Review: Tales of Graces กับการเปลี่ยนเปลี่ยนมากมาย
- Posts : 786
- G. : 2566737
- my website
December 10th, 2009 08:48PM, Next Farecery said,

Note: เนื่องจากไม่มีรูป จึงขอยืมชาวบ้านมาก่อน
Tales of Graces นิทานบทใหม่โดย Bandai Namco เรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้ ต้องการแสวงหาซึ่งความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายนั้นก็เพื่อ "ปกป้อง"และเป็นธีมหลักของภาคนี้ แทบจะพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า "ลืม" วิธีการเล่นเก่าๆ จากภาคก่อนๆไปได้เลย เพราะระบบทุกอย่างในเกมนั้นถูกปรับปรุงใหม่หมด
ตำนานบทใหม่เริ่ม ต้นขึ้น เมื่อ อัสเบล แลนท์ เด็กชายผู้ร่าเริงในตระกูลขุนนาง กับน้องชาย ฮิวเบิร์ท แอบหลบคนในบ้านไปผจญภัยแบบเด็กๆในเขตป่าใกล้ๆบ้าน และได้พบกับเด็กสาวไร้ความทรงจำคนหนึ่งที่นั่น และเธอคนนี้ก็เป็นคนที่จะทำให้อัสเบลได้รู้ ว่าความฝันและความห้าวหาญแบบเด็กๆของเขานั้น ไม่สามารถปกป้องใครได้เลย และเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องสูญเสียใครไปอีก เขาจึงออกจากบ้าน เพื่อเข้าไปเรียนที่โรงเรียนฝึกอัศวินในเมืองหลวงของประเทศ เพื่อตามหา"ความแข็งแกร่งเพื่อการปกป้อง"
ด้านงานกราฟฟิค ถึงจะลง Wii แต่ทั่วๆไปแล้วถ้าไม่นับว่าภาพแตกๆตรงนั้นตรงนี้ (อาจเพราะดูบน LCD ใหญ่ๆด้วย) ความสวยงามอยากจะเรียกว่าเกือบจะเทียบกับ Tales of Vesperia ได้แล้ว โดยโมเดลของตัวละครค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะส่วนใบหน้าซึ่งค่อนข้างเน้นดวงตาเป็นพิเศษ จะขาดไปก็เพียงด้านความละเอียดของพื้นผิวที่ไม่ได้เนียนแบบ Vesperia ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ได้ใช้ Cell Shade เป็นหลักด้วย
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากก็คือ "ขนาด" ระหว่างตัวละครและสิ่งแวดล้อม โดยภาคนี้ได้ปรับให้สัดส่วนใกล้เคียงกับของจริงมากขึ้น ดังนั้นเวลาเดินในเมืองจึงรู้สึกว่าเมืองกว้างใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะว่าเปล่า เพราะผังเมืองออกแบบมาค่อนข้างดี มีสะพานตรงนู้นข้ามไปข้ามมา บางทีก็เป็นทางลาดลอดต่ำลงไป ตัวเมืองเองก็มีรายละเอียดเยอะมาก บางทีอาจจะมากกว่า Vesperia ซะด้วยซ้ำ (อาจเพราะที่เห็นนั้นเป็นเมืองหลวงก็ได้)

และแผนที่โลกก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด แทนที่จะเป็นสัดส่วนที่ย่อลงมาให้เดินทางง่ายๆ แต่ในภาคนี้จะถกขยายใหญ่จนมีสัดส่วนเท่ากับเวลาเดินในเมือง ดังนั้นระหว่างเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง จึงแทบจะเหมือนเป็นดันเจี้ยนย่อยกลายๆ โดยตัวเกมจะเห็นศัตรูเดินไปเดินมา และเกิดใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งมีไอเทมและผู้คนอยู่ระหว่าง จนไม่รู้สึกเหมือนแผนที่โลกเลยซักนิด
เรื่อง หนึ่งที่น่าดีใจก็คือด้าน "มุมกล้อง" และ "แอคชั่น" ของตัวละคร ซึ่งภาคนี้ใช้ Motion capture กับคนจริงๆ เพื่อให้การเคลื่อนไหวดูสมจริง เหมือนกับที่เคยใช้ใน Tales of Symphonia: Ratatosk no kishi ดังนั้นในช่วงอีเวนท์จึงเห็นตัวละครดิ้นดุกดิกอยู่ตลอด มุมกล้องที่ใช้เองก็เช่นกัน ส่วนมากจะไม่ได้แพนแค่ด้านข้างตัวละคร แต่จะมีการสลับด้านไปมาตลอดตามจังหวะของอารมณ์ เท่าที่เล่นมาจึงยังไม่เห็นฉากไหนที่ขัดๆความรู้สึก (Tales of Vesperia จะมีหลายๆฉากที่ดูแล้วรู้สึกว่า "มันไม่ใช่อ๊ะ" อยู่)

ระบบการ ต่อสู้ในภาคนี้ ได้รับการปรับปรงใหม่อีกเช่นกัน โดยเป็นการเอาระบบ [n]Chain Capacity[/b] จาก Tales of Destiny มารวมกับ 3D โดยแต่ละตัวละครจะมี CC จำนวนหนึ่ง เช่น CC 3-6 หมายถึงในการต่อสู้ CC จะเพิ่ม-ลดตลอดเวลา โดยที่มีลิมิทอยู่ที่ 3-6 แต่สิ่งที่เปลี่ยนนั้นอยู่ที่วิธีการใช้ท่าไม้ตาย ซึ่งปกติจะชินตากับการใช้ O/A โจมตี และ X/B ในการใช้ท่า แต่คราวนี้ไม่ใช่แบบนั้น ทั้ง A และ B จะกลายเป็นการใช้ท่าทั้งสองอัน ในระบบที่ชื่อว่า Style Shift

ปุ่ม A จะเป็นระบบใหม่ในครั้งนี้ ซึ่งวิธีใช้สกิลจะกลายเป็นแผนผังแทน ดังรูป
สกิล A จะแตกออกเป็น 4 แบบ แยกตามจำนวน CC ที่ต้องใช้ โดยในการสู้ เมื่อกด A ครั้งแรก จะกลายเป็นท่า CC1 ด้านซ้ายสุด จากนั้น เมื่อกดปุ่มทิศทางที่ต้องการและ A อีกครั้ง ก็จะกลายเป็นท่า CC2 ของทิศทางที่กด จากนั้นทำอีกครั้งก็จะเป็นท่า CC3 และสุดท้ายเป็น CC4 ซึ่งนึ่่ก็กลายเป็นข้อดีข้อหนึ่ง เพราะแทนที่จะเซทท่าได้ 8 ท่า (รวมชอทคัท) แต่ครั้งนี้แค่ฝั่ง A อย่างเดียวก็มีให้ใช้ถึง 13 ท่า (แต่เปลี่ยนไม่ได้)
ในช่วงวัยเด็ก (ช่วงต้นเกม ราวๆ 4 ชั่วโมง) ทุกคนจะใช้ได้แต่ท่าสาย A แต่เมื่อเข้าวัยรุ่น สาย B ก็จะเปิดให้ใช้งานได้

สาย B นั้นจะเหมือนกับระบบท่าไม้ตายของภาคก่อนๆ คือต้องเลือกเซทสกิลเข้าไปในปุ่มทิศทางต่างๆ ซึ่งเท่าที่เห็นแล้ว สาย A จะเป็นท่าโจมตีปกติ ส่วน B จะเป็นด้านการใช้เวทย์ หรือท่าที่มีผลของธาตุต่างๆ โดยการใช้งานนั้นเราสามารถสลับไปมาระหว่าง A-B ได้ตลอด เช่นอัสเบลอาจจะเข้าไป A CC1+A CC2+A CC3 แล้วกด B เปลี่ยนสไตล์เป็นแบบอิไอ แล้วใช้ท่าจากฝั่งนั้นต่อได้ และจะสลับกลับมาเป็น A ก็ได้ตามสะดวก แต่โดยมาก หากไม่ได้เข้าโหมด Arles Rise แล้ว แค่ 1-2-3 ก็ CC หมดหลอดกันพอดี ยกเว้นในบางจังหวะที่เกิดเอฟเฟคพิเศษ(เช่นคริติคอล) ฟื้น CC ขึ้นมา ก็จะสามารถใช้คอมโบหรูๆได้ (ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการสลับสกิลอยู่บ้าง เช่นจาก B->A จะวิ่งไปที่ A CC เท่าไหร่?)
อีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงในการสู้ ซึ่งปกติจะชินแล้วกับการกด R แล้วฟรีรันวิ่งหนีการโจมตีของศัตรู หรือกดซ้ายขวาเพื่อวิ่งหนีใน Tales of Destiny แต่ครั้งนี้การทำแบบนั้นจะยากยิ่งขึ้น ฟรีรันนั้นเป็นสกิลที่จะติดมากับฉายาแรก โดยเมื่อเราโยกไปทางซ้ายหรือขวาก็จะสามารถฟรีรันได้ แต่ต้องแลกกับการที่ CC นั้นจะลดฮวบฮาบ แทบจะสองก้าวต่อ 1 CC เลย การฝันว่าจะฟรีรันพริ้วหลบการโจมตีนั้นก็เลิกพูด ใช้ Side Step ฉากหลบเอาง่ายกว่า
และเนื่องจากมุมกล้องในฉากสู้ จะเป็นการจากมองด้านหลังของตัวละตรที่ควบคุมอยู่ ดังนั้นการเข้าโจมตีจึงต้องใช้การโยกขึ้นเพื่อแดช และการโยกลงเพื่อถอยหลัง ในการเล่นช่วงแรกๆจึงจะมึนบ้าง เพราะว่าจะชินการการฟรีรัน กดซ้ายขวาแล้ววิ่งเข้าหาเลย ดังนั้นเมื่อการเคลื่อนไหวทำได้ยากขึ้น ระบบใหม่จึงถูกเพิ่มเข้ามาอีก นั้นคือการ Side Step
Side Step จะเป็นการหมุนตัวเหวี่ยงไปอีกด้านอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนด้านในการโจมตีศัตรู โดยการกด Z ค้าง แล้วโยกซ้ายขวา ซึ่งหากจังหวะถูกต้องก็จะสามารถเข้าตีจุดบอดของศัตรูได้ และยังได้ CC ฟื้นขึ้นมาอีกด้วย แต่จังหวะที่จะได้แบบนั้นค่อนข้างสั้นมาก ถ้าช้านิดเดียวก็จะโดนหวดเอาได้ นอกจากนั้นสิ่งสำคัญอีกอย่างคือการแดชเข้าหา (Z+ขึ้น) และ Back Step (Z+ลง) เพื่อให้สามารถพุ่งเข้าโจมตี และถอยหนีออกมาจากการโดนรุมสกรัม
อีกระบบที่เพิ่ม(หรือเรียกว่าเปลี่ยนดี) คือเกจ Arles Rise และ Arles Break ซึ่งมันคือหลอด Overlimit ของฝั่งเรา และฝั่งศัตรูตามลำดับ ยิ่งฝั่งเราเคลื่อนไหวได้ดีในการต่อสู้เท่าไหร่ Arles Rise ก็จะเพิ่ม กลับกันถ้าศัตรูโจมตีได้บ่อย Arles Break ก็จะเพิ่ม เมื่อเกจใดเกจหนึ่งเต็ม ฝั่งนั้นก็จะเข้าสภาพ Overlimit โดยที่ทีมเราจะมี CC ไม่จำกัดให้ถลุงใช้ท่าไม้ตายได้ และรวมไปถึง Blast Calibur ของแตกละคน กลับกัน ถ้า Arles Break แตก ก็ใส่เกียร์หนีกันได้ เพราะศัตรูจะไม่ชะงักเมื่อโดนโจมตี และโดยทั่วไป บอสต่างๆก็คงจะใช้ท่าใหญ่ของตัวเองในโหมดนี้
อีกระบบหนึ่ง ซึ่งเหมือนเป็น Secret Mission ของ Tales of Vesperia แต่คราวนี้มันไม่ Secret แล้ว เพราะในการต่อสู้บางครั้ง (แม้แต่กับลูกกระจ๊อกตามทาง) ก็จะมีแสดงเงื่อนไขพิเศษให้ทำตาม เช่น No damage, สู้กับในเวลา 10 วินาที, ฆ่าศัตรูด้วยเชนมากกว่า 4 และอื่นๆ ซึ่งหากทำตามเงื่อนไขนั้นได้ โบนัสที่ได้ตอนสู้จบก็จะมากขึ้น นอกจากนั้นยังนำ Technical Smash ต่างๆ (คล้ายเงื่อนไขด้านบน) มาคำนวนเป็นโบนัสที่จะได้ด้วย

ส่วนระบบฉายาและสกิลนั้น แต่เดิม ระบบทั้งสองจะแยกออกจากกัน โดยฉายาเองอาจจะมีผลเล็กๆน้อยๆ เช่นเพิ่มต่าพลัง หรือไม่มีอะไรเลยนอกจากเปลี่ยนชุดตัวละครได้ แต่ Tales of Graces ก็รื้อระบบใหม่ โดยนำทั่งระบบฉายาและสกิลมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ฉายานั้นจะมีสกิลต่างๆติดเอาไว้อยู่สูงสุด 5 สกิล มีตั้งแต่เพิ่มค่าพลัง, เอฟเฟคพิเศษในการต่อสู้ รวมถึงท่าไม้ตายสาย A-B ต่างๆ ซึ่งการจะเอาสกิลมาใช้นั้นต้องสะสม SP จากฉากสู้ซะก่อน เมื่อครบถึงที่กำหนด ฉายาที่ติดไว้ก็จะเลเวลอัพ และได้สกิล/ท่าของเลเวลนั้นมา หลายๆฉายาจะมีสกิลที่เราเคยเรียนจากฉายาอื่นแล้ว ซึ่งหากได้เพิ่มมาอีกก็จะเป็นการเพิ่มเอฟเฟคของท่านั้นๆ เช่นโจมตีแรงขึ้น หรือใช้เวลาร่ายเวทย์น้อยลง ฉายาที่มี 5 สกิลนั้นต้องเลเวลอีพ 6 ครั้ง จึงจะได้มาสเตอร์ (ยังไม่ทราบผล..)
เวลาในการโหลดนั้นก็ทำได้รวดเร็ว แต่ก็อย่างที่ในรีวิวของฟามิตซือว่าไว้ "หลังสู้จบจะมีโหลดเล็กน้อย" ซึ่งช่วงเวลาที่ว่าก็ราวๆ 1-2 วินาที ซึ่งก็ไม่โหดร้ายนัก เมื่อเทียบกับการตัดเข้าฉากสู้ที่ไม่เห็นเวลาโหลดเลยซักนิด
ด้านดนตรีประกอบนั้นก็ยังเป็นมาตรฐานของทีมเดสตินี่อยู่ จะเห็นได้ชัดจากเพลงในเมืองหลวงและแผนที่โลก ที่พอได้ยินแล้วคิดตามซํกพัก ก็เห็นภาค TOR-TOD ลอยมาเลย แต่หลายๆเพลงก็ฟังติดหูอยู่
อีกระบบที่ถูกนำมาพัฒนา ก็คือ ดูอัลไรส์ ซึ่งเป็นการนำไอเทมสองชิ้นมาผสมกันเป็นของใหม่ ซึ่งตรงนี้จะต่างกับระบบผสมของ Tales of Vesperia ซึ่งต้องไปเลือกของที่ต้องการจากลิสท์ ใน Tales of Graces จะเป็นการเลือกไอเทมหลักมาหนึ่งชิ้น จากนั้นของที่สามารถผสมกับมันได้ก็จะขึ้นมาโดยอัติโนมัติ โดยของมราได้ก็มีตั้งแต่ของฟื้นพลัง, การเอาหินไปตีบวกให้อาวุธหรือชุดเกราะ (ตกเกลื่อนมาก) หรือการเอาขยะสองอันไปรวมเป็นของราคาสูง ซึ่งช่วยการเงินในช่วงต้นเกมได้มาก
จุดเล็กๆน้อยๆอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ถ้าใช้ตัวละครนำต่างคนกัน เมื่อไปสำรวจวัตถุต่างๆ คำพูดที่จะขึ้นมาก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละคน ไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว
ส่วนด้านเนื้อเรื่องนั้นยังพูดอะไรมากนักไม่ได้ เพราะพึ่งเล่นผ่านช่วงเด็กไปแค่ํซักพักหนึ่ง แต่ทั่วๆไปแล้วก็เขียนออกมาได้น่าสนใจ พอจะดึงให้คนคิดตามไปได้ว่า "ทำไมถึงเป็นแบบนั้น" ส่วนหนึ่งต้องยกให้มุมกล้องที่ช่วยบิวท์อารมณ์ได้เยอะ
ด้านระบบสกิทก็ถูกอัพเกรดขึ้น กลายเป็นระบบกรูวี่แชท ซึ่งจะมีการแทรกคัทอินเข้าเป็นระยะๆระหว่างการสนทนา เพื่อเพื่อความฮาแตก ดังรูป..

โดยสรุป Tales of Graces ก็เป็นเกมที่ทำออกมาได้ดีไม่เสียชื่อบรรพบุรุษ การพลิกจากระบบที่คุ้นเคยกันมาเป็นแบบใหม่ก็ทำให้ได้ความรู้สึกใหม่ๆในการเล่น ต้องยกเครดิทให้ทีมเดสตินี่ ซึ่งชอบเอาอะไรแปลกๆยัดเข้ามาให้เล่นกันอยู่เรื่อย ซึ่งถ้าเทียบกับทีมซิมโฟเนียแล้ว ทีมนั้นจะเน้นไปด้านระบบพื้นฐานแบบดั้งเดิม เน้นไปทางด้านความสัมพันธ์ของตัวละครที่เหมือนจะสนิทกันมากกว่า? (ความรู้สึกส่วนตัว) ถึงกราฟฟิก Tales of Graces จะไม่ได้ "แหล่มเรย" แต่ก็ถือว่าก้าวกระโดดขึ้นมามากกว่าครั้ง Tales of Symphonia : Ratatosk no kishi อยู่มากโข คุ้มค่าเงินค่าตัว+งบช่วยชาติ(ภาษี...) ที่ต้องจ่ายไป
แฟนๆทั้งหลาย หากท่านมี Wii แล้วก็ไม่ควรพลาด หากไม่มีก็รีบๆมีซะ Wii ราคามันตกแล้ว ~~~
PS. หากใครได้เล่น Tokimeki Memorial 4 ก่อน แล้วรู้สึกหลอนๆกับเสียงของโซฟีก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคนพากษ์โซฟี ก็พากษ์เสียงนางเอกคนหนึ่งของ Toki 4 เช่นกัน.. เล่นไปหลอนไป เสียงเหมือนกันเป๊ะ
บทสรุป Tales of Graces : Part 1 - ชีวิตวัยเยาว์ :
last updated on December 10th, 2009 10:26PM
December 10th, 2009 09:05PM, Nallu said,
ระบบใหม่ๆ เพียบเลยจริงๆ
ระบบต่อสู้นี่ต้องหัดกันหน่อยแฮะ....ยังงงๆ อยู่
ภาคนี้ฟรีรันไม่ฟรีแล้ว ; ;
ยิ่งอ่านยิ่งอยากเล่น....
- Posts : 169
- G. : 15673
- my website
December 10th, 2009 09:33PM, †SeTTaVuD† said,
- Posts : 318
- G. : 19849
- my website
December 10th, 2009 11:03PM, KarokKung said,
อ่านรีวิวแล้วอยากเล่นมาก *-* โหลดเว็บนอกตอนนี้ช้ามากมาย สงสัยกว่าจะได้เล่นคงอีก 2-3 วัน T-T
เห็นด้วยเลยที่ทีมเดสตินี่มักจะหาระบบใหม่ๆเพิ่มมาทุกภาคเสมอ แต่ทีมซิมโฟเนียจะยึดหลักการเล่นแบบเดิมไว้ ยิ่งภาคหลังๆยิ่งชัดเจนแฮะ ขนาด ToG เป็น 3D เต็มตัวแต่ก็มีเอกลักษณ์เหมือน ToD:R มากกว่า จะฟรีรันก็ไม่สะดวกเท่า ToV เท่าที่ดูคลิปมาส่วนใหญ่ก็ใช้ Side Step หลบศัตรูทั้งนั้น รู้สึกภาคนี้จะยากเอาเรื่องซะด้วย เห็นตายกันบ่อยอยู่ (ปกติของทีมเดสตินี่ก็ยากกว่าทีมซิมโฟเนียอยู่แล้วด้วย)
ตอนนี้งดดู stream ละ รอโหลดเสร็จอย่างเดียว *-* ถ้ารู้สปอยมากเกินเดี๋ยวไม่สนุก หุหุ
ปล. พี่เน็กสั่งแผ่นแท้จากไหนเหรอครับ ได้เร็วจริงๆ
last updated on December 10th, 2009 11:04PM
- Posts : 786
- G. : 2566737
- my website
December 10th, 2009 11:24PM, Next Farecery said,
December 11th, 2009 01:18PM, coolman said,
อ่านรีวิวแล้วความอยากเล่นพุ่งขึ้น300%
แต่ท่าทางภาคนี้คงต้องศึกษาระบบกันเยอะยิ่งกว่าTOVอีกแหะ รวมถึงความยากของภาคนี้ด้วยเพราะเท่าที่ดูจากVideo Streamเห็นตายบ่อยกันเหลือเกิน -_-"
ปล. ทางนี้ก็สั่งPA แต่เลือกแบบส่งฟรี ท่าทางต้องรอนาน....
แหล่งรวมคนบ้าร็อคแมนของไทย Email: photonrefillsage@hotmail.com
December 11th, 2009 06:50PM, windfang said,
ยิ่งอ่านยิ่งอยากเล่น
ยิ่งเห็นแขกรับเชิญแล้วยิ่งอยากเล่น
แขกรับเชิญภาคนี้ - เวก(TOR) โคฮัก(ToH) ราเอรา(ToD2)


