Tales of Legendia - Chapter 3. A faithful encounter (continue...)

April 5th, 2006 11:30PM, Next Farecery said,

 

Chapter 3 – Faithful Encounter ( continue…. )

หลังจากตบมนุษย์ยักษ์หนังเหนียวเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เข้าไปยังห้องกว้างซึ่งมีโครงสร้างเสาสีแดงโค้งไปมา ขณะที่เบื้องหน้าทุกคน แสงสว่างส่องมาจากในลูกแก้วทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนโครงสร้างสีแดงเช่น กัน
โมเซส – นั่นมันบ้าอะไรน่ะ?
นอร์ม่า – ดูอย่างกับเถาวัลย์สีแดงพันไปพันมาบนของขาวๆใหญ่ๆเลย
วิล – อะไรกำลังเรืองแสงอยู่ในนั้นน่ะ? เหมือนกับว่ามีน้ำอยู่ข้างในเลย....
เซเนลเดินเข้าไปใกล้ๆลูกแก้วนั้น เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในใกล้ๆ เขาถึงกับต้องกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เซเนล – เป็นไปไม่ได้.....
คนอื่นๆหันมามองหน้ากันเหรอหราอย่างงงๆ
เซเนล – ไม่!....ไม่ใช่หรอกน่า........ นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง! ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกน่า!
เขาทุบมือทั้งสองเข้าไปที่ลูกแก้วอย่างรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน โมเซสกับวิลต้องเข้าไปล็อกตัวเอาไว้ทันที
วิล – เซเนล ใจเย็นก่อน!
โมเซส – เป็นอะไรไปน่ะ?!
เซเนล – ปล่อยชั้น!
เขาสะบัดทั้งสองคนอย่างแรงจนผงะออกมา
โคลเอ้+นอร์ม่า – คูลริดจ์?! / เซเนเซเน่?!
เซเนล –รอก่อนนะ ชั้นจะช่วยเธอออกมาเดี๋ยวนี้! ชั้นจะช่วยเธอออกมา ตกลงนะ?
เขาทุบมันอีกหลายต่อหลายครั้ง โมเซสกับวิลต้องลงแรงลากเซเนลออกมา
เซเนล – จะทำอะไรน่ะ?!
โมเซส - เอาน่า เซโนจิ พักก่อนสิ!
เซเนล – ปล่อยชั้นนะ! นั่น..... นั่น....
นอร์ม่า – มีอะไรอยู่ในนั้นกันนะ?....
เธอลองเดินเข้าไปดูบ้าง แล้วก็ต้องผงะกลับมา
นอร์ม่า – อะ......อะไรกันน่ะ?!
โคลเอ้ – มีอะไรหรือ?!
นอร์ม่า – ในนั้นมี....ผู้หญิงถูกขังอยู่ในน้ำ!
โคลเอ้ – อะไรนะ ?!
โคลเอ้เข้าไปดูบ้าง ซึ่งก็ออกอาการตกใจไม่แพ้กัน
โคลเอ้ – เชอรี่?! ... ไม่ใช่สิ.... ใครกันนะ....
เซเนล – สเตล่า! ไม่!
คนอื่นๆ – สเตล่าเหรอ?!
ภายในลูกแก้วสีขาวที่เต็มไปด้วยน้ำนั้น ร่างของผู้หญิงผมสีทองที่รวบผมไว้ด้านซ้ายด้วยเครื่องประดับๆเล็กสีแดงกำลัง ลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง... เซเนลสะบัดวิลกับโมเซสจนหลุดแล้ววิ่งไปตะโกนหน้าสิ่งนั้น..
เซเนล – สเตล่า..... ใครทำแบบนี้กับเธอกัน?
วากรัฟ – ข้าเอง
เขาเผยตัวออกมาจากด้านข้างของลูกแก้ว
เซเนล – วากรัฟ!.... แกเป็นคนทำเรอะ!
วากรัฟ – ถ้าหล่อนยังตื่นอยู่ล่ะก็ ข้าคิดว่านี่คงจะเป็นการได้พบกันที่น่าประทับใจแน่ๆ โชคร้ายจริงๆ
เซเนส – แกทำอะไรกับเธอน่ะ?!
วากรัฟ – ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย หล่อนเป็นแบบนี้มาตลอด 3 ปีแล้ว มีชีวิต ไร้สติ และถูกขังในลูกแก้วนี่
เซเนล – แกโกหก สามปีก่อน สเตล่าน่ะ—
วากรัฟ – สเตล่าน่ะไม่ได้ตายหรอก! มันก็จริงที่หล่อนคนนี้ยืนเผชิญหน้ากับกองทัพของข้า เสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้เจ้ากับน้องสาวของนางได้หลบหนีไป แต่ถึงกระนั้น! นางก็ไม่ได้ตาย พวกข้าจับตัวเธอไว้ได้ทั้งที่มีชีวิตอยู่
เซเนลทรุดลงไปคุกเข่าเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย “ไม่จริงน่า! สเตล่ายังมีชีวิตอยู่! เธอ.....ยังไม่ตาย... ตลอดเวลามานี่.... ตลอดเวลา.... ชั้น....”
วากรัฟ – ฮ่าๆๆๆ!
นอร์ม่า – เซเนเซเน่..... มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
วากรัฟ – หญิงที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า..... คือพี่สาวของเมลเนส
โคลเอ้ – พี่สาวของเชอรี่หรือ?!
วากรัฟ – พอแค่นั้นล่ะสำหรับการสนทนา ข้าขอปรบมือให้กับความกล้าหาญมุทะลุที่พาพวกเจ้ามาไกลที่เพียงนี้ ตอนนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง
เขากำหมัดทั้งสอง เตรียมพร้อมจะเข้ามาสังหารทุกคนได้ทันที!
โมเซส – เฮอะ ! ก็เอาเซ่! อั๊วะก็ไม่นึกว่าจะได้ปิดบัญชีกันเร็วขนาดนี้!
เซเนลลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ จ้องมองวากรัฟอย่างโกรธแค้น “แก... ถ้าไม่ใช่เพราะคนอย่างแก.... สเตล่าก็ตง....”
วากรัฟ – หึ
เซเนล –วากรัฟ!
เซเนลพุ่งเข้าเหวี่ยงกำปั้นโจมตีวากรัฟทันที! แต่ถึงจะโจมตีไปขนาดไหน วากรัฟก็สามารถรับการโจมตีได้อย่างไม่ยาก และถึงคนอื่นๆจะช่วยกันเข้าไปต่อสู้ แต่คู่ต่อสู้ก็ดูจะไม่สะทกสะท้านเลย! “คอยดูให้ดี! วิชาลับของข้า!”
วากรัฟเบี่ยงทิศทางหมัดของเซเนล และใช้หมัดอีกข้างหนึ่งอัดเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง! แต่ไม่จบแค่นั้น วากรัฟรวบรวมพลังทำลายไว้ที่หมัดในชั่วพริบตา แล้วเหวี่ยงหมัดลงพื้น ปลดปล่อยพลังระเบิดออกมาทำร้ายทุกคนจนกระเด็นไปหมด! และแค่ครั้งนั้นก็ไม่มีใครสามารถทนลุกขึ้นสู้ต่อได้อีกแล้ว.... พอดีกับที่คาเชลและสติงเกิ้ลนำตัวเชอรี่มาที่นั่นพอดี
เชอรี่ – พี่เซเนล..... พวกเขาทำอะไรกับพี่น่ะ?!
เซเนล – เชอ....เชอรี่...
วากรัฟ – เมลเนส ถ้าเจ้าอยากช่วยชีวิตชายที่เจ้าเรียกว่าพี่ชาย ก็จงปลดผนึกเดี๋ยวนี้
เชอรี่ - !
วากรัฟ – หาไม่แล้ว มันก็จะตายที่นี่!
วากรัฟกระทืบซ้ำลงไปที่หน้าอกของเซเนลทันที!
เซเนล – อ้าก!
เชอรี่ – หยุดเถอะ! อย่าทำร้ายเขาอีกเลย!
วากรัฟ – จะเอาอย่างไรล่ะ สาวน้อย? ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า
เชอรี่ – ฉัน.....
วากรัฟเหยียบเซเนลซ้ำอีกครั้ง! “อ้าก!”
เซเนล – พี่คะ!
วากรัฟ – เจ้าจะปล่อยให้มันตายหรือ?
เชอรี่ – อึ้ก
วากรัฟ – เฮอะ เจ้าอาจจะเรียกกันและกันว่าพี่ชายกับน้องสาว แต่สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของพวกเจ้าก็ไม่เกี่ยวข้องแม้แต่เนื้อหรือเลือด เจ้าไม่สำนึกถึงบุญคุญเพื่อจะช่วยคนแปลกหน้าคนนี้เลยหรือ?
นอร์ม่า – เขาพูดอะไรนะ?
โคลเอ้ – แม้แต่เลือดหรือเนื้อหรือ....
โมเซส – เดี๋ยวสิ มันพูดถึงใครน่ะ?
วิล – เซเนล... เธอไม่ใช่....
วากรัฟ – พวกเจ้าไม่รู้รึ? เมลเนสน่ะไม่มีพี่ชายหรอก ครอบครัวคนเดียวที่เธอมีนั้นก็เพียงแค่หญิงสาวที่หลับไหลอยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า
เซเนล – อึ้ก!
วากรัฟกระทืบเซเนลลงไปอีกครั้ง “เจ้าคนน่าสมเพช!”
เชอรี่ – ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ! ตกลง.... ฉันจะยอมทำให้
วากรัฟ – ข้าไม่ได้ยินเจ้าเลย
เชอรี่ – ฉันจะพยายามทำลายผนึกให้ค่ะ ดังนั้นได้โปรดไว้ชีวิตพี่เซเนลด้วยเถอะ
วากรัฟ – ฮะๆๆ...
นอร์ม่า – ริจจัง...

พวกเซเนลทุกคนทุกควบคุมตัวเอาไว้ด้านหลังโดยสติงเกิ้ลและคาเชลจนไม่มีโอกาสทำอะไรได้ ส่วนเซเนลนั้นหมดสติไปแล้ว
วากรัฟ – เริ่มได้แล้ว
โคลเอ้ – เชอรี่....
ร่างของเธอลอยเข้าไปอยู่ในน้ำภายในลูกแก้ว เคียงข้างกับสเตล่า พี่สาวของเธอ
วากรัฟ – ปล่อยน้ำเข้ามาซะ!
เส้นผมแต่ละเส้นของเชอรี่และสเตล่าเริ่มส่งแสงออกมา แสงสีทองจากสเตล่า และแสงสีฟ้าจากเชอรี่ส่องสว่างสลับกันเป็นจังหวะ
โคลเอ้ – ผมของพวกเธอ!......
นอร์ม่า – ไม่จริงน่า... เส้นผมของ ผู้เรืองแสง (ราเดี้ยน) มีแสงออกมาจริงๆด้วย!
วิล – ผู้ส่องแสง....
โมเซส – เธอเป็นเมลเนสจริงๆด้วย!
วากรัฟ – ดี....ดีมาก! จงปลุกพลังที่หลับใหลในตัวเจ้า! จงปลดพันธนาการซะ!
แสงสว่างยังคงส่องออกมาจากทั้งสองคนอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วากรัฟ – มีปัญหาอะไรรึไง เมลเนส?! จงปลดพันธนาการเดี๋ยวนี้!
ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
วากรัฟ – เจ้าพวกอ่อนแอน่าสมเพชนี่! น้ำ! ใส่น้ำเข้าไปมากกว่านี้อีก! เปิดวาล์วให้หมดทุกตัว!
น้ำถูกปล่อยเข้าไปในลูกแก้วอีก และเชอรี่ก็เริ่มมีทีท่าทุรนทุราย
นอร์ม่า – นี่! แกกำลังทำให้เธอเจ็บนะ!
วิล – ไม่ใช่! ในนั้นมีน้ำทะเลอยู่ด้วย! วากรัฟ หยุดเถอะ! น้ำทะเลน่ะมีพิษกับเธอนะ!
วากรัฟ – เจ็บปวดงั้นหรือ เมลเนส? ถ้าเช่นนั้นเพื่อชีวิตของเจ้า ปลดพันธนาการซะ!
แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เชอรี่ดิ้นไปมาอยู่ในน้ำอีกครู่หนึ่งก็หมดสติไป แสงจากผมของเธอจางหายไป แต่แล้วจู่ๆแสงสว่างก็เปล่งออกมาจากลูกแก้วอีกครั้ง จากแสงสีเงินและฟ้าที่สลับกัน ตอนนี้กลายเป็นแสงสีทองที่สว่างกว่าเดิม!
วิล – แสงเริ่มออกมาจากเครื่องมือนี่อีกแล้ว.... นี่เป็นพลังของเชอรี่หรือ?
วากรัฟ – ใช่แล้ว! นี่ล่ะ! นี่ล่ะปฏิกิริยาที่ข้ารอคอย! ฮ่าๆๆๆ! เวลาได้มาถึงแล้ว! อาวุธสุดยอดของเลกาซี่จะเป็นของข้า!
แสงสว่างเปล่งออกมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนลูกแก้วจะเริ่มมีรอยปริ และแตกลงในที่สุด! น้ำที่อยู่ภายไหลทะลักออกมาจนหมด ขณะที่ร่างของสองพี่น้องนอนนิ่งอยู่ภายใน วากรัฟยืนนิ่งไปพัก และหันมาหาทุกคน
วากรัฟ – ฆ่าพวกมันให้หมด
คาเชล – ด้วยความยินดีครับ
คาเชลและสติงเกิ้ลชักอาวุธเตรียมจะสังหารพวกเซเนล จังหวะที่คิดว่าจะไม่รอดแล้วนั้น แสงเรืองๆไม่สว่างนักก็ส่องออกมาจากในลูกแก้ว
โคลเอ้ – อีกแล้วเหรอ?!
แสงสีทองเปล่งสว่างออกมา และกลายเป็นปีกสีทองที่มาปรากฏระหว่างพวกวากรัฟ ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังออกมาทำให้พวกนั้นล้มระเนระนาดกันหมด! ปีกนั้นแวบหายไปอีกครั้งก่อนไปปรากฏข้างๆตัวเซเนลที่ไร้สติ มันเปลี่ยนสภาพตัวเองเป็นม่านพลังทรงกลมสีทองล้อมรอบตัวเซเนลเอาไว้
โคลเอ้ – คูลริดจ์?! เชอรี่ เธอกำลังทำอะไรน่ะ?!
ลูกพลังสีทองนั้นพาเซเนลลอยไปด้านซ้าย แล้วหายลงไปในช่องทางที่อยู่ตรงจุดนั้น
โมเซส – เขาไปไหนกันน่ะ ?
วิล – บางทีพวกเราอาจจะหนีไปทางนั้นได้ก็ได้
นอร์ม่า – ใช่แล้ว! ริจจังช่วยบอกทางออกให้พวกเรารู้แน่ๆ!
วิล – ถ้าอย่างนั้นก็ตามมันไปเถอะ!
โคลเอ้ – แล้วเชอรี่ล่ะ?!
วิล – ตอนนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ! เร็วเข้า!
ทุกคนกระโดดลงไปที่ทางนั้น โดยมีคาเชล สติงเกิ้ลและวากรัฟตามไปติดๆ
วากรัฟ – หุๆๆ.... พวกมันทำให้ข้าสนุกได้เยอะจริงๆ เจ้าหนุ่มคนนั้นอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้างก็ได้ ดูเหมือนมันจะมีส่วนช่วยให้พลังของเมลเนสแสดงออกมา คาเชล! สติงเกิ้ล! จงตามพวกมันไปทันที! ข้าไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นยังไง แต่จงพาเซเนลกลับมาเป็นๆ!
คาเชล – ครับท่าน!
วากรัฟ – และจงติดต่อเมลานี่ด้วย
สติงเกิ้ล – ครับ
วากรัฟ - .....
คาเชล – มีอะไรหรือครับ ท่านผู้บัญชาการ?
วากรัฟ – เจ้าหนุ่มคนนั้น.... มันอาจจะเป็น.... ไม่สิ คาดเดาไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ พวกเราจะจับมันมาถามตรงๆ หึๆๆๆ.....


เสียงกรีดร้องลั่นระงมไปทั่วหมู่บ้านที่ลุกเป็นกองเพลิง เซเนลได้แต่เหลียวซ้ายแลขวาขณะที่สเตล่าวิ่งเข้ามาหา
เซเนล – หมู่บ้านกำลังไหม้หมดแล้ว!
สเตล่า – พวกเขาเจอพวกเราแล้ว....
เซเนล – พวกนั้นหาที่นี่เจอได้ยังไงกันน่ะ?! ... ! อย่าบอกนะว่าพวกนั้น...
สเตล่า – พวกเขาคงตามรอยเชอรี่มา ฉันจะอยู่ที่นี่คอยถ่วงเวลาให้เอง พาเชอรี่แล้วหนีไปเร็ว
เซเนล – สเตล่า ชั้นไม่ทิ้งเธอไว้ข้างหลังหรอก!
สเตล่า – ฉันจะตามเธอไปที่หลังเอง ตกลงไหม?
เซเนล – แต่ว่า... สเตล่า....
.สเตล่า – ช่วยปกป้องเชอรี่จนกว่าฉันจะไปถึงที่นั่นนะ ใช้พลังที่เธอมีอยู่
เซเนล - สเตล่า?.....เธอรู้เหรอว่าชั้นใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยว?....
นินจาสองคนวิ่งเข้ามาพบทั้งสองคนเข้า!
สเตล่า – ได้โปรดเถอะ ! รีบไปซะ!
เขาไม่มีทางเลือก จึงหันหลังให้เธอแล้ววิ่งออกไปตามลำพัง....

ณ ที่แห่งใดซักที่หนึ่ง เขาประคองร่างของเธอขึ้นมาอย่างห่วงใย
เซเนล – สเตล่า!
สเตล่า – เซเนล?....
เซเนล – ชั้นมาช่วยเธอแล้ว! ทนไว้นะ!
สเตล่า – เซเนล... ได้โปรด... ดูแลเชอรี่แทนฉันด้วยนะ...
เซเนล – แต่ว่า...เธอรู้ความจริงนี่... เรื่องของชั้น...
สเตล่า – ฉันเชื่อเธอนะ
เซเนล – สเตล่า....
สเตล่า – แต่ฉันคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าเธอไม่บอกเชอรี่......
เซเนล – ตกลง
สเตล่า – สัญญากับฉันสิ…..
เซเนล – ชั้นสัญญา
สเตล่า – ตอนนี้ฉันก็....เลิกกังวลได้แล้ว... แต่ว่า...
เซเนล - อะไรเหรอ?
สเตล่า - แย่จังนะ.... ฉันกำลังรอ.... รอให้เธอขอให้ฉันเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสายน้ำด้วย...อยู่เลย....
เซเนล – สเตล่า ชั้นจะขอเธออีกเป็นพันๆครั้งเลย ทนอีกหน่อยนะ ตกลงไหม?!
หากแต่ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาวในอ้อมกอดของเขา... เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง...
เซเนล - สเตล่า? สเตล่า?!
……..
……

ในป่าแห่งหนึ่ง วิลและนอร์ม่ารักษาแผลให้เซเนล จังหวะที่เขาสะดุ้งพรวดขึ้นมาตะโกนเรียกสเตล่าเสียงดังลั่น
นอร์ม่า – อ๊า! อย่าตะโกนแบบนั้นสิ!
เขายันตัวขึ้นมาแล้วก็ทรุดลงไปใหม่เพราะบาดแผลที่ยังไม่หายดี
วิล – อย่าฝืนตัวเองเลย เธอน่ะบาดเจ็บสาหัสนะ
เซเนลมองไปรอบๆซึ่งแวดล้อมด้วยป่าเขียวชะอุ่ม “พวกเราอยู่ที่ไหนน่ะ?”
วิล – จากที่โมเซสบอกมา ที่นี่คือ “ป่าไร้หวนกลับ”
โมเซส – พวกเราถูกปล่อยมาตกตรงนี้จากโบราณสถานแสงเยือกแข็งน่ะ
เซเนล – แล้วเชอรี่ล่ะ?
ทุกคนส่ายหัวแทนคำตอบ ทำเอาเซเนลซึมลงไป “โธ่…..”
นอร์ม่า – เซเนเซเน่... เรื่องริจจังน่ะ...
วิล – นอร์ม่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนั้นนะ
นอร์ม่า - ....อืม ก็ได้
วิล – พวกเราจะคุยกันที่หลัง ตอนนี้ต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
นอร์ม่า – เฮ้อ ไม่ค่อยดีเลยนะเนี่ย ก็ดีนะที่พวกเราหนีออกมาได้นะ แต่ทำไมพวกเราต้องมาลงเอยที่ป่าไร้หวนกลับด้วยนะ? ที่นี่น่ะทำคนหลงทิศทางง่ายจะตาย ที่นี่เป็นที่รู้จักมากในหมู่นักล่าสมบัติ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาล่ะก็เตรียมใจได้เลยว่าซวยแหงๆ
โมเซส – ให้อั๊วกับกีทจัดการเอง
โคลเอ้ – เพราะแบบนั้นถึงเรียกว่าป่าไร้หวนกลับสินะ
โมเซส – อั๊วบอกว่าให้อั๊วกับกีทจัดการเองไง!
วิล – ไม่มีจัดสังเกตอะไรเลยหรือ?
นอร์ม่า – หืมม....
โมเซส – เฮ้ย! พวกเอ็งฟังอั๊วอยู่หรือเปล่าเนี่ย?!
นอร์ม่า + วิล + โคลเอ้ – เงียบน่า!
โมเซส – อ๋า!
ทั้งสามคนหันไปปรึกษากันต่อโดยไม่สนใจเขา โมเซสทำหน้าเซ็งๆแล้วเดินจ๋อยไปคนเดียวไป
โมเซส – ก็ได้ ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเองก็แล้วกัน ไม่เป็นไรใช่มะ กีท?
วิล – โมเซส เธอกำลังจะไปไหนน่ะ?
โมเซส – ค่ายโจรน่ะสิ ลูกน้องอั๊วะรออยู่ที่นั่นพอดี
วิล+โมเซส+นอร์ม่า - !
โมเซส – พวกอั๊วอยู่ที่ป่านี่ตั้งแต่หนีออกมาจากรังโจรแล้ว อั๊วรู้จักที่นี่อย่างกับหลังมือตัวเองเลย
ทั้งสามคนเส้นเลือดปูดเมื่อได้ยิน วิลเข้ามาทำหน้าบึ้งใส่ “ทำไมเธอไม่บอกตั้งแต่ทีแรกล่ะ โง่จริงๆ!”
โมเซส – อั๊วอยากร้องไห้ดังๆจริง......

วิล – เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไปที่ค่ายโจรกัน โมเซสนำทางไปได้
โมเซส – ได้เลย
ทุกคนเดินตามโมเซสออกไป เหลือเซเนลที่ยืนก้มหน้าอยู่เงียบๆคนเดียวกับโคลเอ้และนอร์ม่า
โคลเอ้ – คูลริดจ์.....
นอร์ม่า –มาเถอะน่าเซเนเซเน่! พวกเราเดินไปกันแล้วนะ
เซเนล – อ้ะ....เอ่อ.... ได้
หลังจากทุกคนออกไปจากบริเวณนั้นซักครู่ สติงเกิ้ลและคาเชลก็ตามมมาถึงพอดี
คาเชล – อา เริ่มล่ากันได้ซักที
สติงเกิ้ล - .....
พวกเซเนลเดินวนไปวนมาในป่าวงกตซักพัก นอร์ม่าก็ชะลอฝีเท้าลง
นอร์ม่า – โอย...ฉันหมดแรงแล้วล่ะ
โมเซส – นี่พึ่งเดินมานิดเดียวเองนะ ยัยประสาท
นอร์ม่า – เพราะนายมันงี่เง่าจนไม่รู้จักเหนื่อยต่างหากล่ะ! แล้วพวกฉันก็ยังเพลียจากที่ช่วยรักษาเซเนเซเน่ด้วย.....
คาเชล –ถ้าอย่างนั้นให้ข้าช่วยทำให้พวกแกได้พักผ่อนตลอดกาลเถอะ
ทหารสามนายวิ่งเข้ามาจากด้านหลังพร้อมกับคาเชล!
วิล – คาเชล!
คาเชล – ข้าได้รับคำสั่งให้กำจัดพวกแกทุกคนยกเว้นเซเนล ด้วยอาชญากรรมที่กล้าท้าทายท่านผู้บัญชาการ พวกแกต้องใช้ด้วยชีวิต
วิล – ทุกคน วิ่งเร็ว!
คาเชล – ทางหนีน่ะไม่มีหรอกนะ ไปเลย! ฮ่าๆๆ

ทหารกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าวิ่งไล่ตามมาโดยไม่ขาดสาย ทุกคนต้องสู้ไปวิ่งตามโมเซสไปเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมาย
นอร์ม่า – ทหารพวกนั้นเอาแต่กรูกันมาไม่หยุดเลย! อยากยอมแพ้แล้วนะ! โอ้ย!
โมเซส – เฮ้ย อั๊วรู้จักตรงนี้นี่หว่า! ค่ายอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ!
นอร์ม่า – จริงอ้ะ?
โมเซส – ถ้าไปถึงที่นั่นได้ พวกเราก็โต้กลับได้สบายล่ะ! พวกเราจะรวมกลุ่มกับลูกน้องอั๊ว และตบพวกนั้นให้เลือดสาดเลย!
จู่ๆกีทก็หันไปยังทิศที่จะไปต่อและส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนที่มันวิ่งนำทุกคนไป เมื่อไปถึง ทุกคนก็พบว่าค่ายโจรของโมเซสถูกทำลายราบแล้ว!
โมเซส – บ้าอะไรเนี่ย จาบ้า! เฮ้ย! ใครก็ได้! ไปไหนกันหมด!
นอร์ม่า – พวกทหารจับตัวไปแล้วเหรอ?
ตอนนั้นเอง สติงเกิ้ลก็เดินเข้ามาบริเวณนั้น ขณะที่คาเชลก็นำทหารอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาจากด้านหลัง!
คาเชล – อ้อ ที่นี่หรือที่พวกแกมุ่งหน้ามากัน? แต่พวกข้าก็มาก่อนแล้วน่ะล่ะ แล้วข้าก็จัดการคนที่นี่ไปหมดแล้ว คำสั่งของเจ้านายนี่นะ?
โมเซส – ไอ้สารเลว! คืนนี้กีทจะได้แทะหัวใจแกเป็นอาหารแน่!
เขาหุนหันจะออกไปแก้แค้นทันที! เซเนลกับวิลรีบเข้ามาขวางทางไว้เพราะโอกาสชนะนั้นแทบไม่มีเลย
วิล – โมเซส!
โมเซส – หลบไปซะ!
นอร์ม่า – จะทำไงดีละ? พวกเราถูกล้อมหมดแล้วอ้ะ!
โคลเอ้ – บ้าจริง!
สติงเกิ้ลเดินเข้ามาจากด้านหลัง โคลเอ้รู้สึกตัวรีบชักดาบไปตั้งรับ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ชักอาวุธออกมาเลย
โคลเอ้ – สติงเกิ้ล....
สติงเกิ้ล – บุตรสาวคนเดียวของตระกูลวาเลนส์ เจ้าเติบโตขึ้นมากเลยนะ
โคลเอ้ – อะไรนะ?
สติงเกิ้ ล – ครั้งนั้นข้าเคยบอกไว้ หากเจ้ากล้าถือดาบ ข้าจะไม่ละเว้นชีวิตเจ้า
โคลเอ้ – ฉันรู้จักคำพูดนี้นี่...... เป็นแกนี่เอง.....
สติงเกิ้ล – ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำตอบของการตัดสินใจของเจ้า
โคลเอ้ – เป็นแกนี่เอง! นักดาบที่มีรอยสักรูปงู!
นอร์ม่า – คู เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?!
โคลเอ้ – ฉันรอมานับปี รอโอกาสที่จะได้เผชิญหน้ากับแก เพื่อชื่อเสียงแห่งวาเลนส์! จงเตรียมใจซะ! ย้าก!
เธอเหวี่ยงคมดาบโจมตีศัตรูทันที! แต่สติงเกิ้ลก็มีประสบการณ์มากพอที่จะหลบหลีกได้!
นอร์ม่า – คู! เลิกเถอะน่า! พอแล้ว!
โคลเอ้ – แก....
เธอพุ่งเข้าไปตวัดดาบซ้ำ แต่ก็ไม่ถูกเป้า!
โคลเอ้ – แก....
การโจมตีครั้งที่สามก็ยังไร้ผล
โคลเอ้ – แก!......
เธอพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง! และสติงเกิ้ลก็ตวัดคมดาบโจมตีสวนกลับมาด้วยเช่นกัน! ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดแผลจนยืนไม่อยู่!
นอร์ม่า – คู!
โคลเอ้ – อ๊า!
นอร์ม่า – วิลจิ! รีบๆทำอะไรเข้าสิ!
โมเซส – เซโนจิ ลุง ถอยไปให้พ้น! มันเป็นคนฆ่าลูกน้องอั๊วะนะ!
วิล – ฉันกำลังบอกเธอว่ามันไม่ใช่เวลานี้! อย่าทิ้งชีวิตตัวเองโดยไม่ได้อะไรสิ!
โมเซส – ย้าก!
คาเชล - เซเนล เจ้าถูกไว้ชีวิตเพียงคนเดียว เจ้าจะได้เห็นเมลเนสอีกครั้งหนึ่ง
เซเนล – อะไรนะ?!
คาเชล – แกกับพี่สาวของนางจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นเพื่อดึงพลังของนางออกมาไงล่ะ
เซเนล – ไปตายซะเถอะ!
คาเชล – พวกแกที่เหลือจะต้องตายที่นี่ เหมือนกับพวกโจรนั่น
โมเซส – อั๊วจะฆ่าแก!
วิล – พอเดี๋ยวนี้!
วิลตบใส่โมเซสอย่างแรง!
โมเซส – แต่ว่า ลุง....
วิล – เรื่องที่พวกเราทำได้เรื่องเดียวตอนนี้คือถอย เข้าใจไหม?!
เขากวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาทางที่ดีที่สุดกับเวลาเช่นนี้ “ทางนั้น! วิ่งเร็วเข้า! ไปสิ!”
เซเนล กีท และโมเซสวิ่งไปยังทิศทางนั้น
วิล – นอร์ม่า- พาโคลเอ้หนีไปด้วย เร็ว!
นอร์ม่า – เร็วสิ คู! ลุกขึ้น!
ทั้งสองคนถอนตัวถามไป โดยเหลือวิลที่รับหน้าคาเชลอยู่คนเดียว!
คาเชล – แกคิดว่าจะเป็นโล่ให้พวกนั้นได้หรือไง? แกจะทำอะไรได้ ตัวคนเดียวแบบนี้?
วิล – แล้วถ้า.... แบบนี้ล่ะ?
สายฟ้าฟาดโครมลงมาด้านหน้าคาเชลพอดี! แสงสว่างจ้าทำให้วิลมีโอกาสวิ่งหนีตามคนอื่นๆออกไปได้
คาเชล – บ้าจริง!
สติงเกิ้ล - ....

วิล – โมเซส ข้างหน้ามีอะไรอยู่น่ะ?
โมเซส – ทางออกของป่าน่ะ ออกไปก็จะโผล่ใกล้ๆทะเลสาบพอดี
วิล – โอเค
ตึง
พื้นดินสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้
ตึง ตึง!
โมเซส – มันสั่นอะไรน่ะ?
นอร์ม่าหันไปมองด้านหลังแล้วก็สะดุ้งเฮือก “มีอะไรกำลังมาล่ะ....มีอะไรกำลังมาแหงๆอ่ะ”
เซเนลหันไปมองบ้าง และรีบตะโกนเตือนคนอื่นๆ “ทุกคน หลบไปข้างๆเร็ว!”
ปลาโคมไฟสี่ขาตัวมหึมา วิ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วผ่ากลางทุกคน จนแต่ละคนต้องหลบกันจ้าละหวั่น โดยเฉพาะโมเซสกับนอร์ม่าที่ถึงกับไถลหน้าจิ้มพื้น!
โมเซส+นอร์ม่า – ว้าก! / อ๊า!
ทุกคนรีบกลับมารวมกลุ่มตั้งตัวไหม และหันไปมองด้านที่มันพึ่งวิ่งตะลุยผ่านไป
โคลเอ้ – อะ....นั่นอะไรน่ะ?!
มันเดินตึงตังๆกลับมาขวางทางออกของทุกคนพอดี
นอร์ม่า – โธ่! กำลังจะออกจากป่าได้อยู่แล้วเชียวเนี่ย!

พวกเซเนลนั่งหอบแฮ่กๆ หลังคว่ำปลาโคมไฟเดินได้บ้าพลัง ที่เอาแต่วิ่งตะลุยดะจนเล่นเอาเหนื่อยกว่าจะจัดการได้
วิล – พวกเราทำได้......ดีมาก ทุกคน ฉันรู้ว่ามันโหดร้ายไปหน่อย แต่พวกเราก็เกือบจะผ่านไปได้แล้ว พวกเราต้องรีบไปก่อนที่พวกมันจะตามพวกเราทัน
ทุกคนเดินออกไปตามทาง และขณะที่กำลังจะโล่งใจได้นั้นเอง...
นอร์ม่า – วิ้ว......ในที่สุดก็ออกจากป่าได้.......ซะที?!
ทุกคนอึ้ง เมื่อเห็นว่าที่ทางออกนั้น เมลานี่นำกองทหารจำนวนหนึ่ง และปลาโคมไฟแบบที่พึ่งจัดการไปเมื่อครู่อีก 4 ตัว มาดักรออยู่แล้ว!
เมลานี่ – นานเหมือนกันนะกว่าพวกแกจะมาถึงนี่ได้
วิล – เมลานี่.....
นอร์ม่า – ฉันสู้ไม่ไหวแล้วนะ....
เมลานี่ – หึๆๆ
นอร์ม่า - ได้แค่นี้ล่ะ....พวกเราจบสิ้นแล้ว! พวกเราผ่านอะไรแบบนี้ไปไม่ได้หรอก!
เมลานี่ – ฮ่าๆๆๆๆ!
เวลานั้น วากรัฟกำลังยืนอยู่ที่หน้าศิลาสีแดงในโบราณสถานแสงเยือกแข็ง เขาชูมือขึ้นพร้อมๆกับที่ศิลานั้นเรืองแสง ทุกคนรู้สึกได้ว่าพื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ทางด้านหนึ่งของเลกาซี่ สายน้ำถูกดันขึ้นมาจนเหมือนกับเป็นเสา ก่อนที่จะเผยให้เป็นสิ่งปลูกสร้างรูปสี่เหลี่ยมสีขาวสูงเสียดฟ้าที่พุ่งขึ้น มาจากใต้น้ำ ขณะที่ใจกลางของอ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด ผาหินรอบๆเกาะที่อยู่ที่ศูนย์กลางอ่าวปริแตกออกมา ขณะสิ่งปลูกสร้างที่หลับใหลอยู่ภายในค่อยๆปรากฏให้เห็น น้ำจำนวนมหาศาลที่เคยกักขังอยู่จนกล่าวเป็นอ่าวไหลทะลักออกไปเพราะผาหินที่ พังทลายไปหลายจุด เมื่อน้ำลดลงจนหมด อาคารสีขาวที่ก็ปรากฏออกมาให้เห็นเด่นชัด....

เมลานี่ – ในที่สุดก็ฟื้นฟูหอบังคับการของเลกาซี่ได้แล้วสินะ ด้วยสิ่งนั่น ท่านผู้บัญชาการจะสามารถควบคุมเลกาซี่ได้ตามความเหมาะสม
เธอหันกลับมา แล้วพบว่าพวกเซเนลหนีหายไปแล้ว
เมลานี่ – พวกนั้นหนีกลับไปในป่าหรือ? ไม่รู้เสียเลยว่าควรยอมแพ้เมื่อไหร่

นอร์ม่า – วิ่งต่อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า....
วิล – อย่ายอมแพ้สิ!
ทหารอีกกลุ่มเดินเข้ามาอีก! ทุกคนชักอาวุธมาเตรียมรับมือ!
โมเซส - มีแค่สามคนเองน่า! สบายๆ!
เซเนล – ไม่ใช่! ข้างหลังยังมีมาเพิ่มอีก!
โคลเอ้ – โง่จริง
โมเซส – บ้าเอ๊ย!
โดยไม่มีใครคิด ทหารอีกสองคนที่เหมือนจะมาสมทบกลับทำร้ายทหารกลุ่มแรกจนหมด
นอร์ม่า – พวกนั่นเล่นกันเองเหรอ...
??? – คนพวกนั้นเป็นคนของเราที่ปลอมตัวเป็นทหารวากรัฟเอง
เซเนล – เสียงนั่น!...
ทหารทั้งสองคนหลีกทาง ขณะที่ชายแก่ผมสีทอง-ขาวในชุดขาวเดินเข้ามา
เซเนล – คุณเมาริทซ์!
โคลเอ้+นอร์ม่า – ใครอีกล่ะเนี่ย?!
เมาริทซ์ – ดีที่ได้พบเธออีกนะเซเนล นานเท่าไหร่แล้วนะหลังจากที่หมู่บ้านถูกโจมตีครั้งนั้น สามปีใช่ไหม?
เซเนล – คุณเมาริทซ์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?
เมาริทซ์ – เราเพิกเฉยคำขอของชาววารีด้วยกันไม่ได้หรอก
เขาหันไปด้านหลัง ที่หญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินตามมา
เซเนล – เฟนิมอร์!
เมาริทซ์ – เอาล่ะ ตอนนี้หากพวกเธอต้องการ พวกเราอาจจะช่วยพลิกกระดานของพวกเธอได้ คิดอย่างไรกันบ้างล่ะ?

ทุกคนถูกพาขึ้นรถขนส่งซึ่งเสแสร้งทำเป็นรถของกองทัพของวากรัฟ จึงสามารถออกมาภายนอกได้ เมื่อลงมาทุกคนก็มองไปยังบริเวณใกล้ๆที่เคยเป็นอ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแอ่งน้ำอยู่เล็กน้อย
โมเซส – ทะเลสาบมัน.....หายไปแล้ว
เมาริทซ์ – เป็นเพราะว่าเรือทั้งลำได้ลอยตัวขึ้นแล้วน่ะ สถานที่อื่นๆก็อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน
โคลเอ้ – มันเกี่ยวข้องกับการปรากฏของสิ่งก่อสร้างนั้นหรือเปล่าคะ?
นอร์ม่า – อ้ะ เซเนเซเน่! ตึกนั่นมันใช่เกาะที่พวกเราเห็นตอนที่ไปหมู่บ้านโมฟุโมฟุหรือเปล่า?
เมาริทซ์ - สิ่งก่อสร้างนั้นเป็นอาคารที่ทำหน้าที่เป็นหอบังคับการของเรือลำนี้ มันถูกพรางตาให้เป็นเกาะในยุคของเทลเซสน่ะ
วิล – พวกเขาจะทำไปขนาดนั้นเพื่อนซ่อนมันทำไมครับ?
เมาริทซ์ – เพราะจากที่นั่น ไม่ว่าใครก็สามารถควบคุมเรือลำนี้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เมลเนสเท่านั้น พลังที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมักนำมาซึ่งเคราะห์ร้ายเสมอ ดังนั้นมันจึงถูกพันธนาการเอาไว้
ทหารคนหนึ่งเข้ามากระซิบกับเขา
เมาริทซ์ - อืม เข้าใจแล้ว
วิล – มันน่าทึ่งจริงๆครับที่คุณซ่อนทหารของคุณไว้ในชุดของกองทัพวากรัฟแบบนั้น
เมาริทซ์ – เพราะแบบนี้เราจึงหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วน่ะ ดูเหมือนว่าวากรัฟได้พาตัวเชอรี่และสเตล่าออกไปจากโบราณสถานแสงเยือกแข็งแล้ว
เซเนล – แล้วเชอรี่....จะถูกพาตัวไปที่หอบังคับการนั่นหรือเปล่าครับ?
เมาริทซ์ – ไม่ต้องสงสัยเลย
โมเซส – เจ้าวากรัฟนั่นหวังอะไรไว้กันน่ะ?
เมาริทซ์ – วากรัฟคงจะไม่หยุดแผนของตัวเองไว้แค่การได้ควบคุมเลกาซี่แน่ๆ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคงจะเป็น “เนลเฟส แคนนอน”
นอร์ม่า – มันคืออะไรกันอ่ะคะ?
เมาริทซ์ – มันคือปืนหลักของเรือนี้ และมันก็ถูกยกตัวขึ้นมาพร้อมๆกับหอบังคับการด้วย
เซเนล – เลกาซี่มีปืนใหญ่ด้วยหรือครับ?
นอร์ม่า – นี่ แล้วคุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงคะ? แล้วพวกคุณเป็นใครกันแน่น่ะ?
โคลเอ้ – นอร์ม่า อย่าหยาบคายอย่างนั้นสิ
นอร์ม่า – ก็ฉันหมายถึงว่า ฉันก็รู้สึกขอบคุณที่พวกเราช่วยพวกเรานะ แต่เธอไม่คิดเหรอว่าพวกเขาน่าสงสัยน่ะ?
เมาริทซ์ – พวกเราคือ..... ในภาษาของพวกเธอ เผ่าพันธุ์ของพวกเราเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ผู้เรืองแสง (ราเดี้ยน) แต่พวกเราเรียกตัวเองว่าเฟลเนส หรือชาววารี
วิล – ราเดี้ยน..... มันเป็นชื่อของเผ่าพันธุ์โบราณที่สร้างอาณาจักรเทลเซสนี่
โคลเอ้ – งั้นคุณก็เป็นสายเลือดของพวกเขาหรือคะ?
เมาริทซ์ – พวกเธอคงไม่ประหลาดใจสินะ เพราะพวกเธอเคยพบชาวเฟลเนสมาหลายคนแล้ว ทั้งเฟนิมอร์คนนี้.... และเชอรี่ด้วย
โมเซส – เด็กคนนั้นเป็นชาวราเดี้ยนด้วยเหรอ!?
นอร์ม่า – ตอนที่ฉันเห็นเธอส่องแสงในน้ำฉันก็คิดว่าจะเป็นแบบนี้แล้วน่ะนะ
เซเนล – เธอเห็นด้วยเหรอ?
โคลเอ้ – ตอนที่นายสลบไปน่ะ
เมาริทซ์ – อย่างไรก็ตาม พวกเธอต้องซ่อนตัวก่อน เราจะคุ้มกันพวกเธอไปที่ฐานของพวกเรา
นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับวิล “แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะ?”
โมเซส – เธอคิดว่าพวกเขาจะจับตัวเรอะ?
โคลเอ้ – คูลริดจ์รู้จักเขานี่ ฉันคิดว่าพวกเราคงไม่ต้องกังวลอะไร
วิล – หืมม
เฟนิมอร์ – พวกคุณนี่ไม่ฉลาดเลยนะ
นอร์ม่า – อย่าพูดแบบนั้นสิ! เธอกำลังทำลายความรู้สึกของโมสุเกะนะ!
โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ “โมสุเกะ” เนี่ย!
เฟนิมอร์ – ทำไมคุณถึงช่วยฉันคราวที่แล้วล่ะ?
เซเนล – นั่นเพราะว่าเชอรี่..... อ้อ ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เหมือนครั้งนั้นสินะ?
เฟนิมอร์ – จริงๆฉันก็ไม่ห่วงพวกชาวพื้นดินอย่างพวกคุณหรอก แต่ถ้าคุณตาย เชอรี่ก็คง.....
เซเนล - .... ตกลง
วิล – ถ้าอย่างนั้นพวกผมคงจะรับข้อเสนอของคุณไว้ครับ
เมาริทซ์ – เยี่ยมมาก ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ จากที่นี่ ฐานของพวกเราอยู่ทาง 8 นาฬิกา
เซเนล – เฟนิมอร์ ขอบคุณนะ
เฟนิมอร์ – อย่าเข้าใจฉันผิดสิ ฉันแค่ไม่อยากติดหนี้พวกคุณแค่นั้นล่ะ
เธอหน้าแดงก่ำหันรีหันขวาง.....


--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:34 pm----------