Topic #19: [in depth] Tales of Symphonia - Chapter 14

Next Farecery

บทที่ 14 – วีรบุรุษไร้เกียรติ, เดริส-คาราน และเวลไกอา 

 

ระหว่างทาง ทุกคนได้ไปหามิโทสที่บ้านอัลเทสต้า 

มิโทส - กลับมาแล้วเหรอครับ ทุกคน? 

จีเนียส – มิโทส....นี่... 

มิโทส - ? นี่มันอะไรหรือครับ? 

รอยด์ - ขลุ่ยที่สร้างจากผลของต้นรินกะน่ะ 

จีเนียส – พวกผมอยากให้นายรับเอาไว้ 

มิโทส – แต่ว่า..... 

รอยด์ – เป็นความผิดของพวกเราเอง ทำให้ของดูต่างหน้าพี่สาวนายพังไป 

มิโทส - ....ขอบคุณครับ! 

จีเนียส – มันอาจจะไม่เหมือนขลุ่ยของพี่สาวนายนะ..... 

มิโทส – ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่ความรู้สึกของเธอก็พอแล้วล่ะ ผมดีใจมาก ผมหมายถึงว่าต้นรินกะน่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วแท้ๆ..... 

รอยด์ – นายนี่รู้เรื่องอะไรเยอะเหมือนกันนะ มิโทส แม้แต่เรื่องต้นรินกะนายก็รู้ด้วย 

จีเนียส – ใช่ จริงๆนะ ผมเคยหวังให้นายไปกับพวกเราแทนรอยด์จริงๆ 

รอยด์ - ....เฮ้ หมายความว่าไงน่ะ 

มิโทส – ฮะๆๆๆ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมจะช่วยได้ก็บอกนะครับ 

 

บนโต๊ะที่มิโทสยืนอยู่ใกล้ๆ มีหินสีแดงส่งประกายวางอยู่ 

เพรเซีย - ........ 

ทาบาธ่า – มีอะไรหรือคะ คุณเพรเซีย? 

เพรเซีย – เอกซ์เฟียร์นี้มัน..... 

ทาบาธ่า – ค่ะ...เด็กคนนี้กำลังป่วย 

รอยด์ – ป่วย? เอกซ์เฟียร์เนี่ยนะครับ? 

ทาบาธ่า – ค่ะ ที่เทเซอาร่านี้ ทุกคนจะติดเอกซ์เฟียร์เข้ากับเครื่องจักร แล้วบางครั้งมันก็เกิดอาการผิดปกติขึ้น แล้วทุกคนก็โยนมันทิ้งไป 

เพรเซีย – ผิดปกติ........ 

ทาบาธ่า – น่าสงสารนะคะ 

รอยด์ – งั้นหรือ...นั่นสินะ ถึงยังไงเจ้าพวกนี้ก็มีชีวิตเหมือนกัน 

เพรเซีย – น่าสงสาร?......เพราะหินก้อนเล็กๆนี้ทำให้ผู้คนต้องทรมาน ชีวิตมากมายต้องสูญเสียเพื่อสร้างมัน แล้วคุณยังสงสารมันอีกหรือคะ?..... 

รอยด์ – ก็..... 

ทาบาธ่า – คุณเพรเซีย.........คุณช่วยไปที่เมืองทอยซ์กับฉันหน่อยได้ไหมคะ? 

เพรเซีย – ที่เหมืองหรือคะ? 

เธอหันไปมองรีกัล 

รีกัล – เราไม่ว่าอะไรหรอก หากเธอมีธุระที่นั่น เราจะอนุญาตให้เธอเข้าไปได้ 

รอยด์ – แล้วพวกเราจำทำยังไงกับแรร์เบิรด์สำหรับคุณทาบาธ่าล่ะ? เธอไม่ได้ตัวเล็กแบบมิโทสที่จะนั่งไปกับคนอื่นได้นะ 

รีกัล – ถ้าเช่นนั้น เราจะรอที่นี่เอง 

รอยด์ – ตกลง งั้นไปกันเถอะ 

 

~ เหมืองทอยซ์ ~ 

เพรเซีย – พวกเรา....มาทำอะไรที่นี่หรือคะ? 

ทาบาธ่า – เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ ไปยังสถานที่ที่พวกคุณจะสามารถได้ยินเสียงของเอกซ์เฟียร์ 

~ ทางน้ำตกภายในเหมือง~ 

เพรเซีย – ที่นี่หรือคะ? 

ทาบาธ่า – ค่ะ คุณจะได้ยินเสียงกระซิบของเหล่าเอกซ์เฟียร์ 

เพรเซีย - ....ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย 

ทาบาธ่า – อยู่เงียบๆ และฟังอย่างตั้งใจค่ะ 

เมื่ออยู่กลางความมืดมิดและเงียบงัน ก็เหมือนจะเห็นแสงจางๆส่งออกมาจากสินแร่เอกซ์เฟียร์ที่ฝังกระจายอยู่รอบถ้ำ 

ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์และฉันต่างก็เป็นสิ่งที่เหมือนกัน พวกเราเป็นสิ่งไร้ชีวิต 

เพรเซีย – คุณเป็นเหมือนกับเอกซ์เฟียร์หรือ? 

ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์ก็มีความรู้สึกเช่นกัน มันจะรู้สึกอ้างว้างได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น มันจึงพยายามที่จะอยู่ด้วยกันกับใครซักคน ความอ้างว้างของมันจึงดูดซึมชีวิตมนุษย์ 

เพรเซีย - อ้างว้าง......เอกซ์เฟียร์ก็อ้างว้างโดดเดี่ยว...เหมือนกับฉัน 

ทาบาธ่า – ค่ะ และพวกเขาพยายามหาเพื่อน เช่นเดียวกับที่คุณกำลังทำอยู่ 

รอยด์ – ใช่ แล้วมนุษย์อย่างพวกเราก็เป็นคนขุดพวกมันขึ้นมา และใช้มันเพื่อจุดประสงค์ของพวกเราเอง 

เพรเซีย – พวกเราเป็นคนใช้วิถีชีวิตของมัน และทำให้พวกมันอ้างว้างมากยิ่งขึ้นเช่นกัน 

ทาบาธ่า – ฉันทราบค่ะ ว่าพวกเขาทำให้คุณต้องทรมาน แต่ได้โปรดเถอะ อย่าเกลียดพวกเขาเลย เอกซ์เฟียร์ก็มีชีวิตเหมือนกัน 

เพรเซีย – ค่ะ...ฉันจะคิดเรื่องนี้ดู....เกี่ยวกับความอ้างว้าง...และความเกลียดชัง 

รอยด์ – ใช่ แค่การเอาความเกลียดชังมาปะทะกับอีกความเกลียดชัง มันไม่ช่วยแก้อะไรได้เลย 

ทาบาธ่า – ค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือ....การเข้าใจอีกฝ่าย 

เพรเซีย - ........ขอบคุณค่ะ คุณทาบาธ่า 

ทาบาธ่า – ไม่เป็นไรค่ะ คุณเพรเซีย เหล่าเอกซ์เฟียร์ก็ดีใจเหมือนกันที่คุณเริ่มเข้าใจพวกเขาแล้ว 

 

เมื่อกลับมาที่บ้านอัลเทสต้า รีฟิลก็ล้มฟุบลงอย่างกระทันหัน 

จีเนียส – พี่! 

มิโทส – คุณรีฟิล! 

รอยด์ – ไข้ขึ้นสูงมากเลย...... 

จีเนียส – ทำไมจู่ๆถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? 

มิโทส – พักนี้มีไวรัสร้ายแรงระบาดอยู่ครับ อาจจะเป็นเพราะมัน..... 

รีฟิล – ฉันขอโทษนะ....มันไม่หนักหนาหรอก.... 

มิโทส – ไม่ครับ คุณจะละเลยมันไม่ได้ot 

อัลเทสต้า – พาเธอไปที่เตียงเถอะ แล้วค่อยเรียกหมอมา.... 

ชีน่า – หมอที่ชั้นรู้จักอยู่ที่ฟลานูล.... 

เซรอส – ส่วนที่เรารู้จักอยู่ที่เมลโตกิโอ 

โคเลท – งั้นก็แยกกันไปพบทั้ง 2 คนเลยเถอะค่ะ 

รอยด์ – ตกลง งั้นก็------ 

เซรอส – เพรเซียจังกับโคเลทจังกับเราจะไปเมลโตกิโอนะ 

ทั้ง 3 คนวิ่งออกไปก่อน 

ชีน่า – เลือกไปแต่ผู้หญิงนี่หน่า.....ไปกันเถอะ รีกัล 

รีกัล – ตกลง 

ทั้ง 2 คนวิ่งออกไปด้วย 

รอยด์ - ......ชั้นถูกทิ้งแล้วแฮะ 

อัลเทสต้า – ฉันก็ว่าแบบนั้น 

ทาบาธ่า – ต้องมีคนคอยดูแลคุณรีฟิลนะคะ 

รอยด์ – ก็ใช่น่ะนะ 

มิโทส – จีเนียส ขอผมคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม? 

จีเนียส - หืม? อะไรเหรอ มิโทส? 

ทั้ง 2 คนเดินออกไปคุยนอกบ้าน 

มิโทส – อาการป่วยของคุณรีฟิล......ผมรู้วิธีรักษานะ 

จีเนียส – จริงเหรอ ?! 

มิโทส – ครับ มันอาจจะเป็นโรคไข้หวัดของโอเซท เป็นเชื้อที่อันตรายมาก 

จีเนียส – แล้วพวกเราจะทำยังไงล่ะ? 

มิโทส – พวกเราต้องใช้น้ำหวานของดอกแฟนดาเรีย ที่บานอยู่บนยอดเขาฟูจิ ถ้าพวกเราหาไม่ได้ก็รักษาเธอได้ 

จีเนียส – ภูเขาฟูจิเหรอ? ตกลง! งั้นผมจะไปบอกรอยด์นะ! 

มิโทส – เดี๋ยวก่อน ไปเอาดอกไม้ด้วยกันเถอะ แค่เรา 2 คน 

จีเนียส – นายกับผมเหรอ? 

มิโทส – ครับ พวกเรามีเวลาไม่มากนัก แล้วนอกจากนั้นผมอยากให้พวกเราช่วยคุณรีฟิลด้วยตัวของพวกเราเอง 

จีเนียส – ตกลง! 

จีเนียสและมิโทสขึ้นแรร์เบิร์ดออกไป ซักครู่ รอยด์ก็เปิดประตูเดินตามออกมา 

รอยด์ – โธ่เอ้ย......สงสัยชั้นคงต้องไปคอยดูพวกเขาแล้วมั้ง 

 

~ ภูเขาฟูจิ ~ 

รอยด์ – ทั้ง 2 คนนั้นยังมาไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย.... 

ไม่ทันขาดคำ แรร์เบิรด์ของทั้ง 2 คนก็บินลงมาพอดีจนรอยด์ต้องรีบหลบ 

มิโทส – ที่นี่ล่ะครับ 

จีเนียส – ยอดเขาใช่ไหม? อย่าเป็นห่วงเลย ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วล่ะ 

ปีศาจปรากฏตัวเข้ามาขวางทาง 

จีเนียส – อ้ะ! 

มิโทส – พ...พวกเราต้องปราบมันนะ! 

จีเนียสยิงไฟร์บอลใส่ไป 2 ลูก แต่ก็ดูเหมือนจะพลาด รอยด์จึงรีบพุ่งออกมาช่วยสังหารปีศาจอย่างรวดเร็วแล้วเข้าไปแอบต่อ 

จีเนียส – เอ๋? เมื่อกี้มันอะไรน่ะ? 

มิโทส – ที่โจมตีไปเมื่อกี้ต้องโดนมันแน่ๆเลยล่ะ ! 

จีเนียส – ง....งั้นเหรอ? 

มิโทส – ใช่! เธอน่าที่งจริงๆนะ จีเนียส! 

จีเนียส – อ้ะ....ฮะๆๆๆ.... 

รอยด์ – เฮ้อ......เอาเถอะ ชั้นคงต้องตามไปให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัยล่ะนะ 

 

บนยอดเขา รอยด์ก็ไปถึงก่อนแล้วไปแอบหลังหินเหมือนเคย 

มิโทส – ดอกไม้นี่ล่ะครับ 

จีเนียส – ดีเลย! ทีนี้ก็ช่วยพี่ได้แล้ว 

มิโทส – ใช่ เพราะเธอทำพยายามมากนะ จีเนียส 

จีเนียส – ก็นะ ไม่หรอก เพราะนายอยู่กับผมด้วย แล้วศัตรูก็อ่อนแอเลยจัดการง่ายน่ะ 

มิโทส – จีเนียส....ระหว่างผมกับรอยด์ เธอชอบใครมากกว่ากันหรือ? 

รอยด์ - ......อะไรน่ะ? ทำไมจู่ๆเขาถึงถามมาแบบนี้ล่ะ? 

จีเนียส – อะไรนะ? ทำไมจู่ๆนายถึงถามมาแบบนี้ล่ะ? ผมชอบทั้ง 2 คนพอๆกันนะ 

มิโทส – ถ้าผมกับรอยด์.....ต้องสู้กัน เธอจะเข้าข้างฝ่ายไหนหรือ? 

จีเนียส – อะไรกัน? หืมมมม......ก็ขึ้นอยู่กับว่าสู้กันด้วยเรื่องอะไร แต่ว่า.......ผมแน่ใจว่านายคงไม่เป็นฝ่ายเริ่มสู้เพราะอะไรที่งี่เง่าๆแบบ ที่รอยด์จะทำหรอก เพราะงั้นผมคิดว่าคงเข้าข้างนายมั้ง 

รอยด์ - ........หมายความว่าไงกันเนี่ย 

มิโทส – จริงเหรอ?! แน่ใจนะครับ? 

จีเนียส – อืม จริงๆสิ 

มิโทส – ดีจริงๆ เพราะเธอกับรอยด์เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม ผมเลยอิจฉานิดหน่อย..... 

จีเนียส – นายก็เป็นเพื่อนของรอยด์ใช่ไหมล่ะ? 

มิโทส – ก็ใช่....แต่ว่า.....ผมขอโทษนะที่ถามอะไรแปลกๆไป....เธอเป็นเพื่อนคนแรกของ ผมที่อายุใกล้ๆกัน แล้วยังเป็นฮาล์ฟเอล์ฟเหมือนกันด้วย ผมเลยดีใจและตื่นเต้นมาก 

จีเนียส – ไม่เป็นอะไรหรอก ผมก็เหมือนกัน 

มิโทส – ผมหวังว่าพวกเราคงได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ 

จีเนียส – แล้วทำไมถึงจะไม่ใช่ล่ะ? 

มิโทส - .....จะเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าผมจะคิดเป็นเรื่องจริงน่ะ? 

จีเนียส – แน่นอน พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่? 

มิโทส – ฮะๆ ถ้างั้นตอนนี้รีบกลับไปรักษาคุณรีฟิลเถอะครับ 

จีเนียส – ใช่....ทนอีกนิดนะพี่! 

รอยด์ – เฮ้อ..... 2 คนนั้น ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าชั้นต้องลำบากแค่ไหนเพื่อพวกนั้น.....เอาเถอะ ชั้นก็คงต้องกลับด้วยล่ะ 

 

เมื่อรอยด์กลับไปถึง ก็เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว โดยรีฟิลก็หายเป็นปกติด้วย 

จีเนียส – นายไปทำอะไรมาน่ะรอยด์? 

รอยด์ – หมายความว่าไงน่ะ ที่ว่าไปทำอะไรมา? 

จีเนียส – มิโทสกับฉันไปถึงภูเขาฟูจินะ เห็นไหมว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน 

มิโทส – จีเนียสนี่น่าทึ่งจริงๆคตรับ ผมนับถือเขามาก 

เซรอส – แล้วนายไปทำอะไรที่ไหนมาล่ะรอยด์ 

ชีน่า – อย่าล้อเล่นนะ! 

เพรเซีย - ......คุณรอยด์ น่าจะละอายบ้างนะคะ 

รีกัล – ไม่ดีเลยนะที่ปล่อยผู้หญิงที่ป่วยเอาไว้เช้นนี้ 

โคเลท – ฉันแน่ใจว่ารอยด์พยายามในแบบของเขาเพื่อช่วยอาจารย์ ใช่ไหม รอยด์? 

รอยด์ - ......อ้ะ...ก็....ใช่ 

รีฟิล – งั้นหรือ? ขอบคุณมากนะ ตอนนี้ฉันก็หายดีแล้ว 

โคเลท – น้ำหวานของดอกไม้ที่จีเนียสกับคุณมิโทสเอามาช่วยลดไข้ของอาจารย์จนหมดเลย 

จีเนียส – ผมดีใจนะที่พี่หายแล้ว กลุ่มของพวกเราดูไม่เหมือนเดิมเลยเวลาพี่ไม่สบายน่ะ 

มิโทส – แต่อย่าฝืนนะครับ คุณพึ่งฟื้นไข้มา 

รีฟิล – ขอบคุณมากนะ ทั้ง 2 คน 

รอยด์เดินออกมานอกห้องอย่างเซ็งๆ 

รอยด์ - เฮอะ....... 

จีเนียส – รอยด์..... 

รอยด์ – หืม? อะไรเหรอ? 

จีเนียส – คนที่ช่วยพวกเราที่ภูเขาฟูจิ.....คือนายใช่ไหม? 

รอยด์ – เอ๋? เอ่อ.....ก็.... 

จีเนียส – ขอบใจนะ 

รอยด์ – ไม่เป็นไรหรอก.......... 

จีเนียส - ฮะๆ 

 

~ อัลตามิร่า – บริษัทเรซาเรโน่ ~ 

รีกัลได้ไปถามจอร์จถึงบันทึกเกี่ยวกับการขนส่งเซอร์คอน และรู้ว่าเอกสารถูกเก็บอยู่ที่ชั้น 2 และเมื่อลองค้นดูจนเจอ ก็ถูกคุจินาวะแย่งไปเสียก่อน! 

คุจินาวะ – โอ้ะๆ เราได้อะไรมาล่ะนี่? 

ชีน่า – คุจินาวะ! 

รอยด์ – สันตะปาปาหนีไปแล้ว และวารีย์ก็ตายไปแล้วนะ ทำไมนายถึงมาขวางทางอีก! 

ชีน่า - .....เป็นเพราะชั้นใช่ไหม? 

คุจินาวะ – แน่นอน! เพราะเธอ พ่อแม่ของข้าและชีวิตอีกมากมายในหมู่บ้านจึงตายไป! ท่านหัวหน้าก็ไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บมาสิบปีแล้ว! 

ชีน่า – ชั้น.....ขอโทษ 

คุจินาวะ – เธอคิดว่าแค่ขอโทษมันจะพอหรือ ?! ข้าไม่ให้อภัยเธอหรอก! 

ชีน่า – คุจินาวะ! ชั้นเป็นคนที่นายเกลียดนะ! 

รอยด์ – ชีน่า! ถ้าเธอคิดจะเสียสละอีกล่ะก็ชั้นไม่ยกโทษให้เธอแน่! 

ชีน่า – ไม่หรอก ถ้าชั้นเป็นคนที่นายเกลียด ถ้างั้นก็มาประลองกันตัวต่อตัวเถอะ ประลองกันตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน 

คุจินาวะ - ....เธอคิดว่าแค่คนเดียวจะชนะข้าได้หรือ? 

ชีน่า – ว่าไงล่ะ? จะยอมรับคำท้าไหม? 

คุจินาวะ – ก็ได้ จะเริ่มตอนนี้ ที่นี่เลยไหมล่ะ? 

ชีน่า – พวกเราจะทำตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน และจะสู้กันบนเกาะแห่งการตัดสิน แบบนี้นายตกลงหรือเปล่า รอยด์? 

รอยด์ - ....ชั้นคิดว่าคงจะห้ามเธอไม่ได้หรอกนะ 

ชีน่า – ขอบใจนะ 

คุจินาวะ - .....ข้าจะไปรอเธอที่เกาะแห่งการตัดสิน 

ชีน่า – เดี๋ยวก่อน คืนเอกสารนั้นมาด้วยสิ 

คุจินาวะ – นี่จะเป็นหลักประกันว่าเธอจะมาประลองแน่นอน 

ชีน่า – โคเลทอาจจะตายถ้าพวกเราไม่มีมันนะ! ถ้านายอยากได้หลักประกัน ก็เอาสิ่งนี้ไปแทนแล้วกัน 

คุจินาวะ - ....มันคืออะไร? 

ชีน่า – ของดูต่างหน้า.....ของโคริน 

คุจินาวะ – ก็ได้ หากเธอไม่มา ข้าจะทำลายสิ่งนี้ไม่ให้เหลือซาก 

เขาเดินจากไป 

โคเลท – คุณชีน่า......ฉันรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญกับคุณมากแค่ไหน...ขอโทษนะ 

ชีน่า – ไม่เป็นไรหรอก ที่ต้องทำก็แค่.....ล้มเขา ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว เกาะแห่งการตัดสินสามารถไปถึงได้จากมิสุโฮะ พวกเราค่อยไปแวะทีหลังได้ไหม? เพราะพวกเราต้องหาเซอร์คอนก่อน การรักษาโคเลทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด 

รอยด์ – ก็ได้.....แล้วเซอร์คอนอยู่ที่ไหนล่ะ? 

รีกัล - ....มันบอกไว้ว่าครั้งสุดท้ายที่ขนส่งไป มันถูกขนไปยังศูนย์วิจัยของราชวงศ์ที่ไซแบก 

รอยด์ – โอเค งั้นไปเอากันเถอะ 

ทุกคนรีบเดินไป เหลือเซรอสยืนพูดอยู่คนเดียว 

เซรอส – “ไม่หนีอีกต่อไป” ....รึ.......บ้าจริง เราจะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้?..... 

 

~ ไซแบก – ศูนย์วิจัยของราชวงศ์ ~ 

นักวิจัย – ท่านมิโกะ! ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย! 

เซรอส – หือ? มีอะไรหรือ? 

นักวิจัย – ผมได้ยินมาว่ามีเทพธิดาสูง 10 ฟุตลงมาจากสวรรค์ และกลืนกินคนที่ต่อต้านท่าน! 

รอยด์ – สูง 10 ฟุตเหรอ..... 

จีเนียส – กลืนกิน.... 

ทุกคนหันไปมองโคเลท 

โคเลท – ว้าว น่ากลัวจริงๆเลยนะคะ เทพธิดาแบบนั้นน่ะ 

ทุกคน - ........... 

นักวิจัย - .....ด....เด็กสาวที่มีครูซิสคริสตัลคนนั้นไม่ได้กลืนกินมนุษย์ด้วยใช่ไหมครับ ?! 

ชีน่า – อย่าโง่น่า 

นักวัจัย – ผม...ผมเชื่อท่านมิโกะ จริงๆนะ! 

เมื่อสอบถามถึงเซอร์คอนจึงพบว่าถูกเก็บไว้ในศูนย์วิจัยนี่เอง และได้รับมันมาอย่างง่ายดาย ที่หมายต่อไปจึงเป็นที่ป่ายูมิล ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังหมู่บ้านเฮมดาลล์ของเหล่าเอลฟ์ เมื่อเดินข้ามสะพานที่ทอดยาวข้ามเกาะแก่งของทะเลสาปไปเรื่อยๆก็ถึงเฮมดาลล์ ในที่สุด ซึ่งคราโทสก็ยืนรออยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว 

คราโทส - ....มาถึงที่นี่จนได้สินะ 

รอยด์ – อะไรนะ ?! งั้นนายก็รู้วิธีรักษาโคเลทอยู่แล้วน่ะสิ ! 

คราโทส – แล้วยังไงล่ะ? 

รอยด์ – ทำไมนายถึงช่วยพวกเรา?! ทำไมนายถึงต้องบอกเบาะแสวิธีการช่วยเธอให้ชั้นด้วย ?! แล้วทำไมนายถึงรู้ว่าอาการของโคเลทเป็นอาการเดียวกับที่เพื่อนของวีรบุรุษมิ โทสเคยเป็นน่ะ ?! 

คราโทส – เธอถามเช่นนั้นแล้วจะได้อะไรหรือ? 

รอยด์ – ก็.... 

คราโทส – ไม่มีเวลาแล้ว รีบเข้าเถอะ 

เขาเดินออกไปจากหมู่บ้าน ซักครู่ทหารยามเอลฟ์ก็เดินเข้ามา 

ทหาร – ที่นี่คือหมู่บ้านแห่งเอลฟ์ ห้ามฮาล์ฟเอล์ฟเข้า 

โคเลท – อะไรนะคะ ?! 

ทหาร – นี่เป็นมาตรการป้องกันภัยจากผู้ที่เคยนำพาหายนะมายังหมู่บ้านนี้ หากไม่อาจยอมรับได้ก็จงออกไปจากที่นี่ซะเถอะ 

รีฟิล – รอยด์ พวกเราจะรออยู่ที่นี่ ฝากเธอจัดการด้วยล่ะ 

รอยด์ – ครับ.......... 

ทั้ง 2 คนเดินออกไปรอนอกหมู่บ้าน 

ทหาร – นอกจากนั้น การยกย่องให้มิโทสเป็นวีรบุรุษเป็นสิ่งต้องห้ามในหมู่บ้านg=jodyo 

รอยด์ – ทำไมล่ะ? 

ทหาร – พวกเราไม่จำเป็นต้องทำอธิบาย ทำตามที่บอกเถอะ 

 

รอยด์เข้าไปพบกับผู้เฒ่าของหมู่บ้าน 

ผู้เฒ่า - ....ต้นหญ้ามาน่าลีฟหรือ? 

รอยด์ – ครับ พวกเราต้องใช้มัน 

ผู้เฒ่า – มันเป็นต้นไม้สำคัญที่ใช้ในเวทย์ของพวกเรา จึงไม่อาจบอกใครง่ายๆได้ว่ามันขึ้นที่ไหน 

รีกัล - ....ไม่มีทางอื่นเลยหรือ? หากไม่มีพืชนั้น เพื่อนของพวกเราจะตาย 

ผู้เฒ่า – หมายความว่าอย่างไรหรือ? 

รอยด์ – เพื่อนของเรากำลังป่วย เธอเป็น....เอ่อ....Angel Effect..... 

เซรอส - ไม่ใช่ๆ Chronic Angelus….. 

เพรเซีย – Chronic Angelus Crystallus Inofficium 

รอยด์ – นั่นล่ะครับ 

ผู้เฒ่า – อะไรนะ?!.....นั่นเป็นโรคของมาร์เทล.......เพราะอย่างนั้นคราโทสจึง.... 

ชีน่า – อะไรนะ? เมื่อกี้บอกว่ามาร์เทลเหรอ? 

รอยด์ – แล้วที่ว่าคราโทสล่ะ? เขามาทำอะไรที่นี่ครับ? 

ผู้เฒ่า - อย่ากังวลเรื่องคราโทสเลย ต้นหญ้ามาน่าลีฟนั้นโตเติบโตอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่นี่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “หุบเขาลาทีอ้อน” มันจะอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยสายหมอก จงแสดงไม้เท้าของเรานี้ให้คนเฝ้ายามและนักเล่าเรื่องดู 

รอยด์ – ท่านผู้เฒ่า! 

ผู้เฒ่า - ......เราไม่มีอะไรจะพูดกับพวกท่านแล้ว เหล่ามนุษย์เอย 

 

ที่หุบเขาลาทีอ้อน บนยอดเขามีบ้านเล็กๆหลังหนึ่งอยู่ ซึ่งมีนักเล่าเรื่องชาวเอลฟ์คนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียว 

นักเล่าเรื่อง - ....มนุษย์?.....กับฮาล์ฟเอล์ฟ? 

รอยด์ – อ้ะ คุณคงเป็นนักเล่าเรื่องสินะครับ คุณพอจะมีต้นมาน่าลีฟให้พวกเราไหมครับ 

โคเลท – ขอร้องเถอะค่ะ 

นักเล่าเรื่อง – เราเห็นแล้วว่าพวกเธอมีไม้เท้าจากผู้เฒ่ามายืนยันด้วย เราเองก็อยากจะให้สิ่งที่พวกเธอต้องการ แต่ว่า.... 

รอยด์ – มีปัญหาอะไรหรือครับ? 

นักเล่าเรื่อง – มันอยู่ในสถานที่ที่อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะไปเอามันมาได้หรือเปล่า 

เซรอส – พวกเราก็มาถึงยอดเขาแล้วนะ ถึงยังไงพวกเราก็ต้องเอามันมาให้ได้ อย่างมากก็แค่ส่งรอยด์ไป~ 

รอยด์ – เฮ้!.... 

เพรเซีย – บอกพวกเราเถอะค่ะว่ามันอยู่ที่ไหน 

นักเล่าเรื่อง - ....ตกลง ตามฉันมาสิ 

 

นักเล่าเรื่องบอกว่ามาน่าลีฟจะอยู่ในถ้ำเลยจากบ้านนี้ไปอีกหน่อย เมื่อรอยด์เดินไปตามที่บอกก็พบกับถ้ำกลางน้ำตก ซึ่งมีต้นมาน่าลีฟงอกอยู่ 

รอยด์ – อ้ะ! ต้องเป็นต้นนั้นแน่! 

ชีน่า – ง่ายกว่าที่คิดอีกนะ 

รอยด์ – โคเลท! พวกเรารักษาเธอได้แน่! 

โคเลท – อื้ม ขอบคุณนะ รอยด์! 

แผ่นดินสั่นไหวก่อนที่เบื้องหน้าทุกคนจะมีต้นไม้กินคนยักษ์โผล่ขึ้นมาจาก พื้นดิน มันเข้าโจมตีทุกคนเพื่อป้องกันมาน่าลีฟ ซักพัก ทุกคนก็รุมกินโต๊ะมันจนตายในที่สุด 

รอยด์ – อึดเหมือนกันนะเนี่ย 

รีฟิล – นี่คงเป็นเหตุผลจริงๆที่เขาบอกว่า “ยุ่งยาก” สินะ 

รอยด์ – แต่ยังไงพวกเราก็ได้มาแล้วล่ะ 

 

เมื่อได้ต้นหญ้ามาน่าลีฟมา รอยด์จึงกลับไปพบนักเล่าเรื่องอีกครั้ง 

นักเล่าเรื่อง – ดูเหมือนพวกเธอจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยสินะ 

รอยด์ – คุณรู้ว่ามีต้นไม้ยักษ์คอยคุ้มกันมาน่าลีฟอยู่แล้วใช่ไหม? 

นักเล่าเรื่อง – ถูกต้อง แต่ถึงฉันจะบอกไป สิ่งที่พวกเธอจะทำก็คงไม่เปลี่ยนแปลง ฉันรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่แรงกล้าของพวกเธอ 

รอยด์ – แน่นอนล่ะ ก็เพื่อเพื่อนคนสำคัญของพวกเรานี่ 

โคเลท – รอยด์........ 

รีฟิล – แล้วก็......คุณมีชีวิตอยู่มานานหรือเปล่าคะ? 

นักเล่าเรื่อง – ใช่ ฉันเป็นผู้ค่อยส่งต่อเรื่องเล่าของหมู่บ้านเอลฟ์ให้กับรุ่นต่อๆไป ที่นี่ ฉันได้บันทึกเรื่องราวต่างๆลงบนกระดาษมาน่าลีฟ 

เพรเซีย – เรื่องแบบไหนหรือคะ? 

นักเล่าเรื่อง – ตำนานเมื่อครั้งที่เหล่าเอลฟ์ลงมาสู่โลก และการกำเนิดของมนุษย์ , ความรุ่งเรืองของอาณาจักรบาราครัฟ, การมาถึงของเหล่าเทวทูต, พฤกษายักษ์คาราน และสงครามคาราน ....และเรื่องของวีรบุรุษมิโทส 

เซรอส – เอ้ะเอ๋? เรานึกว่าวีระบุรุษมิโทสเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ซะอีก? 

นักเล่าเรื่อง – ที่นี่ไม่ใช่เฮมดาลล์ ฉันอยู่ที่ก็เพื่อเล่าตำนานโดยที่ไม่ต้องถูกผูกมัดโดยธรรมเนียมของเอลฟ์ 

รอยด์ – แล้ววีรบุรุษมิโทสเป็นใครกันครับ? พวกเราได้ยินชื่อของเขาทุกที่ที่เราไป 

โคเลท – ชื่อของเขาปรากฏในพันธะสัญญาของภูติอสูรด้วย 

ชีน่า – ตำนานของมิโทสก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีรักษาอาการป่วยของโคเลทเหมือนกัน 

นักเล่าเรื่อง – มิโทส......เขาเกิดในเฮมดาลล์ เขาเป็นคนนอกที่ถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านเมื่อครั้งที่สงครามคารานอุบัติขึ้น เขาและเพื่อนอีก 3 คนได้ยุติสงครามคารานเพื่อที่เขาจะได้กลับไปยังหมู่บ้านได้ 

รีฟิล - ........คนนอก? หมายถึงว่าเขาเป็นฮาล์ฟเอลฟ์หรือคะ? 

เซรอส – มิโทสเป็นฮาลฟ์เอลฟ์?! เป็นไปไม่ได้หรอก! 

นักเล่าเรื่อง – ถูกต้องแล้ว มิโทสเป็นฮาล์ฟเอลฟ์ มีเพื่อนของเขาคนเดียวที่เป็นมนุษย์ อีก 2 คนที่เหลือก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์เช่นเดียวกัน พวกเขาถูกมองว่าเป็นคนนอก แต่ก็ฟันฝ่ามันมาได้ และยุติสงครามได้ในที่สุด 

รีกัล - ......แล้วทำไมชื่อของเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ล่ะ? 

จีเนียส – เพราะเขาเป็นฮาลฟ์เอลฟ์น่ะสิ! 

นักเล่าเรื่อง – ไม่......นั่นผิดแล้ว แต่เป็นเพราะว่ามิโทส วีรบุรุษผู้ได้รับความรักจากออริจิน เป็นวีรบุรุษผู้ไร้เกียรติด้วย 

รอยด์ – วีรบุรุษผู้ไร้เกียรติ? หมายความว่ายังไงครับ? 

นักเล่าเรื่อง – ผู้ซึ่งทรยศออริจิน และใช้พลังของดาบมนตราที่ออริจินมอบให้ เพื่อแบ่งโลกออกเป็นสอง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมิโทสและสหายของเขา “มิโทส อิกดราซิล” พี่สาวของเขา “มาร์เทล อิกดราซิล” และเพื่อนทั้งสอง “ยูอัน” และ “คราโทส” เทวทูตทั้ง 4 คนได้เปลี่ยนธรรมชาติของโลกนี้ และเพราะเช่นนั้น นามของพวกเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ 

รอยด์ – อิกดราซิลแห่งครูซิสคือ.....วีรบุรุษ มิโทส? แล้วเพื่อนของเขาคือมาร์เทล ยูอัน กับคราโทสเหรอ? เป็นไปไม่ได้!!! 

โคเลท – คุณคราโทสเป็นเพื่อนของวีรบุรุษเมื่อ 4,000 ปีก่อน หรือคะ? 

รีกัล – แม้แต่เอลฟ์เองก็ไม่อาจมีอายุขัยยืนยาวเช่นนั้น 

นักเล่าเรื่อง - เทวทูตสามารถใช้ทักษะในการต่อสู้แบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นระหว่างสงครามคาราน ความสามารถหนึ่งก็คือการใช้มาน่าของร่างกาย เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการเผาผลาญพลังงานและหยุดนาฬิกาแห่งชีวิตของตัวเอง นี่ทำให้พวกเขาหยุดการแก่ตัวได้ และยังทำให้สามารถอยู่ได้ยาวนานยิ่งกว่าเอลฟ์ 

เพรเซีย – ฉันคิดว่า......มันไม่ดีเลยที่ใครคนหนึ่งจะยืดช่วงชีวิตของตัวเองไปเกินกำหนดของเผ่าพันธุ์ 

รอยด์ - ....ชั้นเริ่มจะสับสนแล้วสิ เรื่องทั้งหมดมันดูไม่สมเหตุสมผลเลย 

เซรอส – งั้นหรือ แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องนึงที่พวกเรารู้แน่นอน “พลังของออริจิน เกี่ยวข้องกับการแบ่งโลก” และ “ดาบมนตรา”.นั่นเป็นกุญแจสำคัญ 

รีฟิล – ถูกต้อง พวกเราต้องระวังที่จะไม่ละความสนใจไปจากปัญหาที่แท้จริง จุดหมายสุดท้ายของพวกเราคือช่วยทั้งสองโลก 

ชีน่า – ใช่ พวกเราไม่อาจจะควบคุมพฤกษายักษ์คารานได้ แต่ถ้าพวกเราสามารถทำให้โลกกลับสู่สภาพที่เป็นจริงได้.... 

รีกัล – อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็สามารถหยุดระบบที่ต้องแย่งชิงมาน่ากันเช่นนี้ได้ 

รอยด์ - ....ใช่ ทุกคนพูดถูกแล้ว 

เซรอส+จีเนียส – มันเสียเวลาเปล่าที่จะคิดเวลาที่นายไม่มีความคิดดีๆ 

รอยด์ - ........นาย 2 คนนี่ใจร้ายมากเลยนะ..... 

เพรเซีย – ไปยังจุดหมายต่อไปกันเถอะค่ะ 

โคเลท – ขอบคุณมากนะคะที่เล่าให้พวกเราฟัง 

นักเล่าเรื่อง – ขอให้พฤกษายักษ์ปกป้องพวกเธอด้วย..... 

 

เมื่อได้เซอร์คอน และมาน่าลีฟมาแล้ว ที่เหลือก็คือสะเก็ดมาน่าที่ต้องไปเอาจากเดริสคาราน เซรอสได้บอกว่าทา งเข้าไปยังเดริส-คารานคือหอคอยแห่งการชำระล้าง ซึ่งบนโลกเทเซอาร่าต้องใช้ครูซิสคริสตัลของเขาแทนกุญแจในการเข้าไปข้างใน ซึ่งครูซิสคริสตัลของเซรอสถูกฝากไว้กับน้องสาวของเขาที่อยู่ที่โบสถ์ใกล้ๆเห มืองทอยซ์ 

เซเรส – ท่านพี่-----ฉันหมายถึง.....รู้สึกว่าท่านมิโกะจะเป็นเหมือนเคยเลยนะ เอาแต่พเนจรไปๆมาๆเรื่อยๆ 

เซรอส – เป็นไงเซเรส! เราต้องการครูซิสคริสตัลที่ฝากเอาไว้กับเธอ 

เซเรส – ตามที่ท่านต้องการค่ะ! ถึงยังไงมันก็เป็นของมิโกะอยู่แล้ว 

เซรอส – ใช่เลย 

เซเรส – ตอนนี้ ถ้าท่านมิโกะหมดธุระแล้ว ฉันคงต้องขอให้ท่านออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ 

เซรอส – ก็ได้ๆ ดูเหมือนว่าเราจะไม่โด่งดังเหมือนเคยเลยนะ....แย่จริงๆ... 

เขาเดินหันหลังไปนิดหน่อย 

เซเรส – อ้ะ เดี๋ยวก่อน ท่านพี่----- 

เซรอส – หืม? มีอะไรหรือ น้องสาวผู้น่ารักของเรา 

เซเรส - .......ไม่มีอะไรค่ะ 

เซรอส – โอ? งั้นก็ได้ 

เซรอสเดินจากไป 

เซเรส - รักษาตัวนะคะ.... 

รอยด์ – เขาไม่ยินเธอหรอกนะ รู้ไหม? 

เซเรส – ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ! เพราะงั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าท่านพี่จะได้ยินฉันหรือเปล่า 

จีเนียส – อะฮ้า คุณเรียกเขาว่า”ท่านพี่” แล้ว 

เซเรส - .....มะ...ไม่ใช่นะ! ฉันไม่มีทางมีพี่ชายแบบนั้นหรอก รีบๆกลับไปซะเถอะ! 

 

เซรอส – ว่าไงล่ะ? คิดไหมว่าเรานี่เป็นที่รักมากเลย 

รอยด์ – เธอดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่จริงๆ 

เซรอส – อย่าพูดแบบนั้นเลย เธอมักป่วยเสมอๆมาตั้งแต่เด็ก แล้วแม่ของเธอ.......ไม่มีอะไรหรอก 

โคเลท – ตอนที่คุณออกมา เธอพูดว่า “รักษาตัวนะคะ” ด้วย 

เซรอส - .....โอ......ยังไงก็เถอะ พวกเราก็พร้อมแล้วนี่ ไปที่หอคอยแห่งการชำระล้างกันเถอะ 

 

~ หอคอยแห่งการชำระล้าง ~ 

เมื่อเซรอสเดินเข้าไปใกล้ๆหอคอยและยกครูซิสคริสตัลขึ้น บันไดแสงก็ปรากฏเป็นทางนำขึ้นไปถึงหอคอย 

โคเลท – พอมาที่นี่แล้วทำให้ฉันนึกถึงการเดินทางเพื่อฟื้นฟูโลกของฉันเลย 

รอยด์ – แต่ครั้งนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อรักษาโรคของเธอ 

รีฟิล – ฉันอยากรู้จริงๆว่าการออกแบบภายในของหอคอยแห่งการชำระล้างของเทเซอาร่าจะเป็นอย่างไร เอาล่ะ เซรอส! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! 

เซรอส – คุณครูรีฟิลรู้ไหม....บางทีคุณก็ทำให้เรากลัวได้เหมือนกันนะ 

เขาวางมือลงบนศิลาพยากรณ์ และกำแพงที่ดูตันก็กลายเป็นทางเข้าหอคอยให้เห็น 

เซรอส – โอ้วเยี่ยม! ดูสิๆ ถึงเวลาที่เราจะส่องประกายแล้ว! เราดูเหมือนมิโกะขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ? 

รอยด์ – เออๆๆ ไปกันเถอะ 

เซรอส – ฮี่ๆๆๆ รับทราบ 

รีกัล – นั่นเป็นเสียงหัวเราะที่น่ารำคาญจริงๆ.... 

เพรเซีย – คุณเซรอส...... มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ? 

เซรอส – อะไรนะ? 

เพรเซีย – คุณดู.......มากกว่าปกติ 

ชีน่า – ดูน่าสงสัยมากกว่าปกติหรือ? หมอนี่ก็เป็นแบบนี้ตลอดล่ะ อย่าสนใจเลย 

เซรอส – ฮี่ๆๆๆๆๆ..................เธอนี่ความรู้สึกไวจริงๆนะ..... 

 

ทุกคนวิ่งเข้าไปภายใน ผ่านทางที่ทอดยาวและมีโลงศพมากมายเวียนวนอยู่เบื้องล่างเช่นเดียวกับที่ซิลวาแลนด์ 

เซรอส – อุ.... 

รีกัล – น่าตกใจจริงๆ.... 

เพรเซีย – เป็นสถานที่ที่น่าเศร้าจริงๆนะคะ.... 

ทั้ง 3 คน มองโลงศพมากมายเบื้องล่างอย่างตกตะลึง 

ชีน่า – เดี๋ยวก่อนสิ.......ที่นี่ใช่เทเซอาร่าแน่เหรอ? 

จีเนียส – ใช่....! มันดูเหมือนหอคอยแห่งการชำระล้างของซิลวาแลนด์เลย! 

โคเลท – ร่างกายของฉัน......มันสั่นไม่ยอมหยุดเลย! มันคือสถานที่เดียวกัน! 

รอยด์ – เป็นไปไม่ได้! 

รีฟิล – รอยด์ จำนี่ได้ไหม 

รีฟิลยืนอยู่หน้าเสาที่หักเหลือเหียงครึ่งต้น 

รอยด์ – นั่นมัน.......เดี๋ยวก่อนสิ! ผมเป็นคนชนมันพังเอง! 

เขานึกไปถึงตอนเจออิกดราซิลครั้งแรก และถูกพลังของดาบอัดกระแทกมาชนเสาต้นนี้จนพัง ร่างของคราโทสปรากฏขึ้นมาจากบริเวณที่ดาบเล่มนั้นปักอยู่ 

คราโทส – ทั้ง 2 โลกถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ แน่นอน มันคือที่เดียวกัน 

รอยด์ – คราโทส.....นายอีกแล้ว.... นายเป็นใครกันแน่!? นายเป็นหนึ่งในสหายของมิโทสเมื่อ 4,000 ปีก่อน จริงเหรอ? 

คราโทส - .....ดีจริง ในเมื่อเธอรู้เรื่องนั้นแล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอีก เราจะพาตัวมิโกะไปในฐานะร่างกายใหม่ของมาร์เทล 

รอยด์ – นายจะพยายามทำแบบนั้นอีกเหรอ?! นายตั้งใจจะคืนชีวิตให้มาร์เทล แลกกับการละทิ้งทั้งโลกไปเพื่อกระบวนการนั้นเหรอ?! 

คราโทส – เราไม่จำเป็นต้องอธิบาย 

เขาชักดาบเพลิงของเขาออกมา 

รอยด์ - .....ในที่สุดนายก็เป็นศัตรูจริงๆสินะ ชั้นพยายามคิด...และหวังว่านายอาจจะเป็นคนดี...แต่ก็ไม่! 

คราโทส – เราคิดว่าถึงจุดนี้แล้วก็คงชัดเจนแล้วสินะ 

รอยด์ – อย่าออมมือก็แล้วกัน ครั้งนี้น่ะ! 

 

การต่อสู้ครั้งที่ 2 กับคราโทสดำเนินไปซักพัก ทหารเทพก็ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมทุกคนไว้ 

คราโทส – เราแนะนำไม่ให้ขัดขืน เพราะครั้งนี้จะไม่มีการปราณีอีกแล้ว 

ทุกคนถูกพาขึ้นเครื่องขนย้าย ซึ่งยกระดับลอยสูงขึ้นไปเหนือพื้นโลก และถูกพาตัวเข้าห้องขังบนเดริส-คาราน แยกกลุ่มชาย-หญิง 

รอยด์ - .......ยังมีชีวิตรอดอีกแฮะ พวกเรา 

เซรอส – ดูเหมือนพวกเราจะมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกนั้นจะเตรียมการรักษาโคเลทได้เสร็จ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไร้ประโยชน์กับสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ 

จีเนียส – บางทีพวกเราอาจจะถูกหลอกก็ได้ เขาหลอกให้พวกเรารวบรวมวัตถุดิบมาเพื่อรักษาโคเลท แล้วให้พวกเราพาเธอมาที่นี่.....ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประหยัดเวลากับความ พยายามไปมาก 

รอยด์ – คราโทสหลอกใช้พวกเราเหรอ?.....เขาหักหลังเราอีกแล้วเหรอ? 

เซรอส – รอยด์..... 

รีกัล – เรารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับโคเลทและคนอื่นๆ 

รอยด์ – ชั้นอยากรู้จริงๆว่าทำไมชั้นถึงถูกจับบ่อยๆ แล้วก็ถูกโยนมาเข้าคุกแบบนี้ตลอดเลย! 

เซรอส – นายแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้ทำอะไรที่สมควรจะเข้ามาอยู่ในนี้น่ะ? 

รีกัล – พวกเราน่าจะดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่ 

รอยด์ – ก็....ใช่...... แต่บ้าจริงๆ กรงนี่มันแข็งยิ่งกว่าหินซะอีก! แล้วชั้นยังสะเดาะกลอนไม่ได้เลย! 

เสียงชีน่าดังมาจากห้องขังข้างๆ 

ชีน่า – ทางนี้ก็เหมือนกัน มันไม่กระเทือนเลยล่ะ 

รอยด์ – เพรเซียหรือโคเลททลายมันได้ไหม? 

โคเลท – ไม่ไหวล่ะ.... 

เพรเซีย – ฉันขอโทษค่ะที่ช่วยอะไรไม่ได้.... 

รอยด์ – งั้นพวกเราก็ถูกจับจริงๆสินะ 

รีกัล - ...........ถอยไป.... 

เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกรง ยกมือขึ้นระดับอก และปล่อยคลื่นพลังรุนแรงจนกรงขังกระจุยในพริบตา! 

จีเนียส – ว.....ว้าว! 

เมื่อเดินไปช่วยกลุ่มผู้หญิงที่ขังอยู่ใกล้ๆแล้ว รอยด์ก็ต้องถามด้วยความตะลึง 

รอยด์ – นายทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ ?! 

รีกัล – จริงๆแล้ว เราเชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยมือ ไม่ใช่ขา และเพราะเอกซ์เฟียร์จะช่วยยกระดับความสามารถของผู้ใช้ไปไกลเกินกว่าขีดจำกัด สูงสุด การทำได้เช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าจะคาดได้อยู่แล้ว 

เซรอส – แล้วทำไมนายถึงไม่สู้ด้วยมือไปเลยล่ะ 

รีกัล - ....เราสาบานไว้แล้วว่าจะไม่สู้ด้วยมือนี้อีก ครั้งนี้ เราใช้มันเพื่อช่วยเธอ รอยด์ เธอจะรวมโลกทั้งสอง และช่วยโคเลท ใช่ไหม? 

รอยด์ – ใช่.....เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ! 

 

พวกรอยด์หลบหนีออกมาจากบริเวณที่กักขัง และเข้าสู่ “เมืองศักดิ์สิทธิ์ เวลไกอา” ที่มีเหล่าเทวทูตอาศัยอยู่เต็มไปหมด 

รอยด์ – ว้าว! ทุกคนเป็นเทวทูตกันทั้งหมดเลยนี่! ถ้าไปเรื่อยๆแบบนี้พวกเราคงโดนจับอีกแน่ 

รีฟิล – นั่นสินะ พวกเราคงต้องแสร้งตัวว่าเป็นนักโทษของโคเลท ถ้าเป็นเธอคงไม่เป็นอะไร เพราะเธอก็เป็นเทวทูตเช่นกัน 

รอยด์ - ....ตกลงครับ 

 

โคเลทลองพูดคุยกับเทวทูตคนอื่นๆ และได้รู้ว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ ได้อยู่ในรูปลักษณ์ของเทวทูต นอกจากผู้นำของพวกเขาแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นคือเมื่อ 800 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ภาชนะของมาร์เทลคนสุดท้ายสามารถมาถึงที่นี่ได้ และรอยด์ยังได้เดินเข้าไปในตึกที่น่าจะเป็นที่เก็บสะเก็ดมาน่าอีกด้วย 

โคเลท – สวัสดีค่ะ ฉันขอสะเก็ดมาน่าได้ไหมคะ? 

ทหาร – สะเก็ดมาน่านั้นไม่ถูกแจกจ่ายให้ใครอีกแล้ว กลับไปเขตของท่านซะ 

รอยด์ – จะไม่ให้พวกเราซักอันเลยเหรอ? 

ทหาร – มนุษย์หรือ? 

รีฟิล – พวกนี้เป็นตัวอย่างทดลองในการวิจัยครูซิสคริสตัล 

ทหาร – การวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์หรือ? งั้นหรือ เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว เราก็เคยได้ยินว่ามีการวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์อยู่ 

รีฟิล – ถูกต้องแล้วค่ะ และพวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าเพื่อการนั้น 

ทหาร – รับทราบ เช่นนั้นจงแสดงใบอนุญาตของท่านมา 

เซรอส – ต้องใช้ด้วยหรือ? 

ทหาร – แน่นอน 

ที่จอภาพใกล้ๆกันนั้น ปรากฏร่างของคราโทสขึ้นมา 

ทหาร – ท่านคราโทส! 

คราโทส – พวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าในการทำพิธีกับมิโกะ เราได้ส่งคนไปรับของแล้ว 

ทหาร – รับทราบครับ 

การสื่อสารกับคราโทสถูกตัดลง 

รอยด์ – นั่นล่ะๆ พวกเราเอง 

ทหาร – พวกท่านจะบอกว่าเป็นผู้รับของของท่านคราโทสหรือ? 

รอยด์ – ก็.....ใช่! 

รีฟิล – เงียบซะ เจ้ามนุษย์ 

โคเลท – พวกเรามากับคุณคราโทสค่ะ 

ทหาร – แต่เมื่อซักครู่นี้ ท่านบอกว่าจะนำไปใช้ในการวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์..... 

รีฟิล – ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่ามันต้องใช้ในพิธีกรรมด้วย พวกเราจึงมารับมัน รีบเข้าเถอะ 

ทหาร – แต่...หากไม่มีใบอนุญาต.....นอกจากนั้น พวกท่านดูเหมือนจะเป็นระดับดีไซแอนท์ และมีมนุษย์อยู่ด้วย.... 

รอยด์ – ระหว่างที่นายเอาแต่จู้จี้เรื่องเล็กๆน้อยๆ นายกำลังทำให้ท่านอิกดราซิลรอนานขึ้นอีก อยากให้ท่านโกรธหรือ? 

จีเนียส – ใช่แล้ว ท่านอิกดราซิลน่ะน่ากลัวมากนะถ้าไปขัดใจท่าน 

ทหาร – อ่ะ......รับทราบ ส่งไปให้ถึงมือล่ะ! 

เขาบินขึ้นไปเอาสะเก็ดมานลงมามอบให้ เมื่อได้รับมาแล้วรอยด์จึงหาทางหนีกลับพื้นโลก และได้พบกับเครื่องขนย้ายขนาดใหญ่ 

ผู้คุม – หยุดก่อน แสดงใบอนุญาตของท่านมาด้วย 

รอยด์ – โอย ใบอนุญาตอีกแล้วเหรอ! 

ผู้คุม แก....มนุษย์นี่! 

รีฟิล – เขากำลังถูกขนส่งไปเพื่อทำการทดลอง ต้องขอโทษด้วยค่ะ 

ทุกคนถอยออกมาจากบริเวณนั้นและหันมาปรึกษากัน 

โคเลท – พวกเราไม่มีใบอนุญาติเลยนะ 

จีเนียส – แล้วจะกลับไปที่พื้นโลกได้ยังไงล่ะ? 

เซรอส – คงไม่ได้มีแค่เครื่องขนย้ายนั่นอย่างเดียวหรอก เพราะถ้ามันพังขึ้นมาก็คงจะลำบาก 

รีฟิล – ใช่ ลองไปหาดูกันเถอะ 

 

เมื่อเดินค้นหาในเมือง รีฟิลก็พบเครื่องจักรหนึ่งเรียงรายอยู่ที่ส่วนในของเมือง 

รีฟิล – นี่น่าจะเป็นฐานข้อมูลของเมืองนะ 

รอยด์ – อาจารย์พอจะใช้มันได้ไหมครับ? 

รีฟิล – จะลองดูนะ.........ได้แล้ว เท่านี้เราก็หาข้อมูลจากที่นี่ได้ล่ะ 

[เดริส-คาราน] - เดริส-คารานถูกคุ้มครองโดยสนามพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจาก “อีเทอร์นอลซอร์ด” หากสนามพลังงานนี้ถูกปลดลง เดริส-คารานก็จะหลุดออกจากสนามแรงโน้มถ่วงของโลก และจะลอยกลับเข้าสู่อวกาศในฐานะอุกกาบาตอีกครั้ง 

[แผนการยืดชีวิตโลก] – โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 เพื่อลดอัตราการสูญของมาน่าลงให้ต่ำที่สุด และเพื่อรักษาโลกและเมล็ดของพฤกษายักษ์เอาไว้ นอกจากนั้น การใช้ภูติอสูรให้คอยดูแลกระแสเชื่อมโยงมาน่า และจำกัดการไหลเวียนมาน่า ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ความรุ่งเรืองที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดการพัฒนาเวทยาการ ซึ่งทำให้เกิดสงครามที่ไร้ความหมาย แผนการยืดชีวิตโลกที่เริ่มขึ้นโดยท่านผู้นำอิกดราซิล เป็นแผนที่โดดเด่นในการรักษาโลกเอาไว้ 

[ดาบแห่งนิรันดร์] – ดาบมนตราซึ่งถูกมอบให้แก่ท่านผู้นำอิกดราซิล เมื่อครั้งที่ท่านสร้างพันธะสัญญากับออริจิน พลังของมันสามารถควบคุมเวลาและมิติอวกาศ กล่าวกันว่ามันเป็นแหล่งพลังงานของท่านอิกดราซิล และทำให้ท่านสามารถแบ่งโลกเป็น 2 ได้ด้วยพลังของอีเทอร์นอลซอร์ดนี้ หากดาบนี้สูญไป พลังของท่านอิกดราซิลก็จะลดต่ำลง และเวลไกอาก็ต้องพบกับหายนะเช่นกัน 

เมื่อเก็บข้อมูลมาได้ รอยด์ก็ค้นหาต่อจนพบกับจุดเคลื่อนย้ายเล็กๆที่หนึ่ง 

โคเลท – ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินนะ 

รอยด์ – งั้นก็รีบไปก่อนจะมีใครมาเห็นเถอะ 

รีกัล - ......ไม่ ดูเหมือนพวกเขาจะเจอพวกเราแล้ว 

ด้านหลังทุกคน กลุ่มทหารเทวทูตจำนวนหนึ่งกำลังบินเข้ามาใกล้ โดยมีคนนำทางมาคือทหารที่พวกรอยด์ไปหลอกเอาสะเก็ดมาน่ามานั่นเอง 

ทหาร – พวกนั้นล่ะ! 

ทหาร – แกเองรึที่ทำตัวว่าทำงานให้ท่านอิกดราซิล! 

ทหาร – นั่นมันมิโกะนี่! มิโกะแห่งมาน่าหลบหนีออกมาแล้ว! 

รอยด์ – บ้าจริง! รีบไปกันเถอะ! 

ทุกคนรีบวิ่งเข้าจุดเคลื่อนย้ายไป 

ทหาร – เราจะตามพวกมันไป แกไปรายงานท่านอิกดราซิลด้วย 

ทหาร – รับทราบ 

 

รอยด์หนีผ่านลิฟต์หลักลงสู่หอคอยแห่งการชำระล้างซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่ โดนจับไปครั้งแรก เมื่อรอยด์เดินลงมาก็สังเกตุเห็นดาบที่ปักอยู่บนวงมนตรานั้น 

รอยด์ – นี่มันดาบที่อิกดราซิลใช้โจมตีชั้น.... 

รีฟิล – นี่อาจจะเป็น...อีเทอร์นอลซอร์ดหรือเปล่า 

เซรอส – ฮะๆ ไม่ล่ะมั้ง ไม่มีใครยอมทิ้งของสำคัญขนาดนั้นไว้ในที่แบบนี้หรอก 

รอยด์ – งั้นลองเอามันกลับไปเฮมดาลล์แล้วให้ผู้เฒ่าเอลฟ์ดูดีไหมล่ะ? 

จีเนียส – ไม่เลวนะ ทำแบบนั้นพวกเราคงมั่นใจได้ 

รอยด์หันกลับไปเตรียมจะดึงดาบออกมา เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมา 

“ท่านไม่มีคุณสมบัติ” 

เมื่อเขาเดินเข้าไปก็โดนดีดออกมาเหมือนมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นอยู่! 

รอยด์ – โอ้ย! อะไรน่ะ ?! 

อิกดราซิล – เสียเวลาเปล่าจริงๆ 

บนลานพิธีกรรมนั้น ผู้นำแห่งครซิสก็ปรากฏตัวขึ้น! 

รอยด์ - ....อิกดราซิล! 

อิกดราซิล – ผู้ไม่มีคุณสมบัติ ย่อมไม่สามารถแตะต้องอีเทอร์นอลซอร์ดได้ 

รอยด์ – คุณสมบัติเหรอ? 

ชีน่า – เขาคงพูดถึงพันธะสัญญากับออริจิน! นั่นเป็นดาบที่ออริจินมอบให้เขานี่! 

อิกดราซิล – ฮ่าๆๆๆๆ พวกเจ้านี่ช่างน่าสมเพชเสียจริง หึ มันไม่จำเป็นหรอก เวลานี้ออริจินอยู่ใต้การผนึกของคราโทส ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าก็ไม่สามารถใช้ดาบนั้นได้หรอก และหากไม่มีพลังของอีเทอร์นอลซอร์ด เจ้าก็ไม่สามารถรวมโลกให้เป็นหนึ่งได้ การเดินทางของเจ้า เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ 

รอยด์ – ไร้ประโยชน์เหรอ? แกน่ะล่ะ ที่พยายามอย่างไร้ประโยชน์ที่จะนำคนที่ตายไปแล้วกลับคืนมา! แล้วนอกจากนั้น การแบ่งโลกออกเป็นสองมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นด้วยล่ะ ?! 

อิกดราซิล - ........โลกนี้ยังคงอยู่ได้เพราะมันถูกแยกออกจากกัน 

รอยด์ – ไม่!เป็นเพราะการถูกแบ่งเป็นสองโลก มาน่าจึงมีไม่เพียงพอ แล้วคนมากมายก็ต้องทุกข์ทรมาน! 

อิกดราซิล – ลองคิดซักหน่อยสิ ทำไมถึงเกิดการขาดแคลนมาน่า? คิดว่าอย่างไรล่ะ สหายตัวน้อยของเรา 

จีเนียส – ฉันเหรอ?.......เอ่อ เพราะการพัฒนาเวทยาการ ส่งผลให้เกิดการใช้มาน่าอย่างมหาศาล? 

อิกดราซิล – ถูกต้อง.....และเวทยาการก็นำไปสู่มหาสงคราม สงครามใช้มาน่าไปอย่างไม่ยั้งคิด 

รอยด์ – อย่าทำมาเปลี่ยนเรื่องเลย มาน่าขาดแคลนขึ้นก็เพราะแกไม่ยอมให้ Great Seed ผลิใบออกมา 

อิกดราซิล – เราไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ถึงแม้พฤกษายักษ์จะถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกก็ตาม สงครามก็จะทำให้มันเหี่ยวเฉาและตายลงไปอีก สงครามเกิดขึ้นเพราะอำนาจที่ขัดแย้งกัน เพราะเหตุนั้นเราจึงแบ่งโลกออกเป็นสอง ก็เพื่อแบ่งแยกขั้วอำนาจที่ทำให้เกิดสงครามคาราน แยกออกเป็นซิลวาแลนด์และเทเซอาร่า 

รีฟิล – เพราะมีการสลับระหว่างความรุ่งเรืองและความตกต่ำ การพัฒนาเวทยาการจึงหยุดชะงัก....แผนของคุณเป็นแบบนี้นี่เอง 

อิกดราซิล – แต่กระนั้น เทเซอาร่าก็เจริญรุ่งเรืองมานานเกินไปแล้ว 

รอยด์ – แกโกหก แกแค่ยอมสละ Great Seed เพื่อช่วยมาร์เทลเท่านั้น! 

อิกดราซิล – ถูกต้อง เหมือนกับที่เจ้ายอมละทิ้งแผ่นดินซิลวาแลนด์ที่เสื่อมโทรม เพื่อช่วยโคเลท 

โคเลท - ....นั่น..... 

อิกดราซิล – สิ่งที่เจ้าทำก็เช่นเดียวกับเรา 

รอยด์ – ไม่ใช่! 

อิกดราซิล – มันเป็นเช่นนั้น 

จีเนียส – ไม่ใช่หรอก! รอยด์ไม่เหมือนนาย! 

อิกดราซิล – อะไรนะ?..... 

จีเนียส – รอยด์กำลังหาหนทางที่จะช่วยโคเลทและทั้งสองโลก! นายน่ะเป็นคนขี้ขลาดที่ยอมแพ้ซะก่อน! 

อิกดราซิล – มันเป็นสิ่งเดียวกัน เรากำลังพยายามสร้างโลกที่ไม่มีความขัดแย้ง นั่นเป็นหนทางที่จะช่วยโลก 

รอยด์ – โลกที่ไม่มีความขัดแย้ง?......นั้นมัน..... 

อิกดราซิล – ผู้คนหวาดกลัวและเกลียดชังสิ่งที่ไม่ปกติ พวกเขากลัวคนที่ไม่เหมือนพวกเขา ดังนั้นทางแก้ก็คือการทำให้ทุกคนกลายมาเป็นเหมือนกัน โดยใช้เอกซเฟียร์เพื่อกำจัดความแตกต่างระหว่างสายเลือดที่ไหลเวียน ระหว่างเอลฟ์และมนุษย์ ทุกคนบนโลกนี้จะกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิตเช่นเดียวกันหมด ความขัดแย้งก็จะหายไป และนั่นคือยุคใหม่ที่เราไขว่คว้า 

จีเนียส – ทุกคน....เหมือนกัน...... 

อิกดราซิล – ถูกต้อง ทั้งดีไซแอนท์แลครูซิส มีอยู่เพื่อการนั้น ความรุนแรงระหว่างเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากความขัดแย้งก็จะหายไปด้วย จีเนียส 

จีเนียส - .....ผู้คนจะหยุดทำเหมือนพวกเราแตกต่างออกไป.....จริงเหรอ? 

รอยด์ – จีเนียส! อย่าไปหลงกลเขานะ! คิดสิว่าเอกซ์เฟียร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไง! มันถูกสร้างขึ้นมาจากชีวิตของผุ้คน เหมือนป้ามาร์เบิ้ล! นายไม่เห็นเหรอว่ามันผิดยังไง ?! 

อิกดราซิล - .....การปฏิวัติย่อมต้องแลกมาด้วยการเสียสละ หากเจ้าไม่สามารถยอมรับมันได้ เจ้าก็สมควรตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ 

ร่างของอิกดราซิลมาปรากฏตัวห่างจากรอยด์ไม่กี่ก้าวในพริบตา 

อิกดราซิล – แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องส่งตัวมิโกะมา 

รอยด์ – ไม่มีทางหรอก! 

อิกดราซิล – เจ้าไม่มีทางเลือกหรอก เราจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความหมายที่แท้จริงของพลัง! 

ทุกคนสู้กับอิกดราซิลอย่างเต็มที่ แต่ซักพัก โคเลทก็ทรุดตัวลง! 

รอยด์ – โคเลท! 

จีเนียส – ตอนนี้ล่ะ! 

เขาใช้โอกาสที่อิกดราซิลกำลังมองโคเลทอยู่ ยิงเวทย์ใส่เขาไปเต็มๆ! ใกล้ๆกันนั้น ร่างของโพรนีม่าก็ปรากฏออกมา 

โพรนีม่า – ท่านอิกดราซิล! เจ้าหนอนต่ำต้อยนี่! ถึงเจ้าจะเป็นพวกเดียวกับเรา แต่เจ้าต้องชดใช้กับความโอหังนี้! 

เธอรวมพลังแห่งความมืดเอาไว้หนาแน่น แล้วปล่อยออกมาโจมตีจีเนียสโดยไม่ทันตั้งตัว! และโดยไม่คาดคิด อิกดราซิลกลับผลักจีเนียสออกไปและรับการโจมตีนั้นแทน! 

จีเนียส – ทำ.....ทำไม?! 

โพรนีม่า – ท่าน....ท่านอิกดราซิล! 

อิกดราซิล – โพรนีม่า! ทำไมเจ้ามาที่นี่? 

โพรนีม่า – ท่านคะ.....เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น.....ได้มีความเคลื่อนไหวใหม่แล้ว.... 

อิกดราซิล – .......เข้าใจแล้ว จงจำไว้เถอะ ว่ามันไม่ได้มีหนทางที่จะช่วยทุกคนได้เสมอไป รอยด์ หนทางที่เจ้าตามหา ไม่มีอะไรไปมากกว่าภาพหลอนหรอก 

อิกดราซิลหันมามองจีเนียสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไปพร้อมโพรนีม่า 

รอยด์ – ทำไมหมอนั่นยอมปล่อยพวกเรานะ? 

จีเนียสยืนคิดอย่างไม่เข้าใจสิ่งทีเกิดขึ้นอยู่ซักพัก ก่อนจะเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่บนพื้น เมื่อเขาเก็บขึ้นมาดู.... 

จีเนียส - ....เป็นไปไม่ได้......เป็นไปไม่ได้หรอก 

เพรเซีย – มีอะไรหรือ จีเนียส? 

จีเนียส - ....ไม่มีอะไรครับ 

รีฟิล – รอยด์ พวกเราต้องรีบรักษาโคเลทให้เร็วที่สุด 

รอยด์ – นั่นสิครับ ตอนนี้กลับกันก่อนเถอะ 

 

ตอนต่อไป! 

วัตถุดิบในการรักษาโคเลทมีครบแล้ว ที่เหลือก็มีเพียงรอให้อัลเทสต้าสร้างรูนเครสเพื่อรักษาเธอ แต่ในคืนนั้น เหตุการณ์พลิกผันครั้งใหญ่หลวงก็เกิดขึ้น ?! กับความจริงของคราโทส และตัวตนของอิกดราซิล! 

Lv – 83 

Play time : 78.11 

Now saving…….done 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:27 pm----------

Topic #19 Write a reply for: [in depth] Tales of Symphonia - Chapter 14