Topic #1356: Tales of Symphonia : Ratatosk no Kishi walkthrough and story

Next Farecery

คอนโทรลเบื้องต้น 

 

A : โจมตี, เลือก, พูดคุย, ยิงซอเซอรเรอร์ริง 

B : ใช้ท่า , ยกเลิก 

C : ใช้ท่า Unison Attack,​ ดู Skit chat, ถอด Equipment, ถอดมอนสเตอร์ออกจากปาร์ตี้ 

Z : Free run, Guard, เปิดโหมดยิงS.Ring (จะเป็นเป้าเล็งขึ้นมา), (ในฉากต่อสู้) เปิด Help 

: เข้าเมนู, เลื่อนหน้าข้อมูลไปทางขวา 

- : เลือกเป้าหมายในการโจมตี, เลื่อนหน้าข้อมูลไปทางขวา 

1 : เลือกหมวดควคุมตัวละครว่าจะเป็น Manual, Semi-auto หรือ Auto 

2 : Pause 

D-PAD : ชอทคัทท่าไม้ตายสำรอง 

นอกจาก D-PAD แล้ว ยังสามารถใช้โยกๆนันจักรและวีโมทแทนชอทคัทได้ โดย 

- ขยับ Wiimote ขึ้นลง จะเป็นท่าของ D-PAD ด้านบน 

- ขยับ Wiimote ซ้ายขวา เป็นท่าด้านซ้าย 

- ขยับ Nunchuck ขึ้นลง เป็นท่าด้านล่าง 

- ขยับ Nunchuck ซ้ายขวา เป็นท่าด้านขวา 

 

ระบบทั่วไป 

Elemental Grid : เป็นสภาพของธาตุในสนามรบ ซึ่งจะดูได้จากสัญลักษณ์ด้านซ้าย ธาตุที่มีมากกว่าสามอันขึ้นไปจะเป็นธาตุหลัก (สัญลักษณ์อันใหญ่ตรงกลาง) ซึ่งธาตุนี้จะมีผลกับหลายอย่าง 

- มอนสเตอร์ และคาแรกเตอร์ที่มีธาตุเดียวกัน จะได้โบนัสต่างๆ เช่นพลังฟื้นเรื่อยๆ 

- มีผลทำให้การจับมอนสเตอร์ธาตุนั้นๆง่ายขึ้น ยิ่งมีธาตุที่ตรงกับศัตรูเยอะๆยิ่งดี 

- มีผลต่อการเลือกว่าใครจะเข้ามาแจมตอนใช้ Unison Attack 

Elemental Grid จะเปลี่ยนไปตามธาตุของท่าไม้ตายหรือเวทย์ที่เกิดขึ้นบนสนามรบ 

 

Monster taming system 

เป็นการจับมอนสเตอร์มาเข้าทีม ซึ่งเราจะควบคุมไม่ได้ แต่พวกมันจะมีสกิลของตัวเอง(ขึ้นมาตามเลเวล) และความเก่งเฉพาะด้านที่ตัวคนไม่มี การจับมอนสเตอร์นั้นขึ้รอยู่กับหลายอย่าง ส่วนนึงก็คือ Elemental grid ดังว่า ซึ่งบางครั้งที่จัดการศัตรูได้ จะเห็คำว่า Spell Binded โผล่ขึ้นมา แสดงว่าตัวนั้นอาจจะยอมเข้าเป็นพวก ต้องไปรอลุ้นตอนสู้เสร็จอีกที ซึ่งจะมีให้เลือกว่าจะเอามอนสเตอร์ตัวไหนมาช่วยในการทำสัญญากับตัวใหม่ ก็เลือกเอาตัวที่มีดาวเยอะๆ แต่ถ้าไม่มีก็ปล่อยไปดีกว่า~ 

จากนั้นเมื่อเลเวลอัพถึงจุดๆหนึ่ง มอนสเตอร์จะสามารถวิวัฒนาการเป็นตัวใหม่ได้ โดยในการวิวัฒนาการก็ขึ้นอยู่กับแต่ละตัว เช่น 

 

สายพันธ์ุหมาป่า 

Wolf > Black Wolf > Fenrir >Wolf >.... 

แต่ถ้าจับ Hell hound มา 

Hell hound > Cerberus > Wolf > Black wolf > Fenrir > Wolf > ..... 

 

นอกจากนั้น บางตัวในการวัวิฒนาการรอบแรกจะมีแค่ตัวเลือกแต่ แต่หลายๆตัว จะทีช้อยส์เพิ่มขึ้นมา บางตัวมีถึงสามช้อยส์ ก็ให้พยายามไปสายที่ยังไม่เคยไป เพราะจะได้สกิลของตัวนั้นๆติดมาด้วย สำหรับการวนรอบวิฒนาการแต่ละรอบนั้น มอนสเตอร์จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ จากตัวธรรมดาๆรอบแรกอ่อนๆ พอวนเข้ารอบสองรอบสามจะเริ่มเก่งขึ้นมากมาย (ราวๆว่าเลเวลหนึ่งพลังก็เป็นพัน โจมตีหลายร้อย) แต่บางตัววนไปอ่อนกว่าเดิมก็มี ส่วนมากจะเกิดกับสายที่ยังไม่เคยไปมาก่อน 

 

สำหรับบางตัว จะมีตัวเลือกที่ไม่สามารถเลือกได้ พวกนั้นเป็นร่างสุดยอดของตัวสุดแกร่ง จากข้อมูลเขาว่าต้องใช้ไอเทมที่สร้างจากร้านมา ใส่ให้กับมัน (ใส่ให้ถูกชนิดด้วย) จึงจะเลือกเ็นร่างสุดยอดได้ (ยังไม่ได้ลอง เพราะของมันหายากมาก ทั้งเกมเจอหนึ่งอัน..) 

 

Nekonin Quest 

เป็นเควสพิเศษที่มีให้รับทำ ซึ่งจะได้รางวัลเป็นไอเทมต่างๆ รวมทั้งวัตถุดิบหายากที่บางอย่างไม่สามารถหาได้ด้วยวิธีธรรมดา 

โปรดระวัง! ถึจะเป็นแค่แรงก์ D ก็โหดหลายนะจ๊ะ โดนคิเมร่าพร้อมลูกๆรับประทานมาแล้ว และถ้าเควสล้มเหลว เควสนั้นก็จะหายไปจากรายการ แต่ยังไงก็จะวนมาเรื่อยๆ นอกจากนั้น บางเควสยังเป็นเควสต่อเนื่อง เสมือนเป็นเควสเดียวกัน โดยจะเจอแรงก์ละครั้ง (ที่แน่ๆก็เควสปราบวิญญาณนักดาบนี่ล่ะ) 

 

Skill System 

ทั้งตัวละครและมอนสเตอร์ จะได้ Skill ต่างๆ (ไม่ใช่ท่านะ) เมื่อเลเวลอัพ เราต้องไปเซทสกิลนี้เองในเมนูสกิล โดยแต่ละคนจะมี SP อยู่ และแต่ท่าสกิลก็จะกิน SP ต่างๆไป สั้นๆง่ายๆก็คือระบบเหมือน FF9 นั่นเอง ส่วนพวกมอนสเตอร์ จะสามารถใช้หนังสือมอนสเตอร์สกิล เพื่อเพิ่มสกิลบางอย่างให้มันได้ เป็นของที่ค่อนข้างหายาก ได้มาจากเควสเท่านั้น จะสังเกตุได้จากชื่อที่มีปีกกาครอบอยู่ 

 

ระบบทำอาหาร 

พิลึกกว่าที่เคย ซึ่งปกติจะใช้ฟื้นพลังพวกเรา แต่คราวนี้ทำให้มอนสเตอร์กิน เพื่ออัพความสามารถ โดยมอนสเตอร์แต่ละตัวจะมีประเภทอาหารที่ชอบไม่เหมือนกัน ดูได้จากกรอบคำพูดตอนเลือกอาหารนั้น ถ้าเป็นหัวใจก็แสดงว่าชอบ และจะเพิ่มค่า status ให้ค่อนข้างมาก แต่ถ้าให้ที่ไม่ชอบไปก็ลบเหมือนกัน การให้อาหารทำได้ที่เนโกะนินกิลด์ และจะให้ได้เป็นพักๆ (อาจจะเข้าเมืองออกเมืองแล้วให้ได้?) 

นอกจากนั้น เมื่อมอนสเตอร์เลเวลอัพถึงจุดหนึ่ง(แล้วแต่) ก็จะมีข้อความว่ามันพร้อมจะคลาสเชนจ์แล้ว ซึ่งถ้าเราให้อาหารมัน (จะมีรูปไข่กำลังจะฟักหน้าชื่อ) แล้วจะมีถามว่าต้องการเปลี่ยนร่างให้มันหรือไม่ ซึ่งการเปลี่ยนร่างจะทำให้เลเวลกลับเหลือ 1 แต่ก็เก่งกว่าเดิม เพราะเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงขึ้น 

สูตรอาหารสามารถหาได้จากวันเดอร์เชฟ ซึ่งเขาชอบแปลงร่างเป็นของประหลาดๆเด่นๆ วางในที่ๆสะดุดตา ก็ลองหาๆกันดู... 

 

ระบบทำ Item 

ทำได้ที่ร้านค้าทั่วไป โดยจะใช้ขอที่เราเก้บมาจากศัตรู หรือไอเทมที่เรามีอยู่แล้วมารวมเป็นของไหม เช่นเอาไอเทมกะโหลกกะลามาถลุงเป็นโอริฮารุก้อน แต่ก็แลกด้วยเงินก้อนหนึ่ง ของที่สร้างบางอันจะเป็นวัตถุดิบดีๆแก่ไอเทมในภายภาคหน้า~ 

 

TIPS 

- การต่อสู้ทุกครั้ง ควรเล็งศัตรูวงนอก แล้ววิ่งอ้อมไปกะว่าศํตรูตัวอื่นจะเดินมาเป็นแนวตรงใกล้ๆกัน เพื่อที่การโจมตีขอเราจะได้โดนหลายๆตัว อย่าแม้แต่จะวิ่งไปกลางวง เพราะภาคนี้ศัตรูโหดร้าย อัดคอมโบไม่หยุดถึงตายได้ 

- ถ้ามีเงิน ก็ซื้อหนังสือ First aid (ขายในเมืองแอสการ์ด) แล้วแจกให้มอนสเตอร์ที่ TP เยอะๆไว้ซํกตัว เผื่อจะเป็นแนวฟื้นพลังช่วยกับมัลต้าได้ 

- ในการต่อสู้ พยายามคอมโบแล้วปิดด้วยยูนิสันแอทแทก เพราะจะทำให้ได้คอมโบมากาย ส่งผลให้เลเวลอัพอย่างเร็ว 

- การใช้ฮิโอกิ (ท่าไม้ตายลับ) จะต้อได้สกิลสเปเชี่ยล (เลเวล 30) เมื่อติดแล้ว ขณะที่เกจเต็ม ให้ใช้ท่าต่อเนื่อง (พวกที่ชื่อยาวๆ) หรือเวทย์ชั้นสูง แล้วกด B ค้างเอาไว้ (ต้องมี TP พอจะใช้มันด้วย) 

 

Quick walkthrough (อาจจะขาดนิดหน่อย จำได้บางส่วน) 

 

- เริ่มต้นที่เมืองรุยน์ ลากเอมิลมานอกบ้าน แล้วไปที่ลานน้ำพุทางซ้ายมือ (มีให้เลือกตอบนิดหน่อยว่าจะทำตามที่คนแกล้งสั่งไหม) เอมิลจะถูกรังแกแล้วริคเตอร์เข้ามาช่วย 

- เดินตามเขาไปที่โซนด้านขวามือของน้ำพุ 

- เดินออกมาที่ทางออกเมืองด้านขวาสุด ญาติของเอมิลจะบอกคนเฝ้าทางว่า มีปีศาจโผล่ในถ้ำของคลองที่แห้งไปแล้ว 

- ออกจากเมืองและไปยังที่นั่น จะต้องสู้กับหมียักษ์ (ฟันๆไปเถอะ เดี๋ยวจบเอง...) 

- เด็กสาวนามว่ามัลต้าก็โผนออกมาช่วย จากนั้นก็ร่วมมือกับเธอช่วยกันล้มหมีลงได้ จากนั้นเธอจะแยกตัวไป (แบบพริ้งๆ...) 

- เดินออกมาจากที่นั้นกลับไปที่เมือง และไปหาริคเตอร์ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน (อยู่ชั้นสองของบ้านโซนขวาล่างของเมือง) 

- ริคเตอร์เข้าร่วมทีม ให้พาเขาไปที่นั่น เข้าไปยังถ้ำด้านบน 

- ไปตามทางจนริคเตอร์แยกตัวไป เมื่อตามไปจะพบเขากับมัลต้ากำลังต่อสู้กันอยู่ (มีให้เลือกว่าจะห้ามใคร) 

- มัลต้าจะหนีเข้าไปข้างใน ส่วนเอมิลจะโดนมอนสเตอร์ตบออกมา จากนั้นเซนจูเรี่ยนเทเนบลาเอจะปรากฏ และขอให้เอมิลเป็นอัศวินแห่งราทาทอสก์ 

- สู้กับอสูรของอควอให้ชนะแล้วเดินตามทางเข้าไป ให้มองหาจุดที่กำแพงมีบางอย่างฝังอยู่ ให้ใช้S.Ringยิง จะกลายเป็นสวิตช์ 

- จะพบริคเตอร์นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ เขาจะเอ่ยชื่อรอยด์ เออร์วินออกมา ให้เดินออกมาหาอควอ (ผ่านประตูที่เคยถูกล็อกไว้ได้เลย)เพื่อตามเธอไปช่วยริคเตอร์ จากนะเนให้ตามเข้าประตูไป จะพบมัลต้าและรอยด์สู้กันอยู่ 

- ... วางจอยให้เขาตบตีซะดีๆ จากนั้นทั้งสองคนจะสลบไป โดยเอมิลเห็นรอยด์เดินไปยังแท่นพิธีซึ่งมีผลึกสีเหลืองลอยอยู่ 

- เมื่อตื่นมาจะพบว่าเซนจูเรี่ยนคอร์อันนั้นได้ถูกรอยด์เอาไปแล้ว ไปดูที่ประตูจากนั้นให้สำรวจที่รูปรอยด์บนผนัง แล้วใช้ไฟเผาซะ 

- จะออกมาที่ซากหอคอยแห่งมาน่า ให้กลับไปที่เมืองรุยน์ 

- เดินไปที่บ้่านเจ้าเมือง แต่มีทหารของแวนการ์ดจะมาจับมัลต้า กระทืบทิ้งซะ 

- หนีไปที่ทางออกหลัก แต่ก็เจอดักอีกที 

- หนีไปที่โซนน้ำพุ แล้วกลุ่มแวนการ์ดจะโดนทหารลัทธิมาเทลภายใต้การนำของแมกน่ากระทืบ เอมิลและมัลต้ารีบหนีิิออกมา แต่แมกน่าก็ขู่ชาวเมืองว่าถ้าไม่ช่วยตามหาทั้งสองคน เมืองนี้จะถูกทำลายเหมือนที่พัลมาคอสต้าเคยโดนทัณฑ์สวรรค์มาแล้ว 

- เอมิลจะบอกให้มัลต้ายอมยกราทอสก์คอร์ (ที่ฝังอยู่ทีหัว)ให้พวกนั้น ซึ่งทีแรกเธอก็ปฏิเสธ แต่ก็ยอมตามเพราะเอมิลขอ เทเนบลาเอจะบอกว่านั่นเป็นการให้มัลต้าไปตาย เพราะตัวคอร์นั้นเชื่อมกับชีวิตของมัลต้า ถ้าเอาออกก่อนที่ราทาทอสก์ตื่นมัลต้าก็จะตาย 

- มัลต้ายอมให้พวกแมกน่าจับ แต่กระนั้นแมกน่าก็ยังสั่งให้ทำลายเมืองนี้ทิ้งซะ เอมิลที่ตามมาช่วยก็โดนระเบิดจนกระเด็น แต่ร่างเกรียนของเขาก็ออกมา จัดการเหล่าทหารจนเกลี้ยง 

- สู้กับแมกน่า (ถ้าจับมอนสเตอร์มาสามตัวได้แล้วก็โอเค เพราะมัลต้าไม่อยู่ในกลุ่ม) แล้วเกรียนเอมิลจะตบตีแมกน่าไม่หยุด จนมัลต้าตะโกนห้ามไว้ ทำให้เขากลับมาเป็นคนเดิม 

- ไปคุยกับเจ้าเมือง เขาจะให้เอมิลตามหารอยด์ ซึ่งเขาก็รับปาก แต่จากนั้นเขาจะล้างแค้นให้กับพ่อแม่ของเขา 

- เดินออกจากเมืองแล้วมัลต้าจะตามมาเดินทางไปด้วย ให้ไปที่เมืองแอสการ์ด สองปีก่อนเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี แต่ปัจจุบันกลับอ้างว้างเพราะสายลมแรงที่โหดกระหน่ำ 

- ไปทางขวาของเมืองขึ้นไปบ้านข้างบนสุด ลมแรงจะพัดจนมัลต้าลอยไป แต่เอมิลจะมาจับมือช่วยไว้ (กรุณาระวังสกิทในช่วงนี้ "เลี่ยนมาก") 

- ไปที่ถ้ำบริเวณชั้นสองของเมืองเพื่อหลบลมแรง (ก็ยังหวานกันต่อไป) เมื่อลมสงบและออกมาจะเห็นอลิซ หัวหน้าของแวนการ์ดซึ่งกำลังตามหาโคเลทอยู่ จากนั้นให้เดินไปบริเวณชั้นสองของโซนขวา จะพบกับมิโกะผู้ฟื้นฟู โคเลท มัลต้าจะระเบิดอารมณ์โกรธ เพราะโคเลทไม่ยอมทำตามหน้าที่ของมิโกะ ทำให้เมืองพัลมาคอสต้าของเธอโดนคลื่นยักษ์ถล่มเมื่อสองปีก่อนจนแม่ของเธอตาย ไป 

- เดินตามมัลต้าออกมา แล้วเดินกลับไปที่ตัวเมือง จะมีเด็กมาด่ามัลต้าที่ไปว่าโคเลท แล้วลมก็พัดอีกครั้ง พาร่างของเด็กนั้นไป เมื่อเดินไปที่ด้านหน้าของเมืองจะเห็นว่าเขากำลังจะตกงมา มัลต้าเข้าไปช่วยและบอกให้เอมิลมาอีกคน แต่ปีศาจของอลิซก็มาขัดขวางไว้ ก่อนที่เธอจะมาพยายามทำให้มัลต้าตกลงไป ขณธที่กำลังจะไม่ไหวนั่นโคเลทก็เข้ามาช่วยไว้ 

- สู้กับโบคและคุโร่ชิโร่ อลิซจะหนีไป จากนั้นเดินกลับไปที่บ้านที่สำรวจตอนแรก คุยกับโคเลทแล้วเธอจะเข้าร่วมกลุ่มด้วย 

- ที่ซากโบราณสถานข้างบนของเมือง จะสู้กับบอส ครั้งนี้จะไม่ชนะเพราะมันมีบาเรียอยู่ ให้สู้จนหมดเวลาไปเอง เทเนบลาเอจะบอกว่าต้องใช้การโจมตีของมังกรบินเพื่อทำลายบาเรียนั้น 

- ออกจากเมือง แล้วไปที่เมืองไฮม่าข้างบน เดินไปชั้นบนสุดสู้กับบอส แล้วมังกรบินจะออกมาขอบคุณที่ช่วยล้างแค้นให้ มันจะขอตอบแทนโดยการช่วยเหลือพวกเราบ้าง 

- กลับไปที่โบราณสถานที่แอสการ์ด จะต้องเล่นมินิเกม โดยการเดินหลบลมที่ศัตรูปล่อยมา แล้วเก็บสมบัติให้ได้ จากนั้นก็สะบัดวีโมทเรื่อยๆจนเกจเต็ม แล้วเทเนบลาเอจะเรียกมังกรบินมาช่วยทำลายบาเรียให้ 

- สู้กับบอสจนชนะ แต่ตัวใหม่ก็โผล่มาจึงต้องตั้งหลักกันก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าแท่นพิธีนั้นจะคอยเรียกปีศาจออกมาเรื่อยๆ ไปที่บ้านที่เจอโคเลทครั้งแรก แล้วมัลต้าจะอาสาทำพิธีกรรม ณ ที่นั่นเพื่อไม่ให้อาคมอัญเชิญอสูรทำงานได้ต่อ ระหว่างที่รอเธอซ้อมให้ไปที่โรงแรมเพื่อเล่าเรื่องให้โคเลทฟัง 

- กลับไปสู้กับบอสอีกครั้ง แล้วมัลต้าจะทำพิธีเพื่อไม่ให้ศัุตรูตัวใหม่โผล่มาอีก แต่แท่นพิธีก็เกิดปฏิกิริยากับคอร์ที่หัวของเธอ ทำให้เกิดจุดวาร์ปเข้าไปยังภายในโบราณสถาน ที่จริงแล้วที่นี่เป็นสถานที่อยู่ของเซนจูเรี่ยนคอร์ "วินโทส" และพลังที่รั่วไหลของมันก็ทำให้เกิดปีศาจและสายลมที่พัดใส่เมืองนั่นเอง 

-ข้างใน จะมีจุดที่เราเปลี่ยน S.Ring ให้ยิงลมแทน ให้ใช้มันทำลายกำแพงทางขวา แล้วเป่ากระดิ่งให้ได้เสียงตามที่ได้ยินตอนเดินผ่านทางด้านหน้า 

- เข้ามาอีกจะเป็นส่วนที่มีโกเลมขวางประตูสามด่าน ต้องเลือกทางไปให้ถูกว่าจะเอาประตูซ้ายหรือขวา ถ้าทำถูกจะมีโกเลมเฝ้าข้างในสุด แต่ถ้าไม่ จะเป็นทางวาร์ปส่งกลับมาเริ่มใหม่ 

- ต่อมาจะมีรูปปั้นนักธนู เดินย้อนมาหน่อยที่กำแพจะมีสวิตช์สามจุด ให้กดเพื่อยิงธนูสร้างสะพาน 

1 1 3, 4 4 2 เก็บของ 

2 4 2 ทางไปต่อ 

- เข้าจะต้องสู้กับร่างจำแลงของเซนจูเรี่ยน วินโทส (ถ้าใครเคยเล่นภาคแรก จะรู้ว่าร่างนี้มันเป็นร่างของศํตรูที่พวกรอยด์ปราบบนโบราณสถาน ตอนที่รีฟิลทำพิธี) ซึ่งเทเนบลาเอคาดว่า ร่างปลอมที่พวกโคเลทเคยคิดว่าเป็นซิลฟ์ (ภูติอสูรแห่งลม) ตัวปลอมนั้น จริงๆแล้วเกิดจากพลังงานที่พลุ่งพล่านออกมาของเซนจูเรี่ยนวินโทส ที่สร้างเป็นรูปร่างขึ้นมา (เชื่อมเรื่องกันไปได้แฮะ...) 

- จากนั้นมัลต้าจะปลุกวินโทส และเอมิลจะได้สกิล "วินโทส" ซึ่งจะทำให้ท่าที่ระบุเปลี่ยนสภาพเป็นธาตุลมได้ (ได้ท่าตอนเลเวล 18) ซึ่งเคสนี้จะทำให้ Elemental Grid เป็นธาตุลมง่าย ถ้ามีพวกมอนสเตอร์ธาตุลมอยู่ก็จะสบายแฮ 

 

(นี่มัน Quick walkthought จริงๆเรอะ) 

- เมื่อออกมาข้างนอกแล้ว ให้ไปที่บ้านเจ้าเมือง แล้วโคเลทจะขอแยกตัวไป เพราะเธอจะออกตามหารอยด์ ซึ่งเขามีแรร์เบิร์ดอยู่ ดังนั้นถ้าไปด้วยกันคงจะตามหายาก แต่เธอยังมีปีกแห่งนางฟ้าอยู่จึงสามารถออกบินหาได้ ส่วนพวกมัลต้าก็จะไปยังอิเซเรียเพื่อหาข้อมูลของรอยด์ แต่การจะทำเช่นนั้นต้องนั่งเรือไป ทั้งสองจึงตกลงจะไปยังเมืองพัลมาคอสต้า 

- จากนั้นไปยังช่องเขาพาโกเนเชีย จะพบอลิซซึ่งกำลังควานหาตัวโคเลทอยู่ พอได้ยินว่าพวกมัลต้ากำลังไปพัลมาคอสต้า เธอก็ดีใจ และรีบเดินทางไปดักหน้าทันที (ทั้งที่เป้าหมายอยู่ด้านหลัง) 

- เข้าไปยังบ้านเล็กๆใกล้ๆ จะรู้ว่าริคเตอร์ก็มาที่นี่เหมือนกัน 

- เดินทางไปยังพัลมาคอสต้า แล้วมัลต้าจะแยกตัวไปหาข้อมูล พอเอมิลเดินไปได้หน่อยก็พบริคเตอร์ ซักพักอลิซก็มาพบเข้าและจะใช้กำลังให้เอมิลบอกว่ามัลต้าอยู่ที่ไหน แต่ริคเตอร์ห้ามเอาไว้ได้ ทำให้เอมิลรู้ว่าเขาเป็นคนหนึ่งของแวนการ์ดเช่นกัน 

-ในผับ จะพบมัลต้า ทั้งคู่ตัดสินใจออกจากเมืองก่อนอลิซจะมาเจออีก แต่ก็ได้รู้ว่าเรือไม่สามารถออกได้ ต้องไปขออนุญาติกับเจ้าเมืองก่อน ซึ่งทั้งสองต้องไปตามหาโทมัส 

- ออกจากเมือง ไปยังดันเจี้ยนใหม่ที่ปรากฏขึ้นมา ที่ประตูด้านบนให้ใช้แสงจาก S.Ring ใส่ลูกแก้วทั้งซ้ายขวา (ต้องไปเปลี่ยนประเภทS.Ringก่อน แถวๆหน้าทางเข้าน่ะล่ะ) 

- ด้านในจะค่อนข้างยุ่งยาก โดยหลักคือเราต้องผลักบล็อกลงน้ำ เพื่อให้กระแสน้ำพัดพามันไปยังตามจุดต่างๆ นอกจากนั้นจะมีบล็อกอันหนึ่งถูกพัดไปยังฉากต่อไป เพื่อเป็นทางข้ามไปเก็บหีบด้วย 

- ด้านในสุดต้องสู้กับบอสปลาวาฬ เมื่อชนะมันก็จะกินพวกเอมิลลงไป ฟื้นมาอีกทีทั้งคู่ก็ลอยอืดอยู่บนชายหาด และมีชายคุ้นหน้าคุ้นตาเดินผ่านมา เมื่อถามจึงรู้ว่าที่นี่คือชายหาดด้านเหนือของอิเซเรียพอดี 

- ไปยังหมู่บ้านอิเซเรีย จะพบเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของรอยด์ชื่อบอล จากนั้นให้ไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน เขาจะบอกให้ลองไปถามพ่อของรอยด์ดู (เอมิลเกรียนแตกเป็นพักๆเมื่อได้ยินรอยด์ๆๆๆ) 

- ออกมาแล้วไปยังวิหารมาเทล จะพบไดก์อยู่ภายใน เขาเองก็ไม่รู้ว่ารอยด์อยู่ที่ไหน เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือเมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อออกมาก็จะพบกับรีฟิล ซึ่งเธอมาถามหาเด็กที่ชื่อบอล พอมัลต้าเล่าสิ่งที่เด็กคนนั้นพูด รีฟิลก็รู้ว่าเขาจะไปที่ฟาร์มมนุษย์อิเซเรีย จากนั้นเธอก็ขอตัวไป 

- กลับเข้าอิเซเรีย แล้วจะเห็นแม่ของบอลร้องอกร้องไห้ที่ลูกตนหายไป เอมิลและมัลต้าจึงคิดจะไปช่วยเขา 

- ตรงไปยังฟาร์มมนุษย์อิเซเรีย ซึ่งมีหมอกเต็มไปหมด ให้ลงบันไดด้านบน (แต่ก่อนนั้นให้ลองเดินดู จะพบคีย์การ์ดหมายเลข 1) 

- หาทางเปิดลิฟท์เพื่อที่จะลงไปยังชั้นสาม ซึ่งจะพบบริเวณที่เป็นห้องกว้างมีคอมพิวเตอร์มากมาย ให้ไปเปิดเครื่องหลักที่ชั้นหนึ่งก่อน 

- หลักการผ่านในบริเวณนี้คือ รางเลื่อนแต่ละอันจะมีคอมพิวเตอร์คุมทิศทางอยู่ ซึ่งจะระบุโดยสีของเครื่อง ให้สลับทิศทางเครื่องรางเลื่อน 

- จะมีเครื่องในบริเวณในๆที่ไฟไม่ติด ไม่ต้องสนใจ 

- ในห้องนี้จะมีกล่องเปิดวาล์วลดระดับน้ำอยู่สามอัน ซึ่งเราต้องกดสามอัน เพื่อที่จะไปยังห้องต่อไปได้ 

- ส่วนอันสุดท้ายที่จะทำให้น้ำแห้ง จะทำให้สามารถเก็บสมบัติได้ 

- โดยรวมแล้ว จะต้อเดินย้อนไปมาในห้องนี้ราวๆสามรอบ เพื่อที่จะกดสวิตช์ให้ครบ 

- เมื่อขึ้นไปด้านบน จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่มีเลเซอร์ยิงขวางทาง และมีศัตรูอยู่ ให้ยิง S.ring เผื่อล่อให้มันเดินผ่านเลเซอร์มา แล้วเลเซอร์สีนั้นจะหายไป ซึ่ง S.Ring สามารถยิงผ่านสิ่งกีดขวางได้ แม้แต่ "กำแพง" หรือ "ประตู" (ย้ำ สำคัญมาก) 

- ข้างในสุด จะพบกับบอล แต่เมื่อจะเข้าไปปีศาจต้นไม้ก็โผล่จากดินมาจับเอมิลไว้ แต่รีฟิลก็ช่วยเขาได้ จากนั้นการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น 

- ก่อนจะออกมาภายนอก ณ​ตรงนี้จะสามารถเก็บคีย์การ์ดมาได้หลายใบ ซึ่งเราสามารถเอามารูดเปิดประตูต่างๆในบริเวณก่อนจะขึ้นลิฟท์ได้ 

 

- กลับมาที่อิเซเรีย รีฟิลจะพาเด็กกลับไปหาแม่ และบอกว่าจะรอคุยกับพวกเราที่โรงเรียน 

- ภายในห้องเรียน เอมิลและมัลต้าดูรูปของรอยด์และพวกที่มีอยู่เต็มไปหมด เมื่อรีฟิลเดินเข้ามาก็พูดถึงรยด์ในด้านต่างๆ ซึ่งเอมิลก็ไม่ค่อยพอใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าใครที่รู้จักรอยด์ก็พยายามจะปกป้องเขากันหมด ทั้งที่รอยด์เป็นคนทำลายพัลมาคอสต้า ส่วนมัลต้าก็โกรธรีฟิลที่ค่อนข้างเย็นชา เพราะเธอบอกว่าเธอเชื่อในตัวรอยด์ แต่สิ่งที่เขากระทำนั้นเป็นเรื่องจริงซึ่งไม่อาจจะโต้แย้งได้ (อะไรราวๆนั้น) มัลต้าจึงหนีออกไป เมื่อเอมิลตามไปที่บ้านด้านซ้ายล่าง มัลต้าก็บอกว่าเธอไม่ชอบแบบนั้น ถ้าเป็นเธอเอง ถ้าเอมิลไปทำอะไรร้ายๆเธอก็จะยังคงเชื่อ และปกป้องเขา เพราะเอมิลเป็นคนที่เธอชอบ ประโยคนี้ทำให้เอมิลระลึกได้ว่าทำไมทุกคนจึงปกป้องรอยด์ เพราะพวกเขาต่างมีความรู้สึกเดียวกันนี้ให้กับรอยด์นั่นเอง 

- กลับไปหารีฟิล เพื่อพูดคุยและเล่าเรื่องของราทาทอสก์ให้เธอฟัง รีฟิลได้บอกว่ารอยด์ได้มาหาเะอ เพื่อถามถึงเบาะแสของเซนจูเรี่ยนคอร์ และเธอได้ไบ้ไปว่่าอยู่ที่ซากโบราณทรีเอท มัลต้าและเอมิลจึงตัดสินใจตามไปที่นั่น และรีฟิลก็ขอไปด้วย 

- ณ ซากโบราณสถานทรีเอท อดีตเคยเป็นทะเลทรายร้อนระอุ แต่ตอนนี้กลับมีหิมะปกคลุมจนขาว ให้เดินอ้อมทางเข้าหลักที่เห็นอยู่ จะมีประตูอยู่ด้านหลัง เข้าไปจะพบจีเนียสอยู่ เขามาที่นี่เพราะเห็นรอยด์เข้า แต่ปีศาจต้นไม้ที่กำลังหลับปุ๋ยนี้ก็มาขวางทางไว้ 

- ไปที่หมู่บ้านทรีเอท มัลต้าตกใจที่เมืองเปลี่ยนไปขนาดนี้ ซึ่งรีฟิบอกว่าหิมะเหล่านี้เริ่มตกมาได้ประมาณหนึ่งเดือน และทำให้อากาศเย็นลงอย่างมากเข้าไปยังบริเวณโอเอซิสด้านใน (ปัจจุบันแข็งโป๊ก) จะได้เล่นมินิเกมตกปลา ซึ่งเราต้องเลือกมอนสเตอร์ที่จะเอาเป็นเหยื่อล่อในรูต่างๆเพื่อเอามาเป็น เหยื่อล่อต้นไม้ปีศาจนั้น (ต้องเอาเอมิลเดินนำหน้า) จะได้เต่ายักษ์มาตัวหนึ่ง... 

- กลับไปยังซากโบราณสถาน เทเนบลาเอจะเรียกเต่านั้นออกมาให้มันล่อต้นไม้ออกไปจากทาง 

- ด้านใน ให้จุดไฟบนคบเพลิงต่างๆเพื่อเข้าไปยังจุดวาร์ป ( S.Ring ไม่ได้นะจ๊ะ ใช้มืออย่างเดียว) แล้วให้เดินผ่านแท่นพิธีไปสำรวจข้างใน จะมีทางไปต่อ 

- เมื่อรีฟิลเข้าโหมดคลั่งโบราณสถานแล้ว ทันทีที่มัลต้าปลุกเซนจูเรี่ยนแห่งไฟขึ้นมา รอยด์ก็มาถึง มัลต้าถามเขาว่าทำไมจึงต้องรวบรวมเซนจูเรี่ยนคอร์ แต่ก็ไม่มีคำตอบออกมา แม้แต่รีฟิลหรือจีเนียสถาม เขาก็ไม่ตอบ พูดแต่เพียงว่าหากไม่ส่งคอร์มาเขาก็ต้องใช้กำลังเข้าแย่ง แต่ก่อนจะได้สู้ เสียงปีศาจก็ดังขึ้น ทำให้รอยด์เปลี่ยนใจจะเดินจากไป เกรียนเอมิลจะเข้าขัดขวางแต่ก็ไม่สำเร็จ พอจีเนียสจะตามไป ปีศาจต้นไม้ตัวเดิมมาขวาง (ยากนะ..) 

- ออกมาข้างนอก ทุกคนจะปรึกษากัน แล้วมัลต้าจะขอให้รีฟิลบอกสถานที่ที่เหล่าภูติอสูรแห่งธาตุทั้งหลายเคย หลับไหลอยู่ เพราะที่ผ่านๆมา ทุกที่ที่มีภูติอสูร ที่นั่นก็จะมีเซนจูเรี่ยนอยู่ด้วย รีฟิลจึงบอกว่าที่ใกล้ที่สุดก็คือพลานูล ซึ่งเซลเซียสเคยหลับอยู่ และเธอก็ได้ระบุอื่นๆไว้ในแผนที่ แล้วทุกคนจึงตกลงไปกันว่าจะร่วมทางไปด้วยกันถึงหมู่บ้านประมง อิซลูท 

 

- ณ​ อิซลูท จะมีกลิ่นเหม็นไหม้ลอยมา พอคุยๆดูก็รู้ว่ามีคนวางเพลิงของเสียหายมากมาย จะรู้ว่าหมู่บ้านจับมือคนวางเพลิงได้แล้วโดยขังไว้ในคุกของหมู่บ้าน (ให้คุยจนเห็นอีเวนท์ และมีชายขวางหน้าประตู) พอเข้าไปในนั้นและดูที่คุก จะพบว่าคนที่ถูกจับคือรีกัลนั่นเอง เขาจะบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะฮิการิกาเอล (ส่วนนี้ไม่แน่ใจรายละเอียด ข้ามๆ) ซึ่งยังมีอีกคนที่อยู่กับเขาตอนเกิดเรื่อง โดยให้ไปหาที่บ้านทางฝั่งขวาของเมือง จะมีคนนอนซมอยู่ ซึ่งหากอยากช่วย ก็ต้องไปหาโรสแมรี่มาจากป่าใกล้ๆเมืองก่อน 

- ให้ไปที่ป่าแห่งนั้น ซึ่งข้างในจะพบว่ามีโรสแมรี่อยู่ แต่มันยังโตไม่เต้มที่เลยยังไม่โดนแสง ทำให้เก็บไม่ได้ ให้เดินหาจุดเปลี่ยน S.Ring อีกอันหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราส่องแสงไปยังต้นโรสแมรี่ได้ 

- กลับมารักษาคนป่วย เขาก็จะรีบออกไปเพื่อไปแก้ต่างให้รีกัล ให้ตามไปที่คุกซึ่งรีกัลจะถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว 

- ที่ท่าเรือ ทุกคนจะไปยังพลานูลเพื่อตามหารอยด์ แต่เอมิลยังลังเลเพราะว่าเมืองนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องฮิการิกาเอลอยู่ เขาจึงอยากช่วยที่นี่ก่อน รีกัลจึงให้จีเนียสและรีฟิลล่วงหน้าไป 

- ให้พูดตุยกับคนให้ทั่วเพื่อหาเบาะแส แล้วเอมิลจะรู้ว่าฮิการิกาเอล จะเกิดกับที่ๆมี "คามาโบโกะกุมิ" เ ท่านั้น เพื่อที่จะล่อให้ฮิการิกาเอลออกมาจึงต้องไปหาชายคนที่เคยช่วยไว้ (เขามีอาชีพทำกุมิขาย) เขาจะให้ไปหาปลามาเป็นวัตถุดิบ(ก็มันรสลูกชิ้นปลานี่) ให้ไปตกปลาที่ทรีเอทเหมือนเคย แล้วเอาของมาให้เขา 

- เดินไปที่ท่าเรือ ซึ่งเขาจะเอาคามาโบโกะกุมิหนึ่งคันมา และฮิการิกาเอลก็จะปรากฏขึ้น ให้จัดการมันซะ 

- เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็ให้ขึ้นเรือไปที่พลานูล พบว่ามีคนาดเจ็บล้มตายมากมาย พอไปถามดูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของรอยด์ เออร์วิน ทุกคนจึงแยกย้ายกันออกไปค้นหา 

 

(ตรงส่วนนี้เนื้อเรื่องอาจจะสลับกัน ไม่แน่ใจเท่าไหร่) 

- ฝั่งขวาของเมือง เอมิลจะพบรอยด์ออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง เอมิลจะเกรียนแตกแล้วเข้าไปปะทะ และรอยด์ก็รับมือได้ แต่บอกว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นก่อนที่จะหนีออกไป 

- เมื่อเดินไปที่โบสถ์ จะพบขอคล้าๆงโลงศพตั้งอยู่ ข้างในจะเห็นคนชื่อเดกส์กำลังทำอะไรบางอย่าง ก่อนจะจากไปเขาได้มอบน้ำหอมเมโรเมโรกับเอมิลเป็นที่ระลึก (ราวๆว่านึกว่าเอมิลปลื้มตัวเอง..) และจะมีคนมาเรียกให้ไปช่วยเหลือชาวเมืองหน่อย จะได้รองเท้านินจาเป็นของตอบแทน 

- จากนั้นให้ไปที่ถ้ำน้ำแข็งใกล้ๆ จะพบจีเนียสและรีิฟิล ทั้งสองกำลังตรวจสอบต้นไม้น้ำแข็งขนาดยักษ์ ซึ่งปกติจะพบเป็นแค่ดอกไม้น้ำแข็งเล็กๆเรียกว่าดอกเซลเซียส จะได้รู้จากรีฟิลว่ามีพ่อค้าในเมืองพลานูลได้เอาเซนจูเรี่ยนคอร์ "กลากิเอส" ของที่นี่ไปแล้ว ซึ่งหากมนุษย์ถือคอร์ไว้นานๆ จะทำให้เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาได้ จุดนี้ ทำให้รีกัลคิดว่าที่พฤติกรรมของรอยด์เปลี่ยนไปนั้น เป็นเพราะเขาครอบครองคอร์หรือเปล่า ที่สุดแล้วพวกเขาก็ตกลงจะแบ่งเป็นสองฝ่าย รีฟิลและจีเนียสจะไปตามหารอยด์ ส่วนพวกเอมิลจะไปตามคอร์กลับคืนมา 

- กลับไปคุยกับเจ้าของร้านเครื่องประดับในเมือง เขาจะบอกว่าคนที่เอาคอร์มาตอนนี้กลบไปที่ถ้ำน้ำแข็งแล้ว (เพราะอะไรไม่ทราบ) 

- กลับไปที่ถ้ำน้ำแข็งอีกครั้ง ให้ไปทางด้านซ้ายและกระโดดขึ้นตามต้นน้ำไป ซึ่งบางจุดต้องใช้ S.Ringทำให้หยดน้ำเป็นน้ำแข็ง เพื่อจะเอาไปทำเป็นทางเดิน 

- บริเวณที่เป็นแอ่งน้ำและมีน้ำตกเล็กๆอยู่ ให้ยิง S.Ring ใส่น้ำตก แต่ก็ทำให้มันแข็งไม่ได้ แต่ทุกคนยกเว้นเอมิลก็นึกขึ้นได้ถึงรองเท้านินจาที่ได้จากชาวเมืองมาตะกี้ 

- เดินข้ามน้ำไปเลย.... มันรองเท้านินจาใช้เดินข้ามน้ำนี่ 

- ข้างในสุด จะพบว่าไม่มีเซนจูเรี่ยนคอร์อยู่ ทุกคนสงสัย และนึกว่าเขาเอามันกลับไปด้วยอีก แต่รีกัลจะพูดว่าในสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่อไม่นานมานี้เขาเคยคุยกับเจ้าของร้านคนนั้น แต่ว่าเขาคนนั้น กับคนที่พวกเอมิลคุยในวันนี้นั้นไม่ใช่คนเดียวกัน พวกเขาจึงรู้สึกว่า นี่อาจจะเป็นแผนช่วงชิงราทาทอสก์คอร์ของมัลต้าก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรรีบออกมาจากที่นั่น 

- ออกมาซักหน่อย เสียงเรียกมัลต้าจะดังขึ้น ปรากฏเป็นชายหัวโล้นใส่เสื้อคลุมเรียกมัลต้าว่าลูก และบอกว่าเขาจะยอมฟังที่เธอพูด ทำให้มัลต้าวิ่งตามออกไป 

- ทหารแวนการ์ดจะมาล้อมทุกคนไว้ ทำให้รู้ว่านี่เป็นกับดัก ให้รีบตามไปโดยใช้เส้นทางอื่น 

- เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะพบริคเตอร์กำลังจะทำร้ายมัลต้า พอจะไปช่วย อควอก็เรียกอสูรมาขวางไว้ ทำให้ไม่สามารถห้ามดาบของริคเตอร์ที่แทงใส่มัลต้าได้ เขาควักราทาทอสก์คอร์ออกมาแล้ววิ่งจากไปปล่อยให้เกรียนเอมิลคลั่ง 

 

THE END... 

 

ซะที่ไหนล่ะ 

- ชีน่าจะปรากฏตัวพร้อมกับมัลต้า ซึ่งร่างมัลต้าที่โดนริคเตอร์ฆ่าไปนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิชานินจาของเธอ (กรุณารอซักครู่ขณะคู่พระคู่นางกำลังหวานซึ้ง....) 

- เมื่อเดินไป ชีน่าก็จะตกหลุมกับดักหายไปกับความมืด ทุกคนจึงมุ่งหน้าไปยังทางออก... ลาก่อนชีน่า.... 

/me ล้มโต้ะ 

-ให้หมุนเสาสามต้นในบริเวณนั้นเข้าหากลางฉาก (จะหันเข้าหากัน) แล้วประตูที่ถูกปิดด้านซ้ายจะเปิดออก เมื่อลงไปจะได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึ๊ก และเห็นชีน่าประคองอลิซโดยมีเดกส์อยู่ข้างๆ อลิซสลบไปเพราะชีน่าร่วงมาทับเธอ แต่พอรู้ว่าเป็นพวกแวนการ์ดก็โยนเธอทิ้งจนตื่นจากนั้นก็ให้เผ่นออกมาโดยย้อน ทางเดิม 

- กลับมาที่พลานูล เจ้าของร้าน(ตัวจริง) จะบอกว่าคนของเขาเอากรากิเอสคอร์ไปขายที่เมลโตกิโอ 

- ที่เมลโตกิโอ ร้านทางซ้ายมือในโซนแรก รีกัลและชีน่าจะเห็นโทกุนาง่า คนรับใช้ของเซเรสเดินออกจากร้าน จากนั้นเมื่อถามเจ้าของร้านจึงรู้ว่าเขาขายมันไปแล้ว และบอกชื่อคนซื้อไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า 

- รีกัลเสนอให้ไปหาพระราชา เพื่อขอให้เผยชื่อคนซื้อ แต่ระหว่างเดินไปกลับพบอลิซ ซึ่งเธอเรียกโกเลมออกมาโจมตี เมื่อสู้ชนะ แต่โกเลมยังไม่ตาย มันจับเอมิลไว้และกำลังระระเบิดตัวเอง ช่วงสุดท้ายนั้น เทเนบลาเอจึงใช้พลังเข้าควบคุมโกเลมให้ปล่อยเอมิล และพามันบินขึ้นไป ก่อนจะถูกระเบิดหายไม่เหลือซาก 

- ด้วยความช็อกของมัลต้า ทำให้คอร์ที่มีอยู่ลอยออกมา และทำให้เกรียนเอมิลตื่น บอกว่ายังมีหนทางอยู่ เพราะเซนจูเรี่ยนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตหรือวิญญาณทั่วไป หากสูญสลายก็จะกลับไปสู่สภาพของคอร์ ณ​ ที่ๆมันควรอยู่ ดังนั้นที่ๆต้องไปเพื่อนำเทเนบลาเอกลับมาคือวิหารแห่งความมืด ซึ่งรีกัลจะรับหน้าที่ไปพูดกับประราชาเอง 

 

- ในวิหารแห่งความมืด จะต้องใช้ S.ring ยิงคบไฟ และผลึกแก้วต่างๆให้หมด แล้วกำแพงด้านขวาสุด (จะเห็นมีจุดเปลี่ยน S.ring อยู่) จะเปิด ทำให้เปลี่ยน S.ring และเอาไปยิงกลุ่มความมืดให้หายไปได้ 

-ที่ชั้นล่าง เมื่อกดสวิตช์แล้วขึ้นมา จะพบว่ากำแพงที่เอมิลเคยสงสัยตอนเข้ามาได้เปิดออก เมื่อเข้าไปจะพบกับริคเตอร์และอควออยู่เบื้องหน้าคอร์ของเทเนบลาเอ 

-สู้กับริคเตอร์ซักพัก (โดนฮิโอกิเปิดแน่ๆ ไม่ต้องห่วง) แล้วการต่อสู้จะหยุดลง เอมิล(ร่างเกรียนอยู่ยาว) จะใช้ท่าไม้ตายสูงสุดซัดใส่ริคเตอร์ซึ่งทำให้เขาบาดเจ็บ เขาเตือนเอมิลให้เลิกเป็นอัศวินแห่งราทาทอสก์ซะ มิฉะนั้นเขาคงต้องลงมือ แต่เอมิลก็ไม่หยุด และใช้ท่านั้นใส่อีกครั้ง แต่ริคเตอร์กลับสะท้อนมันกลับมาด้วยพลังบางอย่าง ขณะกำลังจะโดนมัลต้าก็โดดเข้ามาขวางเอาไว้.... 

 

- เมื่อฟื้นขึ้นมาจะอยู่ชั้นล่างสุด เอมิลพบว่าเทนาบลาเอคอร์ตกอยู่ใกล้ๆ เขาจึงเก็บเอาไว้ เดินขึ้นมานิดหน่อยก็พบกับมัลต้าซึ่งเธอไม่เป็นอะไรมาก แต่เมื่อถูกถามว่าตัวเอมิลเองเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะครั้งนี้ ราทาทอสก์โหมดของเอมิลนั้นคงอยู่ยาวนาน ทำให้เอมิล(ร่างเกรียน)ไม่พอใจ เพราะเขาคิดว่าใครๆก็อยากให้เขาหายไปซะ ทั้งๆที่เขาตอนนี้ก็ดีกว่าตอนปกติที่เป็นคนขี้ขลาดมาก และแล้วราทาทอสก์โหมดก็หยุดทำงาน และเอมิลก็สลบไป 

- เมื่อฟื้นอีกครั้ง มัลต้าและชีน่าก็อยู่ใกล้ๆ โดยมัลต้าบอกว่าเธอปลุกเทเนบลาเอไม่ได้ ทั้งที่ทำเหมือนทุกครั้ง แต่เมื่อเอมิลแตะคอร์นั้น เทเนบลาเอก็ฟื้นขึ้นมาอย่างน่าฉงน 

- ออกมาจากวิหาร และพบกับรีกัล ซึ่งเขารู้แล้วว่าคนที่ซื้อคอร์ไปก็คือเซเรส น้องสาวของเซรอสนั่นเอง 

 

- ให้ไปที่บ้านของเซรอส (ทางขวาของปราสาท) ในเมืองเมลโตกิโอ จะพบว่าเซเรสถูกรอยด์ลักพาตัวไปพร้อมๆกับคอร์ 

- เมื่อออกตามหา เอมิลก็จะพบกับเซรอส ซึ่งทีแรกเขาก็ไม่เชื่อว่ารอยด์จะทำเช่นนั้น แต่ทั้งสองคนก็เห็นรอยด์อุ้มเซเรสวิ่งผ่านไปต่อหน้าต่อตาเมื่อตามไปก็หายไป แล้ว แต่เซรอสจะบอกว่านั่นไม่รอยด์ และให้กลับไปคุยที่บ้านของเขา 

- เซรอสบอกว่ารอยด์ไม่มีทางลักพาตัวน้องสาวของเขา นอกจากนั้น เขายังได้กลิ่นน้ำหอมตอนที่เห็นรอยด์เมื่อครุ่ ซ่งจริงๆรอยด์ก็ไม่ใช้น้ำหอม เอมิลจะนึกขึ้นได้ว่าเคยได้กลิ่นนี้ที่ไหน และรู้ว่าเป็นน้ำหอมเมโลเมโลที่เดกส์ใช้นั้นเอง ทุกคนจึงเริ่มสงสัยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่รอยด์เกี่ยวข้อง จริงๆแล้วคือเดกส์หรือเปล่า 

- ให้ไปที่ป้อมปราการร้างทางด้านใต้ของเมือง ด้านใน จะมีบริเวณที่มีรูปปั้นอัศวินแดงน้ำเงิน และรูปปั้นปีศาจ เราต้องใช้ S.ring ดับไฟรูปปั้นตามลำดับที่กำหนดเพื่อเปิดประตู (ถ้าไม่ดับไฟก่อนแล้วไปสำรวจรูปปั้นอัศวิน พื้นที่ยืนอยู่จะเลื่อนลงไปข้างล่างได้) 

นก- แมลง - สมิง - พื้ช - โกเลม - ปีศาจ > ทางไปต่อ 

แมลง-ปีศาจ-นก -โกเลม - พืช -สมิง > เก็บของ 

- เข้าไปภายใน จะพบว่ารอยด์สองคนกำลังสู้กันอยู่ ถึงเดกส์จะใช้น้ำหอม แต่วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคต่างฝ่ายต่างบอกว่าอีกคนเป็นตัวปลอม (เลือกกันเอาเองว่าคนไหนเป็นตัวปลอม "คนนี้ หรือ "คนนั้น") 

- ถ้าเลือกถูก (เลือกผิด ไม่ทราบ) เอมิลจะโจมตีคนนั้นจนกระเด็น และกลับเป็นเดกส์เหมือนเดิม ทำให้ความจริงกระจ่างว่าเหตุฆ่าล้างเมืองที่พัลมาคอสต้า การโจมตีเมืองรุยน์ และพลานูลเป็นฝีมือเดกส์ทั้งสิ้น ซึ่งนี่เป็นคำสั่งของบรูทผู้นำของแวนการ์ด และเป็นพ่อของมัลต้า ด้วยเหตุผลนี้เธอจึงขโมยคอร์หนีออกมา จากนั้นอลิซจะเข้ามาพร้อมเอาเซเรสเป็นตัวประกัน และบอกให้ยอมส่งคอร์ที่เหลือมาซะดีๆ และยังบอกให้มัลต้ากลับมาร่วมกับแวนการ์ดเหมือนเดิมด้วย 

- ชีน่าจะเข้ามาช่วยเซเรสไว้ ส่วนโคเลทและรีกัลก็รุมเดกส์จนหน้าคว่ำไป รอยด์กับโคเลทพาเซเรสหนีโดยอลิซตามไปติดๆ จากนั้นจะต้องสู้กับเดกส์ซึ่งขวางไม่ให้ทุกคนตามไป (ดูท่าไม้ตายหมอนี่ให้ดีๆ...) 

- เมื่อชนะแล้ว เดกส์จะบอกว่าที่บรูทต้องการจากราทาทอสก์คอร์ ก็คือสร้างอาณาจักรซิลวาแลนด์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรที่ล่มสลายไปเมือ 800 ปีก่อน โดยพลังของราทาทอสก์คอร์นั่นสามารถทำลายอาณาจักรเทเซอาร่าลงได้ และยังทำลายได้แม้กระทั้งองค์กรครูซิส (จากภาคแรกจ๊ะ) 

- ริคเตอร์จะเข้ามาโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว (อาจจะยากหน่อยถ้าเลเวลน้อย แต่ถ้าขยันลงเควสก็โอเค) เมื่อสู้จบ เขาจะใช้ทีเผลอคว้าคอเอมิลมา และตั้งท่าจะฆ่า แต่ก็ชะงัก และพูดชื่อ "อัสเทล" ขึ้นมา ก่อนที่จะยอมจากไป 

- ตามพวกรอยด์เข้าไปข้างใน ซึ่งเขาสามารถรับมือกับอลิซได้สบาย (ก็อดีตผู้กล้านี่) อลิซและเดกส์จะถอยกลับไป จากนั้นให้เดินกลับออกมา 

- เอมิลจะขอโทษรอยด์กับเรื่องที่ผ่านมา และทุกคนยังถามว่าที่รอยด์ต้องรวบรวมคอร์นั้นเพื่ออะไร แต่เขากลับชักอาวุธและบอกให้ส่งคอร์ทั้งหมดมา ถึงจะถามอย่างไรเขาก็ไม่อธิบายเหตุผล และหนีไปอีกครั้ง 

- กลับไปที่บ้านเซรอส จะได้คอร์คืนมาจากเซเรส แล้วทุกคนจะปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อ โดยรีกัลและชีน่าจะตามพวกเอมิลไปเผื่อที่จะพบรอยด์และได้พูดกันอีกครั้ง แต่โคเลทและเซรอสขอแยกตัวไป เพราะพวกเขาเชื่อในตัวรอยด์ว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายกับโลกอย่างแน่นอน 

 

บททีุ่ 6 

- ให้ไปที่วิหารดิน (ทางเหนือของเมือง ใกล้ๆ) แต่ทหารจะไม่ให้เข้าไป เพราะว่าช่วงนั้นมีแผ่นดินไหวบ่อย ทำให้อาจเกิดอันตรายได้ ทุกคนจึงไปกันที่วิหารซ้ายฟ้าก่อน (ทางเหนืออีกนั่นล่ะ) ก่อนหน้านั้นมัลต้าจึงปลุกรากิเอสขึ้นมาก่อน แต่หลังจากนั้นเอมิลก็สลบไป 

- กลับมาพักที่เมลโตกิโอ เอมิล(ราทาทอสก์โหมด)จะตื่นขึ้น แต่มัลต้าก็จะบอกว่าก็ไม่เป็นอะไร เพราะเอมิลคนนี้คือคนที่ปกป้องและช่วยเธอมาตลอด จากนั้นเอมิลก็จะกลับเป็นคนเดิม 

- ที่วิหารสายฟ้า ทหารจะห้ามไม่ให้เข้าอีก เพราะมีนักวิจัยทั้งหลายกำลังสำรวจอยู่ 

เอมิลเองก็โดนผลักไปกระแทกจนร่างเกรียนโผล่มา และทำท่าจะฆ่าทหารยามทิ้งเพราะพวกนั้นทำร้ายมัลต้า ทุกคนต้องช่วยเกลี้ยกล่อมจึงจะยอมเลิก หัวหน้านักวิจัยจะเดินเข้ามาแล้วตกใจเมื่อเห็นเอมิล และเรียกว่าอัสเทล แต่เมื่อคิดซํกพักเขาก็ว่าคงไม่น่าจะเป็นไปได้ 

-รีกัลใช้ฐานะตัวเองในฐานะประธานบริษัท ถามดูว่าจะมีทางขอเข้าไปได้อย่างไร ซึ่งเขาก็บอกให้ไปพบเขาที่เมืองไซแบ็กเพื่อคุยกันก่อน 

- ที่ไซแบ็ก ไปท้างซ้ายของเมืองจะพบศูนย์วิจัย ซึ่งนักวิจัยคนหนึ่งก็ตกใจเมื่อเห็นเอมิล เขาบอกว่าเอมิลและอัสเทลคล้ายกันมาก อัสเทลเคยอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งนี้ และตายไปในขณะที่กำลังวิจัยเรื่องราทาทอสก์ เพราะอย่างนั้นเขาถึงตกใจเมื่อเห็นเอมิล 

- เข้าศูนย์วิจัยไปทางซ้ายสุด จะมีห้องใต้ดินที่ฮาลฟ์เอลฟ์เคยทำงานในช่วงก่อนที่โลกทั้งสองกลับเป็นหนึ่ง เดิยวกัน (ภาคแรก) แต่ถึงอย่างไร ความเกลียดกลัวฮาลฟ์เอลฟ์ก็ยังคงอยู่ ไม่อาจหายไปได้ในเวลาสั้นๆ เอมิลจะกลับเป็นคนเดิม แต่เขาจำอะไรในช่วงที่ราทาทอสก์โหมดเปิดอยู่ไม่ได้เลย มัลต้าจะพาเขาไปพักที่โรงแรมก่อน 

- เมื่อออกมาจะพบนักวิจัยคนเดิมอีก ซึ่งเขาได้เล่าว่าอัสเทลถูกริคเตอร์ฆ่าในขณะที่ทั้งสองไปวิจัยเรื่องราทา ทอสก์ด้วยกัน เอมิลจะเสียใจเพราะคิดว่าที่ริคเตอร์ใจดีกับเขา เพราะเขาเหมือนอัสเทลนั่นเอง 

- กลับไปนอนที่โรงแรม เอมิลจะฝันว่าถูกริคเตอร์ฆ่าและตื่นขึ้นมา ซึ่งเทเนบลาเอบอกว่าคนอื่นรออยู่ข้างนอก เมื่อเดินออกไปก็พบว่าชีน่า รีกัล และมัลต้ากำลังพูดคุยถึงเรื่องเขาอยู่ 

- มัลต้าได้รับการบอกจากรีกัลว่า"เอมิล" นั่นไม่ใช่ "เอมิล" โดยรีกัลคิดว่า "เอมิล" จริงๆแล้วคือ "อัสเทล" ที่น่าจะถูกฆ่าไปแล้วแต่ยังคงมีชีวิตอยู่โดยเสียความทรงจำในช่วงนั้นไป และคิดว่าตัวเองคือเอมิลและไปอยู่ที่รุยน์ต่อมานั่นเอง (อ่านจากจกหมายที่รีฟิลฝากไว้กับรีกัล) 

- เอมิลจะไม่ยอมรับเรื่องนั้น เพราะเขาเองก็มีความทรงจำเรื่องที่แม่ตาย และเรื่องที่พัลมาคอสต้าถูกทำลายอยู่ด้วย แต่พอคิดว่าริคเตอร์ยังคิดว่าเขาเหมือนอัสเทล ก็ทำให้เอมิลเริ่มไม่แน่ใจ 

- เพราะอัสเทลเคยอยู่ในศูนย์วิจัย ทุกคนจึงไปหาชไนเดอร์ (หัวหน้าศูนย์ที่พบไปซํกพักก่อนหน้านี้) ซึ่งเขาจะอยู่บนชั้นสอง เขาเล่าว่าริคเตอร์เป็นฮาล์ฟเอลฟ์ที่เคยอยู่ในศํูนย์วิจัยนี้ ริคเตอร์และอัสเทลสนิทกันมาก ทั้งสองไปทำวิจัยเรื่องราทาทอสก์ด้วยกัน แต่ริคเตอร์กลับมาคนเดียว และบอกว่าอัสเทลตายแล้ว 

- เขาบอกว่าเขาไม่รู่วิธีระบุตัวอัสเทล แต่รีรีน่า ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของอัสเทลน่าจะบอกได้ เธอกำลังไปทำวิจัยอยู่ที่วิหารสายฟ้า 

- เมื่อไปถึงจะพบว่าทหารตายหมดแล้ว โดยคาดกันว่าคงเป็นฝีมือของแวนการ์ด เมื่อเข้าไปหน่อยจะพบโน๊ตเล็กๆเกี่ยวกับราทาทอสก์อยู่ ซึ่งคิดว่าคงเป็นของคนที่มาวิจัยในนี้ 

* หลักการในวิหารนี้ยังเหมือนภาคแรก สำหรับคนที่เคยเล่นก็สบายไป (มั้ง) 

- ในห้องกว้างห้องแรก จะมีบันไดไปด้านบน ซึ่งมีบอลสายฟ้าสามสีวิ่งวนอยู่ เราต้องใช้ S.ring ที่แปลงเป็นสายฟ้าสีต่างๆมายิงใส่มัน 

- เดินผ่านส่วนที่เป็นบ่อน้ำเข้าไป จะวนไปห้องที่มีบล็อกสีเหลือง ซึ่งจะพบรอยด์วิ่งหนีไป และตามติดๆด้วยพวกแวนการ์ด ตบหัวให้ดิ้นซะ และไปต่อ 

- ไปถึงส่วนหนึ่ง จะมีเสาล่อฟ้าผ่าให้สำรวจ แล้วฟ้าผ่าทั้งหมดจะลงไปที่นั่นแทน 

- กลับไปที่บ่อน้ำ ไปสำรวจที่เปลี่ยน S.Ring เพื่อเปลี่ยนสี (ถ้าสำรวจซ้ำๆ มันจะวนจาก ไฟ > สายฟ้าน้ำเงิน > สายฟ้าเหลือง > ไฟ) เอาสายฟ้านี้ไปยิงบอลสายฟ้าสีเหลือง (มีอยู่สามจุดมั้ง?) 

- เมื่อหมดแล้วให้เปลี่ยน S.ring เป็นไฟ และเดินไปจุดหนึ่ง จะเป็นอีเวนท์มองเชือกที่ห้อยเสาล่อสายฟ้าไว้อยู่ ให้ใช้ไฟเผาเชือกให้มันตกลงไป 

- เปลี่ยน S.ring เป็นสีเหลือง แล้วไปจุดที่มีเสาล่อฟ้าอันแรก แล้วหดมันกลับซะ เพื่อสายฟ้าจะได้ผ่าลงเครื่องควบคุมที่ห้องที่เป็นบ่อน้ำ ไปสำรวจมันเพื่อเปิดระบบคอมข้างใน 

- กลับไปห้องบล็อกเหลือง ใช้สายฟ้าเหลืองทำลายบล็อก เพื่อเป็นทางให้สายฟ้าไปทำให้ระเบิดข้างบนตกลงมาใส่หินที่ขวางทางอยู่ จากนั้นจะไปเปลี่ยนเป็นสายฟ้าแดงได้ 

- เอาสายฟ้าแดงไปยิ่งใส่บอลสายฟ้าแดง และเดินเข้าไปภายในต่อ 

- วนไปด้านบน จะพบเดกส์ ซึ่งเขากำลังขู่รีรีน่าให้ถอยไป เมื่อมัลต้าเข้าไปห้ามเขาก็ดึงดาบ(เรอะนั่น)มาฟาดใส่ เอมิลมารับไว้ แต่เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในร่างโหดทำให้รับมือไม่ได้ ต้องขอให้เขาอีกคนช่วย เอมิลร่างเกรียนจะเปิดประตูเดินทางข้ามมิติ ซึ่งมันจะดูดเดกส์และรีรีน่าหายไปทั้งคู่ 

- มัลต้าจะโกรธเพราะเอมิลไม่สนใจคนอื่น เขาขอแค่ปกป้องเธอก็พอ จึงโดนหลังแหวนไปหนึ่งดอก แต่ก็ยังไม่สำนึก เทเนบลาเอบอกว่านั่นเป็นความสามารถของราทาทอสก์ ใช้ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆที่มีคอร์อยู่ ซึ่งในตอนนี้ก็เหลือแค่วิหารสายฟ้าและวิหารดิน รีรีน่าจึงน่าจะอยู๋ ณ ​ที่ใดที่หนึ่ง 

- ไปข้างบนต่อ จะพบรอยด์ซึ่งได้คอร์ไปแล้ว เอมิลจะท้าดวลอีก แต่เมื่อยกดาบขึ้นก็โดนฟ้าผ่าจังๆ รอยด์จึงถือโอกาสหนีไป จากนั้นบอสก็จะปรากฏออกมา (อย่างเท่ห์) 

- จากนั้นเดินออกมา (สามารถขึ้นลิฟท์เพื่อลดเวลาได้) แล้วออกมาข้างนอก เกรียนเอมิลจะเห็นภาพริคเตอร์กำลังจะฆ่าตัวเอง แม้แต่เอมิล(คนปกติ)ก็ยังเคยเห้น ทำให้สงสัยว่าถ้านั่นเกี่ยวข้องกัน และเรื่องที่โดนริคเตอร์ฆ่าเป็นความทรงจำที่หายไป เอมิลก็คืออัสเทล? 

-ขณะเดินทางกลับไซแบ็ก มัลต้ากับเอมิลจะมีโอกาสได้คุยกัน ซึ่งมัลต้าจะโกรธกับสิ่งทีเอมิลทำลงไปมาก และบอกว่าเขาไม่ใช่เอมิลที่เธอรัก ทำให้ความสัมพันธ์ยังอึมครึมต่อไป (พูดกันยาว จำไม่ได้แล้ว..) 

 

- ที่ไซแบ็ก ไปหาชไนเดอร์และส่งวิจัยที่เก็บมาได้คืนซะได้รู้ว่าราทาทอสก์เป็นภูติอสูร ที่เคยมีตัวตนอยู่ในต้นไม้ยักษ์คาราน (ตายไปแล้วเมื่อ1002 ปีก่อน : P) และเป็นผู้ดูแลการใช้มาน่าของอสูรทั้งหลายแต่ริคเตอร์เรียกมันว่า "ราชาอสูร" ซึ่งเทเนบลาเอก็บอกว่าไม่ใช่แบบนั้น ชไนเดอร์ยังได้บอกว่า ที่ศูนย์วิจัยภูติมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับราทาทาสค์ด้วย 

- กลับไปเมลโตกิโอ ศูนย์วิจัยจะอยู่ถัดจากโรงแรม แม้แต่คนที่นี่ก็ยังคิดว่าเอมิลคืออัสเทล 

- รายงานใหม่บอกว่า ราทาทอสก์มีตัวตนอยู่เพื่อปกปักษ์รักษา "กินนุนก้า คัป" ประตูสู่โลกปีศาจ และเพราะแบบนี้ริคเตอร์จึงเรียกราทาทอสก์ว่าราชาอสูร แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่ยังไม่อาจเข้าใจได้ 

- พอออกมา จะมีคนทักมัลต้าว่าที่หัวของเธอคือราทาทอสก์คอร์หรือ ซึ่งเขาเป็นห่วงเธอ เพราะในเมื่อเซนจูเรี่ยนคอร์มีผลลบต่อมนุษย์คล้ายๆกับผลที่เอกซ์เฟียร์มี (ไปหาจากภาคแรกซะ) ดังนั้นหากราทาทอสก์คอร์เป็นเช่นเดียวกันก็อาจจะเกิดผลร้ายกับร่างกายของเธอ ด้วย 

- ระหว่างไปวิหารดิน มัลต้าจะเดินลอยๆจนเอมิล (R. โหมด) ทักเพราะเป็นห่วง แต่เธอไม่พูดด้วย เขาจึงแสร้งว่าเป็นเอมิลคนเดิมและพูดให้เธอหายเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่อง R.core ที่ได้ยินมาเมื่อครู่ แต่แค่คำพูดเดียว มัลต้าก็รู้ว่านี่คือเอมิลอีกคนหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้เธอรู้ว่าเอมิล R. Mode ก็ยังมีความใจดีเหมือนที่เอมิลปกติมี 

(จากไดอารี่ มัลต้าไม่แน่ใจว่าเธออยากจะพบเอมิลคนไหนกันแน่ แต่คิดว่าซักวันคงจะเข้าใจได้เอง) 

 

- ณ วิหารดิน ... ไม่มีปริศนาอะไรยาก แค่ไปให้จนสุดทาง เก็บ S.ring โหมดดิน แล้วเเอามาเล็งใส่สะพานใหญ่ที่ร้าวอยู่เพื่อลงไปข้างล่าง จะพบกับรีรีน่า เธอบอกว่าริคเตอร์เป็นคนฆ่าอัสเทล และหลังจากนั้นเขาก็ทำลายงานวิจัยที่อัสเทลทำไว้ เธอยังบอกอีกว่าอัสเทลนั้นมีปานอยู่ ณ ​ที่แห่งหนึ่งบนร่างกาย ซึ่งตรงกับที่เอมิลมีเช่นกัน ทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าเขาคืออัสเทลจริง ฝันที่เห็นตัวเองถูกริกเตอร์ฆ่าก็เป็นความทรงจำที่หายไป แต่ถึงอย่างนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับพัลมาคอสต้าคืออะไรกัน? กระนั้นมัลต้าก็ยังบอกว่าจะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ ถึงเอมิลจะเป็นอัสเทลจริงๆ เขาก็ยังเป็นเขาเหมือนเคยไม่เปลี่ยนแปลง 

- รีรีน่ายังบอกว่าเดกส์ก็มาโผล่ที่นี่เหมือนกัน แต่เขาไปยังคนละทิศกับทางออก เลยคิดว่าคงจะมีทางออกอื่นอีก เมื่อเข้าไปถึงข้างใน ก็พบว่าโซลุมคอร์ไม่อยู่ ณ​ ที่นั้นแล้ว โปสเตอร์ที่รอยด์มักติดไว้ก็ไม่มี ทำให้คิดว่าเดกส์เอามันไปแล้ว แต่ก็ไม่เห็นมีทางออกอีก 

- จากนั้นให้มาสำรวจที่สัญลักษณ์ที่เห็นอยู่ตรงนั้น จะเป็นมินิเกมยืนอยู่บนพื้นที่กำลังตกลงไปให้นานที่สุด 

* tips ให้ยืนแถวๆสี่บล็อกตรงกลางด้านล่าง เมื่อเห็นบล็อกเริ่มสั่นก็ให้หาอันที่ไม่สั่นยืน จังหวะหลังๆจะเร็วหน่อย (แต่ถ้าตกลงไปจะมีของให้เก็บ) 

- เมื่อเข้ามาจะพบว่ามีการขุดเจาะเป็นอุโมงเข้ามายังที่แห่งนี้ และมีหนอนลากลูกินอยู่ ซึ่งพวกแวนการ์ดใช้สิ่งนี้ในการเคลื่อนย้ายเคลื่อนบ้ายบางอย่างออกมาจากปลาย ทาง เทเนบลาบอกว่าเส้นทางนี้เชื่อมไปถึงหุบเขาแร่แห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้รีกัลตกใจ เพราะที่แห่งนั้นคือเหมืองทอยซ์ของบริษัทของเขานั่นเอง (อดีตเคยเป็นที่ขุดเอกซ์เฟียร์ของภาคหนึ่ง แต่ถูกรีกัลปิดตายไปแล้วในตอนจบ) คาดว่าแวนการ์โต้องการจะเพิ่มความสามารถของพวกตนจึงต้องการเอกซ์เฟียร์ แต่เพราะทางเข้าถูกปิดไปแล้วเลยต้องมาขุดจากที่นี่ไป 

- สู้กับลูกินเพื่อใช้มันพาไปยังเหมืองทอยซ์ (อาจจะวิ่งเร็วหน่อย) ในนี้ไม่มีปริศนาอะไร เพียงหาทางออกไปภายนอกก็จบ (สามารถใช้ S.Ring ระเบิดหินได้) 

 

- ไปยังเมืองอัลตามิร่า จากนั้นให้ไปยังเรซาเรโนคอมพานี (นั่งเรือไป) แล้วขึ้นไปยังห้องประธานบริษํท รีกัลจะสั่งให้คนไปจัดการปิดเส้นทางที่เชื่อมมายังเหมืองทอยซ์ แต่จู่ๆจะมีคนมากบอกว่าพวกแวนการ์ดได้บุกมาที่เมือง โดยใช้ข้ออ้างว่าบริษัทจับตัวลูกสาวของผู้นำองค์กรไป และจะทำลายเมืองหากไม่ยอมคืนเธอ มัลต้าจึงรีบวิ่งออกไป ให้ตามไป จะเห็นว่าโฮกกำลังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ จึงจะหนีไปที่โรงแรมกันก่อน 

- เมื่อเข้าไปยังโรงแรม จะเจอกับอลิซพอดี ซึ่งเธอขู่ให้มัลต้ายอมกลับไปซะโดยดี ไม่อย่างนั้นระเบิดที่พวกเธอฝังไว้ทั่วเมืองจะระเบิดขึ้น และถ้าเห็นว่าพยายามจะพาคนหนีก็จะกดระเบิดเหมือนกัน เธอจะให้มัลต้าคิดแล้วไปที่คาสิโนซะ รีกัลกับชีน่าจะแยกตัวไป เพื่อหาหนทางในการช่วยเหลือชาวเมือง ส่วนมัลต้ากับเอมิลให้ไปรอบนห้องสวีทก่อน (ชั้นเจ็ด) 

- มัลต้าจะบอกว่าเธอมีแค่สองหนทางที่ทำได้ จะทอดทิ้งชาวเมืองไว้ หรือไม่ก็อีกหนทางหนึ่ง แล้วเธอก็สั่งให้เทเนบลาเอขวางเอมิลไว้ก่อนที่เธอจะกลับไปหาแวนการ์ดคนเดียว ทั้งที่หากแวนการ์ดได้ R.core ไปก็เท่ากับว่าการเดินทางที่ผ่านมาไร้ความหมายแท้ๆ แต่เทเนบลาเอกลับพูดกับเอมิลอีกคนราวกับรู้อะไรบางอย่าง 

- เมื่อลงมาข้างล่าง รีกัลและชีน่าจะปรึกษากันอยู่เพราะพวกเขาหาทางออกจากเรื่องนี้ไม่ได้เลย และพวกเขาก็เข้ามาไม่ทันเห็นมัลต้าหนีออกไปด้วย เอมิลจะตามออกไปแต่รีกัลก็ห้ามไว้ เพราะอย่างน้อยมัลต้าก็เป็นถึงลูกสาวของผู้นำแวนการ์ด คงไม่มีใครจะคิดฆ่าง่ายๆ ถ้าบุกไปตอนนี้เมืองคนโดนระเบิด และเพราะมีการวางระเบิดไว้และสามารถควบคุมได้ ดังนั้นสวิตช์จุดระเบิดจึงต้องอยู่ในคาสิโนแน่นอน รีกัลจึงบอกให้ไปรอเขาเตรียมการบางอย่างก่อน 

- กลับขึ้นไปบนห้องสวีท รีกัลจะใช้กุญแจมือชนิดพิเศษใส่กับตัวเอง ซึ่งนี่เป็นแผนที่จะทำให้เข้าไปในคาสิโนได้ เพราะว่าเขาเป็นประธานของบริษัทเรซาเรโน และยังเป็นผู้ว่าอีกด้วย ถ้าทำทีว่าจับตัวเขาไปส่ง พวกทหารแวนการ์ดคงจะยอมให้เข้าไปแน่ นอกจากนั้นกุญแจมือนี้ยังมีความสามารถพิเศษคือทำให้ระบบไฟฟ้าดับทั้งหมด แต่มันยังไม่สมบูรณ์จึงต้องเอาไปใช้ในสถานที่นั้นๆเท่านั้น 

-ไปยังคาสิโน (ใช้เรือลำเดียวกับทีไ่ปบริษํท) เอมิลและชีน่าจะอ้างว่าอยากเข้าร่วมแวนการ์ดจึงจับรีกัลมาเป็นของขวัญ พวกทหารจึงยอมให้เข้าไป แต่คนที่รออยู่คืออลิซ เธอจึงจับทุกคนโยนเข้าห้องขังให้หมด (นึกว่าภาคนี้จะไม่โดนขังแล้วเชียว) 

- ในห้องขังจะพบมัลต้า เธอได้ยินอลิซฝากสวิตช์ระเบิดไว้ที่โฮก แล้วรีกัลจะใช้กุญแจมือนั้นทำให้ระบบไฟฟ้าล่ม จึงมีเวลาที่จะไปล้อมโฮกและขโมยสวิตช์มาได้ แต่เขาก็ไม่ยอมง่ายๆ เพราะถ้าทำพลาดคงโดนอลิซฆ่าแน่ๆ 

- นับจากช่วงนี้ไป ศัตรูที่เป็นมนุษย์ทุกตัวสามารถเข้าโอเวอร์ลิมิทได้ ซึ่งทำให้พวกมันไม่ชะงักต่อการโจมตี ดังนั้นถ้าเห็นใครระเบิดออร่ามาเมื่อไหร่ก็ให้ใช้ฮิโอกิจัดการไปเลย 

- เมื่อสู้จบ บรูทจะปรากฏตัวออกมา เขาว่าหากจะทำให้มัลต้ายอมรับในสิ่งที่เขากำลังทำได้ ก็คงต้องจัดการคนอื่นๆซะก่อน สำหรับรอบนี้จะยากหน่อย แต่แค่ฟันๆให้หมดเวลาก็พอ 

- บรูทซึ่งได้พลังส่วนนึ่งจากโซลุมคอร์ (คอร์ธาตุดิน) ทำให้แข็งแกร่งจนพวกเอมิลสู้ไม่ได้ โฮกอาศัยช่วงนั้นเข้ารั้งตัวเอมิลไว้ขณะบรูทหยิบดาบขึ้นมาแทง แต่เอมิลก็เหวี่ยงตัวโฮกเข้ารับคมดาบจนตายอนาถ (ตัวประกอบจังเลย..) ทุกคนจึงฉวยโอกาสหนีไป 

- ออกมาข้างนอก รีกัลจะอยู่ถ่วงเวลาไว้ให้ก่อน ให้หนีออกมานอกเมือ แต่อลิซจะมาดักไว้ แต่ไม่ทันได้สู้เธอก็ถูกเพรเซียหวดจนสลบไป เธอได้ยินเรื่องอัลตามิร่าถูกโจมตีเลยมาที่นี่พร้อมกับคนจากมิสุโฮะเพื่อ ช่วยเหลือ เมื่อชีน่าอธิบายเรื่องราวให้เพรเซียฟังแล้วเธอก็แยกตัวกลับไปยังอัลตามิร่า เพื่อช่วยรีกัล เพรเซ๊ยจึงจะพาทั้งสองคนไปยังที่ปลอดภัยก่อน 

 

บทที่ 7 

- เดินทางไปยังบ้านของอัลเทสต้า แต่จะเห็นแวนการ์ดต้ังด่านตรวจไว้อยู่ เพรเซียจึงไปลากกล่องไออ้อนเมเดนออกมา (ดีไซน์เดียวกับที่ใส่อาวุธของเดกส์ เพราะเพรเซียเป็นคนทำเอง) เธอบอกให้มัลต้าไปซ่อนข้างใน ถึงจะหวาดๆแต่มัลต้าก็ยอม เมื่อเข้าไปยังด่านตรวจ ทหารจะขอดูของในกล่อง แต่เพรเซียขู่ว่าข้างในมีลงคำสาปเอาไว้ ถ้าใครเปิดดูจะโดนสาปแช่งไป 765 วัน จนทหารแหยงและปล่อยให้่ผ่านไป 

- ที่บ้านอัลเทสต้า เพรเซียจะเล่าเรื่องให้อัลเทสต้าฟัง แต่เสียงเอะอะก็ดังจากข้างนอก ปรากฏว่าแมกน่าซึ่งน่าจะเป็นคนของลัทธิมาเทลนำทหารแวนการ์ดมา ซึ่งจริงๆแล้วเขาเป็นคนของแวนการ์ดด้วย 

- เมื่อสู้ชนะ แมกน่าจะยอมบอกว่าที่บรูทไปยึดอัลตามิร่า ก็เพื่อจะใช้เป็นที่มั่นเพื่อการฟื้นฟูอาณาจักรซิลวาแลนดฺ์ แต่การทำเช่นนั้นแค่อัลตามิร่าคงไม่พอ ดังนั้นในขณะนั้น หลายๆเมืองก็ถูกแวนการ์ดเข้ายึดเรียบร้อยแล้ว ถึงพวกเอมิลอยากไปช่วยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าแวนการ์ดได้ R.core ไป ก็คงจะเอาไปใช้กับปืนแสงปีศาจยิงถล่มเทเซอาร่าแน่นอน ตอนนี้จึงต้องหนีไปยังหมู่บ้านมิสุโฮะก่อน 

- ที่นั่นจะพบรีฟิลและจีเนียสอยู่ จากนั้นเข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งรีฟิลมีแผนที่จะบุกเข้าไปยังอัลตามิร่าเพื่อจัดการกับบรูท ทุกคนจะไปช่วยกันหมด แต่เอมิลจะต้องอยู่ปกป้องมัลต้าที่นี่ เพราะจะเสี่ยงให้ศัตรูได้คอร์ไปไม่ได้ 

- ไปหามัลต้าซึ่งกำลังกังวลอยู่ เธอจะบอกว่าเธอกลัวที่จะมองหน้าพ่อตัวเองที่เปลี่ยนไป แต่เอมิลจะให้กำลังใจให้เธอไปพูดกับเขาอีกครั้ง เพราะมัลต้าเป็นลูกของเขา ถ้าจะมีใครเปลี่ยนใจได้ก็มีแต่เธอเท่านั้น ทำให้มัลต้ารู้ว่าเธอแค่กำลังหนีเท่านั้น หนีจากความกลัวที่ต้องพบกับพ่อ 

- แต่แวนการ์ดก็บุกมายังหมู่บ้านพอดี เอมิล R.Mode จะออกมาปกป้องเธอเอาไว้ จากนั้นมัลต้าจะตัดสินใจที่จะไปพบกับพ่อเพื่อพูดกับเขาอีก ซึ่งก็ไม่มีใครคัดค้านอะไร 

- ไปยังอัลตามิร่าอีกครั้ง จะได้รับแจ้งว่าปฏิบัติการจะเริ่มตอนเที่ยงคืนตรง ดังนั้นช่วงนั้นจึงต้องวางแผนการบุก ข้อมูลบอกว่าบรูทอยู่ในออฟฟิซที่สองของบริษัท และเพรเซียเคยได้ยินจากรีกัลว่าในโรงแรมมีทางที่จะไปยังที่แห่งนั้นได้ แต่หน้าโรงแรมก็มียามเฝ้าอยู่ เทเนบลาเอจึงใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำทำให้พวกเอมิลเข้าไปได้ (ทำยังไงไปฮากันเอาเอง...) 

- จากนั้นก็รอจนถึงเที่ยงคืน และไปที่ลิฟท์จะสามารถลงไปยังชั้นใต้ดินได้ ซึ่งจะเชื่อมเข้ากับออฟฟิซที่สองพอดี 

- เมื่อเข้ามาเพรเซ๊ยและจีเนียสจะรู้สึกแปลกๆซึ่งเป็นผลจากการที่โซลุมคอร์ เริ่มหลุดออกจากการควบคุม ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้จะทำให้คนเกิดคลั่งกันไปทั่ว 

- ณ จุดหนึ่งจะพบอลิซ แต่เธอไม่ได้มาสู้ด้วย แต่ต้องการให้ช่วยเดกส์ เพราะว่าเขาเป็นคนเอาโซลุมคอร์มาทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในอาการคุ้มคลั่ง เอมิลตกลงจะช่วย เพราะอย่างไรเป้าหมายหนึ่งก็คือการควบคุมโซลุมคอร์ที่น่าจะอยู่ที่เดกส์อยู่ แล้ว 

- เมื่อเข้าไปจะเห็นว่าเดกส์คลั่งจริงๆ แต่อลิซก็กดสวิตช์ทำให้มัลต้าตกลงไปข้างล่าง เรื่องที่เธอพูดนั้นจริงทุกอย่าง แต่ว่าโซลุมคอร์นั้นจริงๆแล้วอยุ่ในมือของบรูท จากนั้นเธอก็ออกไปโดยให้เอมิลรับมือกับเดกส์ไป ขณะที่กำลังเสียหลักนั้น ขวดน้ำหอมที่เดกส์เคยให้เอมิลไว้ (เมื่อชาตินู้น)ก็ตกออกมา กลิ่นของมันทำให้เดกส์หายคลั่งไปชั่วขณะ แต่ก่อนจะได้ล้างแค้นกัน เสียงตึงตังโครมครามเหมือนใครทำอะไรซุ่มซ่ามก็ดังจากห้องข้างๆ กำแพงห้องจะเปิดและเห็นเซรอสและโคเลทอยู่ที่นั่น พวกเขารีบลากเอมิลออกมาก่อกำแพงจะปิดและขังเดกส์ไว้ต่อ 

- ทัั้งสองคนรู้เรื่องอัลตามิร่าถูกยึดและยังได้พบกับรอยด์ ถึงจะยังไม่ยอมพูดอะไรแต่เขาก็บอกว่าจะมาช่วยอัลตามิร่า 

- ในออฟฟิซนี้จะมีสี่ชั้น ซึ่งจะค่อยๆมีชั้นใหม่มาเรื่อยๆเมื่อได้คีย์การ์ดระดับสูงขึ้นๆไป โดยทางไปต่อจะอยู่ที่ลิฟท์ทางซ้ายของชั้นที่สี่ (ชั้นที่สามมีขายของและให้อาหารสัตว์เลี้ยงได้ เหมาะกับการหาเลเวลอย่างมาก) 

- เทเนบลาเอจะบอกว่าเขารู้สึกได้ถึงสัมผัสของมัลต้าในชั้นนี้ ให้เข้าห้องแล้วสำรวจดูให้ทั่ว แล้วชีน่าจะลงมาจากเพดาน ซึ่งเธอจะเรียกให้พวกเขาตามไปช่วยมัลต้า 

- ที่ช่องอากาศหนึ่ง จะเห็นมัลต้ากับบรูทโต้เถียงกันอยู่ แต่ยังไงเธอก็เปลี่ยนใจเขาไม่ได้ เพราดูเหมือนคอร์จะกำลังทำให้เขาบ้าคลั่งอยู่ จากนั้นให้เดินลงมาแล้วเข้าไปช่วยมัลต้า ซึ่งตอนนี้หากสามารถควบคุมคอร์ได้ บรูทก็น่าจะฟังที่มัลต้าพูด 

- เดินต่อมาจะพบกับพวกรีฟิลออกมาจากลิฟท์พอดี จากนั้นขึ้นไปหาบรูท มัลต้าจะบอกให้เขาคืนคอร์มา แต่อลิซก็พารีกัลออกมาเป็นตัวประกัน เพื่อให้มัลต้ายอมส่งคอร์ทั้งหมดมา รอยด์ได้เข้ามาช่วยไว้พอดี เปิดโอกาสให้ได้สู้กับบรูท 

- เดกส์ที่กำลังคุ้มคลั่งจากบุกเข้ามาในห้องเมื่อสู้จบ เขาจะพุ่งไปใช้มือเปล่าทะลวงร่างของบรูทและควักคอร์ออกมา เอมิลเข้าไปรวบตัวไว้ทำให้มันหลุดออกจากมือ ส่วนรีฟิลก็รีบรักษาบรูทเพื่อให้มัลต้าได้ปลุกโซลุม 

- ทั้งเดกส์และบรูทจะกลับเป็นคนปกติ แต่เดกส์จะฉวยโอกาสหนีไปกับอลิซ ทำให้รอยด์และคนอื่นๆตามไป บรูทจะเล่าว่าริดเตอร์เป็นคนบอกเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด ทั้ง R.Core,​ ปืนลำแสงภูติ แม้แต่โซลุมคอร์ก็เ)็นริคเตอร์ที่เอามาให้เขา ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้เขาเปลี่ยนไปขนาดนั้น 

- เอมิลและมัลต้าจะลงมาเพื่อตามหมอ (ลงลิฟท์มาเลย) แต่กลับพบริคเตอร์และรอยด์ปะทะกันอยู่ ส่วนคนอื่นๆนั่นสลบไปหมดแล้ว ริคเตอร์ได้บอกว่าแม้แต่ผู้ช่วยโลกไว้ก็ไม่สามารถต้านพลังของโลกปีศาจนี้ได้ เมื่อเขาหันมาเห็นเอมิลก็เข้าต่อสู้ด้วยทันที 

- เอมิล R. mode จะใช้ท่าไม้ตายใส่ ซึ่งริคเตอร์ต้านไว้และบอกว่า "ท่านี้ และจังหวะแบบนี้ แกคือราทาทอสก์สินะ!" ก่อนที่จะสะท้อนพลังกลับมา ช่วงนั้นความทรงจำจึงกลับมาอีกครั้ง 

- เบื้องหน้าของเขาคืออัสเทลและริคเตอร์ อัสเทลต้องการให้ราทาทอสก์ช่วย เพื่อที่จะทำให้สมดุลย์ของมาน่ากลับมาอีกครั้ง แต่ว่าราทาทอสก์ปฎิเสธ และเรียกให้เหล่าเซนจูเรี่ยนตื่นขึ้น เพื่อที่จะเปิดประตูสู่โลกมารและทำลายมนุษย์ เพราะครั้งอดีตที่ไม้ยักษ์คารานตายลงนั้นก็เพราะฝีมือมนุษย์ ถ้าครั้งนี้มนุษย์จะถูกทำลายบ้างก็ไม่แตกต่าง อัสเทลพยายามจะห้ามแต่ก็ถูกราทาทอสก์สังหาร ด้วยความโกรธ ริคเตอร์จึงพุ่งเข้าจู่โจม ทั้งหมดนั้นทำให้เอมิลเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ที่แท้เขาก็เป็นคนสังหารอัสเทลเอง และเขาก็คือราทาทอสก์ 

- ริคเตอร์จะใช้ช่วงที่เอมิลยังไม่ฟื้นจู่โจมเข้ามาเพื่อจะสังหารศํตรูของ เพื่อน แต่รอยด์ก็มารับดาบเอาไว้และบอกว่าเอมิลคือเพื่อน เขาจึงต้องปกป้อง รอยด์รุกไล่ริคเตอร์ได้เพราะว่าพลังของโลกปีศาจหมดแล้ว (คงเพราะใช้ไปหมดตอนสะท้อนท่าของเอมิล) แต่อลิซก็มาช่วยพาเขาหนีไปได้ซะก่อน 

 

บทที่ 8 

- เอมิลจะฟื้นขึ้นมาที่ห้องพักในอัลตามิร่า แต่เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองคือราทาทอสก์ เพราะความทรงจำตอนที่แม่ตาย และเหตุการณ์ที่พัลมาคอสต้าด้วย นอกจากนั้นถ้าเขาคือราทาทอสก์ แล้วคอร์ที่มัลต้ามีคืออะไรกัน เทเนบลาเอบอกว่านั่นเป็นแค่ของจำลองที่เอาไว้ให้ศัตรูสนใจแต่มัลต้าเท่านั้น จะได้ไม่สงสัยในตัวเอมิล ทำให้เขารู้สึกแย่เพราะเหมือนกับเป็นการหลอกใช้เธอ จากนั้นมัลต้าจะเข้ามา และบอกว่าไม่ว่าเอมิลจะเป็นใคร เขาก็คือเขาคนที่ปกป้องเธอไม่เปลี่ยนแปลง 

- จากนั้นลงไปหาบรูทที่ห้องพักชั้นห้า เขาจะบอกว่าอย่าเชื่อใจริคเตอร์ แต่ครั้งที่เขาพบริคเตอร์นั้นเหมือนว่าคำพูดของเขามีพลังที่แปลกประหลาด และถ้าไม่มีเขา แวนการ์ดก็คงเติบโตมาถึงขนาดนี้ไม่ได้ เขาขอให้เอมิลช่วยหยุดริคเตอร์ด้วย 

-เมื่อออกมา เพรเซ๊ยจะบอกว่ารู้ที่อยู่ของริคเตอร์แล้ว ตอนนี้ทุกคนรออยู่ที่ดาดฟ้าของเรซาเรโนคอมพานี ให้ไปที่นั่น จะพบว่าทุกคนรวมถึงรอยด์รออยู่จะรู้ว่าริคเตอร์ไปที่ประตูสู่่ต่างโลกซึ่งเท เนบลาเอบอกว่าที่แห่งนั้นมี "กินนูก้าคัป" อยู่ ประตูที่เชื่อมโลกกับ "นีเบิลเอล์ม" โลกแห่งอสูรเอาไว้โดยมีราทาทอสก์เป็นผู้ดูแล รวมทั้งเป็นที่ๆอัสเทลถูกฆ่าด้วย รอยด์คิดว่าริคเตอร์จะไปเพื่อทำสัญญากับอสูรเพื่อขอพลังอีกครั้ง ซึ่งถ้าปกติไม่ได้ทำแบบนั้นก็ไม่น่าจะสู้กับพวกเขาได้แบบครั้งที่แล้ว เทเนบลาเอจะแย้งเพราะว่าพวกอสูรไม่น่าจะยอมร่วมมือด้วย แต่พอคิดดูดีๆแล้ว เขาก็รู้ว่าจุดมุ่งหมายของพวกอสูรก็คือการตายของราทาทอสก์ เพื่อจะทำให้ประตูนั้นเปิดออกและพวกตัวเองจะได้ออกมาสู่โลกนี้ เทเนบลาเอยังบอกว่าร่างของเอมิลนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเอมิลอีกคนหนึ่ง เอมิลคนที่เป็นราทาทอสก์ ซึ่งรีฟิลก็สงสัยแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว 

- รอยด์ได้บอกว่าเขามีเรื่องที่อยากจะรู้จากปากขอเอมิล แต่ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้เพราะมีสัญญาเอาไว้อยู่ ซึ่งหากตกลงเขาต้องการให้เอมิลไปที่ "พฤกษาแห่งโลก" ซึ่งถหากเป็นการพูดต่อหน้า "ผู้ดูแลของพฤกษาโลก" ก็ไม่เป็นการผิดสัญญา เอมิลจะตกลงที่จะไป เพราะเขาอยากรู้ว่าตัวเองคืออะไรกันแน่ มัลต้าเองก็จะไปด้วย ถึงเขาจะเป็นราทาทอสก์ที่คิดจะทำลายมนุษย์ แต่เอมิลที่เธอรู้จักและเดินทางมาด้วยกันไม่ใช่คนแบบนั้น ซึ่งคนอื่นก็คิดเช่นเดียวกัน 

 

- ที่พฤกษาโลก รอยด์จะยืนอยู่เบื้องหน้าต้นไม้ต้นเล็กๆต้นหนึ่ง (สองปีงอกมาแค่นี้?) กับคนอีกคน เขาคือยูอัน (เคยเจอกับเอมิลตั้งกะต้นเกม) เขาจะถามเอมิลว่าิดว่าตัวเองคืออะไร ระหว่าง ราทาทอสก์กับมนุษย์ ซึ่งเอมิลเลือกตอบอย่างหลัง และยูอันก็อยากจะเชื่อแบบนั้น ทำให้เอมิลต้องเชื่อสนิทใจว่าตัวเองคือราทาทอสก์จริงๆ ยูอันและรอยด์ไม่สามารถหยุดราทาทอสก์จากการทำลายมนุษย์ด้วยการสังหารเอมิ ลได้ เพราะว่าตัวตนของราทาทอสก์จำเป็นต่อการรักษาประตูแห่งนั้น ทางเดียวที่สามารถทำได้คือการปิดผนึกกินนุนก้าคัป ซึ่งการนั้นต้องใช้ R.Core และ เซนจูเรี่ยนคอร์ 

- ที่รอยด์ไม่เคยบอกใครเรื่องนี้นั้นเป็นเพราะว่ากลัวราทาทอสก์จะรู้เข้า เพราะเขามีเครือข่ายกับเหล่าปีศาจมากมาย นอกจากนั้นชื่อของพฤกษาโลกนั่นก็เป็นความลับที่เขาห้ามทุกคนพูดถึงมัน ซึ่งคนที่รู้ก็มีแต่พวกรอยด์เท่านั้น เพราะหากชื่อของต้นไม้นี้ไปถึงหูของราทาทอสก์เมื่อใด เขาก็อาจจะแย่งไปจากมาเทลก็ได้ (เอาเป็นว่าราทาทอสก์เป็นภูติประจำพฤกษาโลกเดิม มาเทลเป็นของต้นใหม่) เพราะสาเหตุหลายๆอย่างนี้ทำให้รอยด์ไม่อาจะพูดอะไรออกไปได้ (คร่าวๆ เพราะคันจิยุบยับ - -;) 

 

- ที่รอยด์เล่าเื่องนี้ให้เอมิลฟังทั้งที่จัวเขาคือราทาทอสก์ เพราะว่ารอยด์เชื่อในตัวเอมิล เชื่อว่าเขาไม่ได้เป็นแค่มนุษย์จำลองที่ถูกสร้างมา แต่เป็นจิตส่วนหนึ่งจากทั้งหมดของราทาทอสก์ หากว่าจิตทั้งสองรวมเป็นหนึ่งแล้วเอมิลคนนี้ยังคงอยู่ก็ไม่จำเ)็นต้องผนึก กินนุก้าคัป และรอยด์จะเป็นผู้ปกป้องเอมิลเอง 

- การจะทำให้จิตทั้งสองรวมเป็นหนึ่งนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากภูติอสูรแห่ง จิตใจ แต่หากรวมกันแล้วเอมิลคนนี้หายไปก็จำเป็นต้องผนึกประตู และก็จะเหมือนกับว่าเอมิลได้ตายไปนั่นเอง 

 

- จากนั้นให้ไปวิหารมาเทล (ใกล้ๆอิเซเรีย) เคลียร์อริศนาด้านขวาเพื่อปลดม่านพลังที่ประตู จากนั้นมัลต้าจะบอกเอมิลว่าเขาอาจจะโกรธ แต่ถ้าเป็นแบบนี้แล้วราทาทอสก์ต้องหายไปเธอก็คิดว่ามันแปลก เอมิลเป็นคนสำคัญของเธอ แต่ราทาทอสก์ก็เคยช่วยเธอมาตลอดด้วย 

- เมื่อพบเวเรียส อสูรแห่งจิตใจ เขาจะบอกว่าหัวใจของเอมิลยังสับสนอยู่ เขาจะรอจนกว่าเอมิลจะตัดสินใจได้ เมื่อนั้นเขาจึงจะช่วยเหลือ 

- เมื่อจะเดินออกมา แผ่นดินก็เกิดสั่นไหว ส่วนเอมิลก็ทรุดตัวลง เทเนบราเอจะบอกว่าประตูแก่งกินนูก้าคัปกำลังเปิดออก อีกทางหนึ่งนั้นริคเตอร์ก็อยู่ที่หน้าประตูนั้นซึ่งมีคอร์ส่วนมากถูกใส่ลงไป แล้ว จริงๆแล้วประตูไม่น่าจะถูกเปิดได้ถ้าราทาทอสก์ยังคงอยุ่ แต่เทเนบลาเอจะนึกได้ว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนของพวกแวนการืด ราทาทอสก์ (เรียกกันง่ายๆ เป็นที่เข้าใจว่าคือร่างเกรียน)ก็ฝนใช้พลังเพื่อกันไม่ให้ปีศาจออกมา เมื่อรอยด์มาถามว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เขาก็ชักอาวุธมาโจมตี และคว้าลูเมนคอร์ที่อรยด์มีอยู่ไป ก่อนจะปลุกมันให้ตื่นขึ้น (ราวๆว่าเพื่อให้ตัวเองมีพลังในการฝืนคอร์อันอื่นๆ?) 

- ตัดไปที่หนึ่งปีครึ่งก่อนหน้า มัลต้าที่ขอให้ราทาทอสก์ช่วยก่อนจะสลบไป ตราส่วนหนึ่งของคอร์ประทับบนศีรษะ (เพื่อใช้เป็นตัวหลอกว่าคอร์อยู่ตรงนี้) ขณะคอร์ตัวจริงยังลอยอยู่ พวกแวนการ์ดจะบอกว่าเป็นไปตามแผน แต่พวกเขาก็ยังต้องฆ่ามัลต้าอยู่ดี รอยด์มาเห็นเข้าและขับไล่พวกนั้นหายไปหมด 

- หลังจากนั้นซักพัก แสงก็ก่อตัวเป็นร่างของอัสเทล แต่ยังคงไร้ซึ่งความทรงจำ (คาดว่าไปได้ความทรงจำตอนทืี่เดินไปเจอพ่อแม่เอมิลกำลังจะตายน่ะล่ะ เลยเอาความทรงจำนั้นมาใส่ตัว) และนี่คือการพบกันของทั้งสองคน 

- เมื่อเอมิลฟื้นขึ้นมา เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าตัวเขาก็คือราทาทอสก์ และยังขโทษรอยด์ที่ขโมยเอาคอร์มาซะเอง แต่รอยด์ก็ไม่ว่าอะไร เพราะเอมิลยังเป็นคนเดิมได้อยู่ 

 

-ออกมาข้างนอก จะพบวาไดก์ถุกมอนสเตอร์โจมตีอยู่ เพื่อช่วยเสร็จแล้วเขาจะบอกว่าหลังแผ่นดินไหว พวปีศาจเหล่านี้ก็ออกมา ซึ่งนี่เกิดจากการที่กินนุนก้าคับได้เปิดออก ทั้งนี้เพราะเซนจูเรี่ยนที่ราทาทอสค์มีอยู่ในตอนนี้นั้นมีแค่หนึ่งเดียว พลังที่ปกป้องประตูจึงอ่อนแรงลง เพราะอย่างน้ันราทาทอสก์จึงต้องแย่งลูเมนคอร์ไปจากรอยด์ ซึ่งที่เหลือก็คือเอาคอร์เหล่านั่นคืนมาและปิดกินนุนก้าคับซะ เท่านี้ก็จะไม่ต้องปนึกประตู แต่เขาก็ยังรั้นว่าถ้าใครมีปัญหาอะไรเขาก้จัดการซะ แต่เอมิลจะหยุดเอาไว้ 

- ในจิตใจนั้น เอมิลกับราทาทอสก์จะเผชิญหน้ากัน ราทาทอสก์จะบอกว่าถ้าเขาไม่เอาพวกเซนจูเรี่ยนกลับมาก็ปิดประตูไม่ได้ แต่เอมิลก็มีหนทางออก เพราะเขาและราทาทอสก์คือคนๆเดียวกัน สิ่งที่ราทาทอสก์ทำได้เขาก็ทำได้ ดังนั้นเอมิลจึงขอให้เวเรียสผนึกจิตใจของราทาทอสก์ซะ 

- เมื่อฟื้นขึ้นมา เอมิลก็ควบคุมร่างได้อย่างสมบูรณ์ เขาขอแรงทุกคนให้ช่วยเพื่อที่จะปิดประตูสู่โลกปีศาจ จากนั้นรอยด์จะมอบคอร์อันสุดท้ายที่เขามีให้กับเอมิล 

-จากนั้นทุกคนจะแยกย้ายกันไปก่อนศึกสุดท้าย เอมิลจะไปที่รุยน์เพื่อบอกลาคนที่นั่น (เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนดูแลประตู) 

มัลต้าที่จะไปอยู่กับบพ่อเลยบอกว่าอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่กับเอมิล จึงนัดเจอกันที่อัลตามิร่าตอนกลางคืน 

 

- ไปที่รุยน์เพื่อบอกลาลุงกับป้าของเอมิล ซึ่งท้ายสุดแล้วเขาก็เหมือนกับได้เป็นครอบครัวจริงๆของบ้านหลังนี้ 

- จากนั้นไปที่รูปปั้นของรอยด์ ซึ่งเทเนบลาเอจะเปิดใจกับเขา (ยาวอ้ะ... แปลไม่ถูกเลยทีเดียวแต่ราวๆว่าพูดถึงสิ่งที่เอมิลคิดจะทำ) จากนั้นกลับมาที่อัลตามิร่า 

(กรุณารอซักครู่ขณะทั้งสองกำลังจี๋จ๋ากัน.... เชิญติดตามเอาเอง ไม่เล่า... ของมันแรง) 

- จากนั้นไปยังประตูสู่ต่างโลก เอมิลจะใช้ S.Ring เปิดทางเข้า 

 

- ในที่นี้ไมไ่มีอะไรมาก แค่ที่ส่วนหนึ่งหลังจากขึ้นแท่นเลื่อนลงมาด้านล่าง จะต้องใช้ S.Ring ยิงสะพานน้ำแข็งที่อยู่รอบๆให้หมดเพื่อไปชั้นต่อไป มีสี่ที่ต่อชั้น ทั้งหมดสองชั้น จากนั้นเมื่อลงมาข้างล่างพวกรอยด์จะถูกข่ายเวทยมนตร์เดริสเอมเบรมวาร์ปหายไป หมด ส่วนเอมิลและมัลต้าไม่เป็นอะไรเพราะพลังของราทาทอสก์ 

- เมื่อเดินมาอีกหน่อย จะพบกับเดกส์และอลิซ ทีแรกมัลต้าจะเกลี้ยกล่อมอลิสเพราะคิดว่าเธอก็โดนผลกระทบของคอร์เลยทำเรื่อง ร้ายๆ แต่จริงๆแล้วเพราะอลิซเกลียดมัลต้า เดกส์เองที่ทำลายพัลมาคอสต้าก็เพราะเพื่ออลิซแล้วเขาพร้อมจะทำทุกอย่างแม้ แต่ขายวิญญาณให้ปีศาจ จากั้นจะต้องสู้กับทังสองคน (แนะนำให้เน้นไปที่อลิซก่อนเพราะเธอฟื้นพลังให้เดกส์ได้) 

- เมื่อทั้งสองคนพ่ายแพ้ อลิซจะเดนิโซเซเหมือนจะพูดกับมัลต้า แต่ก็ฉวยโอกาสโจมตีใส่ทำให้เอมิลต้องมาคอยปัดป้อง และใช้จังหวะวาดดาบสวนกลับไป ทว่าเดกส์ก็เอาตัวมาบังไว้ และได้บอกรักกับเธอก่อนตาย 

- อลิซจะเสียใจมากเพราะว่าเธอก็รักเขาเหมือนกัน เธอจึงเข้าโจมตีเอมิลไม่ยั้ง แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตด้วยฝีมือมัลต้า 

- เดินไปภายในต่อ (สั้นจริงๆ ด่านสุดท้ายภาคนี้) จะพบกับรอยด์ ในขณะที่คนอื่นกลายเป็นหินหมด แต่เขาไม่เป็นอะไรคงเพราะความคุ้มครองจากมาเทล รอยด์จะถามถึงสิ่งที่เอมิลต้องการจะทำจริงๆเพราะรู้สึกว่าเขากำลังคิดอะไร ไว้อยู่ 

- มาอีกหน่อยจะเห็นคนอื่นๆที่เป็นหินรวมกันอยู่ เอมิลจะรักษาให้ จริงๆแล้วถึงเป็นหินแต่ความรู้สึกของพวกเขาก็ยังอยู่ตลอดเวลา 

- เมื่อจะเข้าไปภายในอควอจะออกมาขวาง เธอจะบอกว่าทำไมเธอถึงเป็นฝ่ายเดียวกับริคเตอร์ (พูดยาวและเร็วอีกแล้ว จับใจความไม่ได้" และเรียกไฮดร้าออกมาสู้ด้วย 

-เมื่อชนะแล้วอควอจะบาดเจ็บเพราะโดนผลกระทบจากที่ไฮดร้าตายด้วย เธอจึงกลับเป็นคอร์ แต่อเอมิลกลับส่งคอร์นั้นให้มัลต้าโดยยังไม่ทำสัญญาเพื่อปลุกเธอกลับมา เพราะเขาคิดว่าคงจะน่าสงสารถ้าทำแบบนั้นตอนนี้ 

- ที่ด้านในจะพบริคเตอร์อยู่หน้าประตูสู่โลกอสูร เขาได้ทำสัญญาใหม่กับปีศาจและใช้พลังนั้นเข้าโจมตีทุกคน 

- สู้ให้ชนะ แล้วเอมิลจะเข้าควบคุมคอร์ทั้งหมด และปิดประตูเบื้องหน้าลง แต่ก็มีเสียงอสูรจากอีกฝั่งนั้นพยายามจะทำลายประตู เพราะว่าการที่ประตูเปิดออกทำให้ผนึกที่มีมาแต่โบราณถูกทำลายลง 

 

- ริคเตอร์จะมอบหินผนึกมาร(ขอเรียกแบบนี้ละกัน)เพื่อให้เอมิลเอามาใช้ มันเป็นหินที่จะเปลี่ยนมาน่าของผู้ใช้เป็นพลังขับไล่ปีศาจซึ่งเกลียดกลัวมา น่า ซึ่งจริงๆแล้วนี่คือจุดประสงค์ของเขาในการที่จะสังหารราทาทอสก์ โดยเขาจะใช้หินครูซิสของโคเลททำให้ตัวเองมีชีวิตไปตลอดกาล จากนั้นจะรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลประตู คอยใช้มาน่าของตนขับไล่ปีศาจต่อไป 

- เอมิลจะหัวเราะและหันมาราวกับว่าราทาทอสก์ได้หลุดจากการควบคุม พูดว่าในที่สุดเขาก็จะได้พลังทั้งหมดคืนมาก่อนจะบีบคอมัลต้าเพื่อให้เธอส่ง คอร์ของอควอมาให้เขา ริคเตอร์จะมาช่วยเธอไว้ และรอยด์พยายามบอกให้เอมิลกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ได้เพียงขัดขวางแค่ช่วงหนึ่ง เอมิลบอกให้มัลต้าฆ่าเขา และใช้คอร์ปิดผนึกกินนุนก้าคัปซะ และแล้วศึกระหว่าเขากับมัลต้าและรอยด์จึงเริ่มขึ้น (เล่นเป็นเอมิล) 

 

* สำคัญมาก! 

- ศึกนี้มีผลต่อฉากจบ โดยขึ้นอยู่กับว่าแพ้หรือชนะ 

 

ถ้าชนะ > Bad ending- มัลต้าที่บาดเจ็บจากการต่อสู้จะล้มลงและขอโทษเอมิลที่ช่วยเขาไม่ได้ ทำให้เอมิลตกใจและเข้ามาดู จริงๆแล้วทั้งหมดเป็นการเล่นละครของเขา เพื่อที่จะให้ตัวเองได้กลับเป็นคอร์และนำไปปิดผนึกกินนุนก้าคัปได้ แต่ผลกลับกลายเป็นแบบนี้ เขาจึงฆ่าตัวตายและกลับเป็นคอร์ ก่อนจะฝากให้ทุกคนช่วยเรื่องประตูด้วย แต่จริงๆแล้วมัลต้ายังไม่ตาย สุดท้ายเธอจึงได้เพียงเรียกชื่อเขาด้วยความเสียใจ 

 

ถ้าแพ้ > Good Ending / True Ending 

- ที่จุดนี้จะมีฉากจบสองแแบบ ขึ้นกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าเราเลือกตอบอย่างไร (ว่ากันว่าเกี่ยวกับจำนวนหน้ากากขอรอยด์ที่เก็บมาด้วย?) ซึ่งต่างกันที่ Good End จะมีฉากส่งท้าย 

- เมื่อพ่ายแพ้ เอมิลจะรอการลงมือครั้งสุดท้ายของมัลต้าแต่โดยดี ทำให้เธอรู้ว่านี่ก็คือเอมิล ที่เขาเล่นละครไปเพราะกลัวว่าซักวันหนึ่งราทาทอสก์จะกลับมา แล้วมนุษย์ก็จะถูกทำลาย ตัวเองจึงเลือกหนทางเพื่อให้ผนึกประตูปิดตายไปเลยโดยใช้คอร์ของเขา 

- แต่รอยด์และทุกคนจะบอกว่าพวกเขาเชื่อในตัวเอมิล แล้วเอมิลจะไม่เชื่อในตัวเองหรือ เขาจึงหลับตาลง และเข้าไปพบกับราทาทอสก์ในจิตใจ 

- เอมิลจะบอกว่าเขาเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของราทาทอสก์แล้ว และสู้ครั้งสุดท้ายกับเขา (ผลแพ้ชนะไม่ต่างกันล่ะมั้ง??) 

- ไม่ว่าอย่างไร ราทาทอสก์ก็จะยอมรับในความคิดของเอมิล เมื่อเขาปลุกอควอขึ้นมาราทาทอสก์ก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขาไม่มีความคิดจะทำลายมนุษย์แล้ว 

ปัญหาคือการปกป้องประตูนั่นต้องใช้ผนึก แต่มันก็สลายไปแล้วเพราะริคเตอร์ได้เปิดประตูไป 

(ในส่วนนี้ไม่แน่ใจนัก ลองเชื่อมๆเรื่องดูเอง) 

- ทางเดียวที่ทำได้คือสร้างปนึกใหม่ แต่การทำแบบนั้นจะทำให้โลกไม่มีมาน่าไหลเวียน ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้(นานมาก) โลกนี้ไม่เคยมีมาน่ามาก่อน มันเริ่มปรากฏเมื่อพฤกษายักษ์เกิดบนโลกนี้ แต่หากไม่มีมาน่า พวกภูติอสูรทั้งหลายก็จะอยู่ไม่ได้เพราะพวกมันคงอยู่ด้วยมาน่า ต้นพฤกษาโลกเองในตอนนี้ยังเล็กเกินกว่าจะค้ำจุนโลกได้ 

- ทุกคนกล่าวลาราทาทอสก์ ส่วนมัลต้านั้นก็บอกว่าเอมิลจะอยู่ในใจของเธอตลอดไป และเธอรักเขาที่สุด 

 

Normal Ending (สองอันนี้อาจจะสลับกัน ไม่แน่ใจ) 

- ริคเตอร์นั้นจะไม่ออกไป เพราะตัวเขาจะทำหน้าทีเป็นเหมือน "ภาชนะ" เพื่อให้ราทาทอสก์ได้ใช้เพื่อการดูแลที่แห่งนี้ ซึ่งราทาทอสก์บอกว่าหน้าที่นี้จะคงอยู่เพียงพันปี ซึ่งนั่นเป็นระยะเวลาที่มาน่าของเขาสามารถซัพพอร์ทโลกได้ เมื่อถึงเวลานั้น พฤกษาโลกก็จะเติบใหญ่จนสามารถรับช่วงต่อจากเขาต่อไปได้ 

 

True Ending 

- ริคเตอร์จะถามว่าพอมีทางที่จะแยกร่างของเอมิลออกมาจากคอร์ได้ไหม ถ้าจำเป็นเขาก็จะขอเป็นร่างให้ราทาทอสก์แทน แต่ราทาทอสก์จะบอกว่าจะติดเรื่องที่เขาต้องซัพพอร์ทมาน่าให้กับโลก ซึ่งเทเนบลาเอจะบอกว่าถ้าเป็นคำสั่งของเขา เหล่าเซนจูเรี่ยนและปีศาจก็จะช่วยเอง แต่เขาก็ยังลังเลเพราะตัวเองก็ฆ่ามนุษย์ไปหนึ่งคนและยังทำให้เกิดเรื่องมาก มาย ริคเตอร์พูดว่าเขาอยากให่้เอมิลได้เป็นมนุษย์ เวเรียสเองก็บอกว่าจะช่วยแยกจิตใจในส่วนนั้นออกมาให้ 

- ที่พัลมาคอสต้า มัลต้ามองทะเลอยู่คนเดียว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ามาหยุดที่ด้านหลัง เธอก็พบเอมิลอยู่ตรงนั้น... 

 

FIN 

 

----------มือบอนโดย by Next Farecery @ 1 Jul, 2008, 6:35 am---------- 

 

----------มือบอนโดย by Next Farecery @ 1 Jul, 2008, 8:28 am----------

Editted 1 times, last update by Next Farecery on September 25, 2010 09:14:41

lobster

แปะไว้เผื่อต้องการข้อมูล 

 

http://enigmawiki4.com/ 

http://best.art.coocan.jp/TOS-kor/ 

 

edit เล่นไปแล้วติดครับ บทที่ 4 ตอน sub event ของริคเตอร์ หลังจากสำรวจรูปปั้นในดันของอาสการ์ดแล้วต้องทำอะไรต่อครับ 

 

edit ขอบคุณมากครับ เหมือนๆว่าเคยเจอมอนสเตอร์ lv โดดๆที่ค่ายกักคนที่อิเซเรียเหมือนกัน ฟันอยู่ซะนานมันสวนมาที 800 รีบหนีก่อนเลย~~~ 

 

----------มือบอนโดย lobster @ 13 Jul, 2008, 6:14 am----------

coolman

ผมเล่นถึงช่วงพอดีกับคุณlobsterเลยน่ะเนี่ย และโชคดีที่ผมมั่วๆผ่านได้พอดีวิธีผ่านก็คือ 

 

หลังจากหมุนรูปปั้นเสร็จให้ไปดูการสั่นของกระดิ่งตรงทางเข้า แล้วไปสั่นกระดิ่งข้างใน ทางตอนแรกที่ปิดก็จะเปิดเข้าไปข้างในก็จะเป็นสุสานบาราคัฟ O_o ก็ตะลุยไปเรื่อยๆแบบตอนซิมโฟเนียภาคแรกจนกระทั่งมาถึงตอนหมุนกังหันก็เหมือน กับซิมโฟเนียภาคแรก พอหมุนเสร็จจะมีทางเข้าสองทางก็คือประตูกับกังหัน ให้เข้าทางประตูเพื่อเอาไอเท็มก่อน (ในประตูจะมีฟีนิกสุดโหดอยู่ ถ้าเลเวลยังไม่สูงพออย่าไปสู้เพราะทางนี้เลเวล30กว่าไปสู้ตายเรียบร้อย (´Д`。)グスン ) จากนั้นก็ไปทางกังหันแล้วแก้ปิศนานิดหน่อยแล้วไปหยิบไอเท็มเป็นอันจบ

Next Farecery

ฟีนิกส์ หึๆ.. 

ทางนี้เล่นมาเนียรอบสอง อาวุธเกือบดีสุด(เท่าที่ตีได้) เลเวล 70 ยังตายเลย -_-;; 

เพราะหมีมาสองตัวด้วย จะเล่นคงต้องขนมอนสายบู๊มามากกว่า 

 

ตอนนี้เลี้ยงไปจนได้ร่างสุดท้ายมาหลายตัวแล้ว อยากจะบอกว่า... โจมตีแรงบรรลัยคือราเมีย... 

แค่เลเวล 40 พลังโจมตีก็ไต่ไปเกิน 2000 แล้ว เพราะในตัวมีสกิลเพิ่มพลังโจมตีlv2-3 แปะรวมกันแล้วตบที ศัตรูอ๊วกเลย...​เสียแต่ว่าเดินช้าหน่อย... 

 

หน้าตายังไง? 

 

ก็ราเมียสวมแว่นใส่ชุดเหมดถือไม้ถูพื้นน่ะ... 

 

ขณะเดียวกัน ถึกสุดตอนนี้ไม่พ้นร่างสุดยอดของออร์ก เลเวลไม่ถึง 40 (หรือ 30 หว่า) พลังก็ 9999 เรียบร้อย... 

 

วันนึงอย่ามากก็คงเลี้ยงเต็มได้ซัก 7-8 ตัวล่ะมั้ง อยู่ที่ว่าจะเอาไปอัพคล่ากันตอนไหน 

lobster

ตอนเจอริคเตอร์บทที่ 5 โดนไฮโอกิโดนไป 7 รอบ !!! (โหมด hard) 

 

ปล.ภาคนี้โดนคัทอินแล้วไม่มีตาย ดีจริงๆ

kintae

ขอถามอะไรหน่อยครับในโบราณสถานที่เกี่ยวกับลมอ่ะครับ เราพยายามหลายรอบแล้วแต่ผ่านโกเล็มไม่ได้อ่ะครับมันเปนจุดวาร์ปสีแดงๆตลอดเลยอ่ะครับ

Detal

ผมใช้คอมเ่นอ่า ชิวๆ โปร EmuCR-Dolphin-r5628-x86 

CPU C2D 2.93 - Ram 2G - 9800GT

Topic #1356 Write a reply for: Tales of Symphonia : Ratatosk no Kishi walkthrough and story