Topic #27: Tales of Legendia - Chapter 1. In Persuit (continue... )

Next Farecery

Chapter 1 – In Persuit. (continue…) 

 

 

เซเนล โคลเอ้ และวิล ทั้งสามคนเดินไปตามทางภายในรังโจร และได้พบกับโมเซสที่มายืนรออยู่แล้ว 

โมเซส – อั๊วะจะบอกให้เอาบุญนะ คนเดี๋ยวนี้น่ะไม่เหมือนเดิมแล้ว เอาแต่ละโมบที่จะลักพาเด็กผู้หญิงไปทั่ว 

เซเนล+โคลเอ้ – จะพูดก็ดูตัวเองก่อนเถอะน่า! 

โมเซส – เหะ......เด็กเอ็งอยู่ที่ชั้นบนสุดแน่ะ 

เมื่อพูดจบ โมเซสก็วิ่งหายไป 

โคลเอ้ – หมอนั่นทำอะไรน่ะ? 

วิล – ดูเหมือนว่าเขากำลังปั่นหัวพวกเราอยู่ เหมือนหนูกับแมวน่ะ 

เซเนล – ชั้นจะหวดแกให้จมดินให้ได้เลย! 

 

~ ชั้นบนสุดของรังโจร ~ 

ทั้งสามคนพบประตูที่อยู่ใกล้ทางที่ขึ้นมาที่สุด เลยลองไปสำรวจดู 

วิล – ล็อกอยู่หรือ? 

เซเนลลองเคาะประตูดู “เชอรี่! อยู่ในนี้หรือเปล่า?” และก็ไม่ผิดหวังเมื่อมีเสยงตอบรับดังผ่านประตูออกมา 

เชอรี่ – พี่เซเนล?...... 

เซเนล – เชอรี่! ในที่สุดก็เจอเธอจนได้ รู้สึกยังไงบ้าง? 

เชอรี่ – หนูไม่เป็นอะไรหรอก แล้วพี่ล่ะ? บาดเจ็บหรือเปล่า? 

เซเนล – พี่สบายดี ขอโทษนะที่ต้องให้รอนานกว่าจะมาที่นี่ได้ 

เชอรี่ – ไม่ ไม่หรอกค่ะ อย่ากังวลเลย ขอบคุณที่มาช่วยหนูนะคะ 

เซเนล – ถอยไปก่อน พี่จะทำลายประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้ 

เชอรี่ – พี่เซเนลทำได้เหรอ? 

เซเนล – พี่จะทำให้ได้ 

เขากำหมัดแล้วหวดเข้าใส่ประตูอย่างไม่ยั้ง แต่ก็ดูเหมือนจะแทบไม่สะเทือนอะไรเลย 

วิล – หยุดได้แล้ว! ทำต่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า! 

เซเนล – ถอยไปซะ! 

วิลถูกผลักให้ไปข้างๆ แต่แค่เซเนลก้าวไปอีกก้าวหนึ่งก็ทรุดลงกับพื้น และโคลเอ้ก็เข้ามาขวางทางไว้ 

โคลเอ้ – มือนายมีเลือดไหลนี่! ถ้าทำต่อไปจะบาดเจ็บไปกว่านี้อีกนะ! แบบนี้แล้วนายยังมาเรียกฉันว่าไร้สมองอีกนะ?! 

เซเนล – ชั้นบอกว่าถอยไปไงล่ะ! 

เชอรี่ – พี่คะ หยุดเถอะ! 

เซเนล – เชอรี่ ? 

เชอรี่ - ได้โปรดเถอะพี่เซเนล อย่าทำอะไรโง่ๆเลย หนูไม่อยากให้พี่ต้องบาดเจ็บเพราะหนูหรอกนะ 

เซเนล - ....ก็ได้ พี่จะลองหาทางอื่นดู 

วิล – ไปตามหาโมเซสให้เจอแล้วบังคับให้เขาเอากุญแจมาให้เราเถอะ 

โคลเอ้ – เขาอาจจะพกไว้กับตัวก็ได้ 

เซเนล – ใช่......เชอรี่ ทนอีกนิดนะ พวกเราจะไปเอากญแจมาก่อน 

เชอรี่ – ระวังตัวนะคะ 

 

เมื่อเดินดูใกล้ๆก็พบห้องที่โมเซสรออยู่ เขานอนหาวรอการมาถึงของพวกเซเนลอยู่แล้ว 

โมเซส – กว่าพวกลื้อจะโผล่หัวมากันได้! กีทกับอั๊วรอจนเบื่อแล้วนะเนี่ย 

เซเนล – ส่งกุญแจมาซะ! 

โมเซส – ไอ้เนี่ยนะเรอะ? อยากได้กุญแจนี่ขนาดนั้นเชียว? ถ้าอย่างนั้น.....ก็เข้ามาเอาสิ! 

กีทแยกเขี้ยวกระโจนเข้าใส่เซเนลจนเขาล้มลง มันส่งเสียงคำรามและเข้าโจมตีอีกครั้ง แต่โคลเอ้ก็ใช้ดาบเข้ามากันไว้ให้ได้ ! 

วิล – Lightning! 

สายฟ้าขนาดเล็กฟาดลงมาใส่กีท แต่สัญชาติญาณสัตว์ป่าและความเร็วของมันก็ช่วยให้หลบรอดมาได้ แต่ก็ยังเปิดช่องให้โคลเอ้เข้าประชิดตัวและระดมโจมตีด้วยปลายดาบที่แหลมคม และรวดเร็ว ส่วนเซเนลซึ่งยันตัวตั้งหลักขึ้นมาใหม่ได้ก็พุ่งเข้าใส่โมเซสซึ่งโจมตีเข้า มาด้วยการเขวี้ยงหอกจากระยะไกล เ มื่อบวกกับความเร็วที่เขาวิ่งเข้า การจะให้หลบโดยไร้รอยขีดข่วนก็ทำได้ยาก ถึงจะโดนถากๆก็เพียงพอที่จะเรียกเลือดได้บ้าง! 

เซเนล - ก็บอกว่า......ส่งกุญแจมาไงเล่า! 

เพียงอีกวูบหนึ่ง เขาก็ก้าวถึงตัวของโมเซส! 

โมเซส – โอ๋?.... 

หมัดลุ่นๆของเซเนลบวกกับแรงส่งจากการพุ่งเข้ามา หวดเข้าใส่หน้าของอีกฝ่ายเนื้อๆเน้นๆ! โมเซสกระเด็นไปกองกับพื้น จนแม้แต่กีทก็ต้องผละจากการต่อสู้กับโคลเอ้และวิลเพื่อมาดูเจ้านาย 

เซเนล – ส่งกุญแจมาซะ 

โมเซส – เฮอะ ศึกนี้หาจบไม่นะเกลอ..... 

จาบ้า – ลูกพี่โมเซส! พวกเรากำลังถูกโจมตีแล้ว! 

ลูกน้องของเขาวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก โมเซสรีบยันตัวขึ้นมาทันที “ถูกโจมตีเรอะ?” 

จาบ้า – พวกนั้นมาถึงทางเข้ากันแล้ว! 

โมเซส – อะหยังน่ะ!? 

ทุกคนวิ่งไปที่ระเบียง และพบว่าข้างล่าง กองโจรของโมเซสกำลังต่อสู้กับกองทหารในชุดเกราะสีแดงภายใต้การนำของจอมเวทย์ หญิงผมม่วงเกราะดำ! 

จอมเวทย์หญิง – เด็กที่เป็นเมลเนสต้องอยู่ที่ในซักแห่งในนี้แน่! หาเธอให้พบ! 

 

โมเซส – เจ้าพวกชุดแดงนั่นมันใครกันน่ะ?! 

วิล – ฉันไม่เคยได้ยินเลยว่ามีกองทัพแบบนั้นบนเลกาซี่ด้วย พวกนั้นขึ้นมาบนเรือตั้งแต่ตอนไหนกันนะ? 

เซเนล – นั้นมัน!..... 

วิล – เธอรู้จักพวกนั้นหรือ เซเนล? 

เซเนล - ......ไม่ 

โมเซสและจาบ้ารีบวิ่งออกไปเพื่อลงไปคุมสถานการณ์ แต่เขาก็หยุดเท้าและหันกลับมา 

โมเซส – เฮ้ย เอ็งน่ะ 

เขาโยนกุญแจให้เซเนล 

โมเซส – อยากได้กุญแจไม่ใช่เรอะ เอาไปสิ 

เซเนล – โมเซส? 

โมเซส – อย่าเข้าใจอั๊วะผิดนะ อั๊วะแค่ให้ยืมไปก่อนแป๊บเดียว พวกเรายังต้องตัดสินกันอยู่ แต่ตอนนี้อั๊วะมีปลาตัวใหญ่มาให้เจี๋ยนอยู่ ไปกันเถอะ จาบ้า! 

ทั้งสองคนวิ่งออกไปจากห้องทันที 

โคลเอ้ – ถ้าพวกเราไม่รีบล่ะก็ พวกเราจะโดนลูกหลงไปด้วยนะ 

วิล – รีบกลับไปหาเชอรี่กันเถอะ 

 

เมื่อวิ่งไปที่ห้องซึ่งคุมขังเชอรี่อยู่ ยังไม่ทันจะไขประตู เสียงร้องก็ดังขึ้นมา 

เชอรี่ – กรี้ด! 

เซเนล – เชอรี่! เกิดอะไรขึ้น! 

เขารีบไขล็อกเปิดประตู และก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นชายที่เขาเคยประมือด้วยที่น้ำพุเมื่อคราวก่อน! ใกล้ๆกันนั้น เชอรี่ก็นอนไม่ได้สติอยู่ในม่านพลังทรงกลมสีม่วงดำที่ล้อมรอบเธออยู่ 

เซเนล – แก! 

วิล – นายคือผู้ชายบินได้คนที่อยู่ที่น้ำพุลูเมนนี่! 

เขาไม่พูดอะไร ปีกของสีดำปรากฏที่หลังของเขาและพาเชอรี่บินออกไปทางระเบียงห้อง 

เซเนล – เดี๋ยวก่อนสิ! บ้าจริง! มันไปทางไหนแล้วน่ะ?! 

จาบ้าวิ่งเข้ามาโดยไม่มีใครคาดคิด 

จาบ้า – ทางนี้! เร็วเข้า! คนๆนั้นดูเหมือนว่าจะบินไปทางป่าคริสตัลแล้ว พวกนายจะไปที่นั้นได้จากทางออกด้านหลังของที่นี่ ตามชั้นมา! 

ทั้งสามคนพยักหน้าเพราะคงไม่มีตัวเลือกอะไรอีกแล้ว เมื่อตามไปถึงชั้นหนึ่ง จาบ้าก็นำไปที่ประตูด้านหลังของรังโจร 

จาบ้า – ถ้าออกไปจากที่นี่แล้วตรงต่อไป พวกนายก็จะไปถึงป่าคริสตัลแล้ว 

วิล – ทำไมถึงช่วยพวกเราล่ะ? 

ชาบ้า – ชั้นคิดว่าลูกพี่ก็คงทำแบบเดียวกันถ้าเขาอยู่ที่นี่ 

โคลเอ้ – ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะถาม นายรู้จักนักดาบที่มีรอยสักรูปงูอยู่ที่แขนไหม? 

จาบ้า – รอยสักรูปงูเหรอ? ไม่ ชั้นคิดว่าไม่เคยเห็นเลยนะ 

โคลเอ้ – งั้นเหรอ.... 

จาบ้า – งั้นก็ลาก่อนนะ โชคดีล่ะ 

เขาวิ่งไปที่ทางออกด้านหน้าเพื่อไปช่วยคนอื่นๆ ขณะเดียวกัน ที่ทางเข้ารังโจร โมเซสก็ได้เผชิญหน้ากับผู้นำกองทัพศัตรู 

โมเซส – ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะยาหยี 

จอมเวทย์หญิง – จงส่งตัวเมลเนสมาเดี๋ยวนี้ 

โมเซส – โว้ว ใจเย็นๆสิจ้ะยาหยี น้องมาถึงที่นี่เพื่อเจออั๊วะ ทำไมถึงไม่มาสนุกกันก่อนล่ะ? 

จอมเวทย์หญิง – โชคร้ายที่ฉันไม่มีเวลากับคนอ่อนแออย่างนายหรอกนะ 

โมเซส – ถ้าหล่อนมาเพื่อสู้ล่ะก็พวกอั๊วะก็พร้อมสนอง ยังไงก็อย่าถอยกลับไปก็แล้วกัน! เข้ามาเล้ย! 

 

 

ทั้งสามคนออกมาจากรังโจร และมุ่งขึ้นตามทิศ 12 นาฬิกาตามคำบอกของจาบ้า จนมาถึงป่าคริสตัลที่ เมื่อก้าวเข้าไป..... 

??? – กรี้ดดดด~~~! 

ทั้งสามคนชักอาวุธออกมาตั้งท่า แต่ก็แปลกใจเมื่อเห็นผู้หญิงวัยรุ่นรูปร่างเพรียวในชุดสีเหลือง วิ่งออกมาจากทางหนึ่งด้วยท่าทีตื่นตกใจ เธอสังเกตเห็นทั้งสามคนทันทีและยกแขนโหวกแหวกๆ 

ผู้หญิงชุดเหลือง – อ้ะ นี่ๆ พวกนายน่ะ! 

ไม่ทันพูดอะไร เธอก็หันไปมองทางทีเธอพึ่งวิ่งออกมาและทำท่าตกใจ 

ผู้หญิงชุดเหลือง – อ๊าย! 

เธอรีบเผ่นต่อไปอีกทางทันที ครู่เดียว ปีศาจแมงมุมตัวใหญ่ก็ออกมาจากทางนั้น! มันหันมามองพวกเซเนลซึ่งตั้งท่าระวังตัวอยู่ แต่มันก็ไม่สนใจก่อนจะหันไปไล่ตามเธอคนนั้นต่อด้วยท่าทีฉุนเฉียว. 

โคลเอ้ – นั่น.....มันอะไรน่ะ? 

วิล – คริสตัลแรนทูร่า น่ะ ถึงจะดูน่ากลัวแต่จริงแล้วพวกมันอ่อนโยนมาก ปกติแล้วก็ไม่โจมตีมนุษย์ด้วย 

โคลเอ้ – แต่ดูยังไงมันก็กำลังไล่ล่าเธอคนนั้นอยู่นะ 

วิล – ก็....ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ให้อภัยใครก็ตามที่เผลอเข้าไปในรังของมันน่ะ คริสตัลแรนทูร่าน่ะมีนิสัยชอบสะสมสิ่งของที่แวววาว พวกนักล่าสมบัติเลยมักจะเจอปัญหาแบบนี้บ่อยๆ 

โคลเอ้ – เธอเป็นพวกนั้นเหรอ? 

วิล – ดูเหมือนว่านะ 

โคลเอ้ – งั้นพวกเราก็ทิ้งเธอไว้ไม่ได้หรอก ตามเธอไปเถอะ 

เซเนล – ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปด้วยกันได้แค่นี้ล่ะ 

โคลเอ้ – ทำไมล่ะ?! 

เซเนล – ชั้นมาที่นี่เพื่อตามหาเชอรี่ ชั้นไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นหรอก 

โคลเอ้ – นี่มันไม่เกี่ยวว่าสนใจหรือเปล่านะ! นายรู้ไหม นายนี่เป็นคนที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางที่สุดเลย! 

เซเนล – งั้นเธอก็เป็นคนที่ชอบเอาตัวไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านน่ะสิ 

โคลเอ้ – ประสาท! 

เซเนลทำท่าทีเหมือนจะไปหาเรื่องอีกฝ่ายจนวิลต้องเข้ามาห้าม 

วิล – พอได้แล้วทั้งสองคน 

เซเนล+โคลเอ้ - ....เฮอะ! 

ทั้งสองคนเชิดหน้าใส่กันพูดเหมือนกันพร้อมๆกันจนวิลยังเบื่อหน่าย 

วิล – พวกเรายังไงก็ต้องมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน การช่วยเชอรี่เป็นหน้าที่หลัก แต่พวกเราก็จะช่วยผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน ตกลงนะ? 

 

ทางด้านโมเซส เขาหลบหนีมาที่ภูเขาแห่งสายหมอกอย่างทุลักทุเล 

โมเซส – โอย! 

จาบ้า – ลูกพี่! เป็นอะไรหรือเปล่า!? 

โมเซส – แสบจริงๆเลยยัยตัวร้ายนั่น......มันยังไม่จบแค่นี้หรอกน่า.... 

 

 

เซเนลเดินลึกเข้าไปในป่าคริสตัล และก็ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นมา 

??? – นี่! 

ผู้หญิงในชุดเหลืองคนนั้นวิ่งสวนมาจากทางที่พวกเขากำลังไป ท่าทีเธอยังรีบร้อนเหมือนเมื่อครู่อยู่ เมื่อเธอเห็นพวกเซเนล เธอก็หยุดวิ่งแล้วหันมาชี้หน้าเซเนลด้วยความโมโห 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ฉันไม่อยากเชื่อเลย! ทำไมไม่ยอมช่วยฉันล่ะ?! 

ทุกคนได้แต่เหงื่อตก พูดอะไรไม่ออกขณะที่อีกฝ่ายกำลังดิ้นไปดิ้นมา 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ไร้หัวใจที่สุด! ทำไมผู้คนถึงใจร้ายกันแบบนี้! ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย! 

วิล – บางทีเธอน่าจะอธิบายก่อนนะว่าทำไมถึงถูกปีศาจตัวนั้นไล่เอา 

ผู้หญิงชุดเหลือง –อึ้ก 

วิล – ถ้าให้ฉันเดาล่ะก็ เธอคงไปรื้อค้นในรังของมันจนเละสินะ 

ผู้หญิงชุดเหลือง – เอิ้ก 

โคลเอ้ – ถูกเผง 

เซเนล – เป็นคนที่อ่านใจได้ง่ายเลยนะเนี่ย 

วิล – บางทีเธอน่าจะดูตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปโทษคนอื่นนะ 

ผู้หญิงชุดเหลือง – เอาน่าๆ มันไม่เหมือนกันนี่! เวลาเห็นเด็กสาวน่ารักใสปิ้งแบบนี่แล้วไม่อยากจะช่วยเลยหรือไง? 

เซเนล – ไม่เลยซักนิด 

ผู้หญิงชุดเหลือง – อะไรนะ!? ....นายรู้ไหม ฉันไม่ชอบนายเลย พ่อคนเย็นชา.... หรือบางที นายอาจไม่ชอบผู้หญิงน่ารักก็ได้ 

เซเนล – ไม่ใช่!....ชั้นหมายถึง ใช่!....ชั้น..... 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ยังไงก็เถอะ ถึงจะเป็นคนน่ารักยังไงหรือจะเป็นแค่ฉันก็ไม่เกี่ยวแล้ว 

เธอยกมือขึ้นโบกไปโบกมาเหมือนทักทายใคร 

ผู้หญิงชุดเหลือง –ทางนี้! 

โคลเอ้ – เธอโบกมือให้ใครน่ะ? 

ทุกคนหันไป และเห็นว่าที่ด้านนั้น คริสตัลแรนทูร่าตัวนั้นกำลังจ้องมาด้วยสีหน้าเอาเรื่องสุดๆ 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – อ้ะ 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ดูเหมือนว่าเขาจะอยากวิ่งเล่นกับพวกคุณแล้วนะ เชิญเล่นกับเขาได้เลย ขอให้สนุกนะ! 

เธอวางเผ่นไปก่อนขณะที่มันเดินตึงตังเข้ามาหาทั้งสามคน 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – ทำไมต้องเป็นพวกเราเนี่ย? 

 

.........และแล้ว ทั้งสี่คน(?)ก็ช่วยกันปราบแมงมุมคริสตัลได้ในที่สุด แต่ก็เล่นเอาหอบกันหมด ตัวต้นเรื่องก็แจ้นเสนอหน้ามาทันที 

ผู้หญิงชุดเหลือง –ขอบคุณจริงๆเลยนะ ทุกคนต้องสู้ขนาดนี้เพราะฉันแท้ๆ 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – ไม่ใช่ซักหน่อย! 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ฉันไม่คิดว่าพวกคุณทั้งสามคนจะเป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวนะเนี่ย น่าจะบอกก่อนนะ โง่จริงๆ~ 

เธอเดินเข้ามาพูดกับเซเนล 

ผู้หญิงชุดเหลือง – มนุษย์น่ะต้องช่วยเหลือกันและกัน รู้ไหม? เวลาเป็นประโยชน์กับใครแล้วก็จะรู้สึกดีไม่ใช่เหรอ? 

เซเนล – เธอพล่ามอะไรน่ะ? 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ฉันตัดสินใจแล้ว! ฉันจะยอมให้พวกคุณเข้าร่วมกลุ่มของฉันก็ได้! 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – อะไรนะ?! 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ฉันตามหาผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวที่พอจะพึ่งพาได้มานานแล้ว มาหาเจอทีเดียวสามคนเนี่ยมันมากกว่าที่คิดไว้อีกนะ 

เซเนล – จะยังไงก็ช่างเถอะ 

วิล – เธอชื่ออะไรล่ะ? 

ผู้หญิงชุดเหลือง – ฉันเหรอ? นอร์ม่า บีแอทตี้! และเพราะคุณถามมา ฉันคือนักล่าสมบัติระดับโลก ถ้าจะให้พูดเอาเองน่ะนะค้า~ 

วิล – ฉันไม่ได้ถามซักหน่อย 

นอร์ม่า – เถอะน่า ฟังก่อนสิ.... 

วิล – นอร์ม่า เธอเห็นผุ้ชายบินบนฟ้ามาทางนี้ไหม? เขาพาผู้หญิงคนหนึ่งไปด้วย 

นอร์ม่า – ผู้ชายบินได้? คุณจะบ้าเหรอ? ถ้าอยากดูกายกรรมก็ไปดูที่ละครสัตว์สิ 

วิล – เธอเรียกใครว่าโง่น่ะ? 

เขาเงื้อหมัดแล้วเขกกะโหลกสั่งสอนไปป้อกหนึ่ง 

นอร์ม่า – โอ้ย! 

วิล – พวกเราไม่มีเวลามาคุยเล่นนะ 

ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปต่อทันทีโดยไม่สนใจเธอ 

นอร์ม่า – นี่ เดี๋ยวสิ! หยุดก่อน! รอก่อนซักแป้บสิ! 

 

ทุกคนเดินลึกเข้ามาจนเกือบสุด โดยที่นอร์ม่าวิ่งตามมาติดๆ 

นอร์ม่า – เถอะน่า~ มาร่วมทางด้วยกันเถอะน้า 

เธอเดินไปข้างๆเซเนล “มาเป็นทีมเดียวกันเถอะน้า~” แต่เซเนลก็ยังนิ่งเฉยจนเธอเริ่มฉุน 

นอร์ม่า – มาร่วมทีมกับฉันแล้วเป็นเพื่อนกันซะทีสิ บ้าจริง! 

เซเนล – เธอไม่ใช่คนที่น่าจะโกรธซะหน่อย! 

วิลหันไปมองรอบๆจึงเห็นว่าที่นี่เป็นทางตันแล้ว ด้านหน้าของเขาก็เป็นกำแพงคริสตัลที่ไม่มีทางไปต่อ 

เซเนล – ดูเหมือนว่าทางไปต่อจะอยู่หลังกำแพงนี้นี่ 

วิล – พวกเราอาจจะใช้บันไดที่กองอยู่นั่นข้ามไปได้ แต่ดูเหมือนว่าคงมีใครไม่อยากให้ตามไปเลยทำลายทิ้งไปแล้วน่ะ 

เซเนลลองไปเคาะกำแพงดู ถึงจะดูแข็ง แต่เสียงเวลาเคาะดูก็ทำให้รู้ว่ามันไม่ได้หนาทึบอะไรขนาดนั้น 

นอร์ม่า – หืมมม นายอยากผ่านตรงนี้ไปสินะ เอาแบบนี้ไหม เซเนเซเน่ 

เซเนล - ....เซเนเซเน่?...... 

วิล+โคลเอ้ – (ชื่อเล่นเหรอ?) 

นอร์ม่า – ทำไมไม่เอาแบบนี้ล่ะ ฉันทำให้ผ่านที่นี่ไปได้...และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พวกนายต้องร่วมทีมกับฉัน! 

เซเนล – อย่างกับว่าเธอทำได้งั้นล่ะ 

นอร์ม่า – โอ๋? นายไม่เชื่อฉันสินะ? นายจะล้มตึงแน่ๆถ้ารู้ว่าฉันเก่งขนาดไหน! 

เซเนล – เฮ้อ..... 

นอร์ม่า – ไม่เชื่อจริงๆสิเนี่ย?! อ๊า~~ งั้นก็ดูนี่! พวกคุณสองคนก็ด้วย! เอ่อ...... 

เซเนล – วิลกับโคลเอ้ 

นอร์ม่า – หืมมม......ใส่แว่น.... ดูเจ้ากี้เจ้าการ ....งั้นก็ “วิลจิ” ! ส่วนเธอก็คือ “คู”! 

วิล+โคลเอ้ – นี่! 

นอร์ม่า – ถ้าอย่างนั้น ฉันจะถล่มกำแพงนี่ให้ราบล่ะน้า~ 

เธอถอยมาตั้งหลัก และประกายแสงก็ปรากฏขึ้นที่สองมือของเธอ 

โคลเอ้ – เล็บเธอกำลังส่องแสงนี่ 

เซเนล – เธอก็เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวด้วยเหรอ ?! 

นอร์ม่า – สายเบรธน่ะดูดีอยู่แล้วน่า 

วิลตระหนักอะไรขึ้นมารีบยกมือห้ามทันควัน...แต่ก็ช้าไปนิด 

นอร์ม่า – เกรฟ! 

แท่งหินทะลุขึ้นมาจากพื้นตรงตำแหน่งที่กำแพงนั้นตั้งอยู่! รอยร้าวกระจายไปทั่วก่อนที่กำแพงแจกกระจายเป็นชิ้นๆทันที.... 

นอร์ม่า-ฮี่ๆ เห็นไหมล่ะ ง่ายจะตาย~ 

เมื่อตั้งตัวได้ วิลก็เดินไปหานอร์ม่า และ......เขกกะโหลกสั่งสอนไปอีกป๊อกหนึ่ง 

นอร์ม่า – อ๊า! ทำอะไรน่ะ เจ็บนะ! 

วิล – จะบ้าหรือเปล่า! เธอพึ่งจะทำลายความงามตามธรรมชาติไปนะ! 

นอร์ม่า- แต่ว่า---- 

วิล – ตามพวกเรามาซะ! 

โคลเอ้ – จะพาเธอไปด้วยหรือคะ? 

วิล – ถ้าปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวพวกเราก็ไม่รู้ว่าเธอจะไปทำลายอะไรเข้าอีกน่ะสิ ฉันจะให้เธออยู่ใกล้ๆจะได้จับตาดูได้ตลอด 

เซเนลทำหน้าเซ็งเมื่อรู้ว่ามีคนเพิ่มมาอีกคนแล้ว ส่วนนอร์ม่าก็ชูมือหน้าระรื่น “ได้ค่า~” 

เซเนล – ......ยังไงก็ช่างเถอะ 

 

เดินทางมาจนถึงทางออกของป่าคริสตัล เซเนลก็เห็นอะไรบางอย่างสะท้อนกับแสงอาทิตย์อยู่บนพื้น 

เซเนล – นี่มันเข็มกลัดของเชอรี่นี่! 

นอร์ม่า – เข็มกลัด? ไหนๆ มันหน้าตาเป็นยังไงเหรอ ขอดูหน่อยๆ 

เซเนลเก็บสิ่งที่พบไปโดยไม่สนใจเธอ 

นอร์ม่า – อ๊า! จะซ่อนทำไมล่ะ? ขอดูหน่อยๆๆๆ 

เซเนล – เชอรี่ต้องอยู่ทางนี้แน่ 

ทั้งสามคนเดินไปทิศทางนั้นเหลือแต่นอร์ม่าที่ยืนโวยวายอยู่คนเดียว 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่ นายนี่โลภจังเลยนะ 

 

บนชายฝั่งแห่งหนึ่งของเลกาซี่ จอมเวทย์หญิงที่เคยไปบุกรังโจรของโมเซสกำลังยืนอยู่กับกำลังทหารจำนวนหนึ่ง และอัศวินเกราะดำซึ่งสวมหน้ากากเสือดำอีกคนหนึ่ง 

จอมเวทย์หญิง – สติงเกิ้ล นายมาช้าไปนะ 

ที่อีกด้านหนึ่ง กองทหารอีกกลุ่มเดินนำชายร่างบึกบึนในชุดเกราะสีแดงมา เมื่อเดินมาถึง สติงเกิ้ลและจอมเวทย์ก็ทำความเคารพในทันที 

ชายเกราะสีแดง – เมลานี่ เจ้าพบตัวผู้หญิงที่เป็นเมลเนสแล้วหรือยัง? 

เมลานี่ – ค่ะท่าน พวกเรากำลังสืบรอยตามอยู่ 

ชายเกราะสีแดง – รายงานสถานการณ์ให้ข้าฟังซิ 

เมลานี่ – รับทราบค่ะ 

เมื่อได้รับฟังรายละเอียดแล้ว เขาก็สั่งการกับชายผมเขียวในชุดเกราะดำอีกคนที่เดินตามเขามาเมื่อครู่ 

ชายเกราะสีแดง – คาเชล จงออกคำสั่งให้กองทหารเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนพลได้ทุกเวลา 

คาเชล – รับทราบครับท่าน 

เมื่อชายในชุดเกราะแดงเดินออกไป เขาก็หันมาหาอีกสองคน 

คาเชล – คาเชล สติงเกิ้ล เมลานี่ นานแล้วสินะที่สามวิหคไม่ได้มารวมตัวกันแบบนี้ ข้าอุตส่าห์ยอมทิ้งการสู้รบที่เข้มข้นบนแผ่นดินใหญ่เพื่อมาอยู่บนเรือที่ไม่ รู้ว่าลอยอยู่ที่ไหน ข้าคงต้องหาความสนุกหน่อยล่ะ 

 

เซเนลเดินต่อไปตามเส้นทาง จนมาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นซากโบราณสถานอะไรบางอย่าง 

เซเนล – อยู่นั่นไง! เชอรี่! 

ตรงจุดที่ดูเหมือนจะเป็นประตูทางเข้า ชายคนนั้นยืนอยู่ข้างๆเชอรี่ซึ่งยังไม่ได้สติอยู่ในม่ายสีม่วงดำเช่นเดิม 

นอร์ม่า – ผู้หญิงคนที่สลบอยู่นั่นเป็นน้องสาวของเซเนเซเน่เหรอ?.... ไม่จริงน่า! เธอลอยอยู่กลางอากาศจริงด้วย! 

ชายคนนั้นหันไปที่ประตูและยกมือขึ้น ประกายแสงเปล่งออกมาจากมือของเขาก่อนที่ประตูจะเปิดออก 

วิล – นั่นเป็นทางเข้าซากโบราณสถานนั่นหรือ? 

ทุกคนวิ่งตามไป แต่ประตูก็ปิดลงก่อน 

โคลเอ้ – บ้าจัง พวกเรามาไม่ทัน! 

นอร์ม่า – เธอจะห่วงอะไรล่ะ? พวกเราเปิดเอาเองก็ได้นี่ 

เธอยื่นมือทำแบบชายคนเมื่อครู่ ประกายแสงเปล่งออกมาจากมือของนอร์ม่า 

.............วิ้ว เงียบสนิท มีแต่เสียงลมพัดกับใบไม้พัดปลิวหนึ่งใบ 

นอร์ม่า - อ๊า! อย่าเอาแต่ยืนเฉยสิ! ช่วยฉันหน่อย! 

ถึงจะอย่างนั้น แต่ทุกคนก็ยังงงๆ 

โคลเอ้ – แล้วพวกเราจะต้องทำยังไงล่ะ? 

นอร์ม่า – ก็เอามือมาวางบนประตูเหมือนฉันไง เอาสิ! 

ทุกคนยืนเรียงหน้ากระดาน และยกมือขึ้น ครั้งนี้เมื่อประกายแสดงเปล่งออกมา ประตูก็เปิดให้ในที่สุด 

นอร์ม่า – เห็นไหมล่า~ ไม่มีอะไรหยุดเราสี่คนได้หรอก! 

โคลเอ้ – เกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

นอร์ม่า - ถ้าใช้พลังของศาสตร์แห่งเขี้ยว ประตูของโบราณสถานที่ปกติถูกปิดแน่นก็จะเปิดออกได้ เยี่ยมใช่ไหมล่ะ? 

วิล – เข้าใจล่ะ เข้าไปข้างในเถอะ 

นอร์ม่า – ตอนนี้รู้หรือยังล่ะว่าทำไมฉันถึงให้พวกนายเข้าร่วมทีม? นักล่าสมบัติกับศาสตร์แห่งเขี้ยวน่ะมีอยู่เพื่อคู่กัน! แล้วก็....... 

เธอหันไป แล้วก็พบกับความว่างเปล่า มีแต่สายลมพัดมาหนึ่งวูบ... 

นอร์ม่า – อ๋า?............. 

 

ทุกคนเดินเข้ามาภายในโดยนอร์ม่ารีบแจ้นตามเข้ามาโวยวาย 

นอร์ม่า – นี่! อย่าทิ้งฉันไว้แบบนั้นสิ! 

วิล – ครั้งที่แล้วที่ฉันมา ฉันเองไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลยว่าจะคิดว่ามีโบราณสถานอยู่ภายในแบบนี้ 

โคลเอ้ – ดูเหมือนจะเป็นทางเดินนะ 

นอร์ม่า – ทางเดิน?....อ้อ ใช่ ทางเดิน ....รู้แล้ว! นี่มันต้องเป็นไอ้นั่นแน่ๆเลย! 

โคลเอ้ – ไอ้นั่น? 

เซเนล – นั่นไหน? 

นอร์ม่า – ทางเดินลับที่ถูกสร้างในยุคของอาณาจักรเทลเซส ไม่เคยได้ยินกันเหรอ? 

วิล – ไม่เลย ฉันแปลกใจนะที่เธอรู้จัก 

นอร์ม่า – ก็ฉันเป็นนักล่าสมบัติระดับโลกนี่นะ 

โคลเอ้ – น่าประทับใจนี่ 

นอร์ม่า – แน่นอน ฉันมีโพยช่วยน่ะนะ เป็นบันทึกที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ฉัน 

วิล- เธอมีอาจารย์ด้วยหรือ? 

นอร์ม่า – อ้ะแน่น้อนค่า เขาเป็นคนเสเพลสุดๆเลยล่ะ จะบอกให้นะ เขา--- 

เซเนล – พวกเราไม่มีเวลามาซุบซิบงี่เง่าแบบนี้หรอกนะ พวกเราต้องจับหมอนั่นให้ได้ 

นอร์ม่า – นี่นาย! อย่าเรียกว่างี่เง่าสิ! 

 

เมื่อวิ่งไปตามทางเดินซักพัก แผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นจนรู้สึกได้อยู่ซักครู่หนึ่ง 

เซเนล – บนเลกาซี่นี่มีแผ่นดินไหวด้วยเหรอ? 

วิล – ก็มีบ้างครั้งน่ะ แต่ฉันไม่เคยเจอแผ่นดินไหวแบบนี้มาก่อนเลย 

โคลเอ้ – จะปลอดภัยหรือที่มาอยู่ในนี้ตอนนี้น่ะ? 

เมื่อก้าวไปอีกแค่นิดเดียว วิลก็ชี้ไปยังข้างหน้า ซึ่งชายชุดดำ คนนั้นกำลังร่อนลงมาข้างๆเชอรี่ 

วิล – เขาอยู่นั่นไง! 

ชายชุดดำ – พวกแกมาไกลถึงนี่ได้เชียวนะ 

นอร์ม่า – นี่ รู้ไหม ดูใกล้ๆแล้วเขาก็ดูไม่ใช่คนเลวเท่าไหร่นะ... 

เซเนล – นายหนีไปไม่ได้แน่ครั้งนี้! 

เขายกมือขึ้น และม่านพลังที่ล้อมตัวเชอรี่อยู่ก็หายไป 

ชายชุดดำ – แก... ชั้นทนแกมาพอแล้ว ชั้นจะฝังแกที่นี่และตอนนี้ล่ะ! 

 

ครั้งนี้ถึงจะมีกัน 4 คน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ง่ายก็ครั้งที่แล้วซึ่งเซเนลดวลกับเขาตัวต่อตัวเลย ถึงจะโจมตีไปขนาดไหนก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สะดุ้งสะเทือน 

เซเนล – แฮ่กๆ 

นอร์ม่า – หมอนี่ถึกจริงๆ.....ทั้งที่พวกเราสี่รุมหนึ่งอยู่นะ.... 

จู่ๆแผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เสาหินที่อยู่ใกล้ๆเชอรี่ที่นอนสลบอยู่เกิดรอยร้ายปริแตกขึ้นมา! 

เซเนล – เชอรี่! 

นอร์ม่า – เสากำลังจะล้มลงมาแล้ว! 

วินาทีที่เสากำลังจะล้มลงนั้น เซเนลก็วิ่งเข้าไปเพื่อจะช่วย แต่ชายชุดดำคนนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปผลักร่างของเชอรี่ก่อน! เสียงกรีดร้องของโคลเอ้ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเสาหินล้มดังสนั่น เธอถึงกับทรุดลงไปนั่งเข่าอ่อนอยู่บนพื้น... 

วิล – เขา.....สละตัวเองเพื่อปกป้องเชอรี่.... 

เซเนล – แต่....ทำไมล่ะ? 

 

เมื่อทุกสิ่งสงบลง ทุกคนก็ไปล้อมรอบเชอรี่เพื่อดูอาการ 

วิล – เธอดูไม่มีอาการบาดเจ็บอะไร แต่ว่า.... 

เซเนล – เชอรี่ ! ตื่นสิ! 

นอร์ม่า – นี่ ทุกคน ฟังสิๆ! พวกเราเจอปัญหาแล้วล่ะ! 

เธอเดินมาจากด้านที่พึ่งเดินผ่านมา “เพราะแผ่นดินไหวนั่น ทางที่พวกเราเข้ามาถล่มพังหมดแล้ว! พวกเราถูกขังไว้ในนี้จริงๆแล้วล่ะ!” ทันทีที่เธอพูดจบก็ต้องร้องกรี้ดลั่น เมื่อมีเสียงดังโครมมาจากเสาหินที่ล้มมาเมื่อครู่ เมื่อเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เสาหินก็กระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อฝุ่นจางลงจึงเห็นร่างของชายชุดดำคนนั้นอยู่ในม่านพลังที่ดูเหมือนจะปก ป้องเขาไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะช่วยไว้ได้ไม่หมด เพราะเมื่อม่านพลังสลายไปเขาก็ทรุดลงทันที 

นอร์ม่า- อ่ะ....นายยังมีชีวิตอีกเหรอเนี่ย ?! 

ชายชุดดำ – แกยังไม่ได้เห็นวาระสุดท้ายของชั้นหรอกน่า! 

ปีกสีดำปรากกฎที่หลังของเขาก่อนที่จะพาบินหนีออกไป ตอนนั้นเชอรี่ก็ได้สติขึ้นมาพอดี 

เชอรี่ – อือ.....อือ.... 

เซเนล – เชอรี่?! 

เชอรี่ – พี่เซเนล.... 

เซเนล – เธอตื่นแล้ว.... 

วิล – ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไร 

เชอรี่สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นวิล 

เซเนล – ห้ามจ้องเธอนะ! 

วิล – ก็ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย...... 

นอร์ม่า – ฮะๆๆๆ เธอกลัวคุณแหน่ะ! โอ้ย!! 

.......นอร์ม่าโดนสั่งสอนเข้าไปอีกดอก 

 

เชอรี่ – ขอบคุณมาสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อฉันค่ะ 

โคลเอ้ – เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ต้องช่วยผู้ที่ลำบาก อย่ากังวลใจเลย 

เชอรี่มองหน้าโคลเอ้อย่างผิดสังเกต 

โคลเอ้ - ....ทำไมถึงมองแบบนั้นล่ะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือคะ? 

เชอรี่ – ป...เปล่าค่ะ 

วิล – เอาไว้คุยกันที่หลังเถอะ ตอนนี้ออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า ทางที่เรามาก็ถูกขวางกั้นไปแล้ว คงต้องไปข้างหน้าต่อเท่านั้น มีใครโต้แย้งไหม? 

เซเนล – ทนแค่อีกเดี๋ยวนะ เชอรี่ 

เชอรี่ – หนูขอโทษจริงๆที่ทุกเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะหนู.... 

เซเนล – ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก..... 

 

เมื่อสำรวจลึกเข้าไป เชอรี่ก็ดูจะมีท่าทีเหนื่อยอ่อนลง 

เซเนล – เชอรี่? 

เชอรี่ – ฉัน....ฉันไม่เป็นอะไร อย่าห่วงเลยค่ะ 

เซเนล – พักกันหน่อยเถอะ 

 

นอร์ม่า – ฉันเดาว่าข่าวลือที่ว่าริจจังเป็นเมลเนสก็เป็นแค่ข่าวลือจริงๆล่ะมั้ง ฉันหมายถึงว่า ดูยังไงเธอก็เป็นแค่คนธรรมดาน่ะ 

โคลเอ้ – ฉันไม่เคยเชื่ออยู่แล้วว่าข่าวลือจะเป็นจริง แค่คิดก็แปลกแล้วล่ะ 

นอร์ม่า- แล้วข่าวลือที่เธอได้ยินเป็นยังไงล่ะ คู ? 

โคลเอ้ – ก็ว่าร่างของเธอส่องแสงได้ และเธอสามารถหายใจใต้น้ำได้.... 

นอร์ม่า – อืม ก็เหมือนที่ฉันได้ยินมานั่นล่ะ นั่นเป็นหนึ่งในตำนานของ Radiant น่ะ 

โคลเอ้ – Radiant ....นั่นเป็นชื่อของผู้คนจากอารยธรรมโบราณที่เป็นผู้สร้างอาณาจักรเทลเซสนี่ 

นอร์ม่า – ถูกต้อง ฉันหมายถึง แน่นอนว่าวัฒนธรรมของพวกเขาคงจะแตกต่างจากคนในวันนี้อยู่หน่อย แต่พวกเขาก็ไม่เหมือนกับหิ่งห้อยหรือปลาใช่ไหมล่ะ? 

ถึงสองคนจะไม่ได้สังเกตุ แต่เชอรี่ก็นิ่งเงียบตลอดเวลาที่โคลเอ้และนอร์ม่าสนทนาเรื่องนี้ จนเซเนลต้องตัดบท 

เซเนล – เอาล่ะ จะพูดกันเรื่องอื่นได้ไหม? 

เชอรี่ – พี่คะ.... 

วิล – เมื่อพวกเรากลับไปที่เมืองได้แล้ว เชอรี่จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฉัน 

เซเนล – เดี๋ยวก่อนซิ บอกว่าใครนะ? พวกเราจะร่วมทางกันจนแค่ได้ตัวเชอรี่กลับคืนมานี่ 

วิล – ฉันปล่อยให้เธอพ้นจากสายตาไปไม่ได้จนกว่าเรื่องของเมลเนสจะเงียบลงซะก่อน 

เซเนล – ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้ 

เชอรี่เรียกเขาเพื่อให้สงบสติลงหน่อย แต่ทั้งสองคนก็ยังโต้เถียงอยู่ จนไม่สังเกตเห็นตัวนากทะเลในชุดโรบินฮู้ดที่เดินเข้ามาหาเชอรี่ 

นากทะเลในชุดโรบินฮู้ด – คิว 

เชอรี่ - .... 

เซเนล – นายไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา ยังไงพวกเราก็จะออกจากเรือนี่ให้เร็วที่สุดอยู่แล้ว 

นากทะเลในชุดโรบินฮู้ด – คิ้ว 

ยังไงทั้งสองคนก็ไม่รู้ตัวว่าเชอรี่กำลังหันซ้ายหันขวาเพราะไม่รู้จะทำยังไง 

วิล – ทำแบบนั้นก็อาจจะฉลาดที่สุดก็ได้นะ 

เซเนล – ได้ยินไหมเชอรี่? พอออกไปได้แล้ว..... 

คนอื่นๆพึ่งรู้สึกตัวว่ามีแขกเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง......... 

นากทะเลในชุดโรบินฮู้ด – คิ่วคิวคิ๊ว! 

นอร์ม่า – .........นายเป็นใครน่ะ? 

นากทะเลในชุดโรบินฮู้ด – ผมชื่อปิ๊ปโป้จากเผ่าโมฟุโมฟุ ยินดีที่ได้พบทุกคนครับ! 

นอร์ม่า - ตัวนากพูดได้...... 

ปิ๊ปโป้– ผมเป็นกวีน่ะ 

นอร์ม่า – นากพูดได้ที่กำลังเล่นพิณ...... 

โคลเอ้ – นอร์ม่า อย่าหยาบคายแบบนั้นสิ 

นอร์ม่า – เถอะน่า ดูเขาสิ! 

วิล – ดูยังไงก็ตัวนาก 

นอร์ม่า – เห็นไหมล่ะ บอกแล้ว! 

โคลเอ้ - ...... 

ปิ๊ปโป้– พวกคุณจะไปเยี่ยมชมหมู่บ้านของผมเหรอครับ? ขอโทษจริงๆนะ แต่ว่าเราพึ่งจะย้ายหมู่บ้านไปน่ะ 

วิล – เธอมีหมู่บ้านด้วยหรือ? 

ปิ๊ปโป้–ผมจะพาไปชมไหมครับ? อยู่ใกล้นิดเดียวเอง 

นอร์ม่า – คิดว่าไงกันล่ะ? 

วิล – ฉันก็อยากไปนะ แต่คิดว่าควรจะปฏิเสธดีกว่า พวกเราไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรโผล่ออกมาหรือเปล่า แล้วก็อาจจะเป็นกับดักก็ได้...... 

ทุกคนหันไปมองปิ๊ปโป้อีกครั้ง ซึ่งเขาเอียงคอด้วยท่าทีซื่อสนิท 

ปิ๊ปโป้– คิ๋ว? 

พอเห็นแบบนั้นแล้ว โคลเอ้กับเชอรี่ก็เข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้น เซเนลก็ทรุดลงไป ส่วนนอร์ม่ากับวิลก็ส่ายหัว 

นอร์ม่า – โอย......ตากลมโตนั่น....แล้วก็สีหน้าแบบนั้น 

เชอรี่ – น่ารักจัง..... 

โคลเอ้ – ไม่....ไม่ยุติธรรมเลย! 

นอร์ม่า – วิลจิ! คุณจะสงสัยปิ๊ปปี้ที่น่ารักและใสซื่อขนาดนี้ได้เหรอ! 

เซเนล - (.....ปิ๊ปปี้?) 

วิล – ก็...ไม่ใช่ว่าจะสงสัยนะ..... 

นอร์ม่า – ตกลง! ถ้าอย่างนั้นปิ๊ปปี้ พวกจะตามเธอไป จะทำยไงก็เชิญเลยค่า! 

ปิ๊ปโป้ – โอ้ดีจังครับ ยินดีต้อนรับ ไปทางนี้เลยครับ! 

 

ปิ๊ปโป้พาทุกคนเดินเข้าไปยังบริเวณที่เต็มไปด้วยซากตึกเก่าๆ 

ปิ๊ปโป้– ที่นี่คือที่ๆหมู่บ้านโมฟุโมฟุเคยตั้งอยู่ครับ 

??? – ปิ๊ปโป้! 

ปิ๊ปโป้– คิวโป้! 

จากที่มาของเสียงนั้น นากทะเลพูดได้ก็วิ่งมาอีกตัว คราวนี้เป็นนากในฮู้ดสีแดง 

เซเนล+วิล+โคลเอ้+นอร์ม่า – คิวโป้ ?! 

คิวโป้ – ยินดีที่ได้พบครับ! ผมคิวโป้แห่งเผ่าโมฟุโมฟุ 

ปิ๊ปโป้– พี่คิวโป้ของผมเป็นผู้ชำนาญศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอันดับหนึ่งของโมฟุโมฟุครับ 

นอร์ม่า – ผู้ชำนาญศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า?...... 

คิวโป้มองทุกคน และมาสะดุดที่โคลเอ้และเซเนลจนทั้งสองคนสงสัย 

คิวโป้ – ตาของคุณ......คุณทั้งสองคนมีดวงตาของอัศวินที่แท้จริง! เหมือนกับของผม 

เซเนล - ...อ...อ้อ 

โคลเอ้ – เอ่อ....ขอบใจจ้ะ 

 

หลังจากนั้น ทุกคนนั่งล้อมวงสนทนากันในบริเวณนั้น 

นอร์ม่า – ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามีอะไรอย่างโมฟุโมฟุอยู่ด้วยนะเนี่ย 

วิล – ฉันก็เหมือนกัน ถึงจะอยุ่บนเลกาซี่มา 10 ปี ฉันก็ไม่เคยได้ยินข่าวลืออะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย 

ปิ๊ปโป้– พวกผมรู้จักพวกคุณมานานแล้วครับ ผมเคยไปเมืองของพวกคุณหลายครั้งแล้วด้วย 

นอร์ม่า - ....จริงเหรอ? 

วิล – ชาวเมืองคงจะมองเธออย่างแปลกๆแน่ๆ 

ปิ๊ปโป้ - ไม่เลยครับ!! พวกเขาใจดีกันทั้งนั้น แค่ผมไปยืนอยู่นิ่งๆโดยไม่พูดอะไร พวกเขายังให้อาหารผมเลย! 

ทุกคนอึ้งไป และนึกในใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “พวกเขาคิดว่าเธอ/นาย/คุณ เป็นสัตว์เลี้ยงน่ะสิ…..” 

วิล – อะแฮ่ม ยังไงก็ตาม.... เรื่องประหลาดใจแบบนี้เกิดขึ้นเสมอๆตอนที่อยู่บนเลกาซี่นี้ 

โคลเอ้ – ที่ฉันแปลกใจก็ที่ว่าศาสตร์แห่งเขี้ยวสามารถเปิดประตูซากโบราณสถาณได้นี่ล่ะ ฉันไม่เคยนึกด้วยซ้ำว่าจะใช้พลังของฉันทำแบบนั้นได้ด้วย 

วิล – ตั้งแต่ศาสตร์แห่งเขี้ยวเริ่มปรากฏในมนุษย์ก็พึ่งจะ 50 ปีมานี้เอง แต่ในอาณาจักรเทลเซส คงจะเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้ 

โคลเอ้ – ทำไมอาณาจักรเทลเซสถึงล่มสลายล่ะคะ? 

วิล – นั่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีใครเคยอธิบายได้จริงถึงสาเหตุที่เทลเซสล่มสลาย 

นอร์ม่า – ไม่มีใครรู้ด้วยว่าทำไมพวกเขาจึงสร้างอาณาจักรบนเรือนี้ 

วิล – ถ้าหายนะภัยนั่นเกิดขึ้นจริงๆ มันก็อาจจะเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมก็ได้ 

ปิ๊ปโป้– หายนะภัยอะไรเหรอครับ? 

วิล – มันเป็นภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อหลายพันปีก่อน ประมาณกันว่าครึ่งนึงของแผ่นดินโลกจมหายไปในทะเล 

ปิ๊ปโป้– น่ากลัวจังเลย! 

เซเนล - .....เชอรี่ มาที่นี่หน่อยซิ 

เชอรี่ – หืม? ไปสิ 

เขาพาน้องสาวเดินแยกออกมาซักหน่อย 

เชอรี่ – ทำไมถึงต้องมาที่นี่เหรอคะ? 

เซเนล – เธอไม่อยากฟังเรื่องนั้นใช่ไหมล่ะ? 

เชอรี่ – อ้ะ.....มัน....มันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ 

เซเนล – จริงสิ เธอทำอะไรตกไว้น่ะ 

เชอรี่ – พี่เจอเข็มกลัดของหนูเหรอ? ดีจังเลย! หนูนึกว่าจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้วซะอีก 

เซเนล – ใช่ พี่รู้ดีว่ามันสำคัญกับเธอขนาดไหน 

เชอรี่ – ขอบคุณค่ะพี่! ฉันจะไม่ทำมันหายอีกแล้ว! 

เซเนล –ดีแล้วล่ะ 

 

เมื่อทั้งสองคนเดินกลับไปหาทุกคน การสนทนาก็สิ้นสุดพอดี 

คิวโป้ – ปิ๊ปโป้บอกผมหมดแล้วล่ะ พวกคุณกลับออกไปไม่ได้ใช่ไหมครับ? 

วิล – พวกเราจะยินดีมากถ้าเธอจะบอกทางออกอื่นให้ได้น่ะ 

คิวโป้ – ถ้าอย่างนั้นให้เรานำทางไปเถอะครับ! 

นอร์ม่า – ตกลง! ขึ้นสู่ผิวดินกันเล้ย! 

คิวโป้+ปิ๊ปโป้ – ไปเล้ย! 

 

เมื่อผ่านพ้นหมู่บ้านโมฟุโมฟุเก่ามา ทุกคนก็มาถึงบริเวณที่เหมือนจะเป็นเหมืองเก่า และมุ่งหน้าตรงไปเพื่อจะปีนบันไดขึ้นไปด้านบนตามที่ปิ๊ปโป้บอก แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง แผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นอีก 

คิวโป้ – ไม่นะ! ทางถูกปิดแล้ว! 

โคลเอ้ – ฉันคิดว่าคงเพราะแผ่นดินไหวเมื่อกี้อีกแน่ๆ 

คิวโป้และปิ๊ปโป้ลองสำรวจกองหินที่ถล่มลงมาดูอยู่ซักครู่หนึ่ง 

คิวโป้ – ดูเหมือนว่าเราจะผ่านตรงนี้ไปได้ถ้าขุดลงไปหน่อยครับ คุณเซเนล คุณวิล ขอแรงหน่อยได้ไหมครับ? 

เซเนล – เอาสิ 

วิล – เข้าใจแล้ว 

คิวโป้ – ส่วนอีกสามคนไปรอก่อนก็ได้ครับ 

นอร์ม่า – งั้นถ้าฉันใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวของฉันเป่ากองหินให้ปลิวไปเลยล่ะ? 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – ไม่เอา! 

นอร์ม่า – พวกนายเป็นอะไรไปน่ะ?! ไม่เชื่อฉันล่ะสิเนี่ย!? 

ทุกคนอึ้งเงียบไปเมื่อนึกถึงตอนนอร์ม่าถล่มกำแพงคริสตัลที่ป่าคริสตัล 

วิล – เธอไปเอาจากที่ไหนมาคิดว่าพวกเราจะเชื่อมือเธอน่ะ? 

นอร์ม่า – ซิกๆ ฉันรู้อยู่แล้วเชียว ก็ด้าย ดูให้ดีละก้าน!! 

เล็บของเธอเปล่งแสงออกมาเตรียมซัดเวทย์ทันที โคลเอ้ต้องเข้ามาขวางไว้แล้วลากคอเธอไปไกลๆ “นอร์ม่า ถอยไปตรงนั้นเลยดีกว่า” 

นอร์ม่า- ปล่อยช้านนนนน!! 

 

ขณะที่หนุ่มๆกำลังขุดหินกันอยู่ สาวๆก็นั่งเชียร์อยู่ไกลๆ... 

นอร์ม่า – เร่งมือหน่อยๆ ทำงานๆๆๆ!! 

เซเนล – เงียบน่า! 

เชอรี่ – เอ่อ...คุณนอร์ม่า? 

นอร์ม่า – หือ? มีอะไรเหรอ? 

เชอรี่ – ก็แค่....... 

เธอมองดูท่าทางของเชอรี่ซักพักและยิ้มกริ่มออกมา 

นอร์ม่า – อ้อ...ฮี่ๆ ฉันรู้แล้ว ริจจังไม่ชอบตอนที่ฉันไปยุ่งกับเซเนเซเน่ใช่ไหมล่ะ เธอกำลังหึงใช่ไหมล่ะ? 

เชอรี่ – ไม่ใช่ซักหน่อยค่ะ 

ถึงจะปฏิเสธ แต่เชอรี่ก็ก้มหน้างุบงิบด้วยความอาย 

นอร์ม่า – จริงเร้อ? 

โคลเอ้ – นอร์ม่า พอแล้วน่ะ 

นอร์ม่า – ก็ได้ๆ หยุดก็ได้ แล้วก็นะ คู ฉันมีเรื่องจะถามเธอ ทำไมเธอถึงมาที่เลกาซี่น่ะ? ฉันหมายถึงว่าเธอไม่ได้มาเพียงแค่ความยุติธรรมใช่ไหมล่ะ? 

โคลเอ้เหมือนจะนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษหรอก ฉันแค่กำลังตามหาคนๆหนึ่งอยู่แล้วเธอล่ะ มีเป้าหมายอะไรถึงมาที่นี่ ?” 

นอร์ม่า – ฉันดีใจที่เธอถามนะ! ฉันมาที่เลกาซี่เพื่อตามหา “เอเวอร์ไลท์”! จะถามใช่ไหมว่าอะไรคือเอเวอร์ไลท์ มันเป็นอัญมณีแห่งปาฏิหาริย์ที่สามารถตอบสนองความปรารถนาได้ทั้งปวง! 

โคลเอ้ – ฉันรู้สึกว่ามันไม่น่าเชื่อนะ ของแบบนั้นจะมีอยู่ได้ยังไงกัน? 

นอร์ม่า – อูย คู เธอพูดได้แค่นั้นเหรอ? เธอไม่มีความรู้สึกสงสัยเหรอ? ความรู้สึกที่อยากผจญภัยน่ะ? 

โคลเอ้ – ฉันคิดว่าคนอื่นก็น่าจะคิดเหมือนฉันนะ ใช่ไหมคุณเชอรี่? 

เชอรี่ – อืมมม....... 

นอร์ม่า – รอก่อนก็แล้วกัน! ฉันจะหาเอเวอร์ไลท์ให้พบ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม 

เชอรี่ – คุณนอร์ม่ากระตือรือร้นมากเลยนะคะ 

แสงสะท้อนจากเข็มกลัดของเธอเรียกความสนใจจากนอร์ม่า 

เชอรี่ – มีอะไรหรือคะ? 

นอร์ม่า – อ้ะ ฉันพึ่งสังเกตเห็นเข็มกลัดที่ริจจังใส่อยู่น่ะ 

เชอรี่ – เข็มกลัดของฉันหรือคะ? 

นอร์ม่า – เป็นอันที่เซเนเซเน่เจอหรือเปล่าเอ่ย? 

เชอรี่ – อ้อ ใช่ค่ะ 

นอร์ม่า – ขอฉันดูมันหน่อยได้ไหม? 

เชอรี่ – เอาสิคะ 

เธอส่งมันให้นอร์ม่าดูอย่างละเอียด 

นอร์ม่า – เป็นหินที่ไม่ธรรมดาเลยนะ 

เชอรี่ – ก็ประมาณนั้นมั้งคะ ฉันคิดว่านะ.... 

นอร์ม่าหันกลับไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วน 

นอร์ม่า – สีแบบนี้มัน.... ตรงกับที่เขียนไว้ในบันทึกเลย ไม่ ไม่ ไม่น่า..... มันง่ายเกินไป มันไม่น่าจะมาอยู่ใกล้ๆฉันเฉยๆแบบนี้ แต่ก็อีกน่ะล่ะ.... 

เธอหันกลับมาฉีกยิ้มกับเจ้าของ 

นอร์ม่า – ริจจัง? 

เชอรี่ – คะ? 

นอร์ม่า – ฉันขอเข็มกลัดอันนี้ได้ไหม? 

เชอรี่ – ไม่ได้ค่ะ! 

เธอคว้ามันกลับมาทันที 

เชอรี่ – ฉันให้มันไม่ได้ มันสำคัญกับฉันมาก… 

นอร์ม่า – โอ้ว...อยู่เธอก็ซีเรียสขึ้นมาเฉยๆแฮะ 

เชอรี่ – หินในเข็มกลัดอันนี้เคยช่วยชีวิตฉันมาครั้งหนึ่งแล้ว 

โคลเอ้ – พอเถอะนอร์ม่า อย่าไปบังคับให้เธอทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเลย 

นอร์ม่า – ก็ได้ก็ได้ ฉันจะไม่ขอมันอีก 

โคลเอ้ – ดีนี่ 

นอร์ม่า – เพราะอย่างนั้น ขายให้ฉันสิ 

โคลเอ้ – นี่เธอ! 

นอร์ม่า – 50 กัลด์เชียวนะ 

โคลเอ้ – กดราคาสุดๆเลยเธอน่ะ! 

และแล้วหนุ่มๆก็เสร็จสิ้นภารกิจ เข้ามาขวางการต่อราคาพอดี 

วิล – เสร็จแล้วล่ะ ไปกันต่อเถอะ 

นอร์ม่า – (เฮ้อ เขาดันโผล่มาตอนนี้อีก แต่ฉันยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ....) 

เธอเงยหน้ามองเซเนลและเชอรี่ที่ยืนอยู่ข้างๆกันและสังเกตอะไรได้ 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่ ริจจัง .....เธอสองคนดูไม่เหมือนกันเลยนะ มีพี่น้องคนอื่นอีกหรือเปล่าน่ะ? 

เชอรี่ – อ้อ...ฉันมีพี่สาวอีกคนค่ะ 

เซเนล – เธอจะสนใจไปทำไมล่ะ? 

นอร์ม่า – โอ้ย แล้วนายมีปัญหาอะไรเนี่ย 

 

ปิ๊ปโป้เดินนำทางต่อไปอีกระยะหนึ่งจนเกือบจะถึงทางออกอยู่แล้ว แต่พื้นดินก็สั่นไหวขึ้นอีกครั้ง 

คิวโป้ – อสูรย้าวยาวคงอยู่ใกล้ๆนี้แน่ 

นอร์ม่า – อสูรย้าวยาว? ชื่ออะไรกันเนี่ย 

ปิ๊ปโป้– อสูรย้าวยาวเป็นปีศาจตัวใหญ่มาก น่ากลัวมากๆครับ 

คิวโป้ – ที่พวกเราต้องทิ้งบ้านเก่าไปก็เพราะอสูรย้าวยาวนี่ล่ะครับ 

วิล – เป็นเพราะอสูรย้าวยาวนั่นหรือที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว? 

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งปิ๊ปโป้และคิวโป้ร้องลั่นเมื่อหันไปข้างหน้า เมื่อทุกคนมองไปบนผาด้านบน ก็เห็นปีศาจสีม่วงตัวยาวมากๆวิ่งผ่านพ้นไป… 

ปิ๊ปโป้– นั่นมันอสูรย้าวยาว! มันเห็นพวกเราแล้วครับ! 

จู่ๆมันก็โผล่ขึ้นมาที่ด้านหลังทุกคน! ดูใกล้ๆแล้วถึงรู้ว่ามันตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ตามลำตัวของมันก็มีฟันที่แหลมคมมากมาย! 

นอร์ม่า – อ๊า! ไอ้ตัวม่วงๆ ใหญ่ๆนี่มันอะไรเนี่ย?! หนอนยักษ์ ?....อึ๋ย... 

โคลเอ้ – ไม่น่าเชื่อเลย! 

คิวโป้ – พวกเราต้องหนีครับ! 

ทุกคนหันหลังโกยหน้าตั้ง แต่มันก็ยังวิ่งตามมาติดๆ 

โคลเอ้ – มันจะไล่ล่าพวกเราไปอีกนานขนาดไหนเนี่ย? 

นอร์ม่า – ขอพักหน่อยสิ! 

ทุกคนวิ่งหนีมาจนถึงที่ๆคิวโป้บอกว่าเป็นทางออก ประตูทางออกที่ปิดสนิทอยู่เป็นเหมือนกับประตูทางเข้าที่ทั้งสี่คนเคยเปิดมา แล้วด้วยศาสตร์แห่งเขี้ยว 

วิล – เปิดประตูเร็วเข้าสิ! 

แต่ก็ไม่มีเวลามากนัก เพราะสัตว์ประหลาดก็ไล่มาจนทันพอดี ! 

เซเนล – เจ้านี่ไม่ยอมแพ้เอาซะเลย! 

โคลเอ้ – พวกเราจะถ่วงเวลามันให้เอง เรย์นาร์ดกับนอร์ม่าเปิดประตูเร็วเข้า! 

ทั้งสองคนสร้างคลื่นพลังโจมตีหนอนยักษ์จนถอยไปหน่อยก่อนที่จะพุ่งเข้าไปสกัด มันเอาไว้ นอร์ม่ากับวิลก็รีบยื่นมือไปแตะประตู แต่พลังของแค่สองคนก็ไม่เพียงพอ 

นอร์ม่า – โอ้ย แค่สองคนไม่พอจริงๆด้วย! เซเนเซเน่! คู! มาช่วยหน่อยสิ! 

โคลเอ้ – ไม่ได้หรอก! 

นอรม่า – มาเถอะน่า! 

โคลเอ้ – โอ้ย! 

เธอถูกมันโจมตีจนกระเด็นออกมานอกวง แม้แต่วิลก็ต้องออกไปช่วยอีกแรง 

นอร์ม่า – วิลจิก็จะไปด้วยเหรอ! 

สายฟ้าฟาดลงไปยังปีศาจตนนั้นสองสามครั้ง 

วิล – นอร์ม่า หาทางเปิดประตูให้ได้เร็วเข้า! 

ทั้งเขาและโคลเอ้วิ่งเข้าไปตะลุมบอนใหม่! 

นอร์ม่า – อ๊า! แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ แค่คนเดียวเนี่ย! 

ขณะที่นอร์ม่ากำลังดิ้นๆอยู่นั้น เชอรี่ก็ตัดสินใจเดินไปที่ประตู 

นอร์ม่า – ริจจัง?.... 

เมื่อเธอแตะประตู มันก็เรืองแสงขึ้นแล้วหายไปทันที! 

นอร์ม่า - ....ไม่จริงน่า! มันเปิดแล้วอ้ะ! 

เชอรี่ - ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรนะคะ 

พิปโป้ะ – เร็วครับทุกคน! เราออกไปกันได้แล้ว! 

วิล – จริงด้วย! เร็วเข้า เซเนล โคลเอ้!! 

ทุกคนรีบวิ่งออกจากประตูไปยังภายนอกได้สำเร็จ โดยประตูได้ปิดลงก่อนที่อสูรย้าวยาวจะไล่มาทัน แต่ยังไม่ทันจะได้พักเหนื่อย เสียงโตรมครามก็ดังมาจากด้านใน ก่อนที่ประตูจะพังทลายลงเพราะแรงมหาศาลของมัน! แต่เมื่อมันออกมา มันกลับดิ้นไปดิ้นมา 

โคลเอ้ – ดูเหมือนว่ามันกำลังเจ็บปวดนะ 

วิล – บางทีมันอาจทนแสงอาทิตย์ไม่ได้ก็ได้ 

นอร์ม่า – อะฮ้า เพราะมันอยู่ใต้ดินมานานนี่เอง 

เซเนล – ถ้าไม่จัดการมันตอนนี้ มันก็ไม่หยุดไล่ตามพวกเราหรอก! 

 

ทุกคนแยกย้ายไปล้มมันเอาไว้ก่อนจะกระโจนเข้าโจมตีมัน และครั้งนี้แสงอาทิตย์ก็ช่วยให้มันอ่อนแรงไปมากจนสามารถล้มมันได้ในที่สุด... 

วิล – พวกเราฆ่ามันได้แล้วหรือ? 

เชอรี่ – พี่คะ! 

เธอวิ่งเข้ามาจับมือเซเนลมาดูด้วยความเป็นห่วง 

เชอรี่ – มีเลือดไหลจากมือของพี่ด้วย.... 

เซเนล – แค่แผลถลอกน่า 

เขาเดินไปแสดงท่าทางให้น้องสาวรู้ว่ายังแข็งแรงดีอยู่จนเธอยิ้มออกมาได้ 

คิวโป้ – ผมมองไม่ผิดจริงๆ! คุณเป็นนักรบที่แท้จริงเหมือนที่คิดไว้เลย! ให้พวกเราได้แสดงระบำแห่งชัยชนะเถอะ! 

คิวโป้และปิ๊ปโป้ะส่ายตัวดุ้กดิ้กไปมาและร้องเพลงด้วยภาษานากที่คงไม่มีใครเข้าใจ.... เซเนลเหงื่อตก แต่เชอรี่กลับมีทีท่าสนุก 

เชอรี่ – กรี้ด..... 

เซเนล - .....พวกนี้ก็ไม่เร็วนี่นะ 

คิวโป้+ปิ๊ปโป้– คิ่วคิ๊ว! 

นอร์ม่า - .....พวกเราก็ทำงานหนักนี่หน่า ทำไมเซเนเซน่ได้เครดิตไปคนเดียวนะ? ไม่คิดว่างั้นเหรอ คู? 

พอเธอหันไปดู ถึงพึ่งรู้ว่าโคลเอ้กำลังเคลิ้มอยู่ 

โคลเอ้ – หืม? ....อ๋อ...มันก็ไม่ต่างกันล่ะมั้ง? 

นอร์ม่า – อ่ะ....เธอกำลังอารมณ์ดีที่ได้ดูระบำนี่ใช่ไหมเนี่ย 

โคลเอ้ - ........ /////// 

เมื่อทั้งสองคน(ตัว?)ระบำจบ ก็เดินเข้ามาหาเซเนลและเชอรี่ และยื่นเปลือกหอยให้คนละชิ้น 

ปิ๊ปโป้– เปลือกหอยนี้เป็นของขวัญสำหรับคุณเชอรี่และคุณเซเนลครับ 

เชอรี่ – สวยจังเลย.... 

ปิ๊ปโป้– เปลือกหอยนี้จะมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นเมื่อถูกถือโดยคนที่ใกล้ชิดกันมากครับ 

คิวโป้ – มันใช้เป็นสัญลักษณ์ของการหมั้นระหว่างชาวโมฟุโมฟุ ตราบใดที่ทั้งสองยังถือเปลือกหอยนี้อยู่ พวกเขาจะรู้เสมอว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร 

เชอรี่ – การ......การหมั้น? //// 

เธอมองไปมองมาแล้วก้มหน้าเพราะความอาย 

เซเนล – จะดีเหรอที่ให้ของสำคัญแบบนี้มา? 

ปิ๊ปโป้– เป็นแค่ตัวแทนความยินดีของพวกเราเองครับ! 

นอร์ม่า – อ๊า! ดีจัง ฉันก็อยากได้ด้วย! 

ปิ๊ปโป้– ผมขอโทษครับ แต่เรามีแค่ชุดเดียวเอง 

นอร์ม่า – โธ่... 

เซเนลชี้ไปยังเส้นทางที่อยู่ด้านหลังพวกเขา “ทางนี้พาไปถึงไหนหรือ?” 

ปิ๊ปโป้– ถ้าเดินตามทางนี้ไปซักพัก พวกคุณก็จะกลับถึงเมืองในที่สุดครับ 

วิล – พักกันซักหน่อยเถอะ จากนั้นค่อยเริ่มออกเดินทาง 

เซเนล – ยังจะวางแผนตามพวกเราไปอีกเหรอ? พวกเราน่าจะร่วมทางกันแค่--- 

วิล – ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เธอคิดว่าช่วยเชอรี่ได้จริงๆแล้วหรือ? เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน 

เซเนล – กรอด.... 

โคลเอ้ – ผู้ชายบินได้คนนั้นอาจจะกลับมาอีกก็ได้ รู้ไหม พวกเราจะสบายใจไม่ได้หรอกจนกว่าจะกลับถึงเมือง 

วิล – ฉันยังเป็นห่วงเกี่ยวกับทหารเกราะแดงที่จู่โจมรังโจรด้วย ฉันหวังว่าคงจะไม่เกี่ยวอะไรกับเชอรี่นะ 

เชอรี่ – ทหารเกราะแดง?..... 

เซเนล – อย่าห่วงพวกนั้นเลยเชอรี่ ไม่เป็นอะไรหรอก 

คิวโป้ – ขอบคุณทุกคนมากครับที่ช่วย 

วิล – ไม่หรอก พวกเรามากกว่าที่ต้องขอบคุณพวกเธอที่ช่วยให้กลับขึ้นมาได้ 

ปิ๊ปโป้– เราหวังว่าจะได้พบพวกคุณอีกเร็วๆนี้ครับ คงจะดีถ้าพวกคุณได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านโมฟุโมฟุบ้าง! 

คิวโป้ – ไปดีมาดีครับ สหาย! 

ทั้งสองตัววิ่งหายกลับเข้าไปในถ้ำ 

นอร์ม่า – บ้ายบาย! ครั้งหน้าที่เจอกันอย่าลืมเอาของขวัญมาฝากด้วยล่ะ คิ้ว!..... เอาล่ะ แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อล่ะ? 

หยดน้ำเริ่มหล่นลงมาจากฟากฟ้า ขณะที่อากาศเริ่มมืดลงๆ 

โคลเอ้ – อากาศเริ่มแย่ลงแล้ว 

นอร์ม่า – ใช่ ดูเหมือนฝนกำลังจะตกด้วย 

ขณะที่คนอื่นๆกำลังคุยกันอยู่นั้น เซเนลกับเชอรี่ก็หันหน้ามาคุยกัน ก่อนที่จะเดินออกไปกันสองคน... 

โคลเอ้ – ฉันเกลียดฝน..... 

นอร์ม่า – หือ? 

โคลเอ้ – อ้ะ...อย่าสนใจเลย 

วิล – เอาล่ะ กลับไปที่เมืองกันเถอะ ...แต่ก่อนอื่น 

เขาเดินไปที่ซากหนอนยักษ์อย่างสนอกสนใจ 

วิล – หืม ที่แผ่นดินใหญ่ก็มีพวกสัตว์มีปล้องเยอะนะ แต่ฉันก็พึ่งเคยเห็นสปีชี่ส์นี้ที่ใหญ่ขนาดนี้นี่ล่ะ คงจะดีถ้าได้ลองสำรวจมันทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านพันธุกรรมนะ โอย ฉันน่าจะจับมันกลับไปเป็นนะเนี่ย 

นอร์ม่า – อยู่ๆวิลจิก็เป็นอะไรไปน่ะ? 

โคลเอ้ – เขากำลังทึ่งกับอสูรย้าวยาวน่ะ ฉันได้ยินมาว่าอาชีพจริงของเรย์นาร์ดคือการศึกษาประวัติศาสตร์ธรรมชาติ 

วิล – เอาล่ะ ลองเก็บตัวอย่างไปดีกว่า.... 

นอร์ม่า - ....ฉันคิดว่าวิลจิเป็นพวกหนอนหนังสือซะอีก ดูสิ เขาเหมือนเด็กที่รอวันเกิดอยู่เลย! 

ตอนนั้น โคลเอ้ที่มองไปรอบๆ ถึงพึ่งรู้ว่าสมาชิกขาดหายไปสองคน... 

โคลเอ้ – แล้วคูลริดจ์กับเชอรี่ไปไหนแล้วล่ะ? 

นอร์ม่า – เอ้ะ....นั่นสิ ไปไหนกันแล้ว? 

 

 

ขณะที่ทั้งสามคนกำลังสงสัยอยู่นั้น เซเนลก็พาเชอรี่เดินออกมาไกลจากจุดนั้นพอสมควร 

เชอรี่ – พี่คะ ไม่เป็นอะไรเหรอที่พวกเราจะไปกันลำพังแบบนี้? 

เซเนล – ถ้าไปกันกลุ่มใหญ่จะถูกพบตัวได้ง่ายกว่านะ พวกเราจะไปไหนได้อิสระกว่าถ้ามีกันแค่สองคน 

เชอรี่ – แต่....ถ้าพวกเราจะแยกตัวออกมา พวกเราน่าจะไปขอบคุณพวกเขาก่อนนะ? 

เซเนล – ถ้าไม่ทำแบบนี้ พวกนั้นก็จะตามพวกเรามาอีกนะ ....แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะ? 

เชอรี่ - .....นั้นสินะ ฉันก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้พวกเขา 

เซเนล – ไปหาที่ซ่อนตัวที่อยู่ใกล้ๆเมืองเถอะ พวกเราจะหาข้อมูลก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป 

เชอรี่ – ค่ะ 

 

ท้องฟ้าเริ่มแปรปรวนหนักขึ้น เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังขึ้นเป็นระยะๆ ทั้งสองคนเดินทางไปได้อีกหน่อย แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นผู้ที่อยู่เบื้องหน้า... 

เซเนล – พวกมันนี่! 

ทางที่จะไปต่อนั้น สามวิหคนำกองทหารจำนวนหนึ่งมาดักรออยู่แล้ว 

เมลานี่ – พวกเรารอจนเบื่อแล้ว ที่อยู่กับแกคือเมลเนสใช่ไหม? 

เชอรี่ – ทหารในเกราะแดง?! พี่เซเนล คนพวกนี้คือ— 

เซเนล – พวกเดียวกับที่โจมตีหมู่บ้านเมื่อสามปีที่แล้วไงล่ะ 

ด้านหลังของทั้งสองคน ทหารอีกกลุ่มก็เข้ามาล้อมไว้ ทั้งสองคนไม่มีทางเลือกจึงต้องถอยหลังชนผาหิน! 

เมลานี่ – เราคลาดกับพวกแกไปที่รังโจร แต่ครั้งนี้แกหนีไม่ได้แน่ 

เชอรี่ – อึ้ก.... 

เซเนล – บ้าจริง! 

คาเชล – ดูเหมือนแกจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว บางทีแกอาจจะเป็นคนที่ปล่อยให้เธอหนีไปก็ได้ 

เซเนล – แล้วถ้าใช่ล่ะ? 

เมลานี่ – แกนี่เอง....ฉันประทับใจที่แกหลบพวกเราได้ตลอดมานี้ 

คาเชล – แกมีสัญชาติญาณดีนี่ คราวที่แล้วตอนที่เกือบจะจับตัวได้แล้ว อยู่ๆแกก็หายตัวไป 

เชอรี่ – พี่คะ! .....เพราะอย่างนั้นพี่เลยพาหนูออกทะเลมาเหรอ? 

เซเนล –ใช่ ....พี่รู้ว่าทะเลมันไม่ดีกับเธอขนาดไหน แต่ว่า... พี่ไม่มีทางเลือกอื่น 

เมลานี่ – และตอนนี้ดูเหมือนโชคของแกจะหมดแล้ว ไม่งั้นคงจะไม่บังเอิญมาติดที่เลกาซี่นี่หรอก! 

สติงเกิ้ล – หยุดเรื่องทับถมเอาไว้หลังภารกิจเสร็จเถอะ 

เมลานี่ – เฮอะ.....แกจะหลีกไปและส่งตัวเธอมาดีๆได้ไหม? 

เซเนล – ไปตายซะ! 

คาเขล – งั้นแกก็อยากสู้สินะ พวกเราจะได้สนุกยิ่งขึ้นด้วย 

เซเนล – ชั้นไม่ยอมส่งเธอให้พวกแกหรอก!! 

เชอรี่ – พี่คะ อย่า! 

เซเนล – ย้าก! 

เขาพุ่งเข้าใส่เมลานี่ทันที แต่หล่อนก็ดูเหมือนจะไม่ตกใจอะไร....... 

เมลานี่ – ลิ้มรสเพลิงอันร้อนแรงของฉันซะ......Eruption! 

พื้นใต้เท้าของเขาปะทุเป็นเปลวเพลิงขึ้นมาทันที! และเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เซเนลก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้ไหวอีก ฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับเยาะเย้ย... 

เชอรี่ – พี่คะ! ลุกขึ้นสิ! 

เมลานี่ – ....สิ้นฤทธิ์เร็วชะมัด 

??? – เสียเวลาจริงๆ มันก็เป็นแค่ตัวตลกน่าสมเพชเท่านั้น 

สามวิหคและกองทหารเมื่อได้ยินเสียงนั้นก็รีบตั้งแถวทันที “นายพลวากรัฟจงเจริญ!” 

เซเนล – วากรัฟ...? 

ชายผมม่วงในเกราะสีแดงเดินเข้ามาหยุดที่เบื้องหน้าทั้งสองคน 

วากรัฟ – เจ้าคือเมลเนสตัวจริงสินะ 

เชอรี่ – อึ้ก...... 

เซเนล – เชอรี่...หนีไป.... 

วากรัฟ – แกสร้างปัญหาให้ข้ามากมายจริงๆ แต่มันจะสิ้นสุดที่นี่ล่ะ 

เชอรี่กลั้นใจวิ่งเข้าไปขวางเขาเอาไว้ 

วากรัฟ – เจ้าคิดว่ากำลังจะทำอะไรน่ะ? 

เซเนล – เชอรี่?..... 

เชอรี่ – ฉันคือคนที่คุณต้องการใช่ไหมล่ะ? ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปกับคุณเอง 

เซเนล – เชอรี่ พูดอะไรน่ะ?! 

เชอรี่ – เพียงแค่ได้โปรดเถอะ ปล่อยพี่ชายของฉันไปเถอะค่ะ! 

เซเนลพยายามยันตัวขึ้นมา แต่ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวต้องทรุดลงไปอีก 

เซเนล – เชอรี่...หยุดนะ..... พูดกับพวกมันไปก็ไม่มีประโยชน์ 

วากรัฟ – หึๆๆๆๆๆ ...ฮ่าๆๆๆๆ! 

เชอรี่ - ทำ....ทำไมถึงหัวเราะแบบนั้นล่ะ? 

วากรัฟ – เจ้าไม่คิดใหม่เลยเวลาจะสละตัวเองเพื่อคนอื่น พวกเจ้านี่เหมือนกันจริงๆ! 

เชอรี่ - คุณ.....คุณพูดถึงใครกัน? 

วากรัฟ – แน่นอน พี่สาวของเจ้าไงล่ะ! 

เชอรี่ – อ้ะ......กรี้ด! 

พร้อมๆกับสายฟ้าที่ฟาดลงมา วากรัฟตบเชอรี่จนล้มลงไปทันที! 

เซเนล – เชอรี่! หยุดเดี๋ยวนี้นะวากรัฟ! 

คาเชล – หยุดโอหังได้แล้ว 

คาเชลเข้ามาคว้าเซเนลไว้ก่อนจะหวดเขาลงไปกองอีกรอบ! 

เซเนล – อึ้ก.... 

เชอรี่ – พี่เซเนล! 

วากรัฟ – นี่ล่ะรางวัลสำหรับการที่เจ้าพยายามต่อรองกับข้า เมลเนส! 

เชอรี่ – หยุด....หยุดนะ!! 

เซเนล - เชอ....เชอรี่.... 

คาเชลลากคอเซเนลขึ้นมา และลากไปที่หน้าผาพร้อมๆกับเสียงหัวเราะที่อำมหิตของวากรัฟ.... 

เชอรี่ – ไม่!! 

เธอตะโกนออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสลบไปเมื่อเห็นพี่ชายถูกโยนลงไปต่อหน้า ต่อตา......ตอนนั้น วากรัฟเหมือนจะเห็นแสงอะไรบางอย่างจากหน้าผานั้น แต่เมื่อไปดูก็ไม่มีอะไร 

วากรัฟ – อ้อ แค่ฟ้าผ่านี่เอง 

เมลานี่ – ดูเหมือนว่าเมี่อกี้จะหนักเกินไปหน่อยสำหรับเธอล่ะนะ 

คาเชล – โถ โดนฝนจนตัวเย็นไปหมดแล้ว น่าสงสารจริงๆ 

วากรัฟ – ที่สำคัญก็แค่หล่อนยังมีชีวิตอยู่ 

คาเชล – อ้อ ครับ.... 

วากรัฟประคองร่างไร้สติของเธอขึ้นมาด้วยสีหน้าพึงพอใจ “หึๆๆๆ ในที่สุดเมลเนสก็ตกเป็นของข้าแล้ว! ปฏิบัติการขั้นแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราจะดำเนินแผนขั้นต่อไปทันที! ” 

สามวิหค - ครับ/ค่ะ ท่าน! 

 

Continue - Chapter 2 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:31 pm----------

Topic #27 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 1. In Persuit (continue... )