ่อก็ไม่มีวันกลับมา 

จีเนียส – คุณเพรเซีย...... 

อัลเทสต้า – ฉันขอโทษ...... 

เพรเซีย – อย่าขอโทษเลย ถึงจะขอโทษ .........แต่ตอนนี้ฉันก็ให้อภัยคุณไม่ได้อยู่ดีค่ะ...... 

อัลเทสต้า - ........... 

เขาเดินกลับเข้าบ้านไปเงียบๆ 

ทาบาธ่า – คุณเพรเซ๊ย ....ฉันทราบว่าความสูญเสียของคุณนั้นมากมายนัก แต่ได้โปรดเถอะ อย่าสูญเสียความเป็นตัวของคุณไปด้วย 

มิโทส - !........ 

ทาบาธ่าเดินตามกลับเข้าไปในบ้าน 

มิโทส - ....ผม.....พอจะเข้าใจความรู้สึกของคุณเพรเซียอยู่บ้าง.....บางสิ่ง....ไม่ สามารถย้อนกลับได้อีก ถึงเขาจะขอโทษ ถึงคุณอยากจะให้อภัย คุณก็ควบคุมความรู้สึกนั้นไม่ได้หรอก 

รีกัล – การที่ไม่ได้รับการให้อภัย.....อาจจะเป็นการลงโทษก็ได้ 

รอยด์ - .....ชั้นคิดว่านั่นไม่ถูกแล้ว การให้อภัยหรือไม่ให้อภัยมันไม่ใช่การลงโทษ.....ชั้นก็อธิบายไม่ถูกเท่าไหร่ แต่.... 

เซรอส – เอาน่าๆ อย่าพึ่งเข้าชั่วโมงสนทนาทางปรัชญากันตอนนี้เลย เพรเซียจังก็ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ให้อภัยเขาตอนนี้หรอก มาคิดกันก่อนว่าพวกเราจะทำอะไรได้ดีกว่า 

รีฟิล – เธอพูดถูกแล้ว สำหรับฉัน คิดว่าพวกเราน่าจะใช้โอกาสนี้ถามคุณอัลเทสต้าเกี่ยวกับทุกเรื่องของครูซิ สที่เขารู้ ตอนนี้พวกเราไม่รู้รายละเอียดเลยใช่ไหมล่ะ? 

รอยด์ – นั่นสิ...เพรเซีย เธอจะรอที่นี่ก่อนไหม? 

เพรเซีย - ....ไม่ค่ะ ฉันจะไปฟังด้วย 

 

อัลเทสต้า - .....ครูซิสเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยฮาล์ฟเอลฟ์เกือบทั้งหมด แล้วก็ยังมีดวอร์ฟกลุ่มใหญ่เหมือนฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 

รอยด์ – ถ้างั้นก็มีดวอร์ฟคนอื่นๆนอกจากคุณกับพ่อผมด้วยสิ 

อัลเทสต้า – เป้าหมายของพวกเขาคือการเริ่มต้นยุคของฮาล์ฟเอลฟ์และการคืนชีพของมาร์เทล เพื่อการนั้น พวกเขาจึงใช้ประโยชน์จากวิหารมาร์เทล และพยายามที่จะรวมร่างของมิโกะเข้ากับจิตวิญญาณของมาร์เทล 

จีเนียส – ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แล้วทำไมดีไซแอนท์ถึงต้องพยายามฆ่ามิโกะล่ะครับ? 

อัลเทสต้า – เอกซ์เฟียร์และครูซิสคริสตัลจะถูกกระตุ้นโดยความหวาดกลัวและความทุกข์ของ มนุษย์ นอกจากนั้นก็ยังรวมไปถึงสัญชาติญาณการต่อสู้ด้วย เพราะแบบนี้ดีไซแอนท์ถึงเข้าไปแทรกแซงยังโลกที่เสื่อมโทรม ก็เพื่อจะเร่งการแปรสภาพสู่เทวทูตด้วยการทำให้มิโกะตกอยู่ในอันตราย 

รีกัล – โรดีล.....แผนการของมันคืออะไร? 

อัลเทสต้า – คือการฟื้นคืนปืนใหญ่มาน่าขึ้นอีกครั้ง เขาได้แบบแปลนของปืนใหญ่มาน่ามาได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วก่อสร้างมันขึ้นบนซิลวาแลนด์ เขายังมีค่ายกักกันมนุษย์ของตัวเองด้วย ดูเหมือนว่าเขาจะใช้คนที่จับมาไปก่อสร้างปืน เมื่อสร้างสำเร็จ บางทีเขาอาจจะตั้งอาณาจักรของเขาเองขึ้นก็ได้ 

เพรเซ๊ย – เขาทำให้ทุกคนทรมานเพราะของแบบนั้นได้ยังไงกัน........ 

ชีน่า – งั้นช่วยบอกหน่อยสิ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือที่ว่าอิกดราซิลเป็นคนสร้าง 2 โลกนี้? 

อัลเทสต้า – นั่นก็เป็นเรื่องที่ฉันได้ยินมาว่าท่านเป็นคนเชื่อมโลกทั้ง2โลกที่ไม่อาจจะ สัมผัสกันได้ด้วยกระแสมาน่า จากนั้นจึงนำ “เมล็ดผลอันยิ่งใหญ่ (Great seed)” ไปไว้ตรงกลางเพื่อปกป้องมัน 

รอยด์ – Great seed? รู้สึกเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนนะ? 

มิโทส – นั่นเป็นเรื่องที่ปรากฏในตำนานของวีรบุรุษมิโทส เป็นชื่อที่ผู้คนใช้เรียกวิญญาณของมิโทสที่เสียชีวิตบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์คา รานหลังจากการสิ้นสุดของมหาสงคราม 

จีเนียส – เดี๋ยวก่อนสิ นั่นก็จริงนะ แต่........ทำไมตำนานเดียวกันของมิโทสบนซิลวาแลนด์ถึงมีอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ? ผมสงสัยเรื่องนั้นมานานแล้ว มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์คาราน 2 ที่ มีหอคอยแห่งการชำระล้าง 2 แห่ง แล้วนี่ตำนานของมิโทสก็ยังเหมือนกันอีกเหรอ? 

อัลเทสต้า – ดูเหมือนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเดินทางข้ามระหว่าง 2 โลกได้ผ่านทางขั้วของแต่ละโลก ฉันก็ไม่รู้ว่าขั้วนั้นอยู่ที่ไหน แต่บางทีคนที่เรารู้จักในชื่อมิโทสอาจจะเดินทางข้ามโลกได้ทางขั้วนั้น 

รีฟิล - ......สองขั้วหรือ..แบบนี้นี่เอง 

เซรอส – คุณครูรีฟิล? มีอะรหรือ? 

รีฟิล – นี่เป็นทฤษฎีของฉันนะ บางทีแล้ว มหาสงครามในอดีตนั้นอาจจะเป็นสงครามระหว่างซิลวาแลนด์และเทเซอาร่า และจากนั้นวีรบุรุษมิโทสได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นจนยุติสงครามลงได้ 

รอยด์ – แล้วเพราะอย่างนั้น ตำนานของมิโทสจึงปรากฏบนทั้ง 2 โลก 

รีฟิล – ถูกต้อง จากนั้น ถ้าพวกเราสมมติว่า 1 ใน 2 ขั้วนั้นคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์คาราน ดังนั้นพวกเราก็จะเข้าใจความหมายของการมีอยู่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ 2 แห่ง เพราะว่ามันคือประตูสู่อีกโลกนั่นเอง 

รีกัล - .....ใช่แล้ว นั่นฟังดูเป็นไปได้มาก เราเคยได้ยินความคิดเกี่ยวโครงสร้าง 2 ขั้วของโลก แต่สิ่งที่เธอพูดยึดหลักตรรกะทั้งหมด 

รีฟิล – ความคิดที่ว่านั้นเป็นอย่างไรคะ? 

รีกัล – ที่อัลตามิร่า มีตำนานที่สืบต่อกันมาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าประตูสู่ต่างโลก บางคนก็พูดว่านั่นคือ ขั้ว นั่นเอง 

รีฟิล – ประตูสู่ต่างโลก..... 

โคเลท – งั้น Great seed คือะไรล่ะคะ? 

อัลเทสต้า – ฉันก็ไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ท่านอิกดราซิลเคยกล่าวว่ามันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตท่าน 

รอยด์ - .........ชั้นคิดตามเรื่องพวกนี้ไม่ทันแล้วแฮะ 

อัลเทสต้า – พวกเธอคงจะเหนื่อยกันแล้ว คืนนี้ก็พักที่นี้ก่อนไหม? .........คนนั้นคือมิโทส ใช่ไหม? ถ้าเธอไม่มีที่จะไป จะอยู่กับฉันก่อนซักพักก็ได้ 

มิโทส – คุณแน่ใจหรือครับ? ผมเป็นฮาล์ฟเอลฟ์......... 

อัลเทสต้า – คนที่อาศัยที่นี่มีเพียงทาบาธ่าที่ฉันสร้างขึ้น แล้วก็ดวอร์ฟแบบฉัน 

โคเลท – คุณสร้างคุณทาบาธ่าหรือคะ? 

อัลเทสต้า – ถูกต้อง ทาบาธ่าเป็นตุ๊กตามีชีวิต ดังนั้นถ้าจะมีฮาล์ฟเอลฟ์ที่นี่ก็ไม่เป็นอะไรหรอก 

โคเลท คุณทาบาธ่า....เป็นตุ๊กตา......... 

มิโทส - .....ได้ครับ 

รอยด์ – งั้นพวกเราก็พักที่นี่ก่อนล่ะนะ เพรเซีย ตกลงไหม? 

เพรเซีย - .........อย่าห่วงฉันเลยค่ะ 

ทาบาธ่า – ถ้าเช่นนั้น ฉันจะเตรียมอาหารเย็นนะคะ 

มิโทส – ถ้างั้นคืนนี้ จีเนียสกับคุณรีฟิลก็จะอยู่ที่นี่ใช่ไหม? 

จีเนียส – ใช่! มาเล่นด้วยกันเถอะ! นายเป็นเพื่อนคนแรกของผมที่เป้นฮาล์ฟเอลฟ์เลยนะเนี่ย! 

มิโทส – เธอ....จะเป็นเพื่อนผมหรือ? 

จีเนียส – แน่นอน! 

มิโทส - .....ขอบคุณมาก! 

 

ราตรีนั้นผ่านไป...... 

รอยด์....... 

ตื่น........... 

โคเลท – รอยด์!! ตื่นได้แล้ว!! อาจารย์หายไปแล้วนะ! 

รอยด์ – อ...อะไรนะ! 

 

เขาวิ่งออกไปนอกบ้านก็เห็นทุกคนตื่นกันหมด 

รอยด์ – พูดถึงเรื่องอะไรกันน่ะ ? 

จีเนียส – ดูเหมือนว่าพี่จะออกไปคนเดียวแล้วทิ้งข้อความไว้ว่ามีสิ่งที่อยากจะตรวจสอบซักนิดน่ะ 

ทาบาธ่า – ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเล็กน้อย ฉันเห็นแรร์เบิรด์มุ่งหน้าไปทางใต้ บางทีอาจจะเป็นคุณรีฟิลก็ได้ 

รีกัล – ทางใต้.....นั่นเป็นทิศของอัลตามิร่า 

เซรอส – พอพูดแบบนั้นแล้วก็นึกได้ว่าเมื่อวานนี้เธอมีท่าทีแปลกไปนะ เธอคงไปที่ประตูสู่ต่างโลกแน่นอน 

เพรเซีย – พวกเราจะทำอย่างไรคะ รอยด์? 

จีเนียส – ฉันเป็นห่วงพี่จริงๆ...ไปคนเดียวแบบนั้น 

รอยด์ – ไปตามหาอาจาร์ยกันเถอะ เวลาแบบนี้จะแตกกลุ่มไปก็ไม่ดีหรอก 

มิโทส – เอ่อ.....พาผมไปด้วยได้ไหม? 

จีเนียส – นายพูดอะไรน่ะ มันอันตรายนะ 

มิโทส – ผมรู้ แต่ผมก็เป็นห่วงคุณรีฟิลเหมือนกัน ตอนนี้ทั่วเทเซอาร่าก็เต็มไปด้วยปีศาจ แล้วนี่ก็ยังเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบฮาล์ฟเอลฟ์คนอื่นด้วย....ผมอยากให้เธอ ปลอดภัย 

รอยด์ – ไม่ได้หรอก มันอันตรายเกินไป 

จีเนียส – รอยด์! ขอร้องล่ะ! 

มิโทส – ผมสัญญาว่าจะไม่ขวางทาง เพราะฉะนั้น.... 

รอยด์ - ....เฮ้อ.....ก็ได้ๆ ทำตามใจก็แล้วกัน 

มิโทส – ขอบคุณมาก รอยด์! 

รอยด์ – อย่าคิดมากน่า เพื่อนของจีเนียสก็คือเพื่อนของชั้นด้วย 

มิโทส - ....ตกลง! มาพยายามด้วยกันนะ จีเนียส! 

จีเนียส – มิโทส....ขอบใจนะ 

รอยด์ – จีเนียส ให้เขาขึ้นแรร์เบิร์ดไปกับนายก็แล้วกัน 

จีเนียส – ได้สิ! 

ทุกคนเริ่มออกเดินทางกัน อัลเทสต้าเรียกรอยด์เอาไว้ก่อน 

อัลเทสต้า – เดี๋ยวก่อน.....ฝากสิ่งนี้ให้เพรเซียด้วย.... 

รอยด์ – ตราผนึกหรือ?.... 

อัลเทสต้า – คงจะแทนคำขอโทษไม่ได้ แต่ฉันก็ทำมาให้แล้ว มันน่าจะให้ผลดีกว่าตราผนึกชั่วคราวที่เธอมีอยู่ตอนนี้ 

รอยด์ – เพรเซีย รับไว้เถอะ 

เพรเซ๊ย -.......ค่ะ.... 

 

Play time : 53.52 Hr. 

Lv. 65 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:24 pm----------

luvtome

มาให้กำลังใจครับสุดยอดจิงๆ 

Next Farecery

asd

Topic #13 Write a reply for: [in depth] Tales of Symphonia - Chapter 10