Tales of Legendia - Chapter 7. Shining Blue (Main Quest - END)

June 17th, 2006 08:12PM, Next Farecery said,

 

Chapter 7 – Shining Blue (continue..)

นอร์ม่า – ว้าว! พวกเรากำลังบินล่ะ กำลังบินจริงๆด้วย!
วิล – เส้นทางข้ามสวรรค์...
เซเนล – พวกเรากำลังจะเข้าไปในปีกแห่งแสงแล้ว!
โมเซส – เอาล่ะ ไปกันเล้ย!
รถจักรบินข้ามท้องฟ้าโดยผ่านอุโมงค์ลำแสงเข้าไปถึงปีกแห่งแสงอย่างปลอดภัย ทุกคนลงมาจากรถแล้วมองไปมองมา
ปิ๊ปโป้ - พวกเราจะรอทุกคนกลับมาครับ! จะรอดูแลให้รถจักรพร้อมออกตัวได้ทุกเวลาเลย!
คิวโป้ – โชคดีครับทุกคน!
วิล – คราวนี้เป็นศึกสุดท้ายจริงๆล่ะ ทุกคนพร้อมไหม?
ทุกคนหันมาพยักหน้าให้กัน
วิล – พวกเราจะทำภารกิจนี้ให้ลุล่วงและกลับบ้านกัน พวกเราทุกคน เซเนล
เซเนล – ได้
วิล – โคลเอ้
โคลเอ้ – ใช่
วิล - นอร์ม่า
นอร์ม่า – ยัป
วิล - โมเซส
โมเซส – โย่ว
วิล – เจย์
เจย์ – ครับ
วิล – คุณกริวเน่
กริวเน่ – สวัสดีจ๊ะ
วิล – แล้วก็....
เซเนล – วิล
วิล – ....อืม
เซเนล – แล้วก็สุดท้าย... เชอรี่ พวกเรามีกันทั้งหมด 8 คน ทุกคนพร้อมหรือยัง?! ไปกันเถอะ
ทุกคนชูมือขึ้นฟ้า ประสานเสียงพร้อมกัน “ไปเลย!”

ทุกคนบุกเข้าไปในปีกแห่งแสง ผ่านเส้นทางที่ยาวไกลจนไปถึงห้องเล็กๆ ที่ด้านหนึ่งของห้อง จอภาพปรากฏขึ้นมา
โคลเอ้ – ภาพนี้เหมือนกับจะอธิบายอะไรเลยนะ
เจย์ – บางทีมันอาจจะบอกว่าปีกแห่งทำงานอย่างไรมังครับ?
นอร์ม่า – จริงอ้ะ? มันไม่ดูพิลึกไปหน่อยเหรอ
โมเซส – แปลกตรงไหนล่ะ?
นอร์ม่า- ปีกแห่งแสงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้างมหาหายนะภัยใช่ไหมล่ะ? แต่ภาพที่ลอยอยู่นี้มันดูเหมือนกับ....
กริวเน่ – ดูเหมือนว่ามันกำลังสร้างแผ่นดินเลย
นอร์ม่า – อ่านะ ยังไงก็เถอะ เอาไว้คิดกันที่หลังก็ได้ ไปกันต่อเถอะ
ทุกคนเดินต่อไป เหลือเจย์ที่ยังมองภาพนั้นอยู่
เจย์ – ปีกแห่งแสงยังสามารถใช้สร้างแผ่นดินได้ รวมทั้งยังทำลายได้ด้วยเหรอ? แต่ถ้าอย่างนั้น.... ทำไมชาวราเดี้ยนถึงต้องใส่ใจกับผืนดินมากขนาดนั้นล่ะ?

ทุกคนขึ้นลิฟต์ขึ้นไปส่วนบน นอร์ม่าชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “นี่ ทางนั้นมีแสงอะไรอยู่ด้วยล่ะ!”
วิล – สีนั่นมัน....
ทิศทางนั้นไกลออกไป มีวัตถุรูปทรงกลมลอยอยู่พร้อมแสงสีฟ้าเปล่งออกมาจากภายใน
เซเนล – เป็นสีเดียวกับเทลเคสของเชอรี่เลย เธอต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ
โมเซส – เย้ เจอแล้วเฟ้ย!
นอร์ม่า – แต่ท่าทางพวกเราต้องอ้อมไปอีกกว่าจะไปถึงนั่นนะ
เจย์ – ยังต้องเดินกันอีกไกลครับ อย่าเผลอตัวกันล่ะ

หลังจากวิ่งต่อไปจนถึงลานกว้าง เสียงวอลเตอร์ก็ดังขึ้นว่า “พวกแกมาได้ไกลแค่นี้ล่ะ!” ร่างของเขาลอยมาพร้อมกับออโตมาต้อนขนาดยักษ์ที่ตกลงมาจากฟ้า วอลเตอร์ร่อนลงมาที่พื้นแล้วหอบแฮ่ก
เซเนล – วอลเตอร์! นายยังจะ....
เขาชูมือขึ้นถ่ายพลังไปยังหุ่นยนต์นั้น แสงแวววับส่งออกมาจากตาทำให้รู้ว่ามันทำงานเต็มที่แล้ว
นอร์ม่า – เขาฝืนตัวเองมากไปแล้ว นี่อาจจะเป็นทั้งหมดที่เขาทำได้เพื่อควบคุมเจ้านั่นน่ะ
วอลเตอร์ – หุบปาก! ถึงแม้มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ฉันก็ไม่ยอมให้แกไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเมลเนสหรอก!

แม้หุ่นออโตมาต้อนจะพังย่อยยับไปแล้ว แต่วอลเตอร์ก็ยังไม่เลิกลา เขาเรียกอสูรจากเทลเคสออกมาอีกครั้ง
เซเนล – วอลเตอร์ พอได้แล้ว!
วอลเตอร์ – อึ่ก...
เขาล้มลงกับพื้นเมื่อแรงเฮือกสุดท้ายหมดลง อสูรนั้นสลายไปสิ้น....
วอลเตอร์ – ทำไม....ทำไมต้องเป็นแก? ทำไม....ท่านเมลเนส...ถึงเลือกแก... ฉันควรจะเป็น...คนที่ต้องปกป้องท่านสิ... ตั้งแต่.... ฉันยังเป็นเด็ก... นั่นเป็นความตั้งใจของฉัน... ภารกิจแห่งชีวิตของฉัน
เซเนลเ – วอลเตอร์...
วอลเตอร์ – แกแย่งสิ่งนั้นไปจากฉัน!..... ทำไม?! เซ....เซเนล
เขาเอื้อมมือขึ้นมาหาศัตรูคู่แค้น ก่อนแขนนั้นจะตกฮวบลงไปหยุดนิ่งข้างๆกายพร้อมๆกับชีวิตที่สูญสิ้น เซเนลลุกขึ้นหันหลังให้กับร่างนั้น “เจ้าโง่เอ๊ย....”
โคลเอ้ – คูลริดจ์....
เซเนล – ไปกันเถอะ ได้เวลาจบเรื่องนี้กันแล้ว

ที่ชั้นบนสุดหลังเส้นทางอันยาวไกล ทุกคนวิ่งเข้าไปภายในนั้น ภาพเบื้องหน้าคือห้องควบคุมของปีกแห่งแสง เมาริทซ์ยืนอยู่หน้าหอควบคุมซึ่งเชอรี่นั่งอยู่ด้านบน ปีแสงสีฟ้าขนาดใหญ่สยายออกมาจากด้านหลังของเธอ
เซเนล – เชอรี่ ได้ยินชั้นไหม?!
เมาริทซ์ซึ่งได้ยินเสียงของบุกรุกก้าวลงมาดักหน้า “แกยังเสนอหน้ามาให้เห็นโดยไม่ละอายอีกหรือ เซเนล คูลริดจ์
เซเนล – เมาริทซ์!
เมาริทซ์ – แกนำพาความตายมาสู่สเตล่า และตอนนี้แกก็สังหารวอลเตอร์ แกมาที่นี่เพื่อจับกุมตังเมลเนวด้วยมือที่เปื้อนเลือดคู่นั้นอีกหรือ?!
เซเนล – ผมรู้ทุกอย่างถึงเรื่องที่ผมทำดีกว่าใคร แต่ผมมาที่นี่ ยืนต่อหน้าคุณ ผมตัดสินใจแล้ว ผมไม่มีความสงสัยอะไรอีกแล้ว! ถอยไปซะ!
เมาริทซ์ – มหาหายนะภัยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เราจะไม่ยอมให้แกไปพบเมลเนสเด็ดขาด
โมเซส – ดูเหมือนว่าปู่อยากจะสู้กับพวกเรานะ
เมาริทซ์ – เจ้าประเมินเราต่ำไปแล้ว คนโง่เขลาเอ๋ย เราจะแสดงให้ดูว่าเจ้าผิดพลาดอย่างร้ายแรงแค่ไหน!
ผมของเมาริทซ์เรืองแสงสีฟ้า ตัวของเขาส่งประกายสีแดงออกมา ทุกคนตกใจจนเลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง!
โคลเอ้ – เป็นพลังที่น่ากลัวอะไรขนาดนี้เนี่ย!
เซเนล – นี่คือเมาริทซ์ที่แท้จริงเหรอ?!
เมาริทซ์ – เนลเฟสแห่งดินแดนที่ถูกละทิ้ง ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าของลอกเลียนแบบหรอกน่า! เจ้าไม่มีหวังที่จะท้าทายกับพวกเราซึ่งได้รับพรที่แท้จริงหรอก!

แม้เมาริทซ์จะแก่ชราแล้ว แต่การเคลื่อนไหวและทักษะการใช้เวทย์ของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงตามอายุ กว่าจะทำให้เขาสงบได้ทุกคนก็ต้องเหนื่อยกัน
โมเซส – เย้! ชนะแล้ว ยี้ฮ้า!
วิล – มันจบแล้วล่ะ เมาริทซ์ ไม่มีประโสชน์ที่จะดันทุรังต่อไปหรอก
เมาริทซ์ – ไม่หรอก บาดแผนแค่นี้มันไม่เป็นอะไรเลย!
ผมของเขาเปล่งแสงอีกครั้งเช่นเดียวกับแสงสีแดงจำตัวของเขา
เมาริทซ์ – เราจะต้องทำให้แน่ใจว่ามหาหายนะจะต้องเกิดขึ้น มันคือประสงค์แห่งเนลเฟส!
เซเนล – พลังของเชอรี่ไม่ได้มีเพื่อสิ่งนั้นนะ!
เมาริทซ์ – เจ้าคิดว่าคำพูดที่ไร้ความหมายของเจ้าจะสั้นคลอนความศรัทธาของเราได้รึ?!
แสงจากตัวของเขาแรงกล้ากว่าที่แล้วมา
วิล – ระวังตัวด้วย! รู้สึกว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าที่แล้วมาอีก!

ในที่สุดการต่อสู้ครั้งที่สองก็จบลง เมาริทซ์ลงไปนอนกองกับพื้น
โคลเอ้ – คราวนี้จบหรือยังล่ะ...
เจย์ – ผมก็สงสัยนะ...
แสงแวบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกับที่ร่างของเขาลุกขึ้นมาอีก! ผมของเมาริทซ์กลับเป็นสีเดิม เขาหันไปยังด้านที่เชอรี่ เอื้อมมือออกไปก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วล้มลงอีกครั้ง
เจย์ – พลังมากมายขนาดนั้น เขาคงจะฝืนร่างกายตัวเองจนพ้นขีดจำกัดของเขาไปแล้ว
โมเซส – พวกเราก็ต้องไปต่อล่ะนะ....
เสียงของเครื่องจักรที่เคยดังเป็นระลอกๆกลับเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็น เสียงเดียวกัน ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าปีกแห่งแสงพร้อมทำงานอย่างเต็มที่แล้ว บนแท่นควบคุมนั้น เชอรี่ลุกขึ้นยืน
เซเนล – เชอรี่!
เจย์ – ไม่มีเวลาแล้วครับ รีบเข้าเถอะ!
เซเนล – ใช่!

ทุกคนวิ่งขึ้นไปที่แท่นควบคุม แต่เทลเคสของเชอรี่ก็ปรากฏร่างออกมาขวางทางเอาไว้!
เซเนล – เชอรี่! เธอทำอะไรน่ะ?!
เทลเคสสีฟ้าประกายแวบแสงขึ้นมาก่อนจะผลักทุกคนกระเด็นไปหมด ร่างของเชอรี่ลอยสูงขึ้น เธอชูมือพร้อมๆกับที่ม่านพลังก่อตัวล้อมร่างของทุกคนไว้!
วิล – เธอตั้งใจหรือ?!
โคลเอ้ – เชอรี่ หยุดเถอะ!
นอร์ม่า – ริจจัง!
เทลเคสของเธอส่งแสงแรงกล้ายิ่งขึ้น จนแทบจะมองไม่เห็นร่างของเจ้าของ
โมเซส – แสงของหล่อนแรงขึ้นอีกแล้ว!
และแล้วพื้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
เจย์ – แรงสั่นสะเทือนนี่มัน.... เป็นไปไม่ได้!
เมาริทซ์ – เริ่มแล้วสินะ.... มหาหายนะภัยเริ่มขึ้นแล้ว! จงดูซะ เวลาที่โลกจะกลับสู่สภาพที่แท้จริง!
นอร์ม่า – เลิกพล่ามเรื่อง “สภาะที่แท้จริง” งี่เง่านั่นเถอะน่า! คุณแค่ย้อนมันกลับเพื่อตัวเองนี่!
เมาริทซ์ – หึ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ! พวกเจ้าผู้โง่เขลาคิดว่าพวกเราชาวเฟลเนสมาจากโลกอื่นสินะ? ความจริงน่ะมันกลับกันต่างหาก! พวกเราคือเผ่าพันธุ์ที่อยู่บนโลกนี้เป็นพวกแรก! บรรพบุรุษของพวกเจ้าต่างหากที่มาที่หลัง!
เซเนล – คุณพูดอะไรน่ะ?
เมาริทซ์ – ระหว่างที่มานี่ พวกเจ้าคงได้เรียนรู้แน่นอนถึงวัตถุประสงค์ของปีกแห่งแสง ทำไมพวกเราต้องสร้างแผ่นดินด้วยล่ะ? พวกเราอาศัยอยู่ในน้ำ พวกเราไม่ต้องการของแบบนั้นหรอก!
โคลเอ้ – นั่น....นั่นมัน....
โมเซส – ปู่แต่งเรื่องขึ้นมาเองน่ะสิ!
เจย์ – ไม่ครับ ที่เมาริทซ์พูดมาอาจจะจริงก็ได้
เซเนล – เจย์?
เจย์ – ผมก็สงสัยอยู่ว่า “ชาวเผ่าวารี” นี้จะสนใจแผ่นดินไปทำไม ถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ มันก็จะอธิบายเรื่องแปลกๆนี้ได้
โมเซส – เรื่องแปลกอะไรฟะ?!
เจย์ –ปีกแห่งแสงและปืนใหญ่เนลเฟสไม่ได้ป็นของอาณาจักรเทลเซส
วิล – ถ้าอย่างงั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของยานสีขาวรูปสี่เหลี่ยมที่กลายมาเป็นเลกาซี่หรือ?
เจย์ – ปืนใหญ่เนลเฟสใช้ชีวิตของชาวราเดี้ยนเป็นแหล่งพลังงานของมัน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราก็มั่นใจว่าปีกแห่งแสงจะต้องแลกด้วยชีวิตของเมลเนส
นอร์ม่า – อ้ะ! แปลกจริงๆด้วย!
เมาริทซ์ – พวกเจ้าตระหนักแล้วหรือยังล่ะ?
เจย์- พวกเขาจะตั้งใจสร้างอุปกรณ์ที่ต้องสละชีวิตของพวกเขาเองหรือครับ?
โคลเอ้ - ก็หมายความว่า....
เมาริทซ์ – ณ จุดเริ่มต้นนั้น มันไม่มีอะไรอื่นนอกจากมหาสมุทรในโลกนี้ จากนั้นพวกเจ้า โอเรลเนสก็มาถึง เจ้าใช้พลังของเนลเฟสและพวกเราชาวเฟลเนส เพื่อสร้างแผ่นดินให้ปรากฏขึ้น!
วิล – อะไรกัน?!
เมาริทซ์ – เพราะอย่างนั้นเนลเฟสถึงได้พิโรธ คลื่นที่ไม่มีวันหยุดนิ่งของที่นี่ก็คือความพิโรธนั่น!
เจย์ – มหาหายนะภัยกับการสูญสิ้นของแผ่นดินจะทำให้เนลเฟสสงบได้หรือครับ?
เมาริทซ์ – ใช่ นั่นล่ะคือเป้าหมายที่แท้จริง! เมื่อโลกกลับสู่สภาพที่ควรจะเป็น ชาวเฟลเนสก็จะได้กลับสู่บ้านที่แท้จริง ท้องทะเล!
นอร์ม่า – ฉัน...ฉันไม่อยากเชื่อเลย...
โมเซส – พวกเราคือผู้รุกรานเหรอ?!
เซเนล – เชอรี่ เธอได้ยินไหม?! หยุดเทลเคสของเธอเดี๋ยวนี้ ! เชอรี่!
เมาริทซ์ – ฮะฮ่าๆๆ! เจ้าเสียเวลาเปล่าแล้ว! เมลเนสไม่ได้ยินตำพูดของเจ้าอีกแล้ว! เวลานี้นางคือผู้แทนแห่งเนลเฟสโดยสมบูรณ์! เจ้าเห็นต่อหน้าเจ้าแล้ว ความรุ่งโรจน์แห่งเมลเนสที่สมบูรณ์แบบ!
เซเนล – เชอรี่!
เมาริทซ์ – เมื่อปีกแห่งแสงทำงานโดยสมบูรณ์ เมลเนสก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส! นางจะละทิ้งพันธะแห่งกายเนื้อแล้วกลายเป็นโลกเอง!
เซเนล – แบบนั้นเธอก็จะพบกับจุดจบน่ะสิ !เชอรี่น่ะ!
เมาริทซ์ – จงล้มเลิกซะ!
เซเนล – ไม่มีทาง! พวกเรายอมแพ้ไมได้หลังจากที่มาไกลถึงขนาดนี้ ! ใช่ไหม?!
เขาหันมาหาทุกคนที่ก้มหน้านิ่ง “ใช่ไหมล่ะ!”
นอร์ม่า – พวกเราคือคนแปลกหน้าเหรอ?
วิล – ไม่เคยมีอะไรในโลกนี้นอกจากทะเลหรือ?
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นที่พวกเราทำไปก็คือ...
โมเซส – บางทีเรื่องพวกนี้คงจะไม่เกิดขึ้นถ้าบรรพบุรุษของพวกเราไม่ได้มา
โคลเอ้ – คูลริดจ์.... พวกเรา...
เซเนล – กรอด....
เมาริทซ์ – ได้โปรดเถอะ เมลเนส..... มหาหายนะภัย... ได้โปรด!
เขาร้องเรียกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะฟุบลงไป
เซเนล – เมาริทซ์!..... เชอรี่!....
เขาคิดในใจถึงสิ่งที่ได้ยิน “ผู้แทนแห่งเนลเฟสเหรอ? ........เมลเนสที่สมบูรณ์เหรอ?”
เซเนล – ไม่ใช่! เชอรี่ก็คือเชอรี่! มันไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก ไม่ว่าใครจะพูดยังไง! นั่นคือเชอรี่! เธอเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา!
โคลเอ้ – คูลริดจ์....
เล็บของเขาเปล่งแสงขึ้นขณะที่เซเนลพยายามก้าวเดินไปอย่างช้าๆ
เซเนล – เชอรี่ ชั้นจะไปหาเธอแล้ว.... ชั้นจะไปแสดงให้เธอเห็นว่าพวกเราอยู่กับเธอ ชั้นจะไปแสดงให้เธอเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย
เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหมดแรง
โคลเอ้ – ขอโทษทีนะ นี่อาจจะเจ็บหน่อย
เธอหันมาหาเขา เล็บเปล่งแสงแวววาว โคลเอ้ชูมือขึ้นแล้วส่งพลังของเธอไปโจมตีใส่ม่านพลังที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่
เซเนล – อึ้ก!
โคลเอ้ – ถึงจะมีแค่นาย ฉันก็อยากจะเห็นใครซักคนไปถึงตัวเชอรี่!
ทุกคนตัดสินใจได้แล้วหันมาหาเซเนล
วิล – พวกเราจะโจมตีใส่เทลเคสที่ล้อมรอบเธออยู่ กัดฟันทนความเจ็บปวดไว้ล่ะ
ทุกคนส่งพลังเข้าไปใส่มัน แต่ก็ยังไม่ได้ผลนัก
เซเนล – เร็วสิ! ส่งมาทุกอย่างที่พวกนายมีเลย!
โคลเอ้+โมเซส+เจย์ – ได้เลย!
ทุกคนรวมพลังส่งเข้าไปกระแทกใส่ม่านพลังของเทลเคสอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล มันสลายหายไปจนสิ้น!
เซเนล – เอาล่ะ....ได้การแล้ว!
เขามองหน้าเพื่อนๆ “ทุกคน....”
โคลเอ้ – ขอบคุณที่หลังเถอะน่า ไปสิ!
เขาหันหลังมุ่งหน้าไปหาเชอรี่อย่างช้าๆเพราะพึ่งโดนแรงกระแทกจากการทำลายม่านพลังไป
เซเนล - ชั้นมาที่นี่เพื่อบอกเธอ บอกถึงความรู้สึกของชั้น ….เชอรี่ แค่สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งเดียวเท่านั้น
เมื่อก้าวไปถึงเบื้องหน้าหญิงสาว เขาดอบกอดเธอแล้วกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “........ชั้นเชื่อเธอนะ เชอรี่”
..........
เสียงเครื่องจักรที่เคยทำงานดับลง พร้อมๆกับปอยผมที่เคยเรืองแสงสีฟ้าของเชอรี่ที่กลับเป็นสีเหลืองอีกครั้ง เปลเคสของเธอก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
เซเนล – ปีกแห่งแสง... มันหยุดแล้ว
เชอรี่ – ....โอ้ย.....
คงเพราะเขากอดเธอแน่นไปหน่อย เซเนลจึงรู้ว่ายังคงกอดร่างของเธออยู่ ทั้งคู่รีบผละออกจากกันด้วยท่าทีเขินอาย
เซเนล – อะ....ข....ขอโทษนะ
เชอรี่ – ไม่เป็นอะไรค่ะ
เซเนล – เชอรี่?
เชอรี่ – อื้ม....ขอบคุณนะ หนูได้ยินเสียงของพี่อย่าวชัดเจน ขอบคุณมากจริงๆ
เซเนล – แน่นอน
นอร์ม่า – แล้ว...เอ่อ... พวกเราต้องยืนเงียบแบบนี้อีกนานแค่ไหนน่ะ?
ถ้าไม่มีเสียงใครไปทำลายบรรยากาศ ทั้งสองคนคงลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพัง “อุ้บส์... ลืมพวกเขาเลย...”
นอร์ม่า – ใจร้ายจัง!
เซเนล – แหะ.....
เชอรี่ – ฮิๆ.....
ทั้งสองคนหัวเราะกันร่วนก่อนที่เชอรี่จะยกมือขึ้นเผื่อปลดม่านพลังที่กักขังทุกคนอยู่
เจย์ – เอาล่ะ ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะยุติแล้วครับ
โมเซส – ได้เวลากลับไปเมืองแล้วจัดปาร์ตี้ฉลองชัยกันละ!
เซเนล – ไปหาคนอื่นๆกันเถอะ
เชอรี่ – ค่ะ ก็ดีนะ
ทั้งสองเดินลงมาจากแท่นควบคุม แต่จูกๆพื้นห้องก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาอีก รวมทั้งเสียงเครื่องยนต์ทำงานก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง! เชอรี่มองไปรอบๆด้วยความตกใจ!
เซเนล – เชอรี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
เชอรี่ – หนู....หนู่ไม่รู้ค่ะ... ไม่มีหนู....
สายฟ้าฟาดโครมเข้าใส่เธอโดยไม่ทันรู้ตัว!
เชอรี่ – อ๊า!
เซเนล – เชอรี่--!
บนแท่นควบคุมนั้น เมาริทซ์ลอยอยู่โดนมีเทลเคสอยู่เบื้องหลัง สีหน้าของเขาแสดงท่าทีโกรธเป้นอย่างมาก!
เมาริทซ์ – เชอรี่....เจ้าคนทรยศ!
วิล – เมาริทซ์! เขายังเคลื่อนไหวได้อีกหรือ!
เจย์ – เขาขึ้นไปที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
เมาริทซ์ – เชอรี่ เจ้าไม่มีสิทธิที่จะเรียกตัวเองว่าเมลเนสอีกแล้ว ถ้ามันต้องเป็นเช่นนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นไป!
เขาชูมือขึ้น จู่ๆรอบๆก็เหมือนจะปรากฏภาพของทะเลที่เกรี้ยวกราด!
นอร์ม่า – อะไรน่ะ?!
เชอรี่ – นั่นมัน...เนลเฟส!
ทุกคน – เนลเฟสเหรอ?!
เชอรี่ – พลังของมันกำลังวิ่งเข้าหาคุณเมาริทซ์! มันกำลังรวมตัวรอบๆเขา!
เมาริทซ์ – รับนี่ไปซะ!
สายฟ้าฟาดอย่างต่อเนื่องก่อนจะโจมตีใส่ทุกคนอย่างรุนแรง!
เมาริทซ์ – เนลเฟส....เราจะขอรับตำแหน่งแทนเมลเนสที่ละทิ้งหน้าทิ้งคนนั้นเอง เราขอตั้งสัตย์สาบานว่าจะสร้างมหาหายนะภัยให้ลุล่วง! โปรดมอบพลังให้แก่เรา! พลังอันยิ่งใหญเหนือขอบเขต!
เชอรี่ – คุณเมาริทซ์ ไม่ได้นะ! คุณไม่สามารถรองรับเนลเฟสได้หรอก! คุณจะทำลายจิตใจของคุณเองนะ!
วิ้ง...
ทะเลที่เกรี้ยวกราดบ้าคลั่งนั้นเริ่มหมุนวนโดยมีจุดศูนย์กลางเข้าสู่เมา ริทซ์ เขากุมศีรษะแล้วชูมือทั้งสองขึ้น “โอ!....เราได้ยินเสียงแห่งเนลเฟสแล้ว! ท่านยอมรับเราแล้ว!”
เชอรี่ – คุณเมริทซ์! อย่านะ!
วิ้ง....
เมาริทซ์ – หน้าที่แรกของเราในฐานะเมลเนสก็คือการย้อมสีที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสีแดงฉาน ด้วยเลือดของพวกเจ้า! หลังจากนั้นเราจะสร้างมหาหายนะภัย!
เชอรี่ – ฉันไม่ยอมหรอก!
เธอเดินเข้าไปเบื้องหน้า เรียกพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวออกมา “จะเรียกฉันว่าอย่างไรก็ได้ แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณสังหารผู้คนที่ฉันห่วงใยหรอก!
เซเนล – เชอรี่...
เชอรี่ – ฉันเข้าใจแล้ว บางคุณก็เกลียดชัง บางคนก็ให้อภัย แล้วฉันควรจะทำอย่างไร? ฉันอยากจะทำอย่างไร?
เมาริทซ์ – เจ้าพูดอะไรน่ะ?
เชอรี่ – ฉันเชื่อผู้คนเหล่านี้! ฉันเชื่อในแสงตะวันแห่งวันพรุ่งนี้ที่พวกเราจะร่วมกันสร้างขึ้น! พวกเขายื่นมือเข้ามาหา และฉันก็ตั้งใจที่จะจับมือนั้นไว้
เมาริทซ์ – เจ้าเด็กน้อยผู้โอหังนี่....
สายฟ้าฟาดเข้าใส่เธออีกครั้ง!
เชอรี่ – กรี๊ด!
เซเนล – เชอรี่!
เมาริทซ์ – เจ้าสูญเสียพรแห่งเนลเฟสไปแล้ว เจ้ายังจะทำอะไรได้อีกล่ะ?! หากนั้นเป็นความต้องการของเจ้าล่ะก็ เชอรี่ ก็จงเป็นดังนั้น! เราจะฆ่าสังหารเจ้าเป็นคนแรก!
วิ้ง....
เมาริทซ์ – อ้ะ...เรา....
วิ้ง....
เมาริทซ์ - อ๊า!
ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงด้วยความทรมาน!
โคลเอ้ – มีบางอย่างไม่ปกติแล้ว!
เซเนล - เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!
เชอรี่ – สายไปแล้ว....เขากำลังถูกดึงเข้าไปแล้ว....
ร่างของเมาริทซ์ลอยขึ้นไปกลางอากาศ กระแสพลังที่ส่งออกมาทำให้รอบๆบิดเบี้ยวจนดูเหมือนคลื่นน้ำ
โมเซส – มันบ้าอะไรเนี่ย?!
นอร์ม่า – มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!
เจย์ – เมาริทซ์!....เขาหลอมตัวเข้ากับเนลเฟสผู้เกรี้ยวกราดครับ!
เสียงกรีดร้องของเชอรี่ดังขึ้นเมื่อร่างของเธอดูกระชากขึ้นไปตรึงอยู่กลางอากาศอย่างรุนแรง!
เซเนล – เชอรี่!
ทุกคนตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่ก็กลับทรุดร่างลงกันหมด
โคลเอ้ – อ่อนแรง....จริงๆ...
วิล – การโจมตีเมื่อครู่ทำอะไรกับพวกเราหรือเปล่า?
โมเซส – บ้าเอ๊ย!
เซเนล – เชอรี่! เธอปลอดภัยไหม?!
เชอรี่ – อึ่ก....อ๊า.....
เซเนล – เชอรี่....
เขาได้แต่คิดในใจ “ได้โปรดเถอะ.... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น เร็วสิ ร่างกายของชั้น ขยับสิ!”
“ชั้นต้องช่วยเชอรี่!”
วิ้ง...ลำแสงวูบหนึ่งปรากฏที่ร่างของเซเนล

“หือ?.... เนลเฟสผู้เงียบสงบ!”

วิ้ง...

“พลัง....กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวชั้น! เขา...กำลังช่วยชั้น....”

วิ้ง.... คูลริดจ์ลุกขึ้นท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆ
โคลเอ้ – คูลริดจ์! นายยืนได้เหรอ?
นอร์ม่า – เซเนเซเน่!
เซเนล – ย้าก---!
เขาส่งพลังไปที่ปลายเล็บ เรียกประกายแสงออกมาดสำเร็จ แต่ร่างกายที่บาดเจ็บก็ต้องทรุดลงไปอีก “อึ้ก...”
โมเซส – เป็นอะไรมั้ย เซโนจิ!?
“ความเจ็บปวด...มันมายมากจริงๆ...แต่ว่า...”
เขากัดฟันวิ่งเข้าไปบนแท่นควบคุมนั้น แล้วชูมือขึ้น “ปล่อย....เธอ...ซะ!” เซเนลส่งเสียงร้องแล้วปล่อยหลังช่วยเหลือเชอรี่ออกมาได้สำเร็จ!
เชอรี่ – พี่เซเนล?....
เซเนล – เชอรี่ เธอเป็นอะไรไหม?
เชอรี่ – พี่เซเนล พลังนั่นมันอะไรกันน่ะ มันเกือบจะเหมือนกับ....
เซเนล – เนลเฟสผู้เงียบสงบให้ชั้นยืมพลังน่ะ
เชอรี่ – อะไรนะ?
เซเนล – เธอก็น่าจะรู้สึกได้ด้วยนะ
ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน ประกายแสงส่องมาจากมือทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ ลำแสงพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
เชอรี่ – หนูพึ่งได้ยินเสียงของเนลเฟสผู้เงียบสงบ!
เซเนล – ชั้นก็ด้วย...
เชอรี่ – จริงเหรอคะ?
เซเนล – ชั้นพนันได้เลยว่าเป็นเพราะพวกเราจับมือกันแบบนี้
เชอรี่ – อ้อ....
เซเนล – ชั้นได้ยินชัดเจนเลย เขาพูดว่า “จงฟื้นคือทะเลที่เกรี้ยวกราดสู่สภาพที่มันเคยเป็น”
เชอรี่ – ใช่ค่ะ....ใช่!
เซเนล – พวกเราต่างต้องการสิ่งเดียวกันในวาระสุดท้าย อย่างนั้นก็มีแค่สิ่งเดียวที่ต้องทำใช่ไหม?
เชอรี่ – ใช่ ที่นี่ไม่มีเฟลเนส ไม่มีโอเรลเนส มีเพียงแค่พวกเรา พวกเราต้องทำด้วยตัวพวกเราเอง!
วิ้ง... ประกายแสงสีขาวที่มือที่จับกันอยู่นั้นกลายเป็นแสงสีรุ้งส่องสว่างจ้า!
เซเนล – แสงนี่มัน! เหมือนกับสายรุ้งเลย!
เชอรี่ – เนลเฟสผู้เงียบสงบกำลังช่วยพวกเราอยู่แน่ๆ
คลื่นพลังสีแดงฉานขยายอาณาเขตมาจากร่างของเมาริทซ์ ทั้งสองคนยื่นมือไปข้างหน้าต้านรับด้วย พลังอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมา!
เซเนล – พวกเราจะไม่แพ้หรอก
เชอรี่ – พวกเราไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว
เซเนล – พวกเราจะสร้างอนาคตของพวกเราเอง!
เชอรี่ – แล้วพวกเราจะทุ่มเทพลังให้กับทุกสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่น!
วิ้ง การปะทะกันจบสิ้นโดยไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ ยกเว้นเซเนลที่ต้องทรุดลง
เซเนล – อั่ก...
เชอรี่ – พี่เซเนล เป็นอะไรไหมคะ?
เซเนล – ชั้น..ไม่เป็นไร....
เชอรี่ – เป็นเพราะปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากการรับพลังของเนลเฟส พี่ไม่—
เซเนล – เชอรี่... ชั้นไม่เป็นอะไร.... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น
โคลเอ้ – อย่าลืมสิ พวกเราก็อยู่กับนายด้วย!
ทุกคนวิ่งเข้ามาสมทบ
เซเนล – เอาล่ะ! จัดการมันด้วยทุกอย่างที่พวกเรามีเลยนะ!
ทุกคน – ได้!

และแล้ว.. การต่อสู้กับร่างจำแลงของเนลเฟสก็สิ้นสุดลง
โคลเอ้ – จบแล้วเหรอ?
วิล – ทุกคน ดูที่ทะเลสิ
ภายนอกนั้น ภาพของทะเลสีฟ้าครามที่เงียบสงบปรากฏอยู่เบื้องหน้า
นอร์ม่า – ว้าว! สวยจังเลย! เหมือนกับคริสตัลสีน้ำเงินขนาดมหึมาส่องประกายอยู่เลย!
เจย์ – ผมไม่เคยคิดว่าทะเลจะสีฟ้าได้ขนาดนี้นะครับ
โมเซส – มันสงบจริงๆ... เหมือนกับที่ดินแดนที่เงียบสงบ
กริวเน่ – ส่องประกายฟ้าครามเจิดจ้า.....
นอร์ม่า - นั่นอะไรอ่ะคะ?
กริวเน่ – เมื่อครั้งที่ผู้คนมาถึงโลกนี้ พวกเขาจ้องมองท้องทะเล พวกเขาเรียกมันว่าแบบนี้น่ะจ้ะ
นอร์ม่า – ว้าว... เดี๋ยวสิ แล้วเจ๊รู้ได้ไงอ้ะ!
กริวเน่ – หืม.. นั่นสินะ
นอร์ม่า – โอย ฉันไม่เข้าใจเจ๊เลยนะเนี่ย!
เชอรี่ – พี่เซฌนล เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?
เซเนล – ไม่เป็นไรหรอก
เชอรี่ – ดีจริงๆ....
เธอหันไปมองท้องทะเล “มันสวยจริงๆ...”
เซเนล – ใช่
เชอรี่ – นี่คงเป็นทะเลแรกที่หนูรู้สึกชอบล่ะนะ
เซเนล – ใช่ ชั้นก็ด้วย
เชอรี่ – ใช่...

ภาพทะเลเบื้องหน้าเซเนลพร่าเลือนขึ้นมา เขาทรุดตัวลงบนขอบของปีกแห่งแสง และโดยไม่มีใครคาดคิด ร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง.....
“ไม่---!” เสียงกรีดร้องของเชอรี่ดังเข้ามาในโสตประสาทก่อนที่ร่างของเซเนลจะสัมผัสกับกับผิวน้ำแล้วจมลงไป
สำนึกสุดท้ายของเขาได้แต่พูดว่า “ขอโทษนะ เชอรี่.... ทั้งที่บอกว่าไม่เป็นอะไรแท้ๆ...ชั้น....” ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง....

“พี่คะ!” ภาพของเชอรี่ซึ่งน้ำตาคลอเบ้าแวบขึ้นมาในจิตสำนึก ช่วยให้เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงสว่างจากผิวน้ำส่องให้เห็นเงาร่างของใครซักคนกำลังแหวกสายน้ำลงมา ... เชอรี่นั่นเอง เธอว่ายตามลงมาประคองเขา สายตาสองคู่ประสานกัน เซเนลยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนจนเธออดยิ้มตามไม่ได้

เธอโผกอดเขาเบาๆใต้ผืนน้ำนั้น เสียงกระซิบแว่วๆผ่านเข้ามาถึงเขา “นี่ พี่คะ.... ยังจำเรื่องพิธีบวงสรวงวารีได้หรือเปล่า?”

ทะเลรอบๆเกิดฟองพรายอากาศเรืองแสงสว่างไปทั่ว ทั้งสองคนไปรอบๆ “ดูสิ ทะเลกำลังอวยพรให้กับเราสองคน”

เซเนลจับมือพาเธอว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ ขณะเชอรี่คิดอยู่ในใจ “เราจะได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง จะต้องไม่เป็นอะไรแน่....”

“ฉันเชื่อแบบนั้น”

Tales of Legendia - Project MelFes, Main quest : End.

------------------------------
จบไปครึ่งทางซะที ซิกๆ :cry:
.oO(รู้สึกแปลตอนนี้แล้วสำนวนเปลี่ยนแฮะ)
/me ไปจับงานตัวอื่นก่อนเริ่มแปล Character quest
ไม่มีเสียงพากษ์แล้วน่าเบื่อมากเลย ขอบอกๆ - -!

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:46 pm----------

  • Posts : 2
  • G. : 29

July 25th, 2006 04:40PM, yosakrai said,

 

อลังการงานสร้างคับ ขอเอาใจช่วยน้า