Topic #31: Tales of Legendia - Chapter 3. A faithful encounter (continue...)

Next Farecery

Chapter 3 – Faithful Encounter ( continue…. ) 

 

หลังจากตบมนุษย์ยักษ์หนังเหนียวเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เข้าไปยังห้องกว้างซึ่งมีโครงสร้างเสาสีแดงโค้งไปมา ขณะที่เบื้องหน้าทุกคน แสงสว่างส่องมาจากในลูกแก้วทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนโครงสร้างสีแดงเช่น กัน 

โมเซส – นั่นมันบ้าอะไรน่ะ? 

นอร์ม่า – ดูอย่างกับเถาวัลย์สีแดงพันไปพันมาบนของขาวๆใหญ่ๆเลย 

วิล – อะไรกำลังเรืองแสงอยู่ในนั้นน่ะ? เหมือนกับว่ามีน้ำอยู่ข้างในเลย.... 

เซเนลเดินเข้าไปใกล้ๆลูกแก้วนั้น เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในใกล้ๆ เขาถึงกับต้องกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น 

เซเนล – เป็นไปไม่ได้..... 

คนอื่นๆหันมามองหน้ากันเหรอหราอย่างงงๆ 

เซเนล – ไม่!....ไม่ใช่หรอกน่า........ นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง! ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกน่า! 

เขาทุบมือทั้งสองเข้าไปที่ลูกแก้วอย่างรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน โมเซสกับวิลต้องเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ทันที 

วิล – เซเนล ใจเย็นก่อน! 

โมเซส – เป็นอะไรไปน่ะ?! 

เซเนล – ปล่อยชั้น! 

เขาสะบัดทั้งสองคนอย่างแรงจนผงะออกมา 

โคลเอ้+นอร์ม่า – คูลริดจ์?! / เซเนเซเน่?! 

เซเนล –รอก่อนนะ ชั้นจะช่วยเธอออกมาเดี๋ยวนี้! ชั้นจะช่วยเธอออกมา ตกลงนะ? 

เขาทุบมันอีกหลายต่อหลายครั้ง โมเซสกับวิลต้องลงแรงลากเซเนลออกมา 

เซเนล – จะทำอะไรน่ะ?! 

โมเซส - เอาน่า เซโนจิ พักก่อนสิ! 

เซเนล – ปล่อยชั้นนะ! นั่น..... นั่น.... 

นอร์ม่า – มีอะไรอยู่ในนั้นกันนะ?.... 

เธอลองเดินเข้าไปดูบ้าง แล้วก็ต้องผงะกลับมา 

นอร์ม่า – อะ......อะไรกันน่ะ?! 

โคลเอ้ – มีอะไรหรือ?! 

นอร์ม่า – ในนั้นมี....ผู้หญิงถูกขังอยู่ในน้ำ! 

โคลเอ้ – อะไรนะ ?! 

โคลเอ้เข้าไปดูบ้าง ซึ่งก็ออกอาการตกใจไม่แพ้กัน 

โคลเอ้ – เชอรี่?! ... ไม่ใช่สิ.... ใครกันนะ.... 

เซเนล – สเตล่า! ไม่! 

คนอื่นๆ – สเตล่าเหรอ?! 

ภายในลูกแก้วสีขาวที่เต็มไปด้วยน้ำนั้น ร่างของผู้หญิงผมสีทองที่รวบผมไว้ด้านซ้ายด้วยเครื่องประดับๆเล็กสีแดงกำลัง ลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง... เซเนลสะบัดวิลกับโมเซสจนหลุดแล้ววิ่งไปตะโกนหน้าสิ่งนั้น.. 

เซเนล – สเตล่า..... ใครทำแบบนี้กับเธอกัน? 

วากรัฟ – ข้าเอง 

เขาเผยตัวออกมาจากด้านข้างของลูกแก้ว 

เซเนล – วากรัฟ!.... แกเป็นคนทำเรอะ! 

วากรัฟ – ถ้าหล่อนยังตื่นอยู่ล่ะก็ ข้าคิดว่านี่คงจะเป็นการได้พบกันที่น่าประทับใจแน่ๆ โชคร้ายจริงๆ 

เซเนส – แกทำอะไรกับเธอน่ะ?! 

วากรัฟ – ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย หล่อนเป็นแบบนี้มาตลอด 3 ปีแล้ว มีชีวิต ไร้สติ และถูกขังในลูกแก้วนี่ 

เซเนล – แกโกหก สามปีก่อน สเตล่าน่ะ— 

วากรัฟ – สเตล่าน่ะไม่ได้ตายหรอก! มันก็จริงที่หล่อนคนนี้ยืนเผชิญหน้ากับกองทัพของข้า เสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้เจ้ากับน้องสาวของนางได้หลบหนีไป แต่ถึงกระนั้น! นางก็ไม่ได้ตาย พวกข้าจับตัวเธอไว้ได้ทั้งที่มีชีวิตอยู่ 

เซเนลทรุดลงไปคุกเข่าเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย “ไม่จริงน่า! สเตล่ายังมีชีวิตอยู่! เธอ.....ยังไม่ตาย... ตลอดเวลามานี่.... ตลอดเวลา.... ชั้น....” 

วากรัฟ – ฮ่าๆๆๆ! 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่..... มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? 

วากรัฟ – หญิงที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า..... คือพี่สาวของเมลเนส 

โคลเอ้ – พี่สาวของเชอรี่หรือ?! 

วากรัฟ – พอแค่นั้นล่ะสำหรับการสนทนา ข้าขอปรบมือให้กับความกล้าหาญมุทะลุที่พาพวกเจ้ามาไกลที่เพียงนี้ ตอนนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง 

เขากำหมัดทั้งสอง เตรียมพร้อมจะเข้ามาสังหารทุกคนได้ทันที! 

โมเซส – เฮอะ ! ก็เอาเซ่! อั๊วะก็ไม่นึกว่าจะได้ปิดบัญชีกันเร็วขนาดนี้! 

เซเนลลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ จ้องมองวากรัฟอย่างโกรธแค้น “แก... ถ้าไม่ใช่เพราะคนอย่างแก.... สเตล่าก็ตง....” 

วากรัฟ – หึ 

เซเนล –วากรัฟ! 

เซเนลพุ่งเข้าเหวี่ยงกำปั้นโจมตีวากรัฟทันที! แต่ถึงจะโจมตีไปขนาดไหน วากรัฟก็สามารถรับการโจมตีได้อย่างไม่ยาก และถึงคนอื่นๆจะช่วยกันเข้าไปต่อสู้ แต่คู่ต่อสู้ก็ดูจะไม่สะทกสะท้านเลย! “คอยดูให้ดี! วิชาลับของข้า!” 

วากรัฟเบี่ยงทิศทางหมัดของเซเนล และใช้หมัดอีกข้างหนึ่งอัดเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง! แต่ไม่จบแค่นั้น วากรัฟรวบรวมพลังทำลายไว้ที่หมัดในชั่วพริบตา แล้วเหวี่ยงหมัดลงพื้น ปลดปล่อยพลังระเบิดออกมาทำร้ายทุกคนจนกระเด็นไปหมด! และแค่ครั้งนั้นก็ไม่มีใครสามารถทนลุกขึ้นสู้ต่อได้อีกแล้ว.... พอดีกับที่คาเชลและสติงเกิ้ลนำตัวเชอรี่มาที่นั่นพอดี 

เชอรี่ – พี่เซเนล..... พวกเขาทำอะไรกับพี่น่ะ?! 

เซเนล – เชอ....เชอรี่... 

วากรัฟ – เมลเนส ถ้าเจ้าอยากช่วยชีวิตชายที่เจ้าเรียกว่าพี่ชาย ก็จงปลดผนึกเดี๋ยวนี้ 

เชอรี่ - ! 

วากรัฟ – หาไม่แล้ว มันก็จะตายที่นี่! 

วากรัฟกระทืบซ้ำลงไปที่หน้าอกของเซเนลทันที! 

เซเนล – อ้าก! 

เชอรี่ – หยุดเถอะ! อย่าทำร้ายเขาอีกเลย! 

วากรัฟ – จะเอาอย่างไรล่ะ สาวน้อย? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า 

เชอรี่ – ฉัน..... 

วากรัฟเหยียบเซเนลซ้ำอีกครั้ง! “อ้าก!” 

เซเนล – พี่คะ! 

วากรัฟ – เจ้าจะปล่อยให้มันตายหรือ? 

เชอรี่ – อึ้ก 

วากรัฟ – เฮอะ เจ้าอาจจะเรียกกันและกันว่าพี่ชายกับน้องสาว แต่สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของพวกเจ้าก็ไม่เกี่ยวข้องแม้แต่เนื้อหรือเลือด เจ้าไม่สำนึกถึงบุญคุญเพื่อจะช่วยคนแปลกหน้าคนนี้เลยหรือ? 

นอร์ม่า – เขาพูดอะไรนะ? 

โคลเอ้ – แม้แต่เลือดหรือเนื้อหรือ.... 

โมเซส – เดี๋ยวสิ มันพูดถึงใครน่ะ? 

วิล – เซเนล... เธอไม่ใช่.... 

วากรัฟ – พวกเจ้าไม่รู้รึ? เมลเนสน่ะไม่มีพี่ชายหรอก ครอบครัวคนเดียวที่เธอมีนั้นก็เพียงแค่หญิงสาวที่หลับไหลอยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า 

เซเนล – อึ้ก! 

วากรัฟกระทืบเซเนลลงไปอีกครั้ง “เจ้าคนน่าสมเพช!” 

เชอรี่ – ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ! ตกลง.... ฉันจะยอมทำให้ 

วากรัฟ – ข้าไม่ได้ยินเจ้าเลย 

เชอรี่ – ฉันจะพยายามทำลายผนึกให้ค่ะ ดังนั้นได้โปรดไว้ชีวิตพี่เซเนลด้วยเถอะ 

วากรัฟ – ฮะๆๆ... 

นอร์ม่า – ริจจัง... 

 

พวกเซเนลทุกคนทุกควบคุมตัวเอาไว้ด้านหลังโดยสติงเกิ้ลและคาเชลจนไม่มีโอกาสทำอะไรได้ ส่วนเซเนลนั้นหมดสติไปแล้ว 

วากรัฟ – เริ่มได้แล้ว 

โคลเอ้ – เชอรี่.... 

ร่างของเธอลอยเข้าไปอยู่ในน้ำภายในลูกแก้ว เคียงข้างกับสเตล่า พี่สาวของเธอ 

วากรัฟ – ปล่อยน้ำเข้ามาซะ! 

เส้นผมแต่ละเส้นของเชอรี่และสเตล่าเริ่มส่งแสงออกมา แสงสีทองจากสเตล่า และแสงสีฟ้าจากเชอรี่ส่องสว่างสลับกันเป็นจังหวะ 

โคลเอ้ – ผมของพวกเธอ!...... 

นอร์ม่า – ไม่จริงน่า... เส้นผมของ ผู้เรืองแสง (ราเดี้ยน) มีแสงออกมาจริงๆด้วย! 

วิล – ผู้ส่องแสง.... 

โมเซส – เธอเป็นเมลเนสจริงๆด้วย! 

วากรัฟ – ดี....ดีมาก! จงปลุกพลังที่หลับใหลในตัวเจ้า! จงปลดพันธนาการซะ! 

แสงสว่างยังคงส่องออกมาจากทั้งสองคนอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

วากรัฟ – มีปัญหาอะไรรึไง เมลเนส?! จงปลดพันธนาการเดี๋ยวนี้! 

ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... 

วากรัฟ – เจ้าพวกอ่อนแอน่าสมเพชนี่! น้ำ! ใส่น้ำเข้าไปมากกว่านี้อีก! เปิดวาล์วให้หมดทุกตัว! 

น้ำถูกปล่อยเข้าไปในลูกแก้วอีก และเชอรี่ก็เริ่มมีทีท่าทุรนทุราย 

นอร์ม่า – นี่! แกกำลังทำให้เธอเจ็บนะ! 

วิล – ไม่ใช่! ในนั้นมีน้ำทะเลอยู่ด้วย! วากรัฟ หยุดเถอะ! น้ำทะเลน่ะมีพิษกับเธอนะ! 

วากรัฟ – เจ็บปวดงั้นหรือ เมลเนส? ถ้าเช่นนั้นเพื่อชีวิตของเจ้า ปลดพันธนาการซะ! 

แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เชอรี่ดิ้นไปมาอยู่ในน้ำอีกครู่หนึ่งก็หมดสติไป แสงจากผมของเธอจางหายไป แต่แล้วจู่ๆแสงสว่างก็เปล่งออกมาจากลูกแก้วอีกครั้ง จากแสงสีเงินและฟ้าที่สลับกัน ตอนนี้กลายเป็นแสงสีทองที่สว่างกว่าเดิม! 

วิล – แสงเริ่มออกมาจากเครื่องมือนี่อีกแล้ว.... นี่เป็นพลังของเชอรี่หรือ? 

วากรัฟ – ใช่แล้ว! นี่ล่ะ! นี่ล่ะปฏิกิริยาที่ข้ารอคอย! ฮ่าๆๆๆ! เวลาได้มาถึงแล้ว! อาวุธสุดยอดของเลกาซี่จะเป็นของข้า! 

แสงสว่างเปล่งออกมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนลูกแก้วจะเริ่มมีรอยปริ และแตกลงในที่สุด! น้ำที่อยู่ภายไหลทะลักออกมาจนหมด ขณะที่ร่างของสองพี่น้องนอนนิ่งอยู่ภายใน วากรัฟยืนนิ่งไปพัก และหันมาหาทุกคน 

วากรัฟ – ฆ่าพวกมันให้หมด 

คาเชล – ด้วยความยินดีครับ 

คาเชลและสติงเกิ้ลชักอาวุธเตรียมจะสังหารพวกเซเนล จังหวะที่คิดว่าจะไม่รอดแล้วนั้น แสงเรืองๆไม่สว่างนักก็ส่องออกมาจากในลูกแก้ว 

โคลเอ้ – อีกแล้วเหรอ?! 

แสงสีทองเปล่งสว่างออกมา และกลายเป็นปีกสีทองที่มาปรากฏระหว่างพวกวากรัฟ ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังออกมาทำให้พวกนั้นล้มระเนระนาดกันหมด! ปีกนั้นแวบหายไปอีกครั้งก่อนไปปรากฏข้างๆตัวเซเนลที่ไร้สติ มันเปลี่ยนสภาพตัวเองเป็นม่านพลังทรงกลมสีทองล้อมรอบตัวเซเนลเอาไว้ 

โคลเอ้ – คูลริดจ์?! เชอรี่ เธอกำลังทำอะไรน่ะ?! 

ลูกพลังสีทองนั้นพาเซเนลลอยไปด้านซ้าย แล้วหายลงไปในช่องทางที่อยู่ตรงจุดนั้น 

โมเซส – เขาไปไหนกันน่ะ ? 

วิล – บางทีพวกเราอาจจะหนีไปทางนั้นได้ก็ได้ 

นอร์ม่า – ใช่แล้ว! ริจจังช่วยบอกทางออกให้พวกเรารู้แน่ๆ! 

วิล – ถ้าอย่างนั้นก็ตามมันไปเถอะ! 

โคลเอ้ – แล้วเชอรี่ล่ะ?! 

วิล – ตอนนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ! เร็วเข้า! 

ทุกคนกระโดดลงไปที่ทางนั้น โดยมีคาเชล สติงเกิ้ลและวากรัฟตามไปติดๆ 

วากรัฟ – หุๆๆ.... พวกมันทำให้ข้าสนุกได้เยอะจริงๆ เจ้าหนุ่มคนนั้นอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้างก็ได้ ดูเหมือนมันจะมีส่วนช่วยให้พลังของเมลเนสแสดงออกมา คาเชล! สติงเกิ้ล! จงตามพวกมันไปทันที! ข้าไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นยังไง แต่จงพาเซเนลกลับมาเป็นๆ! 

คาเชล – ครับท่าน! 

วากรัฟ – และจงติดต่อเมลานี่ด้วย 

สติงเกิ้ล – ครับ 

วากรัฟ - ..... 

คาเชล – มีอะไรหรือครับ ท่านผู้บัญชาการ? 

วากรัฟ – เจ้าหนุ่มคนนั้น.... มันอาจจะเป็น.... ไม่สิ คาดเดาไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ พวกเราจะจับมันมาถามตรงๆ หึๆๆๆ..... 

 

 

เสียงกรีดร้องลั่นระงมไปทั่วหมู่บ้านที่ลุกเป็นกองเพลิง เซเนลได้แต่เหลียวซ้ายแลขวาขณะที่สเตล่าวิ่งเข้ามาหา 

เซเนล – หมู่บ้านกำลังไหม้หมดแล้ว! 

สเตล่า – พวกเขาเจอพวกเราแล้ว.... 

เซเนล – พวกนั้นหาที่นี่เจอได้ยังไงกันน่ะ?! ... ! อย่าบอกนะว่าพวกนั้น... 

สเตล่า – พวกเขาคงตามรอยเชอรี่มา ฉันจะอยู่ที่นี่คอยถ่วงเวลาให้เอง พาเชอรี่แล้วหนีไปเร็ว 

เซเนล – สเตล่า ชั้นไม่ทิ้งเธอไว้ข้างหลังหรอก! 

สเตล่า – ฉันจะตามเธอไปที่หลังเอง ตกลงไหม? 

เซเนล – แต่ว่า... สเตล่า.... 

.สเตล่า – ช่วยปกป้องเชอรี่จนกว่าฉันจะไปถึงที่นั่นนะ ใช้พลังที่เธอมีอยู่ 

เซเนล - สเตล่า?.....เธอรู้เหรอว่าชั้นใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยว?.... 

นินจาสองคนวิ่งเข้ามาพบทั้งสองคนเข้า! 

สเตล่า – ได้โปรดเถอะ ! รีบไปซะ! 

เขาไม่มีทางเลือก จึงหันหลังให้เธอแล้ววิ่งออกไปตามลำพัง.... 

 

ณ ที่แห่งใดซักที่หนึ่ง เขาประคองร่างของเธอขึ้นมาอย่างห่วงใย 

เซเนล – สเตล่า! 

สเตล่า – เซเนล?.... 

เซเนล – ชั้นมาช่วยเธอแล้ว! ทนไว้นะ! 

สเตล่า – เซเนล... ได้โปรด... ดูแลเชอรี่แทนฉันด้วยนะ... 

เซเนล – แต่ว่า...เธอรู้ความจริงนี่... เรื่องของชั้น... 

สเตล่า – ฉันเชื่อเธอนะ 

เซเนล – สเตล่า.... 

สเตล่า – แต่ฉันคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าเธอไม่บอกเชอรี่...... 

เซเนล – ตกลง 

สเตล่า – สัญญากับฉันสิ….. 

เซเนล – ชั้นสัญญา 

สเตล่า – ตอนนี้ฉันก็....เลิกกังวลได้แล้ว... แต่ว่า... 

เซเนล - อะไรเหรอ? 

สเตล่า - แย่จังนะ.... ฉันกำลังรอ.... รอให้เธอขอให้ฉันเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสายน้ำด้วย...อยู่เลย.... 

เซเนล – สเตล่า ชั้นจะขอเธออีกเป็นพันๆครั้งเลย ทนอีกหน่อยนะ ตกลงไหม?! 

หากแต่ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาวในอ้อมกอดของเขา... เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง... 

เซเนล - สเตล่า? สเตล่า?! 

…….. 

…… 

 

ในป่าแห่งหนึ่ง วิลและนอร์ม่ารักษาแผลให้เซเนล จังหวะที่เขาสะดุ้งพรวดขึ้นมาตะโกนเรียกสเตล่าเสียงดังลั่น 

นอร์ม่า – อ๊า! อย่าตะโกนแบบนั้นสิ! 

เขายันตัวขึ้นมาแล้วก็ทรุดลงไปใหม่เพราะบาดแผลที่ยังไม่หายดี 

วิล – อย่าฝืนตัวเองเลย เธอน่ะบาดเจ็บสาหัสนะ 

เซเนลมองไปรอบๆซึ่งแวดล้อมด้วยป่าเขียวชะอุ่ม “พวกเราอยู่ที่ไหนน่ะ?” 

วิล – จากที่โมเซสบอกมา ที่นี่คือ “ป่าไร้หวนกลับ” 

โมเซส – พวกเราถูกปล่อยมาตกตรงนี้จากโบราณสถานแสงเยือกแข็งน่ะ 

เซเนล – แล้วเชอรี่ล่ะ? 

ทุกคนส่ายหัวแทนคำตอบ ทำเอาเซเนลซึมลงไป “โธ่…..” 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่... เรื่องริจจังน่ะ... 

วิล – นอร์ม่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนั้นนะ 

นอร์ม่า - ....อืม ก็ได้ 

วิล – พวกเราจะคุยกันที่หลัง ตอนนี้ต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด 

นอร์ม่า – เฮ้อ ไม่ค่อยดีเลยนะเนี่ย ก็ดีนะที่พวกเราหนีออกมาได้นะ แต่ทำไมพวกเราต้องมาลงเอยที่ป่าไร้หวนกลับด้วยนะ? ที่นี่น่ะทำคนหลงทิศทางง่ายจะตาย ที่นี่เป็นที่รู้จักมากในหมู่นักล่าสมบัติ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาล่ะก็เตรียมใจได้เลยว่าซวยแหงๆ 

โมเซส – ให้อั๊วกับกีทจัดการเอง 

โคลเอ้ – เพราะแบบนั้นถึงเรียกว่าป่าไร้หวนกลับสินะ 

โมเซส – อั๊วบอกว่าให้อั๊วกับกีทจัดการเองไง! 

วิล – ไม่มีจัดสังเกตอะไรเลยหรือ? 

นอร์ม่า – หืมม.... 

โมเซส – เฮ้ย! พวกเอ็งฟังอั๊วอยู่หรือเปล่าเนี่ย?! 

นอร์ม่า + วิล + โคลเอ้ – เงียบน่า! 

โมเซส – อ๋า! 

ทั้งสามคนหันไปปรึกษากันต่อโดยไม่สนใจเขา โมเซสทำหน้าเซ็งๆแล้วเดินจ๋อยไปคนเดียวไป 

โมเซส – ก็ได้ ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเองก็แล้วกัน ไม่เป็นไรใช่มะ กีท? 

วิล – โมเซส เธอกำลังจะไปไหนน่ะ? 

โมเซส – ค่ายโจรน่ะสิ ลูกน้องอั๊วะรออยู่ที่นั่นพอดี 

วิล+โมเซส+นอร์ม่า - ! 

โมเซส – พวกอั๊วอยู่ที่ป่านี่ตั้งแต่หนีออกมาจากรังโจรแล้ว อั๊วรู้จักที่นี่อย่างกับหลังมือตัวเองเลย 

ทั้งสามคนเส้นเลือดปูดเมื่อได้ยิน วิลเข้ามาทำหน้าบึ้งใส่ “ทำไมเธอไม่บอกตั้งแต่ทีแรกล่ะ โง่จริงๆ!” 

โมเซส – อั๊วอยากร้องไห้ดังๆจริง...... 

 

วิล – เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไปที่ค่ายโจรกัน โมเซสนำทางไปได้ 

โมเซส – ได้เลย 

ทุกคนเดินตามโมเซสออกไป เหลือเซเนลที่ยืนก้มหน้าอยู่เงียบๆคนเดียวกับโคลเอ้และนอร์ม่า 

โคลเอ้ – คูลริดจ์..... 

นอร์ม่า –มาเถอะน่าเซเนเซเน่! พวกเราเดินไปกันแล้วนะ 

เซเนล – อ้ะ....เอ่อ.... ได้ 

หลังจากทุกคนออกไปจากบริเวณนั้นซักครู่ สติงเกิ้ลและคาเชลก็ตามมมาถึงพอดี 

คาเชล – อา เริ่มล่ากันได้ซักที 

สติงเกิ้ล - ..... 

พวกเซเนลเดินวนไปวนมาในป่าวงกตซักพัก นอร์ม่าก็ชะลอฝีเท้าลง 

นอร์ม่า – โอย...ฉันหมดแรงแล้วล่ะ 

โมเซส – นี่พึ่งเดินมานิดเดียวเองนะ ยัยประสาท 

นอร์ม่า – เพราะนายมันงี่เง่าจนไม่รู้จักเหนื่อยต่างหากล่ะ! แล้วพวกฉันก็ยังเพลียจากที่ช่วยรักษาเซเนเซเน่ด้วย..... 

คาเชล –ถ้าอย่างนั้นให้ข้าช่วยทำให้พวกแกได้พักผ่อนตลอดกาลเถอะ 

ทหารสามนายวิ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับคาเชล! 

วิล – คาเชล! 

คาเชล – ข้าได้รับคำสั่งให้กำจัดพวกแกทุกคนยกเว้นเซเนล ด้วยอาชญากรรมที่กล้าท้าทายท่านผู้บัญชาการ พวกแกต้องใช้ด้วยชีวิต 

วิล – ทุกคน วิ่งเร็ว! 

คาเชล – ทางหนีน่ะไม่มีหรอกนะ ไปเลย! ฮ่าๆๆ 

 

ทหารกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าวิ่งไล่ตามมาโดยไม่ขาดสาย ทุกคนต้องสู้ไปวิ่งตามโมเซสไปเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมาย 

นอร์ม่า – ทหารพวกนั้นเอาแต่กรูกันมาไม่หยุดเลย! อยากยอมแพ้แล้วนะ! โอ้ย! 

โมเซส – เฮ้ย อั๊วรู้จักตรงนี้นี่หว่า! ค่ายอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ! 

นอร์ม่า – จริงอ้ะ? 

โมเซส – ถ้าไปถึงที่นั่นได้ พวกเราก็โต้กลับได้สบายล่ะ! พวกเราจะรวมกลุ่มกับลูกน้องอั๊ว และตบพวกนั้นให้เลือดสาดเลย! 

จู่ๆกีทก็หันไปยังทิศที่จะไปต่อและส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนที่มันวิ่งนำทุกคนไป เมื่อไปถึง ทุกคนก็พบว่าค่ายโจรของโมเซสถูกทำลายราบแล้ว! 

โมเซส – บ้าอะไรเนี่ย จาบ้า! เฮ้ย! ใครก็ได้! ไปไหนกันหมด! 

นอร์ม่า – พวกทหารจับตัวไปแล้วเหรอ? 

ตอนนั้นเอง สติงเกิ้ลก็เดินเข้ามาบริเวณนั้น ขณะที่คาเชลก็นำทหารอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาจากด้านหลัง! 

คาเชล – อ้อ ที่นี่หรือที่พวกแกมุ่งหน้ามากัน? แต่พวกข้าก็มาก่อนแล้วน่ะล่ะ แล้วข้าก็จัดการคนที่นี่ไปหมดแล้ว คำสั่งของเจ้านายนี่นะ? 

โมเซส – ไอ้สารเลว! คืนนี้กีทจะได้แทะหัวใจแกเป็นอาหารแน่! 

เขาหุนหันจะออกไปแก้แค้นทันที! เซเนลกับวิลรีบเข้ามาขวางทางไว้เพราะโอกาสชนะนั้นแทบไม่มีเลย 

วิล – โมเซส! 

โมเซส – หลบไปซะ! 

นอร์ม่า – จะทำไงดีละ? พวกเราถูกล้อมหมดแล้วอ้ะ! 

โคลเอ้ – บ้าจริง! 

สติงเกิ้ลเดินเข้ามาจากด้านหลัง โคลเอ้รู้สึกตัวรีบชักดาบไปตั้งรับ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ชักอาวุธออกมาเลย 

โคลเอ้ – สติงเกิ้ล.... 

สติงเกิ้ล – บุตรสาวคนเดียวของตระกูลวาเลนส์ เจ้าเติบโตขึ้นมากเลยนะ 

โคลเอ้ – อะไรนะ? 

สติงเกิ้ ล – ครั้งนั้นข้าเคยบอกไว้ หากเจ้ากล้าถือดาบ ข้าจะไม่ละเว้นชีวิตเจ้า 

โคลเอ้ – ฉันรู้จักคำพูดนี้นี่...... เป็นแกนี่เอง..... 

สติงเกิ้ล – ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำตอบของการตัดสินใจของเจ้า 

โคลเอ้ – เป็นแกนี่เอง! นักดาบที่มีรอยสักรูปงู! 

นอร์ม่า – คู เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?! 

โคลเอ้ – ฉันรอมานับปี รอโอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับแก เพื่อชื่อเสียงแห่งวาเลนส์! จงเตรียมใจซะ! ย้าก! 

เธอเหวี่ยงคมดาบโจมตีศัตรูทันที! แต่สติงเกิ้ลก็มีประสบการณ์มากพอที่จะหลบหลีกได้! 

นอร์ม่า – คู! เลิกเถอะน่า! พอแล้ว! 

โคลเอ้ – แก.... 

เธอพุ่งเข้าไปตวัดดาบซ้ำ แต่ก็ไม่ถูกเป้า! 

โคลเอ้ – แก.... 

การโจมตีครั้งที่สามก็ยังไร้ผล 

โคลเอ้ – แก!...... 

เธอพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง! และสติงเกิ้ลก็ตวัดคมดาบโจมตีสวนกลับมาด้วยเช่นกัน! ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดแผลจนยืนไม่อยู่! 

นอร์ม่า – คู! 

โคลเอ้ – อ๊า! 

นอร์ม่า – วิลจิ! รีบๆทำอะไรเข้าสิ! 

โมเซส – เซโนจิ ลุง ถอยไปให้พ้น! มันเป็นคนฆ่าลูกน้องอั๊วะนะ! 

วิล – ฉันกำลังบอกเธอว่ามันไม่ใช่เวลานี้! อย่าทิ้งชีวิตตัวเองโดยไม่ได้อะไรสิ! 

โมเซส – ย้าก! 

คาเชล - เซเนล เจ้าถูกไว้ชีวิตเพียงคนเดียว เจ้าจะได้เห็นเมลเนสอีกครั้งหนึ่ง 

เซเนล – อะไรนะ?! 

คาเชล – แกกับพี่สาวของนางจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นเพื่อดึงพลังของนางออกมาไงล่ะ 

เซเนล – ไปตายซะเถอะ! 

คาเชล – พวกแกที่เหลือจะต้องตายที่นี่ เหมือนกับพวกโจรนั่น 

โมเซส – อั๊วจะฆ่าแก! 

วิล – พอเดี๋ยวนี้! 

วิลตบใส่โมเซสอย่างแรง! 

โมเซส – แต่ว่า ลุง.... 

วิล – เรื่องที่พวกเราทำได้เรื่องเดียวตอนนี้คือถอย เข้าใจไหม?! 

เขากวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาทางที่ดีที่สุดกับเวลาเช่นนี้ “ทางนั้น! วิ่งเร็วเข้า! ไปสิ!” 

เซเนล กีท และโมเซสวิ่งไปยังทิศทางนั้น 

วิล – นอร์ม่า- พาโคลเอ้หนีไปด้วย เร็ว! 

นอร์ม่า – เร็วสิ คู! ลุกขึ้น! 

ทั้งสองคนถอนตัวถามไป โดยเหลือวิลที่รับหน้าคาเชลอยู่คนเดียว! 

คาเชล – แกคิดว่าจะเป็นโล่ให้พวกนั้นได้หรือไง? แกจะทำอะไรได้ ตัวคนเดียวแบบนี้? 

วิล – แล้วถ้า.... แบบนี้ล่ะ? 

สายฟ้าฟาดโครมลงมาด้านหน้าคาเชลพอดี! แสงสว่างจ้าทำให้วิลมีโอกาสวิ่งหนีตามคนอื่นๆออกไปได้ 

คาเชล – บ้าจริง! 

สติงเกิ้ล - .... 

 

วิล – โมเซส ข้างหน้ามีอะไรอยู่น่ะ? 

โมเซส – ทางออกของป่าน่ะ ออกไปก็จะโผล่ใกล้ๆทะเลสาบพอดี 

วิล – โอเค 

ตึง 

พื้นดินสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้ 

ตึง ตึง! 

โมเซส – มันสั่นอะไรน่ะ? 

นอร์ม่าหันไปมองด้านหลังแล้วก็สะดุ้งเฮือก “มีอะไรกำลังมาล่ะ....มีอะไรกำลังมาแหงๆอ่ะ” 

เซเนลหันไปมองบ้าง และรีบตะโกนเตือนคนอื่นๆ “ทุกคน หลบไปข้างๆเร็ว!” 

ปลาโคมไฟสี่ขาตัวมหึมา วิ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วผ่ากลางทุกคน จนแต่ละคนต้องหลบกันจ้าละหวั่น โดยเฉพาะโมเซสกับนอร์ม่าที่ถึงกับไถลหน้าจิ้มพื้น! 

โมเซส+นอร์ม่า – ว้าก! / อ๊า! 

ทุกคนรีบกลับมารวมกลุ่มตั้งตัวไหม และหันไปมองด้านที่มันพึ่งวิ่งตะลุยผ่านไป 

โคลเอ้ – อะ....นั่นอะไรน่ะ?! 

มันเดินตึงตังๆกลับมาขวางทางออกของทุกคนพอดี 

นอร์ม่า – โธ่! กำลังจะออกจากป่าได้อยู่แล้วเชียวเนี่ย! 

 

พวกเซเนลนั่งหอบแฮ่กๆ หลังคว่ำปลาโคมไฟเดินได้บ้าพลัง ที่เอาแต่วิ่งตะลุยดะจนเล่นเอาเหนื่อยกว่าจะจัดการได้ 

วิล – พวกเราทำได้......ดีมาก ทุกคน ฉันรู้ว่ามันโหดร้ายไปหน่อย แต่พวกเราก็เกือบจะผ่านไปได้แล้ว พวกเราต้องรีบไปก่อนที่พวกมันจะตามพวกเราทัน 

ทุกคนเดินออกไปตามทาง และขณะที่กำลังจะโล่งใจได้นั้นเอง... 

นอร์ม่า – วิ้ว......ในที่สุดก็ออกจากป่าได้.......ซะที?! 

ทุกคนอึ้ง เมื่อเห็นว่าที่ทางออกนั้น เมลานี่นำกองทหารจำนวนหนึ่ง และปลาโคมไฟแบบที่พึ่งจัดการไปเมื่อครู่อีก 4 ตัว มาดักรออยู่แล้ว! 

เมลานี่ – นานเหมือนกันนะกว่าพวกแกจะมาถึงนี่ได้ 

วิล – เมลานี่..... 

นอร์ม่า – ฉันสู้ไม่ไหวแล้วนะ.... 

เมลานี่ – หึๆๆ 

นอร์ม่า - ได้แค่นี้ล่ะ....พวกเราจบสิ้นแล้ว! พวกเราผ่านอะไรแบบนี้ไปไม่ได้หรอก! 

เมลานี่ – ฮ่าๆๆๆๆ! 

เวลานั้น วากรัฟกำลังยืนอยู่ที่หน้าศิลาสีแดงในโบราณสถานแสงเยือกแข็ง เขาชูมือขึ้นพร้อมๆกับที่ศิลานั้นเรืองแสง ทุกคนรู้สึกได้ว่าพื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ทางด้านหนึ่งของเลกาซี่ สายน้ำถูกดันขึ้นมาจนเหมือนกับเป็นเสา ก่อนที่จะเผยให้เป็นสิ่งปลูกสร้างรูปสี่เหลี่ยมสีขาวสูงเสียดฟ้าที่พุ่งขึ้น มาจากใต้น้ำ ขณะที่ใจกลางของอ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด ผาหินรอบๆเกาะที่อยู่ที่ศูนย์กลางอ่าวปริแตกออกมา ขณะสิ่งปลูกสร้างที่หลับใหลอยู่ภายในค่อยๆปรากฏให้เห็น น้ำจำนวนมหาศาลที่เคยกักขังอยู่จนกล่าวเป็นอ่าวไหลทะลักออกไปเพราะผาหินที่ พังทลายไปหลายจุด เมื่อน้ำลดลงจนหมด อาคารสีขาวที่ก็ปรากฏออกมาให้เห็นเด่นชัด.... 

 

เมลานี่ – ในที่สุดก็ฟื้นฟูหอบังคับการของเลกาซี่ได้แล้วสินะ ด้วยสิ่งนั่น ท่านผู้บัญชาการจะสามารถควบคุมเลกาซี่ได้ตามความเหมาะสม 

เธอหันกลับมา แล้วพบว่าพวกเซเนลหนีหายไปแล้ว 

เมลานี่ – พวกนั้นหนีกลับไปในป่าหรือ? ไม่รู้เสียเลยว่าควรยอมแพ้เมื่อไหร่ 

 

นอร์ม่า – วิ่งต่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า.... 

วิล – อย่ายอมแพ้สิ! 

ทหารอีกกลุ่มเดินเข้ามาอีก! ทุกคนชักอาวุธมาเตรียมรับมือ! 

โมเซส - มีแค่สามคนเองน่า! สบายๆ! 

เซเนล – ไม่ใช่! ข้างหลังยังมีมาเพิ่มอีก! 

โคลเอ้ – โง่จริง 

โมเซส – บ้าเอ๊ย! 

โดยไม่มีใครคิด ทหารอีกสองคนที่เหมือนจะมาสมทบกลับทำร้ายทหารกลุ่มแรกจนหมด 

นอร์ม่า – พวกนั่นเล่นกันเองเหรอ... 

??? – คนพวกนั้นเป็นคนของเราที่ปลอมตัวเป็นทหารวากรัฟเอง 

เซเนล – เสียงนั่น!... 

ทหารทั้งสองคนหลีกทาง ขณะที่ชายแก่ผมสีทอง-ขาวในชุดขาวเดินเข้ามา 

เซเนล – คุณเมาริทซ์! 

โคลเอ้+นอร์ม่า – ใครอีกล่ะเนี่ย?! 

เมาริทซ์ – ดีที่ได้พบเธออีกนะเซเนล นานเท่าไหร่แล้วนะหลังจากที่หมู่บ้านถูกโจมตีครั้งนั้น สามปีใช่ไหม? 

เซเนล – คุณเมาริทซ์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ? 

เมาริทซ์ – เราเพิกเฉยคำขอของชาววารีด้วยกันไม่ได้หรอก 

เขาหันไปด้านหลัง ที่หญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินตามมา 

เซเนล – เฟนิมอร์! 

เมาริทซ์ – เอาล่ะ ตอนนี้หากพวกเธอต้องการ พวกเราอาจจะช่วยพลิกกระดานของพวกเธอได้ คิดอย่างไรกันบ้างล่ะ? 

 

ทุกคนถูกพาขึ้นรถขนส่งซึ่งเสแสร้งทำเป็นรถของกองทัพของวากรัฟ จึงสามารถออกมาภายนอกได้ เมื่อลงมาทุกคนก็มองไปยังบริเวณใกล้ๆที่เคยเป็นอ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแอ่งน้ำอยู่เล็กน้อย 

โมเซส – ทะเลสาบมัน.....หายไปแล้ว 

เมาริทซ์ – เป็นเพราะว่าเรือทั้งลำได้ลอยตัวขึ้นแล้วน่ะ สถานที่อื่นๆก็อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน 

โคลเอ้ – มันเกี่ยวข้องกับการปรากฏของสิ่งก่อสร้างนั้นหรือเปล่าคะ? 

นอร์ม่า – อ้ะ เซเนเซเน่! ตึกนั่นมันใช่เกาะที่พวกเราเห็นตอนที่ไปหมู่บ้านโมฟุโมฟุหรือเปล่า? 

เมาริทซ์ - สิ่งก่อสร้างนั้นเป็นอาคารที่ทำหน้าที่เป็นหอบังคับการของเรือลำนี้ มันถูกพรางตาให้เป็นเกาะในยุคของเทลเซสน่ะ 

วิล – พวกเขาจะทำไปขนาดนั้นเพื่อนซ่อนมันทำไมครับ? 

เมาริทซ์ – เพราะจากที่นั่น ไม่ว่าใครก็สามารถควบคุมเรือลำนี้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เมลเนสเท่านั้น พลังที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมักนำมาซึ่งเคราะห์ร้ายเสมอ ดังนั้นมันจึงถูกพันธนาการเอาไว้ 

ทหารคนหนึ่งเข้ามากระซิบกับเขา 

เมาริทซ์ - อืม เข้าใจแล้ว 

วิล – มันน่าทึ่งจริงๆครับที่คุณซ่อนทหารของคุณไว้ในชุดของกองทัพวากรัฟแบบนั้น 

เมาริทซ์ – เพราะแบบนี้เราจึงหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วน่ะ ดูเหมือนว่าวากรัฟได้พาตัวเชอรี่และสเตล่าออกไปจากโบราณสถานแสงเยือกแข็งแล้ว 

เซเนล – แล้วเชอรี่....จะถูกพาตัวไปที่หอบังคับการนั่นหรือเปล่าครับ? 

เมาริทซ์ – ไม่ต้องสงสัยเลย 

โมเซส – เจ้าวากรัฟนั่นหวังอะไรไว้กันน่ะ? 

เมาริทซ์ – วากรัฟคงจะไม่หยุดแผนของตัวเองไว้แค่การได้ควบคุมเลกาซี่แน่ๆ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคงจะเป็น “เนลเฟส แคนนอน” 

นอร์ม่า – มันคืออะไรกันอ่ะคะ? 

เมาริทซ์ – มันคือปืนหลักของเรือนี้ และมันก็ถูกยกตัวขึ้นมาพร้อมๆกับหอบังคับการด้วย 

เซเนล – เลกาซี่มีปืนใหญ่ด้วยหรือครับ? 

นอร์ม่า – นี่ แล้วคุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงคะ? แล้วพวกคุณเป็นใครกันแน่น่ะ? 

โคลเอ้ – นอร์ม่า อย่าหยาบคายอย่างนั้นสิ 

นอร์ม่า – ก็ฉันหมายถึงว่า ฉันก็รู้สึกขอบคุณที่พวกเราช่วยพวกเรานะ แต่เธอไม่คิดเหรอว่าพวกเขาน่าสงสัยน่ะ? 

เมาริทซ์ – พวกเราคือ..... ในภาษาของพวกเธอ เผ่าพันธุ์ของพวกเราเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ผู้เรืองแสง (ราเดี้ยน) แต่พวกเราเรียกตัวเองว่าเฟลเนส หรือชาววารี 

วิล – ราเดี้ยน..... มันเป็นชื่อของเผ่าพันธุ์โบราณที่สร้างอาณาจักรเทลเซสนี่ 

โคลเอ้ – งั้นคุณก็เป็นสายเลือดของพวกเขาหรือคะ? 

เมาริทซ์ – พวกเธอคงไม่ประหลาดใจสินะ เพราะพวกเธอเคยพบชาวเฟลเนสมาหลายคนแล้ว ทั้งเฟนิมอร์คนนี้.... และเชอรี่ด้วย 

โมเซส – เด็กคนนั้นเป็นชาวราเดี้ยนด้วยเหรอ!? 

นอร์ม่า – ตอนที่ฉันเห็นเธอส่องแสงในน้ำฉันก็คิดว่าจะเป็นแบบนี้แล้วน่ะนะ 

เซเนล – เธอเห็นด้วยเหรอ? 

โคลเอ้ – ตอนที่นายสลบไปน่ะ 

เมาริทซ์ – อย่างไรก็ตาม พวกเธอต้องซ่อนตัวก่อน เราจะคุ้มกันพวกเธอไปที่ฐานของพวกเรา 

นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับวิล “แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะ?” 

โมเซส – เธอคิดว่าพวกเขาจะจับตัวเรอะ? 

โคลเอ้ – คูลริดจ์รู้จักเขานี่ ฉันคิดว่าพวกเราคงไม่ต้องกังวลอะไร 

วิล – หืมม 

เฟนิมอร์ – พวกคุณนี่ไม่ฉลาดเลยนะ 

นอร์ม่า – อย่าพูดแบบนั้นสิ! เธอกำลังทำลายความรู้สึกของโมสุเกะนะ! 

โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ “โมสุเกะ” เนี่ย! 

เฟนิมอร์ – ทำไมคุณถึงช่วยฉันคราวที่แล้วล่ะ? 

เซเนล – นั่นเพราะว่าเชอรี่..... อ้อ ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เหมือนครั้งนั้นสินะ? 

เฟนิมอร์ – จริงๆฉันก็ไม่ห่วงพวกชาวพื้นดินอย่างพวกคุณหรอก แต่ถ้าคุณตาย เชอรี่ก็คง..... 

เซเนล - .... ตกลง 

วิล – ถ้าอย่างนั้นพวกผมคงจะรับข้อเสนอของคุณไว้ครับ 

เมาริทซ์ – เยี่ยมมาก ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ จากที่นี่ ฐานของพวกเราอยู่ทาง 8 นาฬิกา 

เซเนล – เฟนิมอร์ ขอบคุณนะ 

เฟนิมอร์ – อย่าเข้าใจฉันผิดสิ ฉันแค่ไม่อยากติดหนี้พวกคุณแค่นั้นล่ะ 

เธอหน้าแดงก่ำหันรีหันขวาง..... 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:34 pm----------

Topic #31 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 3. A faithful encounter (continue...)