Topic #1434: บทสรุป Tales of Graces: part 1 - ชีวิตวัยเยาว์ (อัพเดทระบบของเกม)

Next Farecery

NOTE: บทสรุปตัวนี้ของ Wii นั้นมีจุดมั่วมากมายจนนับไม่ถูก หากเป็นไปได้ก็ขอเชิญที่ บทสรุปเวอร์ชั่น PS3 นะครับ เนื้อเรื่องถูกกว่า บทสรุปสมบูรณ์กว่า 

 

ระบบ และการควบคุมโดยทั่วไป 

 

========================================= 

 

การควบคุมในแผนที่ 

---------------------------------------------------------------------------------- 

1 - เปิดแผนที่โลก (ต้องได้แผนที่ก่อน), เลือกตัวละครนำหน้า (ในจอเมนู) 

2 - Pause, สลับตัวละครเข้าทีม (ในจอเมนู) 

A - คุย สำรวจ สารพัดสารเพ 

B - ยกเลิก 

Z - ดูรายละเอียดเสริมของไอเทม หรือท่าไม้ตาย 

บวก - เข้าเมนู / สลับรายละอียดของตัวละครที่ดูไปที่ตัวอื่นๆ (เช่น status) 

ลบ - สลับรายละอียดของตัวละครที่ดูไปที่ตัวอื่นๆ (เช่น status) 

 

การควบคุมเบื้องต้นในฉากสู้ 

---------------------------------------------------------------------------------- 

อนาล็อก: 

ขึ้น - เดินเข้าหาศัตรู  

ลง - เดินถอย 

ซ้ายขวา - ฟรีรันหนีจากศัตรู ซึ่งต้องเรียนสกิลฟรีรันจากฉายาแรกของแต่ละคนก่อน แต่การใช้ก็จะรับประทาน CC มหาศาล จนไม่ต้องหวังว่าจะโจมตีต่อได้ เอาไว้หนีฉุกเฉินซะมากกว่า 

 

A - ใช้สายปกติ ซึ่งส่วนมากมักเป็นท่าโจมตีต่างๆ โดยจะใช้การไล่ตามแผนผังท่าไม้ตาย 

B - ใช้ Style Shift ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่นอัสเปลสาย A เป็นท่าฟันปกติ แต่เมื่อกด B จะเป็นการใช้ท่าแบบอิไอ ซึ่งเน้นความรุนแรงมากกว่า และมีธาตุต่างๆติดมาด้วย ส่วนคนอื่นๆมักจะเป็นเวทย์แบบต่างๆ ตัวอย่างเช่น 

:: A ครั้งแรก โจมตีปกติ 

:: ขึ้น A (ครั้งที่สอง) -> ท่าไม้ตาย a 

:: ขึ้น A (ครั้งที่สาม) -> ท่าไม้ตาย b 

:: ขึ้น A (ครั้งที่สี่) -> ท่าไม้ตาย c 

และ 

:: A ครั้งแรก โจมตีปกติ 

:: ซ้าย A (ครั้งที่สอง) -> ท่าไม้ตาย d 

:: A (ครั้งที่สาม) -> ท่าไม้ตาย e 

:: B เปลี่ยนสไตล์ไปอีกสายหนึ่ง 

:: ขึ้น B -> ท่าไม้ตายสาย B ที่เซทไว้ 

 

Z - ป้องกัน 

ถ้ากดค้างไว้จนเกิดวงสีย้ำเงิน จะทำให้อัตราเกิดคริติคอลสูงขึ้น 

และถ้ากดต่อไปอีก จนเป็นสีเขียว จะทำให้โดนโจมตีแล้วไม่ชะงัก ซึ่งทั้งหลายเอาไว้ใช้เพิ่มความแรและสะดวกในการ Side Step เพื่อตบศัตรู 

Z+ขึ้น - แดชใส่เป้าหมาย 

Z+ลง - กระโดดถอย 

Z+ซ้ายขวา - สับขาหลอก หมุนตัวไปด้านข้างศัตรูเพื่อหาจุดบอด เป็นแทคติคสำคัญประจำภาคนี้ ซึ่งหากหลบได้แบบธรรมดา CC ก็จะฟื้นขึ้นหนึ่ง แต่ถ้าหลบได้แบบจังหวะเป้ะๆ ก็จะเพิ่มให้ถึงสาม 

C- ดูพลังศัตรู หากกดข้างแล้วกดซ้ายขวาก็จะเปลี่ยนเป้าหมาย และถ้ากด A ก็จะเป็นการดูรายละเอียด 

C สองครั้ง - เล็งเป้าที่ศัตรูที่ใกล้ที่สุด 

 

========================================= 

ระบบฉายา 

แต่ละฉายาจะมีสกิลต่างๆแปะมาด้วย เช่นเพิ่มค่าพลัง, ได้ท่าไม้ตายใหม่,​อัพเกรดให้ท่าที่มีอยู่แล้ว, ป้องกันสภาวะผิดปกติ และอื่นๆ ซึ่งจะได้มาโดยการติดฉายาที่ต้องการแล้วไปเข้าฉากสู้ จะได้ SP มาทำให้ฉายานั้นเลเวลอัพ และได้สกิลของเลเวลนั้นมาติดตัวถาวร ซึ่งแต่ละฉายาจะมีห้าเลเวล + เลเวลสุดท้ายซึ่งคาดว่าคงทำให้ผลของฉายาดีขึ้น? 

 

ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดระบบออโต้ เพื่อให้เกมเปลี่ยนฉายาให้เอาโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเลเวลที่กำหนด หรือจะเลือกเองก็ได้ แต่พอเข้าราวๆช่วงสอง SP ที่ได้จะค่อนข้างมาก ทำให้ได้ากิลกันแทบจะทุกฉากสู้ ถ้าเปิด Auto เอาไว้ที่เลเวล 5 จะง่ายกว่า 

 

แต่ละคนจะมีมากกว่าร้อยฉายา ฉายาใหม่ๆจะโผล่มาเมื่อเงื่อนไขครบ ตัวหลักๆคือมาตามเนื้อเรื่องหรืออีเวนท์ย่อย หลายๆอันจะได้เมื่อไช้ท่าหนึ่งๆครบ 100 ครั้ง (คิดว่ามีทุกท่า) บางอันก็จะเป็นพวกทำคริติคอลถึงที่กำหนด หรือใช้ตัวละครนั้นๆนำหน้าขณะสร้างของประเภทต่างๆ มากมายก่ายกอง ซึ่งส่วนมากแล้วจะขึ้นง่ายถ้าเราไปคุมตัวนั้นๆเอง 

 

====================================== 

ระบบเอเรสพอท (สร้างของอัตโนมัติ) 

เป็นระบบที่ให้เราเลือกของที่ต้องการสร้าง ซึ่งตอนแรกจะได้ 4 อย่าง และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยเมื่อเวลาผ่านไป โดยการสร้างแต่ละครั้งจะใช้ point ที่มีไว้ในตัวพอท ของที่สร้างได้จะะมีตั้งแต่ของใช้ทั่วไป, สมุนไพร, ของหรูหราพวกเอริซิล หรือ ออลดีไวด์, วัตถุดิบสำหรับดูอัลไรส์ และอาหาร ซึ่งจะใช้อัติโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นมีคนพลังน้อยกว่า 30% ในการต่อสู้ 

 

ส่วนประเภทสุดท้ายที่ให้เลือกได้นั้นไม่ใช่ของ แต่เป็นผลพิเศษในของเอเรสพอท ซึ่งเราจะเก็บได้ระหว่างเดินทางไป เช่น 

- เอเรสพอยท์จึงฟื้นเล็กน้อยหากไม่ได้สร้างอะไรในการต่อสู้ 

- เพิ่มความเร็วในการเดินบนแผนที่ แต่เสียพอยท์เรื่อยๆ 

- เมื่อสร้างของ จะได้ออกมาสองชิ้น 

 

ซึ่งการสร้างของนั้น นอกจากอาหารแล้ว จะเกิดขึ้นแบบสุ่ม ตาม % ที่โชว์ไว้ของแต่ละอัน ซึ่งถึงจะเห็นน้อยๆ เช่น 3% แต่ก็เกิดไม่ยากจนเกินไป ปัญหาจะอยู่ที่ว่าหากสร้างมาแล้วพอยท์หมด ก็จะทำให้ไม่สร้างอาหารตอนต่อสู้ จึงต้องจัดการส่วนนี้ให้ดี 

 

========================================= 

 

ระบบดูอัลไรส์ (ผสมของ) 

เป็นการนำของสองชิ้นมาผสมกันเป็นของใหม่ ซึ่งยังเอาไว้ใช้ในการตี+อาวุธด้วยหินต่างๆด้วย โดยจะทำได้ที่ร้านค้าทุกแห่ง ซึ่งสิ่งที่จะรวมออกมาก็มี 

- วัตถุดิบ + วัตถุดิบ = ไอเทมต่างๆ หรือของแพงๆ ส่วนมากเอาไว้ขาย แต่บางอันก็อาจเอาไปรวมต่อได้อีก สังเกตุได้จากไอคอน G 

- หินพิเศษ + อาวุธ = อาวุธพิเศษ จะได้อาวุธใหม่ที่ไม่มีขายตามร้าน ซึ่งคาดว่าอาวุธตามร้านทุกแบบจะสามารถใช้การรวมแบบนี้ได้ แต่ปัญหาจะอยู่ที่ตัวหิน ซึ่งหายากมาก จะเจอตามหีบแค่อันแล้ว ส่วนที่เหลือต้องใช้การสร้างจากข้อแรก หรือใช้เอเรสพอทเอา (กินพอยท์มาก และโอกาสน้อยหน่อย) - หินสกิล + อาวุธ/ชุดเกราะ = อาวุธตีบวกและแปะสกิล ซึ่งจะทำให้ได้ของที่แกร่งขึ้น อาจจะบวกได้ถึง 10 (ยังไม่เคยถึง) และสกิลที่แปะไว้ยังสามารถงอกเงยไปใช้ในระบบต่อไปได้อีก 

- ของกิน+ของกิน = อาการ จะได้ของที่เหมือนกับที่สร้างโดยเอเรสพอท แต่อันนี้จะได้เป็นชิ้นเป็นอันเก็บไว้ในคลัง เพื่อไว้ใช้ตามใจชอบ เป็นตัวเลือกเวลาเดินในดันเจี้ยนแล้วอยางตุนของฟื้นพลังไว้ ซึ่งของในเอเรสพอท ต้องสร้างจากที่นี่ก่อน ถึงจะสร้างในนั้นได้  

- อาวุธ/ชุดเกราะ+อาวุธ/ชุดเกราะ = อ่านข้างล่าง 

 

========================================= 

 

ระบบสกิลกาฝาก แปะไว้แล้วแงะมาใช้ที่หลัง 

เกิดจากการใช้ดูอัลไรส์หินต่างๆใส่ชุดเกราะ ซึ่งจะได้สกิลต่างๆแปะไปด้วย เช่น Str+6, HP+100, ทนไฟ, Max CC+1 ความแรงของสกิลเปลี่ยนไปตามเลเวลของหินที่เอามาบวก ซึ่งจะเขียนไว้หลังชื่อ เช่น "หิน strength (2)" ก็คือหินนั้นมีสกิล +str เลเวล 2 

 

ในตอนแรก ของที่รวมมาจะเป็นชื่อสีน้ำเงิน เมื่อสู้ไปพักหนึ่งก็จะมีข้อความว่า "อาวุธชุดเกราะเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว" (ถ้าให้สังเกตุก็คือ ไม่มีข้อความที่บอกชื่อสกิล (ได้สกิลนั้นๆ) หรือชื่อฉายา (ได้ฉายาใหม่) และจะเห็นว่าของนั้นกลายเป็นสีเหลือง ซึ่งเราสามารถนำไปดูอัลไรส์ได้อีกที โดยเลือกของนั้น กับของอีกชิ้นที่เป็นสีเหลืองเหมือนกัน 

 

ผลที่ได้ จะเป็นหินสกิลแบบเครื่องประดับ ซึ่งมีผลของสกิลจากไอเทมทั้งสองชิ้นมารวมกัน ถ้าเป็นสกิลเดียวกัน เลเวลของสกิลนั้นก็จะเพิ่มขึ้น หรือถ้าต่างกันก็จะรวมกันไปเลย ซึ่งตัวนี้จะใช่้เป็นตัวบูสท์จุดเด่นจุดด้อยของแต่ละคน ถ้าใครตัวบางๆก็แปะ +HP เพิ่มเข้าไปให้ ถ้าใครจะให้ตีแรงๆก็ +Str เข้าไป 

 

นอกจากนี้ ตัวหินสกิลนี้ยังเอามารวมกันเองได้อีก โดยจะนำสกิลของทั้งสองมารวมกัน โดยใช้หลักเดียวกับตอนรวมครั้งแรก (เพิ่มเลเวลสกิล หรือได้เป็นสกิลคู่) ซึ่งถ้าทำดีๆแล้ว จะสร้างหินที่มีสกิลเลเวล 8 สองอันก็ทำได้ โดยของที่ทำมาจะมีชื่อแปลกๆที่เหมือนอ่านไม่รู้แรื่อง แต่จริงๆมันคือการตัดเอาชื่อของหินทั้งสองอันมารวมกัน เช่น หิน Strength + หิน Hit รวมกันกลายเป็น หิน Streit... แปลกประหลาด แต่ก็ช่วยให้แยกแยะได้จากชื่อว่าหินไหนมีสกิลอะไร  

 

แต่มีจุดที่ต้องระวังคือ ถ้ารวมมาแล้วเป็นหินสกิลคู่ หากนำหินนี้ไปรวมอีก โอกาสที่สกิลที่สองจะไม่โผล่ในของใหม่นั้นสูงมาก ดังนั้น ช่วงต้นเกม หินสกิลหลักๆเช่นเพิ่ม HP ควรสร้างออกมาให้เป็นหินสกิลเดี่ยวมากกว่า และนำมารวมอัพเลเวลเพิ่มไปเรื่อยๆ ซึ่งแบบนี้จะได้ของที่แรงๆจริงๆ (HP+600 และ CC+5) 

 

========================================= 

 

Note: สำหรับคนที่ชินกับระบบแล้ว แนะนำให้ปรับเป็น Hard เพราะถึงจะ Hard แต่ศัตรูก็ยังตายง่ายเหมือน Normal ของ Tales of Vesperia.. (แต่ได้ของและโบนัสเยอะกว่า) ช่วงกลางๆอาจจะยากขึ้นบ้าง แต่ถ้ารู้หลักก็ไม่เกินแรงไปนัก 

 

========================================= 

Walkthrough : Part 1 

- เริ่มเกมด้วยทีมของ อัสเบล แลนท์ และ ฮิวเบิร์ท แลนท์ จุดหมายก็คือการเดินเข้าไปยังทุ่งดอกไม้ด้านใน 

- ในการต่อสู้ช่วงแรกๆ จะเป็น tutorial ซึ่งต้องทำตามคำสั่งที่ระบุ ถึงจะผ่านไปได้ 

- จะพบกับเด็กสาวคนหนึ่งนอนอยู่ แต่เธอเหมือนจะเสียความทรงจำ อัสเบลเลยพาเธอกลับหมู่บ้านก่อน 

- ออกมาที่แผนที่โลก เดินมาทางตะวันออกเพื่อกลับเข้าหมู่บ้านแลนท์ จะพบเชเรีย เพื่อนของทั้งสองคน ซึ่งเธอจะโกรธที่พวกเขาไปเล่นกันโดยไม่บอกเธอ 

- เดินไปบ้านของอัสเบลที่ฝั่งตะวันออกของเมือง (ไม่ได้ข้ามสะพานลงไป) ซึ่งจะเจอเฟรเดริค พ่อของเชเรีย และเป็นบ่าวรับใช้ของสกุลแลนท์ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเด็กหญิงที่อัสเบลพามาคือใคร จึงต้องไปถามชาวเมืองดู (ระหว่างนั้นก็สำรวจบ้านทุกบ้านให้ทั่ว เพราะจะมีไอเทมเล็กๆน้อยๆ และพวกสมุดข้อมูลต่างๆ ด้วย) 

- คุยกับชาวเมืองให้ทั่ว จะรู้ว่ามีคณะนักแสดงอยู่ฝั่งตะวันตก พวกเขาอาจจุะรู้อะไรบ้าง ให้เดินข้ามสะพานลงมาทางใต้ แล้วไปทางตะวันตกซึ่งมีต้นแอปเปิ้ลอยู่ ถ้ามี Discovery book แล้ว หากสำรวจต้นแอปเปิ้ลก็จะได้บันทึกมันไว้ในนั้นด้วย (หลักๆคือ เห็นอะไรประหลาดๆเด่นๆก็สำรวจหมด) 

- เดินออกจากเมืองมาทางตะวันตก ตามเส้นทางไปเรื่อยๆ (บางจุดจะมีแสงแวบๆ จะเป็นจุดเก็บของ) จะเจอนักแสดง แต่เธอก็ไม่คุ้นหน้าเด็กสาวคนนั้น หลังจากนั้น พวกอัสเบลจึงเรียกเด็กผู้หญิงคนนั้นว่า "โซฟี" ตามชื่อดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เยอะ ณ​ที่ๆพวกเขาพบเธอ (ดอกไม้ชื่อคุโระโซฟี 

- เดินกลับมาที่เมือง แล้วไปที่บ้านของอัสเบล แม่ของเขาจะมาบอกว่าพ่อ (เป็นเจ้าเมืองแลนท์) ต้องการจะคุยกับอัสเบล และยังบอกอีกว่าเชเรียมีร่างกายที่อ่อนแอ อัสเบลจึงไม่ควรลากเธอไปเที่ยวเล่นที่ไหนอีก และเชเรียก็เหมือนจะอาการป่วยกำเริบอีก จนอัสเบลเถียงอะไรไม่ได้มาก 

 

- เข้าไปในบ้านและเข้าห้องทางซ้าย แอสตัน พ่อของอัสเบลจะบอกว่ามีแขกจากนครหลวงจะมาพักที่นี่ และไม่ต้องการให้อัสเบลทำอะไรให้ยุ่งยากในช่วงนี้ ส่วนเรื่องของโซฟีนั้น แอสตันบอกว่าจะให้คนช่วยสืบให้เอง แต่อัสเบลก็หัวรั้นจึงไม่ยอมรับเรื่องนั้นแล้วเดินหนีมา 

- ออกมาข้างนอก เชเรียจะแอบมาพบและถามเรื่องที่เข้าไปคุย อัสเบลเลยโม้ว่าตัวเองได้รับผิดชอบเรื่องนั้น และจะช่วยโซฟี และถ้าทำไม่ได้ก็จะทำไปเรื่อยๆตลอดชีวิต ตอนนั้น แอสตันก็รีบร้อนพากลุ่มทหารออกไปจากเมือง ได้ความว่าแขกจากเมืองหลวงมาช้าเกินกำหนด จึงต้องรีบออกไปตรวจสอบ 

- เดินออกไปทางประตูด้านใต้ของเมือง จะเห็นว่ารถ...เต่าถูกปีศาจล้อมไว้ อัสเบลจึงห้าวเข้าไปดึงความสนใจเพื่อให้คนในวงล้อมหลบออกมาได้ จา 

- สุดท้ายก็โดนด่าเพราะทำไปโดยไม่ได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้อัสเบลโมหพ่อไปกันใหญ่ เลยปิ๊งไอเดียว่าจะแอบเข้าไปหาแขกจากนครหลวงที่ว่า เพราะได้ยินว่าเป็นเด็กคนหนึ่ง 

- กลับไปที่บ้าน แล้วเดินไปทางขวาของบ้าน จะสามารถสำรวจเพื่อเข้าไปทางหน้าต่างได้ 

- ในนั้น จะพบกับริชาร์ด ซึ่งอัสเบลก็ชวนให้ไปเล่นกัน แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากไปเนื่องด้วยเหตุผลบางประการ จากนั้นครูผึกดาบของริชาร์ดก็จะเข้ามาพอดี และคำพูดของเขาทำให้อัสเบลฉุนจนบอกให้มาประดาบกับตัวเอง (ชื่ออะไรหว่า ลืมไปแล้ว ตัวประกอบมาก..) 

- การต่อสู้นั้นถึงอีกฝ่ายยังไม่เอาจริง แต่อัสเปลก็สามารถทำร้ายเขาได้ และก็ถูกหยุดการการประดาบเอาไว้ ซึ่งอัสเปลก็ขอบคุณอีกฝ่ายที่มาสู้กับเขา เพราะนี่เป็นหนึ่งในธรรมเนียมของอัศวินที่ควรทำ (ราวๆนั้น) 

 

- เมื่อทางสะดวก อัสเบลและริชาร์ดจึงไปที่ืทุ่งดอกไม้ในตอนแรก โดยมีโซฟีไปคอยตามดู แต่ปรากฏว่าครูฝึกที่สู้กันเมื่อครู่กลับเป็นมือสังหารที่จะมาฆ่าริชาร์ด ( Side Step เอาก็สบายแล้ว..) 

- ริชาร์ดที่ตกใจกลัว จนเผลอเข้าใกล้หน้าผาโดยไม่รู้ตัวและพลัดตกลงไป ถึงโซฟีและอัสเบลจะเข้าไปคว้าไว้ก็ดึงขึ้นมาไม่ไหว จนร่วงตกไปตามกัน 

- เมื่อฟื้นขึ้นมา ริชาร์ดจะให้แหวนของเขาเพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยไว้ แต่อัสเบลจะโกรธเพราะที่เขาช่วยนั้นไม่ได้หวังเรื่องรางวัลอะไร 

- เดินย้อนตามทางบนเขาขึ้นมา (ระวังตกผาไปอีก ซึ่งต้องกด A รัวๆเพื่อไม่ให้ตก) เมื่อเดินผ่านรังนกใหญ่ๆก็จะต้องสู้กับหมีสองตัว (Egg Bear?) ถ้าเล่นเป็นโซฟีก็จะง่ายหน่อย เพราะโจมตีแรงกว่าคนอื่น และสามารถถอยมากด B เพื่อฟื้นพลังให้คนอื่นทัน 

- สุดท้ายก็ขึ้นมาจากหน้าผาได้ ทั้งสามคนจึงสลักชื่อไว้ที่ต้นไม้นั้น เพื่อเป็นหลักฐานแห่งมิตรภาพ 

- เดินกลับมาที่เมือง อัสเบลจะโดนตบเพราะพาเจ้าชายของนครหลวงไปเจออันตราย และริชาร์จก็ช่วยออกหน้าให้ แต่ก็ลบความผิดที่แอบไปเล่นในที่ๆห้ามไปไม่ได้ อัสเบลจึงโดนกักตัวในห้อง ริชาร์ดเองก็ต้องกลับนครหลวง เพราะอาการของกษัตริย์นั้นทรุดลง ก่อนจากกัน เขาได้ให้แหวนวงเดิมกับอัสเบล และบอกว่าถ้าแสดงมันกับทหารยาม จะได้พบเขาอีกแน่นอน ส่วนฮิวเบิร์ทนั้นแอสตันเรียกให้เดินทางไปนครหลวงด้วยกัน โดยที่อัสเบลแห้ว เพราะโดนกักตัวนั้นเอง ซึ่งก่อนเดินทาง แม่ของอัสเบลก็ดูโศกเศร้ากับที่ฮิวเบิร์ทจะไปนครหลวงอย่างผิดสังเกต 

 

- ด้วยความช่วยเหลือของโซฟี อัสเบลจึงเผ่นออกมาจากห้อง และแอบตามไปที่นครหลวงกับเธอ 

- ออกไปทางใต้ เดินไปตามทาง จะพบท่าเรือเพื่อไปยังเมืองหลวง และพบกับเชเรียที่มาหาหมอที่นี่พอดี 

- ไปที่หน้าปราสาทและคุยกับทหารยาม เขาจะบอกให้ไปรอที่สวนซึ่งมีหิวศิลาประจำเมืองอยู่ ให้เดินมาทางซ้ายเข้าไปในซอยที่เห็นหินใหญ่ๆชัดเจน 

- ริชาร์ดจะมาพบ และพาพวกเขาออกไปนอกเมือง ให้ออกไปทางประตูทางเหนือ (เดินลอดทางใต้ปราสาทไป) เพื่อเดินขึ้นเนินเขา 

- ริชาร์ดจะโชว์ทิวทัศน์ของอาณาจักรที่เขาชอบ และบอกว่าอยากสร้างประเทศที่ผู้คนไม่ต้องสู้รบกัน และยังบอกด้วยว่าที่กษัตริย์องค์ปัจจุบันประชวรนั้น ก็เพราะถูกยาพิษ และหากเขาต้องขึ้นครองบัลลังก์ต่อ เขาก็คงเป็นเป้าหมายต่อไปด้วย 

- กลับมาที่เมือง และที่หน้าโรงแรม จะพบกับแอสตันและฮิวเบิรท์กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งก็ความแตก อัสเบลจึงต้องไปหาพวกเขาแต่โดยดี แอสตันกลับไม่ได้ดุว่าเรื่องที่หนีออกมาอะไรเป็นพิเศษ แต่ฮิวเบิร์กนั้นดูซึมๆไป 

- ก่อนริชาร์ดจะแยกตัวไป เขาบอกว่าให้มาพบกันตอนดึกที่หน้าโบสถ์ เขาจะพาทุกคนเข้าไปในวังได้ 

- เข้าไปในโรงแรมและนอนพัก จากนั้นจึงไปที่หน้าโบสถ์ (ทางขวาของเขตปราสาท) แต่รอเท่าไหร่ ริชาร์ดก็ไม่มาซักที จนอัสเบลไปเห็นรูเล็กๆที่พอจะลอดเข้าโบสถ์ไปได้ 

 

- เข้าไปภายใน ผ่านประตูด้านซ้าย จะเป็นถ้ำมืด (หากเล่นโหมด Hard อาจจะมีตายและเสียพลังเยอะหน่อย เพราะมีพวกใช้เวทย์ได้) 

- ข้างในสุด โซฟีจะรู้สึกว่าที่นี่อันตราย และฝูงค้างคาวจะเข้ามาโจมตี (เน้นสอยตัวเล็กๆก่อน ส่วนตัวใหญ่ก็ side step หลบท่าเอา) 

- ถึงจะปราบไปแล้วแต่โซฟีก็ยังสัมผัสได้ถึงกลินอายนั้น และบอกให้ทุกคนรีบออกไป แต่อัสเบลก็เฉยๆเพราะพึ่งจัดการปีศาจไป 

 

========== WARNING, SPOILER AHEAD!! ========== 

- ที่ลานด้านในนั้น จะเห็นริชาร์ดสลบอยู่ โซฟีและอัสเบลจึงเข้าไปดู แต่กลับปรากฏร่างของปีศาจที่น่ากลัวหลังเชเรียและฮิวเบิร์ท และทำร้ายพวกเขาจนกระเด็นไปคนละทาง  

- อัสเบลจึงเข้าไปลุย แต่ก็โดนกระแทกกลับมา ถึงโซฟีจะพยายามห้ามไว้เขาก็ยังเข้าไปอีก จนโดนกระซวกทะลุลำตัว ซัดปลิวไปกระแทกเพดานร่วงลง 

- ด้วยความโกรธ ทั้งตัวของโซฟีมีอณูแสงส่องออกมา ก่อนเธอจะพุ่งเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว แล้วอัสเบลก็สลบไป 

- เมื่อฟื้นมา โซฟีก็ปราบมันได้แล้วเธอก็บาดเจ็บเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันได้พักหายใจ เธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อกรงเล็บของปีศาจแทงทะลท้องของเธอ บาดแผลนั้นสาหัส โซฟีก็ยังลุกได้ และกระโจนเข้าใส่ศัตรูทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวมัน ร่างของเธอก็แวบหายไปพร้อมแสงสว่างวาบ ก่อนสติของเขาจะหลุดลอยไปอีก... 

- ตื่นขึ้นมาในห้องตัวเอง แอสตันจะบอกว่าทุกคนปลอดภัย แต่เมื่อถามถึงเด็กสาวคนนั้น เขากลับว่าเธอตายไปแล้ว ซึ่งทำให้อัสเบลช็อกมาก เพราะการกระทำของตนทำให้เกิดการสูญเสียขึ้น เมื่อตั้งหลักได้หน่อยเขาจึงอยากไปขอโทษเชเรีย และฮิวเบิร์ท 

- แอสตันจะบอกว่าตอนนี้บ้านสกุลแลน์ไม่มีบุตรชายชื่อ "ฮิวเบิร์ท แลนท์" แล้ว เขาได้ไปเป็นบุตรบุญธรรมของสกุล "ออสเวล" ในอาณาจักรสตราด้า 

- อัสเบลจะไม่พอใจกับการที่แอสตันตัดสินใจในเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องต่างๆที่กันเขาไม่ให้รับรู้ เขาจะไม่สืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้านสกุลแลนท์ และจะออกจากบ้าน เพื่อเข้าโรงเรียนฝึกอัศวินของนครหลวง เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งจนไม่ต้องสูญเสียใครไปเหมือนคราวนี้อีก 

- นอกห้อง เชเรียจะตกใจเมื่อรู้ว่าอัสเบลจะไป และบอกว่าเธอเองอยากจะอยู่กับอัสเบล ฮิวเบิรท์ และโซฟีต่อไป ซึ่งทำให้เขาโมโห เพราะตอนนี้น้องชายของเขาก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว และโซฟีก็ไม่มีทางกลับมาอีก 

- เชเรียจะเสียใจกับสิ่งที่พูดออกไป ทำให้อัสเบลใจเย็นลง และบอกว่าเขาจะไม่ออกไปจากบ้านแลนท์ 

- แต่กระนั้น สุดท้ายเขาก็จากมา เหลือไว้แค่จดหมายขอโทษเธอ เพราะเขาอยากจะเข้มแข็ง เพื่อให้มีพลังในการปกป้องทุกคนๆ และไม่ให้มีเหตุการณ์แบบวันนี้อีก 

 

แล้วเวลาก็ผ่านไป 7 ปี....

Editted 2 times, last update by Next Farecery on January 28, 2011 04:46:50

KarokKung

เยี่ยมเลยครับพี่เน็กซ์ มีแปลเนื้อเรื่องแบบย่อให้ด้วย *-*

KarokKung

เล่นจบช่วงเด็กแล้ว เนื้อเรื่องดราม่ากันตั้งแต่ช่วงแรกเลย ฉากมุมกล้องของเหตุการณ์ภาคนี้นี่แจ๋วมาก *-* 

 

เสียดายยอดขายเหมือนกัน ได้ 113,000 เองสำหรับวันแรก (น้อยกว่า ToS:KoR อีก) สงสัยคนรอ FF13 กันหมด บอร์ดไทยอื่นๆนี่ก็เงียบมาก ไม่ค่อยพูดถึง ToG กันเลย

Updated 0 times, last update by on December 12, 2009 02:14:17

Nallu

ได้เล่นสักที ; ; 

ตอนนี้เล่นมาประมาณ 2 ชม 40 นาที ถึงตรงที่โซฟี"เปิด"ประตูให้อัสเบลหลังจากได้ยินเรื่องเมืองหลวง 

ระบบสู้ก็เริ่มชินมาบ้างแล้ว ต้องหัดๆ ไปอีกหน่อย 

 

มาแปะๆ อะไรเพิ่มนิดหน่อย ก็สปอยแหละมั้ง lol 

 

- กลับมาเมืองเจอ เชเรีย ตอนเด็กนี่ร่างกายยังอ่อนแอสุดๆ เลยแฮะ...แต่แอบหึงแต่เด็กเลยนะ lol 

- มีหนังสือข้อมูล 1 เล่มที่ห้องนอนชั้น 2 ทางขวา บนโต๊ะหนังสือริมห้อง 

- อีเวนท์ตรงต้นแอปเปิ้ลจะทำให้ได้ Discovery Book มา ก็อย่างที่พี่เน็กซ์ว่าเจอจุดอะไรแปลกๆ วิ่งเข้าใส่ไว้ก่อน ถ้าบันทึกได้จะมีแถม skit ให้ดูน่าจะทุกที่เลยมั้ง? 

- หลังจากออกมาเดินเล่นนอกเมืองได้แล้ว จะมีแสงแว่บๆ ตามทางเป็นของให้เก็บ บางทีจะเป็นการ์ดไว้สำหรับเล่นการ์ดเกมทีหลังได้ พยายามมองหาดีๆ บางครั้งวิ่งเก็บไปแล้วพอจบอีเวนท์วิ่งกลับมาจะมีของให้เก็บใหม่อีกรอบ และของจะต่างจากเดิม (ส่วนตัวเล่นมาถึงปัจจุบันได้การ์ดมา 3 ใบ) 

- ตอนเจอกลุ่มนักแสดงก็ขำดี นักแสดงพยายามจะโชว์การละเล่นคู่กับสัตว์เลี้ยงเธอแต่ว่ามันไม่ยอมขยับตามคำสั่ง อัสเบล เลยลองสั่งมั่งปรากฏว่า โซฟี ดันทำตามคำสั่งนั้นจริงๆ....อัสเบล เลยลองสั่งเป็นชุดโดดไปโดดมา โซฟี ก็ทำตามพอจบ นักแสดงก็บอกว่าถ้าขยับตัวได้ขนาดนี้อาจจะอยู่กับเซอร์คัส(?)ที่ไหนสักแห่งรึเปล่า สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงื่อนงำอะไร ฮิวเบิร์ตเลยชวนกลับเมือง 

- ก่อนจะเดินออกไปจะมีคนใส่ชุดประหลาดยืนอยู่แถวๆ ทางขึ้นจากหาดทราย เขาจะสอนเรื่องวิธีผสมของให้ 

- หนังสือแมนวลมีขายในร้านค้าในเมือง ราคา 500  

- ช่วงที่คุยกับพ่อ ตอนที่พ่ออัสเบลตัดสินใจจะดูแลเรื่องโซฟีให้ แต่ โซฟี อยากจะอยู่กับ อัสเบล มากกว่า อัสเบล เลยตัดสินใจจะดูแลเธอเอง พ่อก็ค้าน แต่ด้วยความรั้นกับมีเรื่องอื่นมาขัดจังหวะพอดี พ่ออัสเบลเลยพักเรื่องนี้ไว้ก่อน หลังจากที่ออกมานอกบ้านแล้วเล่าเรื่องให้ เชเรีย ฟัง สิ่งแรกที่ทำก็คือตั้งชื่อให้ โซฟี ตามชื่อดอกไม้ที่เก็บกลับมาจากภูเขาพร้อม โซฟี ในตอนแรก (แต่ให้ เชเรีย ไปหมดแล้ว) 

- ครูฝึกดาบน่าจะชื่อ บีอาส (?) 

- egg bear(?) ภาคนี้มันดูน่ารักจริงๆ.... 

- พอขึ้นมาจากชายหาดที่ตกลงไปได้ หลังจากสลักชื่อ ก็ประสานมือให้คำมั่นสัญญากันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป (ประมาณนี้) แล้วก็พระอาทิตย์ขึ้นพอดี ประจวบกับมีคนออกมาตามหา ก็ต้องเดินทางกลับเมืองตามระเบียบ 

- หลังจากถูกกักบริเวณในห้อง ตอนแรกพยายามจะงัดกุญแจแต่ไม่สำเร็จ อัสเบล เลยบ่นๆ ว่าถ้าได้ไปเมืองหลวงก็อาจจะมีคนรู้จักโซฟีแท้ๆ พอพูดจบก็มีเสียง โซฟี ตอบกลับมาจากนอกประตู หลังจากตกลงกันว่าจะไปเมืองหลวง โซฟี จะเปิดประตูให้ แต่เปิดไม่ได้ในตอนแรก ก็เลยบอกให้ อัสเบล ถอยออกไปห่างๆ ประตูก่อน สักแป๊ปก็มีเสียงโซฟีดัง "เอ้ย" มาแบบเรียบๆ พร้อมกับประตูที่ "เปิด" ออก 

 

เล่นถึงตรงนี้เดี๋ยวพักนิดแล้วคงลุยต่อ วันนี้อยากให้จบพาร์ทเด็กจัง ; ; 

ปล.ภาคนี้เล่นแล้วมีความสุขดีจริง สนุกเพลินๆ เหมือนตอนที่เล่น TOL lol;;

Updated 0 times, last update by on December 12, 2009 04:07:58

Topic #1434 Write a reply for: บทสรุป Tales of Graces: part 1 - ชีวิตวัยเยาว์ (อัพเดทระบบของเกม)