Topic #164: Tales of Legendia - Chapter 7. Shining blue

Next Farecery

Chapter 7 – Shining Blue 

 

ท้ายที่สุด รถรางก็มาถึงปลายทาง เลยออกไปก็เป็นพื้นสีแดงซึ่งคงเป็นลักษณะเฉพาะของชาวเทลเซส 

เซเนล – ดูเหมือนจะมาได้ไกลแค่นี้นะ 

เจย์ – ลองใช้เส้นทางนั้นขึ้นไปดูรอบๆเถอะครับ 

 

ทุกคนวิ่งไปตามทาง จนถึงปราสาทสีแดงที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบใส รอบๆปราสาทเต็มไปด้วยสะพานสีแดงที่ทอดยาวบนผนน้ำมากมาย 

นอร์ม่า – ว้าว.... 

เจย์ – นั่นคือปราสาทลวงตาหรือ? 

โมเซส – หืมม ไม่เลวสำหรับศึกสุดท้ายนี่ 

วิล – มันจะยากลำบากแน่ แต่ฉันรู้ว่าพวกเรารับมือมันได้ พวกเราจะผ่านมันไปได้ ฉันภูมิใจจริงๆที่พวกเรามาด้วยกันได้ไกลถึงขนาดไหน และพวกเราก็ร่วมทางไปด้วยกัน จนถึงจุดสุดท้าย! 

ทุกคนพร้อมใจกันชูมือขึ้นฟ้า 

 

วอลเตอร์ - เซเนลมาที่นี่แล้วเหรอ?! 

ชายชาวราเดี้ยน – ดูเหมือนว่าเขากับคนอื่นมาทางใต้ดินครับ 

วอลเตอร์ตั้งท่าจะวิ่งออกไปจัดการด้วยตัวเอง ชาวราเดี้ยนทั้งสองต้องห้ามไว้ ฎคุณวอลเตอร์ รอเดี๋ยวครับ!” 

วอลเตอร์ – ทำไมถึงห้ามเราล่ะ? 

ชาวราเดี้ยน – ได้โปรดอย่าออกห่างจากข้างกายท่านเมลเนสเลยครับ คุณปล่อยพวกโอเรลเนสให้พวกเราจัดการก็ได้ 

ชาวราเดี้ยน – ในฐานะผู้นำหน่วยคุ้มกันของท่าน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องอยู่ที่นี่ หัวหน้าก็สั่งเอาไว้เช่นกัน 

วอลเตอร์ – กรอด... .ได้ ให้เราจัดการที่นี่เอง เราจะควบคุมออโตมาต้าจากที่นี่ ไปจัดการพวกโอเรลเนสไป! 

ชาวราเดี้ยน - ครับท่าน! 

 

พวกเซเนลเข้าไปถึงในปราสาท และต้องสู้กับอสูรสีดำที่จู่โจมเข้ามา ซึ่งพบว่าเป็นฝีมือของชาวราเดี้ยนสองคน เมื่อพ่ายแพ้แล้วทั้งสองคนก็วิ่งหนีไป 

โคลเอ้ – พวกเขาเป็นคนควบคุมปีศาจนั่นเหรอ? 

วิล - อาจจะเป็นแบบนั้น 

 

บนห้องบัลลังก์ ชาววารีเข้ามารายงานสถานการณ์ให้วอลเตอร์ฟัง 

ชาวราเดี้ยน – พวกมันบุกเข้ามาในห้องโถงรับรองแล้วครับ! 

วอลเตอร์ – ดูเหมือนเราต้องไปหยุดพวกมันเองล่ะ 

เชอรี่ – พวกเขาเข้ามาใกล้แล้ว 

วอลเตอร์ - ....ท่านเมลเนส ผมจะไม่ยอมให้เซเนลมาถึงท่าน โปรดทำใจให้สงบแล้วปลุกปีกแห่งแสงขึ้นมาเถอะ ผมก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์เช่นกัน 

เชอรี่ – ฝากคุณดูแลเรื่องของพวกเขาด้วย 

 

ที่ทางเดินซึ่งนำไปสู่ห้องบัลลังก์ วอลเตอร์ไปรอผู้บุกรุกซึ่งวิ่งเข้ามาพอดี 

วอลเตอร์ – ฉันประหลาดใจที่แกมาได้ไกลที่นี่นะ เซเนล! ฉันคงต้องชื่นชมกับความกล้าของแกที่ยอมจากมาจากความปลอดภัยดินแดนที่ถูก ละทิ้งนั่น 

เซเนล – เชอรี่อยู่หลังประตูนั่นหรือเปล่า? 

วอลเตอร์ - แล้วถ้านางอยู่ล่ะ? 

เซเนล – ชั้นจะไปพูดกับเธอ เพราะอย่างนั้นชั้นถึงมาอยู่ที่นี่ 

วอลเตอร์ – แกเสียเวลาเปล่าแล้ว ท่านเมลเนสไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกับแกอีก 

เซเนล - ไม่ใช่เรื่องนายที่จะมาตัดสินเรื่องนี้หรอก หลบไปให้พ้นทางของชั้นซะ 

อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่กลับตั้งท่าพร้อมสู้ได้ทุกเวลา 

เซเนล – นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายนะ วอลเตอร์ หลบไปซะ 

วอลเตอร์ – พูดกันแค่นี้ก็พอแล้ว! 

 

การต่อสู้จบลงพร้อมความพ่ายแพ้ของวอลเตอร์ เขานอนแผ่อยู่กับพื้น รำพันออกมาด้วยความแค้นใจ 

วอลเตอร์ – ทำไมกัน?!.... ทำไมชาวพื้นดิน... โอเรลเนสอย่างพวกแกถึงมีพลังขนาดนี้?! ท่าน... ท่านเมลเนส.. อึ่ก... 

เซเนล – พอได้แล้ว วอลเตอร์ นายสู้ไม่ไหวอีกแล้ว 

กระนั้นเขาก็ยังฝืนตัวขึ้นมา “แก....จะผ่านไป... ไม่ได้...” 

โคลเอ้ – นายยังหวังว่าจะทำอะไรได้อีกในสภาพนั้นน่ะ? หยุดทำบ้าบิ่นแบบนั้นเถอะ วอลเตอร์! 

วอลเตอร์ – มีแต่ฉัน....ที่จะปกป้องท่านเมลเนส 

เขาเรียกเทลเคสออกมาแล้วพาร่างอันสะบักสะบอมบนหายไปยังห้องส่วนใน 

เซเนล – เดี๋ยวสิ! 

ใมเซส – แหม่ มันไม่ยอมแพ้เลยนะเนี่ย! 

วิล – บางทีเขาอาจจะตั้งใจจะพาตัวเชอรี่หนีก็ได้ 

นอร์ม่า – ถ้างั้นพวกเราก็ต้องจับตัวเขาให้ได้ตอนนี้เลยจะดีที่สุด! 

 

วอลเตอร์เดินโซเซเข้าไปในห้องบัลลังก์ ทรุดตัวลงที่หน้าทางเข้านั้นเอง เขายื่นมือไปเบื้องหน้าซึ่งเชอรี่นั่งอยู่อย่าวสงบบนบัลลังก์ 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส... ท่านต้อง.... 

เธอลุกขึ้นยืน มองไปยังประตูซึ่งอีกหลายคนกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา “วอลเตอร์....” 

เซเนล – เชอรี่! 

เชอรี่ – อึ่ก.... ฉันไม่คาดว่าจะได้พบคุณอีก 

เซเนล – เชอรี่ พวกชั้นไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้นะ 

โมเซส – พวกเรามาที่เพื่อพูด! 

เซเนล – ได้โปรดเถอะ หยุดมหาหายนะภัยซะ! อย่าปลุกปีกแห่งแสงขึ้นมา! 

วอลเตอร์ – เซเนล!.... ทำไมแก.... 

เชอรี่ – คุณรู้แล้วสินะ 

เซเนล – เนลเฟสผู้เงียบสงบบอกพวกเราทุกอย่าง 

เจย์ – เนลเฟสที่คงอยู่ในที่ๆคุณเรียกว่าดินแดนที่ถูกละทิ้ง 

นอร์ม่า – เนซซี่บอกว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรเทลเซลแล้วก็มหาหายนะภัยด้วย 

โคลเอ้ – บรรพบุรุษของพวกเรามีส่วนในสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อันโหดร้าย พวกเราปฏิเสธเรื่องนั้นไม่ได้ 

เซเนล – แต่พวกเรามีชีวิตอยู่ในเวลานี้ พวกเราไม่ต้องถูกอดีตเหนี่ยวรั้งเอาไว้ใช่ไหมล่ะ? 

โมเซส – แม่นแล้ว เธอต้องหยุดเรื่องนี้นะ 

วิล – เธอสามารถรักษาเลกาซี่ไว้ในฐานะดินแดนของชาวราเดี้ยนได้ ลองพาทางอื่นที่พวกเราจะอยู่ร่วมกันได้เถอะ 

ทุกคนก้าวเดินเข้าไป เชอรี่ที่รับฟังเงียบๆมานานก้มศีรษะลง “พวกคุณมากันถึงขนาดนี้เพื่อพูดเรื่องแค่นั้นหรือ? น่าขันจริงๆ” 

เชอรี่ – คุณคิดจริงๆหรือว่าฉันจะฟังพวกคุณ? 

ทุกคนเดินเข้าไปใกล้อีก เสียงของเธอห้ามทุกคนเอาไว้ “หยุดตรงนั้นล่ะ หากคุณเข้ามาใกล้มากกว่านี้ ฉันจะเดินระบบปีกแห่งแสงทันที 

วิล –บัลลังก์นั่นอาจจะเป็นศูนย์ควบคุมการเปิดระบบปีกแห่งแสงหรือเปล่า? 

เซเนล – เชอรี่ จะเป็นอะไรไหม ถ้าชั้นจะเข้าไปใกล้อีกนิด แค่ชั้นเท่านั้น 

เขาหันไปสบตาทุกคน แล้วขอร้องเธออีก “แค่ใกล้พอที่ชั้นที่จะเห็นเธอชัดๆ ตกลงไหม?” 

เมื่อไม่มีเสียงตอบจากเชอรี่ เซเนลจึงเดินเข้าไปตามลำพัง จนถึงบริเวณที่เป็นเขตบัลลังก์ 

เชอรี่ – หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้อีก อย่างคิดว่าคุณจะพูดให้ฉันเลิกได้ ฉันบอกคุณแล้ว.... ฉันไม่ใช่คนที่เคยเสแสร้งว่าเป็นน้องสาวของคุณ 

เซเนล – เพราะอย่างนั้นชั้นถึงมาที่นี่ เชอรี่ 

เชอรี่ – อะไรนะ?.... 

เซเนล – ในที่สุดชั้นก็สามารถบอกเธอได้ว่าชั้นรู้สึกอย่างไร ชั้นอยากให้พวกเราได้กลับมาอยู่กันอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะพี่ชายกับน้องสาว ชั้นอยากจะเริ่มต้นมันใหม่หมดอีกครั้ง.... 

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “แล้วพี่สเตล่าล่ะ?” 

เซเนล – เธอจะอยู่ในความทรงจำของชั้นตลอดไป แต่เธอก็เป็นได้เพียงแค่นั้น เพียงแค่ความทรงจำ แต่เวลานี้ เชอรี่ เธอเป็นคนสำคัญที่สุดของชั้น 

เชอรี่ก้มหน้าลงพูดขณะเซเนลก้าวเข้าไปใกล้อีก “ฉันรอที่จะได้ยินคำพูดนั้นมาถึงสามปี... ไม่สิ นานกว่านั้น แม้แต่ตอนที่คุณปฏิเสธฉัน คสามฝันนั้นก็ยังคงอยู่ในหัวใจของฉัน.....” 

เชอรี่ – ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้ ขอบคุณนะ..... 

วิล – โอ้!.... 

โมเซส – เขาทำได้แล้วเหรอ?! 

 

เชอรี่ – ด้วยคำพูดเหล่านั้นที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของฉัน เวลานี้ ฉันจะทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นแล้ว 

โคลเอ้ – เชอรี่?! 

คำพูดของเธอทำให้ทุกคนตกตะลึง 

เซเนล – ทำไมกันล่ะ เชอรี่?! 

เชอรี่ – เพราะฉันเลือกที่จะเป็นเมลเนส ฉันหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว หากคุณได้ยินเสียงแห่งเนลเฟส คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันต้องแบกรับภาระไว้มากเพียงใด 

เซเนล – ถึงอย่างนั้นก็เถอะ!แล้วเธอล่ะ เชอรี่? เธออยากเห็นมหาหายนะภัยเกิดขึ้นเหรอ?! 

เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส การทำหน้าที่แห่งเมลเนสให้สมบูรณ์คือเหตุผลที่ฉันคงอยู่ ฉันไม่รู้สึกกังขาอะไรอีกแล้ว 

เธอชี้นิ้วมาที่เขา “หากคุณต้องการจะหยุดหายนะภัย สิ่งที่คุณทำได้มีเพียงแต่ต้องสังหารฉันเท่านั้น 

เซเนล – อึ้ก.. เชอรี่ 

เชอรี่ – อย่างไรก็ตาม ฉันก็จะไม่ยอมนอนรอความตายเฉยๆ มาทำให้มันจบกันเถอะ 

เทลเคสปรากฏที่หลังของเธอ เขาต้องตั้งท่ารอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น 

วอลเตอร์ – กล่าวได้เยี่ยมมาก ท่านเมลเนส! ผมจะรับมือคนที่เหลือองขณะที่ท่านกำจัดเซเนล! 

นอร์ม่า – นายเห็นที่ริจจังแสดงออกมาหรือเปล่าน่ะ? 

วิล – ฉันเห็นนะ 

โมเซส – ดูที่สีหน้าหล่อนสิ! 

เจย์ –เห็นได้ชัดทีเดียวว่าในจิตใจของเธอกำลังเป็นยังไง 

โคลเอ้ – นั่นน่ะไม่ใช่สีหน้าของใครซักคนที่ไม่รู้สึกกังขาอะไรหรอกนะ 

วอลเตอร์ – อะไรนะ?! 

เขาหันกลับไปมองนายเหนือหัวซึ่งทำสีหน้าลำบากใจ ขณะที่เธอมองเซเนลซึ่งยืนนิ่งเฉย 

เชอรี่ – ทำไมถึงไม่โจมตีเข้ามาล่ะ? ถ้าคุณไม่ทำ ฉันจะทำนะ! ฉันไม่ได้ล้อเล่น ได้ยินไหม? ฉันเอาจริงนะ! 

เขาลดมือทั้งสองข้างลง 

เชอรี่ – เซ..... 

ทุกคนที่ได้เห็นต่างตะลึงกับการกระทำของเขา “เซเนล ?!” 

เซเนล – ชั้นทำไม่ได้ 

เขาหันหลังกลับมาหาทุกคนแล้วพูด “ชั้นสัญญากับทุกคนว่าถ้าเธอคือเมลเนส ชั้นจะเป็นคนทำให้มันจบเอง” ก่อนจะหันไปหาเธออีกครั้ง 

เซเนล – แต่ตอนนี้ชั้นรู้แล้ว สำหรับชั้น มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเธอเป็นเมลเนสหรืออะไร..... เธอก็ยังคงเป็นเชอรี่ 

เชอรี่ – อา.......อ๊า--! 

เธอตั้งท่าจะโจมตีใส่เขา ทุกคนยกเว้นร้องลั่นด้วยความตดใจ ยกเว้นเซเนลที่ยืนอย่างสงบนิ่ง!..... 

............. 

หากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมที่เคยเรืองแสงสีฟ้ากลับดับลง เทลเคสที่เคยส่องแสงสุกสกาวที่กลางหลังก็เลือนหายไป 

เชอรี่ – อะ...อะไรกัน? ทำไมล่ะ?.... 

เซเนล – เชอรี่..... 

เชอรี่ – ทำไมมันถึงไม่ออกมาล่ะ? 

เซเนล – เชอรี่ หยุดได้แล้วล่ะ 

เชอรี่ – เงียบนะ! 

เขาก้าวเดินเข้าไปหา เธอชี้นิ้วสั่งเขาด้วยความวับวน “ถอยไปนะ! ถ้าเข้ามาใกล้อีกฉันจะฆ่าคุณ!” 

เซเนลยังคงก้าวเข้าไปอีกโดยไม่ฟังคำขู่ของเธอ “ฉันบอกว่าจะฆ่าคุณยังไงล่ะ!” เธอโบกแขนเพื่อให้พลังของเทลเคสออกมา แต่ก็ไร้ผล 

เชอรี่ – อีกแล้วเหรอ?! ทำไมมันถึงไม่ออกมาล่ะ.... 

เธอลองอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม “ฉันคือเมลเนสนะ! ฉันจะให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้….W 

และอีกครั้ง....... 

เชอรี่ – ฉันแบกรับความหวังและความฝันของชาวเฟลเนสที่ยาวนานกว่าสี่พันปีไว้อยู่นะ! 

จะลองสักกี่ครั้งก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “ทำไมล่ะ....ทำไมล่ะ?!” เธอทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น 

เชอรี่ – ทำไมฉันถึงโจมตีไม่ได้ล่ะ?! 

เซเนล – เชอรี่ 

เขายื่นมือไปหาเธอ พูดด้วยรอยยิ้มสบนใบหน้า “กลับกันเถอะนะ” 

เธอนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะยันตัวลุกขึ้นก้มหน้านิ่ง ขณะนั้นทุกคนก็วิ่งเข้ามา 

เซเนล – ทุกคน.... 

เมาริทซ์ – ท่านเมลเนส อย่าให้เซฌนลหลอกท่านได้นะ 

ทุกคนหันกลับไปพบกับเจ้าของเสียงซึ่งยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า ข้างๆเขามีทหารในเกราะสีแดงอยู่คนหนึ่ง 

นอร์ม่า+เจย์+โมเซส – เมาริทซ์! 

เมาริทซ์ – เขาหลอกลวงท่านมาตลอดเวลา ครั้งนี้คงเหมาะสมแล้วที่ท่านจะได้รู้ความจริง ฟังให้ดี ท่านเมลเนส เซเนล คูลริดจ์.... เป็นสายลับของวากรัฟ! เขาเป็นผู้หนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน! 

เชอรี่ – อะไรนะ?...... 

โคลเอ้ – หยุดนะ! อย่า! 

เมาริทซ์ – เซเนลล่อลวงสเตล่าผู้โง่เขลา และส่งพวกเขาให้กับวากรัฟ! เรามีพยานในเรื่องนี้ด้วย! 

เซเนล – สเตล่าไม่เกี่ยวข้องด้วยนะ! อย่าพูดถึงเธอแบบนั้นสิ! 

เชอรี่ – แล้วเรื่องที่เหลือล่ะคะ? 

สีหน้าของเธอแสดงออกไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งสับสนและ เสียใจ 

เชอรี่ – ที่เขาพูดเป็นความจริงเหรอ? ตอบหนูสิ จริงหรือเปล่า? ตอบหนูสิ พี่เซเนล 

เขาหลับตานิ่ง แล้วเอ่ยคำตอบออกไป “ใช่ มันเป็นเรื่องจริง” 

เมื่อได้ยินดังนั้น ความรู้สึกของเธอ็เหมือนจะแหลกสลาย เธอก้มหน้าลง “งั้น....เหรอ......” 

เซเนล – เชอรี่ ... ชั้น..... 

เชอรี่ – พี่สเตล่ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า? 

เซเนล - ....รู้ 

เชอรี่ – งั้นหรือ.... งั้นหนูก็เป็นคนเดียวที่ไม่รู้.... 

เธอหันหลังให้กับอีกฝ่ายที่พยายามแก้ตัว “เชอรี่ มันมีสาเหตุนะ!” 

เชอรี่ – พี่เซเนลคงจะลำบากมากสินะคะที่ต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ตลอดเวลา 

เซเนล – ไม่ใช่ มันไม่... 

เชอรี่ – หนูนึกว่าหนูกับพี่รู้จักกันและกันดี แต่นั่นก็เป้นแค่ภาพลวงตาสินะ? 

เซเนล – เชอรี่... 

เชอรี่ – มันชัดเจนแล้ว หนูคือเฟลเนส และพี่คือโอเรลเนส พวกเราจะเข้าใจซึ่งกันและกันได้ยังกัน? ทำไมทุกอย่างต้องจบลงแบบนี้นะ? ทำไมเฟลเนสกับโอเรลเนสจะต้องเป็นแบบนี้? 

เธอก้มหน้า กุมมือไว้ที่หน้าอก “ทำไมพวกเราถึงต้องมาพบกันด้วย?” 

เซเนล – เชอรี่! 

ไม่ทันคาดคิด ผมของเธอเรืองแสงพร้อมๆกับเทลเคสที่ปรากฎออกมาอีก เขาถูกดีดกระเด็นออกมาอย่างรุนแรง! 

วิล – เซเนล! 

เชอรี่ – ลาก่อนค่ะ.... พี่ 

พื้นบริเวณบัลลังก์เรืองแสงสีขาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

โคลเอ้ – เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! 

เมาริทซ์ – อา ในที่สุด! เวลาของปีกแห่งแสงก็มาถึง! 

เซเนล – อย่านะ! 

แสงสว่างวาบขึ้น เมื่อมันจางหายไป ร่างของเชอรี่ก็ไม่อยู่ที่บัลลังก์แล้ว และจู่ๆพื้นก็สั่นสะเทือน 

วิล – แรงสั่นนี่มันอะไรน่ะ?! 

กริวเน่ – แหมๆ ข้างนอกสว่างจังเลยนะ 

นอร์ม่า – เกิดอะไรขึ้นนะ? 

เจย์ – ไปดูกันเถอะครับ! 

 

ทุกคนสิ่งออกไปที่ประตูด้านหลังบัลลังก์ ภายนอกเป็นระเบียงที่สามารถเห็นพื้นที่รอบๆได้ แสงสว่างสีฟ้าส่งมาจากใจกลางทะเลสาบที่เคยมีเสา 3 อันซึ่งเคยใช้ในการยิงปืนใหญ่เนลเฟสตั้งอยู่ ที่จุดศูนย์กลางนั่น น้ำเริ่มแหวกออกขณะที่สิ่งก่อทร้างทรงกระบอกขนาดใหญ่โผล่พ้นเหนือผิวน้ำ รอบๆข้างมันมีหอคอยเหมือนกับอีก 3 อันปรากฏขึ้นมาล้อมรอบมัน 

โคลเอ้ – ปีกแห่งแสงนี่! 

วิล – สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นแบบนี้สินะ 

เจย์ – ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคลื่อนย้ายไปที่ปีกแห่งแสงแล้วครับ 

โมเซส – บ้าเอ้ย! 

เซเนล – ชั้น...ชั้นผิดสัญญาที่ให้ไว้กับพวกนาย 

ทุกคนนิ่งเงียบ ส่วนวิลก็เดินไปหาเขา 

เซเนล – วิล? 

โป้ก! มะเหงกเรียกสติไปแรงๆครั้งหนึ่ง “โอ้ย!” 

วิล – เธอไม่ตามความรับผิดชอบที่ทุกคนฝากฝังเอาไว้ นี่คือการลงโทษ 

เซเนล - .... 

วิล – แต่พวกเราในที่นี้ทุกคนไม่มีใครคิดว่าเธอผิดคำสัญญา 

เซเนล – อะไรนะ?..... 

เจย์ – ที่คุณพูดก็คือ “ถ้าเธอเป็นเมลเนส ชั้นจะจัดการเธอเอง” 

นอร์ม่า- นายมาได้พูดซักคำนี่ว่าจะสังหารริจจัง 

โคลเอ้ – คนที่อยู่ที่นั่นคือเชอรี่ พวกเรารู้เรื่องนั้นแน่นอนแล้ว 

โมเซส- แค่ดูหน้าหล่อนครั้งเดียวก็รู้แล้ว หล่อนไม่อยากทำให้เกิดมหาหายนะหรอก 

กริวเน่ – เธอน่ะฝืนทำทุกอย่างด้วยตัวเธอเองมาตลอดเวลา 

วิล – ถึงแม้จะเชื่อมต่อกับเนลเฟสผู้โกรธเกรี้ยวแล้วแล้ว เธอก็ยังพยายามต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อหยุดยั้งการคืนชีพของปีกแห่งแสง 

เซเนล – ทุกคน... 

เจย์ – นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะสบายใจนะครับ เซเนล! ถ้ามีเวลาขนาดนั้นล่ะก็เอามาใช้มันเพื่อคิดหาทางลักลอบเข้าไปในปีกแห่งแสงจะดีกว่า! 

โคลเอ้ – ถูกแล้ว! ที่นั่นน่ะมีเพื่อนของพวกเราอยู่นะ! 

โมเซส – พวกเราจะไม่หยุดจนกว่าจะช่วยเชอรี่ได้หรอก! 

นอร์ม่า – ช่าย! แล้วนั้นก็หมายความว่าพวกเราจะไปหยุดยั้งหายนะภัย! 

เซเนล- ชั้นยังไม่ยอมแพ้หรอก! ชั้นจะตรามเชอรี่ไปจนสุดขอบโลก! ชั้นไม่สนใจว่ามันจะเป้นปีกแห่งแสงหรืออะไร! ชั้นจะไม่ให้เรื่องมันจบลงแบบนี้! ใช่ไหม? 

ทุกคน – ใช่! 

เจย์ – ดูเหมือนว่าจะมีลำแสงยืดออกมาจากปีกแห่งแสงครับ 

วิล – มันมุ่งไปยังทิศทางของเมืองเวลเทสด้วย 

เจย์ –หรือบางทีจะมุ่งจากหอประภาคารไปยังปีกแห่งแสง.... 

เขาฉุกคิดเรื่องอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวก่อนนะ.....” 

ป๊อปโป้ – เจย์! 

พี่น้องนากทะเลวิ่งเข้ามาหา “แสงนั่น! มันคือเส้นทางข้ามสวรรค์!” 

เจย์ – ผมกำลังคิดถึงมันอยู่พอดีเลย บนยอดของหอประภาคารมีเส้นทางที่ยืดต่อไปหามันได้! 

ป๊อปโป้ – พวกเราอาจจะพวกพวกคุณไปถึงยอดของหอคอยได้นะ! 

เซเนล – จริงเหรอ?! 

เจย์ – ถ้าทฤษฎีมันถูกต้องน่ะนะครับ อย่างไรก็ตาม ขึ้นรถไฟไปที่เวลเทสกันเถอะ! 

ป๊อปโป้ – พวกเราไปยืนยันมาแล้วครับว่าสามารถไปยังหอประภาคารด้วยรถไฟได้ 

ทุกคนตกลงตามที่ว่า จึงกลับไปที่รถจักรที่รออยู่เบื้องล่าง 

ป๊อปโป้ – ปล่อยให้พวกเราควบคุมเพลาเองครับ พวกเราจะพาไปถึงเมืองในพริบตาเลย 

 

เมื่อไปถึงปลายทางที่หอประภาคาร ทุกคนก็มาปรึกษากัน 

นอร์ม่า – แล้วจากที่นี่ พวกเราจะไปที่ปีกแห่งแสงได้ยังไงน่ะ? 

เจย์ – หืมม... 

เขากับนากทั้งสามตัวไปที่แผงควบคุมใกล้ๆกันนั้น “ผมสงสัยว่าถ้ากดที่นี่จะได้ไหมนะ” เมื่อเจยกดปุ่ม กำแพงเบื้องหน้าที่เคยปิดตายก็ยกขึ้น เผลให้เห็นเส้นทางที่ทอดยาวข้ามท้องฟ้ายังปีกแห่งเสงซึ่งอยู่ไกลออกไปเบื้อง หน้า 

เจย์ – นี่ไงล่ะ เส้นทางลอยฟ้าที่กล่าวถึงในตำนานของชาวโอเรโซเรน 

ป๊อปโป้ – มันคือเส้นทางข้ามสวรรค์ครับ! 

เจย์ - แสงนั้นเชื่อมต่อกับรางที่พาพวกเรามาที่นี่ครับ 

วิล – เจย์ เธอคงไม่ได้หมายความว่า... 

เจย์ – รถจักรสามารถวิ่งบนแสงนี้ได้ครับ 

นอร์ม่า – ล้อเล่นน่า! 

โมเซส – เอาจริงอ้ะ?! 

เจย์ – พวกเขามีแม้แต่ยานทั้งลำที่บินข้ามขอบฟ้าได้ แล้วทำไมจะมีรถจักรบินได้ไม่ได้ล่ะครับ? 

นอร์ม่า – คงจะแจ๋วนะถ้ามันใช้ได้เนี่ย 

เจย์ – ถ้างั้นทำไมไม่ลองดูล่ะครับ? มีเวลาหน่อยไหมล่ะ? 

ป๊อปโป้ – ซักคืนนึงก็คงจะพอครับ! 

โคลเอ้ – หนึ่งคืน..... หืมม.... 

ทุกคนหันไปพยักหน้าเห็นพ้องกัน 

วิล – เข้าใจแล้ว พวกเราจะให้เธอจัดการมันก็แล้วกัน 

นอร์ม่า - แล้วระหว่างรอนี่พวกเราจะทำอะไรล่ะ? 

เจย์ – อย่าห่วงพวกเราเลยครับ ไปพักกันก่อนเถอะ ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกใช่ไหมล่ะ? อย่างเขียนพินัยกรรม มอบมรดก.... 

นอร์ม่า – นี่ อย่าพูดแบบนั้นสิ! 

วิล – ตกลง ตอนนี้ก็แยกตัวกันก่อนเถอะ พวกเราจะกลับมาพบกันที่นี่พรุ่งนี้เช้า 

 

ทุกคนนอกจากเจย์และสามนากออกมาภายนอกหอประภาค เวลานั้นก็มืดค่ำแล้ว 

นอร์ม่า – พรุ่งนี้ก็ศึกสุดท้ายแล้ว! ตื่นเต้นกันใช่ไหม ทุกคน? 

เซเนล – ตื่นเต้นเหรอ? 

โคลเอ้ – ฉันไม่แน่ใจว่าจะใช้คำนั้นน่ะ 

นอร์ม่า - ถ้าพวกนายไม่รู้สึกแบบนั้น ที่ฉันพูดไปก็ไร้ค่าสิ ตื่นเต้นเร็วเข้า! 

เซเนล+โคลเอ้ – อะ...โอเค 

นอร์ม่า- ถ้างั้นก็เหมิอนที่ฉันเคยพูด เวลาแบบนี้ พวกเราต้องจัดปาร์ตี้ ! เอาล่ะ ฟังนะ ฉันอยากให้ทุกคนเตรียมตัวแล้วไปเจอกันที่ลานน้ำพุ ! 

เซเนล – เธอเอาจริงเหรอ? 

นอร์ม่า – เอาจริงถึงตายเลยล่ะ! 

โมเซส – อั๊วะเอาด้วยคน! อั๊วะจะพาลูกน้องไปด้วย! 

กริวเน่ – แหมๆน่าสนุกนะ! 

นอร์ม่า – ฉันหวังว่าทุกคนจะมาโดยสมัครใจนะ แต่ฉันก็หวังว่าทุกคนจะมากัน เข้าใจไหม? 

อีกสามคนมองหน้ากันเหรอหรา 

นอร์ม่า – เข้าใจใช่ไหม? 

เซเนล+โคลเอ้+วิล – เอ่อ....ได้ 

นอร์ม่า – โอเค งั้นไว้เจอกันนะ 

เธอโบกมือลาแล้ววิ่งหายไป 

เซเนล – ยัยนั่นเป็นพวกดึงดันจริงๆนะ 

โมเซส – อ่านะ หล่อนอาจจะแค่อย่างโหวกแหวกบ้างน่ะ 

วิล – ฉันคิดว่านั่นเป็นวิธีที่เธอพยายามทำให้พวกเราผ่อนคลายกับมีกำลังใจขึ้นน่ะ 

 

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป เซเนลตัดสินใจไปรอที่ลานน้ำพุก่อน เมื่อไปถึง ที่นั่นยังคงว่างเปล่าอยู่ 

เซเนล – ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครมาถึงนะ 

เขามองไปรอบๆ แล้วไปนั่งรอที่ข้างๆน้ำพุคนเดียว.... 

 

เวลานั้น โมเซสถูกรายล้อมด้วยบรรดาลูกน้อง 

จาบ้า – ลูกพี่โมเซส ผมภาวนาให้ลูกี่ทำสำเร็จนะ! 

โมเซส – ให้อั๊วะกับกีทจัดการเอง! พวกเราจะลุยมันให้เกลี้ยงเลย! 

จาบ้า – อา แค่ได้ยินคำพูดแบบนั้นผมก็สบายใจแล้วล่ะ 

โมเซส – ใช่ไหมล่ะ? 

จาบ้า – เซเนลกับคนอื่นอาจจะพูดแบบเดียวกันกับลูกพี่ก็ได้ 

โมเซส – เอ้อ...ใช่ เอ็งรู้ได้ไงน่ะ 

จาบ้า – ใครๆก็คิดแบบนั้นทั้งนั้นล่ะ ลูกพี่! 

โมเซส – จาบ้า... เอ็งนี่ซื่อบริสุทธิ์จริงๆนะ... รูไหม จาบ้า อั๊วคิดอยู่เสมอนะว่ากีทกับพวกเอ็งทำคนเป็นครอบครัวของอั๊วะ แต่ว่า.... 

จาบ้า – อ้อ ผมรู้ ลูกี่ก็รู้สึกแบบนั้นกับเซเนลกับคนอื่นๆใช่ไหมล่ะ? 

โมเซส – ใช่ แต่อั๊วะยังไม่ได้บอกพวกนั้นหรอกนะ 

จาบ้า – ผมแน่ใจว่าพวกเขาต้องดีใจที่ได้ยินแน่ 

โมเซส – ก็ต้องดูกันละ อย่างน้อยอั๊วะก็รู้ว่าคนนึงในนั้นทำให้อั๊วะยังกับเจอนรกเลยล่ะ 

 

ทางด้านเจย์ 

เจย์ – โอ้ย หูฉัน! 

ป๊อปโป้ – เจย์ เป็นอะไรหรือเปล่า? 

เจย์ - อยู่ๆก็รู้สึกแสบๆที่หูน่ะ พนันได้เลยว่าเจ้าโจรโง่นั่นกำลังพูดถึงฉันแน่ๆ 

ปิ๊ปโป้ – ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ดีนะ เจย์ 

เจย์ – จริงเหรอ? 

คิวโป้ – คุณเซเนลกับคนอื่นเป็นคนดี ผมดีใจจริงๆที่ได้พบพวกเขา 

เจย์ – ใช่ ฉันคิดว่าการได้อยู่ใกล้ๆพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สนุกนั้น ทั้งเซเนล วิล แล้วก็โจรโง่นั่นด้วย... 

ทั้งสามตัวหัวเราะกันคิกคักเมื่อเห็นการแสดงออกของเขา จนเจ้าตัวต้องหันหลังเพราะหน้าแดงหน่อยๆ 

เจย์ – พวกนายหัวเราะอะไรกันน่ะ?! 

 

ตอนนั้น เซเนลก็ยังพบตัวเองรออยู่คนเดียวเหมือนเคย 

เซเนล .oO(ทำไมยังไม่มากันอีกนะ) 

คิดยังไม่ทันจบ โคลเอ้ก็เดินเข้ามาพอดี “หือ? คูลริดจ์ มีแต่นายงั้นเหรอ?” 

เซเนล – ชั้นเกือบจะเลิกรอให้มีใครมาแล้วล่ะ 

โคลเอ้ – อ้อ.... 

 

ส่วนวิล เขายืนอยู่ในห้องซึ่งมีอีกคนหนึ่งอยู่บนเตียง 

??? – ฉันจะรอข่าวดีนะ 

วิล – ผมจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ครับ 

??? – ท่าทางเธอคงจะไปด้วยกันได้ดีกับเซเนลแล้วก็คนอื่นๆ 

วิล – ดูเหมือนว่าบทบาทของผมคือการดุทุกคน ผมสงสัยว่าผมคงไม่เป้นที่นิยมเท่าไหร่ 

??? – แต่พวกเขาทุกคนก็ให้ความเคารพเธอเป็นอย่างมาก ตามรายงานที่ฉันได้รับมานี่นะ 

วิล – ผมสงสัยจริงว่าใครบอกคุณแบบนั้น... อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมขอตัวก่อนล่ะครับ 

เขาทำความเคารพแล้วหันหลัง 

??? – เดี๋ยวก่อนสิ เธอจะไม่ไปพบหน้าฮาริเอทหน่อยหรือ? 

วิล – ผมไม่รู้ว่าเธออยากจะเห็นผมหรือเปล่า.. 

เจ้าตัวเปิดประตูผางเข้ามายืนหอบในห้อง 

??? – ดูท่าทางเธอจะคิดผิดนะ 

 

ทางด้านนอร์ม่า... 

นอร์ม่า – ถึงคุณพ่อและคุณแม่ที่รักบนสวรรค์..... อ้อ ไม่ใช่ๆ ยังไม่ตายกันนี่นะ 

“ถึงท่านที่เคารพ สภาพอากาศแจ่มใจ แต่มีคลื่นลมแรง....ฉันกำลังจะเขียนบ้าอะไรเนี่ย?” 

“โย่ โย่ โย่! ป๊ะป๋า มาม๊า เป็นเช่นใดบ้าง?.... ไม่อ้ะ พวกเขาร้องไห้แหงๆถ้าอ่านจดมายแบบนี้” 

นอร์ม่า – โอย ช่างเถอะ! พอดีกว่า! 

เธอดิ้นๆไบวายอยู่ในห้องของตัวเองบนโรงแรม บนพื้นห้องเกลื่อนกระจายไปด้วยเศษกระดาษที่ถูกขยำทิ้ง “จู่ๆฉันก็เชียนจดหมายไปหาพ่อกับแม่ไม่ได้แฮะ” เธอเปรยๆแล้วไปนอนแผ่นดิ้นๆบนพื้นข้างหน้าต่าง สายตาจ้องไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกนั้น 

นอร์ม่า – สงสัยจังว่าอาจาร์ยจะคิดยังไงถ้ามาเห็นฉันตอนนี้นะ? 

แสงจันทร์สาดส่องไปยังของบางอย่างที่วางอยู่ข้างหน้าต่างจนส่องประกายออกมา นอร์ม่าลุกขึ้นมองไปที่มัน “ฮึก ไม่น่าถามอะไรโง่ๆเลยนะ เขาคงจะหัวเราะจนหัวแทบหลุดน่ะล่ะ” เธอลุกขึ้น เงยหน้ามองดวงจันทร์ 

นอร์ม่า-ขอโทษนะคะ ฉันรู้ว่ายังไงคุณก็ยังเป็นอาจารย์ของฉัน แต่เรื่องเอเวอร์ไลท์คงต้องรอไปอีกหน่อยล่ะ ดูเหมือนว่าฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องทำน่ะ 

เธอหันหลังเดินไปสองสามก้าว “....แน่นอน ว่าฉันยอมรับเรื่องนี้กับพวกนั้นไม่ได้หรอกนะ” นอร์ม่าพูดก่อนหันกลับมามองที่หน้าต่างอีกครั้ง 

นอร์ม่า – เอาล่ะ ฉันไปล่ะนะ คุณนน่าจะภาวนาให้ฉันปลอดภัยนะ ได้ยินไหม? เอาล่ะ ได้เวลาปาร์ตี้แล้ว! 

 

กลับไปยังบริเวณลานน้ำพุ เซเนลมองท้องฟ้าอยู่ข้างลานน้ำพุ ส่วนโคลเอ้ยืนไกลๆ แอบมองเขาอยู่ห่างๆ 

โคลเอ้ – เซ.... 

เซเนล – หืม? 

โคลเอ้ – นายกับเชอรี่...... 

เขาเดินเข้ามาใหล้ด้วยความสงสัย “เชอรี่ทำไมหรือ?” 

โคลเอ้ – เอ่อ.... ฉันหมายความว่า.... 

เธอเดินไปที่ข้างน้ำพุ แล้วหันกลับมา “ฉันกำลังนึกถึงเรื่องที่เกิดที่ปราสาทลวงตาน่ะ มันยากจริงๆนะที่ผู้คนจะเข้าใจกันและกันได้” 

เซเนล – อืม ใช่แล้ว.... แต่ว่า.... 

เขาเดินเข้าไปหาเธอซึ่งละสายตามจากท้องฟ้าลงมาที่เขา “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก....ที่ผู้คนจะยื่นมือออกไปให้ถือคนอื่นๆน่ะ” 

โคลเอ้ – ตูลริดจ์.... 

 

ฮาริเอทกำลังส่งเสียโวยวายอยู่ภายนอกบ้านหลังหนึ่ง 

ฮาริเอท – ปู่บอกว่าคุณเป็นคนที่เลวที่สุด แต่แม่บอกว่าคุณเป็นคนที่ดีที่สุด เธอบอกหนูเสมอๆว่าไม่มีใครดีกว่าคุณอีกแล้ว 

วิล – ฉันไม่เหมาะกับคำๆนั้นหรอก 

ฮาริเอท – หนูสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก 

วิล – คำถามยากๆแบบนั้นฉันก็ตอบไม่ได้หรอก 

ฮาริเอท – หนูมาที่เลกาซี่เพื่อค้นหาคำตอบ แต่หนูก็ยังไม่รู้ หนูหมายถึง..... 

สีหน้าของเด็กสาวซึมเศร้าลง 

วิล – ฮาริเอท.... 

ฮาริเอท – คุณน่ะไม่เคยสนใจหนูเลย! 

เธอตวาดออกมาด้วยเสียงอันสั่นคลอ “คุณไม่เคยพูดอะไรกับหนูเลย! คุณแทบไม่เคยอยู่ในเมืองด้วยซ้ำ! แล้วหนูจะเรียนรู้อะไรจากคุณได้ล่ะ?!” 

วิล – พ่อขอโทษนะ ฮาริเอท 

ฮาริเอท – จะขอโทษน่ะมันสายไปแล้วล่ะ 

วิล – เธอพูดถูกแล้ว การขอโทษน่ะไม่มีประโยชน์หรอก... แต่ให้ฉันได้พูดซักอย่างเถอะ 

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งหิ่งห้อยส่องแสงแวววับ “พ่อสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อจะปกป้องเธอเอง” 

ฮาริเอท - ! 

วิล – ฉันสัญญาได้เท่านั้นล่ะ 

ฮาริเอท – แล้วจู่ๆคุณก็จะมาทำตัวเหมือนเป็นพ่องั้นเหรอ? 

วิล - .....ฉันก็ว่าอย่างนั้น ....บางทีฉันคงไม่มีสิทธิจะพูดอะไรแบบนั้นได้ 

เขาเดินหันหลังมาโดยมีเสียงลูกสาวทำให้ชะงักฝีเท้า “เดี๋ยว! หนูได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นจากป้ามิวเซตแล้ว พวกเขากำลังพยายามทำให้แผ่นดินใหญ่จมไปในทะเลใช่ไหม?” 

วิล – ถูกแล้ว 

เธอวิ่งมาหาเขา “ถ้าเป็นแบบนั้น สุสานของแม่ก็จะหายไปด้วย! คุณต้องปกป้องสุสานของแม่นะ! หากพลาดไปล่ะก็.... หนู... หนูจะไม่ให้อภัยคุณอีกเลย!” เธอพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นเมื่องน้ำตาไหลออกมา 

วิล - ....ฮาริเอท นี่เป็นการให้กำลังใจที่ดีที่สุดที่ใครจะให้กับฉันได้เลย 

 

เวลาเดียวกัน ที่ลานน้ำพุ 

เซเนล – พอเชอรี่กลับมาแล้ว ชั้นจะขอให้เธอเป็นเพื่อนกับเชอรี่ได้ไหม? คงจะต้องอีกซักพักกว่าที่เชอรี่จะพูดกับผู้หญิงคนอื่นๆ เธอรู้ไหม? 

เธอทำหน้าลำบากใจ เซฌนลจึงหันหลังเดินออกมา 

โคลเอ้ – ฉัน...ยอมรับคำขอร้องของนาย 

เขาหันกลับมายิ้ม โคลเอ้เดินมาข้างหน้าเขาแล้วพูดแบบไม่ยอมสบตาตรงๆ “แต่เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน ฉันจะทำตามความรู้สึกที่แท้จริงของฉันนะ พอเชอรี่กลับมาแล้ว... ฉันจะไม่ออมมือให้ล่ะนะ เข้าใจไหม?” 

เซเนลทำสีหน้าลำบากใจ ส่วนเธอก็ทำท่าทางเขินอายเมื่อคิดว่าอาจจะสื่ออะไรให้เขารู้ได้แล้ว... “โคลเอ้...เธอเกลียดเชอรี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” จนเขาพูดประโยคนี้ออกมา โคลเอ้ก็โวยวายใหญ่ 

โคลเอ้ – ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซักหน่อย! 

เธอวิ่งหนีไปหน่อย แต่เขาก็เข้าไปดักหน้าไว้ก่อน เธอจึงหันหันหลังแล้วพูดอย่างหมดกำลังใจ “อย่าสนใจเลยน่า! ยังไงก็อุตส่าห์เชื่อมั่นพูดไปขนาดนั้นแล้ว......” 

เซเนล – เธอโกรธเรื่องอะไรกันน่ะ? 

เธอหันมาโวยวายอีกรอบก่อนชี้หน้าเขา “น่าสมเหช! ไร้ค่า! ขี้ขลาด!” เซเนลก้มหัวหงึกอย่างงงๆ โคลเอ้เดินหันไปมองน้ำพุ 

โคลเอ้ – ฉันเดาว่าคำสุดท้ายนั่นคงรวมถึงฉันด้วยนะ 

เซเนล – เธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย?! 

เธอหันกลับมายิ้มหเขาเหมือนไม่มีอะไร “อ้อ ไม่มีอะไรหรอก!” 

เซเนล – บางทีชั้นก็ไม่เข้าใจเธอเลยนะ.... 

โคลเอ้หัวเราะร่วนแล้วยื่นมือมา “ฉันดีใจที่พวกเราได้มีส่วนร่วมด้วยกันนะ คูลริดจ์ “ เธอพูดก่อนจับมือกับเขา ไม่นานหลังจากนั้น คนอื่นๆก็เริ่มเข้ามารวมตัวกัน 

 

“เชอรี่.... ชั้นมีเรื่องบางอย่างที่อยากให้เธอรู้” 

 

“ทุกคนที่นี่พูดว่าเธอคือเพื่อนของพวกเขา” 

 

“เธอมีที่อยู่ที่นี่ กับพวกเรา” 

 

“เธอไม่ได้อยู่คนเดียว” 

 

 

To be continued… 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:45 pm----------

yosakrai

เป็นภาคที่เนื้อเรื่องดีและฮามากภาคนึงเลย ถึงการสู้จะธรรมดาไปหน่อยก็เหอะนะ

Topic #164 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 7. Shining blue