Tales of Legendia - Chapter 7. Shining blue

June 17th, 2006 08:09PM, Next Farecery said,

 

Chapter 7 – Shining Blue

ท้ายที่สุด รถรางก็มาถึงปลายทาง เลยออกไปก็เป็นพื้นสีแดงซึ่งคงเป็นลักษณะเฉพาะของชาวเทลเซส
เซเนล – ดูเหมือนจะมาได้ไกลแค่นี้นะ
เจย์ – ลองใช้เส้นทางนั้นขึ้นไปดูรอบๆเถอะครับ

ทุกคนวิ่งไปตามทาง จนถึงปราสาทสีแดงที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบใส รอบๆปราสาทเต็มไปด้วยสะพานสีแดงที่ทอดยาวบนผนน้ำมากมาย
นอร์ม่า – ว้าว....
เจย์ – นั่นคือปราสาทลวงตาหรือ?
โมเซส – หืมม ไม่เลวสำหรับศึกสุดท้ายนี่
วิล – มันจะยากลำบากแน่ แต่ฉันรู้ว่าพวกเรารับมือมันได้ พวกเราจะผ่านมันไปได้ ฉันภูมิใจจริงๆที่พวกเรามาด้วยกันได้ไกลถึงขนาดไหน และพวกเราก็ร่วมทางไปด้วยกัน จนถึงจุดสุดท้าย!
ทุกคนพร้อมใจกันชูมือขึ้นฟ้า

วอลเตอร์ - เซเนลมาที่นี่แล้วเหรอ?!
ชายชาวราเดี้ยน – ดูเหมือนว่าเขากับคนอื่นมาทางใต้ดินครับ
วอลเตอร์ตั้งท่าจะวิ่งออกไปจัดการด้วยตัวเอง ชาวราเดี้ยนทั้งสองต้องห้ามไว้ ฎคุณวอลเตอร์ รอเดี๋ยวครับ!”
วอลเตอร์ – ทำไมถึงห้ามเราล่ะ?
ชาวราเดี้ยน – ได้โปรดอย่าออกห่างจากข้างกายท่านเมลเนสเลยครับ คุณปล่อยพวกโอเรลเนสให้พวกเราจัดการก็ได้
ชาวราเดี้ยน – ในฐานะผู้นำหน่วยคุ้มกันของท่าน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องอยู่ที่นี่ หัวหน้าก็สั่งเอาไว้เช่นกัน
วอลเตอร์ – กรอด... .ได้ ให้เราจัดการที่นี่เอง เราจะควบคุมออโตมาต้าจากที่นี่ ไปจัดการพวกโอเรลเนสไป!
ชาวราเดี้ยน - ครับท่าน!

พวกเซเนลเข้าไปถึงในปราสาท และต้องสู้กับอสูรสีดำที่จู่โจมเข้ามา ซึ่งพบว่าเป็นฝีมือของชาวราเดี้ยนสองคน เมื่อพ่ายแพ้แล้วทั้งสองคนก็วิ่งหนีไป
โคลเอ้ – พวกเขาเป็นคนควบคุมปีศาจนั่นเหรอ?
วิล - อาจจะเป็นแบบนั้น

บนห้องบัลลังก์ ชาววารีเข้ามารายงานสถานการณ์ให้วอลเตอร์ฟัง
ชาวราเดี้ยน – พวกมันบุกเข้ามาในห้องโถงรับรองแล้วครับ!
วอลเตอร์ – ดูเหมือนเราต้องไปหยุดพวกมันเองล่ะ
เชอรี่ – พวกเขาเข้ามาใกล้แล้ว
วอลเตอร์ - ....ท่านเมลเนส ผมจะไม่ยอมให้เซเนลมาถึงท่าน โปรดทำใจให้สงบแล้วปลุกปีกแห่งแสงขึ้นมาเถอะ ผมก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์เช่นกัน
เชอรี่ – ฝากคุณดูแลเรื่องของพวกเขาด้วย

ที่ทางเดินซึ่งนำไปสู่ห้องบัลลังก์ วอลเตอร์ไปรอผู้บุกรุกซึ่งวิ่งเข้ามาพอดี
วอลเตอร์ – ฉันประหลาดใจที่แกมาได้ไกลที่นี่นะ เซเนล! ฉันคงต้องชื่นชมกับความกล้าของแกที่ยอมจากมาจากความปลอดภัยดินแดนที่ถูก ละทิ้งนั่น
เซเนล – เชอรี่อยู่หลังประตูนั่นหรือเปล่า?
วอลเตอร์ - แล้วถ้านางอยู่ล่ะ?
เซเนล – ชั้นจะไปพูดกับเธอ เพราะอย่างนั้นชั้นถึงมาอยู่ที่นี่
วอลเตอร์ – แกเสียเวลาเปล่าแล้ว ท่านเมลเนสไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวอะไรกับแกอีก
เซเนล - ไม่ใช่เรื่องนายที่จะมาตัดสินเรื่องนี้หรอก หลบไปให้พ้นทางของชั้นซะ
อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่กลับตั้งท่าพร้อมสู้ได้ทุกเวลา
เซเนล – นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายนะ วอลเตอร์ หลบไปซะ
วอลเตอร์ – พูดกันแค่นี้ก็พอแล้ว!

การต่อสู้จบลงพร้อมความพ่ายแพ้ของวอลเตอร์ เขานอนแผ่อยู่กับพื้น รำพันออกมาด้วยความแค้นใจ
วอลเตอร์ – ทำไมกัน?!.... ทำไมชาวพื้นดิน... โอเรลเนสอย่างพวกแกถึงมีพลังขนาดนี้?! ท่าน... ท่านเมลเนส.. อึ่ก...
เซเนล – พอได้แล้ว วอลเตอร์ นายสู้ไม่ไหวอีกแล้ว
กระนั้นเขาก็ยังฝืนตัวขึ้นมา “แก....จะผ่านไป... ไม่ได้...”
โคลเอ้ – นายยังหวังว่าจะทำอะไรได้อีกในสภาพนั้นน่ะ? หยุดทำบ้าบิ่นแบบนั้นเถอะ วอลเตอร์!
วอลเตอร์ – มีแต่ฉัน....ที่จะปกป้องท่านเมลเนส
เขาเรียกเทลเคสออกมาแล้วพาร่างอันสะบักสะบอมบนหายไปยังห้องส่วนใน
เซเนล – เดี๋ยวสิ!
ใมเซส – แหม่ มันไม่ยอมแพ้เลยนะเนี่ย!
วิล – บางทีเขาอาจจะตั้งใจจะพาตัวเชอรี่หนีก็ได้
นอร์ม่า – ถ้างั้นพวกเราก็ต้องจับตัวเขาให้ได้ตอนนี้เลยจะดีที่สุด!

วอลเตอร์เดินโซเซเข้าไปในห้องบัลลังก์ ทรุดตัวลงที่หน้าทางเข้านั้นเอง เขายื่นมือไปเบื้องหน้าซึ่งเชอรี่นั่งอยู่อย่าวสงบบนบัลลังก์
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส... ท่านต้อง....
เธอลุกขึ้นยืน มองไปยังประตูซึ่งอีกหลายคนกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา “วอลเตอร์....”
เซเนล – เชอรี่!
เชอรี่ – อึ่ก.... ฉันไม่คาดว่าจะได้พบคุณอีก
เซเนล – เชอรี่ พวกชั้นไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้นะ
โมเซส – พวกเรามาที่เพื่อพูด!
เซเนล – ได้โปรดเถอะ หยุดมหาหายนะภัยซะ! อย่าปลุกปีกแห่งแสงขึ้นมา!
วอลเตอร์ – เซเนล!.... ทำไมแก....
เชอรี่ – คุณรู้แล้วสินะ
เซเนล – เนลเฟสผู้เงียบสงบบอกพวกเราทุกอย่าง
เจย์ – เนลเฟสที่คงอยู่ในที่ๆคุณเรียกว่าดินแดนที่ถูกละทิ้ง
นอร์ม่า – เนซซี่บอกว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรเทลเซลแล้วก็มหาหายนะภัยด้วย
โคลเอ้ – บรรพบุรุษของพวกเรามีส่วนในสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อันโหดร้าย พวกเราปฏิเสธเรื่องนั้นไม่ได้
เซเนล – แต่พวกเรามีชีวิตอยู่ในเวลานี้ พวกเราไม่ต้องถูกอดีตเหนี่ยวรั้งเอาไว้ใช่ไหมล่ะ?
โมเซส – แม่นแล้ว เธอต้องหยุดเรื่องนี้นะ
วิล – เธอสามารถรักษาเลกาซี่ไว้ในฐานะดินแดนของชาวราเดี้ยนได้ ลองพาทางอื่นที่พวกเราจะอยู่ร่วมกันได้เถอะ
ทุกคนก้าวเดินเข้าไป เชอรี่ที่รับฟังเงียบๆมานานก้มศีรษะลง “พวกคุณมากันถึงขนาดนี้เพื่อพูดเรื่องแค่นั้นหรือ? น่าขันจริงๆ”
เชอรี่ – คุณคิดจริงๆหรือว่าฉันจะฟังพวกคุณ?
ทุกคนเดินเข้าไปใกล้อีก เสียงของเธอห้ามทุกคนเอาไว้ “หยุดตรงนั้นล่ะ หากคุณเข้ามาใกล้มากกว่านี้ ฉันจะเดินระบบปีกแห่งแสงทันที
วิล –บัลลังก์นั่นอาจจะเป็นศูนย์ควบคุมการเปิดระบบปีกแห่งแสงหรือเปล่า?
เซเนล – เชอรี่ จะเป็นอะไรไหม ถ้าชั้นจะเข้าไปใกล้อีกนิด แค่ชั้นเท่านั้น
เขาหันไปสบตาทุกคน แล้วขอร้องเธออีก “แค่ใกล้พอที่ชั้นที่จะเห็นเธอชัดๆ ตกลงไหม?”
เมื่อไม่มีเสียงตอบจากเชอรี่ เซเนลจึงเดินเข้าไปตามลำพัง จนถึงบริเวณที่เป็นเขตบัลลังก์
เชอรี่ – หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้อีก อย่างคิดว่าคุณจะพูดให้ฉันเลิกได้ ฉันบอกคุณแล้ว.... ฉันไม่ใช่คนที่เคยเสแสร้งว่าเป็นน้องสาวของคุณ
เซเนล – เพราะอย่างนั้นชั้นถึงมาที่นี่ เชอรี่
เชอรี่ – อะไรนะ?....
เซเนล – ในที่สุดชั้นก็สามารถบอกเธอได้ว่าชั้นรู้สึกอย่างไร ชั้นอยากให้พวกเราได้กลับมาอยู่กันอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะพี่ชายกับน้องสาว ชั้นอยากจะเริ่มต้นมันใหม่หมดอีกครั้ง....
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “แล้วพี่สเตล่าล่ะ?”
เซเนล – เธอจะอยู่ในความทรงจำของชั้นตลอดไป แต่เธอก็เป็นได้เพียงแค่นั้น เพียงแค่ความทรงจำ แต่เวลานี้ เชอรี่ เธอเป็นคนสำคัญที่สุดของชั้น
เชอรี่ก้มหน้าลงพูดขณะเซเนลก้าวเข้าไปใกล้อีก “ฉันรอที่จะได้ยินคำพูดนั้นมาถึงสามปี... ไม่สิ นานกว่านั้น แม้แต่ตอนที่คุณปฏิเสธฉัน คสามฝันนั้นก็ยังคงอยู่ในหัวใจของฉัน.....”
เชอรี่ – ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้ ขอบคุณนะ.....
วิล – โอ้!....
โมเซส – เขาทำได้แล้วเหรอ?!

เชอรี่ – ด้วยคำพูดเหล่านั้นที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของฉัน เวลานี้ ฉันจะทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นแล้ว
โคลเอ้ – เชอรี่?!
คำพูดของเธอทำให้ทุกคนตกตะลึง
เซเนล – ทำไมกันล่ะ เชอรี่?!
เชอรี่ – เพราะฉันเลือกที่จะเป็นเมลเนส ฉันหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว หากคุณได้ยินเสียงแห่งเนลเฟส คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันต้องแบกรับภาระไว้มากเพียงใด
เซเนล – ถึงอย่างนั้นก็เถอะ!แล้วเธอล่ะ เชอรี่? เธออยากเห็นมหาหายนะภัยเกิดขึ้นเหรอ?!
เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส การทำหน้าที่แห่งเมลเนสให้สมบูรณ์คือเหตุผลที่ฉันคงอยู่ ฉันไม่รู้สึกกังขาอะไรอีกแล้ว
เธอชี้นิ้วมาที่เขา “หากคุณต้องการจะหยุดหายนะภัย สิ่งที่คุณทำได้มีเพียงแต่ต้องสังหารฉันเท่านั้น
เซเนล – อึ้ก.. เชอรี่
เชอรี่ – อย่างไรก็ตาม ฉันก็จะไม่ยอมนอนรอความตายเฉยๆ มาทำให้มันจบกันเถอะ
เทลเคสปรากฏที่หลังของเธอ เขาต้องตั้งท่ารอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
วอลเตอร์ – กล่าวได้เยี่ยมมาก ท่านเมลเนส! ผมจะรับมือคนที่เหลือองขณะที่ท่านกำจัดเซเนล!
นอร์ม่า – นายเห็นที่ริจจังแสดงออกมาหรือเปล่าน่ะ?
วิล – ฉันเห็นนะ
โมเซส – ดูที่สีหน้าหล่อนสิ!
เจย์ –เห็นได้ชัดทีเดียวว่าในจิตใจของเธอกำลังเป็นยังไง
โคลเอ้ – นั่นน่ะไม่ใช่สีหน้าของใครซักคนที่ไม่รู้สึกกังขาอะไรหรอกนะ
วอลเตอร์ – อะไรนะ?!
เขาหันกลับไปมองนายเหนือหัวซึ่งทำสีหน้าลำบากใจ ขณะที่เธอมองเซเนลซึ่งยืนนิ่งเฉย
เชอรี่ – ทำไมถึงไม่โจมตีเข้ามาล่ะ? ถ้าคุณไม่ทำ ฉันจะทำนะ! ฉันไม่ได้ล้อเล่น ได้ยินไหม? ฉันเอาจริงนะ!
เขาลดมือทั้งสองข้างลง
เชอรี่ – เซ.....
ทุกคนที่ได้เห็นต่างตะลึงกับการกระทำของเขา “เซเนล ?!”
เซเนล – ชั้นทำไม่ได้
เขาหันหลังกลับมาหาทุกคนแล้วพูด “ชั้นสัญญากับทุกคนว่าถ้าเธอคือเมลเนส ชั้นจะเป็นคนทำให้มันจบเอง” ก่อนจะหันไปหาเธออีกครั้ง
เซเนล – แต่ตอนนี้ชั้นรู้แล้ว สำหรับชั้น มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเธอเป็นเมลเนสหรืออะไร..... เธอก็ยังคงเป็นเชอรี่
เชอรี่ – อา.......อ๊า--!
เธอตั้งท่าจะโจมตีใส่เขา ทุกคนยกเว้นร้องลั่นด้วยความตดใจ ยกเว้นเซเนลที่ยืนอย่างสงบนิ่ง!.....
.............
หากก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมที่เคยเรืองแสงสีฟ้ากลับดับลง เทลเคสที่เคยส่องแสงสุกสกาวที่กลางหลังก็เลือนหายไป
เชอรี่ – อะ...อะไรกัน? ทำไมล่ะ?....
เซเนล – เชอรี่.....
เชอรี่ – ทำไมมันถึงไม่ออกมาล่ะ?
เซเนล – เชอรี่ หยุดได้แล้วล่ะ
เชอรี่ – เงียบนะ!
เขาก้าวเดินเข้าไปหา เธอชี้นิ้วสั่งเขาด้วยความวับวน “ถอยไปนะ! ถ้าเข้ามาใกล้อีกฉันจะฆ่าคุณ!”
เซเนลยังคงก้าวเข้าไปอีกโดยไม่ฟังคำขู่ของเธอ “ฉันบอกว่าจะฆ่าคุณยังไงล่ะ!” เธอโบกแขนเพื่อให้พลังของเทลเคสออกมา แต่ก็ไร้ผล
เชอรี่ – อีกแล้วเหรอ?! ทำไมมันถึงไม่ออกมาล่ะ....
เธอลองอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม “ฉันคือเมลเนสนะ! ฉันจะให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้….W
และอีกครั้ง.......
เชอรี่ – ฉันแบกรับความหวังและความฝันของชาวเฟลเนสที่ยาวนานกว่าสี่พันปีไว้อยู่นะ!
จะลองสักกี่ครั้งก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “ทำไมล่ะ....ทำไมล่ะ?!” เธอทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น
เชอรี่ – ทำไมฉันถึงโจมตีไม่ได้ล่ะ?!
เซเนล – เชอรี่
เขายื่นมือไปหาเธอ พูดด้วยรอยยิ้มสบนใบหน้า “กลับกันเถอะนะ”
เธอนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะยันตัวลุกขึ้นก้มหน้านิ่ง ขณะนั้นทุกคนก็วิ่งเข้ามา
เซเนล – ทุกคน....
เมาริทซ์ – ท่านเมลเนส อย่าให้เซฌนลหลอกท่านได้นะ
ทุกคนหันกลับไปพบกับเจ้าของเสียงซึ่งยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า ข้างๆเขามีทหารในเกราะสีแดงอยู่คนหนึ่ง
นอร์ม่า+เจย์+โมเซส – เมาริทซ์!
เมาริทซ์ – เขาหลอกลวงท่านมาตลอดเวลา ครั้งนี้คงเหมาะสมแล้วที่ท่านจะได้รู้ความจริง ฟังให้ดี ท่านเมลเนส เซเนล คูลริดจ์.... เป็นสายลับของวากรัฟ! เขาเป็นผู้หนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน!
เชอรี่ – อะไรนะ?......
โคลเอ้ – หยุดนะ! อย่า!
เมาริทซ์ – เซเนลล่อลวงสเตล่าผู้โง่เขลา และส่งพวกเขาให้กับวากรัฟ! เรามีพยานในเรื่องนี้ด้วย!
เซเนล – สเตล่าไม่เกี่ยวข้องด้วยนะ! อย่าพูดถึงเธอแบบนั้นสิ!
เชอรี่ – แล้วเรื่องที่เหลือล่ะคะ?
สีหน้าของเธอแสดงออกไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งสับสนและ เสียใจ
เชอรี่ – ที่เขาพูดเป็นความจริงเหรอ? ตอบหนูสิ จริงหรือเปล่า? ตอบหนูสิ พี่เซเนล
เขาหลับตานิ่ง แล้วเอ่ยคำตอบออกไป “ใช่ มันเป็นเรื่องจริง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ความรู้สึกของเธอ็เหมือนจะแหลกสลาย เธอก้มหน้าลง “งั้น....เหรอ......”
เซเนล – เชอรี่ ... ชั้น.....
เชอรี่ – พี่สเตล่ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า?
เซเนล - ....รู้
เชอรี่ – งั้นหรือ.... งั้นหนูก็เป็นคนเดียวที่ไม่รู้....
เธอหันหลังให้กับอีกฝ่ายที่พยายามแก้ตัว “เชอรี่ มันมีสาเหตุนะ!”
เชอรี่ – พี่เซเนลคงจะลำบากมากสินะคะที่ต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ตลอดเวลา
เซเนล – ไม่ใช่ มันไม่...
เชอรี่ – หนูนึกว่าหนูกับพี่รู้จักกันและกันดี แต่นั่นก็เป้นแค่ภาพลวงตาสินะ?
เซเนล – เชอรี่...
เชอรี่ – มันชัดเจนแล้ว หนูคือเฟลเนส และพี่คือโอเรลเนส พวกเราจะเข้าใจซึ่งกันและกันได้ยังกัน? ทำไมทุกอย่างต้องจบลงแบบนี้นะ? ทำไมเฟลเนสกับโอเรลเนสจะต้องเป็นแบบนี้?
เธอก้มหน้า กุมมือไว้ที่หน้าอก “ทำไมพวกเราถึงต้องมาพบกันด้วย?”
เซเนล – เชอรี่!
ไม่ทันคาดคิด ผมของเธอเรืองแสงพร้อมๆกับเทลเคสที่ปรากฎออกมาอีก เขาถูกดีดกระเด็นออกมาอย่างรุนแรง!
วิล – เซเนล!
เชอรี่ – ลาก่อนค่ะ.... พี่
พื้นบริเวณบัลลังก์เรืองแสงสีขาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
โคลเอ้ – เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!
เมาริทซ์ – อา ในที่สุด! เวลาของปีกแห่งแสงก็มาถึง!
เซเนล – อย่านะ!
แสงสว่างวาบขึ้น เมื่อมันจางหายไป ร่างของเชอรี่ก็ไม่อยู่ที่บัลลังก์แล้ว และจู่ๆพื้นก็สั่นสะเทือน
วิล – แรงสั่นนี่มันอะไรน่ะ?!
กริวเน่ – แหมๆ ข้างนอกสว่างจังเลยนะ
นอร์ม่า – เกิดอะไรขึ้นนะ?
เจย์ – ไปดูกันเถอะครับ!

ทุกคนสิ่งออกไปที่ประตูด้านหลังบัลลังก์ ภายนอกเป็นระเบียงที่สามารถเห็นพื้นที่รอบๆได้ แสงสว่างสีฟ้าส่งมาจากใจกลางทะเลสาบที่เคยมีเสา 3 อันซึ่งเคยใช้ในการยิงปืนใหญ่เนลเฟสตั้งอยู่ ที่จุดศูนย์กลางนั่น น้ำเริ่มแหวกออกขณะที่สิ่งก่อทร้างทรงกระบอกขนาดใหญ่โผล่พ้นเหนือผิวน้ำ รอบๆข้างมันมีหอคอยเหมือนกับอีก 3 อันปรากฏขึ้นมาล้อมรอบมัน
โคลเอ้ – ปีกแห่งแสงนี่!
วิล – สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นแบบนี้สินะ
เจย์ – ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคลื่อนย้ายไปที่ปีกแห่งแสงแล้วครับ
โมเซส – บ้าเอ้ย!
เซเนล – ชั้น...ชั้นผิดสัญญาที่ให้ไว้กับพวกนาย
ทุกคนนิ่งเงียบ ส่วนวิลก็เดินไปหาเขา
เซเนล – วิล?
โป้ก! มะเหงกเรียกสติไปแรงๆครั้งหนึ่ง “โอ้ย!”
วิล – เธอไม่ตามความรับผิดชอบที่ทุกคนฝากฝังเอาไว้ นี่คือการลงโทษ
เซเนล - ....
วิล – แต่พวกเราในที่นี้ทุกคนไม่มีใครคิดว่าเธอผิดคำสัญญา
เซเนล – อะไรนะ?.....
เจย์ – ที่คุณพูดก็คือ “ถ้าเธอเป็นเมลเนส ชั้นจะจัดการเธอเอง”
นอร์ม่า- นายมาได้พูดซักคำนี่ว่าจะสังหารริจจัง
โคลเอ้ – คนที่อยู่ที่นั่นคือเชอรี่ พวกเรารู้เรื่องนั้นแน่นอนแล้ว
โมเซส- แค่ดูหน้าหล่อนครั้งเดียวก็รู้แล้ว หล่อนไม่อยากทำให้เกิดมหาหายนะหรอก
กริวเน่ – เธอน่ะฝืนทำทุกอย่างด้วยตัวเธอเองมาตลอดเวลา
วิล – ถึงแม้จะเชื่อมต่อกับเนลเฟสผู้โกรธเกรี้ยวแล้วแล้ว เธอก็ยังพยายามต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อหยุดยั้งการคืนชีพของปีกแห่งแสง
เซเนล – ทุกคน...
เจย์ – นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะสบายใจนะครับ เซเนล! ถ้ามีเวลาขนาดนั้นล่ะก็เอามาใช้มันเพื่อคิดหาทางลักลอบเข้าไปในปีกแห่งแสงจะดีกว่า!
โคลเอ้ – ถูกแล้ว! ที่นั่นน่ะมีเพื่อนของพวกเราอยู่นะ!
โมเซส – พวกเราจะไม่หยุดจนกว่าจะช่วยเชอรี่ได้หรอก!
นอร์ม่า – ช่าย! แล้วนั้นก็หมายความว่าพวกเราจะไปหยุดยั้งหายนะภัย!
เซเนล- ชั้นยังไม่ยอมแพ้หรอก! ชั้นจะตรามเชอรี่ไปจนสุดขอบโลก! ชั้นไม่สนใจว่ามันจะเป้นปีกแห่งแสงหรืออะไร! ชั้นจะไม่ให้เรื่องมันจบลงแบบนี้! ใช่ไหม?
ทุกคน – ใช่!
เจย์ – ดูเหมือนว่าจะมีลำแสงยืดออกมาจากปีกแห่งแสงครับ
วิล – มันมุ่งไปยังทิศทางของเมืองเวลเทสด้วย
เจย์ –หรือบางทีจะมุ่งจากหอประภาคารไปยังปีกแห่งแสง....
เขาฉุกคิดเรื่องอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวก่อนนะ.....”
ป๊อปโป้ – เจย์!
พี่น้องนากทะเลวิ่งเข้ามาหา “แสงนั่น! มันคือเส้นทางข้ามสวรรค์!”
เจย์ – ผมกำลังคิดถึงมันอยู่พอดีเลย บนยอดของหอประภาคารมีเส้นทางที่ยืดต่อไปหามันได้!
ป๊อปโป้ – พวกเราอาจจะพวกพวกคุณไปถึงยอดของหอคอยได้นะ!
เซเนล – จริงเหรอ?!
เจย์ – ถ้าทฤษฎีมันถูกต้องน่ะนะครับ อย่างไรก็ตาม ขึ้นรถไฟไปที่เวลเทสกันเถอะ!
ป๊อปโป้ – พวกเราไปยืนยันมาแล้วครับว่าสามารถไปยังหอประภาคารด้วยรถไฟได้
ทุกคนตกลงตามที่ว่า จึงกลับไปที่รถจักรที่รออยู่เบื้องล่าง
ป๊อปโป้ – ปล่อยให้พวกเราควบคุมเพลาเองครับ พวกเราจะพาไปถึงเมืองในพริบตาเลย

เมื่อไปถึงปลายทางที่หอประภาคาร ทุกคนก็มาปรึกษากัน
นอร์ม่า – แล้วจากที่นี่ พวกเราจะไปที่ปีกแห่งแสงได้ยังไงน่ะ?
เจย์ – หืมม...
เขากับนากทั้งสามตัวไปที่แผงควบคุมใกล้ๆกันนั้น “ผมสงสัยว่าถ้ากดที่นี่จะได้ไหมนะ” เมื่อเจยกดปุ่ม กำแพงเบื้องหน้าที่เคยปิดตายก็ยกขึ้น เผลให้เห็นเส้นทางที่ทอดยาวข้ามท้องฟ้ายังปีกแห่งเสงซึ่งอยู่ไกลออกไปเบื้อง หน้า
เจย์ – นี่ไงล่ะ เส้นทางลอยฟ้าที่กล่าวถึงในตำนานของชาวโอเรโซเรน
ป๊อปโป้ – มันคือเส้นทางข้ามสวรรค์ครับ!
เจย์ - แสงนั้นเชื่อมต่อกับรางที่พาพวกเรามาที่นี่ครับ
วิล – เจย์ เธอคงไม่ได้หมายความว่า...
เจย์ – รถจักรสามารถวิ่งบนแสงนี้ได้ครับ
นอร์ม่า – ล้อเล่นน่า!
โมเซส – เอาจริงอ้ะ?!
เจย์ – พวกเขามีแม้แต่ยานทั้งลำที่บินข้ามขอบฟ้าได้ แล้วทำไมจะมีรถจักรบินได้ไม่ได้ล่ะครับ?
นอร์ม่า – คงจะแจ๋วนะถ้ามันใช้ได้เนี่ย
เจย์ – ถ้างั้นทำไมไม่ลองดูล่ะครับ? มีเวลาหน่อยไหมล่ะ?
ป๊อปโป้ – ซักคืนนึงก็คงจะพอครับ!
โคลเอ้ – หนึ่งคืน..... หืมม....
ทุกคนหันไปพยักหน้าเห็นพ้องกัน
วิล – เข้าใจแล้ว พวกเราจะให้เธอจัดการมันก็แล้วกัน
นอร์ม่า - แล้วระหว่างรอนี่พวกเราจะทำอะไรล่ะ?
เจย์ – อย่าห่วงพวกเราเลยครับ ไปพักกันก่อนเถอะ ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกใช่ไหมล่ะ? อย่างเขียนพินัยกรรม มอบมรดก....
นอร์ม่า – นี่ อย่าพูดแบบนั้นสิ!
วิล – ตกลง ตอนนี้ก็แยกตัวกันก่อนเถอะ พวกเราจะกลับมาพบกันที่นี่พรุ่งนี้เช้า

ทุกคนนอกจากเจย์และสามนากออกมาภายนอกหอประภาค เวลานั้นก็มืดค่ำแล้ว
นอร์ม่า – พรุ่งนี้ก็ศึกสุดท้ายแล้ว! ตื่นเต้นกันใช่ไหม ทุกคน?
เซเนล – ตื่นเต้นเหรอ?
โคลเอ้ – ฉันไม่แน่ใจว่าจะใช้คำนั้นน่ะ
นอร์ม่า - ถ้าพวกนายไม่รู้สึกแบบนั้น ที่ฉันพูดไปก็ไร้ค่าสิ ตื่นเต้นเร็วเข้า!
เซเนล+โคลเอ้ – อะ...โอเค
นอร์ม่า- ถ้างั้นก็เหมิอนที่ฉันเคยพูด เวลาแบบนี้ พวกเราต้องจัดปาร์ตี้ ! เอาล่ะ ฟังนะ ฉันอยากให้ทุกคนเตรียมตัวแล้วไปเจอกันที่ลานน้ำพุ !
เซเนล – เธอเอาจริงเหรอ?
นอร์ม่า – เอาจริงถึงตายเลยล่ะ!
โมเซส – อั๊วะเอาด้วยคน! อั๊วะจะพาลูกน้องไปด้วย!
กริวเน่ – แหมๆน่าสนุกนะ!
นอร์ม่า – ฉันหวังว่าทุกคนจะมาโดยสมัครใจนะ แต่ฉันก็หวังว่าทุกคนจะมากัน เข้าใจไหม?
อีกสามคนมองหน้ากันเหรอหรา
นอร์ม่า – เข้าใจใช่ไหม?
เซเนล+โคลเอ้+วิล – เอ่อ....ได้
นอร์ม่า – โอเค งั้นไว้เจอกันนะ
เธอโบกมือลาแล้ววิ่งหายไป
เซเนล – ยัยนั่นเป็นพวกดึงดันจริงๆนะ
โมเซส – อ่านะ หล่อนอาจจะแค่อย่างโหวกแหวกบ้างน่ะ
วิล – ฉันคิดว่านั่นเป็นวิธีที่เธอพยายามทำให้พวกเราผ่อนคลายกับมีกำลังใจขึ้นน่ะ

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไป เซเนลตัดสินใจไปรอที่ลานน้ำพุก่อน เมื่อไปถึง ที่นั่นยังคงว่างเปล่าอยู่
เซเนล – ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครมาถึงนะ
เขามองไปรอบๆ แล้วไปนั่งรอที่ข้างๆน้ำพุคนเดียว....

เวลานั้น โมเซสถูกรายล้อมด้วยบรรดาลูกน้อง
จาบ้า – ลูกพี่โมเซส ผมภาวนาให้ลูกี่ทำสำเร็จนะ!
โมเซส – ให้อั๊วะกับกีทจัดการเอง! พวกเราจะลุยมันให้เกลี้ยงเลย!
จาบ้า – อา แค่ได้ยินคำพูดแบบนั้นผมก็สบายใจแล้วล่ะ
โมเซส – ใช่ไหมล่ะ?
จาบ้า – เซเนลกับคนอื่นอาจจะพูดแบบเดียวกันกับลูกพี่ก็ได้
โมเซส – เอ้อ...ใช่ เอ็งรู้ได้ไงน่ะ
จาบ้า – ใครๆก็คิดแบบนั้นทั้งนั้นล่ะ ลูกพี่!
โมเซส – จาบ้า... เอ็งนี่ซื่อบริสุทธิ์จริงๆนะ... รูไหม จาบ้า อั๊วคิดอยู่เสมอนะว่ากีทกับพวกเอ็งทำคนเป็นครอบครัวของอั๊วะ แต่ว่า....
จาบ้า – อ้อ ผมรู้ ลูกี่ก็รู้สึกแบบนั้นกับเซเนลกับคนอื่นๆใช่ไหมล่ะ?
โมเซส – ใช่ แต่อั๊วะยังไม่ได้บอกพวกนั้นหรอกนะ
จาบ้า – ผมแน่ใจว่าพวกเขาต้องดีใจที่ได้ยินแน่
โมเซส – ก็ต้องดูกันละ อย่างน้อยอั๊วะก็รู้ว่าคนนึงในนั้นทำให้อั๊วะยังกับเจอนรกเลยล่ะ

ทางด้านเจย์
เจย์ – โอ้ย หูฉัน!
ป๊อปโป้ – เจย์ เป็นอะไรหรือเปล่า?
เจย์ - อยู่ๆก็รู้สึกแสบๆที่หูน่ะ พนันได้เลยว่าเจ้าโจรโง่นั่นกำลังพูดถึงฉันแน่ๆ
ปิ๊ปโป้ – ดูเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ดีนะ เจย์
เจย์ – จริงเหรอ?
คิวโป้ – คุณเซเนลกับคนอื่นเป็นคนดี ผมดีใจจริงๆที่ได้พบพวกเขา
เจย์ – ใช่ ฉันคิดว่าการได้อยู่ใกล้ๆพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สนุกนั้น ทั้งเซเนล วิล แล้วก็โจรโง่นั่นด้วย...
ทั้งสามตัวหัวเราะกันคิกคักเมื่อเห็นการแสดงออกของเขา จนเจ้าตัวต้องหันหลังเพราะหน้าแดงหน่อยๆ
เจย์ – พวกนายหัวเราะอะไรกันน่ะ?!

ตอนนั้น เซเนลก็ยังพบตัวเองรออยู่คนเดียวเหมือนเคย
เซเนล .oO(ทำไมยังไม่มากันอีกนะ)
คิดยังไม่ทันจบ โคลเอ้ก็เดินเข้ามาพอดี “หือ? คูลริดจ์ มีแต่นายงั้นเหรอ?”
เซเนล – ชั้นเกือบจะเลิกรอให้มีใครมาแล้วล่ะ
โคลเอ้ – อ้อ....

ส่วนวิล เขายืนอยู่ในห้องซึ่งมีอีกคนหนึ่งอยู่บนเตียง
??? – ฉันจะรอข่าวดีนะ
วิล – ผมจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ครับ
??? – ท่าทางเธอคงจะไปด้วยกันได้ดีกับเซเนลแล้วก็คนอื่นๆ
วิล – ดูเหมือนว่าบทบาทของผมคือการดุทุกคน ผมสงสัยว่าผมคงไม่เป้นที่นิยมเท่าไหร่
??? – แต่พวกเขาทุกคนก็ให้ความเคารพเธอเป็นอย่างมาก ตามรายงานที่ฉันได้รับมานี่นะ
วิล – ผมสงสัยจริงว่าใครบอกคุณแบบนั้น... อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมขอตัวก่อนล่ะครับ
เขาทำความเคารพแล้วหันหลัง
??? – เดี๋ยวก่อนสิ เธอจะไม่ไปพบหน้าฮาริเอทหน่อยหรือ?
วิล – ผมไม่รู้ว่าเธออยากจะเห็นผมหรือเปล่า..
เจ้าตัวเปิดประตูผางเข้ามายืนหอบในห้อง
??? – ดูท่าทางเธอจะคิดผิดนะ

ทางด้านนอร์ม่า...
นอร์ม่า – ถึงคุณพ่อและคุณแม่ที่รักบนสวรรค์..... อ้อ ไม่ใช่ๆ ยังไม่ตายกันนี่นะ
“ถึงท่านที่เคารพ สภาพอากาศแจ่มใจ แต่มีคลื่นลมแรง....ฉันกำลังจะเขียนบ้าอะไรเนี่ย?”
“โย่ โย่ โย่! ป๊ะป๋า มาม๊า เป็นเช่นใดบ้าง?.... ไม่อ้ะ พวกเขาร้องไห้แหงๆถ้าอ่านจดมายแบบนี้”
นอร์ม่า – โอย ช่างเถอะ! พอดีกว่า!
เธอดิ้นๆไบวายอยู่ในห้องของตัวเองบนโรงแรม บนพื้นห้องเกลื่อนกระจายไปด้วยเศษกระดาษที่ถูกขยำทิ้ง “จู่ๆฉันก็เชียนจดหมายไปหาพ่อกับแม่ไม่ได้แฮะ” เธอเปรยๆแล้วไปนอนแผ่นดิ้นๆบนพื้นข้างหน้าต่าง สายตาจ้องไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกนั้น
นอร์ม่า – สงสัยจังว่าอาจาร์ยจะคิดยังไงถ้ามาเห็นฉันตอนนี้นะ?
แสงจันทร์สาดส่องไปยังของบางอย่างที่วางอยู่ข้างหน้าต่างจนส่องประกายออกมา นอร์ม่าลุกขึ้นมองไปที่มัน “ฮึก ไม่น่าถามอะไรโง่ๆเลยนะ เขาคงจะหัวเราะจนหัวแทบหลุดน่ะล่ะ” เธอลุกขึ้น เงยหน้ามองดวงจันทร์
นอร์ม่า-ขอโทษนะคะ ฉันรู้ว่ายังไงคุณก็ยังเป็นอาจารย์ของฉัน แต่เรื่องเอเวอร์ไลท์คงต้องรอไปอีกหน่อยล่ะ ดูเหมือนว่าฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องทำน่ะ
เธอหันหลังเดินไปสองสามก้าว “....แน่นอน ว่าฉันยอมรับเรื่องนี้กับพวกนั้นไม่ได้หรอกนะ” นอร์ม่าพูดก่อนหันกลับมามองที่หน้าต่างอีกครั้ง
นอร์ม่า – เอาล่ะ ฉันไปล่ะนะ คุณนน่าจะภาวนาให้ฉันปลอดภัยนะ ได้ยินไหม? เอาล่ะ ได้เวลาปาร์ตี้แล้ว!

กลับไปยังบริเวณลานน้ำพุ เซเนลมองท้องฟ้าอยู่ข้างลานน้ำพุ ส่วนโคลเอ้ยืนไกลๆ แอบมองเขาอยู่ห่างๆ
โคลเอ้ – เซ....
เซเนล – หืม?
โคลเอ้ – นายกับเชอรี่......
เขาเดินเข้ามาใหล้ด้วยความสงสัย “เชอรี่ทำไมหรือ?”
โคลเอ้ – เอ่อ.... ฉันหมายความว่า....
เธอเดินไปที่ข้างน้ำพุ แล้วหันกลับมา “ฉันกำลังนึกถึงเรื่องที่เกิดที่ปราสาทลวงตาน่ะ มันยากจริงๆนะที่ผู้คนจะเข้าใจกันและกันได้”
เซเนล – อืม ใช่แล้ว.... แต่ว่า....
เขาเดินเข้าไปหาเธอซึ่งละสายตามจากท้องฟ้าลงมาที่เขา “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก....ที่ผู้คนจะยื่นมือออกไปให้ถือคนอื่นๆน่ะ”
โคลเอ้ – ตูลริดจ์....

ฮาริเอทกำลังส่งเสียโวยวายอยู่ภายนอกบ้านหลังหนึ่ง
ฮาริเอท – ปู่บอกว่าคุณเป็นคนที่เลวที่สุด แต่แม่บอกว่าคุณเป็นคนที่ดีที่สุด เธอบอกหนูเสมอๆว่าไม่มีใครดีกว่าคุณอีกแล้ว
วิล – ฉันไม่เหมาะกับคำๆนั้นหรอก
ฮาริเอท – หนูสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก
วิล – คำถามยากๆแบบนั้นฉันก็ตอบไม่ได้หรอก
ฮาริเอท – หนูมาที่เลกาซี่เพื่อค้นหาคำตอบ แต่หนูก็ยังไม่รู้ หนูหมายถึง.....
สีหน้าของเด็กสาวซึมเศร้าลง
วิล – ฮาริเอท....
ฮาริเอท – คุณน่ะไม่เคยสนใจหนูเลย!
เธอตวาดออกมาด้วยเสียงอันสั่นคลอ “คุณไม่เคยพูดอะไรกับหนูเลย! คุณแทบไม่เคยอยู่ในเมืองด้วยซ้ำ! แล้วหนูจะเรียนรู้อะไรจากคุณได้ล่ะ?!”
วิล – พ่อขอโทษนะ ฮาริเอท
ฮาริเอท – จะขอโทษน่ะมันสายไปแล้วล่ะ
วิล – เธอพูดถูกแล้ว การขอโทษน่ะไม่มีประโยชน์หรอก... แต่ให้ฉันได้พูดซักอย่างเถอะ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งหิ่งห้อยส่องแสงแวววับ “พ่อสัญญาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อจะปกป้องเธอเอง”
ฮาริเอท - !
วิล – ฉันสัญญาได้เท่านั้นล่ะ
ฮาริเอท – แล้วจู่ๆคุณก็จะมาทำตัวเหมือนเป็นพ่องั้นเหรอ?
วิล - .....ฉันก็ว่าอย่างนั้น ....บางทีฉันคงไม่มีสิทธิจะพูดอะไรแบบนั้นได้
เขาเดินหันหลังมาโดยมีเสียงลูกสาวทำให้ชะงักฝีเท้า “เดี๋ยว! หนูได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นจากป้ามิวเซตแล้ว พวกเขากำลังพยายามทำให้แผ่นดินใหญ่จมไปในทะเลใช่ไหม?”
วิล – ถูกแล้ว
เธอวิ่งมาหาเขา “ถ้าเป็นแบบนั้น สุสานของแม่ก็จะหายไปด้วย! คุณต้องปกป้องสุสานของแม่นะ! หากพลาดไปล่ะก็.... หนู... หนูจะไม่ให้อภัยคุณอีกเลย!” เธอพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นเมื่องน้ำตาไหลออกมา
วิล - ....ฮาริเอท นี่เป็นการให้กำลังใจที่ดีที่สุดที่ใครจะให้กับฉันได้เลย

เวลาเดียวกัน ที่ลานน้ำพุ
เซเนล – พอเชอรี่กลับมาแล้ว ชั้นจะขอให้เธอเป็นเพื่อนกับเชอรี่ได้ไหม? คงจะต้องอีกซักพักกว่าที่เชอรี่จะพูดกับผู้หญิงคนอื่นๆ เธอรู้ไหม?
เธอทำหน้าลำบากใจ เซฌนลจึงหันหลังเดินออกมา
โคลเอ้ – ฉัน...ยอมรับคำขอร้องของนาย
เขาหันกลับมายิ้ม โคลเอ้เดินมาข้างหน้าเขาแล้วพูดแบบไม่ยอมสบตาตรงๆ “แต่เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน ฉันจะทำตามความรู้สึกที่แท้จริงของฉันนะ พอเชอรี่กลับมาแล้ว... ฉันจะไม่ออมมือให้ล่ะนะ เข้าใจไหม?”
เซเนลทำสีหน้าลำบากใจ ส่วนเธอก็ทำท่าทางเขินอายเมื่อคิดว่าอาจจะสื่ออะไรให้เขารู้ได้แล้ว... “โคลเอ้...เธอเกลียดเชอรี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” จนเขาพูดประโยคนี้ออกมา โคลเอ้ก็โวยวายใหญ่
โคลเอ้ – ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซักหน่อย!
เธอวิ่งหนีไปหน่อย แต่เขาก็เข้าไปดักหน้าไว้ก่อน เธอจึงหันหันหลังแล้วพูดอย่างหมดกำลังใจ “อย่าสนใจเลยน่า! ยังไงก็อุตส่าห์เชื่อมั่นพูดไปขนาดนั้นแล้ว......”
เซเนล – เธอโกรธเรื่องอะไรกันน่ะ?
เธอหันมาโวยวายอีกรอบก่อนชี้หน้าเขา “น่าสมเหช! ไร้ค่า! ขี้ขลาด!” เซเนลก้มหัวหงึกอย่างงงๆ โคลเอ้เดินหันไปมองน้ำพุ
โคลเอ้ – ฉันเดาว่าคำสุดท้ายนั่นคงรวมถึงฉันด้วยนะ
เซเนล – เธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย?!
เธอหันกลับมายิ้มหเขาเหมือนไม่มีอะไร “อ้อ ไม่มีอะไรหรอก!”
เซเนล – บางทีชั้นก็ไม่เข้าใจเธอเลยนะ....
โคลเอ้หัวเราะร่วนแล้วยื่นมือมา “ฉันดีใจที่พวกเราได้มีส่วนร่วมด้วยกันนะ คูลริดจ์ “ เธอพูดก่อนจับมือกับเขา ไม่นานหลังจากนั้น คนอื่นๆก็เริ่มเข้ามารวมตัวกัน

“เชอรี่.... ชั้นมีเรื่องบางอย่างที่อยากให้เธอรู้”

“ทุกคนที่นี่พูดว่าเธอคือเพื่อนของพวกเขา”

“เธอมีที่อยู่ที่นี่ กับพวกเรา”

“เธอไม่ได้อยู่คนเดียว”


To be continued…


--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:45 pm----------

  • Posts : 2
  • G. : 29

July 25th, 2006 04:42PM, yosakrai said,

 

เป็นภาคที่เนื้อเรื่องดีและฮามากภาคนึงเลย ถึงการสู้จะธรรมดาไปหน่อยก็เหอะนะ