บทที่ 14 – วีรบุรุษไร้เกียรติ, เดริส-คาราน และเวลไกอา
ระหว่างทาง ทุกคนได้ไปหามิโทสที่บ้านอัลเทสต้า
มิโทส - กลับมาแล้วเหรอครับ ทุกคน?
จีเนียส – มิโทส....นี่...
มิโทส - ? นี่มันอะไรหรือครับ?
รอยด์ - ขลุ่ยที่สร้างจากผลของต้นรินกะน่ะ
จีเนียส – พวกผมอยากให้นายรับเอาไว้
มิโทส – แต่ว่า.....
รอยด์ – เป็นความผิดของพวกเราเอง ทำให้ของดูต่างหน้าพี่สาวนายพังไป
มิโทส - ....ขอบคุณครับ!
จีเนียส – มันอาจจะไม่เหมือนขลุ่ยของพี่สาวนายนะ.....
มิโทส – ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่ความรู้สึกของเธอก็พอแล้วล่ะ ผมดีใจมาก ผมหมายถึงว่าต้นรินกะน่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วแท้ๆ.....
รอยด์ – นายนี่รู้เรื่องอะไรเยอะเหมือนกันนะ มิโทส แม้แต่เรื่องต้นรินกะนายก็รู้ด้วย
จีเนียส – ใช่ จริงๆนะ ผมเคยหวังให้นายไปกับพวกเราแทนรอยด์จริงๆ
รอยด์ - ....เฮ้ หมายความว่าไงน่ะ
มิโทส – ฮะๆๆๆ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมจะช่วยได้ก็บอกนะครับ
บนโต๊ะที่มิโทสยืนอยู่ใกล้ๆ มีหินสีแดงส่งประกายวางอยู่
เพรเซีย - ........
ทาบาธ่า – มีอะไรหรือคะ คุณเพรเซีย?
เพรเซีย – เอกซ์เฟียร์นี้มัน.....
ทาบาธ่า – ค่ะ...เด็กคนนี้กำลังป่วย
รอยด์ – ป่วย? เอกซ์เฟียร์เนี่ยนะครับ?
ทาบาธ่า – ค่ะ ที่เทเซอาร่านี้ ทุกคนจะติดเอกซ์เฟียร์เข้ากับเครื่องจักร แล้วบางครั้งมันก็เกิดอาการผิดปกติขึ้น แล้วทุกคนก็โยนมันทิ้งไป
เพรเซีย – ผิดปกติ........
ทาบาธ่า – น่าสงสารนะคะ
รอยด์ – งั้นหรือ...นั่นสินะ ถึงยังไงเจ้าพวกนี้ก็มีชีวิตเหมือนกัน
เพรเซีย – น่าสงสาร?......เพราะหินก้อนเล็กๆนี้ทำให้ผู้คนต้องทรมาน ชีวิตมากมายต้องสูญเสียเพื่อสร้างมัน แล้วคุณยังสงสารมันอีกหรือคะ?.....
รอยด์ – ก็.....
ทาบาธ่า – คุณเพรเซีย.........คุณช่วยไปที่เมืองทอยซ์กับฉันหน่อยได้ไหมคะ?
เพรเซีย – ที่เหมืองหรือคะ?
เธอหันไปมองรีกัล
รีกัล – เราไม่ว่าอะไรหรอก หากเธอมีธุระที่นั่น เราจะอนุญาตให้เธอเข้าไปได้
รอยด์ – แล้วพวกเราจำทำยังไงกับแรร์เบิรด์สำหรับคุณทาบาธ่าล่ะ? เธอไม่ได้ตัวเล็กแบบมิโทสที่จะนั่งไปกับคนอื่นได้นะ
รีกัล – ถ้าเช่นนั้น เราจะรอที่นี่เอง
รอยด์ – ตกลง งั้นไปกันเถอะ
~ เหมืองทอยซ์ ~
เพรเซีย – พวกเรา....มาทำอะไรที่นี่หรือคะ?
ทาบาธ่า – เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ ไปยังสถานที่ที่พวกคุณจะสามารถได้ยินเสียงของเอกซ์เฟียร์
~ ทางน้ำตกภายในเหมือง~
เพรเซีย – ที่นี่หรือคะ?
ทาบาธ่า – ค่ะ คุณจะได้ยินเสียงกระซิบของเหล่าเอกซ์เฟียร์
เพรเซีย - ....ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย
ทาบาธ่า – อยู่เงียบๆ และฟังอย่างตั้งใจค่ะ
เมื่ออยู่กลางความมืดมิดและเงียบงัน ก็เหมือนจะเห็นแสงจางๆส่งออกมาจากสินแร่เอกซ์เฟียร์ที่ฝังกระจายอยู่รอบถ้ำ
ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์และฉันต่างก็เป็นสิ่งที่เหมือนกัน พวกเราเป็นสิ่งไร้ชีวิต
เพรเซีย – คุณเป็นเหมือนกับเอกซ์เฟียร์หรือ?
ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์ก็มีความรู้สึกเช่นกัน มันจะรู้สึกอ้างว้างได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น มันจึงพยายามที่จะอยู่ด้วยกันกับใครซักคน ความอ้างว้างของมันจึงดูดซึมชีวิตมนุษย์
เพรเซีย - อ้างว้าง......เอกซ์เฟียร์ก็อ้างว้างโดดเดี่ยว...เหมือนกับฉัน
ทาบาธ่า – ค่ะ และพวกเขาพยายามหาเพื่อน เช่นเดียวกับที่คุณกำลังทำอยู่
รอยด์ – ใช่ แล้วมนุษย์อย่างพวกเราก็เป็นคนขุดพวกมันขึ้นมา และใช้มันเพื่อจุดประสงค์ของพวกเราเอง
เพรเซีย – พวกเราเป็นคนใช้วิถีชีวิตของมัน และทำให้พวกมันอ้างว้างมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ทาบาธ่า – ฉันทราบค่ะ ว่าพวกเขาทำให้คุณต้องทรมาน แต่ได้โปรดเถอะ อย่าเกลียดพวกเขาเลย เอกซ์เฟียร์ก็มีชีวิตเหมือนกัน
เพรเซีย – ค่ะ...ฉันจะคิดเรื่องนี้ดู....เกี่ยวกับความอ้างว้าง...และความเกลียดชัง
รอยด์ – ใช่ แค่การเอาความเกลียดชังมาปะทะกับอีกความเกลียดชัง มันไม่ช่วยแก้อะไรได้เลย
ทาบาธ่า – ค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือ....การเข้าใจอีกฝ่าย
เพรเซีย - ........ขอบคุณค่ะ คุณทาบาธ่า
ทาบาธ่า – ไม่เป็นไรค่ะ คุณเพรเซีย เหล่าเอกซ์เฟียร์ก็ดีใจเหมือนกันที่คุณเริ่มเข้าใจพวกเขาแล้ว
เมื่อกลับมาที่บ้านอัลเทสต้า รีฟิลก็ล้มฟุบลงอย่างกระทันหัน
จีเนียส – พี่!
มิโทส – คุณรีฟิล!
รอยด์ – ไข้ขึ้นสูงมากเลย......
จีเนียส – ทำไมจู่ๆถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
มิโทส – พักนี้มีไวรัสร้ายแรงระบาดอยู่ครับ อาจจะเป็นเพราะมัน.....
รีฟิล – ฉันขอโทษนะ....มันไม่หนักหนาหรอก....
มิโทส – ไม่ครับ คุณจะละเลยมันไม่ได้ot
อัลเทสต้า – พาเธอไปที่เตียงเถอะ แล้วค่อยเรียกหมอมา....
ชีน่า – หมอที่ชั้นรู้จักอยู่ที่ฟลานูล....
เซรอส – ส่วนที่เรารู้จักอยู่ที่เมลโตกิโอ
โคเลท – งั้นก็แยกกันไปพบทั้ง 2 คนเลยเถอะค่ะ
รอยด์ – ตกลง งั้นก็------
เซรอส – เพรเซียจังกับโคเลทจังกับเราจะไปเมลโตกิโอนะ
ทั้ง 3 คนวิ่งออกไปก่อน
ชีน่า – เลือกไปแต่ผู้หญิงนี่หน่า.....ไปกันเถอะ รีกัล
รีกัล – ตกลง
ทั้ง 2 คนวิ่งออกไปด้วย
รอยด์ - ......ชั้นถูกทิ้งแล้วแฮะ
อัลเทสต้า – ฉันก็ว่าแบบนั้น
ทาบาธ่า – ต้องมีคนคอยดูแลคุณรีฟิลนะคะ
รอยด์ – ก็ใช่น่ะนะ
มิโทส – จีเนียส ขอผมคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม?
จีเนียส - หืม? อะไรเหรอ มิโทส?
ทั้ง 2 คนเดินออกไปคุยนอกบ้าน
มิโทส – อาการป่วยของคุณรีฟิล......ผมรู้วิธีรักษานะ
จีเนียส – จริงเหรอ ?!
มิโทส – ครับ มันอาจจะเป็นโรคไข้หวัดของโอเซท เป็นเชื้อที่อันตรายมาก
จีเนียส – แล้วพวกเราจะทำยังไงล่ะ?
มิโทส – พวกเราต้องใช้น้ำหวานของดอกแฟนดาเรีย ที่บานอยู่บนยอดเขาฟูจิ ถ้าพวกเราหาไม่ได้ก็รักษาเธอได้
จีเนียส – ภูเขาฟูจิเหรอ? ตกลง! งั้นผมจะไปบอกรอยด์นะ!
มิโทส – เดี๋ยวก่อน ไปเอาดอกไม้ด้วยกันเถอะ แค่เรา 2 คน
จีเนียส – นายกับผมเหรอ?
มิโทส – ครับ พวกเรามีเวลาไม่มากนัก แล้วนอกจากนั้นผมอยากให้พวกเราช่วยคุณรีฟิลด้วยตัวของพวกเราเอง
จีเนียส – ตกลง!
จีเนียสและมิโทสขึ้นแรร์เบิร์ดออกไป ซักครู่ รอยด์ก็เปิดประตูเดินตามออกมา
รอยด์ – โธ่เอ้ย......สงสัยชั้นคงต้องไปคอยดูพวกเขาแล้วมั้ง
~ ภูเขาฟูจิ ~
รอยด์ – ทั้ง 2 คนนั้นยังมาไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย....
ไม่ทันขาดคำ แรร์เบิรด์ของทั้ง 2 คนก็บินลงมาพอดีจนรอยด์ต้องรีบหลบ
มิโทส – ที่นี่ล่ะครับ
จีเนียส – ยอดเขาใช่ไหม? อย่าเป็นห่วงเลย ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วล่ะ
ปีศาจปรากฏตัวเข้ามาขวางทาง
จีเนียส – อ้ะ!
มิโทส – พ...พวกเราต้องปราบมันนะ!
จีเนียสยิงไฟร์บอลใส่ไป 2 ลูก แต่ก็ดูเหมือนจะพลาด รอยด์จึงรีบพุ่งออกมาช่วยสังหารปีศาจอย่างรวดเร็วแล้วเข้าไปแอบต่อ
จีเนียส – เอ๋? เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?
มิโทส – ที่โจมตีไปเมื่อกี้ต้องโดนมันแน่ๆเลยล่ะ !
จีเนียส – ง....งั้นเหรอ?
มิโทส – ใช่! เธอน่าที่งจริงๆนะ จีเนียส!
จีเนียส – อ้ะ....ฮะๆๆๆ....
รอยด์ – เฮ้อ......เอาเถอะ ชั้นคงต้องตามไปให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัยล่ะนะ
บนยอดเขา รอยด์ก็ไปถึงก่อนแล้วไปแอบหลังหินเหมือนเคย
มิโทส – ดอกไม้นี่ล่ะครับ
จีเนียส – ดีเลย! ทีนี้ก็ช่วยพี่ได้แล้ว
มิโทส – ใช่ เพราะเธอทำพยายามมากนะ จีเนียส
จีเนียส – ก็นะ ไม่หรอก เพราะนายอยู่กับผมด้วย แล้วศัตรูก็อ่อนแอเลยจัดการง่ายน่ะ
มิโทส – จีเนียส....ระหว่างผมกับรอยด์ เธอชอบใครมากกว่ากันหรือ?
รอยด์ - ......อะไรน่ะ? ทำไมจู่ๆเขาถึงถามมาแบบนี้ล่ะ?
จีเนียส – อะไรนะ? ทำไมจู่ๆนายถึงถามมาแบบนี้ล่ะ? ผมชอบทั้ง 2 คนพอๆกันนะ
มิโทส – ถ้าผมกับรอยด์.....ต้องสู้กัน เธอจะเข้าข้างฝ่ายไหนหรือ?
จีเนียส – อะไรกัน? หืมมมม......ก็ขึ้นอยู่กับว่าสู้กันด้วยเรื่องอะไร แต่ว่า.......ผมแน่ใจว่านายคงไม่เป็นฝ่ายเริ่มสู้เพราะอะไรที่งี่เง่าๆแบบ ที่รอยด์จะทำหรอก เพราะงั้นผมคิดว่าคงเข้าข้างนายมั้ง
รอยด์ - ........หมายความว่าไงกันเนี่ย
มิโทส – จริงเหรอ?! แน่ใจนะครับ?
จีเนียส – อืม จริงๆสิ
มิโทส – ดีจริงๆ เพราะเธอกับรอยด์เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม ผมเลยอิจฉานิดหน่อย.....
จีเนียส – นายก็เป็นเพื่อนของรอยด์ใช่ไหมล่ะ?
มิโทส – ก็ใช่....แต่ว่า.....ผมขอโทษนะที่ถามอะไรแปลกๆไป....เธอเป็นเพื่อนคนแรกของ ผมที่อายุใกล้ๆกัน แล้วยังเป็นฮาล์ฟเอล์ฟเหมือนกันด้วย ผมเลยดีใจและตื่นเต้นมาก
จีเนียส – ไม่เป็นอะไรหรอก ผมก็เหมือนกัน
มิโทส – ผมหวังว่าพวกเราคงได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ
จีเนียส – แล้วทำไมถึงจะไม่ใช่ล่ะ?
มิโทส - .....จะเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าผมจะคิดเป็นเรื่องจริงน่ะ?
จีเนียส – แน่นอน พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่?
มิโทส – ฮะๆ ถ้างั้นตอนนี้รีบกลับไปรักษาคุณรีฟิลเถอะครับ
จีเนียส – ใช่....ทนอีกนิดนะพี่!
รอยด์ – เฮ้อ..... 2 คนนั้น ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าชั้นต้องลำบากแค่ไหนเพื่อพวกนั้น.....เอาเถอะ ชั้นก็คงต้องกลับด้วยล่ะ
เมื่อรอยด์กลับไปถึง ก็เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว โดยรีฟิลก็หายเป็นปกติด้วย
จีเนียส – นายไปทำอะไรมาน่ะรอยด์?
รอยด์ – หมายความว่าไงน่ะ ที่ว่าไปทำอะไรมา?
จีเนียส – มิโทสกับฉันไปถึงภูเขาฟูจินะ เห็นไหมว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน
มิโทส – จีเนียสนี่น่าทึ่งจริงๆคตรับ ผมนับถือเขามาก
เซรอส – แล้วนายไปทำอะไรที่ไหนมาล่ะรอยด์
ชีน่า – อย่าล้อเล่นนะ!
เพรเซีย - ......คุณรอยด์ น่าจะละอายบ้างนะคะ
รีกัล – ไม่ดีเลยนะที่ปล่อยผู้หญิงที่ป่วยเอาไว้เช้นนี้
โคเลท – ฉันแน่ใจว่ารอยด์พยายามในแบบของเขาเพื่อช่วยอาจารย์ ใช่ไหม รอยด์?
รอยด์ - ......อ้ะ...ก็....ใช่
รีฟิล – งั้นหรือ? ขอบคุณมากนะ ตอนนี้ฉันก็หายดีแล้ว
โคเลท – น้ำหวานของดอกไม้ที่จีเนียสกับคุณมิโทสเอามาช่วยลดไข้ของอาจารย์จนหมดเลย
จีเนียส – ผมดีใจนะที่พี่หายแล้ว กลุ่มของพวกเราดูไม่เหมือนเดิมเลยเวลาพี่ไม่สบายน่ะ
มิโทส – แต่อย่าฝืนนะครับ คุณพึ่งฟื้นไข้มา
รีฟิล – ขอบคุณมากนะ ทั้ง 2 คน
รอยด์เดินออกมานอกห้องอย่างเซ็งๆ
รอยด์ - เฮอะ.......
จีเนียส – รอยด์.....
รอยด์ – หืม? อะไรเหรอ?
จีเนียส – คนที่ช่วยพวกเราที่ภูเขาฟูจิ.....คือนายใช่ไหม?
รอยด์ – เอ๋? เอ่อ.....ก็....
จีเนียส – ขอบใจนะ
รอยด์ – ไม่เป็นไรหรอก..........
จีเนียส - ฮะๆ
~ อัลตามิร่า – บริษัทเรซาเรโน่ ~
รีกัลได้ไปถามจอร์จถึงบันทึกเกี่ยวกับการขนส่งเซอร์คอน และรู้ว่าเอกสารถูกเก็บอยู่ที่ชั้น 2 และเมื่อลองค้นดูจนเจอ ก็ถูกคุจินาวะแย่งไปเสียก่อน!
คุจินาวะ – โอ้ะๆ เราได้อะไรมาล่ะนี่?
ชีน่า – คุจินาวะ!
รอยด์ – สันตะปาปาหนีไปแล้ว และวารีย์ก็ตายไปแล้วนะ ทำไมนายถึงมาขวางทางอีก!
ชีน่า - .....เป็นเพราะชั้นใช่ไหม?
คุจินาวะ – แน่นอน! เพราะเธอ พ่อแม่ของข้าและชีวิตอีกมากมายในหมู่บ้านจึงตายไป! ท่านหัวหน้าก็ไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บมาสิบปีแล้ว!
ชีน่า – ชั้น.....ขอโทษ
คุจินาวะ – เธอคิดว่าแค่ขอโทษมันจะพอหรือ ?! ข้าไม่ให้อภัยเธอหรอก!
ชีน่า – คุจินาวะ! ชั้นเป็นคนที่นายเกลียดนะ!
รอยด์ – ชีน่า! ถ้าเธอคิดจะเสียสละอีกล่ะก็ชั้นไม่ยกโทษให้เธอแน่!
ชีน่า – ไม่หรอก ถ้าชั้นเป็นคนที่นายเกลียด ถ้างั้นก็มาประลองกันตัวต่อตัวเถอะ ประลองกันตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน
คุจินาวะ - ....เธอคิดว่าแค่คนเดียวจะชนะข้าได้หรือ?
ชีน่า – ว่าไงล่ะ? จะยอมรับคำท้าไหม?
คุจินาวะ – ก็ได้ จะเริ่มตอนนี้ ที่นี่เลยไหมล่ะ?
ชีน่า – พวกเราจะทำตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน และจะสู้กันบนเกาะแห่งการตัดสิน แบบนี้นายตกลงหรือเปล่า รอยด์?
รอยด์ - ....ชั้นคิดว่าคงจะห้ามเธอไม่ได้หรอกนะ
ชีน่า – ขอบใจนะ
คุจินาวะ - .....ข้าจะไปรอเธอที่เกาะแห่งการตัดสิน
ชีน่า – เดี๋ยวก่อน คืนเอกสารนั้นมาด้วยสิ
คุจินาวะ – นี่จะเป็นหลักประกันว่าเธอจะมาประลองแน่นอน
ชีน่า – โคเลทอาจจะตายถ้าพวกเราไม่มีมันนะ! ถ้านายอยากได้หลักประกัน ก็เอาสิ่งนี้ไปแทนแล้วกัน
คุจินาวะ - ....มันคืออะไร?
ชีน่า – ของดูต่างหน้า.....ของโคริน
คุจินาวะ – ก็ได้ หากเธอไม่มา ข้าจะทำลายสิ่งนี้ไม่ให้เหลือซาก
เขาเดินจากไป
โคเลท – คุณชีน่า......ฉันรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญกับคุณมากแค่ไหน...ขอโทษนะ
ชีน่า – ไม่เป็นไรหรอก ที่ต้องทำก็แค่.....ล้มเขา ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว เกาะแห่งการตัดสินสามารถไปถึงได้จากมิสุโฮะ พวกเราค่อยไปแวะทีหลังได้ไหม? เพราะพวกเราต้องหาเซอร์คอนก่อน การรักษาโคเลทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
รอยด์ – ก็ได้.....แล้วเซอร์คอนอยู่ที่ไหนล่ะ?
รีกัล - ....มันบอกไว้ว่าครั้งสุดท้ายที่ขนส่งไป มันถูกขนไปยังศูนย์วิจัยของราชวงศ์ที่ไซแบก
รอยด์ – โอเค งั้นไปเอากันเถอะ
ทุกคนรีบเดินไป เหลือเซรอสยืนพูดอยู่คนเดียว
เซรอส – “ไม่หนีอีกต่อไป” ....รึ.......บ้าจริง เราจะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้?.....
~ ไซแบก – ศูนย์วิจัยของราชวงศ์ ~
นักวิจัย – ท่านมิโกะ! ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย!
เซรอส – หือ? มีอะไรหรือ?
นักวิจัย – ผมได้ยินมาว่ามีเทพธิดาสูง 10 ฟุตลงมาจากสวรรค์ และกลืนกินคนที่ต่อต้านท่าน!
รอยด์ – สูง 10 ฟุตเหรอ.....
จีเนียส – กลืนกิน....
ทุกคนหันไปมองโคเลท
โคเลท – ว้าว น่ากลัวจริงๆเลยนะคะ เทพธิดาแบบนั้นน่ะ
ทุกคน - ...........
นักวิจัย - .....ด....เด็กสาวที่มีครูซิสคริสตัลคนนั้นไม่ได้กลืนกินมนุษย์ด้วยใช่ไหมครับ ?!
ชีน่า – อย่าโง่น่า
นักวัจัย – ผม...ผมเชื่อท่านมิโกะ จริงๆนะ!
เมื่อสอบถามถึงเซอร์คอนจึงพบว่าถูกเก็บไว้ในศูนย์วิจัยนี่เอง และได้รับมันมาอย่างง่ายดาย ที่หมายต่อไปจึงเป็นที่ป่ายูมิล ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังหมู่บ้านเฮมดาลล์ของเหล่าเอลฟ์ เมื่อเดินข้ามสะพานที่ทอดยาวข้ามเกาะแก่งของทะเลสาปไปเรื่อยๆก็ถึงเฮมดาลล์ ในที่สุด ซึ่งคราโทสก็ยืนรออยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว
คราโทส - ....มาถึงที่นี่จนได้สินะ
รอยด์ – อะไรนะ ?! งั้นนายก็รู้วิธีรักษาโคเลทอยู่แล้วน่ะสิ !
คราโทส – แล้วยังไงล่ะ?
รอยด์ – ทำไมนายถึงช่วยพวกเรา?! ทำไมนายถึงต้องบอกเบาะแสวิธีการช่วยเธอให้ชั้นด้วย ?! แล้วทำไมนายถึงรู้ว่าอาการของโคเลทเป็นอาการเดียวกับที่เพื่อนของวีรบุรุษมิ โทสเคยเป็นน่ะ ?!
คราโทส – เธอถามเช่นนั้นแล้วจะได้อะไรหรือ?
รอยด์ – ก็....
คราโทส – ไม่มีเวลาแล้ว รีบเข้าเถอะ
เขาเดินออกไปจากหมู่บ้าน ซักครู่ทหารยามเอลฟ์ก็เดินเข้ามา
ทหาร – ที่นี่คือหมู่บ้านแห่งเอลฟ์ ห้ามฮาล์ฟเอล์ฟเข้า
โคเลท – อะไรนะคะ ?!
ทหาร – นี่เป็นมาตรการป้องกันภัยจากผู้ที่เคยนำพาหายนะมายังหมู่บ้านนี้ หากไม่อาจยอมรับได้ก็จงออกไปจากที่นี่ซะเถอะ
รีฟิล – รอยด์ พวกเราจะรออยู่ที่นี่ ฝากเธอจัดการด้วยล่ะ
รอยด์ – ครับ..........
ทั้ง 2 คนเดินออกไปรอนอกหมู่บ้าน
ทหาร – นอกจากนั้น การยกย่องให้มิโทสเป็นวีรบุรุษเป็นสิ่งต้องห้ามในหมู่บ้านg=jodyo
รอยด์ – ทำไมล่ะ?
ทหาร – พวกเราไม่จำเป็นต้องทำอธิบาย ทำตามที่บอกเถอะ
รอยด์เข้าไปพบกับผู้เฒ่าของหมู่บ้าน
ผู้เฒ่า - ....ต้นหญ้ามาน่าลีฟหรือ?
รอยด์ – ครับ พวกเราต้องใช้มัน
ผู้เฒ่า – มันเป็นต้นไม้สำคัญที่ใช้ในเวทย์ของพวกเรา จึงไม่อาจบอกใครง่ายๆได้ว่ามันขึ้นที่ไหน
รีกัล - ....ไม่มีทางอื่นเลยหรือ? หากไม่มีพืชนั้น เพื่อนของพวกเราจะตาย
ผู้เฒ่า – หมายความว่าอย่างไรหรือ?
รอยด์ – เพื่อนของเรากำลังป่วย เธอเป็น....เอ่อ....Angel Effect.....
เซรอส - ไม่ใช่ๆ Chronic Angelus…..
เพรเซีย – Chronic Angelus Crystallus Inofficium
รอยด์ – นั่นล่ะครับ
ผู้เฒ่า – อะไรนะ?!.....นั่นเป็นโรคของมาร์เทล.......เพราะอย่างนั้นคราโทสจึง....
ชีน่า – อะไรนะ? เมื่อกี้บอกว่ามาร์เทลเหรอ?
รอยด์ – แล้วที่ว่าคราโทสล่ะ? เขามาทำอะไรที่นี่ครับ?
ผู้เฒ่า - อย่ากังวลเรื่องคราโทสเลย ต้นหญ้ามาน่าลีฟนั้นโตเติบโตอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่นี่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “หุบเขาลาทีอ้อน” มันจะอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยสายหมอก จงแสดงไม้เท้าของเรานี้ให้คนเฝ้ายามและนักเล่าเรื่องดู
รอยด์ – ท่านผู้เฒ่า!
ผู้เฒ่า - ......เราไม่มีอะไรจะพูดกับพวกท่านแล้ว เหล่ามนุษย์เอย
ที่หุบเขาลาทีอ้อน บนยอดเขามีบ้านเล็กๆหลังหนึ่งอยู่ ซึ่งมีนักเล่าเรื่องชาวเอลฟ์คนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียว
นักเล่าเรื่อง - ....มนุษย์?.....กับฮาล์ฟเอล์ฟ?
รอยด์ – อ้ะ คุณคงเป็นนักเล่าเรื่องสินะครับ คุณพอจะมีต้นมาน่าลีฟให้พวกเราไหมครับ
โคเลท – ขอร้องเถอะค่ะ
นักเล่าเรื่อง – เราเห็นแล้วว่าพวกเธอมีไม้เท้าจากผู้เฒ่ามายืนยันด้วย เราเองก็อยากจะให้สิ่งที่พวกเธอต้องการ แต่ว่า....
รอยด์ – มีปัญหาอะไรหรือครับ?
นักเล่าเรื่อง – มันอยู่ในสถานที่ที่อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะไปเอามันมาได้หรือเปล่า
เซรอส – พวกเราก็มาถึงยอดเขาแล้วนะ ถึงยังไงพวกเราก็ต้องเอามันมาให้ได้ อย่างมากก็แค่ส่งรอยด์ไป~
รอยด์ – เฮ้!....
เพรเซีย – บอกพวกเราเถอะค่ะว่ามันอยู่ที่ไหน
นักเล่าเรื่อง - ....ตกลง ตามฉันมาสิ
นักเล่าเรื่องบอกว่ามาน่าลีฟจะอยู่ในถ้ำเลยจากบ้านนี้ไปอีกหน่อย เมื่อรอยด์เดินไปตามที่บอกก็พบกับถ้ำกลางน้ำตก ซึ่งมีต้นมาน่าลีฟงอกอยู่
รอยด์ – อ้ะ! ต้องเป็นต้นนั้นแน่!
ชีน่า – ง่ายกว่าที่คิดอีกนะ
รอยด์ – โคเลท! พวกเรารักษาเธอได้แน่!
โคเลท – อื้ม ขอบคุณนะ รอยด์!
แผ่นดินสั่นไหวก่อนที่เบื้องหน้าทุกคนจะมีต้นไม้กินคนยักษ์โผล่ขึ้นมาจาก พื้นดิน มันเข้าโจมตีทุกคนเพื่อป้องกันมาน่าลีฟ ซักพัก ทุกคนก็รุมกินโต๊ะมันจนตายในที่สุด
รอยด์ – อึดเหมือนกันนะเนี่ย
รีฟิล – นี่คงเป็นเหตุผลจริงๆที่เขาบอกว่า “ยุ่งยาก” สินะ
รอยด์ – แต่ยังไงพวกเราก็ได้มาแล้วล่ะ
เมื่อได้ต้นหญ้ามาน่าลีฟมา รอยด์จึงกลับไปพบนักเล่าเรื่องอีกครั้ง
นักเล่าเรื่อง – ดูเหมือนพวกเธอจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยสินะ
รอยด์ – คุณรู้ว่ามีต้นไม้ยักษ์คอยคุ้มกันมาน่าลีฟอยู่แล้วใช่ไหม?
นักเล่าเรื่อง – ถูกต้อง แต่ถึงฉันจะบอกไป สิ่งที่พวกเธอจะทำก็คงไม่เปลี่ยนแปลง ฉันรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่แรงกล้าของพวกเธอ
รอยด์ – แน่นอนล่ะ ก็เพื่อเพื่อนคนสำคัญของพวกเรานี่
โคเลท – รอยด์........
รีฟิล – แล้วก็......คุณมีชีวิตอยู่มานานหรือเปล่าคะ?
นักเล่าเรื่อง – ใช่ ฉันเป็นผู้ค่อยส่งต่อเรื่องเล่าของหมู่บ้านเอลฟ์ให้กับรุ่นต่อๆไป ที่นี่ ฉันได้บันทึกเรื่องราวต่างๆลงบนกระดาษมาน่าลีฟ
เพรเซีย – เรื่องแบบไหนหรือคะ?
นักเล่าเรื่อง – ตำนานเมื่อครั้งที่เหล่าเอลฟ์ลงมาสู่โลก และการกำเนิดของมนุษย์ , ความรุ่งเรืองของอาณาจักรบาราครัฟ, การมาถึงของเหล่าเทวทูต, พฤกษายักษ์คาราน และสงครามคาราน ....และเรื่องของวีรบุรุษมิโทส
เซรอส – เอ้ะเอ๋? เรานึกว่าวีระบุรุษมิโทสเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ซะอีก?
นักเล่าเรื่อง – ที่นี่ไม่ใช่เฮมดาลล์ ฉันอยู่ที่ก็เพื่อเล่าตำนานโดยที่ไม่ต้องถูกผูกมัดโดยธรรมเนียมของเอลฟ์
รอยด์ – แล้ววีรบุรุษมิโทสเป็นใครกันครับ? พวกเราได้ยินชื่อของเขาทุกที่ที่เราไป
โคเลท – ชื่อของเขาปรากฏในพันธะสัญญาของภูติอสูรด้วย
ชีน่า – ตำนานของมิโทสก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีรักษาอาการป่วยของโคเลทเหมือนกัน
นักเล่าเรื่อง – มิโทส......เขาเกิดในเฮมดาลล์ เขาเป็นคนนอกที่ถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านเมื่อครั้งที่สงครามคารานอุบัติขึ้น เขาและเพื่อนอีก 3 คนได้ยุติสงครามคารานเพื่อที่เขาจะได้กลับไปยังหมู่บ้านได้
รีฟิล - ........คนนอก? หมายถึงว่าเขาเป็นฮาล์ฟเอลฟ์หรือคะ?
เซรอส – มิโทสเป็นฮาลฟ์เอลฟ์?! เป็นไปไม่ได้หรอก!
นักเล่าเรื่อง – ถูกต้องแล้ว มิโทสเป็นฮาล์ฟเอลฟ์ มีเพื่อนของเขาคนเดียวที่เป็นมนุษย์ อีก 2 คนที่เหลือก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์เช่นเดียวกัน พวกเขาถูกมองว่าเป็นคนนอก แต่ก็ฟันฝ่ามันมาได้ และยุติสงครามได้ในที่สุด
รีกัล - ......แล้วทำไมชื่อของเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ล่ะ?
จีเนียส – เพราะเขาเป็นฮาลฟ์เอลฟ์น่ะสิ!
นักเล่าเรื่อง – ไม่......นั่นผิดแล้ว แต่เป็นเพราะว่ามิโทส วีรบุรุษผู้ได้รับความรักจากออริจิน เป็นวีรบุรุษผู้ไร้เกียรติด้วย
รอยด์ – วีรบุรุษผู้ไร้เกียรติ? หมายความว่ายังไงครับ?
นักเล่าเรื่อง – ผู้ซึ่งทรยศออริจิน และใช้พลังของดาบมนตราที่ออริจินมอบให้ เพื่อแบ่งโลกออกเป็นสอง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมิโทสและสหายของเขา “มิโทส อิกดราซิล” พี่สาวของเขา “มาร์เทล อิกดราซิล” และเพื่อนทั้งสอง “ยูอัน” และ “คราโทส” เทวทูตทั้ง 4 คนได้เปลี่ยนธรรมชาติของโลกนี้ และเพราะเช่นนั้น นามของพวกเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์
รอยด์ – อิกดราซิลแห่งครูซิสคือ.....วีรบุรุษ มิโทส? แล้วเพื่อนของเขาคือมาร์เทล ยูอัน กับคราโทสเหรอ? เป็นไปไม่ได้!!!
โคเลท – คุณคราโทสเป็นเพื่อนของวีรบุรุษเมื่อ 4,000 ปีก่อน หรือคะ?
รีกัล – แม้แต่เอลฟ์เองก็ไม่อาจมีอายุขัยยืนยาวเช่นนั้น
นักเล่าเรื่อง - เทวทูตสามารถใช้ทักษะในการต่อสู้แบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นระหว่างสงครามคาราน ความสามารถหนึ่งก็คือการใช้มาน่าของร่างกาย เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการเผาผลาญพลังงานและหยุดนาฬิกาแห่งชีวิตของตัวเอง นี่ทำให้พวกเขาหยุดการแก่ตัวได้ และยังทำให้สามารถอยู่ได้ยาวนานยิ่งกว่าเอลฟ์
เพรเซีย – ฉันคิดว่า......มันไม่ดีเลยที่ใครคนหนึ่งจะยืดช่วงชีวิตของตัวเองไปเกินกำหนดของเผ่าพันธุ์
รอยด์ - ....ชั้นเริ่มจะสับสนแล้วสิ เรื่องทั้งหมดมันดูไม่สมเหตุสมผลเลย
เซรอส – งั้นหรือ แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องนึงที่พวกเรารู้แน่นอน “พลังของออริจิน เกี่ยวข้องกับการแบ่งโลก” และ “ดาบมนตรา”.นั่นเป็นกุญแจสำคัญ
รีฟิล – ถูกต้อง พวกเราต้องระวังที่จะไม่ละความสนใจไปจากปัญหาที่แท้จริง จุดหมายสุดท้ายของพวกเราคือช่วยทั้งสองโลก
ชีน่า – ใช่ พวกเราไม่อาจจะควบคุมพฤกษายักษ์คารานได้ แต่ถ้าพวกเราสามารถทำให้โลกกลับสู่สภาพที่เป็นจริงได้....
รีกัล – อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็สามารถหยุดระบบที่ต้องแย่งชิงมาน่ากันเช่นนี้ได้
รอยด์ - ....ใช่ ทุกคนพูดถูกแล้ว
เซรอส+จีเนียส – มันเสียเวลาเปล่าที่จะคิดเวลาที่นายไม่มีความคิดดีๆ
รอยด์ - ........นาย 2 คนนี่ใจร้ายมากเลยนะ.....
เพรเซีย – ไปยังจุดหมายต่อไปกันเถอะค่ะ
โคเลท – ขอบคุณมากนะคะที่เล่าให้พวกเราฟัง
นักเล่าเรื่อง – ขอให้พฤกษายักษ์ปกป้องพวกเธอด้วย.....
เมื่อได้เซอร์คอน และมาน่าลีฟมาแล้ว ที่เหลือก็คือสะเก็ดมาน่าที่ต้องไปเอาจากเดริสคาราน เซรอสได้บอกว่าทา งเข้าไปยังเดริส-คารานคือหอคอยแห่งการชำระล้าง ซึ่งบนโลกเทเซอาร่าต้องใช้ครูซิสคริสตัลของเขาแทนกุญแจในการเข้าไปข้างใน ซึ่งครูซิสคริสตัลของเซรอสถูกฝากไว้กับน้องสาวของเขาที่อยู่ที่โบสถ์ใกล้ๆเห มืองทอยซ์
เซเรส – ท่านพี่-----ฉันหมายถึง.....รู้สึกว่าท่านมิโกะจะเป็นเหมือนเคยเลยนะ เอาแต่พเนจรไปๆมาๆเรื่อยๆ
เซรอส – เป็นไงเซเรส! เราต้องการครูซิสคริสตัลที่ฝากเอาไว้กับเธอ
เซเรส – ตามที่ท่านต้องการค่ะ! ถึงยังไงมันก็เป็นของมิโกะอยู่แล้ว
เซรอส – ใช่เลย
เซเรส – ตอนนี้ ถ้าท่านมิโกะหมดธุระแล้ว ฉันคงต้องขอให้ท่านออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
เซรอส – ก็ได้ๆ ดูเหมือนว่าเราจะไม่โด่งดังเหมือนเคยเลยนะ....แย่จริงๆ...
เขาเดินหันหลังไปนิดหน่อย
เซเรส – อ้ะ เดี๋ยวก่อน ท่านพี่-----
เซรอส – หืม? มีอะไรหรือ น้องสาวผู้น่ารักของเรา
เซเรส - .......ไม่มีอะไรค่ะ
เซรอส – โอ? งั้นก็ได้
เซรอสเดินจากไป
เซเรส - รักษาตัวนะคะ....
รอยด์ – เขาไม่ยินเธอหรอกนะ รู้ไหม?
เซเรส – ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ! เพราะงั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าท่านพี่จะได้ยินฉันหรือเปล่า
จีเนียส – อะฮ้า คุณเรียกเขาว่า”ท่านพี่” แล้ว
เซเรส - .....มะ...ไม่ใช่นะ! ฉันไม่มีทางมีพี่ชายแบบนั้นหรอก รีบๆกลับไปซะเถอะ!
เซรอส – ว่าไงล่ะ? คิดไหมว่าเรานี่เป็นที่รักมากเลย
รอยด์ – เธอดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่จริงๆ
เซรอส – อย่าพูดแบบนั้นเลย เธอมักป่วยเสมอๆมาตั้งแต่เด็ก แล้วแม่ของเธอ.......ไม่มีอะไรหรอก
โคเลท – ตอนที่คุณออกมา เธอพูดว่า “รักษาตัวนะคะ” ด้วย
เซรอส - .....โอ......ยังไงก็เถอะ พวกเราก็พร้อมแล้วนี่ ไปที่หอคอยแห่งการชำระล้างกันเถอะ
~ หอคอยแห่งการชำระล้าง ~
เมื่อเซรอสเดินเข้าไปใกล้ๆหอคอยและยกครูซิสคริสตัลขึ้น บันไดแสงก็ปรากฏเป็นทางนำขึ้นไปถึงหอคอย
โคเลท – พอมาที่นี่แล้วทำให้ฉันนึกถึงการเดินทางเพื่อฟื้นฟูโลกของฉันเลย
รอยด์ – แต่ครั้งนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อรักษาโรคของเธอ
รีฟิล – ฉันอยากรู้จริงๆว่าการออกแบบภายในของหอคอยแห่งการชำระล้างของเทเซอาร่าจะเป็นอย่างไร เอาล่ะ เซรอส! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!
เซรอส – คุณครูรีฟิลรู้ไหม....บางทีคุณก็ทำให้เรากลัวได้เหมือนกันนะ
เขาวางมือลงบนศิลาพยากรณ์ และกำแพงที่ดูตันก็กลายเป็นทางเข้าหอคอยให้เห็น
เซรอส – โอ้วเยี่ยม! ดูสิๆ ถึงเวลาที่เราจะส่องประกายแล้ว! เราดูเหมือนมิโกะขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ?
รอยด์ – เออๆๆ ไปกันเถอะ
เซรอส – ฮี่ๆๆๆ รับทราบ
รีกัล – นั่นเป็นเสียงหัวเราะที่น่ารำคาญจริงๆ....
เพรเซีย – คุณเซรอส...... มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?
เซรอส – อะไรนะ?
เพรเซีย – คุณดู.......มากกว่าปกติ
ชีน่า – ดูน่าสงสัยมากกว่าปกติหรือ? หมอนี่ก็เป็นแบบนี้ตลอดล่ะ อย่าสนใจเลย
เซรอส – ฮี่ๆๆๆๆๆ..................เธอนี่ความรู้สึกไวจริงๆนะ.....
ทุกคนวิ่งเข้าไปภายใน ผ่านทางที่ทอดยาวและมีโลงศพมากมายเวียนวนอยู่เบื้องล่างเช่นเดียวกับที่ซิลวาแลนด์
เซรอส – อุ....
รีกัล – น่าตกใจจริงๆ....
เพรเซีย – เป็นสถานที่ที่น่าเศร้าจริงๆนะคะ....
ทั้ง 3 คน มองโลงศพมากมายเบื้องล่างอย่างตกตะลึง
ชีน่า – เดี๋ยวก่อนสิ.......ที่นี่ใช่เทเซอาร่าแน่เหรอ?
จีเนียส – ใช่....! มันดูเหมือนหอคอยแห่งการชำระล้างของซิลวาแลนด์เลย!
โคเลท – ร่างกายของฉัน......มันสั่นไม่ยอมหยุดเลย! มันคือสถานที่เดียวกัน!
รอยด์ – เป็นไปไม่ได้!
รีฟิล – รอยด์ จำนี่ได้ไหม
รีฟิลยืนอยู่หน้าเสาที่หักเหลือเหียงครึ่งต้น
รอยด์ – นั่นมัน.......เดี๋ยวก่อนสิ! ผมเป็นคนชนมันพังเอง!
เขานึกไปถึงตอนเจออิกดราซิลครั้งแรก และถูกพลังของดาบอัดกระแทกมาชนเสาต้นนี้จนพัง ร่างของคราโทสปรากฏขึ้นมาจากบริเวณที่ดาบเล่มนั้นปักอยู่
คราโทส – ทั้ง 2 โลกถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ แน่นอน มันคือที่เดียวกัน
รอยด์ – คราโทส.....นายอีกแล้ว.... นายเป็นใครกันแน่!? นายเป็นหนึ่งในสหายของมิโทสเมื่อ 4,000 ปีก่อน จริงเหรอ?
คราโทส - .....ดีจริง ในเมื่อเธอรู้เรื่องนั้นแล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอีก เราจะพาตัวมิโกะไปในฐานะร่างกายใหม่ของมาร์เทล
รอยด์ – นายจะพยายามทำแบบนั้นอีกเหรอ?! นายตั้งใจจะคืนชีวิตให้มาร์เทล แลกกับการละทิ้งทั้งโลกไปเพื่อกระบวนการนั้นเหรอ?!
คราโทส – เราไม่จำเป็นต้องอธิบาย
เขาชักดาบเพลิงของเขาออกมา
รอยด์ - .....ในที่สุดนายก็เป็นศัตรูจริงๆสินะ ชั้นพยายามคิด...และหวังว่านายอาจจะเป็นคนดี...แต่ก็ไม่!
คราโทส – เราคิดว่าถึงจุดนี้แล้วก็คงชัดเจนแล้วสินะ
รอยด์ – อย่าออมมือก็แล้วกัน ครั้งนี้น่ะ!
การต่อสู้ครั้งที่ 2 กับคราโทสดำเนินไปซักพัก ทหารเทพก็ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมทุกคนไว้
คราโทส – เราแนะนำไม่ให้ขัดขืน เพราะครั้งนี้จะไม่มีการปราณีอีกแล้ว
ทุกคนถูกพาขึ้นเครื่องขนย้าย ซึ่งยกระดับลอยสูงขึ้นไปเหนือพื้นโลก และถูกพาตัวเข้าห้องขังบนเดริส-คาราน แยกกลุ่มชาย-หญิง
รอยด์ - .......ยังมีชีวิตรอดอีกแฮะ พวกเรา
เซรอส – ดูเหมือนพวกเราจะมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกนั้นจะเตรียมการรักษาโคเลทได้เสร็จ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไร้ประโยชน์กับสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้
จีเนียส – บางทีพวกเราอาจจะถูกหลอกก็ได้ เขาหลอกให้พวกเรารวบรวมวัตถุดิบมาเพื่อรักษาโคเลท แล้วให้พวกเราพาเธอมาที่นี่.....ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประหยัดเวลากับความ พยายามไปมาก
รอยด์ – คราโทสหลอกใช้พวกเราเหรอ?.....เขาหักหลังเราอีกแล้วเหรอ?
เซรอส – รอยด์.....
รีกัล – เรารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับโคเลทและคนอื่นๆ
รอยด์ – ชั้นอยากรู้จริงๆว่าทำไมชั้นถึงถูกจับบ่อยๆ แล้วก็ถูกโยนมาเข้าคุกแบบนี้ตลอดเลย!
เซรอส – นายแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้ทำอะไรที่สมควรจะเข้ามาอยู่ในนี้น่ะ?
รีกัล – พวกเราน่าจะดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่
รอยด์ – ก็....ใช่...... แต่บ้าจริงๆ กรงนี่มันแข็งยิ่งกว่าหินซะอีก! แล้วชั้นยังสะเดาะกลอนไม่ได้เลย!
เสียงชีน่าดังมาจากห้องขังข้างๆ
ชีน่า – ทางนี้ก็เหมือนกัน มันไม่กระเทือนเลยล่ะ
รอยด์ – เพรเซียหรือโคเลททลายมันได้ไหม?
โคเลท – ไม่ไหวล่ะ....
เพรเซีย – ฉันขอโทษค่ะที่ช่วยอะไรไม่ได้....
รอยด์ – งั้นพวกเราก็ถูกจับจริงๆสินะ
รีกัล - ...........ถอยไป....
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกรง ยกมือขึ้นระดับอก และปล่อยคลื่นพลังรุนแรงจนกรงขังกระจุยในพริบตา!
จีเนียส – ว.....ว้าว!
เมื่อเดินไปช่วยกลุ่มผู้หญิงที่ขังอยู่ใกล้ๆแล้ว รอยด์ก็ต้องถามด้วยความตะลึง
รอยด์ – นายทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ ?!
รีกัล – จริงๆแล้ว เราเชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยมือ ไม่ใช่ขา และเพราะเอกซ์เฟียร์จะช่วยยกระดับความสามารถของผู้ใช้ไปไกลเกินกว่าขีดจำกัด สูงสุด การทำได้เช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าจะคาดได้อยู่แล้ว
เซรอส – แล้วทำไมนายถึงไม่สู้ด้วยมือไปเลยล่ะ
รีกัล - ....เราสาบานไว้แล้วว่าจะไม่สู้ด้วยมือนี้อีก ครั้งนี้ เราใช้มันเพื่อช่วยเธอ รอยด์ เธอจะรวมโลกทั้งสอง และช่วยโคเลท ใช่ไหม?
รอยด์ – ใช่.....เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ!
พวกรอยด์หลบหนีออกมาจากบริเวณที่กักขัง และเข้าสู่ “เมืองศักดิ์สิทธิ์ เวลไกอา” ที่มีเหล่าเทวทูตอาศัยอยู่เต็มไปหมด
รอยด์ – ว้าว! ทุกคนเป็นเทวทูตกันทั้งหมดเลยนี่! ถ้าไปเรื่อยๆแบบนี้พวกเราคงโดนจับอีกแน่
รีฟิล – นั่นสินะ พวกเราคงต้องแสร้งตัวว่าเป็นนักโทษของโคเลท ถ้าเป็นเธอคงไม่เป็นอะไร เพราะเธอก็เป็นเทวทูตเช่นกัน
รอยด์ - ....ตกลงครับ
โคเลทลองพูดคุยกับเทวทูตคนอื่นๆ และได้รู้ว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ ได้อยู่ในรูปลักษณ์ของเทวทูต นอกจากผู้นำของพวกเขาแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นคือเมื่อ 800 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ภาชนะของมาร์เทลคนสุดท้ายสามารถมาถึงที่นี่ได้ และรอยด์ยังได้เดินเข้าไปในตึกที่น่าจะเป็นที่เก็บสะเก็ดมาน่าอีกด้วย
โคเลท – สวัสดีค่ะ ฉันขอสะเก็ดมาน่าได้ไหมคะ?
ทหาร – สะเก็ดมาน่านั้นไม่ถูกแจกจ่ายให้ใครอีกแล้ว กลับไปเขตของท่านซะ
รอยด์ – จะไม่ให้พวกเราซักอันเลยเหรอ?
ทหาร – มนุษย์หรือ?
รีฟิล – พวกนี้เป็นตัวอย่างทดลองในการวิจัยครูซิสคริสตัล
ทหาร – การวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์หรือ? งั้นหรือ เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว เราก็เคยได้ยินว่ามีการวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์อยู่
รีฟิล – ถูกต้องแล้วค่ะ และพวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าเพื่อการนั้น
ทหาร – รับทราบ เช่นนั้นจงแสดงใบอนุญาตของท่านมา
เซรอส – ต้องใช้ด้วยหรือ?
ทหาร – แน่นอน
ที่จอภาพใกล้ๆกันนั้น ปรากฏร่างของคราโทสขึ้นมา
ทหาร – ท่านคราโทส!
คราโทส – พวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าในการทำพิธีกับมิโกะ เราได้ส่งคนไปรับของแล้ว
ทหาร – รับทราบครับ
การสื่อสารกับคราโทสถูกตัดลง
รอยด์ – นั่นล่ะๆ พวกเราเอง
ทหาร – พวกท่านจะบอกว่าเป็นผู้รับของของท่านคราโทสหรือ?
รอยด์ – ก็.....ใช่!
รีฟิล – เงียบซะ เจ้ามนุษย์
โคเลท – พวกเรามากับคุณคราโทสค่ะ
ทหาร – แต่เมื่อซักครู่นี้ ท่านบอกว่าจะนำไปใช้ในการวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์.....
รีฟิล – ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่ามันต้องใช้ในพิธีกรรมด้วย พวกเราจึงมารับมัน รีบเข้าเถอะ
ทหาร – แต่...หากไม่มีใบอนุญาต.....นอกจากนั้น พวกท่านดูเหมือนจะเป็นระดับดีไซแอนท์ และมีมนุษย์อยู่ด้วย....
รอยด์ – ระหว่างที่นายเอาแต่จู้จี้เรื่องเล็กๆน้อยๆ นายกำลังทำให้ท่านอิกดราซิลรอนานขึ้นอีก อยากให้ท่านโกรธหรือ?
จีเนียส – ใช่แล้ว ท่านอิกดราซิลน่ะน่ากลัวมากนะถ้าไปขัดใจท่าน
ทหาร – อ่ะ......รับทราบ ส่งไปให้ถึงมือล่ะ!
เขาบินขึ้นไปเอาสะเก็ดมานลงมามอบให้ เมื่อได้รับมาแล้วรอยด์จึงหาทางหนีกลับพื้นโลก และได้พบกับเครื่องขนย้ายขนาดใหญ่
ผู้คุม – หยุดก่อน แสดงใบอนุญาตของท่านมาด้วย
รอยด์ – โอย ใบอนุญาตอีกแล้วเหรอ!
ผู้คุม แก....มนุษย์นี่!
รีฟิล – เขากำลังถูกขนส่งไปเพื่อทำการทดลอง ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ทุกคนถอยออกมาจากบริเวณนั้นและหันมาปรึกษากัน
โคเลท – พวกเราไม่มีใบอนุญาติเลยนะ
จีเนียส – แล้วจะกลับไปที่พื้นโลกได้ยังไงล่ะ?
เซรอส – คงไม่ได้มีแค่เครื่องขนย้ายนั่นอย่างเดียวหรอก เพราะถ้ามันพังขึ้นมาก็คงจะลำบาก
รีฟิล – ใช่ ลองไปหาดูกันเถอะ
เมื่อเดินค้นหาในเมือง รีฟิลก็พบเครื่องจักรหนึ่งเรียงรายอยู่ที่ส่วนในของเมือง
รีฟิล – นี่น่าจะเป็นฐานข้อมูลของเมืองนะ
รอยด์ – อาจารย์พอจะใช้มันได้ไหมครับ?
รีฟิล – จะลองดูนะ.........ได้แล้ว เท่านี้เราก็หาข้อมูลจากที่นี่ได้ล่ะ
[เดริส-คาราน] - เดริส-คารานถูกคุ้มครองโดยสนามพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจาก “อีเทอร์นอลซอร์ด” หากสนามพลังงานนี้ถูกปลดลง เดริส-คารานก็จะหลุดออกจากสนามแรงโน้มถ่วงของโลก และจะลอยกลับเข้าสู่อวกาศในฐานะอุกกาบาตอีกครั้ง
[แผนการยืดชีวิตโลก] – โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 เพื่อลดอัตราการสูญของมาน่าลงให้ต่ำที่สุด และเพื่อรักษาโลกและเมล็ดของพฤกษายักษ์เอาไว้ นอกจากนั้น การใช้ภูติอสูรให้คอยดูแลกระแสเชื่อมโยงมาน่า และจำกัดการไหลเวียนมาน่า ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ความรุ่งเรืองที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดการพัฒนาเวทยาการ ซึ่งทำให้เกิดสงครามที่ไร้ความหมาย แผนการยืดชีวิตโลกที่เริ่มขึ้นโดยท่านผู้นำอิกดราซิล เป็นแผนที่โดดเด่นในการรักษาโลกเอาไว้
[ดาบแห่งนิรันดร์] – ดาบมนตราซึ่งถูกมอบให้แก่ท่านผู้นำอิกดราซิล เมื่อครั้งที่ท่านสร้างพันธะสัญญากับออริจิน พลังของมันสามารถควบคุมเวลาและมิติอวกาศ กล่าวกันว่ามันเป็นแหล่งพลังงานของท่านอิกดราซิล และทำให้ท่านสามารถแบ่งโลกเป็น 2 ได้ด้วยพลังของอีเทอร์นอลซอร์ดนี้ หากดาบนี้สูญไป พลังของท่านอิกดราซิลก็จะลดต่ำลง และเวลไกอาก็ต้องพบกับหายนะเช่นกัน
เมื่อเก็บข้อมูลมาได้ รอยด์ก็ค้นหาต่อจนพบกับจุดเคลื่อนย้ายเล็กๆที่หนึ่ง
โคเลท – ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินนะ
รอยด์ – งั้นก็รีบไปก่อนจะมีใครมาเห็นเถอะ
รีกัล - ......ไม่ ดูเหมือนพวกเขาจะเจอพวกเราแล้ว
ด้านหลังทุกคน กลุ่มทหารเทวทูตจำนวนหนึ่งกำลังบินเข้ามาใกล้ โดยมีคนนำทางมาคือทหารที่พวกรอยด์ไปหลอกเอาสะเก็ดมาน่ามานั่นเอง
ทหาร – พวกนั้นล่ะ!
ทหาร – แกเองรึที่ทำตัวว่าทำงานให้ท่านอิกดราซิล!
ทหาร – นั่นมันมิโกะนี่! มิโกะแห่งมาน่าหลบหนีออกมาแล้ว!
รอยด์ – บ้าจริง! รีบไปกันเถอะ!
ทุกคนรีบวิ่งเข้าจุดเคลื่อนย้ายไป
ทหาร – เราจะตามพวกมันไป แกไปรายงานท่านอิกดราซิลด้วย
ทหาร – รับทราบ
รอยด์หนีผ่านลิฟต์หลักลงสู่หอคอยแห่งการชำระล้างซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่ โดนจับไปครั้งแรก เมื่อรอยด์เดินลงมาก็สังเกตุเห็นดาบที่ปักอยู่บนวงมนตรานั้น
รอยด์ – นี่มันดาบที่อิกดราซิลใช้โจมตีชั้น....
รีฟิล – นี่อาจจะเป็น...อีเทอร์นอลซอร์ดหรือเปล่า
เซรอส – ฮะๆ ไม่ล่ะมั้ง ไม่มีใครยอมทิ้งของสำคัญขนาดนั้นไว้ในที่แบบนี้หรอก
รอยด์ – งั้นลองเอามันกลับไปเฮมดาลล์แล้วให้ผู้เฒ่าเอลฟ์ดูดีไหมล่ะ?
จีเนียส – ไม่เลวนะ ทำแบบนั้นพวกเราคงมั่นใจได้
รอยด์หันกลับไปเตรียมจะดึงดาบออกมา เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมา
“ท่านไม่มีคุณสมบัติ”
เมื่อเขาเดินเข้าไปก็โดนดีดออกมาเหมือนมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นอยู่!
รอยด์ – โอ้ย! อะไรน่ะ ?!
อิกดราซิล – เสียเวลาเปล่าจริงๆ
บนลานพิธีกรรมนั้น ผู้นำแห่งครซิสก็ปรากฏตัวขึ้น!
รอยด์ - ....อิกดราซิล!
อิกดราซิล – ผู้ไม่มีคุณสมบัติ ย่อมไม่สามารถแตะต้องอีเทอร์นอลซอร์ดได้
รอยด์ – คุณสมบัติเหรอ?
ชีน่า – เขาคงพูดถึงพันธะสัญญากับออริจิน! นั่นเป็นดาบที่ออริจินมอบให้เขานี่!
อิกดราซิล – ฮ่าๆๆๆๆ พวกเจ้านี่ช่างน่าสมเพชเสียจริง หึ มันไม่จำเป็นหรอก เวลานี้ออริจินอยู่ใต้การผนึกของคราโทส ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าก็ไม่สามารถใช้ดาบนั้นได้หรอก และหากไม่มีพลังของอีเทอร์นอลซอร์ด เจ้าก็ไม่สามารถรวมโลกให้เป็นหนึ่งได้ การเดินทางของเจ้า เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์
รอยด์ – ไร้ประโยชน์เหรอ? แกน่ะล่ะ ที่พยายามอย่างไร้ประโยชน์ที่จะนำคนที่ตายไปแล้วกลับคืนมา! แล้วนอกจากนั้น การแบ่งโลกออกเป็นสองมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นด้วยล่ะ ?!
อิกดราซิล - ........โลกนี้ยังคงอยู่ได้เพราะมันถูกแยกออกจากกัน
รอยด์ – ไม่!เป็นเพราะการถูกแบ่งเป็นสองโลก มาน่าจึงมีไม่เพียงพอ แล้วคนมากมายก็ต้องทุกข์ทรมาน!
อิกดราซิล – ลองคิดซักหน่อยสิ ทำไมถึงเกิดการขาดแคลนมาน่า? คิดว่าอย่างไรล่ะ สหายตัวน้อยของเรา
จีเนียส – ฉันเหรอ?.......เอ่อ เพราะการพัฒนาเวทยาการ ส่งผลให้เกิดการใช้มาน่าอย่างมหาศาล?
อิกดราซิล – ถูกต้อง.....และเวทยาการก็นำไปสู่มหาสงคราม สงครามใช้มาน่าไปอย่างไม่ยั้งคิด
รอยด์ – อย่าทำมาเปลี่ยนเรื่องเลย มาน่าขาดแคลนขึ้นก็เพราะแกไม่ยอมให้ Great Seed ผลิใบออกมา
อิกดราซิล – เราไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ถึงแม้พฤกษายักษ์จะถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกก็ตาม สงครามก็จะทำให้มันเหี่ยวเฉาและตายลงไปอีก สงครามเกิดขึ้นเพราะอำนาจที่ขัดแย้งกัน เพราะเหตุนั้นเราจึงแบ่งโลกออกเป็นสอง ก็เพื่อแบ่งแยกขั้วอำนาจที่ทำให้เกิดสงครามคาราน แยกออกเป็นซิลวาแลนด์และเทเซอาร่า
รีฟิล – เพราะมีการสลับระหว่างความรุ่งเรืองและความตกต่ำ การพัฒนาเวทยาการจึงหยุดชะงัก....แผนของคุณเป็นแบบนี้นี่เอง
อิกดราซิล – แต่กระนั้น เทเซอาร่าก็เจริญรุ่งเรืองมานานเกินไปแล้ว
รอยด์ – แกโกหก แกแค่ยอมสละ Great Seed เพื่อช่วยมาร์เทลเท่านั้น!
อิกดราซิล – ถูกต้อง เหมือนกับที่เจ้ายอมละทิ้งแผ่นดินซิลวาแลนด์ที่เสื่อมโทรม เพื่อช่วยโคเลท
โคเลท - ....นั่น.....
อิกดราซิล – สิ่งที่เจ้าทำก็เช่นเดียวกับเรา
รอยด์ – ไม่ใช่!
อิกดราซิล – มันเป็นเช่นนั้น
จีเนียส – ไม่ใช่หรอก! รอยด์ไม่เหมือนนาย!
อิกดราซิล – อะไรนะ?.....
จีเนียส – รอยด์กำลังหาหนทางที่จะช่วยโคเลทและทั้งสองโลก! นายน่ะเป็นคนขี้ขลาดที่ยอมแพ้ซะก่อน!
อิกดราซิล – มันเป็นสิ่งเดียวกัน เรากำลังพยายามสร้างโลกที่ไม่มีความขัดแย้ง นั่นเป็นหนทางที่จะช่วยโลก
รอยด์ – โลกที่ไม่มีความขัดแย้ง?......นั้นมัน.....
อิกดราซิล – ผู้คนหวาดกลัวและเกลียดชังสิ่งที่ไม่ปกติ พวกเขากลัวคนที่ไม่เหมือนพวกเขา ดังนั้นทางแก้ก็คือการทำให้ทุกคนกลายมาเป็นเหมือนกัน โดยใช้เอกซเฟียร์เพื่อกำจัดความแตกต่างระหว่างสายเลือดที่ไหลเวียน ระหว่างเอลฟ์และมนุษย์ ทุกคนบนโลกนี้จะกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิตเช่นเดียวกันหมด ความขัดแย้งก็จะหายไป และนั่นคือยุคใหม่ที่เราไขว่คว้า
จีเนียส – ทุกคน....เหมือนกัน......
อิกดราซิล – ถูกต้อง ทั้งดีไซแอนท์แลครูซิส มีอยู่เพื่อการนั้น ความรุนแรงระหว่างเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากความขัดแย้งก็จะหายไปด้วย จีเนียส
จีเนียส - .....ผู้คนจะหยุดทำเหมือนพวกเราแตกต่างออกไป.....จริงเหรอ?
รอยด์ – จีเนียส! อย่าไปหลงกลเขานะ! คิดสิว่าเอกซ์เฟียร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไง! มันถูกสร้างขึ้นมาจากชีวิตของผุ้คน เหมือนป้ามาร์เบิ้ล! นายไม่เห็นเหรอว่ามันผิดยังไง ?!
อิกดราซิล - .....การปฏิวัติย่อมต้องแลกมาด้วยการเสียสละ หากเจ้าไม่สามารถยอมรับมันได้ เจ้าก็สมควรตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ
ร่างของอิกดราซิลมาปรากฏตัวห่างจากรอยด์ไม่กี่ก้าวในพริบตา
อิกดราซิล – แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องส่งตัวมิโกะมา
รอยด์ – ไม่มีทางหรอก!
อิกดราซิล – เจ้าไม่มีทางเลือกหรอก เราจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความหมายที่แท้จริงของพลัง!
ทุกคนสู้กับอิกดราซิลอย่างเต็มที่ แต่ซักพัก โคเลทก็ทรุดตัวลง!
รอยด์ – โคเลท!
จีเนียส – ตอนนี้ล่ะ!
เขาใช้โอกาสที่อิกดราซิลกำลังมองโคเลทอยู่ ยิงเวทย์ใส่เขาไปเต็มๆ! ใกล้ๆกันนั้น ร่างของโพรนีม่าก็ปรากฏออกมา
โพรนีม่า – ท่านอิกดราซิล! เจ้าหนอนต่ำต้อยนี่! ถึงเจ้าจะเป็นพวกเดียวกับเรา แต่เจ้าต้องชดใช้กับความโอหังนี้!
เธอรวมพลังแห่งความมืดเอาไว้หนาแน่น แล้วปล่อยออกมาโจมตีจีเนียสโดยไม่ทันตั้งตัว! และโดยไม่คาดคิด อิกดราซิลกลับผลักจีเนียสออกไปและรับการโจมตีนั้นแทน!
จีเนียส – ทำ.....ทำไม?!
โพรนีม่า – ท่าน....ท่านอิกดราซิล!
อิกดราซิล – โพรนีม่า! ทำไมเจ้ามาที่นี่?
โพรนีม่า – ท่านคะ.....เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น.....ได้มีความเคลื่อนไหวใหม่แล้ว....
อิกดราซิล – .......เข้าใจแล้ว จงจำไว้เถอะ ว่ามันไม่ได้มีหนทางที่จะช่วยทุกคนได้เสมอไป รอยด์ หนทางที่เจ้าตามหา ไม่มีอะไรไปมากกว่าภาพหลอนหรอก
อิกดราซิลหันมามองจีเนียสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไปพร้อมโพรนีม่า
รอยด์ – ทำไมหมอนั่นยอมปล่อยพวกเรานะ?
จีเนียสยืนคิดอย่างไม่เข้าใจสิ่งทีเกิดขึ้นอยู่ซักพัก ก่อนจะเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่บนพื้น เมื่อเขาเก็บขึ้นมาดู....
จีเนียส - ....เป็นไปไม่ได้......เป็นไปไม่ได้หรอก
เพรเซีย – มีอะไรหรือ จีเนียส?
จีเนียส - ....ไม่มีอะไรครับ
รีฟิล – รอยด์ พวกเราต้องรีบรักษาโคเลทให้เร็วที่สุด
รอยด์ – นั่นสิครับ ตอนนี้กลับกันก่อนเถอะ
ตอนต่อไป!
วัตถุดิบในการรักษาโคเลทมีครบแล้ว ที่เหลือก็มีเพียงรอให้อัลเทสต้าสร้างรูนเครสเพื่อรักษาเธอ แต่ในคืนนั้น เหตุการณ์พลิกผันครั้งใหญ่หลวงก็เกิดขึ้น ?! กับความจริงของคราโทส และตัวตนของอิกดราซิล!
Lv – 83
Play time : 78.11
Now saving…….done
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:27 pm----------
บทที่ 14 – วีรบุรุษไร้เกียรติ, เดริส-คาราน และเวลไกอา
ระหว่างทาง ทุกคนได้ไปหามิโทสที่บ้านอัลเทสต้า
มิโทส - กลับมาแล้วเหรอครับ ทุกคน?
จีเนียส – มิโทส....นี่...
มิโทส - ? นี่มันอะไรหรือครับ?
รอยด์ - ขลุ่ยที่สร้างจากผลของต้นรินกะน่ะ
จีเนียส – พวกผมอยากให้นายรับเอาไว้
มิโทส – แต่ว่า.....
รอยด์ – เป็นความผิดของพวกเราเอง ทำให้ของดูต่างหน้าพี่สาวนายพังไป
มิโทส - ....ขอบคุณครับ!
จีเนียส – มันอาจจะไม่เหมือนขลุ่ยของพี่สาวนายนะ.....
มิโทส – ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่ความรู้สึกของเธอก็พอแล้วล่ะ ผมดีใจมาก ผมหมายถึงว่าต้นรินกะน่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วแท้ๆ.....
รอยด์ – นายนี่รู้เรื่องอะไรเยอะเหมือนกันนะ มิโทส แม้แต่เรื่องต้นรินกะนายก็รู้ด้วย
จีเนียส – ใช่ จริงๆนะ ผมเคยหวังให้นายไปกับพวกเราแทนรอยด์จริงๆ
รอยด์ - ....เฮ้ หมายความว่าไงน่ะ
มิโทส – ฮะๆๆๆ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมจะช่วยได้ก็บอกนะครับ
บนโต๊ะที่มิโทสยืนอยู่ใกล้ๆ มีหินสีแดงส่งประกายวางอยู่
เพรเซีย - ........
ทาบาธ่า – มีอะไรหรือคะ คุณเพรเซีย?
เพรเซีย – เอกซ์เฟียร์นี้มัน.....
ทาบาธ่า – ค่ะ...เด็กคนนี้กำลังป่วย
รอยด์ – ป่วย? เอกซ์เฟียร์เนี่ยนะครับ?
ทาบาธ่า – ค่ะ ที่เทเซอาร่านี้ ทุกคนจะติดเอกซ์เฟียร์เข้ากับเครื่องจักร แล้วบางครั้งมันก็เกิดอาการผิดปกติขึ้น แล้วทุกคนก็โยนมันทิ้งไป
เพรเซีย – ผิดปกติ........
ทาบาธ่า – น่าสงสารนะคะ
รอยด์ – งั้นหรือ...นั่นสินะ ถึงยังไงเจ้าพวกนี้ก็มีชีวิตเหมือนกัน
เพรเซีย – น่าสงสาร?......เพราะหินก้อนเล็กๆนี้ทำให้ผู้คนต้องทรมาน ชีวิตมากมายต้องสูญเสียเพื่อสร้างมัน แล้วคุณยังสงสารมันอีกหรือคะ?.....
รอยด์ – ก็.....
ทาบาธ่า – คุณเพรเซีย.........คุณช่วยไปที่เมืองทอยซ์กับฉันหน่อยได้ไหมคะ?
เพรเซีย – ที่เหมืองหรือคะ?
เธอหันไปมองรีกัล
รีกัล – เราไม่ว่าอะไรหรอก หากเธอมีธุระที่นั่น เราจะอนุญาตให้เธอเข้าไปได้
รอยด์ – แล้วพวกเราจำทำยังไงกับแรร์เบิรด์สำหรับคุณทาบาธ่าล่ะ? เธอไม่ได้ตัวเล็กแบบมิโทสที่จะนั่งไปกับคนอื่นได้นะ
รีกัล – ถ้าเช่นนั้น เราจะรอที่นี่เอง
รอยด์ – ตกลง งั้นไปกันเถอะ
~ เหมืองทอยซ์ ~
เพรเซีย – พวกเรา....มาทำอะไรที่นี่หรือคะ?
ทาบาธ่า – เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ ไปยังสถานที่ที่พวกคุณจะสามารถได้ยินเสียงของเอกซ์เฟียร์
~ ทางน้ำตกภายในเหมือง~
เพรเซีย – ที่นี่หรือคะ?
ทาบาธ่า – ค่ะ คุณจะได้ยินเสียงกระซิบของเหล่าเอกซ์เฟียร์
เพรเซีย - ....ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย
ทาบาธ่า – อยู่เงียบๆ และฟังอย่างตั้งใจค่ะ
เมื่ออยู่กลางความมืดมิดและเงียบงัน ก็เหมือนจะเห็นแสงจางๆส่งออกมาจากสินแร่เอกซ์เฟียร์ที่ฝังกระจายอยู่รอบถ้ำ
ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์และฉันต่างก็เป็นสิ่งที่เหมือนกัน พวกเราเป็นสิ่งไร้ชีวิต
เพรเซีย – คุณเป็นเหมือนกับเอกซ์เฟียร์หรือ?
ทาบาธ่า – เอกซ์เฟียร์ก็มีความรู้สึกเช่นกัน มันจะรู้สึกอ้างว้างได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น มันจึงพยายามที่จะอยู่ด้วยกันกับใครซักคน ความอ้างว้างของมันจึงดูดซึมชีวิตมนุษย์
เพรเซีย - อ้างว้าง......เอกซ์เฟียร์ก็อ้างว้างโดดเดี่ยว...เหมือนกับฉัน
ทาบาธ่า – ค่ะ และพวกเขาพยายามหาเพื่อน เช่นเดียวกับที่คุณกำลังทำอยู่
รอยด์ – ใช่ แล้วมนุษย์อย่างพวกเราก็เป็นคนขุดพวกมันขึ้นมา และใช้มันเพื่อจุดประสงค์ของพวกเราเอง
เพรเซีย – พวกเราเป็นคนใช้วิถีชีวิตของมัน และทำให้พวกมันอ้างว้างมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ทาบาธ่า – ฉันทราบค่ะ ว่าพวกเขาทำให้คุณต้องทรมาน แต่ได้โปรดเถอะ อย่าเกลียดพวกเขาเลย เอกซ์เฟียร์ก็มีชีวิตเหมือนกัน
เพรเซีย – ค่ะ...ฉันจะคิดเรื่องนี้ดู....เกี่ยวกับความอ้างว้าง...และความเกลียดชัง
รอยด์ – ใช่ แค่การเอาความเกลียดชังมาปะทะกับอีกความเกลียดชัง มันไม่ช่วยแก้อะไรได้เลย
ทาบาธ่า – ค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือ....การเข้าใจอีกฝ่าย
เพรเซีย - ........ขอบคุณค่ะ คุณทาบาธ่า
ทาบาธ่า – ไม่เป็นไรค่ะ คุณเพรเซีย เหล่าเอกซ์เฟียร์ก็ดีใจเหมือนกันที่คุณเริ่มเข้าใจพวกเขาแล้ว
เมื่อกลับมาที่บ้านอัลเทสต้า รีฟิลก็ล้มฟุบลงอย่างกระทันหัน
จีเนียส – พี่!
มิโทส – คุณรีฟิล!
รอยด์ – ไข้ขึ้นสูงมากเลย......
จีเนียส – ทำไมจู่ๆถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
มิโทส – พักนี้มีไวรัสร้ายแรงระบาดอยู่ครับ อาจจะเป็นเพราะมัน.....
รีฟิล – ฉันขอโทษนะ....มันไม่หนักหนาหรอก....
มิโทส – ไม่ครับ คุณจะละเลยมันไม่ได้ot
อัลเทสต้า – พาเธอไปที่เตียงเถอะ แล้วค่อยเรียกหมอมา....
ชีน่า – หมอที่ชั้นรู้จักอยู่ที่ฟลานูล....
เซรอส – ส่วนที่เรารู้จักอยู่ที่เมลโตกิโอ
โคเลท – งั้นก็แยกกันไปพบทั้ง 2 คนเลยเถอะค่ะ
รอยด์ – ตกลง งั้นก็------
เซรอส – เพรเซียจังกับโคเลทจังกับเราจะไปเมลโตกิโอนะ
ทั้ง 3 คนวิ่งออกไปก่อน
ชีน่า – เลือกไปแต่ผู้หญิงนี่หน่า.....ไปกันเถอะ รีกัล
รีกัล – ตกลง
ทั้ง 2 คนวิ่งออกไปด้วย
รอยด์ - ......ชั้นถูกทิ้งแล้วแฮะ
อัลเทสต้า – ฉันก็ว่าแบบนั้น
ทาบาธ่า – ต้องมีคนคอยดูแลคุณรีฟิลนะคะ
รอยด์ – ก็ใช่น่ะนะ
มิโทส – จีเนียส ขอผมคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม?
จีเนียส - หืม? อะไรเหรอ มิโทส?
ทั้ง 2 คนเดินออกไปคุยนอกบ้าน
มิโทส – อาการป่วยของคุณรีฟิล......ผมรู้วิธีรักษานะ
จีเนียส – จริงเหรอ ?!
มิโทส – ครับ มันอาจจะเป็นโรคไข้หวัดของโอเซท เป็นเชื้อที่อันตรายมาก
จีเนียส – แล้วพวกเราจะทำยังไงล่ะ?
มิโทส – พวกเราต้องใช้น้ำหวานของดอกแฟนดาเรีย ที่บานอยู่บนยอดเขาฟูจิ ถ้าพวกเราหาไม่ได้ก็รักษาเธอได้
จีเนียส – ภูเขาฟูจิเหรอ? ตกลง! งั้นผมจะไปบอกรอยด์นะ!
มิโทส – เดี๋ยวก่อน ไปเอาดอกไม้ด้วยกันเถอะ แค่เรา 2 คน
จีเนียส – นายกับผมเหรอ?
มิโทส – ครับ พวกเรามีเวลาไม่มากนัก แล้วนอกจากนั้นผมอยากให้พวกเราช่วยคุณรีฟิลด้วยตัวของพวกเราเอง
จีเนียส – ตกลง!
จีเนียสและมิโทสขึ้นแรร์เบิร์ดออกไป ซักครู่ รอยด์ก็เปิดประตูเดินตามออกมา
รอยด์ – โธ่เอ้ย......สงสัยชั้นคงต้องไปคอยดูพวกเขาแล้วมั้ง
~ ภูเขาฟูจิ ~
รอยด์ – ทั้ง 2 คนนั้นยังมาไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย....
ไม่ทันขาดคำ แรร์เบิรด์ของทั้ง 2 คนก็บินลงมาพอดีจนรอยด์ต้องรีบหลบ
มิโทส – ที่นี่ล่ะครับ
จีเนียส – ยอดเขาใช่ไหม? อย่าเป็นห่วงเลย ผมเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วล่ะ
ปีศาจปรากฏตัวเข้ามาขวางทาง
จีเนียส – อ้ะ!
มิโทส – พ...พวกเราต้องปราบมันนะ!
จีเนียสยิงไฟร์บอลใส่ไป 2 ลูก แต่ก็ดูเหมือนจะพลาด รอยด์จึงรีบพุ่งออกมาช่วยสังหารปีศาจอย่างรวดเร็วแล้วเข้าไปแอบต่อ
จีเนียส – เอ๋? เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?
มิโทส – ที่โจมตีไปเมื่อกี้ต้องโดนมันแน่ๆเลยล่ะ !
จีเนียส – ง....งั้นเหรอ?
มิโทส – ใช่! เธอน่าที่งจริงๆนะ จีเนียส!
จีเนียส – อ้ะ....ฮะๆๆๆ....
รอยด์ – เฮ้อ......เอาเถอะ ชั้นคงต้องตามไปให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัยล่ะนะ
บนยอดเขา รอยด์ก็ไปถึงก่อนแล้วไปแอบหลังหินเหมือนเคย
มิโทส – ดอกไม้นี่ล่ะครับ
จีเนียส – ดีเลย! ทีนี้ก็ช่วยพี่ได้แล้ว
มิโทส – ใช่ เพราะเธอทำพยายามมากนะ จีเนียส
จีเนียส – ก็นะ ไม่หรอก เพราะนายอยู่กับผมด้วย แล้วศัตรูก็อ่อนแอเลยจัดการง่ายน่ะ
มิโทส – จีเนียส....ระหว่างผมกับรอยด์ เธอชอบใครมากกว่ากันหรือ?
รอยด์ - ......อะไรน่ะ? ทำไมจู่ๆเขาถึงถามมาแบบนี้ล่ะ?
จีเนียส – อะไรนะ? ทำไมจู่ๆนายถึงถามมาแบบนี้ล่ะ? ผมชอบทั้ง 2 คนพอๆกันนะ
มิโทส – ถ้าผมกับรอยด์.....ต้องสู้กัน เธอจะเข้าข้างฝ่ายไหนหรือ?
จีเนียส – อะไรกัน? หืมมมม......ก็ขึ้นอยู่กับว่าสู้กันด้วยเรื่องอะไร แต่ว่า.......ผมแน่ใจว่านายคงไม่เป็นฝ่ายเริ่มสู้เพราะอะไรที่งี่เง่าๆแบบ ที่รอยด์จะทำหรอก เพราะงั้นผมคิดว่าคงเข้าข้างนายมั้ง
รอยด์ - ........หมายความว่าไงกันเนี่ย
มิโทส – จริงเหรอ?! แน่ใจนะครับ?
จีเนียส – อืม จริงๆสิ
มิโทส – ดีจริงๆ เพราะเธอกับรอยด์เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม ผมเลยอิจฉานิดหน่อย.....
จีเนียส – นายก็เป็นเพื่อนของรอยด์ใช่ไหมล่ะ?
มิโทส – ก็ใช่....แต่ว่า.....ผมขอโทษนะที่ถามอะไรแปลกๆไป....เธอเป็นเพื่อนคนแรกของ ผมที่อายุใกล้ๆกัน แล้วยังเป็นฮาล์ฟเอล์ฟเหมือนกันด้วย ผมเลยดีใจและตื่นเต้นมาก
จีเนียส – ไม่เป็นอะไรหรอก ผมก็เหมือนกัน
มิโทส – ผมหวังว่าพวกเราคงได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ
จีเนียส – แล้วทำไมถึงจะไม่ใช่ล่ะ?
มิโทส - .....จะเป็นอะไรหรือเปล่า ถ้าผมจะคิดเป็นเรื่องจริงน่ะ?
จีเนียส – แน่นอน พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่?
มิโทส – ฮะๆ ถ้างั้นตอนนี้รีบกลับไปรักษาคุณรีฟิลเถอะครับ
จีเนียส – ใช่....ทนอีกนิดนะพี่!
รอยด์ – เฮ้อ..... 2 คนนั้น ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าชั้นต้องลำบากแค่ไหนเพื่อพวกนั้น.....เอาเถอะ ชั้นก็คงต้องกลับด้วยล่ะ
เมื่อรอยด์กลับไปถึง ก็เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว โดยรีฟิลก็หายเป็นปกติด้วย
จีเนียส – นายไปทำอะไรมาน่ะรอยด์?
รอยด์ – หมายความว่าไงน่ะ ที่ว่าไปทำอะไรมา?
จีเนียส – มิโทสกับฉันไปถึงภูเขาฟูจินะ เห็นไหมว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหน
มิโทส – จีเนียสนี่น่าทึ่งจริงๆคตรับ ผมนับถือเขามาก
เซรอส – แล้วนายไปทำอะไรที่ไหนมาล่ะรอยด์
ชีน่า – อย่าล้อเล่นนะ!
เพรเซีย - ......คุณรอยด์ น่าจะละอายบ้างนะคะ
รีกัล – ไม่ดีเลยนะที่ปล่อยผู้หญิงที่ป่วยเอาไว้เช้นนี้
โคเลท – ฉันแน่ใจว่ารอยด์พยายามในแบบของเขาเพื่อช่วยอาจารย์ ใช่ไหม รอยด์?
รอยด์ - ......อ้ะ...ก็....ใช่
รีฟิล – งั้นหรือ? ขอบคุณมากนะ ตอนนี้ฉันก็หายดีแล้ว
โคเลท – น้ำหวานของดอกไม้ที่จีเนียสกับคุณมิโทสเอามาช่วยลดไข้ของอาจารย์จนหมดเลย
จีเนียส – ผมดีใจนะที่พี่หายแล้ว กลุ่มของพวกเราดูไม่เหมือนเดิมเลยเวลาพี่ไม่สบายน่ะ
มิโทส – แต่อย่าฝืนนะครับ คุณพึ่งฟื้นไข้มา
รีฟิล – ขอบคุณมากนะ ทั้ง 2 คน
รอยด์เดินออกมานอกห้องอย่างเซ็งๆ
รอยด์ - เฮอะ.......
จีเนียส – รอยด์.....
รอยด์ – หืม? อะไรเหรอ?
จีเนียส – คนที่ช่วยพวกเราที่ภูเขาฟูจิ.....คือนายใช่ไหม?
รอยด์ – เอ๋? เอ่อ.....ก็....
จีเนียส – ขอบใจนะ
รอยด์ – ไม่เป็นไรหรอก..........
จีเนียส - ฮะๆ
~ อัลตามิร่า – บริษัทเรซาเรโน่ ~
รีกัลได้ไปถามจอร์จถึงบันทึกเกี่ยวกับการขนส่งเซอร์คอน และรู้ว่าเอกสารถูกเก็บอยู่ที่ชั้น 2 และเมื่อลองค้นดูจนเจอ ก็ถูกคุจินาวะแย่งไปเสียก่อน!
คุจินาวะ – โอ้ะๆ เราได้อะไรมาล่ะนี่?
ชีน่า – คุจินาวะ!
รอยด์ – สันตะปาปาหนีไปแล้ว และวารีย์ก็ตายไปแล้วนะ ทำไมนายถึงมาขวางทางอีก!
ชีน่า - .....เป็นเพราะชั้นใช่ไหม?
คุจินาวะ – แน่นอน! เพราะเธอ พ่อแม่ของข้าและชีวิตอีกมากมายในหมู่บ้านจึงตายไป! ท่านหัวหน้าก็ไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บมาสิบปีแล้ว!
ชีน่า – ชั้น.....ขอโทษ
คุจินาวะ – เธอคิดว่าแค่ขอโทษมันจะพอหรือ ?! ข้าไม่ให้อภัยเธอหรอก!
ชีน่า – คุจินาวะ! ชั้นเป็นคนที่นายเกลียดนะ!
รอยด์ – ชีน่า! ถ้าเธอคิดจะเสียสละอีกล่ะก็ชั้นไม่ยกโทษให้เธอแน่!
ชีน่า – ไม่หรอก ถ้าชั้นเป็นคนที่นายเกลียด ถ้างั้นก็มาประลองกันตัวต่อตัวเถอะ ประลองกันตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน
คุจินาวะ - ....เธอคิดว่าแค่คนเดียวจะชนะข้าได้หรือ?
ชีน่า – ว่าไงล่ะ? จะยอมรับคำท้าไหม?
คุจินาวะ – ก็ได้ จะเริ่มตอนนี้ ที่นี่เลยไหมล่ะ?
ชีน่า – พวกเราจะทำตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน และจะสู้กันบนเกาะแห่งการตัดสิน แบบนี้นายตกลงหรือเปล่า รอยด์?
รอยด์ - ....ชั้นคิดว่าคงจะห้ามเธอไม่ได้หรอกนะ
ชีน่า – ขอบใจนะ
คุจินาวะ - .....ข้าจะไปรอเธอที่เกาะแห่งการตัดสิน
ชีน่า – เดี๋ยวก่อน คืนเอกสารนั้นมาด้วยสิ
คุจินาวะ – นี่จะเป็นหลักประกันว่าเธอจะมาประลองแน่นอน
ชีน่า – โคเลทอาจจะตายถ้าพวกเราไม่มีมันนะ! ถ้านายอยากได้หลักประกัน ก็เอาสิ่งนี้ไปแทนแล้วกัน
คุจินาวะ - ....มันคืออะไร?
ชีน่า – ของดูต่างหน้า.....ของโคริน
คุจินาวะ – ก็ได้ หากเธอไม่มา ข้าจะทำลายสิ่งนี้ไม่ให้เหลือซาก
เขาเดินจากไป
โคเลท – คุณชีน่า......ฉันรู้ว่าสิ่งนั้นสำคัญกับคุณมากแค่ไหน...ขอโทษนะ
ชีน่า – ไม่เป็นไรหรอก ที่ต้องทำก็แค่.....ล้มเขา ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว เกาะแห่งการตัดสินสามารถไปถึงได้จากมิสุโฮะ พวกเราค่อยไปแวะทีหลังได้ไหม? เพราะพวกเราต้องหาเซอร์คอนก่อน การรักษาโคเลทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
รอยด์ – ก็ได้.....แล้วเซอร์คอนอยู่ที่ไหนล่ะ?
รีกัล - ....มันบอกไว้ว่าครั้งสุดท้ายที่ขนส่งไป มันถูกขนไปยังศูนย์วิจัยของราชวงศ์ที่ไซแบก
รอยด์ – โอเค งั้นไปเอากันเถอะ
ทุกคนรีบเดินไป เหลือเซรอสยืนพูดอยู่คนเดียว
เซรอส – “ไม่หนีอีกต่อไป” ....รึ.......บ้าจริง เราจะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้?.....
~ ไซแบก – ศูนย์วิจัยของราชวงศ์ ~
นักวิจัย – ท่านมิโกะ! ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย!
เซรอส – หือ? มีอะไรหรือ?
นักวิจัย – ผมได้ยินมาว่ามีเทพธิดาสูง 10 ฟุตลงมาจากสวรรค์ และกลืนกินคนที่ต่อต้านท่าน!
รอยด์ – สูง 10 ฟุตเหรอ.....
จีเนียส – กลืนกิน....
ทุกคนหันไปมองโคเลท
โคเลท – ว้าว น่ากลัวจริงๆเลยนะคะ เทพธิดาแบบนั้นน่ะ
ทุกคน - ...........
นักวิจัย - .....ด....เด็กสาวที่มีครูซิสคริสตัลคนนั้นไม่ได้กลืนกินมนุษย์ด้วยใช่ไหมครับ ?!
ชีน่า – อย่าโง่น่า
นักวัจัย – ผม...ผมเชื่อท่านมิโกะ จริงๆนะ!
เมื่อสอบถามถึงเซอร์คอนจึงพบว่าถูกเก็บไว้ในศูนย์วิจัยนี่เอง และได้รับมันมาอย่างง่ายดาย ที่หมายต่อไปจึงเป็นที่ป่ายูมิล ซึ่งเป็นทางเข้าไปยังหมู่บ้านเฮมดาลล์ของเหล่าเอลฟ์ เมื่อเดินข้ามสะพานที่ทอดยาวข้ามเกาะแก่งของทะเลสาปไปเรื่อยๆก็ถึงเฮมดาลล์ ในที่สุด ซึ่งคราโทสก็ยืนรออยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว
คราโทส - ....มาถึงที่นี่จนได้สินะ
รอยด์ – อะไรนะ ?! งั้นนายก็รู้วิธีรักษาโคเลทอยู่แล้วน่ะสิ !
คราโทส – แล้วยังไงล่ะ?
รอยด์ – ทำไมนายถึงช่วยพวกเรา?! ทำไมนายถึงต้องบอกเบาะแสวิธีการช่วยเธอให้ชั้นด้วย ?! แล้วทำไมนายถึงรู้ว่าอาการของโคเลทเป็นอาการเดียวกับที่เพื่อนของวีรบุรุษมิ โทสเคยเป็นน่ะ ?!
คราโทส – เธอถามเช่นนั้นแล้วจะได้อะไรหรือ?
รอยด์ – ก็....
คราโทส – ไม่มีเวลาแล้ว รีบเข้าเถอะ
เขาเดินออกไปจากหมู่บ้าน ซักครู่ทหารยามเอลฟ์ก็เดินเข้ามา
ทหาร – ที่นี่คือหมู่บ้านแห่งเอลฟ์ ห้ามฮาล์ฟเอล์ฟเข้า
โคเลท – อะไรนะคะ ?!
ทหาร – นี่เป็นมาตรการป้องกันภัยจากผู้ที่เคยนำพาหายนะมายังหมู่บ้านนี้ หากไม่อาจยอมรับได้ก็จงออกไปจากที่นี่ซะเถอะ
รีฟิล – รอยด์ พวกเราจะรออยู่ที่นี่ ฝากเธอจัดการด้วยล่ะ
รอยด์ – ครับ..........
ทั้ง 2 คนเดินออกไปรอนอกหมู่บ้าน
ทหาร – นอกจากนั้น การยกย่องให้มิโทสเป็นวีรบุรุษเป็นสิ่งต้องห้ามในหมู่บ้านg=jodyo
รอยด์ – ทำไมล่ะ?
ทหาร – พวกเราไม่จำเป็นต้องทำอธิบาย ทำตามที่บอกเถอะ
รอยด์เข้าไปพบกับผู้เฒ่าของหมู่บ้าน
ผู้เฒ่า - ....ต้นหญ้ามาน่าลีฟหรือ?
รอยด์ – ครับ พวกเราต้องใช้มัน
ผู้เฒ่า – มันเป็นต้นไม้สำคัญที่ใช้ในเวทย์ของพวกเรา จึงไม่อาจบอกใครง่ายๆได้ว่ามันขึ้นที่ไหน
รีกัล - ....ไม่มีทางอื่นเลยหรือ? หากไม่มีพืชนั้น เพื่อนของพวกเราจะตาย
ผู้เฒ่า – หมายความว่าอย่างไรหรือ?
รอยด์ – เพื่อนของเรากำลังป่วย เธอเป็น....เอ่อ....Angel Effect.....
เซรอส - ไม่ใช่ๆ Chronic Angelus…..
เพรเซีย – Chronic Angelus Crystallus Inofficium
รอยด์ – นั่นล่ะครับ
ผู้เฒ่า – อะไรนะ?!.....นั่นเป็นโรคของมาร์เทล.......เพราะอย่างนั้นคราโทสจึง....
ชีน่า – อะไรนะ? เมื่อกี้บอกว่ามาร์เทลเหรอ?
รอยด์ – แล้วที่ว่าคราโทสล่ะ? เขามาทำอะไรที่นี่ครับ?
ผู้เฒ่า - อย่ากังวลเรื่องคราโทสเลย ต้นหญ้ามาน่าลีฟนั้นโตเติบโตอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของที่นี่ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “หุบเขาลาทีอ้อน” มันจะอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยสายหมอก จงแสดงไม้เท้าของเรานี้ให้คนเฝ้ายามและนักเล่าเรื่องดู
รอยด์ – ท่านผู้เฒ่า!
ผู้เฒ่า - ......เราไม่มีอะไรจะพูดกับพวกท่านแล้ว เหล่ามนุษย์เอย
ที่หุบเขาลาทีอ้อน บนยอดเขามีบ้านเล็กๆหลังหนึ่งอยู่ ซึ่งมีนักเล่าเรื่องชาวเอลฟ์คนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียว
นักเล่าเรื่อง - ....มนุษย์?.....กับฮาล์ฟเอล์ฟ?
รอยด์ – อ้ะ คุณคงเป็นนักเล่าเรื่องสินะครับ คุณพอจะมีต้นมาน่าลีฟให้พวกเราไหมครับ
โคเลท – ขอร้องเถอะค่ะ
นักเล่าเรื่อง – เราเห็นแล้วว่าพวกเธอมีไม้เท้าจากผู้เฒ่ามายืนยันด้วย เราเองก็อยากจะให้สิ่งที่พวกเธอต้องการ แต่ว่า....
รอยด์ – มีปัญหาอะไรหรือครับ?
นักเล่าเรื่อง – มันอยู่ในสถานที่ที่อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะไปเอามันมาได้หรือเปล่า
เซรอส – พวกเราก็มาถึงยอดเขาแล้วนะ ถึงยังไงพวกเราก็ต้องเอามันมาให้ได้ อย่างมากก็แค่ส่งรอยด์ไป~
รอยด์ – เฮ้!....
เพรเซีย – บอกพวกเราเถอะค่ะว่ามันอยู่ที่ไหน
นักเล่าเรื่อง - ....ตกลง ตามฉันมาสิ
นักเล่าเรื่องบอกว่ามาน่าลีฟจะอยู่ในถ้ำเลยจากบ้านนี้ไปอีกหน่อย เมื่อรอยด์เดินไปตามที่บอกก็พบกับถ้ำกลางน้ำตก ซึ่งมีต้นมาน่าลีฟงอกอยู่
รอยด์ – อ้ะ! ต้องเป็นต้นนั้นแน่!
ชีน่า – ง่ายกว่าที่คิดอีกนะ
รอยด์ – โคเลท! พวกเรารักษาเธอได้แน่!
โคเลท – อื้ม ขอบคุณนะ รอยด์!
แผ่นดินสั่นไหวก่อนที่เบื้องหน้าทุกคนจะมีต้นไม้กินคนยักษ์โผล่ขึ้นมาจาก พื้นดิน มันเข้าโจมตีทุกคนเพื่อป้องกันมาน่าลีฟ ซักพัก ทุกคนก็รุมกินโต๊ะมันจนตายในที่สุด
รอยด์ – อึดเหมือนกันนะเนี่ย
รีฟิล – นี่คงเป็นเหตุผลจริงๆที่เขาบอกว่า “ยุ่งยาก” สินะ
รอยด์ – แต่ยังไงพวกเราก็ได้มาแล้วล่ะ
เมื่อได้ต้นหญ้ามาน่าลีฟมา รอยด์จึงกลับไปพบนักเล่าเรื่องอีกครั้ง
นักเล่าเรื่อง – ดูเหมือนพวกเธอจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยสินะ
รอยด์ – คุณรู้ว่ามีต้นไม้ยักษ์คอยคุ้มกันมาน่าลีฟอยู่แล้วใช่ไหม?
นักเล่าเรื่อง – ถูกต้อง แต่ถึงฉันจะบอกไป สิ่งที่พวกเธอจะทำก็คงไม่เปลี่ยนแปลง ฉันรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่แรงกล้าของพวกเธอ
รอยด์ – แน่นอนล่ะ ก็เพื่อเพื่อนคนสำคัญของพวกเรานี่
โคเลท – รอยด์........
รีฟิล – แล้วก็......คุณมีชีวิตอยู่มานานหรือเปล่าคะ?
นักเล่าเรื่อง – ใช่ ฉันเป็นผู้ค่อยส่งต่อเรื่องเล่าของหมู่บ้านเอลฟ์ให้กับรุ่นต่อๆไป ที่นี่ ฉันได้บันทึกเรื่องราวต่างๆลงบนกระดาษมาน่าลีฟ
เพรเซีย – เรื่องแบบไหนหรือคะ?
นักเล่าเรื่อง – ตำนานเมื่อครั้งที่เหล่าเอลฟ์ลงมาสู่โลก และการกำเนิดของมนุษย์ , ความรุ่งเรืองของอาณาจักรบาราครัฟ, การมาถึงของเหล่าเทวทูต, พฤกษายักษ์คาราน และสงครามคาราน ....และเรื่องของวีรบุรุษมิโทส
เซรอส – เอ้ะเอ๋? เรานึกว่าวีระบุรุษมิโทสเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ซะอีก?
นักเล่าเรื่อง – ที่นี่ไม่ใช่เฮมดาลล์ ฉันอยู่ที่ก็เพื่อเล่าตำนานโดยที่ไม่ต้องถูกผูกมัดโดยธรรมเนียมของเอลฟ์
รอยด์ – แล้ววีรบุรุษมิโทสเป็นใครกันครับ? พวกเราได้ยินชื่อของเขาทุกที่ที่เราไป
โคเลท – ชื่อของเขาปรากฏในพันธะสัญญาของภูติอสูรด้วย
ชีน่า – ตำนานของมิโทสก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีรักษาอาการป่วยของโคเลทเหมือนกัน
นักเล่าเรื่อง – มิโทส......เขาเกิดในเฮมดาลล์ เขาเป็นคนนอกที่ถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านเมื่อครั้งที่สงครามคารานอุบัติขึ้น เขาและเพื่อนอีก 3 คนได้ยุติสงครามคารานเพื่อที่เขาจะได้กลับไปยังหมู่บ้านได้
รีฟิล - ........คนนอก? หมายถึงว่าเขาเป็นฮาล์ฟเอลฟ์หรือคะ?
เซรอส – มิโทสเป็นฮาลฟ์เอลฟ์?! เป็นไปไม่ได้หรอก!
นักเล่าเรื่อง – ถูกต้องแล้ว มิโทสเป็นฮาล์ฟเอลฟ์ มีเพื่อนของเขาคนเดียวที่เป็นมนุษย์ อีก 2 คนที่เหลือก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์เช่นเดียวกัน พวกเขาถูกมองว่าเป็นคนนอก แต่ก็ฟันฝ่ามันมาได้ และยุติสงครามได้ในที่สุด
รีกัล - ......แล้วทำไมชื่อของเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์ล่ะ?
จีเนียส – เพราะเขาเป็นฮาลฟ์เอลฟ์น่ะสิ!
นักเล่าเรื่อง – ไม่......นั่นผิดแล้ว แต่เป็นเพราะว่ามิโทส วีรบุรุษผู้ได้รับความรักจากออริจิน เป็นวีรบุรุษผู้ไร้เกียรติด้วย
รอยด์ – วีรบุรุษผู้ไร้เกียรติ? หมายความว่ายังไงครับ?
นักเล่าเรื่อง – ผู้ซึ่งทรยศออริจิน และใช้พลังของดาบมนตราที่ออริจินมอบให้ เพื่อแบ่งโลกออกเป็นสอง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมิโทสและสหายของเขา “มิโทส อิกดราซิล” พี่สาวของเขา “มาร์เทล อิกดราซิล” และเพื่อนทั้งสอง “ยูอัน” และ “คราโทส” เทวทูตทั้ง 4 คนได้เปลี่ยนธรรมชาติของโลกนี้ และเพราะเช่นนั้น นามของพวกเขาจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในเฮมดาลล์
รอยด์ – อิกดราซิลแห่งครูซิสคือ.....วีรบุรุษ มิโทส? แล้วเพื่อนของเขาคือมาร์เทล ยูอัน กับคราโทสเหรอ? เป็นไปไม่ได้!!!
โคเลท – คุณคราโทสเป็นเพื่อนของวีรบุรุษเมื่อ 4,000 ปีก่อน หรือคะ?
รีกัล – แม้แต่เอลฟ์เองก็ไม่อาจมีอายุขัยยืนยาวเช่นนั้น
นักเล่าเรื่อง - เทวทูตสามารถใช้ทักษะในการต่อสู้แบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นระหว่างสงครามคาราน ความสามารถหนึ่งก็คือการใช้มาน่าของร่างกาย เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการเผาผลาญพลังงานและหยุดนาฬิกาแห่งชีวิตของตัวเอง นี่ทำให้พวกเขาหยุดการแก่ตัวได้ และยังทำให้สามารถอยู่ได้ยาวนานยิ่งกว่าเอลฟ์
เพรเซีย – ฉันคิดว่า......มันไม่ดีเลยที่ใครคนหนึ่งจะยืดช่วงชีวิตของตัวเองไปเกินกำหนดของเผ่าพันธุ์
รอยด์ - ....ชั้นเริ่มจะสับสนแล้วสิ เรื่องทั้งหมดมันดูไม่สมเหตุสมผลเลย
เซรอส – งั้นหรือ แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องนึงที่พวกเรารู้แน่นอน “พลังของออริจิน เกี่ยวข้องกับการแบ่งโลก” และ “ดาบมนตรา”.นั่นเป็นกุญแจสำคัญ
รีฟิล – ถูกต้อง พวกเราต้องระวังที่จะไม่ละความสนใจไปจากปัญหาที่แท้จริง จุดหมายสุดท้ายของพวกเราคือช่วยทั้งสองโลก
ชีน่า – ใช่ พวกเราไม่อาจจะควบคุมพฤกษายักษ์คารานได้ แต่ถ้าพวกเราสามารถทำให้โลกกลับสู่สภาพที่เป็นจริงได้....
รีกัล – อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็สามารถหยุดระบบที่ต้องแย่งชิงมาน่ากันเช่นนี้ได้
รอยด์ - ....ใช่ ทุกคนพูดถูกแล้ว
เซรอส+จีเนียส – มันเสียเวลาเปล่าที่จะคิดเวลาที่นายไม่มีความคิดดีๆ
รอยด์ - ........นาย 2 คนนี่ใจร้ายมากเลยนะ.....
เพรเซีย – ไปยังจุดหมายต่อไปกันเถอะค่ะ
โคเลท – ขอบคุณมากนะคะที่เล่าให้พวกเราฟัง
นักเล่าเรื่อง – ขอให้พฤกษายักษ์ปกป้องพวกเธอด้วย.....
เมื่อได้เซอร์คอน และมาน่าลีฟมาแล้ว ที่เหลือก็คือสะเก็ดมาน่าที่ต้องไปเอาจากเดริสคาราน เซรอสได้บอกว่าทา งเข้าไปยังเดริส-คารานคือหอคอยแห่งการชำระล้าง ซึ่งบนโลกเทเซอาร่าต้องใช้ครูซิสคริสตัลของเขาแทนกุญแจในการเข้าไปข้างใน ซึ่งครูซิสคริสตัลของเซรอสถูกฝากไว้กับน้องสาวของเขาที่อยู่ที่โบสถ์ใกล้ๆเห มืองทอยซ์
เซเรส – ท่านพี่-----ฉันหมายถึง.....รู้สึกว่าท่านมิโกะจะเป็นเหมือนเคยเลยนะ เอาแต่พเนจรไปๆมาๆเรื่อยๆ
เซรอส – เป็นไงเซเรส! เราต้องการครูซิสคริสตัลที่ฝากเอาไว้กับเธอ
เซเรส – ตามที่ท่านต้องการค่ะ! ถึงยังไงมันก็เป็นของมิโกะอยู่แล้ว
เซรอส – ใช่เลย
เซเรส – ตอนนี้ ถ้าท่านมิโกะหมดธุระแล้ว ฉันคงต้องขอให้ท่านออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
เซรอส – ก็ได้ๆ ดูเหมือนว่าเราจะไม่โด่งดังเหมือนเคยเลยนะ....แย่จริงๆ...
เขาเดินหันหลังไปนิดหน่อย
เซเรส – อ้ะ เดี๋ยวก่อน ท่านพี่-----
เซรอส – หืม? มีอะไรหรือ น้องสาวผู้น่ารักของเรา
เซเรส - .......ไม่มีอะไรค่ะ
เซรอส – โอ? งั้นก็ได้
เซรอสเดินจากไป
เซเรส - รักษาตัวนะคะ....
รอยด์ – เขาไม่ยินเธอหรอกนะ รู้ไหม?
เซเรส – ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ! เพราะงั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าท่านพี่จะได้ยินฉันหรือเปล่า
จีเนียส – อะฮ้า คุณเรียกเขาว่า”ท่านพี่” แล้ว
เซเรส - .....มะ...ไม่ใช่นะ! ฉันไม่มีทางมีพี่ชายแบบนั้นหรอก รีบๆกลับไปซะเถอะ!
เซรอส – ว่าไงล่ะ? คิดไหมว่าเรานี่เป็นที่รักมากเลย
รอยด์ – เธอดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่จริงๆ
เซรอส – อย่าพูดแบบนั้นเลย เธอมักป่วยเสมอๆมาตั้งแต่เด็ก แล้วแม่ของเธอ.......ไม่มีอะไรหรอก
โคเลท – ตอนที่คุณออกมา เธอพูดว่า “รักษาตัวนะคะ” ด้วย
เซรอส - .....โอ......ยังไงก็เถอะ พวกเราก็พร้อมแล้วนี่ ไปที่หอคอยแห่งการชำระล้างกันเถอะ
~ หอคอยแห่งการชำระล้าง ~
เมื่อเซรอสเดินเข้าไปใกล้ๆหอคอยและยกครูซิสคริสตัลขึ้น บันไดแสงก็ปรากฏเป็นทางนำขึ้นไปถึงหอคอย
โคเลท – พอมาที่นี่แล้วทำให้ฉันนึกถึงการเดินทางเพื่อฟื้นฟูโลกของฉันเลย
รอยด์ – แต่ครั้งนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อรักษาโรคของเธอ
รีฟิล – ฉันอยากรู้จริงๆว่าการออกแบบภายในของหอคอยแห่งการชำระล้างของเทเซอาร่าจะเป็นอย่างไร เอาล่ะ เซรอส! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!
เซรอส – คุณครูรีฟิลรู้ไหม....บางทีคุณก็ทำให้เรากลัวได้เหมือนกันนะ
เขาวางมือลงบนศิลาพยากรณ์ และกำแพงที่ดูตันก็กลายเป็นทางเข้าหอคอยให้เห็น
เซรอส – โอ้วเยี่ยม! ดูสิๆ ถึงเวลาที่เราจะส่องประกายแล้ว! เราดูเหมือนมิโกะขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ?
รอยด์ – เออๆๆ ไปกันเถอะ
เซรอส – ฮี่ๆๆๆ รับทราบ
รีกัล – นั่นเป็นเสียงหัวเราะที่น่ารำคาญจริงๆ....
เพรเซีย – คุณเซรอส...... มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?
เซรอส – อะไรนะ?
เพรเซีย – คุณดู.......มากกว่าปกติ
ชีน่า – ดูน่าสงสัยมากกว่าปกติหรือ? หมอนี่ก็เป็นแบบนี้ตลอดล่ะ อย่าสนใจเลย
เซรอส – ฮี่ๆๆๆๆๆ..................เธอนี่ความรู้สึกไวจริงๆนะ.....
ทุกคนวิ่งเข้าไปภายใน ผ่านทางที่ทอดยาวและมีโลงศพมากมายเวียนวนอยู่เบื้องล่างเช่นเดียวกับที่ซิลวาแลนด์
เซรอส – อุ....
รีกัล – น่าตกใจจริงๆ....
เพรเซีย – เป็นสถานที่ที่น่าเศร้าจริงๆนะคะ....
ทั้ง 3 คน มองโลงศพมากมายเบื้องล่างอย่างตกตะลึง
ชีน่า – เดี๋ยวก่อนสิ.......ที่นี่ใช่เทเซอาร่าแน่เหรอ?
จีเนียส – ใช่....! มันดูเหมือนหอคอยแห่งการชำระล้างของซิลวาแลนด์เลย!
โคเลท – ร่างกายของฉัน......มันสั่นไม่ยอมหยุดเลย! มันคือสถานที่เดียวกัน!
รอยด์ – เป็นไปไม่ได้!
รีฟิล – รอยด์ จำนี่ได้ไหม
รีฟิลยืนอยู่หน้าเสาที่หักเหลือเหียงครึ่งต้น
รอยด์ – นั่นมัน.......เดี๋ยวก่อนสิ! ผมเป็นคนชนมันพังเอง!
เขานึกไปถึงตอนเจออิกดราซิลครั้งแรก และถูกพลังของดาบอัดกระแทกมาชนเสาต้นนี้จนพัง ร่างของคราโทสปรากฏขึ้นมาจากบริเวณที่ดาบเล่มนั้นปักอยู่
คราโทส – ทั้ง 2 โลกถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ แน่นอน มันคือที่เดียวกัน
รอยด์ – คราโทส.....นายอีกแล้ว.... นายเป็นใครกันแน่!? นายเป็นหนึ่งในสหายของมิโทสเมื่อ 4,000 ปีก่อน จริงเหรอ?
คราโทส - .....ดีจริง ในเมื่อเธอรู้เรื่องนั้นแล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอีก เราจะพาตัวมิโกะไปในฐานะร่างกายใหม่ของมาร์เทล
รอยด์ – นายจะพยายามทำแบบนั้นอีกเหรอ?! นายตั้งใจจะคืนชีวิตให้มาร์เทล แลกกับการละทิ้งทั้งโลกไปเพื่อกระบวนการนั้นเหรอ?!
คราโทส – เราไม่จำเป็นต้องอธิบาย
เขาชักดาบเพลิงของเขาออกมา
รอยด์ - .....ในที่สุดนายก็เป็นศัตรูจริงๆสินะ ชั้นพยายามคิด...และหวังว่านายอาจจะเป็นคนดี...แต่ก็ไม่!
คราโทส – เราคิดว่าถึงจุดนี้แล้วก็คงชัดเจนแล้วสินะ
รอยด์ – อย่าออมมือก็แล้วกัน ครั้งนี้น่ะ!
การต่อสู้ครั้งที่ 2 กับคราโทสดำเนินไปซักพัก ทหารเทพก็ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมทุกคนไว้
คราโทส – เราแนะนำไม่ให้ขัดขืน เพราะครั้งนี้จะไม่มีการปราณีอีกแล้ว
ทุกคนถูกพาขึ้นเครื่องขนย้าย ซึ่งยกระดับลอยสูงขึ้นไปเหนือพื้นโลก และถูกพาตัวเข้าห้องขังบนเดริส-คาราน แยกกลุ่มชาย-หญิง
รอยด์ - .......ยังมีชีวิตรอดอีกแฮะ พวกเรา
เซรอส – ดูเหมือนพวกเราจะมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกนั้นจะเตรียมการรักษาโคเลทได้เสร็จ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไร้ประโยชน์กับสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้
จีเนียส – บางทีพวกเราอาจจะถูกหลอกก็ได้ เขาหลอกให้พวกเรารวบรวมวัตถุดิบมาเพื่อรักษาโคเลท แล้วให้พวกเราพาเธอมาที่นี่.....ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประหยัดเวลากับความ พยายามไปมาก
รอยด์ – คราโทสหลอกใช้พวกเราเหรอ?.....เขาหักหลังเราอีกแล้วเหรอ?
เซรอส – รอยด์.....
รีกัล – เรารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับโคเลทและคนอื่นๆ
รอยด์ – ชั้นอยากรู้จริงๆว่าทำไมชั้นถึงถูกจับบ่อยๆ แล้วก็ถูกโยนมาเข้าคุกแบบนี้ตลอดเลย!
เซรอส – นายแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้ทำอะไรที่สมควรจะเข้ามาอยู่ในนี้น่ะ?
รีกัล – พวกเราน่าจะดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่
รอยด์ – ก็....ใช่...... แต่บ้าจริงๆ กรงนี่มันแข็งยิ่งกว่าหินซะอีก! แล้วชั้นยังสะเดาะกลอนไม่ได้เลย!
เสียงชีน่าดังมาจากห้องขังข้างๆ
ชีน่า – ทางนี้ก็เหมือนกัน มันไม่กระเทือนเลยล่ะ
รอยด์ – เพรเซียหรือโคเลททลายมันได้ไหม?
โคเลท – ไม่ไหวล่ะ....
เพรเซีย – ฉันขอโทษค่ะที่ช่วยอะไรไม่ได้....
รอยด์ – งั้นพวกเราก็ถูกจับจริงๆสินะ
รีกัล - ...........ถอยไป....
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกรง ยกมือขึ้นระดับอก และปล่อยคลื่นพลังรุนแรงจนกรงขังกระจุยในพริบตา!
จีเนียส – ว.....ว้าว!
เมื่อเดินไปช่วยกลุ่มผู้หญิงที่ขังอยู่ใกล้ๆแล้ว รอยด์ก็ต้องถามด้วยความตะลึง
รอยด์ – นายทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ ?!
รีกัล – จริงๆแล้ว เราเชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยมือ ไม่ใช่ขา และเพราะเอกซ์เฟียร์จะช่วยยกระดับความสามารถของผู้ใช้ไปไกลเกินกว่าขีดจำกัด สูงสุด การทำได้เช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าจะคาดได้อยู่แล้ว
เซรอส – แล้วทำไมนายถึงไม่สู้ด้วยมือไปเลยล่ะ
รีกัล - ....เราสาบานไว้แล้วว่าจะไม่สู้ด้วยมือนี้อีก ครั้งนี้ เราใช้มันเพื่อช่วยเธอ รอยด์ เธอจะรวมโลกทั้งสอง และช่วยโคเลท ใช่ไหม?
รอยด์ – ใช่.....เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ!
พวกรอยด์หลบหนีออกมาจากบริเวณที่กักขัง และเข้าสู่ “เมืองศักดิ์สิทธิ์ เวลไกอา” ที่มีเหล่าเทวทูตอาศัยอยู่เต็มไปหมด
รอยด์ – ว้าว! ทุกคนเป็นเทวทูตกันทั้งหมดเลยนี่! ถ้าไปเรื่อยๆแบบนี้พวกเราคงโดนจับอีกแน่
รีฟิล – นั่นสินะ พวกเราคงต้องแสร้งตัวว่าเป็นนักโทษของโคเลท ถ้าเป็นเธอคงไม่เป็นอะไร เพราะเธอก็เป็นเทวทูตเช่นกัน
รอยด์ - ....ตกลงครับ
โคเลทลองพูดคุยกับเทวทูตคนอื่นๆ และได้รู้ว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ ได้อยู่ในรูปลักษณ์ของเทวทูต นอกจากผู้นำของพวกเขาแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นคือเมื่อ 800 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ภาชนะของมาร์เทลคนสุดท้ายสามารถมาถึงที่นี่ได้ และรอยด์ยังได้เดินเข้าไปในตึกที่น่าจะเป็นที่เก็บสะเก็ดมาน่าอีกด้วย
โคเลท – สวัสดีค่ะ ฉันขอสะเก็ดมาน่าได้ไหมคะ?
ทหาร – สะเก็ดมาน่านั้นไม่ถูกแจกจ่ายให้ใครอีกแล้ว กลับไปเขตของท่านซะ
รอยด์ – จะไม่ให้พวกเราซักอันเลยเหรอ?
ทหาร – มนุษย์หรือ?
รีฟิล – พวกนี้เป็นตัวอย่างทดลองในการวิจัยครูซิสคริสตัล
ทหาร – การวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์หรือ? งั้นหรือ เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว เราก็เคยได้ยินว่ามีการวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์อยู่
รีฟิล – ถูกต้องแล้วค่ะ และพวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าเพื่อการนั้น
ทหาร – รับทราบ เช่นนั้นจงแสดงใบอนุญาตของท่านมา
เซรอส – ต้องใช้ด้วยหรือ?
ทหาร – แน่นอน
ที่จอภาพใกล้ๆกันนั้น ปรากฏร่างของคราโทสขึ้นมา
ทหาร – ท่านคราโทส!
คราโทส – พวกเราต้องใช้สะเก็ดมาน่าในการทำพิธีกับมิโกะ เราได้ส่งคนไปรับของแล้ว
ทหาร – รับทราบครับ
การสื่อสารกับคราโทสถูกตัดลง
รอยด์ – นั่นล่ะๆ พวกเราเอง
ทหาร – พวกท่านจะบอกว่าเป็นผู้รับของของท่านคราโทสหรือ?
รอยด์ – ก็.....ใช่!
รีฟิล – เงียบซะ เจ้ามนุษย์
โคเลท – พวกเรามากับคุณคราโทสค่ะ
ทหาร – แต่เมื่อซักครู่นี้ ท่านบอกว่าจะนำไปใช้ในการวิจัยไฮเอกซ์เฟียร์.....
รีฟิล – ถูกต้อง แต่ดูเหมือนว่ามันต้องใช้ในพิธีกรรมด้วย พวกเราจึงมารับมัน รีบเข้าเถอะ
ทหาร – แต่...หากไม่มีใบอนุญาต.....นอกจากนั้น พวกท่านดูเหมือนจะเป็นระดับดีไซแอนท์ และมีมนุษย์อยู่ด้วย....
รอยด์ – ระหว่างที่นายเอาแต่จู้จี้เรื่องเล็กๆน้อยๆ นายกำลังทำให้ท่านอิกดราซิลรอนานขึ้นอีก อยากให้ท่านโกรธหรือ?
จีเนียส – ใช่แล้ว ท่านอิกดราซิลน่ะน่ากลัวมากนะถ้าไปขัดใจท่าน
ทหาร – อ่ะ......รับทราบ ส่งไปให้ถึงมือล่ะ!
เขาบินขึ้นไปเอาสะเก็ดมานลงมามอบให้ เมื่อได้รับมาแล้วรอยด์จึงหาทางหนีกลับพื้นโลก และได้พบกับเครื่องขนย้ายขนาดใหญ่
ผู้คุม – หยุดก่อน แสดงใบอนุญาตของท่านมาด้วย
รอยด์ – โอย ใบอนุญาตอีกแล้วเหรอ!
ผู้คุม แก....มนุษย์นี่!
รีฟิล – เขากำลังถูกขนส่งไปเพื่อทำการทดลอง ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ทุกคนถอยออกมาจากบริเวณนั้นและหันมาปรึกษากัน
โคเลท – พวกเราไม่มีใบอนุญาติเลยนะ
จีเนียส – แล้วจะกลับไปที่พื้นโลกได้ยังไงล่ะ?
เซรอส – คงไม่ได้มีแค่เครื่องขนย้ายนั่นอย่างเดียวหรอก เพราะถ้ามันพังขึ้นมาก็คงจะลำบาก
รีฟิล – ใช่ ลองไปหาดูกันเถอะ
เมื่อเดินค้นหาในเมือง รีฟิลก็พบเครื่องจักรหนึ่งเรียงรายอยู่ที่ส่วนในของเมือง
รีฟิล – นี่น่าจะเป็นฐานข้อมูลของเมืองนะ
รอยด์ – อาจารย์พอจะใช้มันได้ไหมครับ?
รีฟิล – จะลองดูนะ.........ได้แล้ว เท่านี้เราก็หาข้อมูลจากที่นี่ได้ล่ะ
[เดริส-คาราน] - เดริส-คารานถูกคุ้มครองโดยสนามพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจาก “อีเทอร์นอลซอร์ด” หากสนามพลังงานนี้ถูกปลดลง เดริส-คารานก็จะหลุดออกจากสนามแรงโน้มถ่วงของโลก และจะลอยกลับเข้าสู่อวกาศในฐานะอุกกาบาตอีกครั้ง
[แผนการยืดชีวิตโลก] – โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 เพื่อลดอัตราการสูญของมาน่าลงให้ต่ำที่สุด และเพื่อรักษาโลกและเมล็ดของพฤกษายักษ์เอาไว้ นอกจากนั้น การใช้ภูติอสูรให้คอยดูแลกระแสเชื่อมโยงมาน่า และจำกัดการไหลเวียนมาน่า ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้น ความรุ่งเรืองที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดการพัฒนาเวทยาการ ซึ่งทำให้เกิดสงครามที่ไร้ความหมาย แผนการยืดชีวิตโลกที่เริ่มขึ้นโดยท่านผู้นำอิกดราซิล เป็นแผนที่โดดเด่นในการรักษาโลกเอาไว้
[ดาบแห่งนิรันดร์] – ดาบมนตราซึ่งถูกมอบให้แก่ท่านผู้นำอิกดราซิล เมื่อครั้งที่ท่านสร้างพันธะสัญญากับออริจิน พลังของมันสามารถควบคุมเวลาและมิติอวกาศ กล่าวกันว่ามันเป็นแหล่งพลังงานของท่านอิกดราซิล และทำให้ท่านสามารถแบ่งโลกเป็น 2 ได้ด้วยพลังของอีเทอร์นอลซอร์ดนี้ หากดาบนี้สูญไป พลังของท่านอิกดราซิลก็จะลดต่ำลง และเวลไกอาก็ต้องพบกับหายนะเช่นกัน
เมื่อเก็บข้อมูลมาได้ รอยด์ก็ค้นหาต่อจนพบกับจุดเคลื่อนย้ายเล็กๆที่หนึ่ง
โคเลท – ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินนะ
รอยด์ – งั้นก็รีบไปก่อนจะมีใครมาเห็นเถอะ
รีกัล - ......ไม่ ดูเหมือนพวกเขาจะเจอพวกเราแล้ว
ด้านหลังทุกคน กลุ่มทหารเทวทูตจำนวนหนึ่งกำลังบินเข้ามาใกล้ โดยมีคนนำทางมาคือทหารที่พวกรอยด์ไปหลอกเอาสะเก็ดมาน่ามานั่นเอง
ทหาร – พวกนั้นล่ะ!
ทหาร – แกเองรึที่ทำตัวว่าทำงานให้ท่านอิกดราซิล!
ทหาร – นั่นมันมิโกะนี่! มิโกะแห่งมาน่าหลบหนีออกมาแล้ว!
รอยด์ – บ้าจริง! รีบไปกันเถอะ!
ทุกคนรีบวิ่งเข้าจุดเคลื่อนย้ายไป
ทหาร – เราจะตามพวกมันไป แกไปรายงานท่านอิกดราซิลด้วย
ทหาร – รับทราบ
รอยด์หนีผ่านลิฟต์หลักลงสู่หอคอยแห่งการชำระล้างซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่ โดนจับไปครั้งแรก เมื่อรอยด์เดินลงมาก็สังเกตุเห็นดาบที่ปักอยู่บนวงมนตรานั้น
รอยด์ – นี่มันดาบที่อิกดราซิลใช้โจมตีชั้น....
รีฟิล – นี่อาจจะเป็น...อีเทอร์นอลซอร์ดหรือเปล่า
เซรอส – ฮะๆ ไม่ล่ะมั้ง ไม่มีใครยอมทิ้งของสำคัญขนาดนั้นไว้ในที่แบบนี้หรอก
รอยด์ – งั้นลองเอามันกลับไปเฮมดาลล์แล้วให้ผู้เฒ่าเอลฟ์ดูดีไหมล่ะ?
จีเนียส – ไม่เลวนะ ทำแบบนั้นพวกเราคงมั่นใจได้
รอยด์หันกลับไปเตรียมจะดึงดาบออกมา เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมา
“ท่านไม่มีคุณสมบัติ”
เมื่อเขาเดินเข้าไปก็โดนดีดออกมาเหมือนมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นอยู่!
รอยด์ – โอ้ย! อะไรน่ะ ?!
อิกดราซิล – เสียเวลาเปล่าจริงๆ
บนลานพิธีกรรมนั้น ผู้นำแห่งครซิสก็ปรากฏตัวขึ้น!
รอยด์ - ....อิกดราซิล!
อิกดราซิล – ผู้ไม่มีคุณสมบัติ ย่อมไม่สามารถแตะต้องอีเทอร์นอลซอร์ดได้
รอยด์ – คุณสมบัติเหรอ?
ชีน่า – เขาคงพูดถึงพันธะสัญญากับออริจิน! นั่นเป็นดาบที่ออริจินมอบให้เขานี่!
อิกดราซิล – ฮ่าๆๆๆๆ พวกเจ้านี่ช่างน่าสมเพชเสียจริง หึ มันไม่จำเป็นหรอก เวลานี้ออริจินอยู่ใต้การผนึกของคราโทส ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าก็ไม่สามารถใช้ดาบนั้นได้หรอก และหากไม่มีพลังของอีเทอร์นอลซอร์ด เจ้าก็ไม่สามารถรวมโลกให้เป็นหนึ่งได้ การเดินทางของเจ้า เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์
รอยด์ – ไร้ประโยชน์เหรอ? แกน่ะล่ะ ที่พยายามอย่างไร้ประโยชน์ที่จะนำคนที่ตายไปแล้วกลับคืนมา! แล้วนอกจากนั้น การแบ่งโลกออกเป็นสองมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นด้วยล่ะ ?!
อิกดราซิล - ........โลกนี้ยังคงอยู่ได้เพราะมันถูกแยกออกจากกัน
รอยด์ – ไม่!เป็นเพราะการถูกแบ่งเป็นสองโลก มาน่าจึงมีไม่เพียงพอ แล้วคนมากมายก็ต้องทุกข์ทรมาน!
อิกดราซิล – ลองคิดซักหน่อยสิ ทำไมถึงเกิดการขาดแคลนมาน่า? คิดว่าอย่างไรล่ะ สหายตัวน้อยของเรา
จีเนียส – ฉันเหรอ?.......เอ่อ เพราะการพัฒนาเวทยาการ ส่งผลให้เกิดการใช้มาน่าอย่างมหาศาล?
อิกดราซิล – ถูกต้อง.....และเวทยาการก็นำไปสู่มหาสงคราม สงครามใช้มาน่าไปอย่างไม่ยั้งคิด
รอยด์ – อย่าทำมาเปลี่ยนเรื่องเลย มาน่าขาดแคลนขึ้นก็เพราะแกไม่ยอมให้ Great Seed ผลิใบออกมา
อิกดราซิล – เราไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ถึงแม้พฤกษายักษ์จะถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกก็ตาม สงครามก็จะทำให้มันเหี่ยวเฉาและตายลงไปอีก สงครามเกิดขึ้นเพราะอำนาจที่ขัดแย้งกัน เพราะเหตุนั้นเราจึงแบ่งโลกออกเป็นสอง ก็เพื่อแบ่งแยกขั้วอำนาจที่ทำให้เกิดสงครามคาราน แยกออกเป็นซิลวาแลนด์และเทเซอาร่า
รีฟิล – เพราะมีการสลับระหว่างความรุ่งเรืองและความตกต่ำ การพัฒนาเวทยาการจึงหยุดชะงัก....แผนของคุณเป็นแบบนี้นี่เอง
อิกดราซิล – แต่กระนั้น เทเซอาร่าก็เจริญรุ่งเรืองมานานเกินไปแล้ว
รอยด์ – แกโกหก แกแค่ยอมสละ Great Seed เพื่อช่วยมาร์เทลเท่านั้น!
อิกดราซิล – ถูกต้อง เหมือนกับที่เจ้ายอมละทิ้งแผ่นดินซิลวาแลนด์ที่เสื่อมโทรม เพื่อช่วยโคเลท
โคเลท - ....นั่น.....
อิกดราซิล – สิ่งที่เจ้าทำก็เช่นเดียวกับเรา
รอยด์ – ไม่ใช่!
อิกดราซิล – มันเป็นเช่นนั้น
จีเนียส – ไม่ใช่หรอก! รอยด์ไม่เหมือนนาย!
อิกดราซิล – อะไรนะ?.....
จีเนียส – รอยด์กำลังหาหนทางที่จะช่วยโคเลทและทั้งสองโลก! นายน่ะเป็นคนขี้ขลาดที่ยอมแพ้ซะก่อน!
อิกดราซิล – มันเป็นสิ่งเดียวกัน เรากำลังพยายามสร้างโลกที่ไม่มีความขัดแย้ง นั่นเป็นหนทางที่จะช่วยโลก
รอยด์ – โลกที่ไม่มีความขัดแย้ง?......นั้นมัน.....
อิกดราซิล – ผู้คนหวาดกลัวและเกลียดชังสิ่งที่ไม่ปกติ พวกเขากลัวคนที่ไม่เหมือนพวกเขา ดังนั้นทางแก้ก็คือการทำให้ทุกคนกลายมาเป็นเหมือนกัน โดยใช้เอกซเฟียร์เพื่อกำจัดความแตกต่างระหว่างสายเลือดที่ไหลเวียน ระหว่างเอลฟ์และมนุษย์ ทุกคนบนโลกนี้จะกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิตเช่นเดียวกันหมด ความขัดแย้งก็จะหายไป และนั่นคือยุคใหม่ที่เราไขว่คว้า
จีเนียส – ทุกคน....เหมือนกัน......
อิกดราซิล – ถูกต้อง ทั้งดีไซแอนท์แลครูซิส มีอยู่เพื่อการนั้น ความรุนแรงระหว่างเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากความขัดแย้งก็จะหายไปด้วย จีเนียส
จีเนียส - .....ผู้คนจะหยุดทำเหมือนพวกเราแตกต่างออกไป.....จริงเหรอ?
รอยด์ – จีเนียส! อย่าไปหลงกลเขานะ! คิดสิว่าเอกซ์เฟียร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไง! มันถูกสร้างขึ้นมาจากชีวิตของผุ้คน เหมือนป้ามาร์เบิ้ล! นายไม่เห็นเหรอว่ามันผิดยังไง ?!
อิกดราซิล - .....การปฏิวัติย่อมต้องแลกมาด้วยการเสียสละ หากเจ้าไม่สามารถยอมรับมันได้ เจ้าก็สมควรตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ
ร่างของอิกดราซิลมาปรากฏตัวห่างจากรอยด์ไม่กี่ก้าวในพริบตา
อิกดราซิล – แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องส่งตัวมิโกะมา
รอยด์ – ไม่มีทางหรอก!
อิกดราซิล – เจ้าไม่มีทางเลือกหรอก เราจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความหมายที่แท้จริงของพลัง!
ทุกคนสู้กับอิกดราซิลอย่างเต็มที่ แต่ซักพัก โคเลทก็ทรุดตัวลง!
รอยด์ – โคเลท!
จีเนียส – ตอนนี้ล่ะ!
เขาใช้โอกาสที่อิกดราซิลกำลังมองโคเลทอยู่ ยิงเวทย์ใส่เขาไปเต็มๆ! ใกล้ๆกันนั้น ร่างของโพรนีม่าก็ปรากฏออกมา
โพรนีม่า – ท่านอิกดราซิล! เจ้าหนอนต่ำต้อยนี่! ถึงเจ้าจะเป็นพวกเดียวกับเรา แต่เจ้าต้องชดใช้กับความโอหังนี้!
เธอรวมพลังแห่งความมืดเอาไว้หนาแน่น แล้วปล่อยออกมาโจมตีจีเนียสโดยไม่ทันตั้งตัว! และโดยไม่คาดคิด อิกดราซิลกลับผลักจีเนียสออกไปและรับการโจมตีนั้นแทน!
จีเนียส – ทำ.....ทำไม?!
โพรนีม่า – ท่าน....ท่านอิกดราซิล!
อิกดราซิล – โพรนีม่า! ทำไมเจ้ามาที่นี่?
โพรนีม่า – ท่านคะ.....เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น.....ได้มีความเคลื่อนไหวใหม่แล้ว....
อิกดราซิล – .......เข้าใจแล้ว จงจำไว้เถอะ ว่ามันไม่ได้มีหนทางที่จะช่วยทุกคนได้เสมอไป รอยด์ หนทางที่เจ้าตามหา ไม่มีอะไรไปมากกว่าภาพหลอนหรอก
อิกดราซิลหันมามองจีเนียสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไปพร้อมโพรนีม่า
รอยด์ – ทำไมหมอนั่นยอมปล่อยพวกเรานะ?
จีเนียสยืนคิดอย่างไม่เข้าใจสิ่งทีเกิดขึ้นอยู่ซักพัก ก่อนจะเห็นสิ่งหนึ่งตกอยู่บนพื้น เมื่อเขาเก็บขึ้นมาดู....
จีเนียส - ....เป็นไปไม่ได้......เป็นไปไม่ได้หรอก
เพรเซีย – มีอะไรหรือ จีเนียส?
จีเนียส - ....ไม่มีอะไรครับ
รีฟิล – รอยด์ พวกเราต้องรีบรักษาโคเลทให้เร็วที่สุด
รอยด์ – นั่นสิครับ ตอนนี้กลับกันก่อนเถอะ
ตอนต่อไป!
วัตถุดิบในการรักษาโคเลทมีครบแล้ว ที่เหลือก็มีเพียงรอให้อัลเทสต้าสร้างรูนเครสเพื่อรักษาเธอ แต่ในคืนนั้น เหตุการณ์พลิกผันครั้งใหญ่หลวงก็เกิดขึ้น ?! กับความจริงของคราโทส และตัวตนของอิกดราซิล!
Lv – 83
Play time : 78.11
Now saving…….done
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:27 pm----------