Topic #165: Tales of Legendia - Chapter 7. Shining Blue (Main Quest - END)

Next Farecery

Chapter 7 – Shining Blue (continue..) 

 

นอร์ม่า – ว้าว! พวกเรากำลังบินล่ะ กำลังบินจริงๆด้วย! 

วิล – เส้นทางข้ามสวรรค์... 

เซเนล – พวกเรากำลังจะเข้าไปในปีกแห่งแสงแล้ว! 

โมเซส – เอาล่ะ ไปกันเล้ย! 

รถจักรบินข้ามท้องฟ้าโดยผ่านอุโมงค์ลำแสงเข้าไปถึงปีกแห่งแสงอย่างปลอดภัย ทุกคนลงมาจากรถแล้วมองไปมองมา 

ปิ๊ปโป้ - พวกเราจะรอทุกคนกลับมาครับ! จะรอดูแลให้รถจักรพร้อมออกตัวได้ทุกเวลาเลย! 

คิวโป้ – โชคดีครับทุกคน! 

วิล – คราวนี้เป็นศึกสุดท้ายจริงๆล่ะ ทุกคนพร้อมไหม? 

ทุกคนหันมาพยักหน้าให้กัน 

วิล – พวกเราจะทำภารกิจนี้ให้ลุล่วงและกลับบ้านกัน พวกเราทุกคน เซเนล 

เซเนล – ได้ 

วิล – โคลเอ้ 

โคลเอ้ – ใช่ 

วิล - นอร์ม่า 

นอร์ม่า – ยัป 

วิล - โมเซส 

โมเซส – โย่ว 

วิล – เจย์ 

เจย์ – ครับ 

วิล – คุณกริวเน่ 

กริวเน่ – สวัสดีจ๊ะ 

วิล – แล้วก็.... 

เซเนล – วิล 

วิล – ....อืม 

เซเนล – แล้วก็สุดท้าย... เชอรี่ พวกเรามีกันทั้งหมด 8 คน ทุกคนพร้อมหรือยัง?! ไปกันเถอะ 

ทุกคนชูมือขึ้นฟ้า ประสานเสียงพร้อมกัน “ไปเลย!” 

 

ทุกคนบุกเข้าไปในปีกแห่งแสง ผ่านเส้นทางที่ยาวไกลจนไปถึงห้องเล็กๆ ที่ด้านหนึ่งของห้อง จอภาพปรากฏขึ้นมา 

โคลเอ้ – ภาพนี้เหมือนกับจะอธิบายอะไรเลยนะ 

เจย์ – บางทีมันอาจจะบอกว่าปีกแห่งทำงานอย่างไรมังครับ? 

นอร์ม่า – จริงอ้ะ? มันไม่ดูพิลึกไปหน่อยเหรอ 

โมเซส – แปลกตรงไหนล่ะ? 

นอร์ม่า- ปีกแห่งแสงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้างมหาหายนะภัยใช่ไหมล่ะ? แต่ภาพที่ลอยอยู่นี้มันดูเหมือนกับ.... 

กริวเน่ – ดูเหมือนว่ามันกำลังสร้างแผ่นดินเลย 

นอร์ม่า – อ่านะ ยังไงก็เถอะ เอาไว้คิดกันที่หลังก็ได้ ไปกันต่อเถอะ 

ทุกคนเดินต่อไป เหลือเจย์ที่ยังมองภาพนั้นอยู่ 

เจย์ – ปีกแห่งแสงยังสามารถใช้สร้างแผ่นดินได้ รวมทั้งยังทำลายได้ด้วยเหรอ? แต่ถ้าอย่างนั้น.... ทำไมชาวราเดี้ยนถึงต้องใส่ใจกับผืนดินมากขนาดนั้นล่ะ? 

 

ทุกคนขึ้นลิฟต์ขึ้นไปส่วนบน นอร์ม่าชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง “นี่ ทางนั้นมีแสงอะไรอยู่ด้วยล่ะ!” 

วิล – สีนั่นมัน.... 

ทิศทางนั้นไกลออกไป มีวัตถุรูปทรงกลมลอยอยู่พร้อมแสงสีฟ้าเปล่งออกมาจากภายใน 

เซเนล – เป็นสีเดียวกับเทลเคสของเชอรี่เลย เธอต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ 

โมเซส – เย้ เจอแล้วเฟ้ย! 

นอร์ม่า – แต่ท่าทางพวกเราต้องอ้อมไปอีกกว่าจะไปถึงนั่นนะ 

เจย์ – ยังต้องเดินกันอีกไกลครับ อย่าเผลอตัวกันล่ะ 

 

หลังจากวิ่งต่อไปจนถึงลานกว้าง เสียงวอลเตอร์ก็ดังขึ้นว่า “พวกแกมาได้ไกลแค่นี้ล่ะ!” ร่างของเขาลอยมาพร้อมกับออโตมาต้อนขนาดยักษ์ที่ตกลงมาจากฟ้า วอลเตอร์ร่อนลงมาที่พื้นแล้วหอบแฮ่ก 

เซเนล – วอลเตอร์! นายยังจะ.... 

เขาชูมือขึ้นถ่ายพลังไปยังหุ่นยนต์นั้น แสงแวววับส่งออกมาจากตาทำให้รู้ว่ามันทำงานเต็มที่แล้ว 

นอร์ม่า – เขาฝืนตัวเองมากไปแล้ว นี่อาจจะเป็นทั้งหมดที่เขาทำได้เพื่อควบคุมเจ้านั่นน่ะ 

วอลเตอร์ – หุบปาก! ถึงแม้มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ฉันก็ไม่ยอมให้แกไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเมลเนสหรอก! 

 

แม้หุ่นออโตมาต้อนจะพังย่อยยับไปแล้ว แต่วอลเตอร์ก็ยังไม่เลิกลา เขาเรียกอสูรจากเทลเคสออกมาอีกครั้ง 

เซเนล – วอลเตอร์ พอได้แล้ว! 

วอลเตอร์ – อึ่ก... 

เขาล้มลงกับพื้นเมื่อแรงเฮือกสุดท้ายหมดลง อสูรนั้นสลายไปสิ้น.... 

วอลเตอร์ – ทำไม....ทำไมต้องเป็นแก? ทำไม....ท่านเมลเนส...ถึงเลือกแก... ฉันควรจะเป็น...คนที่ต้องปกป้องท่านสิ... ตั้งแต่.... ฉันยังเป็นเด็ก... นั่นเป็นความตั้งใจของฉัน... ภารกิจแห่งชีวิตของฉัน 

เซเนลเ – วอลเตอร์... 

วอลเตอร์ – แกแย่งสิ่งนั้นไปจากฉัน!..... ทำไม?! เซ....เซเนล 

เขาเอื้อมมือขึ้นมาหาศัตรูคู่แค้น ก่อนแขนนั้นจะตกฮวบลงไปหยุดนิ่งข้างๆกายพร้อมๆกับชีวิตที่สูญสิ้น เซเนลลุกขึ้นหันหลังให้กับร่างนั้น “เจ้าโง่เอ๊ย....” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์.... 

เซเนล – ไปกันเถอะ ได้เวลาจบเรื่องนี้กันแล้ว 

 

ที่ชั้นบนสุดหลังเส้นทางอันยาวไกล ทุกคนวิ่งเข้าไปภายในนั้น ภาพเบื้องหน้าคือห้องควบคุมของปีกแห่งแสง เมาริทซ์ยืนอยู่หน้าหอควบคุมซึ่งเชอรี่นั่งอยู่ด้านบน ปีแสงสีฟ้าขนาดใหญ่สยายออกมาจากด้านหลังของเธอ 

เซเนล – เชอรี่ ได้ยินชั้นไหม?! 

เมาริทซ์ซึ่งได้ยินเสียงของบุกรุกก้าวลงมาดักหน้า “แกยังเสนอหน้ามาให้เห็นโดยไม่ละอายอีกหรือ เซเนล คูลริดจ์ 

เซเนล – เมาริทซ์! 

เมาริทซ์ – แกนำพาความตายมาสู่สเตล่า และตอนนี้แกก็สังหารวอลเตอร์ แกมาที่นี่เพื่อจับกุมตังเมลเนวด้วยมือที่เปื้อนเลือดคู่นั้นอีกหรือ?! 

เซเนล – ผมรู้ทุกอย่างถึงเรื่องที่ผมทำดีกว่าใคร แต่ผมมาที่นี่ ยืนต่อหน้าคุณ ผมตัดสินใจแล้ว ผมไม่มีความสงสัยอะไรอีกแล้ว! ถอยไปซะ! 

เมาริทซ์ – มหาหายนะภัยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เราจะไม่ยอมให้แกไปพบเมลเนสเด็ดขาด 

โมเซส – ดูเหมือนว่าปู่อยากจะสู้กับพวกเรานะ 

เมาริทซ์ – เจ้าประเมินเราต่ำไปแล้ว คนโง่เขลาเอ๋ย เราจะแสดงให้ดูว่าเจ้าผิดพลาดอย่างร้ายแรงแค่ไหน! 

ผมของเมาริทซ์เรืองแสงสีฟ้า ตัวของเขาส่งประกายสีแดงออกมา ทุกคนตกใจจนเลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง! 

โคลเอ้ – เป็นพลังที่น่ากลัวอะไรขนาดนี้เนี่ย! 

เซเนล – นี่คือเมาริทซ์ที่แท้จริงเหรอ?! 

เมาริทซ์ – เนลเฟสแห่งดินแดนที่ถูกละทิ้ง ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าของลอกเลียนแบบหรอกน่า! เจ้าไม่มีหวังที่จะท้าทายกับพวกเราซึ่งได้รับพรที่แท้จริงหรอก! 

 

แม้เมาริทซ์จะแก่ชราแล้ว แต่การเคลื่อนไหวและทักษะการใช้เวทย์ของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงตามอายุ กว่าจะทำให้เขาสงบได้ทุกคนก็ต้องเหนื่อยกัน 

โมเซส – เย้! ชนะแล้ว ยี้ฮ้า! 

วิล – มันจบแล้วล่ะ เมาริทซ์ ไม่มีประโสชน์ที่จะดันทุรังต่อไปหรอก 

เมาริทซ์ – ไม่หรอก บาดแผนแค่นี้มันไม่เป็นอะไรเลย! 

ผมของเขาเปล่งแสงอีกครั้งเช่นเดียวกับแสงสีแดงจำตัวของเขา 

เมาริทซ์ – เราจะต้องทำให้แน่ใจว่ามหาหายนะจะต้องเกิดขึ้น มันคือประสงค์แห่งเนลเฟส! 

เซเนล – พลังของเชอรี่ไม่ได้มีเพื่อสิ่งนั้นนะ! 

เมาริทซ์ – เจ้าคิดว่าคำพูดที่ไร้ความหมายของเจ้าจะสั้นคลอนความศรัทธาของเราได้รึ?! 

แสงจากตัวของเขาแรงกล้ากว่าที่แล้วมา 

วิล – ระวังตัวด้วย! รู้สึกว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าที่แล้วมาอีก! 

 

ในที่สุดการต่อสู้ครั้งที่สองก็จบลง เมาริทซ์ลงไปนอนกองกับพื้น 

โคลเอ้ – คราวนี้จบหรือยังล่ะ... 

เจย์ – ผมก็สงสัยนะ... 

แสงแวบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกับที่ร่างของเขาลุกขึ้นมาอีก! ผมของเมาริทซ์กลับเป็นสีเดิม เขาหันไปยังด้านที่เชอรี่ เอื้อมมือออกไปก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วล้มลงอีกครั้ง 

เจย์ – พลังมากมายขนาดนั้น เขาคงจะฝืนร่างกายตัวเองจนพ้นขีดจำกัดของเขาไปแล้ว 

โมเซส – พวกเราก็ต้องไปต่อล่ะนะ.... 

เสียงของเครื่องจักรที่เคยดังเป็นระลอกๆกลับเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็น เสียงเดียวกัน ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าปีกแห่งแสงพร้อมทำงานอย่างเต็มที่แล้ว บนแท่นควบคุมนั้น เชอรี่ลุกขึ้นยืน 

เซเนล – เชอรี่! 

เจย์ – ไม่มีเวลาแล้วครับ รีบเข้าเถอะ! 

เซเนล – ใช่! 

 

ทุกคนวิ่งขึ้นไปที่แท่นควบคุม แต่เทลเคสของเชอรี่ก็ปรากฏร่างออกมาขวางทางเอาไว้! 

เซเนล – เชอรี่! เธอทำอะไรน่ะ?! 

เทลเคสสีฟ้าประกายแวบแสงขึ้นมาก่อนจะผลักทุกคนกระเด็นไปหมด ร่างของเชอรี่ลอยสูงขึ้น เธอชูมือพร้อมๆกับที่ม่านพลังก่อตัวล้อมร่างของทุกคนไว้! 

วิล – เธอตั้งใจหรือ?! 

โคลเอ้ – เชอรี่ หยุดเถอะ! 

นอร์ม่า – ริจจัง! 

เทลเคสของเธอส่งแสงแรงกล้ายิ่งขึ้น จนแทบจะมองไม่เห็นร่างของเจ้าของ 

โมเซส – แสงของหล่อนแรงขึ้นอีกแล้ว! 

และแล้วพื้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! 

เจย์ – แรงสั่นสะเทือนนี่มัน.... เป็นไปไม่ได้! 

เมาริทซ์ – เริ่มแล้วสินะ.... มหาหายนะภัยเริ่มขึ้นแล้ว! จงดูซะ เวลาที่โลกจะกลับสู่สภาพที่แท้จริง! 

นอร์ม่า – เลิกพล่ามเรื่อง “สภาะที่แท้จริง” งี่เง่านั่นเถอะน่า! คุณแค่ย้อนมันกลับเพื่อตัวเองนี่! 

เมาริทซ์ – หึ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ! พวกเจ้าผู้โง่เขลาคิดว่าพวกเราชาวเฟลเนสมาจากโลกอื่นสินะ? ความจริงน่ะมันกลับกันต่างหาก! พวกเราคือเผ่าพันธุ์ที่อยู่บนโลกนี้เป็นพวกแรก! บรรพบุรุษของพวกเจ้าต่างหากที่มาที่หลัง! 

เซเนล – คุณพูดอะไรน่ะ? 

เมาริทซ์ – ระหว่างที่มานี่ พวกเจ้าคงได้เรียนรู้แน่นอนถึงวัตถุประสงค์ของปีกแห่งแสง ทำไมพวกเราต้องสร้างแผ่นดินด้วยล่ะ? พวกเราอาศัยอยู่ในน้ำ พวกเราไม่ต้องการของแบบนั้นหรอก! 

โคลเอ้ – นั่น....นั่นมัน.... 

โมเซส – ปู่แต่งเรื่องขึ้นมาเองน่ะสิ! 

เจย์ – ไม่ครับ ที่เมาริทซ์พูดมาอาจจะจริงก็ได้ 

เซเนล – เจย์? 

เจย์ – ผมก็สงสัยอยู่ว่า “ชาวเผ่าวารี” นี้จะสนใจแผ่นดินไปทำไม ถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ มันก็จะอธิบายเรื่องแปลกๆนี้ได้ 

โมเซส – เรื่องแปลกอะไรฟะ?! 

เจย์ –ปีกแห่งแสงและปืนใหญ่เนลเฟสไม่ได้ป็นของอาณาจักรเทลเซส 

วิล – ถ้าอย่างงั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของยานสีขาวรูปสี่เหลี่ยมที่กลายมาเป็นเลกาซี่หรือ? 

เจย์ – ปืนใหญ่เนลเฟสใช้ชีวิตของชาวราเดี้ยนเป็นแหล่งพลังงานของมัน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราก็มั่นใจว่าปีกแห่งแสงจะต้องแลกด้วยชีวิตของเมลเนส 

นอร์ม่า – อ้ะ! แปลกจริงๆด้วย! 

เมาริทซ์ – พวกเจ้าตระหนักแล้วหรือยังล่ะ? 

เจย์- พวกเขาจะตั้งใจสร้างอุปกรณ์ที่ต้องสละชีวิตของพวกเขาเองหรือครับ? 

โคลเอ้ - ก็หมายความว่า.... 

เมาริทซ์ – ณ จุดเริ่มต้นนั้น มันไม่มีอะไรอื่นนอกจากมหาสมุทรในโลกนี้ จากนั้นพวกเจ้า โอเรลเนสก็มาถึง เจ้าใช้พลังของเนลเฟสและพวกเราชาวเฟลเนส เพื่อสร้างแผ่นดินให้ปรากฏขึ้น! 

วิล – อะไรกัน?! 

เมาริทซ์ – เพราะอย่างนั้นเนลเฟสถึงได้พิโรธ คลื่นที่ไม่มีวันหยุดนิ่งของที่นี่ก็คือความพิโรธนั่น! 

เจย์ – มหาหายนะภัยกับการสูญสิ้นของแผ่นดินจะทำให้เนลเฟสสงบได้หรือครับ? 

เมาริทซ์ – ใช่ นั่นล่ะคือเป้าหมายที่แท้จริง! เมื่อโลกกลับสู่สภาพที่ควรจะเป็น ชาวเฟลเนสก็จะได้กลับสู่บ้านที่แท้จริง ท้องทะเล! 

นอร์ม่า – ฉัน...ฉันไม่อยากเชื่อเลย... 

โมเซส – พวกเราคือผู้รุกรานเหรอ?! 

เซเนล – เชอรี่ เธอได้ยินไหม?! หยุดเทลเคสของเธอเดี๋ยวนี้ ! เชอรี่! 

เมาริทซ์ – ฮะฮ่าๆๆ! เจ้าเสียเวลาเปล่าแล้ว! เมลเนสไม่ได้ยินตำพูดของเจ้าอีกแล้ว! เวลานี้นางคือผู้แทนแห่งเนลเฟสโดยสมบูรณ์! เจ้าเห็นต่อหน้าเจ้าแล้ว ความรุ่งโรจน์แห่งเมลเนสที่สมบูรณ์แบบ! 

เซเนล – เชอรี่! 

เมาริทซ์ – เมื่อปีกแห่งแสงทำงานโดยสมบูรณ์ เมลเนสก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส! นางจะละทิ้งพันธะแห่งกายเนื้อแล้วกลายเป็นโลกเอง! 

เซเนล – แบบนั้นเธอก็จะพบกับจุดจบน่ะสิ !เชอรี่น่ะ! 

เมาริทซ์ – จงล้มเลิกซะ! 

เซเนล – ไม่มีทาง! พวกเรายอมแพ้ไมได้หลังจากที่มาไกลถึงขนาดนี้ ! ใช่ไหม?! 

เขาหันมาหาทุกคนที่ก้มหน้านิ่ง “ใช่ไหมล่ะ!” 

นอร์ม่า – พวกเราคือคนแปลกหน้าเหรอ? 

วิล – ไม่เคยมีอะไรในโลกนี้นอกจากทะเลหรือ? 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นที่พวกเราทำไปก็คือ... 

โมเซส – บางทีเรื่องพวกนี้คงจะไม่เกิดขึ้นถ้าบรรพบุรุษของพวกเราไม่ได้มา 

โคลเอ้ – คูลริดจ์.... พวกเรา... 

เซเนล – กรอด.... 

เมาริทซ์ – ได้โปรดเถอะ เมลเนส..... มหาหายนะภัย... ได้โปรด! 

เขาร้องเรียกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะฟุบลงไป 

เซเนล – เมาริทซ์!..... เชอรี่!.... 

เขาคิดในใจถึงสิ่งที่ได้ยิน “ผู้แทนแห่งเนลเฟสเหรอ? ........เมลเนสที่สมบูรณ์เหรอ?” 

เซเนล – ไม่ใช่! เชอรี่ก็คือเชอรี่! มันไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก ไม่ว่าใครจะพูดยังไง! นั่นคือเชอรี่! เธอเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์.... 

เล็บของเขาเปล่งแสงขึ้นขณะที่เซเนลพยายามก้าวเดินไปอย่างช้าๆ 

เซเนล – เชอรี่ ชั้นจะไปหาเธอแล้ว.... ชั้นจะไปแสดงให้เธอเห็นว่าพวกเราอยู่กับเธอ ชั้นจะไปแสดงให้เธอเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย 

เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหมดแรง 

โคลเอ้ – ขอโทษทีนะ นี่อาจจะเจ็บหน่อย 

เธอหันมาหาเขา เล็บเปล่งแสงแวววาว โคลเอ้ชูมือขึ้นแล้วส่งพลังของเธอไปโจมตีใส่ม่านพลังที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่ 

เซเนล – อึ้ก! 

โคลเอ้ – ถึงจะมีแค่นาย ฉันก็อยากจะเห็นใครซักคนไปถึงตัวเชอรี่! 

ทุกคนตัดสินใจได้แล้วหันมาหาเซเนล 

วิล – พวกเราจะโจมตีใส่เทลเคสที่ล้อมรอบเธออยู่ กัดฟันทนความเจ็บปวดไว้ล่ะ 

ทุกคนส่งพลังเข้าไปใส่มัน แต่ก็ยังไม่ได้ผลนัก 

เซเนล – เร็วสิ! ส่งมาทุกอย่างที่พวกนายมีเลย! 

โคลเอ้+โมเซส+เจย์ – ได้เลย! 

ทุกคนรวมพลังส่งเข้าไปกระแทกใส่ม่านพลังของเทลเคสอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล มันสลายหายไปจนสิ้น! 

เซเนล – เอาล่ะ....ได้การแล้ว! 

เขามองหน้าเพื่อนๆ “ทุกคน....” 

โคลเอ้ – ขอบคุณที่หลังเถอะน่า ไปสิ! 

เขาหันหลังมุ่งหน้าไปหาเชอรี่อย่างช้าๆเพราะพึ่งโดนแรงกระแทกจากการทำลายม่านพลังไป 

เซเนล - ชั้นมาที่นี่เพื่อบอกเธอ บอกถึงความรู้สึกของชั้น ….เชอรี่ แค่สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งเดียวเท่านั้น 

เมื่อก้าวไปถึงเบื้องหน้าหญิงสาว เขาดอบกอดเธอแล้วกระซิบที่ข้างหูเบาๆ “........ชั้นเชื่อเธอนะ เชอรี่” 

.......... 

เสียงเครื่องจักรที่เคยทำงานดับลง พร้อมๆกับปอยผมที่เคยเรืองแสงสีฟ้าของเชอรี่ที่กลับเป็นสีเหลืองอีกครั้ง เปลเคสของเธอก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน 

เซเนล – ปีกแห่งแสง... มันหยุดแล้ว 

เชอรี่ – ....โอ้ย..... 

คงเพราะเขากอดเธอแน่นไปหน่อย เซเนลจึงรู้ว่ายังคงกอดร่างของเธออยู่ ทั้งคู่รีบผละออกจากกันด้วยท่าทีเขินอาย 

เซเนล – อะ....ข....ขอโทษนะ 

เชอรี่ – ไม่เป็นอะไรค่ะ 

เซเนล – เชอรี่? 

เชอรี่ – อื้ม....ขอบคุณนะ หนูได้ยินเสียงของพี่อย่าวชัดเจน ขอบคุณมากจริงๆ 

เซเนล – แน่นอน 

นอร์ม่า – แล้ว...เอ่อ... พวกเราต้องยืนเงียบแบบนี้อีกนานแค่ไหนน่ะ? 

ถ้าไม่มีเสียงใครไปทำลายบรรยากาศ ทั้งสองคนคงลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพัง “อุ้บส์... ลืมพวกเขาเลย...” 

นอร์ม่า – ใจร้ายจัง! 

เซเนล – แหะ..... 

เชอรี่ – ฮิๆ..... 

ทั้งสองคนหัวเราะกันร่วนก่อนที่เชอรี่จะยกมือขึ้นเผื่อปลดม่านพลังที่กักขังทุกคนอยู่ 

เจย์ – เอาล่ะ ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะยุติแล้วครับ 

โมเซส – ได้เวลากลับไปเมืองแล้วจัดปาร์ตี้ฉลองชัยกันละ! 

เซเนล – ไปหาคนอื่นๆกันเถอะ 

เชอรี่ – ค่ะ ก็ดีนะ 

ทั้งสองเดินลงมาจากแท่นควบคุม แต่จูกๆพื้นห้องก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาอีก รวมทั้งเสียงเครื่องยนต์ทำงานก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง! เชอรี่มองไปรอบๆด้วยความตกใจ! 

เซเนล – เชอรี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

เชอรี่ – หนู....หนู่ไม่รู้ค่ะ... ไม่มีหนู.... 

สายฟ้าฟาดโครมเข้าใส่เธอโดยไม่ทันรู้ตัว! 

เชอรี่ – อ๊า! 

เซเนล – เชอรี่--! 

บนแท่นควบคุมนั้น เมาริทซ์ลอยอยู่โดนมีเทลเคสอยู่เบื้องหลัง สีหน้าของเขาแสดงท่าทีโกรธเป้นอย่างมาก! 

เมาริทซ์ – เชอรี่....เจ้าคนทรยศ! 

วิล – เมาริทซ์! เขายังเคลื่อนไหวได้อีกหรือ! 

เจย์ – เขาขึ้นไปที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?! 

เมาริทซ์ – เชอรี่ เจ้าไม่มีสิทธิที่จะเรียกตัวเองว่าเมลเนสอีกแล้ว ถ้ามันต้องเป็นเช่นนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นไป! 

เขาชูมือขึ้น จู่ๆรอบๆก็เหมือนจะปรากฏภาพของทะเลที่เกรี้ยวกราด! 

นอร์ม่า – อะไรน่ะ?! 

เชอรี่ – นั่นมัน...เนลเฟส! 

ทุกคน – เนลเฟสเหรอ?! 

เชอรี่ – พลังของมันกำลังวิ่งเข้าหาคุณเมาริทซ์! มันกำลังรวมตัวรอบๆเขา! 

เมาริทซ์ – รับนี่ไปซะ! 

สายฟ้าฟาดอย่างต่อเนื่องก่อนจะโจมตีใส่ทุกคนอย่างรุนแรง! 

เมาริทซ์ – เนลเฟส....เราจะขอรับตำแหน่งแทนเมลเนสที่ละทิ้งหน้าทิ้งคนนั้นเอง เราขอตั้งสัตย์สาบานว่าจะสร้างมหาหายนะภัยให้ลุล่วง! โปรดมอบพลังให้แก่เรา! พลังอันยิ่งใหญเหนือขอบเขต! 

เชอรี่ – คุณเมาริทซ์ ไม่ได้นะ! คุณไม่สามารถรองรับเนลเฟสได้หรอก! คุณจะทำลายจิตใจของคุณเองนะ! 

วิ้ง... 

ทะเลที่เกรี้ยวกราดบ้าคลั่งนั้นเริ่มหมุนวนโดยมีจุดศูนย์กลางเข้าสู่เมา ริทซ์ เขากุมศีรษะแล้วชูมือทั้งสองขึ้น “โอ!....เราได้ยินเสียงแห่งเนลเฟสแล้ว! ท่านยอมรับเราแล้ว!” 

เชอรี่ – คุณเมริทซ์! อย่านะ! 

วิ้ง.... 

เมาริทซ์ – หน้าที่แรกของเราในฐานะเมลเนสก็คือการย้อมสีที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสีแดงฉาน ด้วยเลือดของพวกเจ้า! หลังจากนั้นเราจะสร้างมหาหายนะภัย! 

เชอรี่ – ฉันไม่ยอมหรอก! 

เธอเดินเข้าไปเบื้องหน้า เรียกพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวออกมา “จะเรียกฉันว่าอย่างไรก็ได้ แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณสังหารผู้คนที่ฉันห่วงใยหรอก! 

เซเนล – เชอรี่... 

เชอรี่ – ฉันเข้าใจแล้ว บางคุณก็เกลียดชัง บางคนก็ให้อภัย แล้วฉันควรจะทำอย่างไร? ฉันอยากจะทำอย่างไร? 

เมาริทซ์ – เจ้าพูดอะไรน่ะ? 

เชอรี่ – ฉันเชื่อผู้คนเหล่านี้! ฉันเชื่อในแสงตะวันแห่งวันพรุ่งนี้ที่พวกเราจะร่วมกันสร้างขึ้น! พวกเขายื่นมือเข้ามาหา และฉันก็ตั้งใจที่จะจับมือนั้นไว้ 

เมาริทซ์ – เจ้าเด็กน้อยผู้โอหังนี่.... 

สายฟ้าฟาดเข้าใส่เธออีกครั้ง! 

เชอรี่ – กรี๊ด! 

เซเนล – เชอรี่! 

เมาริทซ์ – เจ้าสูญเสียพรแห่งเนลเฟสไปแล้ว เจ้ายังจะทำอะไรได้อีกล่ะ?! หากนั้นเป็นความต้องการของเจ้าล่ะก็ เชอรี่ ก็จงเป็นดังนั้น! เราจะฆ่าสังหารเจ้าเป็นคนแรก! 

วิ้ง.... 

เมาริทซ์ – อ้ะ...เรา.... 

วิ้ง.... 

เมาริทซ์ - อ๊า! 

ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงด้วยความทรมาน! 

โคลเอ้ – มีบางอย่างไม่ปกติแล้ว! 

เซเนล - เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! 

เชอรี่ – สายไปแล้ว....เขากำลังถูกดึงเข้าไปแล้ว.... 

ร่างของเมาริทซ์ลอยขึ้นไปกลางอากาศ กระแสพลังที่ส่งออกมาทำให้รอบๆบิดเบี้ยวจนดูเหมือนคลื่นน้ำ 

โมเซส – มันบ้าอะไรเนี่ย?! 

นอร์ม่า – มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?! 

เจย์ – เมาริทซ์!....เขาหลอมตัวเข้ากับเนลเฟสผู้เกรี้ยวกราดครับ! 

เสียงกรีดร้องของเชอรี่ดังขึ้นเมื่อร่างของเธอดูกระชากขึ้นไปตรึงอยู่กลางอากาศอย่างรุนแรง! 

เซเนล – เชอรี่! 

ทุกคนตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่ก็กลับทรุดร่างลงกันหมด 

โคลเอ้ – อ่อนแรง....จริงๆ... 

วิล – การโจมตีเมื่อครู่ทำอะไรกับพวกเราหรือเปล่า? 

โมเซส – บ้าเอ๊ย! 

เซเนล – เชอรี่! เธอปลอดภัยไหม?! 

เชอรี่ – อึ่ก....อ๊า..... 

เซเนล – เชอรี่.... 

เขาได้แต่คิดในใจ “ได้โปรดเถอะ.... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น เร็วสิ ร่างกายของชั้น ขยับสิ!” 

“ชั้นต้องช่วยเชอรี่!” 

วิ้ง...ลำแสงวูบหนึ่งปรากฏที่ร่างของเซเนล 

 

“หือ?.... เนลเฟสผู้เงียบสงบ!” 

 

วิ้ง... 

 

“พลัง....กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวชั้น! เขา...กำลังช่วยชั้น....” 

 

วิ้ง.... คูลริดจ์ลุกขึ้นท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆ 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! นายยืนได้เหรอ? 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! 

เซเนล – ย้าก---! 

เขาส่งพลังไปที่ปลายเล็บ เรียกประกายแสงออกมาดสำเร็จ แต่ร่างกายที่บาดเจ็บก็ต้องทรุดลงไปอีก “อึ้ก...” 

โมเซส – เป็นอะไรมั้ย เซโนจิ!? 

“ความเจ็บปวด...มันมายมากจริงๆ...แต่ว่า...” 

เขากัดฟันวิ่งเข้าไปบนแท่นควบคุมนั้น แล้วชูมือขึ้น “ปล่อย....เธอ...ซะ!” เซเนลส่งเสียงร้องแล้วปล่อยหลังช่วยเหลือเชอรี่ออกมาได้สำเร็จ! 

เชอรี่ – พี่เซเนล?.... 

เซเนล – เชอรี่ เธอเป็นอะไรไหม? 

เชอรี่ – พี่เซเนล พลังนั่นมันอะไรกันน่ะ มันเกือบจะเหมือนกับ.... 

เซเนล – เนลเฟสผู้เงียบสงบให้ชั้นยืมพลังน่ะ 

เชอรี่ – อะไรนะ? 

เซเนล – เธอก็น่าจะรู้สึกได้ด้วยนะ 

ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน ประกายแสงส่องมาจากมือทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ ลำแสงพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง 

เชอรี่ – หนูพึ่งได้ยินเสียงของเนลเฟสผู้เงียบสงบ! 

เซเนล – ชั้นก็ด้วย... 

เชอรี่ – จริงเหรอคะ? 

เซเนล – ชั้นพนันได้เลยว่าเป็นเพราะพวกเราจับมือกันแบบนี้ 

เชอรี่ – อ้อ.... 

เซเนล – ชั้นได้ยินชัดเจนเลย เขาพูดว่า “จงฟื้นคือทะเลที่เกรี้ยวกราดสู่สภาพที่มันเคยเป็น” 

เชอรี่ – ใช่ค่ะ....ใช่! 

เซเนล – พวกเราต่างต้องการสิ่งเดียวกันในวาระสุดท้าย อย่างนั้นก็มีแค่สิ่งเดียวที่ต้องทำใช่ไหม? 

เชอรี่ – ใช่ ที่นี่ไม่มีเฟลเนส ไม่มีโอเรลเนส มีเพียงแค่พวกเรา พวกเราต้องทำด้วยตัวพวกเราเอง! 

วิ้ง... ประกายแสงสีขาวที่มือที่จับกันอยู่นั้นกลายเป็นแสงสีรุ้งส่องสว่างจ้า! 

เซเนล – แสงนี่มัน! เหมือนกับสายรุ้งเลย! 

เชอรี่ – เนลเฟสผู้เงียบสงบกำลังช่วยพวกเราอยู่แน่ๆ 

คลื่นพลังสีแดงฉานขยายอาณาเขตมาจากร่างของเมาริทซ์ ทั้งสองคนยื่นมือไปข้างหน้าต้านรับด้วย พลังอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมา! 

เซเนล – พวกเราจะไม่แพ้หรอก 

เชอรี่ – พวกเราไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว 

เซเนล – พวกเราจะสร้างอนาคตของพวกเราเอง! 

เชอรี่ – แล้วพวกเราจะทุ่มเทพลังให้กับทุกสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่น! 

วิ้ง การปะทะกันจบสิ้นโดยไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ ยกเว้นเซเนลที่ต้องทรุดลง 

เซเนล – อั่ก... 

เชอรี่ – พี่เซเนล เป็นอะไรไหมคะ? 

เซเนล – ชั้น..ไม่เป็นไร.... 

เชอรี่ – เป็นเพราะปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากการรับพลังของเนลเฟส พี่ไม่— 

เซเนล – เชอรี่... ชั้นไม่เป็นอะไร.... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น 

โคลเอ้ – อย่าลืมสิ พวกเราก็อยู่กับนายด้วย! 

ทุกคนวิ่งเข้ามาสมทบ 

เซเนล – เอาล่ะ! จัดการมันด้วยทุกอย่างที่พวกเรามีเลยนะ! 

ทุกคน – ได้! 

 

และแล้ว.. การต่อสู้กับร่างจำแลงของเนลเฟสก็สิ้นสุดลง 

โคลเอ้ – จบแล้วเหรอ? 

วิล – ทุกคน ดูที่ทะเลสิ 

ภายนอกนั้น ภาพของทะเลสีฟ้าครามที่เงียบสงบปรากฏอยู่เบื้องหน้า 

นอร์ม่า – ว้าว! สวยจังเลย! เหมือนกับคริสตัลสีน้ำเงินขนาดมหึมาส่องประกายอยู่เลย! 

เจย์ – ผมไม่เคยคิดว่าทะเลจะสีฟ้าได้ขนาดนี้นะครับ 

โมเซส – มันสงบจริงๆ... เหมือนกับที่ดินแดนที่เงียบสงบ 

กริวเน่ – ส่องประกายฟ้าครามเจิดจ้า..... 

นอร์ม่า - นั่นอะไรอ่ะคะ? 

กริวเน่ – เมื่อครั้งที่ผู้คนมาถึงโลกนี้ พวกเขาจ้องมองท้องทะเล พวกเขาเรียกมันว่าแบบนี้น่ะจ้ะ 

นอร์ม่า – ว้าว... เดี๋ยวสิ แล้วเจ๊รู้ได้ไงอ้ะ! 

กริวเน่ – หืม.. นั่นสินะ 

นอร์ม่า – โอย ฉันไม่เข้าใจเจ๊เลยนะเนี่ย! 

เชอรี่ – พี่เซฌนล เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? 

เซเนล – ไม่เป็นไรหรอก 

เชอรี่ – ดีจริงๆ.... 

เธอหันไปมองท้องทะเล “มันสวยจริงๆ...” 

เซเนล – ใช่ 

เชอรี่ – นี่คงเป็นทะเลแรกที่หนูรู้สึกชอบล่ะนะ 

เซเนล – ใช่ ชั้นก็ด้วย 

เชอรี่ – ใช่... 

 

ภาพทะเลเบื้องหน้าเซเนลพร่าเลือนขึ้นมา เขาทรุดตัวลงบนขอบของปีกแห่งแสง และโดยไม่มีใครคาดคิด ร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง..... 

“ไม่---!” เสียงกรีดร้องของเชอรี่ดังเข้ามาในโสตประสาทก่อนที่ร่างของเซเนลจะสัมผัสกับกับผิวน้ำแล้วจมลงไป 

สำนึกสุดท้ายของเขาได้แต่พูดว่า “ขอโทษนะ เชอรี่.... ทั้งที่บอกว่าไม่เป็นอะไรแท้ๆ...ชั้น....” ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง.... 

 

“พี่คะ!” ภาพของเชอรี่ซึ่งน้ำตาคลอเบ้าแวบขึ้นมาในจิตสำนึก ช่วยให้เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงสว่างจากผิวน้ำส่องให้เห็นเงาร่างของใครซักคนกำลังแหวกสายน้ำลงมา ... เชอรี่นั่นเอง เธอว่ายตามลงมาประคองเขา สายตาสองคู่ประสานกัน เซเนลยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนจนเธออดยิ้มตามไม่ได้ 

 

เธอโผกอดเขาเบาๆใต้ผืนน้ำนั้น เสียงกระซิบแว่วๆผ่านเข้ามาถึงเขา “นี่ พี่คะ.... ยังจำเรื่องพิธีบวงสรวงวารีได้หรือเปล่า?” 

 

ทะเลรอบๆเกิดฟองพรายอากาศเรืองแสงสว่างไปทั่ว ทั้งสองคนไปรอบๆ “ดูสิ ทะเลกำลังอวยพรให้กับเราสองคน” 

 

เซเนลจับมือพาเธอว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ ขณะเชอรี่คิดอยู่ในใจ “เราจะได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง จะต้องไม่เป็นอะไรแน่....” 

 

“ฉันเชื่อแบบนั้น” 

 

Tales of Legendia - Project MelFes, Main quest : End. 

 

------------------------------ 

จบไปครึ่งทางซะที ซิกๆ :cry: 

.oO(รู้สึกแปลตอนนี้แล้วสำนวนเปลี่ยนแฮะ) 

/me ไปจับงานตัวอื่นก่อนเริ่มแปล Character quest 

ไม่มีเสียงพากษ์แล้วน่าเบื่อมากเลย ขอบอกๆ - -! 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:46 pm----------

yosakrai

อลังการงานสร้างคับ ขอเอาใจช่วยน้า

Topic #165 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 7. Shining Blue (Main Quest - END)