[in depth] Tales of Symphonia - Finale
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
September 4th, 2005 06:13PM, Next Farecery said,
บทสุดท้าย – จงตื่นขึ้น! ต้นไม้แห่งทุกชีวิต!
~ หมู่บ้านเอลฟ์ เฮมดาลล์ ~
ผู้เฒ่าเอลฟ์ – ยินดีต้อนรับ รอยด์ แขกของเธอได้เข้าไปยังป่ายูมิลซึ่งออริจินหลับใหลอยู่แล้ว
รอยด์ - ....ขอบคุณครับ
รีฟิล – ถ้าเช่นนั้นพวกฉันจะรอจนกว่าเธอจะกลับมานะ....
รอยด์ – รอก่อนครับ อาจารย์กับจีเนียส..... ท่านผู้เฒ่า ให้ 2 คนนี้เข้าไปในหมู่บ้านด้วยเถอะ!เพียงแค่ครั้งนี้เท่านั้น พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของผม และผมอยากให้พวกเขาไปอยู่ที่นั่นด้วยเวลาที่ผมสู้กับคราโทส!
ทหาร – ไม่รู้จักคิดเอาเสียเลย พวกเราห้ามฮาล์ฟเอลฟ์เข้ามายังหมู่บ้านเป็นอันขาด
รอยด์ - ....เพราะความรู้สึกแบบนั้นล่ะ ครูซิสถึงได้เกิดขึ้นมา!
ทหาร – พูดอะไรนะ!
ผู้เฒ่า – พอได้แล้วทั้งสองคน! รอยร้าวที่แบ่งแยกพวกเรากับฮาล์ฟเอลฟ์นั้นทั้งลึกและมืดมิด แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่เธอพูดมาก็มีเหตุผล ดังนั้น จากเวลานี้ จนกว่าออริจินจะถูกปลดปล่อยออกมา เราจะอนุญาตให้ทั้งสองคนเข้ามาในหมู่บ้านได้
รอยด์ – ขอบคุณครับ!
ผู้เฒ่า – อย่างไรก็ตาม ห้ามพวกเขาใช้สิ่งของของพวกเราเป็นอันขาด เข้าใจไหม?
รีฟิล - .....แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ
จีเนียส – เฮ้อ.....ขอบคุณครับ
รอยด์ – ถ้างั้นก็ไปหาคราโทสกันเถอะ...
โคเลท - เดี๋ยวสิรอยด์! เธอน่าจะพักซักหน่อย เพราะเธอกำลังจะไปสู้กับพ่อนะ
รอยด์ – ชั้นรู้น่า!
รีกัล - .....โคเลทพูดถูกแล้ว อย่าใจร้อนเลยรอยด์
รีฟิล – ชะตากรรมของโลกขึ้นอยู่กับการต่อสู้ระหว่างเธอกับคราโทส คืนนี้พักที่นี้แล้วให้เธอได้จัดการกับความรู้สึกของตัวเองก่อนเถอะ.....นี่ จะเป็นจุดสุดท้ายของการเดินทางของพวกเรา
รอยด์ - ....ก็ได้ครับ
รีฟิล – มีอะไรหรือ?
รอยด์ – ก็....ไม่มีอะไรหรอกครับ
รีฟิล – เธอคงไม่สบายใจสินะ
รอยด์ – ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ?
รีฟิล – เธอต้องสู้กับเขาเพื่อปลดผนึกของออริจิน แต่ถึงเธอจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ เธอก็ยังต้องปลดผนึกออริจินอยู่ดี เมื่อปลดผนึกแล้วคราโทสก็อาจจะตายได้
รอยด์ - ....ครับ ผมอยากจะถามเขาว่าไม่มีทางอื่นอีกแล้วเหรอไงกัน
รีฟิล – เธอต้องเตรียมใจเอาไว้กับความเป็นไปได้ที่มันจะไม่มีทางอื่นอีก
รอยด์ – อาจารย์.....
รีฟิล – ฉันขอโทษนะที่มักจะพูดอะไรเย็นชาออกไปเสมอ
รอยด์ – ไม่ครับ......อาจารย์พูดถูกแล้ว การพูดออกมาตรงก็จะเป็นผลดีกับพวกเราเอง
รีฟิล – รอยด์.....
รอยด์ – คืนนี้.....ผมจะตัดสินใจว่าจะสังหารเขาหรือเปล่า
จีเนียส – นายเคยได้ยินไหม คำพูดที่ว่า “จับปลาสองมือน่ะ”?
รอยด์ – จับปลาสองมือ? นายหิวมากเหรอ?
จีเนียส – เฮ้อ......บางเรื่องนี่นายก็เป็นอัจฉริยะจริงๆนะ....
รอยด์ – ฮะๆ
จีเนียส – ฉันไม่ได้ชมนะ แต่ว่ามันหมายถึงคนที่โลภมากจะเอาทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย....เหมือนฉัน......
รอยด์ – จีเนียส .....
จีเนียส – ฉัน......อยากเป็นเพื่อนกับทั้งนายกับทั้งมิโทส เขาเป็นเพื่อนคนแรกของฉันที่มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน........แต่สุดท้ายแล้ว ....ด้วยมือของฉันเอง....
รอยด์ – ชั้นขอโทษนะจีเนียส เขาเป็นเพื่อนนาย แล้วฉันก็.....
จีเนียส – ฉันไม่อยากให้นายขอโทษเรื่องนั้นหรอก
จีเนียสล้วงบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า.....คริสตัลสีแดงที่ส่งประกายออกมา
รอยด์ – นั่นมัน.....ครูซิสครัสตัลของมิโทส?
จีเนียส – ขอโทษนะ.....ฉันเก็บมันมาแต่ก็ทำลายมันไม่ลง ฉันจะเอามันไปด้วย อย่างน้อยก็ให้เขาได้เห็นโลกที่ฟื้นฟูคืนมาอีกครั้ง....
รอยด์ – งั้นเหรอ.....
จีเนียส – รอยด์ อย่าทำอะไรที่ต้องทำให้นายเสียใจเองที่หลังนะ ฉันอยากจะพูดแค่นี้ล่ะ
เพรเซีย – พอมานั่งที่นี่ ดูเหมือนกับว่าเรื่องที่โลกกำลังจะถูกทำลายไม่ใช่เรื่องจริงเลยค่ะ
รอยด์ – ใช่ ถ้าGreat Seed ไม่ตื่นขึ้นมา โลกนี้ก็.....
เพรเซีย – สิ่งที่พวกเรากำลังจะทำ อาจจะฝืนกฎของธรรมชาติ
รอยด์ – อะไรนะ?
เพรเซีย – ผู้คนต่างเลือกหนทางแห่งการทำลายล้าง สิ่งที่พวกเรากำลังพยายามจะทำอาจจะเป็นแค่การยืดอายุขัยของโลกโดยไร้ความหมายเท่านั้น
รอยด์ – เธอจะบอกว่าให้โลกถูกทำลายไปได้ซะก็ดีเหรอ?
เพรเซีย - .....ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันไม่คิดว่าจะมีใครรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะอย่างนั้นทำให้การตัดสินใจของคุณจึงยากลำบากมากๆแน่ๆ
รอยด์ – เพรเซีย....
เพรเซีย – นั่นอาจจะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง ดังนั้น ได้โปรดเถอะค่ะ เลือกหนทางที่ตัวคุณเองเชื่อมั่น
รอยด์ – ขอบใจนะ เพรเซีย
รีกัล – เธอดูเหนื่อยนะ
รอยด์ – งั้นเหรอ?
รีกัล – ครูซิสถูกทำลายแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาที่ใหญ่กว่าเหลืออยู่ เป็นเรื่องธรรมดาอยุ่แล้วที่เธอจะอ่อนล้า
รอยด์ – แต่นี่เป็นจุดจบแล้วล่ะ ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาสู้กับคราโทสแบบนี้
รีกัล – เราเข้าใจความต้องการของเธอที่จะให้พ่อมีชีวิตอยู่ต่อไปดี รวมทั้งความต้องการที่จะรวมโลกเป็นหนึ่งของเธอด้วย
รอยด์ - .....ใช่ ถ้าชั้นไม่ทำอะไรเลย โลกนี้ก็จะเหี่ยวเฉา....แล้วทุกคนก็จะตาย
รีกัล – ในเวลาเช่นนี้ เธอมีสองทางเลือก ระหว่างทำสิ่งที่เธอต้องการจะทำ หรือทำสิ่งที่เธอต้องทำ
ชีน่า – เฮ้ นายเป็นอะไรหรือเปล่า
รอยด์ – หือ?.....ไม่หรอก
ชีน่า - ....ฮะๆ ขอโทษนะ นายไม่ใช่คนที่จะตอบคำถามนี้ว่า “ใช่” อยู่แล้ว ชั้นนี้โง่จริงๆเลย
รอยด์ – ชีน่า.....ไม่หรอก ชั้นไม่เป็นอะไรจริงๆ แค่ลังเลนิดหน่อย....
ชีน่า – ใช่ๆ แน่ล่ะ ทุกคนต้องสับสนอยู่แล้ว.....เรื่องของคราโทสมันกระทันหันเกินไป
รอยด์ – แต่ไม่มีเวลาอีกแล้ว ชั้นต้องตัดสินใจแล้ว ชั้นไม่สามารถโบกมือไปมาแล้วบอกว่าจะช่วยทั้งสองฝ่ายแบบที่ช่วยโคเลทได้หรอก
ชีน่า – พ่อกับลูกสู้กันด้วยชีวิต....แย่จริงๆเลยนะ
รอยด์ – เธอไม่ต้องทำให้ตัวเองรู้สึกแย่หรอก ขอบใจมาก.....ชั้นจะคิดนานๆหนักๆกับเรื่องนี้ ชั้นจะหาคำตอบที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นอีก
ชีน่า – ขอโทษนะที่ทำให้นายสบายใจไม่ได้.....
รอยด์ – ไม่เป็นหรอก ขอบใจมาก
วันรุ่งขึ้น....
ผู้เฒ่า – เธอจะเข้าไปในป่ายูมิลแล้วหรือ?
รอยด์ – ครับ
ผู้เฒ่า – คราโทสเดินทางไปทั่วโลกเพื่อหาแร่ในตำนาน “ไอโอนิส” เขามาที่นี่เช่นกัน เธอรู้ไหมว่าทำไม?
รอยด์ – เพื่อให้มนุษย์สามารถใช้อีเทอร์นอลซอร์ดได้ใช่ไหมครับ?
ผู้เฒ่า - .....ด้วยสิ่งนั้น เธอจะสามารถใช้ดาบนั้นได้ แต่มันไม่มีอยู่บนโลกนี้ เขาจึงต้องไปนำมันมาจากเดริส-คารานเท่านั้น
รอยด์ - .......
ผู้เฒ่า – แม้เธอจะไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ แต่จงอย่าลืมว่าคราโทสเป็นสหายคนที่ 9 ของพวกเธอ
รอยด์ - .....ผมไม่ลืมหรอก
~ ป่ายูมิล ~
โคเลท – คุณมาร์เทล....เป็นคนที่น่าทึ่งมากเลยนะคะ....
รีฟิล – ทำไมหรือ?
โคเลท – ตอนที่จิตวิญญาณของเธอเข้ามาในตัวฉัน......ฉันสามารถมองเห็นได้ถึงภายในจิต ใจของเธอ ถูกทำร้ายและถูกหักหลังจากคนมากมาย......ในใจฉันมีแต่ความเศร้าเอ่อล้นออกมา
รีฟิล - ....จริงสินะ เพราะมาร์เทลก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์นี่
โคเลท – แต่ยิ่งไปกว่านั้น....เธอก็ยังรักโลกใบนี้ยิ่งกว่าใคร ....ถึงแม้เธอน่าจะเกลียดโลกนี้แบบคุณมิโทสก็ไม่น่าจะแปลกด้วยซ้ำ
รีฟิล – การออกเดินทางของมิโกะเพื่อช่วยโลก....เพื่อค้นหาภาชนะของมาร์เทล บางทีอาจจะยึดถือแบบอย่างการใช้ชีวิตของมาร์เทลมาเป็นแบบอย่างก็ได้นะ
~ ป่ายูมิล – ศิลาแห่งออริจิน ~
คราโทส - .....มาแล้วหรือ
รอยด์ – ไม่มีทางอื่นอีกแล้วงั้นเหรอ?
คราโทส - ......เธอยังคิดแบบนั้นอีกหรือ? เธอจะตายหากไม่สู้กับเราอย่างไร้ความกังวล หากเธอต้องการสร้างพันธะสัญญากับออริจิน เธอต้องล้มเราเสียก่อน
รอยด์ – นั่น...เป็นวิธีของนายนี่นะ ทุกคน ให้ชั้นจัดการเอง
คราโทส - ....เธอจะสู้คนเดียวหรือ?
รอยด์ - .....หากนี่เป็นความต้องการของนายที่จำสะสางอดีต นี่ก็เป็นหน้าที่ของฉันในฐานะลูก ที่จะฝ่าฟันมัน เตรียมตัวซะ!
คราโทส – เธอ.......แข็งแกร่งขึ้นแล้วนะ
รอยด์ - ....ต้องขอบใจนาย
คราโทส – ....จะไม่สังหารเราหรือ?
รอยด์ – ชั้นจัดการเทวทูตคราโทส คนที่ทรยศพวกเราไปแล้ว และชั้นยกโทษให้แก่คราโทส วีรบุรุษแห่งอดีตกาล ผู้ช่วยเหลือพวกเรา แค่นั้นล่ะ
คราโทส – หึ.....ทั้งๆที่เราคิดว่าถึงเวลาที่จะตายเสียที...แต่เธอก็ยังอ่อนโยนเหมือนเดิม
เขายืนขึ้น และหันหลังเดินไปยังศิลาแห่งออริจิน
รอยด์ – ด...เดี๋ยวก่อน!....นายจะทำลายผนึกงั้นเหรอ?
คราโทส - ...นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่หรือ?
รอยด์ – แต่นายจะ....
ปีกแสงของคราโทสกางออกมาก่อนที่เขาจะปลดปล่อยมาน่าออกจากตัวจนหมด และล้มลงไป....ชายคนหนึ่งเข้ามาประคองร่างเอาไว้ เขาคือยูอัน ร่างของคราโทสส่องแสงออกมาเรื่อๆ
รอยด์ – คราโทส!
ยูอัน – อย่าเป็นห่วงเลย เขายังมีชีวิตอยู่ เราได้มอบมาน่าบางส่วนของเราให้เขาแล้ว
รอยด์ – พ่....คราโทส ไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ?
คราโทส - ...ดูเหมือนเราจะล้มเหลวที่จะตายอีกครั้งแล้วสินะ
รอยด์ – โง่หรือเปล่า! นายจะตายตอนไหนก็ได้! แต่ถ้านายไป มันก็คือจุดจบนะ!
ยูอัน – เธออยากให้เขาอยู่ไปพร้อมกับการลงทัณฑ์ชั่วนิรันดร์หรือ?
รอยด์ – ใครพูดแบบนั้นกัน! นายจะได้อะไรจากการตายกัน? ไม่มี! การตายน่ะมันไม่มีความหมายหรอก!
คราโทส – เธอ....พูดถูกแล้ว....พอคิดว่า....ต้องให้ลูกชายตัวเองมาสอนเรื่องแบบนี้แล้วมัน...
รอยด์ – คราโทส !
ยูอัน – เขาไม่เป็นอะไรหรอก สร้างพันธะสัญญากับออริจินเถอะ
ศิลาแห่งออริจินส่งแสงสีทองออกมา ก่อนภูติอสูรในร่างของชายผู้มีแขน 4 ข้าง จะปรากฏขึ้น
ออริจิน – เจ้าผู้ไร้ซึ่งคุณสมบัติ เราได้สูญเสียความศรัทธาซึ่งทุกสิ่งไปแล้ว เจ้ามาที่นี่เพื่อทำให้เราผิดหวังเช่นกันหรือ?
รอยด์ – ออริจิน ท่านก็มีพันธะสัญญากับมิโทสอยู่หรือ?
ออริจิน – พันธะสัญญาระหว่างเรากับมิโทสได้แตกสลายลงเมื่อเราได้เป็นอิสระ และจะไม่มีใครสามารถใช้พลังของเราได้อีก
ชีน่า – ถึงแม้พวกเราจะประกาศสัตย์สาบานเหรอ?! พวกเราต้องการอีเทอร์นอลซอร์ดนะ!
รอยด์ – ชั้นอยากจะใช้อีเทอร์นอลซอร์ดเพื่อรวมโลกให้เป็นหนึ่ง และคืนชีพให้แก่พฤกษายักษ์คาราน! ถ้าพวกเราไม่ทำอะไร โลกก็ยังไม่หยุดการแย่งชิงมาน่า และทุกคนก็จะทรมาน!
ออริจิน – สถานการณ์นั้นเกิดจากความอ่อนแอแห่งสัตว์โลกผู้ไม่สามารถยอมรับผู้ที่แตกต่างจากตนได้
รอยด์ – นั่นอาจจะจริง แต่ความผิดพลาดน่ะสามารถแก้ไขได้นะ
ออริจิน – บางสิ่งนั้นไม่อาจแก้ไขได้
โคเลท – ถึงจะเป็นแบบนั้น.....พวกเราก็ต้องทำทุกอย่างที่พวกเราทำได้ค่ะ
รอยด์ – แน่นอน ชั้นไม่ยอมแพ้หรอก นับตั้งแต่เวลาที่พวกเขาเกิดมา ทุกคนก็มีสิทธิที่จะมีชีวิต ชั้นอยากจะทวงคืนสิ่งนั้น ให้กับมนุษย์ เอลฟ์ ฮาลฟ์เอลฟ์ ดวอร์ฟ หรือแม้แต่ภูติอสูร.......ทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิต!
คราโทส – ออริจิน.......เกือบตลอดเวลามานี้ เราเคยคิดว่าวิธีเดียวที่จะช่วยโลกนี้ได้ก็มีเพียงการทำตามอุดมคติของมิโทส เหมือนดังเช่นที่ท่านเคยเห็นด้วยกับอุดมคติของเขา เราก็เคยคิดเช่นนั้น แต่รอยด์ต่างออกไป เขาสอนเราว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง เราต้องเป็นผู้ทำเอง เพียงแค่การพึ่งพาผู้อื่นและเห็นด้วยกับอุดมคติของเขานั้นไม่อาจเพียงพอได้
ออริจิน - ......เจ้าผู้มีคุณสมบัติแห่งการโองการอสูร ประกาศสัตย์สาบานของเจ้าออกมา
รอยด์ – ออริจิน! ถ้างั้น....
ออริจิน – เราจะพยายามเชื่อมนุษย์อีกครั้ง.....เราจะทำหน้าที่ของเราเพื่อสร้างโลกที่ เจ้ากล่าวถึง......โลกที่ทุกชีวิตสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเท่าเทียม
ชีน่า – ฉัน ชีน่า มีเพียงสัตย์สาบานเดียว เพื่อทวงคืนโลกที่ทุกคนสามารถอยู่ได้อย่างเสรี....โลกที่ชีวิตไม่ต้องเสีย สละอย่างไร้ความหมาย แค่นั้นล่ะ!
ออริจิน – ถ้าเช่นนั้นเราจะรังสรรค์พันธะสัญญาเพื่อสัตย์สาบานนั้น จงสู้กับเรา!
ออริจินวาดมือไปมากลางอากาศเรียกอาวุธของตนไว้ในมือทั้ง 4 ข้าง เพื่อเริ่มการต่อสู้นี้!
อาวุธในมือของออริจินหายไปเพื่อเป็นการยอมรับความสามารถของพวกรอยด์
ออริจิน – ผู้รังสรรค์พันธะสัญญา ชีน่า....และรอยด์ เราขอมอบพลังของเราไว้ในมือของพวกเจ้า....ด้วยพลังนั้น จนเปลี่ยนอีเทอร์นอลซอร์ดให้กลายเป็นดาบที่จะช่วยเหลือทุกชีวิต! อย่างไรก็ตาม อีเทอร์นอลซอร์ดยังคงอยู่ภายใต้พันธะสัญญาของมิโทส ผู้ที่มิใช่สายเลือดเอลฟ์ไม่สามารถใช้มันได้ เจ้าต้องใช้พลังของเจ้าเพื่อเป็นเจ้าของดาบนั้น และผนึกพันธะสัญญาใหม่กับมัน
ร่างของออริจินจางหายลงขณะรวมตัวกลายเป็นแหวนอัญมณีไดมอนด์
จีเนียส – นายทำได้แล้ว รอยด์....
จีเนียสเดินเข้ามาหาและหยุดชะงักเมื่อเห็นครูซิสคริสตัลที่เก็บเอาไว้ลอย เข้าไปฝังเข้ากับรอยด์ ภาพวิญญาณของมิโทสจางๆปรากฏอยู่เบื้องหลังเขา!
มิโทส – ไม่มีเวลาแล้ว......ผมจะใช้ร่างของนายล่ะ!
วิญญาณของเขาลอยซ้อนเข้าไปในตัวรอยด์ซึ่งแสดงท่าทีทรมาน!
รอยด์ – ม.....ไม่!
รีฟิล – ไม่จริง! มิโทสยังมีชีวิตรอดอยู่ในครูซิสคริสตัลนั้น! ร่างของรอยด์จะถูกยึดไปถ้าไม่ทำอะไร!
โคเลท – รอยด์!
เธอวิ่งเข้าไปคว้าครูซิสคริสตัลนั้นมาถือไว้จนร่างของโคเลทถูกมิโทสเข้าครอบงำแทน!
โคเลท – บ้าจริง! เธอเข้ามาขวางอีก ก็ได้ ผมจะใช้ร่างนี้ก็ได้
คราโทส – มิโทส! หยุดนะ!
โคเลท – คราโทส........นายไม่เคยเข้าใจผมจริงๆ ผมจะไม่คืนร่างนี้ให้เด็ดขาด!
รอยด์ – โคเลท! รอเดี๋ยวก่อน! ปล่อยเธอซะ!
โคเลท – ฮะฮ่าๆๆ!! ผมจะสนใจอะไรอีกล่ะ? ผมจะทิ้งโลกที่แปดเปื้อนนี้ไว้เบื้องหลังแล้ว!
มิโทสนำร่างของโคเลทหายขึ้นไปบนฟ้า.......ในเวลานั้น หอคอยแห่งการชำระล้างที่ตั้งตระหง่านก็เกิดรอยปริร้าว เศษหอคอยจากเบื้องบนเริ่มตกลงมาเสียดสีกับบรรยากาศกลายเป็นลูกไฟพุ่งลงมา ทำลายโลกเบื้องล่าง
จีเนียส – หอคอยกำลังถล่มลงมาแล้ว!
ยูอัน – เป็นเพราะมิโทส! เขาทำลายเส้นทางไปเดริส-คารานแล้ว!
รอยด์ – บ้าจริง! พวกเราจะไปอพยพชาวเอลฟ์ก่อน! หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านต้องถูกทำลายแน่ถ้าพวกเราไม่ทำอะไร!
ที่เฮมดาลล์ เวลานี้ถูกเศษซากของหอคอยถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง รอยด์เข้าไปช่วยเอลฟ์ที่ยังติดค้างในหมู่บ้านแล้วรีบออกมา เมื่อหันหลังไปก็พบว่าหอคอยถล่มลงมาจนไม่เหลือซาก สายฟ้าจากพื้นดินพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนขณะที่ดาวเคราะห์สีม่วงขนาดใหญ่ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเหนือพื้นโลก ทั้งทะเลและต้นไม้ต่างสั่นไหวเหมือนกำลังถูกแรงดึงดูดมหาศาล ขณะที่ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีม่วงเพราะระยะที่ใกล้ชิดกันมากนี้เอง
รอยด์ – อะไรน่ะ?!
คราโทส – นั่นคือ....เดริส-คาราน
รีฟิล – เป็นไปไม่ได้! ดาวเคราะห์จะมาอยู่ใกล้กันขนาดนี้ได้ยังไงกัน!
ยูอัน – อีเทอร์นอลซอร์ดทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ เดริส-คารานถูกบดบังเอาไว้โดยสนามพลังงานที่ปล่อยออกมาจากหอคอยแห่งการชำระ ล้าง แต่จริงๆแล้วมันคงอยู่เช่นนี้มากว่าสี่พันปีแล้ว
ทาบาธ่า – ใช่ค่ะ
ทุกคนแปลกใจที่เห็นทาบาธ่าเดินเข้ามา
ทาบาธ่า – และเวลานี้ มิโทสซึ่งมี Great Seedอยู่ กำลังพยายามที่ไปจากดาวดวงนี้ และนำเดริส-คารานไปกับเขาด้วย
เพรเซีย – คุณทาบาธ่า! ไม่เป็นอะไรแล้วหรือคะ!
ทาบาธ่า - ......ค่ะ
ชีน่า – เดี๋ยวก่อนสิ เดริส-คารานคือกลุ่มของมวลมาน่า และ Great Seed คือเมล็ดของพฤกษายักษ์ใช่ไหม? ถ้าเขาเอามันไปทั้ง 2 อย่าง แล้วโลกนี้จะเป็นยังไงล่ะ?
รีฟิล – มันจะเหี่ยวแห้งและตายไปเพราะไร้มาน่า
จีเนียส – ปัญหานี่มันใหญ่กว่าการรวมโลกอีกนะ แต่ใครจะสนใจล่ะ โคเลทพึ่งจะถูกจับไปนี่! จะทำยังไงกันดีล่ะ?
รอยด์ – จะมีอะไรอีกล่ะ? พวกเราจะตามมิโทสไป!
รีกัล – แต่หอคอยได้ถูกทำลายลงไปแล้วนะ
คราโทส – หากเธอได้ทำสัญญากับออริจินจริงๆ ก็ใช้อีเทอร์นอลซอร์ดสิ ด้วยพลังของมันซึ่งอยู่เหนือมิติและกาลเวลา.....
ยูอัน – แต่อัลเทสต้าก็ยังไม่หายดีพอ แล้วใครจะเป็นคนสร้างแหวนแห่งพันธะสัญญาล่ะ?
รอยด์ - ....พ่อ!
จีเนียส – ลุงเดิร์กเหรอ?!
รอยด์ – ใช่ เขาเป็นความหวังเดียวแล้ว พวกเราจะไปซิลวาแลนด์กัน!
คราโทส – เดี๋ยวก่อน เราจะไปกับเธอด้วย
รอยด์ - .......ตกลง
~ ซิลวาแลนด์ ~
เดิร์ก - .....คุณอยากให้ชั้นทำแหวนแห่งพันธะสัญญางั้นหรือ? ดวอร์ฟที่สูญเสียความสามารถของเขาไปเพราะอาศัยอยู่บนพื้นดินนี่น่ะหรือ?
คราโทส – ไม่มีใครเหลืออีกแล้ว ดวอร์ฟที่มีทักษะนั้นก็ไม่สามารถขยับตัวได้
รอยด์ – พ่อ....ขอร้องล่ะ!
คราโทส - ......เราได้รวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็นมาแล้ว
เขาเดินไปที่โต้ะและวางของมากมายลงไป
เดิร์ก – นี่มันอันดามันไทท์ที่ใช้เพื่อเจียระไน....แล้วท่อนไม้นี่คืออะไรกัน?
รอยด์ – นี่มัน....ไม้ศักดิ์สิทธิ์?
คราโทส – ต้องใช้ไม้นี้เท่านั้นในการเร่งไฟน่ะ
รอยด์ - .......เพราะอย่างนี้นายเลยเดินทางไปทั่วเทเซอาร่าหรือ? เพื่อหาของพวกนี้?......
คราโทส - ...............
เดิร์ก - ....เข้าใจแล้ว ชั้นตกลง ชั้นคงไม่สามารถปฏิเสธได้หลังจากที่คุณทำมาให้ถึงขนาดนี้ และชั้นคิดว่าคงไม่เป็นอะไรที่จะช่วยลูกของชั้น เพราะ.....เขาก็เป็นลูกของเราเหมือนกัน ปฏิญาณแห่งดวอร์ฟข้อที่ 1 ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อสันติสุขของโลก
ในที่สุด รอยด์ก็ได้แหวนแห่งพันธะสัญญามาไว้ในมือ
รอยด์ – ด้วยสิ่งนี้....ชั้นจะสามารถใช้อีเทอร์นอลซอร์ดได้ใช่ไหม?
คราโทส – รอยด์ เรามีเรื่องจะขอร้อง
รอยด์ – อะไรเหรอ?
คราโทส – เธอจะยอมให้เราร่วมเดินทางไปกับเธออีกครั้งได้ไหม?
รอยด์ - .....แน่นอน ชั้นหวังให้นายพูดแบบนี้อยู่แล้ว
คราโทส – ถ้าเช่นนั้นก็ใช้สิ่งนี้เถอะ พวกเราจะหยุดยั้งมิโทสด้วยกัน
เขามอบดาบเพลิงของเขาให้
เดิรก์ – เป็นดาบที่งดงามจริงๆ ชั้นคิดว่าแกคงต้องมีดาบที่คู่ควรกับดาบนี้ รับเอาไว้สิ นี่เป็นของขวัญที่เคยสัญญาเอาไว้ ตอนนี้แกก็เติบใหญ่ขึ้นแล้ว ชั้นคงสามารถฝากฝังดาบที่เยี่ยมที่สุดที่ชั้นเคยตีมาให้ได้
รอยด์หยิบดาบที่”พ่อ”ทั้งสองคนมอบให้ ดาบเพลิงและดาบน้ำแข็งที่เปล่งไอร้อนเย็นออกมาตลอดเวลา “มาเทเรียลเบลด”
รอยด์ – ว้าว......ผมต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกแน่ถ้ามีดาบนี้ ขอบใจมากนะพ่อ....และก็คราโทส
แรร์เบิรด์พาทุกคนไปยังซากของหอคอยแห่งการชำระล้าง ซึ่งเหลือเพียงฐานรากที่เป็นแท่นพิธีกรรมเท่านั้น
รอยด์ – คงเพราะอีเทอร์นอลซอร์ดสินะ...ที่นี่เลยไม่เป็นอะไร
รีฟิล – รอยด์ เธอเตรียมตัวพร้อมหรือยัง? นี่อาจจะเป็นศึกสุดท้ายของพวกเรา
รอยด์ – ครับ
รอยด์วิ่งไปยังบริเวณซึ่งอีเทอร์นอลซอร์ดปักอยู่ และดึงมันขึ้นมาชูขึ้น มันค่อยๆแปรสภาพกลายเป็นแสงซึ่งแยกออกเป็นสีแดงและน้ำเงิน ลอยเข้าไปยังดาบมาเทเรียลเบลดของเขา เมื่อรอยด์ชักดาบทั้งสองออกมา เสียงแห่งดาบก็ดังขึ้น
“ท่าน ผู้มีคุณสมบัคิคนใหม่ ท่านหวังที่จะขอสิ่งใดกับเรา?”
รอยด์ – พาพวกเราไปที่เดริส-คาราน ที่ซึ่งมิโทสและเพื่อนรักของพวกเราอยู่!
“รับทราบ”
ม่านพลังสีฟ้าปรากฏขึ้นมาล้อมทุกคนไว้ ก่อนมันจะลอยตัวสูงขึ้นไปบนฟ้า สู่สนามรบสุดท้าย เดริส-คาราน...
ทุกคนวิ่งผ่านเส้นทางที่ยาวไกลบนเดริสคาราน จนไปถึงแท่นแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อทุกคนเดินเหยียบ พื้นบริเวณนั้นก็ส่องแสงออกมา....มีเพียงรอยด์ที่สามารถเดินพ้นไปได้
รอยด์ – อ...อะไร...?!
รีฟิล – นี่มันกับดัก!
จีเนียส – รอยด์ ช่วยพวกเราด้วย!
จีเนียสถูกเคลื่อนย้ายหายไป....
รีฟิล – ลืมพวกเราไปซะ! และหาทางหลบเลี้ยงกับดักนี้ด้วย!
รีฟิล......
ชีน่า – อย่าห่วงชั้นเลย! ไปจัดการมิโทสเถอะ!
ทุกคนค่อยๆหายไป
เพรเซีย – อุปกรณ์นี้ไม่ทำอันตรายต่อชีวิต อย่าเป็นห่วงเลยค่ะ
และเพรเซีย....
รีกัล – รอยด์ ตราบใดที่เธอยังปลอดภัย พวกเราก็ยังไม่แพ้ เธอต้องไปให้ถึง Great Seed!!
รีกัล.....
คราโทส – รอยด์! จงตามหาเดริสเอมเบลม! ถ้ามีมัน เธอจะสามารถทำลายกับดักนี้ได้!
คราโทสหายไปเป็นคนสุดท้าย
รอยด์ – ทุกคน.....บ้าจริง เกิดอะไรขึ้นนะ?! เกิดอะไรขึ้นกับทุกคน?
“ทุกอย่างยังเป็นปกติ เราสามารถรู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของพวกเขาจากที่ใดซักแห่งในเมืองนี้”
รอยด์ – ตกลง ไปตามหาพวกเขากันเถอะ!
เขาเดินเข้าจุดเคลื่อนย้าย และพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้ว ครั้งนี้ไม่มีชีวิตใดอยู่เลย
รอยด์ – ที่นี่มัน....เวลไกอา แต่ดูแตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่มานะ....บ้าจริง! มิโทส! หมอนั้นทิ้งได้แม้กระทั่งฮาล์ฟเอลฟ์ พวกเดียวกับเขาเหรอ! ชั้นจะไม่ทิ้งใครหรอก ชั้นต้องการทุกคน!
เขาวิ่งไปในเมือง และพบว่าตัวเองยืนอยู่บนวงเวทย์ขนาดเล็ก ขณะที่บนพื้นกลายเป็นน้ำวนที่มืดมิดซึ่งฉุดลากเขาหายลงไป......
ที่ด้านหนึ่งของเวลไกอา คราโทสและชีน่าถูกเคลื่อนย้ายมาอยู่ที่เดียวกัน
คราโทส – ที่นี่......คือสถานที่ผนึกของเดริสเอมเบลมหรือ?
ชีน่า – เดี๋ยวก่อนนะ นายได้ยินเสียงแปลกๆหรือเปล่า?
ที่ใต้เท้าของทั้งสองคนมีวงเวทย์ปรากฏขึ้น
คราโทส – นี่มันอะไรน่ะ?!
บนพื้นใกล้ๆกันนั้น วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันเริ่มหมุนวนและบิดเกลียวจนเป็นสีดำทมิฬ
ชีน่า – พวกเรากำลังจะถูกดูดลงไปในนั้น!
คราโทส – พวกเราต้องวิ่งแล้ว!
ทั้งสองคนพยายามหลบหนี แต่เงามืดจากหลุมนั้นก็พุ่งออกมาฉุดรั้งเอาไว้จนไม่สามารถวิ่งออกไปได้ไกลนัก
ชีน่า – นี่....มันอะไรกันน่ะ?!
คราโทส - ....มองข้างล่างสิ!
ใต้หลุมนั้นมีแมงมุมสีแดงตัวใหญ่อยู่ เบื้องหน้าทั้ง 2 คน มีร่างมนุษย์ 2 ร่างปรากฏขึ้น
คูจินาวะ – เป็นอะไรไปล่ะ? เธอจะถูกจับนะถ้าไม่รีบวิ่ง
รอยด์ – ฮะๆ เป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆนะคราโทส
ชีน่า – ทำไมรอยด์กับคุจินาวะ......
คราโทส – สงบสติก่อน นี่เป็นเพียงภาพหลอน
รอยด์ – ชั้นไม่ใช่ภาพหลอนนะ นายเอาแต่ไปมองมิโทสด้วยดวงตาที่มืดมิดจนมองอะไรไม่เห็นแล้วเหรอ?
คุจินาวะ – เธอโตขึ้นมาในมิสุโฮะ แต่ก็ยังบอกไม่ได้อีกหรือว่าข้าเป็นตัวจริงหรือภาพหลอน?! เธอนี้ช่างเป็นคนที่ล้มเหลวจริงๆ
รอยด์ – นายหยุดมิโทสไม่ได้ และนายก็ปกป้องแม่ไม่ได้ แล้วนายก็ตกต่ำลงไปกลายเป็นคนทรยศ นายนี่มันน่าสมเพชจริงๆ รู้ไหม?
คุจินาวะ – พวกแกไม่สมควรเกิดมา ทุกคนคงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าพวกแกไม่ได้เกิดมา! แกพาโชคร้ายมาให้กับผู้คนของมิสุโฮะ!!
ชีน่า – ชั้น....ชั้นไม่ได้พาโชคร้ายไป.....
คุจินาวะ – เธอพูดได้จริงๆหรือว่าไม่?! คนขี้ขลาดอย่างเธอที่เข่าอ่อนต่อหน้าโวลท์ แล้วฆ่าเพื่อนของเธอ ?!
รอยด์ – คนนึงทรยศเพื่อนของเขา แล้วยังมีน้ำหน้ากลับมาอย่างไม่ละอายใจ อีกคนนึงก็ฆ่าคนทั้งหมู่บ้าน จบลงไปแบบนี้ก็เหมาะแล้วล่ะ
คุจินาวะ – ถ้าเธอคิดว่าวิ่งออกมาก็วิ่งสิ วิ่ง! เธอจะถูกความมืดกลืนกินแล้วก็ตาย!
ถึงจะวิ่งอย่างไร แต่ทั้ง2คนก็ถูกดูดเข้าไปใกล้ความมืดนั้นเข้าทุกที
คราโทส - ....หากเป็นเช่นนี้พวกเราคงถูกมันกินแน่
ชีน่า – ล้อเล่นน่า!
รอยด์ – อยากให้ชั้นช่วยไหม คราโทส?
คุจินาวะ – ขอร้องสิ ขอให้พวกเราอภัย
รอยด์ – ยอมคำนับแสดงความจงรักภักดีต่อครูซิสพร้อมๆกับชั้น
สูงขึ้นไป มิโทสปรากฎตัวขึ้นในร่างของอิกดราซิล
อิกดราซิล - ปีศาจตนนั้นจะทำให้พวกเจ้าพบกับความทรมาน หากมันกลืนกินเจ้าได้ เจ้าจะไม่มีชีวิต แต่ก็ไม่ตาย เจ้าจะถูกขังไว้กับความมืดที่แท้จริง และถูกทรมานไปตลอดกาล
ชีน่า – ตลอดกาล.....
อิกดราซิล- ให้เราช่วยเจ้าสิ แค่ร่วมมือกับพวกเราแล้วส่งอีเทอร์นอลซอร์ดคืนมา แล้วทุกอย่างก็จะจบลง
คุจินาวะ – ท่านมิโทสยอมให้ชาวมิสุโฮะมีชีวิตต่อไปได้
รอยด์ – นายเคยยอมรับมิโทสด้วยสายตาที่มืดบอดนั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็แค่ทำมันอีกครั้ง แล้วโลกก็จะถูกช่วย มิโทสจะช่วยโลกนะ
คราโทส – มิโทส....จะช่วยโลก?
รอยด์ ใช่ แล้วเขาจะยกโทษให้นายที่ทรยศเขา นายกับชั้น พ่อ....มาสร้างโลกที่สงบสุขด้วยกันกับมิโทสเถอะ
อิกดราซิล - สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือเป็นพันธมิตรกับเรา ทันทีที่เจ้ายอม เจ้าก็จะถูกช่วยจากกรงเล็บแห่งความมืดนั้น
ชีน่า – ผู้คนของมิสุโฮะ....
คราโทส – นี่มันตลกจริงๆ...
“ ทั้งสองคนน่ะฟังชั้นสิ! “
เสียงของรอยด์ดังมาจากเบื้องล่างซึ่งมีปีศาจแมงมุมนั้นอยู่
รอยด์ – อย่าถูกหลอกสิ! ชั้นตัวจริงอยู่ตรงนี้ ข้างล่างนี้!
คราโทส - ....คงจะเป็นเช่นนั้นนะ
ชีน่า – งั้นทางนี้ก็ตัวปลอมจริงๆสินะ
อิกดราซิล – เจ้าพวกโง่ รอยด์ตัวจริงอยู่ทางนี้ เสียงนั้นเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
รอยด์ – ชั้นไม่ใช่ภาพลวงตา! เธอคิดเหรอว่าการเป็นส่วนหนึ่งของยุคแห่งสิ่งไร้ชีวิตน่ะดีกับชาวมิสุโฮะ? อีกอย่าง ชั้นไม่มีวันเห็นด้วยกับอุดมคติของมิโทสหรอก!
คราโทส - .....อย่าห่วงเลย นั่นเป็นเพียงภาพหลอนที่อยู่ในใจของเรา ภาพหลอนที่พยายามชักจูงเราให้หันหลังให้กับความเป็นจริง และไปหามิโทส
ชีน่า – ถ้างั้น....คุจินาวะนี่.....ก็คือภาพหลอนที่อยู่ในใจของชั้น
ร่างของแมงมุมนั้นกลายเป็นร่างของรอยด์อยู่แวบหนึ่ง
รอยด์ – แน่นอน! ชั้นเชื่อพวกนายนะ! ชั้นรู้ว่าทั้งสองคนจะสามารถเอาชนะภาพหลอนแล้วกลับมาหาชั้นได้! ทั้งสองคนอยู่ที่นี่เพราะทั้งสองคนจำเป็นต่อโลก! ชีวิตของพวกนายแค่เพียงคงอยู่มันก็มีค่าแล้ว!
ชีน่า – เพียงแค่คงอยู่....ชีวิตของชั้นก็มีค่าแล้ว?
คราโทส – เรา....มีค่า? เรานี่น่ะหรือ?
อิกดราซิล – ไม่ใช่หรอก ไม่มีชีวิตใดทีมีค่าแค่เพราะยังคงอยู่ มนุษย์และผู้ที่ทรยศเราไม่มีค่าหรอก!
รอยด์ – เงียบซะ! แค่เกิดมาก็มีค่าแล้ว แต่ถ้านั่นยังไม่พอสำหรับนาย ชั้นจะบอกให้อีกก็ได้ ทั้งสองคนมีค่า เพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนของชั้น!
คราโทส - ...เธอยอมรับเราหรือ?
อิกดราซิล – นายจะทรยศเราอีกหรือ?
รอยด์ – พ่อจะเลือกเจ้าตัวปลอมนั่นมากกว่าผมเหรอ?!
คราโทส – จงไปซะ ภาพลวงตาของมิโทสและรอยด์! ลูกชายของเราต้องการเรา! เรา.....ไม่สามารถวิ่งหนีบาปจากอดีตของเราได้ รอยด์ ให้เราได้ชดเชยกับความโง่เขลาของเราที่ได้มองข้ามความโหดร้ายของมิโทสไป ด้วย!
เขาหยุดฝีเท้าและยอมถูกดูดลงไปในความมืดนั้น...
ชีน่า – ท่าทางชั้นจะโดนเข้าแล้วสิแฮะ
คุจินาวะ – เธอจะหนีอีกแล้วรึ!
อิกดราซิล – เราจะทำลายมิสุโฮะที่เหลือทั้งหมด!
ชีน่า – ชั้นไม่ได้หนี! ผู้คนของมิสุโฮะกำลังรอให้พวกเรารวมโลก การทรยศความเชื่อมั่นนั่นล่ะคือการหนี!
เธอหยุดฝีเท้าและลงไปในวังวนนั้น
ชีน่า – จะเป็นคำสาปหรือจะเป็นการชำระล้าง.......ก็มีทางเดียวทีจะรู้ได้ล่ะนะ
รอยด์ – กลับมาแล้วสินะ ทั้งสองคน
ชีน่า – ชั้นคงหนีจากสิ่งที่ชั้นเกิดมาไม่ได้น่ะนะ
คราโทส – เราละอายจริงๆที่ยอมแพ้และถอยหนี เราชักจูงตัวเองว่าไม่มีทางอื่นอีกแล้ว แต่เราก็ได้คิดใหม่อีกครั้ง ต้องขอบใจภาพหลอนนั่น!
รอยด์ – ใช่ การหนีมันไม่ช่วยแก้อะไรหรอก
มิโทสดูทั้งสามคนอยู่เงียบๆจากเบื้องบน
มิโทส – คุณค่าอะไรกันที่คนซึ่งแบกสายเลือดที่ถูกสาปจะมีได้? แล้วบางครั้งการหนีก็เป็นการรักษาชีวิตตัวเองไว้ มนุษย์นี่ช่าง....เห็นแก่ตัว
รูปปั้นบางอย่างลอยลงมาตรงกลางระหว่างทั้งสามคน
รอยด์ – อะไรน่ะ?
คราโทส - ....รูปปั้นแมงมุม?
ชีน่า – แต่มันแตกออกเป็นเสี่ยงด้วยนะ
รอยด์ – นี่มันอาจจะเป็นสิ่งเตือนไม่ให้หนีจากปัญหาก็ได้นะ
คราโทส – หึ.......
ชีน่า – ก็อาจจะใช่นะ ชั้นจะเก็บมันไว้เป็นสิ่งเตือนใจเลย
ทั้งสามคนตามหาคนอื่นๆต่อ จนพบกับรีฟิลและจีเนียสที่ถูกขังอยู่ในห้องกระจก แต่ภาพที่ทั้งสองคนกำลังเห็นอยู่ คือภาพของผู้ใหญ่บ้านของอิเซเรีย และผู้หญิงชาวเอลฟ์คนหนึ่ง
จีเนียส – ทำไมผู้ใหญ่บ้านถึง.....?
รีฟิล - ....ระวังด้วยนะ นี่เป็นภาพลวงตา
ผู้ใหญ่บ้าน – เธอคิดว่าเราเป็นภาพลวงตาเหรอ? เพราะอย่างนี้ล่ะทุกคนถึงพูดว่าฮาลฟ์เอลฟ์น่ะโง่
แม่ – รีฟิล ลูกที่น่าสงสารของแม่ เด็กน้อยผู้แปดเปื้อนเพราะเลือดเอลฟ์เพียงครึ่งเดียวในตัวเธอ
รีฟิล – ม....แม่?
ผู้ใหญ่บ้าน – ฮาล์ฟเอลฟ์น่ะไม่มีที่อยู่บนโลกนี้หรอก!
จีเนียส – ไม่จริงนะครับ!
แม่ – เพราะเธอซึ่งเป็นลูกผสมที่ไร้ค่า ฉันถึงถูกขับไล่ออกจากเฮมดาลล์
รีฟิล - .....ถ้าอย่างนั้นทำไมแม่ถึงให้กำเนิดพวกเราล่ะคะ?!
ผู้ใหญ่บ้าน – อาจจะเพราะไม่มีทางเลือกมั้ง เพราะแบบนั้นพวกเธอถึงถูกทิ้งทันทีที่เกิดมา!
แม่ – จงหายไปจากโลกนี้ซะ.....
ผู้ใหญ่บ้าน – ไปตายซะ! พวกแกจะมีชีวิตต่อไปก็ไม่มีความหมายหรอก
แม่ – หายไปซะ.....
ผู้ใหญ่บ้าน – ตายซะ!
จีเนียส – ทั้งมนุษย์ทั้งเอลฟ์.......ไม่มีใครต้องการพวกเราเลย!
ผู้ใหญ่บ้าน – ถูกแล้ว ไม่มีใครต้องการพวกแกหรอก!
รีฟิล – ฉันก็ไม่ได้เลือกที่จะเกิดมาเป็นแบบนี้หรอก....นะ
แม่ – มันช่วยไม่ได้นี่ เป็นความผิดของเธอที่ไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์
รอยด์ – ไม่ใช่! ผิดแล้วล่ะ!
ภาพของรอยด์ปรากฏขึ้นที่กระจกอีกด้านหนึ่ง
มิโทส – ไม่ใช่หรอก พวกเขาไม่ได้พูดผิด ฮาล์ฟเอลฟ์น่ะถูกดูถูกว่าไม่มีค่าแม้กระทั่งเพียงแต่การมีชีวิตอยู่ การคงอยู่ของพวกเราน่ะเป็นอาชญากรรม
รอยด์ – ไม่ใช่นะ! มันไม่ใช่ความผิดของฮาล์ฟเอลฟ์เลย!
จีเนียส – แต่ว่า.....
รีฟิล – พวกเรา.....
รอยด์ – ผู้คนที่ไม่ยอมรับคนที่แตกต่างสิ ที่เป็นคนที่สมควรถูกด่า! เป็นเพราะจิตใจที่อ่อนแอของพวกเขา!
เขาทำลายกระจกเข้ามา
รอยด์ – ผมมารับทั้งสองคนแล้วนะ
จีเนียส – รอยด์.....
รอยด์ – ไปกันเถอะ
แม่ – มันไม่มีหวังหรอก รีฟิล แล้วลูกก็จะถูกทิ้งอีกครั้ง ตราบใดที่ลูกยังเป็นฮาล์ฟเอลฟ์ โลกนี้ก็จะยังเกลียดชังเธอต่อไป
รีฟิล – รอยด์......มาเพื่อพวกเรา แม้ว่าเขาจะสามารถทิ้งพวกเราไป และเผชิญหน้ากับมิโทสได้เลยก็ตาม
แม่ – ลูกจะถูกทรยศอีก เพียงแค่เพราะลูกคือฮาล์ฟเอลฟ์
รีฟิล – ....แม่อาจจะพูดถูก แต่ก็เช่นกัน แม่อาจจะผิดก็ได้ ที่แม่ทิ้งฉัไม่ใช่เพราะสายเลือดของฉัน แต่เป็นเพราะโลกที่เกลียดชังเลือดของฉัน และแม่ที่อ่อนแอเกินไปที่จะยืนขึ้นสู้กับความเกลียดชังนั้น ฉันจะเลิกเกลียดความอ่อนแอนั้น ความเกลียดชังของฉันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก เพื่อที่จะเปลี่ยนโลกนี้ ฉันต้อง....เปลี่ยนแปลงตัวของฉันก่อน ฉันยินดีที่ได้เกิดมาเป็นฮาล์ฟเอลฟ์ ซึ่งทำให้ฉันได้พบรอยด์และเพื่อนรักคนอื่นๆ
มิโทส – จีเนียส เธอก็รู้สึกแบบนั้นหรือ? เธอยินดีหรือที่ได้เกิดเป็นฮาล์ฟเอลฟ์?
ผู้ใหญ่บ้าน – น่าขันจริงๆ! ไม่มีโลกสำหรับฮาล์ฟเอลฟ์หรอก!
จีเนียส - ....เพราะมนุษย์เกลียดพวกเรา ฉันถึงเกลียดมนุษย์
รอยด์ – จีเนียส!
จีเนียส – แต่ฉันชอบนายนะรอยด์ และฉันก็ชอบทุกคนที่เดินทางมาด้วยกัน เพราะ.....ฉันคิดว่าทุกคนชอบฉัน
ผู้ใหญ่บ้าน – แกมันโง่! แกกำลังหลอกตัวเอง!
จีเนียส - ฉันเองก็เหมือนกัน เหมือนกับคนที่เกลียดฮาล์ฟเอลฟ์ ฉันก็โกรธมนุษย์กับเอลฟ์เพียงแค่เพราะสิ่งที่พวกเขาเป็น แบบนั้นจะทำให้พวกเขาเกลียดฉันมากขึ้นไปอีก! หัวใจของฉันก็อ่อนแอเหมือนกันนะ
มิโทส - .....มันเป็นบาปหรือที่มีจิตใจที่อ่อนแอ? ทุกคนน่ะไม่ได้แข็งแกร่งหรอก ทุกคนไม่ใช่ว่าจะยืนขึ้นได้ทั้งๆที่ถูกกลั่นแกล้งหรอกนะ
ร่างของมิโทสหายไปจากกระจกพร้อมๆกับร่างของผู้ใหญ่บ้านและแม่ของทั้งสองคน
จีเนียส – รอยด์! ขอบใจที่มาช่วยนะ!
รีฟิล – ฉันขอโทษด้วย ฉันสัญญาว่าจะชดเชยให้กับปัญหาที่พวกเราสร้างให้เธอ
รอยด์ – อย่างห่วงเลย พวกเราเป็นเพื่อนใช่ไหมล่ะ?! แล้วไอ้ของที่พึ่งลอยลงมานี่มันอะไรกัน?
รีฟิล – นี่มันกระจกที่แตกร้าว
จีเนียส – บางทีอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอในหัวใจของพวกเราก็ได้?
รอยด์ – ทั้งสองคนน่าจะเก็บเอาไว้นะ มันเป็นหลักฐานว่าทั้งสองคนเอาชนะกระจกบ้าๆนี่ได้แล้ว
จีเนียส – ตกลง!
รอยด์เข้าไปยังเรือนจำที่เคยถูกจับมาขังไว้ และพบเพรเซียและรีกัลอยู่หลังลูกกรง แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปเพื่อจะช่วยออกมา ร่างของเขาก็เลือนหายไป
รีกัล – เราคิดว่าเห็นรอยด์อยู่เมื่อครู่นี้
เพรเซีย – ค่ะ ....เขาหายไป....ทำไมกัน....
ประตูห้องขังเปิดออกอย่างน่าประหลาด
รีกัล – กับดักหรือ?
เพรเซีย – ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่การอยู่ที่นี่ต่อไป....
รีกัล - ....ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร พวกเราออกไปตามหารอยด์กันเถอะ
เมื่อทั้งสองคนก้าวออกมา ก็พบกับคนซึ่งเป็นน้องสาวและคนรัก.....
อลิเซีย - ......ฉันดีใจจริงๆที่ทั้งสองคนปลอดภัย!
เพรเซีย – อลิเซีย.....
รีกัล – เป็นไปไม่ได้.....
อลิเซีย – รออีกซักครู่นะคะ ฉันจะพาไปหาคุณรอยด์
รีกัล – นี่มันภาพลวงตา! อลิเซียน่ะ....ตายไปแล้ว!
เพรเซีย – ใช่ค่ะ......เธอถูกฆ่า....
รีกัล - ....ถูกต้อง
อลิเซีย – แล้วฉันคืออะไรหรือ พี่เพรเซีย? แม้ฉันจะอยู่ที่นี่ และหายใจอยู่ พี่แท้ๆของฉันยังจะยืนยันว่าฉันตายไปแล้วอีกหรือ?
เพรเซีย – ฉัน....
อลิเซีย – เรื่องที่ฉันถูกท่านรีกัลสังหารนั้นเป็นความจริง แต่ตอนนี้ฉันก็อยู่ต่อหน้าพวกพี่แล้ว แค่นั้นไม่พอเหรอ?
รีกัล - .....นี่เป็นเพียงภาพหลอนเท่านั้น! จงไปซะ!
เขาเดินเข้าไปอย่างมุ่งร้าย
อลิเซีย – กรี้ด!
เพรเซียเข้ามาขวางรีกัลเอาไว้
รีกัล – เพรเซีย!
เพรเซีย – พวกเรา.....ไม่รู้แน่หรอกค่ะว่านี่เป็นภาพหลอนหรือเปล่า
อลิเซีย – พี่....พี่เชื่อฉันใช่ไหม? ขอบคุณมาก!
รีกัล – แก!.....
เพรเซีย – หยุด! หากคุณไม่หยุดล่ะก็....
อลิเซีย – ท่านรีกัล ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะพยายามฆ่าฉัน.....ฉันไม่อยากเชื่อ....
รีกัล – เงียบซะ เจ้าอสูรร้าย! เพรเซีย หลบไปซะ!
เพรเซีย - ....หากคุณจะฆ่าอลิเซีย คุณต้องข้ามศพฉันไปก่อน เตรียมตัวไว้เถอะ!
“พอเถอะ ทั้งสองคน!”
การโจมตีของเพรเซียและรีกัลเหมือนโดนบางสิ่งที่มองไม่เห็น กองเลือดสีแดงฉานไหลลงมาบนพื้น
รีกัล – เสียงของรอยด์.....นี่ก็เป็นภาพหลอนด้วยหรือ?!
เพรเซีย – แต่ว่า.....เลือดนี้....
อลิเซีย – ฉันรู้สึกได้ถึงกลิ่นไอปีศาจจากเลือดนั้น ระวังตัวนะคะพี่!
รีกัล – เกิดอะไรขึ้น! สิ่งใดเป็นเรื่องจริงกันแน่!
“ไม่สำคัญหรอก! ใจเย็นก่อนสิ! ทำไมพวกนายต้องสู้กันด้วย! พวกนายน่าจะเป็นเพื่อนกันนี่?!”
ทั้งสองคนเริ่มเห็นร่างของรอยด์ซึ่งทรุดอยู่บนกองเลือดนั้น
เพรเซีย – คุณรอยด์....
รีกัล – เธอ.....ไม่ใช่ภาพหลอนหรือ?
อลิเซีย – ทำไมถึงหยุดมือล่ะคะ?! พี่เกลียดคนที่ฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ?!
เพรเซีย – แต่ว่า.....
อลิเซีย – และรีกัล....ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ถูกฆ่าไปล่ะ? คุณรู้สึกผิดตลอดมาที่ได้ฆ่าฉันไปนี่?
รีกัล - .......
อลิเซีย – นี่เป็นโอกาสที่จะยุติทุกสิ่งแล้วนะ!
มิโทส – ใช่ นี่ล่ะดีที่สุดแล้ว หากคุณถูกฆ่าไป คุณก็จะไม่รู้สึกผิดอีก และถ้าเธอฆ่าเขา เธอก็จะล้างแค้นได้ อาชญากรรมต้องได้รับการพิพากษา
รอยด์ – ทั้งสองคนน่ะ! ตั้งสติหน่อยสิ! อย่าสับสนสิว่าต้องสู้กับใคร! การตายยุติอะไรไม่ได้ การฆ่าแก้ไขอะไรไม่ได้!
มิโทส – นั่นเป็นแค่ตรรกะเท่านั้น ผู้คนน่ะไม่ได้แสดงออกเพราะตรรกะหรอก ถ้าคนที่รักถูกฆ่า นายก็จะเกลียดชัง.....ฆาตกรต้องถูกลงทัณฑ์
รอยด์ – แต่ถ้านายยังฆ่าคนไปแบบนั้น มันก็จะทำให้เกิดความเกลียดชังใหม่และความแค้นใหม่ขึ้นมา! แล้วก็.....ถ้านายตายไปนายก็แค่วิ่งหนีมันเท่านั้น นายจะลืมการฆ่านั้นและความเจ็บปวดของความผิดนั้น
เพรเซีย – เกิดความเกลียดชังใหม่.....
รีกัล – หนีจากความผิดของเรา.....
อลิเซีย - ....แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ?! คุณฆ่าฉันนะ!
รอยด์ – คุณอลิเซียตายไปแล้วก็จริงอยู่ แต่ชั้นรู้ว่าเธอไม่อยากให้เรื่องจบลงแบบนี้แน่ สิ่งที่ทั้งสองคนกำลังจะทำน่ะมันเห็นแก่ตัว!
รีกัล – เธอ.....คือรอยด์จริงๆ!
เพรเซีย – ....และอลิเซียนั้นคือตัวปลอม อลิเซียไม่มีทางพูดแบบนั้น
อลิเซีย – พี่.....จะฆ่าฉันหรือ?!
รอยด์ – เลิกหลอกเพื่อนชั้นได้แล้ว!
เขาวิ่งผ่านร่างของอลิเซียเข้าไปฟันเงาของมิโทสเบื้องหลัง.....ซึ่งร่างนั้นก็เลือนหายไป
รอยด์ – ชั้นมาช่วยพวกนาย....
รีกัล – เราขอโทษ.... เรา....สูญเสียความต้องการที่จะชดใช้ความผิดไปกับความผ่อนคลายที่ได้รับโทษ ความตายนั้นไม่ใช่การลงโทษ แต่การลงโทษนั้นคือการอยู่ร่วมกับความผิดนั้นและทำหน้าที่เพื่อชดเชยมัน
เพรเซีย - ....ฉันปิดหัวใจของฉัน และหันหลังให้กับคนที่กำลังพยายามชดใช้ความผิด เพราะว่าการเกลียดชังนั่นง่ายกว่าการให้อภัย
รอยด์ – ก่อนที่จะตาย ทั้งสองคนยังทำอะไรได้อีกมากมาย แล้วชั้นก็ไม่คิดว่าทุกเรื่องต้องได้รับการให้อภัย แต่ถึงมันจะเจ็บปวดยังไง พวกนายก็ไม่ควรจมอยู่กับอดีต
รีกัล - ....เธอพูดถูกแล้ว
เพรเซีย - ....ฉันจะเลิกปล่อยให้ตัวเองติดกับอยู่ในอดีต
รีกัล – ผู้คนไม่สามารถค้นหาโลกใหม่ได้หากเขายังพาอดีตไปด้วย
มิโทส - ถึงพวกนายจะลืมอดีตได้ ชีวิตมากมายที่เสียไปก็ไม่กลับมาหรอก ความผิดน่ะต้องถูกพิพากษา
บางสิ่งลอยลงมา
รอยด์ – อะไรน่ะ?
รีกัล – มีด?
เพรเซีย – มันมีรอยบิ่นเต็มไปหมดเลยด้วยค่ะ
รอยด์ – อาจจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอดีตของพวกนาย....
รีกัล - .....พวกเราก็คิดให้เป็นเช่นนั้นเถอะ
เพรเซีย – ค่ะ เพื่อให้พวกเราจะไม่ได้ต้องสู้กันเองอีก
เมื่อรอยด์ตามหาทุกคนจนพบ จึงค้นหาเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าต่อไป และได้พบโคเลท!
โคเลท – ออกไปจากร่างของฉันนะ!
รอยด์ – โคเลท!
มิโทส – อึ่ก.....เธอแข็งแกร่งจริงๆ....เรา....
รอยด์ – มิโทส! ออกไปห่างๆเธอนะ!
มิโทส – นายกล้าดียังไง! เจ้าลูกชายของคราโทส! นายกล้าดียังไงมาออกคำสั่งผม!
แสงสว่างจ้าวูบขึ้นมา และรอยด์ก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าคราโทส ยูอัน และมิโทสซึ่งทรุดตัวอยู่ข้างๆมาร์เทล
รอยด์ – อ...เกิดอะไรขึ้น?
มิโทส – พี่มาร์เทล......ทำไม.....
ยูอัน - .....มนุษย์! เผ่าพันธุ์ของพวกแกไม่สมควรอยู่ต่อไป!
คราโทส – ....พวกแกจะยึดครองมาน่าไปอีกนานแค่ไหนกัน?
มิโทส – เราจะไม่มีวันให้อภัย........มนุษย์อย่างพวกแกก็เหมือนกันหมด!
รอยด์ – คราโทส?.....ทำไมถึง....
ยูอันและคราโทสชักอาวุธจ้องตรงมาที่เขา
รอยด์ - ....พ่อ!
“รอยด์ อย่าเสียความเป็นตัวเธอไป! ความเป็นจริงอยู่ในตัวของเธอ!”
แสงสว่างจ้าวูบมาอีก และเขาพบว่าตัวเองกลับมาที่เดิมแล้ว
รอยด์ - ...อะไรน่ะ?
โคเลท – นั่นคือ.....ความทรงจำของมิโทส หลังสงครามคาราน.....ตอนที่คุณมาร์เทลถูกฆ่า
มิโทส – หุบปาก! หุบปาก! ทำไมถึงต้องมาขัดขวางด้วย! ทั้งเธอทั้งคราโทส! พวกเราต่างก็ต้องการสิ่งเดียวกัน! ผมก็แค่อยากช่วยโลกนี้และพี่! เพื่อให้มีโลกที่ไม่มีใครต้องถูกเหยียดหยามอีก คราโทสก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน!
เงาของมิโทสเลือนหายไป....
รอยด์ – โคเลท! ปลอดภัยไหม?!
โคเลท – รอยด์! อืม ฉันไม่เป็นอะไร ฉันขอโทษนะที่สร้างปัญหาให้เธอตลอดเลย
รอยด์ – อย่าเป็นห่วงเลย
เมื่อสามารถช่วยโคเลทได้แล้ว รอยด์เดินต่อไปจนพบกับแท่นที่มีลวดลายแปลกประหลาดเหมือนกับครั้งแรกที่ทุกคน ถูกเคลื่อนย้ายแยกกันไป แต่ครั้งนี้ ของมันสิ่งกลับปรากฏบนมือของรอยด์
รอยด์ - .....นี่อะไรน่ะ?
โคเลท – นี่คือ...
คราโทส - .....นี่คือเดริสเอมเบลม
รอยด์ – เดริสเอมเบลม?
คราโทส – มันเป็นผนึกที่มิโทสสร้างขึ้นเพื่อป้องกันทางเข้าไปยังปราสาทของเขา เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยการเชื่อมวิญญาณของเขากับช่องว่างของมิติด้วยพลังของ อีเทอร์นอลซอร์ด มันจะใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของจิตใจและส่งให้ทุกคนไปพบกับความทรมานจาก ความอ่อนแอนั้น
รอยด์ - .....เพราะอย่างนั้นกับดักถึงไม่มีผลกับชั้นซึ่งใช้อีเทอร์นอลซอร์ดสินะ
คราโทส – ด้วยสิ่งนี้ หนทางไปสู่ปราสาทก็เปิดออกแล้ว
รอยด์ – งั้นก็ไปกันเถอะ!
~ เวนท์เฮลม์ ~
รอยด์เปิดประตูปราสาทเข้าไป เบื้องหน้าของพวกเขามีเกาะลอยขนาดเล็กลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยว สูงเหนือเกาะนั้นขึ้นไปมีแสงสีฟ้าของ Great Seed เปล่งออกมาอยู่
รอยด์ – มิโทสอยู่ที่นั่นสินะ
โคเลท – และ Great Seed ก็น่าจะอยู่ที่นั่นด้วย
รอยด์ – นี่ล่ะ ทุกคน พร้อมไหม?
รีฟิล – ฉันพร้อมแล้ว ฉันเตรียมตัวรับกับอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว และพวกเราจะชนะ!....
ชีน่า – ใช่ พวกเราจะชนะ เพื่อมิสุโฮะ โครินและเพื่อพวกนายทุกคนที่เชื่อในคนขี้ขลาดอย่างชั้น
โคเลท – และ....สำหรับฉันด้วย ฉันไม่อยากให้ใครทำผิดพลาดแบบฉันอีก ไม่มีใครสมควรคิดว่าเขาควรจะสละชีวิต....
จีเนียส – ทุกคนควรจะมีชีวิตได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม! มนุษย์ เอลฟ์ และแม้แต่...พวกเรา พวกเราน่ะอยู่บนโลกนี้ได้
รีกัล – ถูกต้อง ดังนั้นพวกเราจึงต้องนำ Great Seed คืนมาจากมิโทส และคืนชีวิตให้พฤกษายักษ์ หากไม่มีมัน ไม่เพียงแค่ไม่สามารถฟื้นฟูความสงบสุขระหว่างเผ่าพันธุ์...
เพรเซีย – โลกนี้ก็จะตายไปด้วย พวกเรายอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ พวกเราต้องรวมโลกนี้ให้เป็นหนึ่ง
คราโทส – เพื่อชดเชยให้แก่การที่ยอมให้โลกที่บิดเบือนนี้คงอยู่ เราจะสู้ด้วยทุกอย่างที่เรามี และจะชนะ
รอยด์ - ....ตกลง ไปกันเถอะ! พวกเราจะฟื้นคืนโลกที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ!
ทุกคนเดินเข้าวงมนตรา ซึ่งนำไปหาการต่อสู้ครั้งสุดท้าย อิกดราซิลรออยู่ที่นั่น...
อิกดราซิล - ....บ้าน....เรากำลังจะกลับบ้าน
จีเนียส – มิโทส! ฟังผมสิ! พวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กันนะ! ได้โปรดคืน Great Seed มาเถอะ พวกเราจะได้รวมโลกนี้ได้!
อิกดราซิล - ....บ้าน....เรากำลังจะกลับบ้าน
รอยด์ - ...แปลกนะ เขาดูเหมือนตุ๊กตาเลย.....
โคเลท - ...อ....อ้ะ?....
ครูซิสคริสตัลของมิโทสที่ยังฝังอยู่ที่ตัวของเธอเปล่งแสงออกมา ก่อนที่มันจะลอยเข้าไปฝังบนร่างของอิกดราซิลแทน.....เขาลืมตาขึ้น
อิกดราซิล - .....เราต้องขอบใจพวกเจ้าที่ฝ่าฟันมาถึงที่นี่ เพื่อพาเรากลับมา ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
รอยด์ - ....บ้าจริง! เป็นแบบนี้เองเหรอ!
จีเนียส – มิโทส.....มาร์เทลน่ะตายไปแล้วนะ.....
อิกดราซิล – ไม่จริง! ท่านพี่ยังมีชีวิตอยู่! เหมือนกับที่เรามีชีวิตอยู่ในครูซิสคริสตัล
รอยด์ – นั่นไม่เรียกว่ามีชีวิตนะ มันแค่ยังคงอยู่ในฐานะสิ่งไร้ชีวิตเท่านั้น
อิกดราซิล – แล้วมันผิดหรือ?
รอยด์ – อะไรนะ?
อิกดราซิล – ถึงอย่างไร ในร่างนี้ก็ไหลเวียนไปด้วยเลือดของมนุษย์ เลือดของเอลฟ์ เลือดของผู้ที่ขับไล่พวกเรา พวกเราน่าจะละทิ้งสิ่งแปดเปื้อนเหล่านั้น แล้วกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิต
รอยด์ – นายต้องการแบบนั้นจริงๆเหรอ?
เสียงของอิกดราซิลกลายเป็นเสียงของมิโทส
อิกดราซิล – แน่นอน ดูสิ! เมื่อพวกนายกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิตแล้ว พวกนายสามารถควบคุมรูปลักษณ์และอายุได้ด้วย!
ร่างนั้นเปลี่ยนกลับสู่ร่างของมิโทส
มิโทส – ทุกคนสมควรกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิต ผมเคยบอกพวกคุณแล้ว ทางเดียวที่จะกำจัดความขัดแย้งก็คือการกลายมาเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน
รอยด์ – สิ่งที่นายหวัง....ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าความฝันหรอก มิโทส ความขัดแย้งน่ะมาจากจิตใจ
จีเนียส – เขาพูดถูกแล้วนะมิโทส เป็นเพราะความอ่อนแอในหัวใจของผู้คนที่สร้างความขัดแย้งขึ้น การดูถูกคนอื่นขณะที่ยกตัวเองให้สูงเกินไป...
ชีน่า – นายกำลังทำสิ่งเดียวกัน! นายดูถูกมนุษย์และเอลฟ์ และทำเหมือนพวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยง! นั่นล่ะความอ่อนแอในใจของนาย
รีกัล – ถึงทุกคนจะกลายเป็นสิ่งไร้ชีวิต ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้งจะยังคงอยู่ต่อไป
มิโทส - ........ถ้างั้นฮาล์ฟเอลฟ์สมควรจะไปที่ไหนล่ะ? ไม่มีที่ไหนยอมรับพวกเราเลย พวกเราเปิดหัวใจของพวกเราให้ แต่ไม่มีใครยอมรับพวกเราเข้าไปบ้างเลย แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ?
รอยด์ – นายอยู่ที่ไหนก็ได้ที่นายต้องการนะ
มิโทส - .....อย่าทำให้ผมหัวเราะเลย
รอยด์ – ชั้นพูดจริงๆ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้านายไม่ได้ทำอะไรผิด นายน่าจะใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผยและภาคภูมิใจ
มิโทส - ....เป็นเพราะพวกเราทำแบบนั้นไม่ได้....ผมถึง....พวกเราถึงต้องการที่อยู่ของพวกเราเอง
คราโทส – นั่นไม่ใช่คำขอโทษกับสิ่งที่พวกเราได้ทำไป นั่นเป็นเพียงแค่อารมณ์ ไม่ใช่ความเท่าเทียม
เพรเซีย – สิ่งที่คุณทำก่อให้เกิดความทรมานที่ไร้ความหมาย และความตายกับคนนับไม่ถ้วน คุณรู้สึกถึงความเจ็บปวดของพวกเขาหรือเปล่า?
รีฟิล – ผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ในทันที แต่ก็เมื่อเดือน ปี และเวลาที่ผ่านไป การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โคเลท – ถึงทุกอย่างจะไม่สามารถให้อภัยได้ แต่คนๆหนึ่งสามารถชดใช้ให้กับอีกคนหนึ่งเพื่อบาปของเขาได้ คุณรู้สึกได้ไหมถึงในหัวใจของคุณ รู้สึกถึงเทพธิดาที่รู้จักกันในคุณธรรม
มิโทส - พวกนายคิดว่าผมจะร้องขอการให้อภัยหรือ? น่าขำ มันไม่มีเทพธิดาหรอก ดังนั้นผมจะทำตามอุดมคติของผมต่อไป ถ้าไม่มีที่ซึ่งผมสามารถอยู่ได้ และถ้ายุคแห่งสิ่งไร้ชีวิตของผมถูกปฏิเสธ สิ่งเดียวที่ผมเหลือก็คือการสร้างโลกใหม่บนเดริส-คาราน โลกใหม่ที่มีเพียงพี่กับผม!
……….
………
เมื่อสิ้นสุดการตอสู้ ร่างของมิโทสแตกสลายลง เหลือเพียงครูซิสคริสตัลที่ยังคงเปล่งประกายและปรากฏเงาของเขาขึ้นมาอีก
โคเลท – มิโทสเขา....
เพรเซีย – เหมือนกับอลิเซีย มิโทสจะมีชีวิตต่อไปตราบที่ครูซิสคริสตัลยังคงอยู่
“และในที่สุด ผมก็จะถูกกลืนกินไปโดยคริสตัล”
รอยด์ – มิโทส....
“ผมเบื่อที่จะเล่นบทความดีความชั่วกับพวกนายแล้ว รีบทำลายคริสตัลเถอะ ถ้านายไม่ทำ เดริส-คารานก็จะยังคงลอยห่างออกไป”
รอยด์ – มิโทส……
“ทำซะ! ก่อนที่ผม....จะไม่ได้เป็นของตัวเอง....”
จีเนียส – รอยด์! ช่วยเขาเถอะนะ! ให้เขาตายในขณะที่ยังเป็นตัวเขาอยู่เถอะ!
รอยด์ - ....ตกลง
“ลาก่อน เงาของผม นายผู้ซึ่งเลือกที่จะยืนที่จุดสิ้นสุดของเส้นทางที่ผมไม่ได้เลือก ผมอยากได้โลกของผม ดังนั้นผมไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือกไป ถ้าให้เลือกใหม่ได้อีกครั้ง ผมก็จะยังคงเลือกเดินทางนี้อยู่ดี”
เพล้ง.......คริสตัลของเขาแตกกระจายลง.....เศษละอองของคริสตัลวนเวียนอยู่ รอบตัวรอยด์ก่อนที่จะรวมตัวกันหายไปในเอกซ์เฟียร์ที่มือขวาของเขา
รอยด์ – นาย.....สามารถอาศัยอยู่กับพวกเราบนโลกก็ได้แท้ๆ……บ้าจริง!
ดาบทั้งสองของรอยด์ส่งแสงสีน้ำเงินแดง ก่อนที่พวกมันจะลอยเข้าหากัน...ดาบไฟและดาบน้ำแข็งรวมตัวเข้าด้วยกันกลาย เป็นดาบแห่งมิติกาลเวลา อีเทอร์นอลซอร์ด
“ผู้เป็นเจ้าของพันธะสัญญาเดิมมิได้อยู่อีกต่อไปแล้ว ท่านผู้เป็นเจ้าของพันธะสัญญาใหม่ต้องการสิ่งใดจากดาบเล่มนี้หรือ?”
รอยด์ – จงฟื้นคืนสภาพที่แท้จริงแห่งโลกทั้งสองของพวกเรา!
ดาบนั้นถูกชูขึ้น แสงสว่างเปล่งออกมาจากดาบ......บนพื้นโลกที่ซากหอคอยแห่งการชำระล้าง แสงสว่างส่องเรืองๆมาจากรอยแตกบนพื้น ก่อนเสาแห่งแสงจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงนั้นปรากฏอยู่ทั่วโลก ทั้งสองโลกถูกปกคลุมด้วยแสงสว่าง บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยออโรร่า เหล่าภูติอสูรต่างรู้สึกได้ถึงเวลานั้น.....เมื่อยามที่โลกกลับมาเป็นหนึ่ง อีกในที่สุด!
ทุกคนถูกส่งกลับมายังพื้นโลกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างไป
รอยด์ – พวกเรากลับมาแล้วเหรอ?
แต่แล้วพื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง!
รอยด์ – เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!
ภูติอสูรทั้ง 9 ตน ปรากฏตัวล้อมรอบพวกเขา
ชีน่า – ทุกคนทำอะไรกันน่ะ ?!
“ความปรารถนาของท่านนั้นเป็นจริงแล้ว แต่กระแสมาน่าที่เชื่อมโยงโลกนั้นยังไม่มี เมื่อไม่มีการเชื่อมโยง แผ่นดินก็จะตาย”
คราโทส – เหมือนที่เราคิดเอาไว้.....
“แต่เดิมแล้ว โลกถูกแยกออกเป็นสองเพื่อยับยั้งการพังทลาย และหากมันกลับคืนสู่สภาพเดิม โลกก็จะขาดมาน่าที่จะสนับสนุนมัน แผ่นดิน....กำลังตาย”
รอยด์ – ชั้นไม่อยากรู้หรอกนะว่าทำไมมันถึงตาย พวกเราต้องทำยังไงถึงจะหยุดมันได้ล่ะ!
“สนับสนุนโลกทั้งสอง โดยการเชื่อมพวกมันด้วยพฤกษายักษ์ นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งการพังทลายของโลกได้”
คราโทส – พวกเราต้องฟื้นพฤกษายักษ์คาราน
รอยด์ - ....เข้าใจแล้ว!
คราโทส – เร็วเข้าเถอะรอยด์ ก่อนที่เดริส-คารานจะลอยออกสู่อวกาศที่ไกลเกินไป ใช้มาน่าของมันเพื่อปลุก Great Seed ! นั่นเป็นทางเดียวที่จะชุบชีวิตมัน
รอยด์ชูดาบขึ้นสู่ฟ้าอีกครั้ง
รอยด์ – ตกลง ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ อีเทอร์นอลซอร์ด!
“เดริส-คาราน กำลังไปถึงขอบนอกของสนามแรงโน้มถ่วงแล้ว แม้แต่อิกดราซิล....แม้แต่มิโทส ก็ไม่สามารถหยุดมันได้ ท่านยังต้องการจะลองอีกไหม?”
รอยด์ – ใช่
“ถึงแม้จะได้รับการขยายพลังด้วยเอกซ์เฟียร์ของท่าน ก็ดูเหมือนว่าร่างกายของท่านอาจจะทนพลังงานนั้นไม่ได้ ท่านแน่ใจกับการตัดสินใจนี้หรือไม่?”
รอยด์ – ชั้นบอกว่าจะทำ เพราะงั้นชั้นก็จะทำ! ยังไงก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี่!
“.....ทราบแล้ว”
ด้วยพลังของอีเทอร์นอลซอร์ด มาน่าของเดริสคารานไหลวนเข้าไปหาเมล็ดผลอันยิ่งใหญ่ พวกมันพยายามจะซึมเข้าไปแต่ก็ถูกดีดกลับออกมาหมด อีเทอร์นอลซอร์ดในมือรอยด์ก็เลือนหายไป
โคเลท – ไม่นะ..... Great Seed ตายไปแล้วจริงๆเหรอ.....
รอยด์มองไปยังเดริส-คาราน ซึ่งกำลังลอยออกไปสู่ห้วงอวกาศอีกครั้งหนึ่ง
รอยด์ – เดี๋ยวก่อน! อย่าพึ่งไป!
แองเจิ้ลเอกซ์เฟียร์ของเขาเรืองแสงออกมา ปีกแสงสีฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนหลังของรอยด์และพาเขาบินขึ้นไปใกล้ๆกับ Great Seed เศษคริสตัลของมิโทสลอยออกมาจากเอกซ์เฟียร์ของรอยด์และหายเข้าไปใน Great Seed มันส่งแสงออกมาครั้งหนึ่ง โคเลทบินขึ้นมาอยู่ข้างๆเขา
โคเลท – ดูเหมือนเดริส-คารานจะหยุดลอยห่างออกไปแล้วนะ....
รอยด์ – นั่นสิ...แต่ทำไมล่ะ? อีเทอร์นอลซอร์ดก็หายไปแล้วด้วย
ดาบแห่งกาลเวลาปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าอีกครั้ง
รอยด์ – อีเทอร์นอลซอร์ด!
โคเลท – ดีจริงๆ......
รอยด์ – นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของชั้น อีเทอร์นอลซอร์ด
โคเลท – ได้โปรดเถอะ.....ให้พฤกษายักษ์ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง....
ทั้งสองคนจับดาบไว้ร่วมกันและอธิษฐาน
รอยด์ – ขอร้องล่ะ......ลืมตาขึ้น....
โคเลท – ได้โปรด!
รอยด์ – จงตื่นขึ้น! พฤกษายักษ์ คาราน!
บนพื้นโลกนั้น ทาบาธ่ามองขึ้นไปบนฟ้า เมล็ดผลอันยิ่งใหญ่กำลังลอยลงมาจากเบื้องบนพร้อมๆกับมาน่าจากเดริส-คาราน เธอชูมือทั้งสองข้างขึ้นเมื่อมันลงถึง Great Seed สลายตัวกลายเป็นราวกับเปลวเพลิงเข้ามาหมุนวนรอบๆตัว ในช่วงเวลานั้นเหมือนกับอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ทาบาธ่ายืนกุมมืออยู่โดยมีหญิงสาวผมสีเขียวอ่อนคนหนึ่งอยู่ข้างหน้า รอบๆทั้งสองคนเต็มไปด้วยจิตของมนุษย์มากมายที่เข้าไปรวมกันในตัวของทาบาธ่า หญิงสาวเดินเข้าไปหาเธอและโอบกอดเอาไว้....ก่อนที่ร่างทั้งสองจะรวมกันและ ร่างของทาบาธ่ากลายเป็นหญิงคนนั้น
เท้าของเธอแตะบนพื้นดินที่ว่างเปล่า ก่อนที่จะเดินไปยังจุดๆหนึ่งซึ่งมีต้นไม้เล็กๆงอกอยู่ เธอโน้มตัวลงไปสัมผัสใบของมันแล้วยิ้มออกมา เบื้องหลังของเธอ รอยด์และโคเลทกำลังร่อนลงมาสู่พื้น เธอหันหลังมาหาทั้งสองคน
มาร์เทล - ฉันคือมาร์เทล และทุกสิ่งที่เป็นตัวแทนแห่งพฤกษายักษ์เอง รอยด์ ความหวังของเธอที่ต้องการจะปกป้องผู้อื่นได้คืนชีวิตให้ฉัน
รอยด์ – คุณคือ....พี่สาวของมิโทสหรือ?
มาร์เทล – ไม่ใช่ ....มาร์เทลผู้เป็นพี่สาวของเขา เป็นเพียงหนึ่งในจิตวิญญาณมากมายที่อยู่ในตัวฉัน ฉันคือมาน่า และฉันคือพฤกษายักษ์ ฉันคือสัญลักษณ์ของชีวิตมากมายที่ต้องเสียสละให้แก่พฤกษายักษ์ ฉันคือจิตวิญญาณใหม่ที่จะอยู่เคียงคู่กับพฤกษายักษ์ และตอนนี้ เมื่อพฤกษายักษ์ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกับฉันแล้ว......
ต้นไม้เล็กๆที่อยู่ข้างๆเธอนั้นส่งแสงออกมา ก่อนที่มันจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แผ่กิ่งก้านและใบเขียวชอุ่มขึ้นไปสูงเสียดฟ้า….
รอยด์ – นี่คือ....พฤกษายักษ์คาราน.....
โคเลท – สวย....แล้วก็ยิ่งใหญ่จริงๆ......
มาร์เทล – นี่คือรูปลักษณ์ในอนาคตของพฤกษายักษ์ แต่ในเวลานี้ มันยังเป็นเพียงต้นอ่อนเล็กๆเท่านั้น ด้วยสภาวะที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ต้นไม้จะเหี่ยวแห้งและตายลงอีก
รอยด์ – แล้วพวกเราจะป้องกันไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ!?
มาร์เทล – ด้วยการให้ความรักและความเทิดทูนแก่พฤกษายักษ์ หากเงื่อนไขเหล่านี้ยังคงมีอยู่ ฉันก็จะยังคงรักษาต้นอ่อนนี้เอาไว้ได้
รอยด์ – ผมสัญญา! ถ้าต้นไม้นี้เริ่มเหี่ยวเฉาลง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ยอมให้มันตายเด็ดขาด!
มาร์เทล – ดังนั้น รอยด์ เพื่อเป็นตัวแทนของสัญญานั้น ฉันต้องการให้เธอตั้งชื่อใหม่ให้กับต้นไม้นี้
รอยด์ – ผมหรือ?
มาร์เทล – เมื่อครั้งแรกที่เอลฟ์ลงมายังบนโลก พวกเขาได้ปลูกพฤกษายักษ์คารานขึ้น มันได้เป็นผู้พิทักษ์ซึ่งปกป้องและดูแลพวกเขาตลอดมา และสำหรับต้นไม้ซึ่งเกิดใหม่ต้นนี้ จะปกป้องเอลฟ์ มนุษย์ และทุกชีวิตที่อยู่ระหว่างพวกเขา เพราะเช่นนั้นต้นไม้นี้จึงต้องการชื่อใหม่
โคเลทหันมามองรอยด์
โคเลท – รอยด์ ตั้งชื่อให้มันสิ ต้นไม้ของพวกเราทุกคน!
รอยด์ – งั้นเหรอ.....นี่คือต้นไม้ของพวกเรา........ เข้าใจล่ะ! ชื่อของมันก็คือ........
บทส่งท้าย....
โคเลทกลับไปยังหมู่บ้านอิเซเรีย ซึ่งทกคนรอต้อนรับเธออยู่
โคเลท – ฉันกลับมาแล้วค่ะ ท่านย่า!
ไฟดร้า – โอ มิโกะ....
โคเลท – ไม่หรอกค่ะ ตอนนี้ฉันไม่ใช่มิโกะอีกค่อไปแล้ว
ไฟดร้า – นั่นสินะ.....โคเลท เธอทำให้พวกเราภูมิใจจริงๆ
จอร์จ – ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะโคเลท
โคเลท - ....กลับมาแล้วค่ะ พ่อ!
จีเนียสและรีฟิลได้ไปหาอัลเทสต้าก่อนจะออกเดินทาง
อัลเทสต้า – งั้นหรือ.....คราโทสตัดสินใจที่จะเดินทางไปกับเดริส-คารานพร้อมกับ ฮาลฟ์เอลฟ์คนอื่นๆสินะ...แล้วพวกเธอล่ะ? จะกลับอิเซเรียหรือ?
รีฟิล – ไม่หรอกค่ะ พวกเราจะออกเดินทางไปบนแผ่นดินใหม่นี้
จีเนียส – ผมจะเดินทางรอบโลกและทำให้ฮาลฟ์เอลฟ์เป็นที่ยอมรับของมนุษย์และเอลฟ์ได้ง่ายขึ้น
อัลเทสต้า – คงจะเป็นการเดินทางที่ยากลำบากมากสินะ...
รีฟิล – พวกเรายังกลับเมื่อเหนื่อยไปยังอิเซเรียได้ค่ะ
จีเนียส – เพราะที่นั่นก็คือบ้านของพวกเราเสมอครับ
ที่มิสุโฮะ ชีน่าได้กลับไปแจ้งให้ทุกคนรู้ถึงโลกใบใหม่นี้
ชีน่า – ชั้นกลับมาแล้วนะทุกคน!
โอโรจิ – ชีน่า! เราดีใจจริงๆที่เธอปลอดภัย
ชาวบ้าน – ยินดีด้วยนะ ชีน่า!
ชีน่า – ยังไม่จบหรอก พวกเรายังมีโลกใหม่ให้ทำงานอีกมาก พวกเราต้องทำให้ทุกคนรู้ถึงการกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของวิถีแห่งอิกาคุริ!
โอโรจิ – แล้วก็จนกว่าโอโรจิจะกลับมาอีกครั้งด้วย
ชีน่า – ใช่! เอาล่ะทุกคน มาพยายามด้วยกันให้ชื่อเสียงของพวกเราเป็นหนึ่งในหมู่นินจาเถอะ!
บนบริษัทเรซาเรโน่ รีกัลกับเพรเซียยืนอยู่หน้าสุสานของอลิเซีย
เพรเซีย – อลิเซีย....ในที่สุดฉันก็ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะ......ในที่สุดเวลา ของฉันก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่งหลังจากหยุดไปเมื่อ 16 ปี ก่อน เธอรู้อะไรไหม? ตอนนี้ฉันน่ะอายุ 28 แล้วนะ เธอเชื่อไหม?
รีกัล – กำลังพูดกับอลิเซียอยู่หรือ?
เพรเซีย – ค่ะ
รีกัล – เราพึ่งกลับจากการดูซากของเหมืองเอกซ์เฟียร์หลังการทำลายมันเพื่อไม่ให้มีใครนำเอกซ์เฟียร์ไปใช้ได้อีก
เพรเซีย – งั้นหรือคะ....แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปคะ?
รีกัล – เราจะทุ่มทรัพยากรทั้งหมดของบริษัท เพื่อโครงการฟื้รนชีวิตโลก และทำให้แผ่นดินนี้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น
เพรเซีย – ฉันจะช่วยคุณด้วยค่ะ ฉันเชื่อว่าอลิเซียคงอยากให้เราสองคนทำแบบนั้นเหมือนกัน
ที่ๆซึ่งเคยเป็นหอคอยแห่งการชำระล้าง รอยด์และคราโทสยืนอยู่กันสองคน
รอยด์ – นายจะกลับไปเดริส-คารานจริงๆเหรอ?
คราโทส – ถ้าฮาล์ฟเอลฟ์ของคูรซิสยังอยู่ที่นี่ต่อไป ฮาลฟ์เอลฟ์คนอื่นๆคงไม่สามารถอยู่บนโลกได้อย่างสบายใจนัก ในฐานะสมาชิกของครูซิสที่ยังมีชีวิต เราจึงต้องเป็นคนนำพวกเขากลับไปสู่อวกาศ....
รอยด์ – ชั้นรวมรวมเอกซ์เฟียร์ที่เหลืออยู่บนแผ่นดินมาแล้ว
คราโทส – และเราจะนำพวกมันไปบนเดริส-คารานและนำพวกมันออกไปยังอวกาศด้วย.....ท้ายที่สุดเราก็ต้องให้เธอมาลำบากด้วย
รอยด์ – ไม่เป็นไรหรอก
คราโทส – ดูเหมือนจะได้เวลาแล้ว....ใช้อีเทอร์นอลซอร์ดพาเรากลับไปเดริส-คารานเถอะ......
รอยด์ – ลาก่อนนะ......พ่อ
“รอยด์.........อย่างตายก่อนเรานะ....ลูกชายของเรา”
เดริส-คารานเริ่มกลับไปสู่การโคจรบนห้วงอวกาศอีกครั้งหลังเวลายาวนานสี่ พันปี..... คงอีกหลายร้อยปีก่อนที่มันจะได้โคจรกลับมายังโลกอีกครั้งเพื่อมอบมาน่าให้ กับโลกนี้ ขณะที่มันกำลังลอยห่างออกไปนั้น มาน่าของมันก็ได้รวมตัวกันใกล้ๆกับโลก กลายเป็นดวงจันทร์ดวงที่สองซึ่งผู้คนเรียกพวกมันภายหลังว่า “ซิลวาแลนด์” และ “เทเซอาร่า”.........
รอยด์ – แม่.....พ่อจากไปแล้วนะ....ที่ผมปล่อยให้เขาไปคงไม่เป็นอะไรสินะ...ใช่ไหม?
เดิรก์ – เธอ....คงอยากจะตามเขาไปด้วยหรือเปล่า?
รอยด์ – ไม่หรอกครับ พ่อก็มีหนทางของเขา และผมก็มีหนทางของผม.....แล้วยังไงๆ ที่นี่ผมก็ยังมี่พ่ออยู่อีกคน
เดริก์ – งั้นหรือ....หากเธอพูดแบบนั้นก็ไม่เป็นไร
รอยด์ – แม่...ผมจะวางดาบของพ่อไว้ข้างๆกับแม่นะ...เอาล่ะ ผมไปล่ะนะครับ!
และแล้ว รอยด์กับทุกคนก็ได้เริ่มเดินทางบนโลกใบใหม่อีกครั้ง โลกที่หลายชีวิตต้องสูญเสียไปเพื่อให้ได้มันมา.....ทุกอย่างพึ่งจะเริ่มต้น ขึ้นเท่านั้น!
Tales of Symphonia – FIN -
To be continued – Tales of Phantasia !
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:28 pm----------
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
September 4th, 2005 06:20PM, Next Farecery said,
May 15th, 2006 12:20AM, cless said,

งั้นเหรอคับ
- Posts : 137
- G. : 3001
- my website
May 24th, 2006 11:34AM, スタン・エルロン said,
โอยาวจนขี้เกียจอ่านเลย เหอะๆ แต่ก็แปลมาแล้วก็อ่านหน่อยล่ะกาน
][ エクスカリバー ผู้เดินบนทางแห่งสวรรค์ และควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ][ 魔神剣->虎牙破斬->紅蓮剣->獅子戦吼->緋凰絶炎衝 
