Topic #1435: บทสรุป Tales of Graces: part 2 - การพบกันอีกครั้ง

Next Farecery

NOTE: บทสรุปตัวนี้ของ Wii นั้นมีจุดมั่วมากมายจนนับไม่ถูก หากเป็นไปได้ก็ขอเชิญที่ บทสรุปเวอร์ชั่น PS3 นะครับ เนื้อเรื่องถูกกว่า บทสรุปสมบูรณ์กว่า 

 

Walkthrough : Part 2 - การพบกันอีกครั้ง 

 

- ในป่าแห่งหนึ่ง อัสเบลในชุดนักเรียนอัศวินต้องสู้กับศัตรู โดยจะเป็นการสอนการใช้ Style Shift ด้วยกด B 

- มาริค ครูฝึกของอัสเบลจะให้เข้าไปในด้านในของป่าเพื่อปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้น อัสเบลก็จะได้เป็นอัศวินเต็มตัว 

- เดินเข้าไปด้านในสุุดซึ่งเป็นซากชุมชนที่โดนทำลาย มาริคจะให้เดินหาเบาะแสว่าเกิดอะไรขึ้น 

- ให้เดินไปทางขวา จะเจอหมาป่าวิ่งสวนออกมา อัสเบลจะตัดสินใจไม่บอกครูฝึกเพราะคิดว่าตัวเองสามารถจัดการได้ 

-ตามไปที่ด้านซ้าย จะต้องสู้กับมัน โดยช่วงแรกจะทำอะไรมันไม่ได้เลย แต่จู่ๆมือของอัสเบลก็มีแสงออกมา จากนั้น จะต้องเซทท่าใหม่ลงในสาย B ให้ใช้ท่านั้นเพื่อทำลายบาเรียของศัตรู (เป็นระบบใหม่ของภาค ที่ศัตรูจะเปิดบาเรียได้ และจะถูกทำลายด้วยการโจมตีบางแบบเท่านั้น) ซึ่งหากมันเปิดอีก (ตัวกระพริบ) ก็ให้หาจังหวะสวนกลับด้วยเดิมนี้ ( Side step ควรฝึกให้คล่องตั้งแต่เดินในป่า สำคัญมาก)  

- มาริคและอัศวินคนอื่นจะทึ่งกับความสามารถของอัสเบล จากนั้นให้เดินทางกลับมายังเมืองหลวง มาริคจะไปแวะที่เนินเขาก่อน และพูดถึงช่วงเวลาที่อัสเบลมาขอเข้าโรงเรียน และสาเหตุที่เขาอยากเป็นอัศวิน 

 

- เดินกลับมาที่เมือง และไปที่บาร์ "แทกติคส์" จะเป็นงานฉลองเล็กๆระหว่างมาริคและอัส ในโอกาสที่อัสเบลเรียนจบแล้ว 

- จากนั้นให้กลับไปที่โรงเรียนอัศวิน (โซนแรก ด้านขวาสุด) อัสเบลจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ เมื่อสบตากัน ต่างฝ่ายก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก แต่สุดท้ายก็รู้ว่านั่นคือเชเรียนั่นเอง 

- เธอมาที่นี่เพื่อตามตัวอัสเบลกลับเมืองแลนท์ เนื่องจากเขาไม่ได้ตอบจดหมายที่ส่งมา (เพราะไปทำภารกิจ) ทั้งหมดนี่ก็เพราะแอสตัน พ่อของอัสเปลได้เสียชีวิตลง ในระหว่างการสู้รบกับอาณาจักรวินด์แลนด์ ซึ่งอยู่ทางเหนือ ของเมืองแลนท์  

- ในห้องของมาริค อัสเบลจะได้อ่านจดหมายที่ว่า และมาริคจะบอกให้เขากลับไปที่เมืองก่อน เพื่อดูแลแม่ของเขา โดยเชเรียก็จะไปด้วย 

- หับสมบัติในห้อง สามารถเปิดได้ด้วยรหัส たからばこ (หรือว่าเป็นคาตาคานะนะ จำไม่ได้แล้ว) 

 

- ออกจากเมืองหลวงและไปขึ้นเรือเพื่อกลับเมืองแลนท์ จะได้รู้ว่าตอนนี้เชเรียไม่ได้เป็นเด็กสาวอ่อนแอแบบเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้เธอแข็งแรงมาก แต่ก็เหมือนกับนิสัยจะเปลี่ยนไป และไม่ช่างพูดช่างจาแบบสมัยเด็ก ทั้งยังรักษาระยะห่างกับอัสเบลเอาไว้ด้วย 

- ระหว่างทาง อัสเบลจะเข้าไปกันเชเรียตอนที่ปีศาจซุ่มโจมตีเข้ามา และมือของเขาก็มีประกายแสงออกมาอีก ทำให้เชเรียตกใจ  

- มือของเขามีแผลจากการต่อสู้ เชเรียจึงยกสองมือของเธอมาไว้ใกล้ๆเขา และก็ทำให้อัสเบลต้องตกใจเช่นกัน เมื่อมือของเธอมีประกายแสงออกมาเหมือนเขา และรักษาแผลจนหาย  

- เธอบอกว่าหลังวันนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน ร่างกายของเธอก็แข็งแรงขึ้นเหมือนโกหก และยังมีความสามารถมากกว่าคนทั่วไป ส่วนแสงนี้เริ่มปรากฏออกมาเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านี้ ตอนนี้เธอสามารถปกป้องตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องให้อัสเบลช่วยตลอดเมื่อที่เคยเป็น จากนั้นเชเรียจะเข้ากลุ่ม 

- เดินทางกลับเมืองแลนท์ ทหารจะมาบอกว่าพ่อของเชเรียถูกทหารเฟนเดลจับตัวไป (ตอนนี้ ในแต่ละเมืองจะมีระบบสแตมป์ เมื่อซื้อของไปก็จะได้สแตมป์มา เมื่อครบสิบดวง ก็จะมีสินค้าใหม่หนึ่งชิ้นมาขายในแต่ละร้าน แต่ถ้าขายของคืนร้าน สแตมป์ก็จะหายไป) 

- ให้ตามไปช่วยโดยการออกไปทางทิศเหนือของเมือง เดินผ่านทางเข้าหุบเขาทุ่งดอกไม้ไปด้านซ้าย จะเห็นทหารเฟนเดลจับตัวเฟรเดอริกเอาไว้ และต้องสู้กับพวกนั้น 

 

- ถึงจะช่วยได้แล้ว แต่ทุกคนก็เห็นจากระยะไกลๆว่ามีกองทหารศัตรูมาอีก พร้อมหุ่นยนต์ที่ติดปืนใหญ่มาพร้อมกันหลายตัว ทางเดียวที่จะพอสู้ได้คือต้องล่อไปที่บริเวณหน้าผาของทุ่งดอกไม้ อัสเบลจึงให้ทุกคนไปหลบที่ปลอดภัย ส่วนเขาจะล่อพวกมันไปเอง ด้วยการใช้นามของบุตรแห่งสกุลแลนท์ เจ้าผู้ครองเมืองแลนท์ 

- เชเรียจะยังไม่หนีไป และอยู่สู้ร่วมกับเขา ให้หนี (อย่างเดียว...) ไปที่ทุ่งดอกไม้ ซึ่งอัสเบลจะหลอกล่อให้หุ่นยนต์ร่วงลงผาไปได้สำเร็จ แต่จำนวนหุ่นนั้นมากมายนัก จนทั้งสองคนถูกล้อมเอาไว้ 

 

======== WARNING, SPOILER AHEAD ========= 

 

- ในวินาทีสุดท้ายก่อนจะโดนฆ่า ขณะที่อัสเบลกำลังเจ็บใจ ว่าทั้งที่ตัวเองก็เป็นอัศวินแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังจะเกิดเรื่องแบบเดิมๆอีก ร่างของอัสเบลและเชเรียก็ส่องแสงออกมา ก่อนจะเกิดเสาแสงที่เบื้องหน้า และช่วยป้องกันทั้งสองจากกระสุนของศัตรูไว้ได้ 

- อัสเบลและเชเรียตกตะลึง เพราะภายในลำแสงนั้นคือร่างที่คุ้นตาของโซฟี เด็กสาวผมสีม่วงที่เคยตายจากไปเมื่อในอดีต แรงกระแทกจากคลื่นพลังที่ส่งออกมาได้ทำลายหุ่นยนต์ศัตรูไปเกือบหมด เหลือเพียงตัวเดียวที่กำลังเดินเข้าไปหาเธอ 

- สู้กับหุ่นยนต์ แต่ถึงจะมีสามคนรุมหนึ่งก็ยังค่อนข้างยาก (ดีกรีความยากเริ่มเพิ่มแล้ว..) อย่าลืม Side Step เป็นหัวใจสำคัญ 

- ถึงหน้าตาจะเหมือนกันหมด แต่ความทรงจำของเธอก็ไม่มีอีกเช่นเคย อัสเบลลองพาไปดู "หลักฐานแห่งมิตรภาพ" ที่โซฟีเคยทำไว้ร่วมกับเขาและริชาร์ดตอนเด็ก แต่เธอก็จำไม่ได้ เธอรู้สึกแค่ว่าเมื่อมองต้นไม้ต้นนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

 

======== END SPOILER ============== 

 

- กลับไปเมืองแลนท์ เชเรียจะแยกตัวไปเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บจากการต่อสู้ ให้เดินกลับไปที่บ้านซึ่งจะพบแม่ของอัสเบล 

- เธอจะดีใจที่ลูกชายกลับมาซักที และคาดหวังให้เขาเข้ารับตำแหน่งเจ้าเมืองแลนท์ต่อจากพ่อทันที แต่อัสเบลยังต้องการเวลาเพื่อคิดดูและเตรียมใจก่อน 

- เดินเข้าไปในบ้าน ที่หน้ารูปวาดของครอบครัว อัสเบลจะเสียใจที่ตัวเองกลับมาช้าเกินไป ทั้งที่ต้องการเป็นอัศวินเพื่อ "ปกป้อง" แต่สุดท้ายก็ยังมาช่วยพ่อของตัวเองไม่ทัน แต่ด้วยการปลอบโยนเล็กๆจากโซฟี เขาก็ตัดสินใจได้ว่าควรจะเริ่มทำอะไร 

- กลับเข้าไปนอนในห้อง (ทางขวาชั้นสอง) อัสเบลจะเขียนจดหมายลาออกจากการเป็นอัศวิน และฝากให้เฟรเดริกไปส่ง จากนี้เขาจะรับช่วงตำแหน่งต่อจากบิดา 

- เดินไปที่ห้องทำงาน (ซ้ายล่าง) อัสเบลวางแผนจะแอบจู่โจมค่ายของทหารเฟนเดล เพื่อผลักดันศัตรูออกไปจากเขตของเมืองแลนท์ ซึ่งเชเรียและโซฟีจะไปด้วย  

- หีบสมบัติในห้อง เปิดได้ด้วยรหัส アストン 

 

- เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว (พร้อมอย่างแรง) ก็ให้กลับไปทางเหนือแถวๆที่สู้กับทหารเฟนเดลครั้งแรก จะมีทางลงไปถ้ำทางขวา ซึ่งจะเป็นทางอ้อมไปหาค่ายทหารศัตรู (ช่วงนี้ อัสเปลตกลงที่จะเรียกเด็กสาวที่เหมือนโซฟี ว่า โซฟี) 

- หากกด C ค้างจะเห็นว่าศัตรูแพ้การโจมตีประเภทใดบ้าง แต่ที่สำคัญสุดคือบางตัวจะมีเขียนไว้ล่างสุดว่า "แพ้การโจมตีสาย A / B" ซึ่งถ้าใช้ผิดสายจะลดน้อยมาก 

- ในถ้ำ จะมีบางจุดที่ต้องดำน้ำลงไปเพื่อไปต่อ และด้านในนั้น จะต้องสู้กับสไลม์ควีน ซึ่งเป็นฝันร้ายได้ หากเล่นในระดับ Hard เพราะมันสามารถคายสไลม์ตัวเล็กออกมาได้ ในช่วงแรกๆอาจไม่โหดนัก แต่เมื่อพลังมันลดเหลือราว 1/4 มันจะปล่อยลูกมาทีเดียว 7-8 ตัว ซึ่งโดนรุมตายเอาง่ายๆ (เกมโอเวอร์ไปสามรอบ) ซึ่งหากจะให้ง่าย เมื่อมันคายออกมาเยอะๆแล้ว ให้ใช้ All Divide เพื่อลดความเสียหายของเรา จากนั้นก็รีบไปกระทืบตัวแม่ให้เร็วที่สุด (Side step หามุมเหมาะๆ แล้วพุ่งไปโจมตี แต่ก็ต้องระวังตัวลูกด้วย เพราะเต็มไปหมด) เพราะหากไปเน้นฆ่าตัวลูก เดี๋ยวมันก็งอกมาอีก มีไอเทมอะไรโยนไปให้หมด 

- เมื่อปลอดภัยแล้ว บริเวณนั้นก็จะจุดรวมผลของทหารแลนท์ เมื่อเดินไปที่ทางออกก็จะเป็นค่าทหารเฟนเดล 

- แต่ยังไม่ทันจะโจมตี ทุกคนก็ต้องแปลกใจเพราะไม่มีทหารศัตรูเลย และทหารคนหนึ่งก็มารายงานอย่างรีบร้อนว่าเมืองแลนท์กำลังถูกโจมตีอยู่ เหมือนกับว่าศัตรูรู้แผนของอัสเบล และลอบเข้าไปโจมตีเมืองก่อน 

- กลับไปที่เมือง (เดินลงใต้ ใช้เส้นทางปกติได้) จะเห็นว่าศัตรูบุกเข้าเมืองไปแล้ว แต่กองทหารในชุดสีฟ้าก็เดินทัพเข้ามา ซึ่งนั่นคือทัพสตราต้า อีกหนึ่งอาณาจักรใกล้เคียง โดยการนำของทหารหนุ่มผมสีฟ้า และถึงจะใส่แว่นอยู่ อัสเปลก็รู้ว่านั่นคือฮิวเบิร์ท น้องชายของเขา 

- หลังฮิวเบิร์ทโชว์เทพ อัสเปลก็จะไปช่วยต่อสู้ด้วย แต่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายกลับดูไม่หยี่ระกับเขาเลย กลับเดินไปประกาศให้ชาวเมืองรู้ว่าทัพสตราต้าได้ขับไล่ทหารเฟนเดลออกไปแล้ว ถึงตอนนี้เขาจะเป็น ฮิวเบิร์ท ออสเวล แต่สายเลือดสกุลแลนท์ก็ผลักดันให้เขามาช่วยบ้านเกิด และขอร้องให้ชาวเมืองร่วมมือกับทัสตราต้า เพื่อต่อต้านทหารเฟนเดลให้ออกไปจากผืนดินนี้ ซึ่งได้ใจชาวเมืองไปจนหมด 

 

==========WARNING, SPOILER AHEAD ============ 

 

- อัสเบลยังไม่มีโอกาสได้พูดกับฮิวเบิร์ทซึ่งติดธุระ จนเรื่องสงบขึ้น เขาก็มาหาที่บ้าน แต่ก็เช่นเดิม ฮิวเบิร์ทไม่ได้สนใจอัสเบลเลย แต่แปลกใจที่มีคนเหมือนโซฟีแบบนี้อยู่อีก และบอกว่าเขาจะตรวจสอบเรื่องของโซฟีเอง ซึ่งก็แน่นอนว่าทำให้อัสเบลไม่พอใจ และฮิวเบิร์ทบอกว่ามีเรื่องจะคุยที่ห้องประชุม 

- ตามเข้าไป แล้วเขาจะบอกว่าเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้บอกชาวเมืองก็คือ นับจากนี้สตราต้าจะคอยดูแลเมืองแลนท์แห่งนี้เอง โดยมีเขาเป็นผู้ดูแล และอยากให้อัสเบลวางมือไปซะ แต่เพราะอัสเบลไม่ยอม ฮิวเบิร์ทจึงเสนอให้มาสู้กับเขาซะ ถ้าชนะ ก็จะให้เป็นเจ้าเมืองต่อได้ แต่ถ้าแพ้ก็ต้องไสหัวออกไป 

- สู้กับฮิวเบิร์ท แต่รับประกันความพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเล่นเทพอย่างไร เพราะอีกฝ่ายเทพกว่า 

- เมื่อพ่ายแพ้ อัสเบลจึงถูกขับไล่ออกจากเมือง แม่ของพวกเขาจะเสียใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าฮิวเบิร์ทจะรู้สึกว่าพ่อและแม่ได้ทิ้งเขาให้ไปอยู่กับสกุลอื่น 

 

==============END SPOILER ============== 

- หลังถูกขับไล่มา โซฟีจะตามออกมาด้วย ถึงเขาจะบอกให้กลับไปก็ไม่ฟัง ท่ามกลางฝนพรำ อัสเบลต้องเจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยแม้จะทุ่มเทในโรงเรียนอัศวินตลอดเวลามานี้ก็ตาม 

- ทั้งสองจะหลบฝนไปพักในบ้านใกล้ๆ แต่อัสเบลก็ไข้ขึ้นจนสลบไปพักหนึ่ง และฟื้นขึ้นมาเพราะเสียงโวยวายข้างนอก เพราะโซฟีพยายามกันไม่ให้ทหารในชุดอัศวินสองคนบุกเข้าไป ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาจับอัสเบลด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ก็โดนโซฟีสอยทิ้งไปซะทั้งสองคน 

- หลบไปที่ท่าเรือ ซึ่งดูเหมือนมีเรื่องวุ่นวาย ทหารที่ท่าเรือบอกว่านี่จะเป็นเรือเที่ยวสุดท้าย เพราะเมืองหลวงบาโรเนียจะปิดทางเข้าออกทุกเส้นทางแล้ว ระหว่างทาง อัสเบลก็คิดว่าจะฝากให้ริชาร์ดคอยช่วยดูแลโซฟีแทน 

- หลังข้ามฟากมาที่บาโรเนีย อัศวินสองคนเมื่อครู่ก็ตามอีก และบอกว่าถ้าคิดจะไปหาเจ้าชายริชาร์ดก็คงไม่ต้องแล้ว เพราะว่าริชาร์ดตายแล้ว 

- อัสเบลหลบเข้ามาในเมือง ซึ่งมีข่าวเต็มไปหมดว่ากษัตริย์ และเจ้าชายริชาร์ดตายไปแล้ว ให้เดินไปที่โบสถ์ทางขวาของเมือง 

- เมื่อเดินเข้าไปด้านในของโบสถ์ จะเห็นริชาร์ดทรุดตัวกับพื้นอยู่ ซึ่งเขาก็ดีใจที่เห็นว่าคนที่มาคือัสเบล พอดีกับที่ทหารสองคนเดินตามมา หมายจะสังหารเขาพอดี 

- ปราบทหารทั้งสอง และจะรู้ว่ามีการก่อกบฏเงียบๆขึ้นในเมืองหลวง โดยกษัตริย์ได้ถูกปลงพระชนม์ และริชาร์ดได้เห็นช่วงเวลานั้นพอดี จึงต้องหนีเข้ามาในนี้  

- เขาจะแปลกใจที่เห็นโซฟีอีก ทั้งที่ได้ยินมาว่าตายไปแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าเป็นตัวจริง และบอกว่าที่อัสเบลเรียกเธอว่าโซฟีก็เพราะรู้สึกได้สัมผัสนั้น 

- เพราะตอนนี้ในเมืองไม่ปลอดภัย ริชาร์ดจึงขอให้พาเขาไปที่เมืองเครไซท์ ซึ่งอยู่ด้านใต้ของเมืองหลวง ที่นั่นน่าจะยังมีมิดรของเขาอยู่ 

- เดินต่อเข้ามาอีกที่ประตูหินซึ่งอัสเบลเปิดไม่ออกในตอนเด็ก คราวนี้ก็สามารถเปิดได้แล้ว (อาจต้องกด C ดูสกิทก่อน?) เดินมาตามทางแล้วจะโผล่ที่ด้านใต้ของเมือง 

 

 

- ริชาร์ดจะมีอาการปวดหน้าอก จึงต้องพักกันที่บ้านใกล้ๆก่อน ซึ่งจะได้รู้ว่ากลุ่มคนที่ก่อกบฏก็คือเหล่าอัศวินแห่งนครหลวง ภายใต้การนำของเซลติคซึ่งเป็นญาติของริชาร์ดเอง ดังนั้นหากจึงยึดบัลลังก์คืน ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเมืองเครไซท์นั่นเอง 

- อัสเบลสมัครใจจะช่วยริชาร์ดนำบัลลังก์กลับคืนมา และทั้งสองได้จับมือกัน โซฟีเห็นก็เลยอยากจะทำบ้าง เหมือนครั้งอดีตตอนที่พวกเขาอยู่ที่ทุ่งดอกไม้นั้น แต่พอโซฟีวางมือลงบนมือของริชาร์ด ควันสีดำจางๆก็ปะทุออกมาจากมือของริชาร์ด และสร้างความเจ็บปวดให้ทั้งสองคนต้องละมืออกจากกัน 

- เดินตามเส้นทาง แต่จะพบว่ามีป้อมปราการ "วอลล์บริดจ์" อยู่กลางทางที่จะไปเครไซท์ ซึ่งเท่าที่รู้ก็ไม่มีทางอืนที่จะไปได้อีกนอกจากเส้นทางนี้ 

- ขณะที่ทั้งสองคนกำลังหาทางแก้ปัญหา โซฟีก็เหลือบไปเห็นอะไรอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ เป็นผู้หญิงผมสั้นสีขาวและปลายผมสีแดง เมื่ออีกฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นก็จ้องมองโซฟีแบบง่วงๆ กระพริบตาปริบๆเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง และเอาสองมือแปะไหล่ของเธอ 

- ด้วยความตกใจ โซฟีจึงซัดพลังเก้าเอี้ยงใส่ จนอีกฝ่ายกระเด็นกระดอนไปอีกฟาก แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เมื่อปู้หญิงคนนั้นเด้งตัววิ่งก้าวกระโดดมาหาอีก และบอกว่าพึ่งจะเคยเห็นของจริง และขอจับอีกครั้งได้ไหม และยังเรียกโซฟีว่า "ภาพเสมือน" อีกด้วย 

- เธอแนะนำตัวเองว่าชือ "ปาสคาล" และไขข้อข้องใจที่เรียกโซฟีว่าภาพเสมือน โดยการนำทางทุกคนไปยังซากโบราณของชนเผ่า "อัลมันเทีย" ซึ่งเข้าไปผ่านทางจุดวาร์ปใกล้ๆนั้น 

- ที่ส่วนในนั้น มีเครื่องจักรแปลกๆอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรก็ต้องสู้กับบอสกิ้งก่าก่อน 

- เมื่อปาสคาลใช้งานเครื่องจักรนั้น (หลังอัสเบลลองทำตามที่บอกแล้วเหลวเป๋) ก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมของโซฟีขึ้นมา แต่ก็ไม่มีรายละเอียดอื่นอะไรมาก นอกจากตัวอักษรลางๆที่เขียนไว้ว่า "แลมด้า" 

- จากนั้น เมื่อเดินทางเข้าไปต่อจนถึงทางออกอีกฟากหนึ่ง ทุกคนก็จะวาร์ปออกมาที่ด้านตรงข้ามของป้อมปราการ ทำให้สามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้ 

 

- เมื่อเดินไปจนถึงเมืองเครไซท์ ทหารยามจะมาห้ามไม่ให้เข้าไป แต่เมื่อเห็นว่าริชาร์ดเดินทางมาด้วยจึงรีบไปแจ้งเจ้าเมือง "เดล" แล้วให้ทุกคนเข้าไป 

- ให้เดินออกไปทางตะวันตกของเมือง ไม่ไกลนักจะมีอีเวนท์กับกลุ่มโจร ซึ่งเมื่อชนะแล้ว ปาสคาลจะได้ทำพันธะสัญญา(แบบงงๆ) กับภูติแห่งลม และได้ท่าฮิโอกิ "G Sword Cross" 

- กลับไปที่เมือง แล้วเข้าไปยังบ้านของเจ้าเมือง ซึ่งเดลจะออกมาต้อนรับ และพาทุกคนไปวางแผนเพื่อยึกบัลลังก์คือ 

- ริชาร์ดมีแผนที่จะบุกผ่านทาง "วอลล์บริดจ์" แต่มีปัญหาที่ว่ามันเป็นป้อมปราการที่ถ้าประตูหลักไม่เปิด การบุกตีก็เป็นไปไม่ได้ แต่โชคดีที่ปาสคาลรู้ว่า ในซากโบราณที่พึ่งผ่านมานั้น มีเส้นทางวาร์ปที่พาเข้าไปยังภายในของป้อมได้ 

- คืนนั้น อัสเปลจะออกมาคุยกับริชาร์ด และพูดว่าจะช่วยเหลือริชาร์ดเสมอไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ขณะเดียวกัน โซฟีซึ่งแอบอยู่ใกล้ๆรู้สึกว่าละสายตาจากริชาร์ดไม่ได้ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งที่ทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกัน ไม่มีทางที่ริชาร์ดจะคิดร้ายอะไรต่ออัสเบลได้อยู่แล้ว 

- เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วก็กลับไปที่เดิม จากทางเข้า ให้เดินขึ้นไปด้านบน ซึ่งจะสามารถไปยังจุดวาร์ปเข้าป้อมได้ 

- จุดหมายแรกก็คือการปิดประตูทางเหนือ เพื่อไม่ให้ศัตรูมีกองหนุนเข้ามาได้ และเปิดประตูใต้ เพื่อเปิดทางให้กองทหารของเครไซท์บุกเข้ามา 

- หลังปิดประตูฝั่งเหนือแล้ว จะต้องไปยังหอคอยกลางเพื่อหากุญแจสำหรับประตูฝั่งใต้ แต่ขณะที่ริชาร์ดกำลังจะไปหยิบนั้น ทหารศัตรูคนหนึ่งก็โดดลงมาฟันใส่เขาอย่างจังจนริชาร์ดล้มลงแน่นิ่งไป แต่จู่ๆร่างที่เหมือนตายแล้วนั้นก็กระตุก ก่อนที่จะยืนขึ้นมาด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด เมื่อริชาร์ดหันไปมองทหารคนนั้นซึ่งพวกโซฟีช่วยกันจับไว้ แววตาและน้ำเสียงของเขาฟังดูโหดเหี้ยม เชาเดินไปคว้าคออีกฝ่าย แล้วเหวี่ยงไปกองบนโต้ะ ก่อนใช้ดาบฟันร่างนั้นนับครั้งไม่ถ้วน 

- จากนั้นให้ไปโยกคันโยก เพื่อเปิดประตูทิศใต้ แต่คันโยกจะมีสองอันที่หอยคอยแต่ละด้าน เมื่อเปิดประตูแล้วก็ให้ออกมาเพื่อไปรวมกลุ่มกับทหาร 

- แต่ก็มีคนมาดักรออยู่แล้ว นั่นคือมาริค ครูฝึกของอัสเปลนั่นเอง เพราะตอนนี้กองอัศวินนั้นขึ้นตรงกับผู้ครองบัลลังก์คนหใม่ 

- การสู้กับมาริคนั้นจะยาก(มาก)หากปล่อยให้เขาได้ร่ายเวทย์ใหญ่ ซึ่งถ้าดวงไม่ดีก็ตายกันทั้งกลุ่มในทีเดียว ดังนั่นจึงต้องพยายามเน้นเข้าไปขัดขวางไม่ให้ร่ายเสร็จ และคอยเข้าไปจัดการตัวอื่นๆตามสมควร 

- หลังสู้เสร็จ ทหารของเราก็จะมาบอกว่าสามารถยึดป้อมได้แล้ว มาริคจึงทิ้งอาวุธยอมแพ้ แต่ริชาร์ดกลับไม่ยอมง่ายๆ และตั้งท่าจะสังหารเขา ณ​ ที่นี่เสียเลย แต่อัสเบลก็ช่วยแย้งไว้ก่อน ว่ามาริคจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างประเทศที่สงบสุขได้ ทำให้ริชาร์ดซึ่งอารมณ์สงบแล้วสั่งให้ทหารคุมตัวไปขังแทน ก่อนที่จะแยกตัวออกไปหาเดล 

- โซฟีจะเห็นเชเรียอยู่ข้างล่าง สาละวนกับการรักษาผู้บาดเจ็บอยู่ ให้ลงไปที่ชั้นล่างเพื่อหาเธอ ซึ่งเจ้าตัวก็ตกใจที่เห็นอัสเบลมาอยู่ที่นี่ และดีใจที่โซฟียังปลอดภัยอยู่ ส่วนตัวเธอเองนั้นมาที่ก็เพราะต้องการช่วยเหลือคนบาดเจ็บโดยเฉพาะ 

- จากนั้นให้ไปยังดาดฟ้าของหอคอยกลางซึ่งริชาร์ดอยู่กับเดล ซึ่งพอเห็นเชเรียเขาก็ยินดี และพอรู้ว่าเธอมาช่วยรักษาคนเจ็บก็ชอบใจ แต่บอกทิ้งท้ายไว้ว่าทหารของศัตรูไม่ต้องรักษา ซึ่งทำให้อัสเบลต้องแย้ง เพราะอีกฝ่ายก็เป็นชาววินเดลเหมือนกัน แต่สำหรับริชาร์ดแล้ว ใครก็ตามที่เป็นปรปักษ์กับเขา ผู้นั้นก็ไม่ใช่ประชากรในอาณาจักรวินเดล อัสเบลเถียงกลับ และทำให้ริชาร์ดโกรธจนอาการปวดหน้าอกกำเริบ ส่วนอัสเบลก็โดนสั่งให้กักตัวในห้องจนกว่าจะมีคำสั่งอื่น 

 

- ต่อมา เดลจะมาบอกให้อัสเบลไปช่วยด้านการบุกเมืองแทน และจะไม่ได้ไปพร้อมกับริชาร์ด ซึ่งเมื่อเดินไปถึงโซนก่อนเข้าเมือง (จุดที่ออกมาจากถ้ำในช่วงก่อนหน้านี้) ทหารหน้าถ้ำจะบอกว่าริชาร์ดได้บุกเข้าไปทางเส้นทางลับแล้ว ให้ตามเข้าไปจนถึงห้องใหญ่ในชวงต้นเกม (ที่สู้กับค้างคาว) ซึ่งจะมีทางด้านซ้ายที่จะพาเข้าปราสาทได้ 

- จะพบริชาร์ดอยู่คนเดียวท่ามกลางทหารฝ่ายเราเกลื่อนกลาด เขาจะบอกว่าตอนนี้แค่ตัวเขาคนเดียวคงไม่พอ ตอนนี้เขาต้องการพลังของพวกอัสเบลด้วย  

- ภายในปราสาทเป็นเส้นทางตรงๆ แต่มีศัตรูค่อนข้างมาก และเกิดใม่ไว เหมาะแก่การเก็บเลเวลและสกิล 

- จะพบกับครูฝึกของอัสเบลอีกคนชื่อวิคตอเรีย ซึ่งเธอจะชวนให้เขากลับมาเป็นอัศวินอีกครั้ง แต่เมื่อปฏิเสธก็ต้องปะทะกัน 

- เทียบกับมาริคแล้วง่ายกว่ามาก แต่คุณเธอมีท่าฮิโอกิด้วย ดังนั้นหากศัตรูเข้า Arles Break ก็เดินถอยๆระวังๆหน่อย (โดนอยู่แล้ว อยู่ที่ใครจะโดน) 

- จากนั้นเข้าไปยังห้องท้องพระโรง ซึ่งเซลติคกำลังรออยู่แล้ว เขาจะแปลกใจกับท่าทางของริชาร์ดซึ่งดูไม่เหมือนคนเดิมเลย แต่ยังไงก็ต้องสู้กันอยู่ดี 

- ยาก...​(อีกแล้ว) ในช่วงแรกๆนั้นจะง่าย แต่เข้าช่วงท้ายๆแล้วเขาจะเริ่มใช้ท่าดาบพระเพลิง ซึ่งทิ้งเปลวเพลิงไว้บนสนามรบด้วย ฟันก็แรง หากตัวบางๆเช่นเชเรียโดนเล็งเป้า ไม่เกินสามทีก็สลบ..​และแน่นอน ว่ามีฮิโอกิด้วย ถ้าจนด้วยเกล้าแล้ว All Divide ช่วยท่านได้เสมอ 

- จากนั้น ริชาร์ดจะฆ่าเขาทิ้งอย่างเลือดเย็น เดลจะเข้ามาแสดงความยินดีที่สามารถยึดบัลลังก์กลับมาได้ และบอกว่าทุกอย่างจบลงแล้ว แต่ไม่ใช่ เพราะนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งอาณาจักรวินเดล ภายใต้การนำของริชาร์ด 

- หลังจากนั้น เมืองวินเดลก็มีงานฉลองพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์องค์ใหม่ ริชาร์ดได้รับการสวมมงกุฏและขึ้นครองราชย์ต่อจากบิดา แต่จะมีซักกี่คนที่สังเกตุเห็นรอยยิ้มอันน่าหวาดกลัวของเขา... 

 

To be continue part 3...

Editted 2 times, last update by Next Farecery on January 28, 2011 04:44:05

Garnet_Til

รออ่านต่อนะคะพี่เนกซ์

Topic #1435 Write a reply for: บทสรุป Tales of Graces: part 2 - การพบกันอีกครั้ง