Tales of Legendia - Chapter 1. In Persuit

March 29th, 2006 12:22AM, Next Farecery said,

 

Chapter 1 – In Persuit

วิลเดินนำทางเซเนลไปเรื่อยๆ ถึงจะบอกว่าที่นี่คือเรือแต่ก็คงไม่น่าเชื่อ เพราะมีธรรมชาติทุกอย่างครบหมด แม้แต่แม่น้ำหรือต้นไม้มากมาย.. เมื่อเดินมาถึงเนินเขา เซเนลก็เห็นเมืองขนาดใหญ่อยู่เบื้องล่าง
วิล – วิวสวยใช่ไหมล่ะ? น่าทึ่งจริงๆที่ทุกสิ่งนี้อยู่บนเรือได้
เซเนล – มีแม้แต่เมืองเลยงั้นหรือ....
เขามองไปรอบๆอย่างแปลกใจ ส่วนวิวก็มองเขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากออกมา “นายเคยได้ยินคำที่ว่าเมลเนสไหม?” เซเนลชะงักไปครู่หนึ่ง
เซเนล - .....ไม่รู้จัก
วิล – หืม งั้นก็ไม่เป็นไร....ครั้งหนึ่ง เคยมีอาณาจักรโบราณซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่บนเลกาซี่นี้ มันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เทลเซส” อาณาจักรนั้นอยู่ภายใต้การนำของคนที่ถูกแต่งตั้งให้เป็น “เมลเนส”
เซเนล – นายกำลังจะพูดว่าเมลเนสนั่นเกี่ยวข้องกับเลกาซี่นี่เรอะ?
วิล – ถูกต้อง ดูเหมือนว่าเมลเนสคนนั้นสามารถควบคุมเรือลำนี้ได้โดยไม่ต้องใช้อะไรนอกจาก เจตจำนงของเขา และสาเหตุที่เชอรี่ถูกพาตัวไปก็เพราะใครบางคนเชื่อว่าเธอเป็นเชื้อสายของเม ลเนส
เซเนล – พวกนั้นจะคิดแบบนั้นไปทำไมล่ะ?
วิล – ช่วงที่เธอมาถึงที่นี่ เสาแห่งแสงก็ปรากฏที่ศูนย์กลางของเลกาซี่
เซเนล – เสาแห่งแสงงั้นหรือ....
วอล – เมื่อเสาแห่งแสงปรากฏ เมลเนสคนใหม่ก็จะมาถึง นี่เป็นตำนานเก่าแก่ที่เอามาจากบันทึกของเทลเซส
เซเนล – นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย แค่เรื่องบังเอิญต่างหาก
วิล – ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอฉันเห็นเชอรี่แล้วฉันก็เริ่มสงสัย
เซเนล – ทำไมล่ะ?
วิล – เพราะ “เมลเนส “ หมายถึง “มนุษย์ผู้ส่องแสง”
เซเนลมีที่ท่าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถึงตรงนี้
วิล – เลกาซี่พึ่งจะถูกค้นพบเมื่อ 15 ปีก่อนนี้ เรือลำนี้ยังคงปกคลุมไปด้วยความลึกลับมากมายที่ ที่พวกเราสามารถเข้าใจได้ก็เพียงน้อยนิด พวกเราไม่รู้แม้แต่เรื่องพื้นฐานว่าเรือลำนี้เคลื่อนที่ได้ยังไง หรือมันจะหยุดเมื่อไหร่ ถ้าเกิดมีสายเลือดของเมลเนสปรากฎตัวขึ้นจริงๆ หลายคนคงคิดว่าเธอเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้
เซเนล – ก็...มั้ง..... แต่เชอรี่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นหรอก

วิลนำทางเซเนลมาถึงเมืองที่เห็นเมื่อครู่ เขาหันมาแนะนำเมืองให้รู้จัก “ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งไฟสัญญาณ เวลเทส ชื่อของมันได้มาจากหอประภาคาร เป็นเมืองเล็กๆที่มีชีวิตชีวาใช่ไหม?”
เซเนล – หอประภาคาร? ที่นี่นะเหรอ?
วิลชี้ไปยังที่หน้าผาฟากหนึ่งของเมือง ตรงนั้นมีบางสิ่งที่เหมือนกับเป็นสิ่งปลูกสร้างฝังเข้าไปในผาหิน “นั่นเป็นอะไรบางอย่างที่เหมือนหอประภาคาร มันเป็นสิ่งหลงเหลือจากอาณาจักรเทริเซส ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆมันมีไว้ทำอะไร บางครั้งมันก็ส่องแสงออกมา ดังนั้นคนที่นี่เลยคิดว่ามันเป็นหอประภาคาร”

เมื่อพูดจบ ชาวบ้านคนนึงก็วิ่งข้ามสะพานมาหา “คุณวิล มาได้จังหวะพอดีเลย! ไปเร็วเถอะ!”
วิล – ที่กลางเมืองนี้มีลานกว้างที่มีน้ำพุอยู่ เธอไปรอฉันที่นั่นก็แล้วกันนะ เซเนล
เซเนล – เฮ้! บอกชั้นมาก่อนสิว่าจะที่รังโจรได้ยังไง!
แต่ก็ช้าไปแล้ว วิลวิ่งหายไปจากสายตาเรียบร้อย ....เมื่อไม่มีทางเลือก เซเนลจึงต้องไปรอที่ที่วิลบอก ที่ลานนั้นมีผู้คนมากมาย และเด็กหนุ่มผิวขาวในชุดสีม่วงก็สังเกตเห็นเซเนล เขาเดินเข้ามาคุยอย่างญาติดี
เด็กหนุ่ม – สวัสดีครับ คุณมาที่เวริเทสนี่เป็นครั้งแรกหรือ? คุณแต่งตัวเหมือนมารีนทรูปเปอร์ คงจะเก่งมากสินะ
เซเนลมองเด็กคนนั้นอย่างอย่างแปลกใจ ก็จะเชิดหน้าหันหลังให้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ละความพยายาม เดินอ้อมมาคุยต่อ “แล้วยังไงล่ะ? คุณเก่งหรือเปล่า?”
เซเนล – ใครจะสนใจล่ะ?
เด็กหนุ่ม – ผมไง ผมอยากรู้จริงๆ ผมต้องรู้ ผมทนไมได้เวลามีอะไรที่อยากรู้ คุณเข้าใจไหมล่ะ
เมื่อเซเนลยังนิ่งอยู่ เขาจึงตัดสินใจก้าวไปที่กลางลาน และพูดออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด “เฮ้ มีใครที่อยากจะสู้กับชั้นไหม? ถ้าใครชนะได้ ชั้นให้ 50000 กัลด์เลยเอ้า!”
ทุกคนเงียบเสียงทันที ทุกสายตาเพ่งมาที่กลางลาน
เด็กหนุ่ม - ......นั่นเป็นคำพูดของเขาคนนี่ครับ!
เขาชี้ไปที่เซเนล....
เซเนล – เฮ้ย นายจะทำอะไรน่ะ!
เด็กหนุ่มอมยิ้มไม่ตอบและเดินถอยหลังไป ขณะที่ชาวบ้านคนอื่นๆเดินมาล้อมวงเซเนลไว้
ชาวเมือง – ดูเหมือนจะเป็นโอกาสดีเลยนะ
ชาวเมือง – ใช่! ชั้นจะจัดการนายเอง!
อีก 3-4 คนเดินเข้ามาทำท่าหาเรื่องสุดๆ เซเนลรำคาญจึงกำหมัดขึ้นมา “ออกไปไกลๆเลย!” ปลายนิ้วทั้งห้าของเขาก็ส่องแสงออกมา
ชาวเมือง – เล็บ.......เล็บของเขากำลังเปล่งแสง!
ทุกคนถอยกรูด
ชาวเมือง – เดี๋ยวก่อน.......หมอนี่เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวเหรอ!?
เด็กหนุ่ม – เขาใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้.....น่าสนใจนี่ คงจะเป็นสายอาร์ทล่ะมั้ง เพราะดูยังไงเขากเหมือนคนที่ทำอะไรก่อนคิดน่ะนะ เอาเลยสิ ทุกคน! อย่าลังเลสิ! ตั้ง 50000 กัลด์เชียวนะ จำได้ไหม? ห้า – หมื่น!
ชาวเมือง –ก็ใช่...แต่ว่า....
ชาวเมือง – ไม่รู้สิ....แบบว่าพวกเราใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวไม่ได้นี่
จู่ๆ เสียงดนตรีกับเสียงดีดนิ้วก็มาจากไหนก็ไม่รู้ และเสียงผู้ชายคนหนึ่งก็เรียกความสนใจทุกคนไปหมด
??? – โอ้ว~ มีเรื่องขัดแย้งอันใดกันรือ
ทุกคนเงยหน้าไปมองเหนือน้ำพุ ซึ่งมีคู่ชายหญิงผมสีม่วงอ่อนยืนโพสท่าสุดเริ่ดอยู่ ทั้งคู่กระโดดลงมายืนข้างล่าง ขณะที่ซ้ายขวามีแดนเซอร์มาประกบข้างอีก 4 คน ก่อนที่จะเริ่มร้องเพลง.....
ผู้ชาย – โอ้ะโอพ่ออัศวินหนุ่มเจ้าปัญหา เจ้าไม่รู้จักกฎของเมืองนี้หรือไรกัน
แดนเซอร์ – คุณไม่ควรสู้กัน!
แดนเซอร์ – ห้ามทำอะไรรุนแรง!
ผู้ชาย – ถูกแล้วเจ้าเด็ก~น้อย เหมือนที่เขาพูดกัน เจ้าต้องสิโรราบกับกฎของเมืองตลอดเวลา เอ้า ว่าไงต่อ!
ชาวเมือง- ถ้าคุณแหกกฎล่ะ?!
ผู้ชาย+ผู้หญิง – ไม่ ม่าย ม่าย~~~~
แดนเซอร์ - ถ้าคุณไม่ทำตามล่ะ ?!
ผู้ชาย+ผู้หญิง – บรู่~~~~
แดนเซอร์ – จะเป็นยังไง จะเป็นยังไง จะเป็นยังไง ?!
ผู้ชาย – ใครคนนั้นที่แหก~กฎ จักต้องรู้รสของค้อนแห่งความยุติธรรมและเสียงปานสายฟ้าของมัน!
แดนเซอร์ – ไม่เลวนี่!
ผู้ชาย – หากมีทำผิดที่ใด พวกเราจะหยุดยั้งมัน! หากมีสงครามที่ใด พวกเราก็จะโซ้ยมันให้เรียบ! โอ้ เย้~~~
ผู้หญิง – นั่นล่ะคือชีวิตของพวกเรา!
แดนเซอร์ – ไปเลย ฟีโรโมน!!
ผู้ชาย – เอาล่ะ เข้าใจแล้วสินะ
เขาเดินเข้ามาจับไหล่เซเนลแล้วทำหน้าหล่อวิบวับ แต่เซเนลก็ผลักเขาจนเซไป ทุกคนแถวๆนั้นทำท่าตะลึงกันหมด
เซเนล – เอามือออกไปจากชั้นซะ!
ชาวเมือง – ฮ...เฮ้! นายทำแบบนี้.....
ชาวบ้าน – นายรู้มั้ยว่าทำอะไรไป?! นายรู้มั้ยว่าเขาคือใคร?!
เซเนล – ก็เขาเริ่มก่อนนี่หน่า!
ชาวเมือง – เขาไม่เคยเกลียดอะไรมากไปกว่าการที่มีคนมาขัดจังหวะเพลงของเขานะ!
เซเนลได้ยินแล้วก็งง “หา?”
ผู้ชาย – หึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชาวเมือง – อูย...เขาโกรธแล้ว คุณเคอร์ติสโกรธแล้ว!
ชาวเมือง – นายมีปัญหาแล้วล่ะ!
เคอร์ติส – อิซาเบลล่าคุง! เรารู้สึกว่าตัวเองกำลังเต็มไปด้วยความเศร้าที่แสนตึงเครียดแล้วล่ะ!
อิซาเบลล่า (ผู้หญิง) – ค่ะ ท่านเคอร์ติส
เคอร์ติส – ครั้งนี้เราคงต้องฝืนใจของตัวเอง! เราต้องกล้ำกลืนน้ำตา! ทั้งหมดเพื่อสั่งสอนพ่อหนุ่มคนนี้!
อิซาเบลล่า – ค่ะ ท่านเคอร์ติส
เคอร์ติส – แต่กระนั้น! เราก็จักต้องทำ! ทุกอย่างเพื่อความรัก! ความงามคือพลัง! ฟีโรโมนอันร้อนแรง!
อิซาเบลล่า – ความงามคือบาป! ฟีโรโมนแสนอัศจรรย์!
เคอร์ติส –เตรียมตัวไว้ให้ดี! พวกเราคือ ฟีโรโมน~~ บอมเบอร์~
ทั้งสองคนเข้ารุมสกรัมเซเนลทันที.....หลังผ่านไปซักพัก
ตุบตับๆๆ พล่อก พลั่ก
เซเนล – ให้ตายสิ...
โครม ตูม
เคอร์ติส – อะไรกัน?!
ตึงตังๆ
อิซาเบลล่า – กรี้ด พ่ายแพ้เสียแล้ว!

.....และแล้วทั้งสองคนก็หมอบกระแต
เด็กหนุ่ม – หืมม เขาเก่งกว่าฟีโรโมนบอมเบอร์สินะ
เซเนลหันมามองเขาซึ่งกำลังเดินออกไปจากลาน ขณะเดียวกัน วิลก็เดินมาพอดี
วิล – เกิดอะไรขึ้นน่ะ เซเนล ?!
เขามองที่เคอร์ติสที อิซาเบลล่าที แล้วมาจ้องเซเนล
เซเนล – พวกนี้เขาเข้ามาลุยก่อนนะ!
วิล – ทำไมไม่ลองเล่าเรื่องมาให้หมดล่ะ?
เซเนล – ชั้นไม่มีเวลาขนาดนั้นนะ! ชั้นต้องไปที่รังโจรเดี๋ยวนี้เลย!
วิลทำท่าเบื่อหน่าย เมื่อเซเนลเห็นแบบนั้นจึงตั้งท่าจะใช้กำลัง
วิล – อะไรกัน เธอวางแผนจะบุกเข้าไปที่นั่นเหมือนหมาบ้าหรือไง
เซเนล – ถอยไปซะ ไม่งั้น....
วิลยื่นมือมาข้างหน้า ปลายนิ้วของเขาก็เปล่งแสงขึ้นมาเหมือนเซเนล ในมือของเขามีผลึกบางอย่างอยู่
เซเนล – ผลึกพวกนั้น.....กำลังส่องแสง นายใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวสายเบรธหรือ?!
วิล – ถึงเวลาที่เด็กอย่างเธอต้องรับโทษแล้ว ไลท์นิ่ง!
สายฟ้าฟาดลงมาที่เขาอย่างจนจนสลบไปทันที.......

เมื่อรู้สึกตัว เซเนลก็พบว่าตัวเองถูกขังอยู่หลังลูกกรงซะแล้ว ที่หน้าห้องขังมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอยู่
??? – ตื่นแล้วหรือจ้ะ? วิลนี่ก็นะ น่าจะยั้งมือไว้หน่อยก็ได้ ที่เขารับหน้าที่นายอำเภออย่างจริงจังมันก็ดีหรอก แต่บางครั้งเขาก็ทำเกินเลยไปหน่อย
เสียงวิลดังมาจากบันไดก่อนที่เจ้าตัวจะเดินลงมา “ขอเถอะครับ อย่าแพร่ข่าวไม่จริงแบบนั้นเลย คุณนายมิวเซต อาชีพจริงๆของผมคือนักประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ผมไม่เคยเป็นนายอำเภอซักหน่อย” เมื่อเซเนลเห็นเขาก็ทุบประตูกรงขังด้วยความโกรธ
เซเนล – ปล่อยชั้นออกไปนะ!
วิล – ดูเหมือนเธอยังต้องเรียนอะไรอีกเยอะนะ
มิวเซต – วิลบอกฉันเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอแล้ว ฉันขอถามอะไรได้ไหม เธอมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับคุณหนูเชอรี่คนนั้น?
เซเนล – เชอรี่เป็น.......เธอเป็นน้องสาวของผม
มิวเซต – งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องไปช่วยน้องให้ได้ใช่ไหม วิล เราจะปล่อยคุณเซเนลไปได้ไหม?
วิล –แต่ว่า.....
มิวเซต – เขาแค่เอาจริงเอาจังมากไปน่ะ เลยทำอะไรไม่เหมาะสมลงไป ถ้าน้องของเธออยู่ในอันตราย เธอก็ต้องรีบไปช่วยทันทีไม่ว่าจะอันตรายขนาดไหน นั่นเป็นหน้าที่ของพี่ชายไม่ใช่หรือ?
วิล – อย่าโทษผมก็แล้วกันถ้าเขาก่อเรื่องอีก
วิลจำใจเปิดประตูห้องขังให้เซเนล
มิวเซต – ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอไม่ร่วมทางไปกับด้วยเลยล่ะ?
วิล – นั่นเป็นคำสั่งหรือครับ?
มิวเซต – แค่ความเห็นน่ะ แต่พอมานึกดีๆแล้ว....ฉันได้ยินมาว่ามีคุณหนูที่คล่องแคล่วกำลังมุ่งหน้าไปที่กบดานของโมเซสนะ
วิล – โคลเอ้ วาเลนส์ ไปที่นั่นด้วยหรือครับ?
มิวเซต – ใช่ และเธอก็ไปคนเดียวด้วย คุณคิดว่าเธอจะปลอดภัยหรือเปล่า?
วิลคอตกเมื่อถูกต้อนจนต้องยอมรับ “ตอนนี้ผมกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วสินะ.....ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกมาก ฉันจะช่วยเธอหาตัวน้องสาวกลับมา เพราะดูเหมือนว่าฉันก็มีธุระที่นั่นเหมือนกันล่ะ”
มิวเซต – ดีไหม คุณเซเนล?
เซเนล – เอ่อ......ขอบคุณครับ
มิวเซต – ยินดีเสมอจ้ะ

หลังจากนั้น เซเนลและวิลก็ออกเดินทางจากเมืองเวลเทส มุ่งหน้าขึ้นไปทาง 1 นาฬิกา และเข้าไปยังหุบเขาที่เต็มไปด้วยสะพานแขวนกลางสายหมอก เมื่อเดินไปซักพัก วิลก็หยุดที่กลางสะพานแขวนเส้นหนึ่ง
วิล - หมอกเริ่มลงหนาขึ้นมากแล้วนะ
โจร – หยุดนะ!!
ทั้งสองคนมองหาที่มาของเสียง จนเซเนลชี้ขึ้นไปด้านบน บนสะพานที่อยู่เหนือสองคนขึ้นไปนั้น นักดาบหญิงผมดำชุดผ้าคลุมสีน้ำเงินกำลังถูกล้อมหน้าล้มหลังโดยกลุ่มโจร!
วิล – ดูเหมือนฉันจะต้องจัดการธุระของฉันก่อนล่ะนะ
โจร – แกถูกจับแล้ว ยอมแพ้ซะ!!
นักดาบหญิง – พวกนายน่ะเหรอ “จับชั้นได้”? “ยอมแพ้ซะ”? พวกนายคิดว่ากำลังพูดกับใครอยู่น่ะ?
เธอคนนั้นชักดาบออกมาในมืออย่างไม่หวั่นเกรง
นักดาบหญิง – เก็บชีวิตของพวกนายไว้จนกว่าจะได้ลิ้มรสคมดาบของชั้นเถอะ! มาจินเคน!
คลื่นทำลายถูกปล่อยออกมาหลังเธอวาดดาบ และทันทีนั้น สะพานก็ถูกตัดขาด! กลุ่มโจรต้องรีบถอยกันแทบไม่ทัน ขณะที่ตัวเธอก็ตกลงมาบนสะพานที่พวกเซเนลยืนอยู่พอดี
วิล – เป็นเด็กสาวที่บ้าระห่ำจริงๆที่ตัดสะพานทั้งเส้นไปแบบนั้น
เซเนล – เธอเป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวสายอาร์ทนี่.....
นักดาบหญิง – อะไรกัน ข้างล่างนี่ก็ยังมีอยู่หรือไง? ถ้าอย่างนั้นก็ได้!
โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง เธอพุ่งเข้าโจมตีเซเนลทันที!
นักดาบหญิง – คืนตัวเด็กที่พวกนายลักพาตัวไปมาเดี๋ยวนี้!
เซเนลต้องหลบคมดาบที่ตวัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือและรวดเร็ว
เซเนล - ลักพาตัวอะไรกันเล่า!!
เขาถอยทิ้งระยะออกมาก่อนจะเตรียมพุ่งเข้าไปเอาคืนบ้าง แต่วิลก็มาห้ามทัพเอาไว้ก่อน
วิล - เอาล่ะๆ พอได้แล้ว เธอเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้เป็นพวกเดียวกับพวกโจรนั่นหรอก
นักดาบหญิง – อะไรนะ?
วิล – พวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยเด็กผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวไปot
นักดาบหญิง – อ้ะ......จริงหรือ? ฉันคิดไปว่า...........
เซเนล – ดีจริงๆเลยนะ ไล่ฟันชาวบ้านเพราะ”คิดว่า” นี่น่ะ
เธอทำสีหน้าละอายกับความผิดลาดที่ทำไป
วิล – เซเนล!
เซเนล – เธอก็กำลังมุ่งหน้าไปที่รังโจรด้วยสินะ?
นักดาบหญิง – ถูกต้องแล้ว
เซเนล – เธอจะไปทำอะไรที่นั่น?
นักดาบหญิง – เป้าหมายของฉันก็เหมือนกับพวกคุณ
เซเนล – และเป้าหมายของชั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอแน่นอน
นักดาบหญิง – ไม่เกี่ยวกันซักหน่อย ฉันแค่ทนไม่ได้กับการที่จะยอมให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้น!
ก่อนจะได้พูดอะไรกันต่อ กลุ่มโจร 3 คน ก็วิ่งมาที่สะพานด้านหนึ่ง
โจร – ในที่สุดก็เจอจนได้!!
วิล – ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีพวกอยู่แถวๆนี้อีกเยอะนะ และพวกเราคงจะรับมือกับการล้อมโจมตีไม่ได้ หนีกันก่อนเถอะ!
ทั้งสามคนหันหลังวิ่งไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว จนสามารถสลัดการติดตามจากอีกฝ่ายได้...
เซเนล – พวกนั้นทั้งหมดเป็นสมุนของโมเซสด้วยเรอะ?
วิล – ถูกแล้ว เป็นกองทัพขนาดย่อมเลยใช่ไหมล่ะ?
วิลหันไปมองรอบๆและสังเกตเห็นบางอย่างที่ขาดไป “หือ? แล้วเธอคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะ?”
เซเนล – ใครจะไปรู้ล่ะ? อาจจะวิ่งหนีไปคนเดียวแล้วมั้ง?
วิล – แย่จริง ฉันต้องคุยกับเธอซะด้วยสิ
เซเนล – เธอคือ “คุณหญิง” ที่คุณมิวเซตพูดถึงเหรอ?
วิล – ใช่ เธอคือโคลเอ้ วาเลนส์ ก็เหมือนกับที่ฉันคาดไว้ จิตวิญญาณแห่งความยุติธรรมผลักดันให้เธอมาช่วยเชอรี่
เซเนล – ทำไมล่ะ? เธอไม่ได้รู้จักกับเชอรี่ซักหน่อย
วิล – เธอเกิดมาในฐานะอัศวิน อัศวินยอมปฏิบัติตามหน้าที่ของพวกเขา
เซเนล – อัศวินงั้นเหรอ?.................

หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ข้ามภูเขาและเดินทางไปต่ออีกนิด ก็มาถึงรังโจรที่เป็นเป้าหมาย เมื่อก้าวเข้าไป โมเซสก็ออกมาต้อนรับทันที....
โมเซส – โอ้ว พวกเอ็งมาถึงซะทีสินะ
เซเนล – โมเซส!
วิล – ซุ่มโจมตีรึ?
โมเซส – สีหน้าแบบนั้นมันอารายก้าน? ทั้งๆที่อั๊วอุตส่าห์เดินมาตั้งไกลมาพบพวกเอ็งเพื่อต้อนรับขับสู้เลยนะ! พวกเอ็งน่าจะดีใจกันหน่อย ใช่มั้ย กีท?
เขาลูบหัวหมาป่าอสูรสีแดงที่อยู่ข้างๆกาย
เซเนล – ปล่อยเชอรี่มาซะ!
โมเซส – นั้นเป็นชื่อของหล่อนสินะ? เชอรี่? เอ็งรู้จักเธอเรอะ?
เซเนล – ชั้นบอกว่าปล่อยเธอมา!
เขาทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปหมายจะโจมตีทันที!..............
เซเนล – อ่ะ.....
พื้นใต้เท้าเขาที่แท้เป็นหลุมพราง เขาร่วงตกลงไปสู่ความมืดข้างล่างโดยไม่ได้ยินแม้แต่เสียงร้องซักแอ่ะ...
โมเซส – โฮ่ย~~ เดินระวังทางด้วยน่อ~~
วิล – เซเนล เป็นอะไรหรือเปล่า ตอบฉันสิ เซเนล! .....โมเซส! เธอ....
โมเซส – เฮอะ อย่ามองอั๊วะสิ เค้าเป็นคนที่เดินตกลงไปเองนะ
พูดจบ 1 คน กับอีก 1 ตัวก็เดินจากไปอย่างสบายใจ
วิล – เซเนล! เฮ้ เซเนล!

เซเนลตกลงไปถึงชั้นใต้ดินที่ไม่มีแสงไฟ แต่ก็ยังพอเห็นรอบๆได้ลางๆอยู่ เขาลุกขึ้นมองขึ้นไปข้างบน
เซเนล – วิล! ได้ยินชั้นมั้ย!
แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา คงเพราะเขาตกลงมาลึกมาก เซเนลจึงตัดสินใจที่จะเดินขึ้นไปข้างบนท่ามกลางความมืด แต่จู่ๆก็เหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าจากบางคน เมื่อลองค่อยๆเดินอย่างเงียบเชียบดูซักพัก ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวข้างล่างนี้แน่
เซเนล – (มีใครอยู่ตรงนั้นแน่)
เขาค่อยๆย่องเข้าไป....และหยุดที่ทางเลี้ยว
เซเนล – (โมเซสส่งใครมาตามล่าชั้นรึ?)
เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆ เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม
เซเนล – (พวกนั้นจัดการชั้นไมได้ง่ายนักหรอก)
เขาพุ่งออกไปทันทีเมื่องเสียงฝีเท้าเข้ามาถึงระยะ!
??? – กรี้ด!
เซเนล – (กรี้ด?)
เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดจนมองเห็นได้ชัด ทั้งสองฝ่ายจึงรู้ว่าปะทะกับใครเข้า.....
โคลเอ้ + เซเนล – อ้ะ!
โคลเอ้ – นายคือ---!
เซเนล - ยัยผู้หญิงไร้สมองคนนั้น!
โคลเอ้ – น....นายกล้าดียังไงมาเรียกชั้นแบบนั้นน่ะ!
เซเนล – ก็ถ้าเธอมาอยู่ที่นี่ เธอคงพลาดท่าติดกับดักพวกนั้นซักที่ใช่ไหมล่ะ?
โคลเอ้ – เงียบเถอะน่า! นายนั่นล่ะที่เป็นแบบนั้น!
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้อีก เซเนลจึงผลักร่างของโคลเอ้เข้าชิดกำแพง พาตัวเองเข้าประชิดและจ้องมองที่มาของเสียงอย่างระแวดระวัง
โคลเอ้ – อ๊า! นายคิดว่ากำลัง---
เซเนล – เงียบก่อน! มีใครบางคนกำลังมาที่นี่!
โคลเอ้ – โอ้ย อย่ากดแรงนักสิ.......
วิล – เซเนล นายอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?
เมื่อเจ้าของเสียงฝีเท้าโผล่หน้ามา เขาก็อึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นสถานการณ์และท่าทางที่ชายหญิงกำลังเป็นอยู่.....
วิล – อ้อ......ดีจริงๆ.......... ถ้าคิดว่าเธอสองพึ่งจะพบกันแล้ว.......
เซเนล + โคลเอ้ – นาย/คุณ พูดอะไรน่ะ?!

หลังจากเดินพ้นชั้นใต้ดินที่ไร้แสง วิลก็หันมาหาโคลเอ้
วิล – เอาล่ะ คุณโคลเอ้ วาเลนส์
โคลเอ้ – คุณรู้จักชื่อของฉันได้ยังไงน่ะ?
วิล – เพราะชื่อเสียงของคุณในฐานะผู้ปกป้องความยุติธรรมไงล่ะ
โคลเอ้ – เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วที่ต้องช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือojt
วิล – เขาว่ากันว่าคุณเข้าไปจัดการคนที่กำลังทะเลาะกันจนปางตายด้วย
โคลเอ้ - ..............เมื่อไหร่หรือ?
วิล – เมื่อสามวันก่อนนี้เอง คุณไม่รู้เลยหรือว่าทำอะไรลงไป?
โคลเอ้ - .....ไม่นี่
วิล – ผมได้ยินเรื่องราวแบบนี้เกี่ยวกับคุณมาหลายครั้งแล้ว
โคลเอ้ - ...โกหก เรื่องโกหกทั้งนั้นล่ะ
เซเนล – เป็นวิธีช่วยคนที่ไม่เลวนี่
โคลเอ้ – นายน่ะเงียบไปเถอะน่า!
วิล –ความยึดมั่นในอุดมการณ์ของคุณเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมแน่นอน แต่คงจะดูดีกว่าถ้าคุณคิดถึงผลกระทบจากการกระทำของคุณซักหน่อย
โคลเอ้ะ - ....ค่ะ ฉันคิดว่าคุณอาจจะพูดถูก
วิล – คุณก็เห็นแล้วว่าที่แห่งนี้อันตรายขนาดไหน ผมคิดว่าคงจะดีที่สุดถ้าคุณจะกลับไปยังเมืองเงียบๆ
โคลเอ้ – ไม่ค่ะ ฉันมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไม่คิดจะถอยได้อีก และแม้ขณะที่พวกเรากำลังยืนอยู่นี้ เด็กผู้หญิงที่ถูกจับมาอาจจะกำลังทรมานอยู่ก็ได้
วิล – ผมรู้สึกอยู่แล้วว่าคุณต้องพูดแบบนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ทำงานร่วมกับพวกเราเถอะ
เธอหันมามองเซเนล “กับนายนี่นะ?”
วิล – เด็กหญิงที่ถูกลักพาตัวไปนั่น จริงๆแล้วคือน้องสาวของเซเนล ชื่อเชอรี่
โคลเอ้ – อ้ะ งั้นหรือ.......
เธอจ้องมองเขาซักพักจนเซเนลรู้สึกแปลกๆจนต้องหันหน้าหนี
โคลเอ้ะ – เข้าใจแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันรู้สถานการณ์ของพวกคุณแล้ว ถ้าฉันจะปฏิเสธไปก็คงจะขัดกับความต้องการของฉัน ฉันจะร่วมทางไปกับพวกคุณด้วย
วิล - ถ้าอย่างนั้นก็ลงตัวแล้ว ใช่ไหม เซเนล?
เขามองหน้าเธออยู่แวบหนึ่งก่อนให้คำตอบ “ยังไงก็ได้ ถึงยังไงก็แค่จนกว่าพวกเราจะช่วยเชอรี่ได้เท่านั้น”
วิล – เฮ้อ..........
โคลเอ้ะ – ถ้าอย่างนั้น ฉันขอทราบชื่อเต็มของพวกคุณได้ไหม?
วิล – ผมคือวิล เรย์นาร์ด ส่วนเขา....
เซเนล – เซเนล คูลริดจ์
โคลเอ้ – เรย์นาร์ด กับคูลริดจ์ เข้าใจแล้ว ตั้งแต่นี้ฉันจะเรียกคุณทั้งสองคนด้วยชื่อนี้

ขณะเดียวกัน ที่ห้องไหนซักห้องในรังโจร ชารี่ถูกขังอยู่ในห้องนั้นคนเดียว โมเซสเปิดประตูเข้ามาพร้อมกีท สัตว์เลี้ยงของเขา
โมเซส – เขาว่ากันว่าเมลเนสจะไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่ว่า.... ดูเธอแบบนี้แล้วอั๊วะไม่เห็นว่าจะแตกต่างอะไรเลย หรือว่าเธอจะพรางตัวให้เหมือนคนอื่นอยู่น่ะ?
กีทเดินเข้าไปเลียหน้าเชอรี่สองสามที ก่อนมานั่งข้างโมเซสแล้วครางหงิงๆ
โมเซส – ไม่ใช่แบบน้าน~ .....อั๊วะงงแล้วแฮะ
เชอรี่ – ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะค่ะ
โมเซส – ทำตามที่อั๊วะต้องการสิแล้วอั๊วะอาจจะปล่อย
เชอรี่ – คุณต้องการอะไรกันคะ?
โมเซส – อั๊วมาที่เรือเลกาซี่นี้เพราะอยากจะได้ศาสตร์เขี้ยวศักดิสิทธิ์
เชอรี่ – ศาสตร์เขี้ยวศักดิสิทธิ์?
โมเซส – ช่าย มันเป็นศาสตร์แห่งเขี้ยวที่เล็บมือของเธอจากส่องประกายเป็นสีรุ้ง พลังของมันสามารถเคลื่อนภูพาได้ด้วยซ้ำ สุดยอดศาสตร์แห่งเขี้ยวที่รู้จักกันน้อยคนนัก นั่นล่ะศาสตร์เขี้ยวศักดิสิทธิ์!
เขากระโจนเข้าไปใกล้ๆแล้วแบมือ “ทำไมเธอไม่บอกมาล่ะว่าทำยังไงอั๊วะถึงจะได้มันมา หา?”
เชอรี่ – ท....ทำไมคุณถึงถามฉันล่ะ? ฉันไม่เคยได้ยินถึง----
โจรอีกคนหนึ่งหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องอย่างแตกตื่น “ลูกพี่โมเซส!”
โมเซส – มีอะไรหรือไง จาบ้า?
เขาเข้ามาซุบซิบๆซักพัก ส่วนโมเซสก็พยักหน้าหงึกๆ
โมเซส – โอ้ ดูเหมือนอะไรๆจะน่าสนใจขึ้นบ้างแล้วนะ!
จาบ้า – พวกเราจะทำไงกันดีล่ะ?
โมเซส – ต้องถามด้วยเรอะ? พวกเราก็จะเล่นกับพวกนั้นซักหน่อยน่ะสิ! อั๊วจะมาคุยให้จบที่หลังนะ ตอนนี้ต้องไปดูหนูตัวใหญ่ก่อนแล้ว
ทั้งสามคนเดินออกไปจากห้อง เชอรี่รีบตามไปแต่ประตูก็ถูกล็อกกลอนเสียแล้ว...
เชอรี่ – โธ่.....

Continue - part 2

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:31 pm----------