Topic #32: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land

Next Farecery

Chapter 4 –The War-Torn Land 

 

เมาริทซ์นำทางพวกเซเนลข้ามฟากไปอีกด้านของเลกาซี่ และมาหยุดหน้าป่าที่หนาทึบ 

เมาริทซ์ – ที่นี่คือฐานแห่งหนึ่งของพวกเรา 

ทุกคนหันไปมองซ้ายมองขวาแล้วทำหน้าประหลาดใจ นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับโคลเอ้ 

นอร์ม่า – เขาเรียกที่นี่ว่าฐานเหรอ?? ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่หน่านอกจากต้นไม้น่ะ 

โคลเอ้ – อาจจะเป็นค่ายล่ะมั้ง? 

นอร์ม่า – อะไรนะ? พวกเราต้องนอนกลางดินกินกลางทรายกันเหรอ?! 

วิล – อย่าบ่นสินอร์ม่า 

นอร์ม่า –โธ่ ขอร้องล่ะ... 

โมเซส – เหมาะกับอั๊วะเด้ะเลย 

นอร์ม่า – นั่นเพราะนายเป็นคนป่าน่ะสิ 

เมาริทซ์หันไปยกมือแตะต้นไม้เบื้องหน้า จู่ๆทิวทัศน์ที่เคยเป็นป่าไม้ก็เลือนหายไป กลายเป็นสะพานสีแดงที่นำไปสู่ฐานจริงๆ! 

โมเซส – อะ.....เมื่อกี้ทำอะไรน่ะ? 

เมาริทซ์ - พวกเราสร้างสนามพลังเพื่อใช้หลบเลี่ยงไม่ให้มีใครที่อาจจะเป็นศัตรูมาพบเห็นเข้าน่ะ 

นอร์ม่า – ว้าว เลิศเลย! 

เมาริทซ์ - ถ้าเช่นนั้นก็เข้าไปกันเถอะ 

เขานำทางทุกคนไปข้างใน และพบว่าวอลเตอร์กำลังยืนรออยู่ที่หน้าทางเข้าอาคาร 

เซเนล – นาย! 

เมาริทซ์ - อ้อ จริงสิ เธอเคยช่วยวอลเตอร์เอาไว้ด้วยสินะ เราต้องขอขอบใจจริงๆ 

นอร์ม่า – แย่จังที่วอลลี่ไม่เคยขอบคุณพวกเราเองน่ะ 

โคลเอ้ – ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนะ 

โมเซส – แล้วก็เลิกเรียกหมอนั่นว่า “วอลลี่” อย่างกับเขาเป็นเพื่อนซักทีเถอะ 

เซเนลกับวอลเตอร์มองหน้ากันไม่พูดไม่จา ก่อนเขาจะหันไปรายงานเมาริทซ์ 

วอลเตอร์ – พวกผมกำลังจะมุ่งหน้าไปเพื่อนำคริสตัลเสียงกระซิบกลับมาครับ 

เขาเดินนำชาววารีอีกสองคนออกไปจากค่าย 

เมาริทซ์ - เข้ามาข้างในกันก่อนสิ 

 

ภายในห้องประชุม ทุกคนกำลังสนทนากับเมาริทซ์และเฟนิมอร์ 

เมาริทซ์ - เราขอเสนอให้พวกเธอใช้ที่ได้ตามสบาย ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่สะดวกสบายอะไรนัก เพราะไม่มีสิ่งใดอยู่ใกล้ๆเลย แต่ก็เหมาะสมที่จะใช้ซ่อนตัวมาก 

นอร์ม่า – เยี่ยม ขอบคุณค่ะ! 

เซเนล – แล้วสเตล่ากับเชอรี่--- 

วิล – ผมอยากจะรู้ว่าคุณ— 

เมาริทซ์ – ค่อยๆพูดมาทีละคนก็ดีนะ 

เซเนล - กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับสเตล่าและเชอรี่ครับ? 

เมาริทซ์ - ....หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเธอก็คงถูกใช้เพื่อยิงปืนใหญ่เนลเฟสแน่ๆ 

เซเนล – ถูกใช้? 

เมาริทซ์ – พวกเราชาวเฟลเนส เป็นต้นกำเนิดพลังของปืนใหญ่นั้น มันมีต้นกำเนิดมาจากชีวิตของพวกเราเอง 

เซเนล – อะไรนะครับ?! 

นอร์ม่า – คุณหมายความว่าพวกเธอจะถูกใช้เหมือนเป็นลูกกระสุนเหรอคะ? 

เมาริทซ์ – บันทึกทางประวัติศาสตร์บอกกับพวกเราว่าชาวเฟลเนสจำนวนมากต้องสละชีวิตทุกครั้งที่ปืนนั้นถูกยิงออกไป 

เซเนล – พวกเขาจะสร้างของแบบนั้นไปทำไมกันน่ะ?! 

เมาริทซ์ –เพราะเช่นนั้นมันจึงถูกพันธนาการเอาไว้ มันเป็นอุปกรณ์ที่เลวร้ายมากๆ และหนำซ้ำวากรัฟก็ยังเป็นคนปลุกมันขึ้นมาอีก 

เซเนล – สเตล่า.... เชอรี่..... 

เมาริทซ์ – เธอมีคำถามอะไรอีกไหม? 

วิล - ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่คุณต้องบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของคุณแล้ว แน่นอนว่าคุณไม่ได้ให้การต้อนรับเช่นนี้ให้ฟรีๆแน่ๆ 

เมาริทซ์ - .... อา ช่างรอบคอบจริงๆ ถูกต้องแล้ว เราไม่ได้ไปช่วยพวกเธอเพราะคำขอของเฟนิมอร์อย่างเดียวหรอก ชาววารีต้องการจะเป็นพันธมิตรกับพวกเธอ กับชาวพื้นดิน เป้าหมายของเรานั้นก็คือการช่วยเชอรี่และสเตล่าจากเงื้อมมือของวากรัฟ 

วิล – คุณต้องการเป็นพันธมิตร...กับพวกเราหรือ? 

เมาริทซ์ – หากจะให้ระบุแล้ว ก็คือ”จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลีย” ที่สนับสนุนคุณอยู่น่ะ วิล 

นอร์ม่า – จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลี่ยนเหรอ?! 

โมเซส – นี่ แม่ฟองสบู่ 

โคลเอ้ – ทำไมถึงเป็นเรกซาเลียคะ? แล้วที่ว่าสนับสนุนเรย์นาร์ดนี่คืออย่างไร? 

โมเซส - .... นี่ โคลเอ้ 

วิล – จริงๆแล้วคุณรู้มากแค่ไหนครับ? 

เมาริทซ์ – เมื่อเร็วๆนี้พวกเรารู้ว่าเรกซาเลียมีกองทหารอยู่จำนวนมากบนเรือลำนี้ 

นอร์ม่า+โคลเอ้ - ! 

นอร์ม่า – คุณจะพูดว่าสาเหตุที่ทุกประเทศในโลกได้ปล่อยเรือลำนี้ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวก็เพราะ..... 

โคลเอ้ - ......เพราะว่าที่นี่อยู่ใต้การควบคุมของเรกซาเลียหรือคะ? 

วิล – ขอบอกเอาไว้ก่อนนะ “เลกาซี่ไม่ได้เป็นของชาติใดทั้งสิ้น” 

โมเซส – แล้วจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลียนี่มันอะไรน่ะ? 

วิล – มันคือจักรวรรดิที่ปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ใจกลางของแผ่นดินใหญ่ พลังของจักรวรรดินั้นล้ำหน้ามากกว่าประเทศเคียงข้าง หลายคนก็คิดกันว่าที่นี่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แล้วถ้าพวกเรายอมเป็นพันธมิตรกันจริงๆ พวกเราจะมีโอกาสชนะได้จริงๆหรือครับ? 

เมาริทซ์ – ใช่ แต่ก็เพียงแค่ในตอนนี้เท่านั้น 

นอร์ม่า – ว้าว.... 

เซเนล โคลเอ้ และโมเซสลุกขึ้นยืนพร้อมๆกัน 

โมเซส – เรื่องนั้นมันจริงเหรอ? 

เมาริทซ์ – เราคงไม่พูดแบบนั้นถ้าไม่จริงหรอก 

โคลเอ้ – เรย์นาร์ด พวกเราต้องโน้มน้าวให้พันธมิตรนี่เกิดขึ้นนะ 

เซเนล – เอาเลยสิ วิล! 

วิล - .....ก็ได้ ฉันจะทำหน้าที่เป็นคนกลางให้ก็แล้วกัน 

เซเนล+โคลเอ้ – เยี่ยม! 

โมเซส –วู้ฮู้! 

เมาริทซ์ – เราต้องขอบคุณคุณแล้ว เราจะไปเตรียมเขียนสารทันที 

โมเซส – ย้าฮู้! เรื่องนี้มันจบไม่นานนักหรอกน่า! 

โคลเอ้ – ตอนที่ฉันเห็นว่าเรื่องมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันต้องยอมรับจริงๆว่าคิดไปว่ามันสิ้นหวังแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสอยู่บ้าง พวกเรายังไม่ต้องยอมแพ้ตอนนี้แล้วล่ะ 

วิล – พวกเธอทุกคน รออยู่ที่นี่จนกว่าจะเรื่องจะจบลงเถอะนะ 

นอร์ม่า – เรื่องเหรอ? 

วิล – จนกว่าสงครามจะสิ้นสุด 

โมเซส – อั๊วะต้องล้างแค้นให้ลูกน้องนะ! 

โคลเอ้ – ฉันก็มีคนที่ต้องไปเจอหน้าอยู่ด้วย! 

เซเนล – สเตล่ากับเชอรี่กำลังอยู่ในอันตราย ชั้นไม่ยอมทิ้งพวกเขาไว้หรอก! 

วิล – สงครามน่ะไม่ใช่ที่ของเด็ก และที่พวกเธอกำลังแสดงออกมานั่นล่ะคือเด็ก! ฉันเป็นกังวลเรื่องนี้มากที่สุด พวกเธอไม่เข้าใจหรือ? เวลามีเรื่องเกี่ยวกับวากรัฟ พวกเธอสามคนจะอารมณ์ร้อนเกินไป พวกเธอน่ะจะวิ่งไปคนเดียวกลางสนามรบโดยทิ้งคนอื่นไปไม่ได้หรอก 

โคลเอ้ – พวกฉันไม่มีทาง— 

วิล – ไม่หรือ? แล้วในป่าไร้หวนกลับเกิดอะไรขึ้น? 

ทั้งสามคนก้มหน้าหน้านิ่งกันหมด 

วิล – เซเนล... พวกเธอทุกคน พวกเธอทำได้ดีมากแล้ว ตอนนี้ไปพักผ่อน แล้วปล่อยที่เหลือให้พวกเราจัดการเถอะ 

เมาริทซ์ – เฟนิมอร์ พาพวกเขาไปที่พักชั้นล่างด้วย 

เฟนิมอร์ - ค่ะ ตามฉันมาทางนี้ค่ะ 

 

กลางดึกคืนนั้น เซเนลซึ่งข่มตานอนไม่หลับอยู่คนเดียวเดินออกไปนอกอาคาร เขาเงยหน้ามองฟ้าและนึกถึงเรื่องราวในสมัยก่อน.... เขา เชอรี่ และสเตล่าเล่นกันอยู่ใต้ร่มไม้ 

เชอรี่ – พี่เซเนล ดูนี่นะ แต่นแต๊น! 

เธอชูมือทั้งสองขึ้น และปรากฏปีกแสงสีฟ้าออกมาลอยอยุ่เหนือตัวเธอ 

เซเนล – ผีเสื้อเหรอ? 

เชอรี่ – มันคือ ”เทลเคส” ค่ะ 

เทลเคสของเธอสลายไป 

สเตล่า – มันหมายถึง “ปีกแห่งการเริ่มต้น” พวกเรากล่าวกันว่าเมื่อเฟลเนสคนใดสามารถเรียกปีกนั้นออกมาได้ ชีวิตของคนๆนั้นในฐานะของผู้ใหญ่ก็จะเริ่มต้นขึ้น 

เชอรี่ – เทลเคสของทุกคนก็จะต่างกันไป ทั้งรูปร่าง และสีสัน.... 

เซเนล – เธอก็ทำได้ด้วยเหรอ สเตล่า? ขอดูหน่อยสิ 

เชอรี่ - ........ 

หญิงสาวส่ายหน้าส่งเสียงเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ 

เซเนล – แบบนั้นทำให้ชั้นอยากเห็นมากกว่าเดิมอีกนะ..... 

สเตล่า – ฮะๆ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ 

เชอรี่ – ฮึ 

เชอรี่ทำหน้าบูดก่อนลงมานั่งข้างๆเขา “ถ้าหนูทำพิธีรับสิทธิ์เมื่อไหร่ หนูก็จะสร้างเทลเคสที่ใหญ่ขึ้นได้อีก” 

เซเนล – งั้นเหรอ? 

เชอรี่ – หนูจะให้พี่เซเนลดูบ่อยๆจนไม่สนใจของพี่สเตล่าเลย 

…… 

 

เขารู้สึกตัวจากภวังค์ เมื่อรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาหา โคลเอ้นั่นเอง 

เซเนล – โคลเอ้?..... 

โคลเอ้ – คูลริดจ์... ฉันขอพูดกับนายซักหน่อยได้ไหม? 

ทั้งสองคนนั่งลงพูดคุยกัน 

โคลเอ้ – จริงๆแล้ว ที่เรย์นาร์ดพูดก็ถูกนะ 

เซเนล – อะไรเหรอ? ที่ว่าพวกเราเป็นเด็กน่ะเหรอ? 

โคลเอ้ – ฉันเคยแต่สนใจกับตัวเอง จนไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัว เอาแต่มองโลกแคบแบบนั้นน่ะน่าสมเพชจริงๆ สมแล้วล่ะที่ใครๆก็เรียกฉันว่าเด็ก 

เซเนล - ..... 

โคลเอ้ - ฉันยังไม่ใช่อัศวินจริงๆหรอกนะ.... 

เซเนล – หา? 

โคลเอ้ – ตระกูลวาเลนส์นั้นเป็นอัศวิน แต่ครอบครัวของฉันก็ไม่ใช่อีกแล้ว 

เซฌนล – สติงเกิ้ลเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า? 

โคลเอ้ – ใช่ ห้าปีก่อน เขาฆ่าพ่อแม่ของฉันไปต่อหน้าต่อตา... 

เซเนล – อะไรนะ? 

โคลเอ้ – เขาซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากาก แต่ฉันมันใจว่าเป็นเขาแน่ๆ ฉันมาที่เลกาซี่เพื่อล้างแค้นให้พ่อกับแม่ 

เซเนล - .... ทำไมเธอถึงบอกเรื่องนี้กับชั้นล่ะ? 

โคลเอ้ – ฉันแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่ฉันรู้เรื่องของนาย แต่นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย..... 

เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างหน้าคนเดียว 

โคลเอ้ – นายคิดจะไปคนเดียวอีกหรือ? ที่นายกำลังทำอยู่มันไม่ใช่ความกล้านะ มันคือความบ้าระห่ำ 

เซเนล – เงียบน่า.... 

โคลเอ้ – นายก็รู้นี่ว่าไม่มีโอกาสชนะถ้าบุกเข้าไปคนเดียว! 

เซเนล – เงียบน่า! เชอรี่กับสเตล่า ทั้งคู่กำลังทรมานอยู่ทุกนาที แล้วถ้าไม่มีใครทำอะไรเลย พวกเธอก็จะตาย! แล้วเธอยังจะให้ชั้นนั่งอยู่ที่นี่โดยไม่ทำอะไรเหรอไง? ถึงพวกชั้นจะไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด แต่ชั้นก็ยัง---- 

โคลเอ้ – นายพูดถูกแล้ว เพราะอย่างนั้นฉันถึงจะไปกับนายด้วย 

เซเนล - ! 

โคลเอ้ – อย่าคิดว่านายเป็นคนเดียวที่กำลังทรมานสิ ฉันก็มีความภักดีกับบ้านเกิดเมืองนอน และมีความเกลียดชังศัตรูของฉัน....ฉันก็โกรธแค้นเหมือนกับนาย ฉันทนยืนอยู่เฉยๆแล้วรอให้เรื่องราวมันผ่านไปไม่ได้หรอก 

เธอเดินเข้ามาพูดเบื้องหน้าเขา “ฉันคิดว่าพวกเราจะแก้ปัญหาที่เรย์นาร์ดเป็นห่วงได้นะ ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันและกันแล้ว พวกเราก็น่าจะร่วมงานกันได้” 

เซเนล - .... 

โคลเอ้ - ใช่ไหมล่ะคูลริดจ์? หรือว่านี่ฉันเพ้อฝันไปเองน่ะ? 

เขายื่นมือมาให้ “ไม่หรอก ไม่ใช่เพ้อฝันหรอก” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! 

เธอเอื้อมไปจับมือของเขา “ดูเหมือนว่าเราจะได้เป็นพันธมิตรกันก่อนใครแล้วนะ” 

เซเนล – ใช่ 

นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ! 

เจ้าของเสียงกับโมเซสวิ่งออกมาจากอาคาร 

โมเซส – พวกอั๊วะก็จะไปด้วย อั๊วะไม่เข้าใจเรื่องการเมืองหรอก แต่อั้วะรู้ว่าพวก็งไม่ยอมทิ้งอั๊วะไปลุยกันเองหรอก 

โคลเอ้ – รู้ไหม ดูเหมือนว่าพวกเราจะคิดเหมือนกันหมดเลยนะ 

นอร์ม่า – พวกเรามีคลื่นสมองเดียวกันนี่! แล้วตาบ้าที่ไหนมาบอกนะว่าพวกเราไปด้วยกันไม่ได้? 

เฟนิมอร์ – พวกคุณทำถึงขนาดนี้เพื่ออะไรคะ? 

เฟนิมอร์เดินออกมาอีกคน เธอเดินตรงไปหาเซเนล “พวกเขาบอกให้คุณพักได้แล้ว แล้วทำไมยังดึงดันที่จะไปอีกล่ะ? ….ฉันก็เป็นห่วงเชอรี่ แต่ฉันก็ออกไปที่สนามรบไม่ได้!” 

โคลเอ้ – พวกฉันแค่พยายามทำเรื่องทำได้ค่ะ 

นอร์ม่า – เธอหมายความว่าเรื่องเดียวที่พวกเราทำได้หรือเปล่า? 

เซเนล – พวกเราอาจจะเป็นแค่กลุ่มเด็กซุ่มซ่ามงี่เง่า 

นอร์ม่า – นายยอมให้เขาพูดถึงแบบนั้นได้เหรอ โมสุเกะ? 

โมเซส – ไม่ใช่แค่อั๊วะซักหน่อย แม่ฟองสบู่! 

เซเนล – แต่เธอรู้ไหม...... 

เขาหันไปมองทุกคน “นี่ล่ะคือพวกเรา” 

เฟนิมอร์ – พวกคุณ..... 

เซเนล – นอกจากนั้นเธอก็ยังมีสิ่งที่ทำได้นะ เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์ – มีด้วยหรือคะ? 

เซเนล – คิดถึงเชอรี่เอาไว้ 

เฟนิมอร์ – นั่นจะช่วยได้หรือคะ?... เหมือนกับที่เชอรี่บอกไว้... 

เซเนล - ? 

เฟนิมอร์ – ฉันยังเชื่อชาวพื้นดินไม่ได้หรอกค่ะ 

เซเนล – เฟนิมอร์.... 

เฟนิมอร์ – แต่ฉันเชื่อเชอรี่ และเธอพูดว่าทุกคนไม่ได้ทำหรือคิดเหมือนกัน 

เซเนล - ....ใช่ 

เฟนิมอร์ – ฉันจะไม่ให้อภัยคุณถ้าคุณทรยศกับความเชื่อมั่นนั้นของเธอ ฉันจะคอยเฝ้าดูคุณเอง 

เซเนล – ก็ได้ ขอบใจนะ เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์ – แต่ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย..... 

นอร์ม่า – เอ้าๆ ได้เวลาคิดกันแล้วนะว่าพวกเราจะทำอะไรกันดี 

 

วันรุ่งขึ้น ทั้งสี่คนก็รวมกลุ่มกันไปหาเมาริทซ์และวิล 

เซเนล – ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรด้วยเถอะ 

โคลเอ้ – พวกฉันจะทำตามคำสั่งของคุณ พวกเราจะไม่วิ่งไปคนเดียวอีกค่ะ 

โมเซส – จะให้สู้รบที่แนวหน้า หรือจะให้แบกเสบียง หรืออะไรก็เหอะ บอกมาเลย พวกอั๊วะจะทำเอง 

นอร์ม่า – ขอร้องนะค้า! 

วิล – เฮ้อ 

เซเนล – พวกชั้นพูดเรื่องนี้กันทั้งคืนแล้ว ขอร้องล่ะ 

โคลเอ้ –พวกฉันรู้ว่าสิ่งที่พวกฉันอยากจะทำ กับสิ่งที่พวกฉันต้องทำแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นได้โปรดเถอะค่ะ 

ทั้งสี่คนก้มหัวเป็นการขอร้อง 

วิล – พันธมิตรน่ะยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเลย พวกเธอน่ะไปไกลเกินไปแล้วนะ 

นอร์ม่า – หมายความว่า?.... 

วิล – ฉันไม่เห็นด้วยกับคำขอของพวกเธอ 

นอร์ม่า – ทำไมล่ะ! 

วิล – เพราะนี่กำลังจะกลายเป็นสงคราม และในสงครามก็ไม่มีที่สำหรับความรู้สึกส่วนตัวนะ 

เด็กหนุ่มชาววารีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องประชุม ท่าทางตื่นตระหนก “หัวหน้าครับ! รีบไปเถอะ! วอลเตอร์เขา!” 

เมาริทซ์ – เขาเป็นอะไรไปหรือ? 

 

ที่ทางเข้าอาคารนั้น วอลเตอร์นั่งทรุดตัวอยู่ข้างๆชาววารีที่นอนอยู่ข้างๆ เฟนิมอร์รีบลงไปนั่งดูอาการของผู้ที่นอนอยู่ 

เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น? 

เด็กหนุ่ม – พวกเราถูกปีศาจที่อยู่ที่นั่นไล่ล่ามาครับ 

เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ล้มเหลวในการนำคริสตัลเสียงกระซิบมาสินะ นี่ทำให้แผนของเราติดขัดจริงๆ 

วิล – มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือครับ? 

เมาริทซ์ – มันคือกุญแจสำคัญที่กุมชัยชนะของพวกเราเอาไว้ 

นอร์ม่า – อ้ะ! อ้ะ อ้ะ! นี่! 

เธอคิดอะไรได้ รีบชูมือเสนอตัวทันที 

นอร์ม่า – ถ้าเป็นแบบนั้นพวกฉันก็จะไปเอาคริสตัลเสียงกระสับกระส่ายอะไรนั่นมาให้เองค่า! 

เมาริทซ์ – เธอหรือ? 

นอร์ม่า – แล้วหลังจากที่พวกเราเอามันกลับมาแล้วคุณก็จะได้ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรได้! 

วิล – นอร์ม่า ทั้งสองเรื่องนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ 

เมาริทซ์ – ไม่หรอก เรายินดีที่พวกเธอจะช่วย จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่พวกเราน่าจะทำกันเอง แต่พวกเราก็มีคนไม่พอด้วย 

นอร์ม่า – งั้นติ๊ต่างว่าโอเคนะค้า! เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ! 

โคลเอ้ – ไปที่ไหนล่ะ? 

นอร์ม่า – ไปที่ไหนกันนะ?? 

โมเซส – หล่อนนะใจร้อนไปเยอะนะ แม่ฟองสบู่ 

เมาริทซ์ – คริสตัลเสียงกระซิบถูกซ่อนอยู่ในสุสานที่เหลือมาจากยุคเทลเซส ที่ๆมันอยู่เคยเป็นเกาะ แต่ตอนนี้มันก็เชื่อมต่อกับ แผ่นดินแล้ว ลองมุ่งหน้าไปทาง 11 นาฬิกาจากที่นี่ก็จะพบมันได้ 

นอร์ม่า – อยู่ทาง 11 นาฬิกา... เคยเป็นเกาะมาก่อน..... ตกลง ถ้างั้นฉันคิดว่า..........ไม่จริงอ้ะ! 

เธอทำหน้าเหวอเมื่อรู้ว่าสถานที่ที่ว่าคือที่ไหน 

เซเนล – มีอะไรเหรอ? 

นอร์ม่า – คุณ.....คุณไม่ได้หมายถึงโบราณสถานกินคนนั่นน่ะนะ? ที่นั่นน่ะมีชื่อกระฉ่อนในหมู่นักล่าสมบัติ และเป็นที่เดียวที่ฉันไม่อยากย่างกรายไปเลยด้วย! 

เซเนล – แต่พวกเราก็ถอยไม่ได้แล้วล่ะ ใช่ไหม ทุกคน? 

โคลเอ้+โมเซส – ถูกแล้ว / เย๊ป 

เซเนล – ไปกันเถอะ 

ทั้งสี่คนเริ่มออกเดินทางกัน โดยโคลเอ้ต้องออกแรงผลักนอร์ม่าซึ่งตั้งท่าจะเดินสวนทางอย่างเดียว 

นอร์ม่า – อย่าน้า! อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โบราณสถานกินคนอ้ะ! 

วิล – รอก่อนซิ 

เขาเดินตามมาหลังจากทุกคนเดินออกไปพักเดียว “ฉันจะไปกับพวกเธอด้วย” 

เซเนล – นายแน่ใจเหรอ? 

วิล – ฉันคงนอนซมแน่ๆถ้ารู้ว่าพวกเธอไปนอนเหลวเป๋อยู่ข้างนอกกันเอง ฉันจะให้คนอื่นไปส่งสารให้แทน 

โคลเอ้ ขอบคุณค่ะ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยล่ะก็พวกเราก็มั่นใจมากขึ้นเยอะ 

วิล – จริงๆเลยนะ พวกเธอนี่... 

 

เวลานั้น เชอรี่และสเตล่าก็ถูกนำตัวไปถึงหอบังคับการของเลกาซี่........ 

 

นอร์ม่า – เฮ้อ...... มาถึงจนได้.... 

โมเซส – นี่ เลิกทำเป็นเซ็งอย่างนั้นเถอะน่า ให้อั๊วะกับกีทจัดการเอง! 

นอร์ม่า – ถ้าฉันกำลังจะถูกกิน นายต้องมายอมให้กินแทนฉันนะ เซเนเซเน่~ 

เซเนล – ไม่ 

นอร์ม่า – ใจร้าย! 

วิล – เอาล่ะ อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าวอลเตอร์ได้เข้าไปยังที่แห่งนี้ และถอยกลับไป ฉันคิดว่าพวกเราไม่ต้องกังวลมากเรื่องข่าวลือกับเรื่องเล่าต่างๆหรอก 

นอร์ม่า – เอ้ะ นั่นสิ! วอลลี่ก็ยังออกไปได้เลยนี่หน่า! ไม่เห็นมีอะไรที่น่ากลัวในโบราณสถานกินคนเลยนี่! ไปเลย! 

โมเซส – หล่อนนี้เปลี่ยนใจเร็วนะ... 

เซเนล – ก็ไม่ใช่ว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นแบบนี้นี่นะ 

โคลเอ้ – นี่ นอร์ม่า เธอน่ะไม่ได้กังวลเรื่องการบาดเจ็บสาหัสที่วอลเตอร์กับคนอื่นได้มาเลยหรือ? 

นอร์ม่า – เอ่อ...นั่นสินะ 

ภายในโบราณสถานนั้น ก็ดูเหมือนกับโบราณสถานทั่วไป จนน่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีชื่อว่า “กินคน” ยกเว้นแต่ที่ส่วยในของโบราณสถาน ซึ่งเป็นห้องกว้างทรงกลม และมีรูปปั้นมนุษย์ยืนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด 

โมเซส – ที่นี่มันอะไรเนี่ย? มีแต่รูปปั้นประหลาดๆเรียงเป็นตับเลยวุ้ย 

นอร์ม่าชี้ไปที่กลางห้อง “อ๊า ดูสิ! มีเตียงด้วย ดูท่าทางสบายดีจัง!” ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปที่เตียงซึ่งตั้งอยู่กลางห้องโถงแล้วถลาเข้าไปนอนทันที 

นอร์ม่า –วู้ฮู้! 

วิล – นอร์ม่า! เธอต้องระวังกว่านี้หน่อยนะ! 

นอร์ม่า – คร่อก...ฟี้.... 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ .oO(.... หลับไปแล้วเหรอนั่น?) 

โมเซส – เฮะๆๆ.... หล่อนมัน....เอ่อ... เลินเล่อจริงๆ. 

โคลเอ้ – จะพูดแบบนั้นก็ได้น่ะนะ 

เซเนล – ไม่สิ ที่นี่มีอะไรบางอย่างแปลกๆ! 

ทุกคนวิ่งไปหา ซึ่งนอร์ม่าก็งัวเงียตื่นมา “หือ? อ้ะ อรุณสวัสดิ์ เซเนเซเน่!” 

เซเนล – ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานอนหลับนะ! เตียงนี่มีอะไรอยู่แน่ 

เขาเข้าไปลากเธอออกมา พอดีกับที่สิ่งที่เป็นเตียงนั้นเริ่มขยับ ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วมันคือสัตว์ประหลาดที่ชื่อมิมิกเบ้ดขนาดใหญ่ ส่วนที่ดูเหมือนเตียงจริงๆก็คือภายในปากของมันโดยมีลิ้นซึ่งรูปร่างเหมือน กับพรม! 

โคลเอ้ – มีอะไรกำลังเข้ามาแล้ว! 

ปีศาจดีว่าซึ่งมีรูปร่างกึ่งผู้หญิงกึ่งงูพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของปีศาจตัว แรก และทำให้ได้รู้จากการต่อสู้ว่าดีว่าตนนั้นใช้โอกาสที่มนุษย์เผลอเข้าไปนอนใน ปากของมิมิกเบ้ดซึ่งทำเหมือนกับเป็นเตียง เข้ามาใช้พิษของมันทำให้คนนั้นๆกลายเป็นหินเหมือนกับรูปปั้นที่อยู่รายรอบ 

 

นอร์ม่า – ว้าว เกือบไปแล้วนะเนี่ย ถ้าช้าไปนิดฉันคงได้กลายเป็นรูปปั้นเหมือนพวกนี้แน่ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกว่าโบราณสถานกินคน มีแต่กับดักทั้งนั้นเลยนี่หน่า! 

เซเนล – ชั้นคิดว่าปัญหามันอยู่ที่เธอไปติดกับดักแบบนั้นง่ายๆต่างหากล่ะ 

เมื่อเดินพ้นห้องโถงนั้นมา เซเนลก็พบกับห้องกว้างซึ่งด้านในเหมือนกับเป็นหลุมที่มีแสงสีฟ้าส่องขึ้นมา และมีแท่งสีฟ้าสูงพุ่งขึ้นมาจากหลุมอยู่เต็มไปหมด 

นอร์ม่า – พวกแท่งๆแปลกๆนี่มันอะไรกันนะ? 

วิล – อาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกฝังเอาไว้กับศพ หรืออาจจะเป็นเซนติเนล (หน่วยรักษาความปลอดภัย) ที่ใช้ดูแลพวกเขาก็ได้ 

โคลเอ้ – แต่สิ่งที่พวกเรากำลังค้นหาอยู่ที่ล่ะคะ? พวกเราก็น่าจะเข้ามาได้ไกลแล้วนะ... 

เซเนล – คริสตัลเสียงกระซิบอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า? 

เขาชี้ไปที่ส่วนในสุด ซึ่งมีลูกแก้วสีฟ้าลอยอยู่ 

นอร์ม่า – อาจจะใช่นะ ดูแล้วก็เหมือนคริสตัลนี่ 

ใมเซส – ย้าฮู้! มาหาพ่อเร้ว! 

เขาวิ่งหน้าตั้งไปก่อนคนอื่น ก่อนจะไปหยุดที่พื้นที่ซึ่งมีโลงศพตั้งอยู่ 

นอร์ม่า - โมสุเกะ หยุดก่อนสิ! 

ใมเซส – ฮะฮ่า ดูเหมือนอั๊วะเป็นคนแรก.....โว้ว! 

เขาร้องเสียงหลงแล้วเงียบไปหลังจากก้มมองดูภายในนั้น.... 

วิล – โมเซส มีอะไรหรือ? 

โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?!..... 

โคลเอ้ – ทำไมเสียงของแซนเดอร์ถึงดูจริงจังแบบนั้นล่ะ?! 

เซเนล – มีอะไรผิดปกติเหรอ?! พวกเราจะไปเดี๋ยวนี่ล่ะ! 

ทุกคนวิ่งตามเข้าไป 

โมเซส – ลองค่อยๆเหลือบลงไปดูในโลงสิ.... ช้าๆนะ 

.... 

เซเนล+วิล – อะไรน่ะ?!.... 

โคลเอ้+นอร์ม่า - เฮือก! ..ใคร…. 

ภายในนั้น มีหญิงสาวผมสีฟ้า รูปร่างดีในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ผ่าซ้ายจนสูงถึงเอว นอนหลับอย่างสบายใจ........ 

โคลเอ้+นอร์ม่า – ใครกันเนี่ย?! 

เธอคนนั้นลืมตาแล้วลุกขึ้นมานั่ง 

นอร์ม่า – เธอตื่นแล้วอ่ะ..... 

??? – อรุณสวัสดิ์จ๊ะทุกคน 

ทุกคนโค้งตัวลงไปตอบรับโดยไม่ได้ตั้งใจ “อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ” 

วิล – คุณชื่ออะไรครับ? 

กริวเน่ – กริวเน่.....ฉันคิดว่าอย่างงั้น ใช่หรือเปล่านะ? 

งิล – อย่าถามผมสิ.... 

นอร์ม่า – คุณมาทำอะไรในที่แบบนี้คะ? 

กริวเน่ – เอ.....ก็นะ อากาศก็อบอุ่นดี แล้วกว่าที่ฉันจะรู้ตัว..... 

นอร์ม่า – แบบนั้นมันไปเกี่ยวอะไรกับที่ลงมาอยู่ที่ใต้สุดของโบราณสถานกินคนล่ะเนี่ย?! 

โมเซส - เจ๊มาหลับในที่ๆมีแต่ปีศาจอย่างนี้นี่นะ? 

กริวเน่ – อ้อ พวกเขาเป็นเด็กดีกันทั้งนั้นเลยน่ะจ่ะ 

โมเซส – โกหก! 

โคลเอ้ – ทุกเรื่องน่ะน่าสงสัยจริงๆ ฉันไม่เสียดายเวลาหรอกถ้าจะถามคาดคั้นอีกนะคะ 

กริวเน่ – เอ... ก็นะคะ อย่าไปกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยเลยนะ? มันแค่......นิดหน่อยน่ะ 

โคลเอ้ – ฉันเริ่มปวดหัวแล้วสิ..... 

เซเนล – เอ้าๆ พอได้แล้ว เข้าเรื่องกันดีกว่า สาเหตุที่พวกเรามาที่นี่ในตอนแรก... 

วิล – เพื่อเอาคริสตัลเสียงกระซิบไงล่ะ 

เซเนล – ใช่แล้ว 

 

ทุกคนเข้ามารวมตัวปรึกษากันหลังค้นทั่วแล้ว 

วิล – ดูเหมือนสิ่งเดียวที่ดูเหมือนว่าจะใช่ก็คือคริสตัลที่เห็นนั่น อาจจะใหญ่ซักนิด แต่ก็รีบเอามันกลับไปเถอะ 

เซเนลเดินไปหลับคริสตัลนั้นมา 

นอร์ม่า – แล้วเจ๊กริวจะทำอะไรต่อเอ่ย? 

กริวเน่ – แน่นอน ฉันก็จะไปกับพวกเธอไงจ๊ะ 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ – (แล้วคุณโอเคกับชื่อเล่นนั่นด้วยเหรอ?) 

กริวเน่ – ไปกันหลายๆคนน่ะคงปิคนิคสนุกนะ 

โมเซส – ปิคนิกเหรอ? 

วิล – ฉันเป็นห่วงถ้าจะพาเธอไปด้วยนะ แต่กระนั้นพวกเราก็คงให้เธอนอนหลับที่นี่ไม่ได้ ทุกคนตกลงใช่ไหม? 

 

ด้านนอกของโบราณสถาน เซเนลวางคริสตัลลงกับพื้น “โมเซส นายรับไปต่อทีได้ไหม?” 

โมเซส – ได้เล้ย 

ทหารเกราะแดงสามคนพุ่งเข้ามาทันที! 

ทุกคนยกเว้นกริวเน่ – ลอบโจมตีเหรอ! 

กริวเน่ – อ้ะ พาเพื่อนมาด้วยเหรอจ๊ะ 

โมเซส – เพื่อนเจ๊นี่ชอบซุ่มโจมตีเหรอ? 

กริวเน่ – ก็นะ 

เซเนล – บ้าจริง ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย! 

วิ้ง..... 

วิล – เธอได้ยินเสียงอะไรแปลกๆหรือเปล่า? 

โคลเอ้ – ค่ะ มาจากในโบราณสถานหรือเปล่า? 

เธอหันกลับไป และเห็นหุ่นยนต์ตัวเล็กๆวิ่งออกมา 

โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?! 

นอร์ม่า – ไม่จริงอ้ะ! นี่มันเป็นเซนติเนลที่อยู่ในนั้นนี่! 

เซเนล – พวกเราติดกับซะแล้ว! 

หุ่นยนต์ตัวนั้นพุ่งเข้ามา!.... แล้วก็วิ่งเลยไปยืนหน้าทหาร 

นอร์ม่า – หา? 

มันกางแขนจนพวกทหารงง แล้วลองเดินมาจิ้มๆดู มันเหวี่ยงแขนจนพวกเขาต้องถลาหลบ ก่อนที่มันจะยิงเลเซอร์ถล่มจนทั้งสามพ่ายแพ้ถอยหนีไป 

นอร์ม่า – ว้าว! 

เซเนล – เจ้านี่มันปกป้องพวกเราเหรอ? 

นอร์ม่า – ไอ้นี่มันอะไรกันอ้ะ? 

วิล – บางทีคุณเมาริทซ์อาจจะรู้เรื่องอะไรก็ได้ พามันกลับไปด้วยเถอะ คุณกริวเน่ คุณกลับไปที่เมืองเองได้ไหมครับ? 

กริวเน่ – ทำไมฉันต้องกลับไปที่เมืองล่ะคะ? 

ทุกคนพูดไม่ออก ได้แต่หันมาซุบซิบปรึกษากัน 

นอร์ม่า – พวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอนอกจากชื่อเลยนะ 

โคลเอ้ – เธออาจจะสูญเสียความทรงจำหรือเปล่า? 

กริวเน่ – เอ ฉันก็ยังจำอะไรได้นะคะ อย่าห่วงเลย 

โมเซส – เจ๊แกได้ยินพวกเราหมดเลยแฮะ 

นอร์ม่า – แล้วจำอะไรได้บ้างล่ะคะ? 

กริว – ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นพวกเธอไงล่ะ 

นอร์ม่า – นั่นมันพึ่งเกิดเมื่อกี้อ้ะ! 

วิล – บางทีเธออาจจะเสียความทรงจำจริงๆก็ได้ ตอนนี้พาเธอไปด้วยเถอะ 

กริวแน่ – โอ คุณดูแลฉันเหมือนกับคุณหุ่นตัวนี้เลย! ดีใจจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ! 

ทุกคน .oO(แค่นี้เธอก็ดีใจแล้วเหรอ?) 

 

ขณะเดียวกัน ที่หอบังคับการของเลกาซี่ เชอรี่ถูกนำตัวมาที่ห้องควบคุมพร้อมวากรัฟและสามวิหค 

วากรัฟ – ห้องควบคุมนี้สามารถบังคับทุกสิ่งบนเลกาซี่ได้ 

เชอรี่มองไปที่ทหารซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆผลึกแก้วรูปวงรีสองอันที่อยู่ใกล้ๆ 

วากรัฟ – เจ้าสงสัยเรื่องอุปกรณ์นั้นสินะ ไม่ต้องใจร้อนไปหรอก เจ้ากับพี่สาวจะต้องเชื่อมต่อกับมันเร็วๆนี้อยู่แล้ว 

เชอรี่ – เชื่อม.....เชื่อมต่อ? 

วากรัฟ – หึๆๆ.... แต่ก่อนอื่น ได้เวลาออกเรือแล้ว 

เขาชูมือออกคำสั่งไป “ใช้ความเร็วเต็มที่! ตั้งเส้นทางสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย! 

 

ทั้งหกคนกับหุ่นยนต์หนึ่งตัว เดินทางกลับมาถึงฐานของเมาริตซ์ ซึ่งเจย์ก็ปราดออกมาดักหน้าก่อน 

เจย์ – สวัสดีครับ ทุกคน 

เซเนล+นอร์ม่า+โมเซส – นาย!.... 

โคลเอ้ – เจย์! 

เธอพูดเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าไปก่อนใคร 

เจย์ – มีอะไรหรือครับคุณโคลเอ้ คุณดูหงุดหงิดนะ? 

โคลเอ้ – เจย์! คุณทำอะไรกับพวกเราที่ซากโบราณแสงเยือกแข็งน่ะ!... 

เจย์ – คุณพูดเรื่องอะไรน่ะครับ? 

โคลเอ้ – อย่าทำหน้าซื่อเลย! แทนที่จะบอกพวกเราว่ามีประตูลับ แต่คุณกลับให้พวกเราเกือบไปเอาชีวิตไม่รอดเหรอ?! 

เจย์ – ผมชื่นชมในความกล้าของคุณนะครับ คุณโคลเอ้ คุณกล้าลงไปผจญภัยใต้น้ำโดยไม่คำนึงถึงจุดอ่อนของคุณเลย 

โคลเอ้ – เดี๋ยวก่อนสิ หมายความว่ายังไงน่ะ “จุดอ่อน”? 

เจย์ – ก็เรื่องที่คุณไม่--- 

เธอโบกไม้โบกมิอตัดบทเมื่อรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร “ อ๊า!” 

นอร์ม่า+โมเซส – “ไม่” อะไรเหรอ?..... 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! นายบอกว่าจะไม่บอกใครยังไงล่ะ! 

เซเนล – ไม่ใช่ชั้นนะ! สาบานได้! 

เจย์ – ผมรู้ด้วยตัวเองน่ะครับ ธุรกิจของผมก็คือข่าวสารนี่นะ 

โคลเอ้ – ล้อเล่นน่า...... 

เธอทำคอตกอย่างเซ็งชีวิต 

วิล – แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ เจย์? 

เจย์ – เพื่อมาพบชาวราเดี้ยนยังไงล่ะครับ 

วิล – เธอรู้เรื่องได้เร็วจริงๆนะ 

เจย์ – นั่นล่ะความพิเศษของผมครับ 

เสียงลมพัดจู่ๆก็ดังขึ้นอย่างผิดสังเกคุ 

เจย์ –หืม? ทำไมอยู่ลมก็พัดขึ้นมากระทันหันล่ะ? 

 

ที่เมืองเวลเทส ชาวบ้านกำลังชมการแสดงชองฟีโรโมนบอมเบอร์ จนชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา 

ชาวบ้าน – เอ้ะ ดูที่ภูเขาสิ! เมฆกำลังค่อยๆลอยไปด้านข้างแล้ว ปกติมันจะอยู่ข้างภูเขาๆตลอดนี่ 

ชาวบ้าน – เลกาซี่กำลังเคลื่อนที่เร็วกว่าปกติแน่ๆ 

ทุกคนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ 

ชาวบ้านหญิง – ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นก็ตอนที่ทุกคนคิดว่าเมลเนสมาถึงแล้วหรือเปล่า? 

ชาวบ้านหญิง – ฉันสงสัยว่าวากรัฟเกี่ยวอะไรด้วยหรือเปล่านะ 

 

เมาริทซ์ –โอ สิ่งนี้ล่ะ! คริสตัลเสียงกระซิบ! ทำได้ดีมาก ทุคน 

วิล – คุณตั้งใจจะใช้คริสตัลนั่นทำอะไรครับ? 

เมาริทซ์ – พวกเราจะใช้มันควบคุมออโตมาต้า หรือสิ่งที่คุณเรียกมันว่าเซนติเนล พวกมันเป็นสิ่งหลงเหลือจากยุคของเทลเซส 

วิล – ผมก็รู้สึกอยู่ว่าคริสตัลกับเซนติเนลต้องมีความเกี่ยวโยงกัน 

เมาริทซ์ – เราคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายถึงพลังต่อสู้ของออโตมาต้าแล้วนะ 

เซเนล – ทำไมเซนติเนลถึงตามผมมาล่ะครับ? ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

เมาริทซ์ – ดูเหมือนว่ามันเปิดระบบขึ้นมาตอนที่เธอสัมผัสคริสตัลกระมัง 

นอร์ม่า – มันอาจจะคิดว่าเซเนเซเน่เป็นป๊ะป๋าล่ะมั้ง 

เจย์ – มันไม่ใช่ลูกนกนะครับ 

นอร์ม่า – เป็นที่นิยมนี่ดีนะ ใช่ไหม เซเนเซเน่? 

เซเนล – เลิกพูดเถอะน่า 

เมาริทซ์ – พวกเธอเห็นออโตมาต้าจำนวนมากในสุสานใช่ไหม? ถ้าใครที่มีความสามารถเพียงพอ ก็จะสามารถใช้คริสตัลเสียงกระซิบ ควบคุมพวกมันทั้งหมดได้ ถ้ารวมพลังของออโตมาต้ากับสิ่งประดิษฐ์นี้จากอาณาจักรเทลเซส พวกเราชาววารี และพวกเธอชาวพื้นดินซึ่งเตรียมตัวไว้แล้ว พวกเราก็พร้อมกับสู้กับวากรัฟ 

วิล – พันธมิตรยังก่อตั้งไม่สำเร็จใช่ไหมครับ? 

เมาริทซ์ – สารตอบรับพึ่งมาถึงตอนที่เธออกไปกัน ทัพพันธมิตรได้เกิดขึ้นแล้ว 

วิล – งั้นหรือครับ 

เมาริทซ์ – ทั้งหมดเป็นเพราะสารของเธอ วิล ขอบคุณมาก 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ได้ว่าถกกันเรื่องรายละเอียดแล้วครับ 

เมาริทซ์ – เธอคงจะเป็นฝ่ายวางกลยุทธ์ของพันธมิตรที่กล่าวถึงในสารสินะ 

ทุกคนหันไปมองอย่างไม่อยากเชื่อ 

เจย์ – เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นล่ะครับ 

วิล – เธอสั่งมาแบบนั้นหรือ? 

เจย์ – ก็ใช่ครับ 

 

ทุกคนล้มวงกันในห้องประชุม โดยเมาริทซ์กับเจย์เป็นผุ้นำ 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นให้ผมอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันก่อน 

เขาวางแผนที่โลกไว้บนโต้ะประชุม แล้วชี้ไปทางตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ 

เจย์ – ตอนนี้เลกาซี่ลอยลำอยู่บริเวณนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวากรัฟกำลังตั้งเส้นทางเรือไปที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาเรีย 

เขาชี้ไปที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแผ่นดิน 

นอร์ม่า – นั่นมันประเทศของคูนี่... 

เจย์ –พวกเขากำลังทำสงครามกับอาณาจักรครูแซนด์ของวากรัฟอยู่ 

โคลเอ้ – ฮึ 

เจย์ – ด้วยความเร็วขนะนี้ คงจะอีกไม่นานนักก่อนที่เลกาซี่จะไปถึงชายฝั่งของกาโดเรีย และถ้าคำนวณพิสัยการยิงของปืนใหญ่เนลเฟสแล้วล่ะก็ พวกเราจะมีเวลาน้อยลงไปอีก 

เซเนลหันไปมองโคลเอ้ซึ่งมีสีหน้ากังวล 

นอร์ม่า – นายเป็นห่วงคูเหรอ? 

เซเนล – ไม่ใช่แบบนั้นหรอก... 

นอร์ม่า – ฉันว่านายเชียร์เธอได้นะ... 

เซเนล – ชั้นเรอะ? 

วิล – ถึงจะมีทัพพันธมิตรแล้ว แต่สถานการณ์ของพวกเราก็ยังอันตรายอยู่นะ 

เจย์ – ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข่าวร้ายหรอกครับ ตราบใดที่พวกเรายังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอยู่ ก็จะไม่มีเรือลำใดเข้ามาเทียบท่ากับเลกาซี่ได้ หมายความว่าวากรัฟไม่สามารถนำกองหนุนเข้ามาเพิ่มได้ 

วิล – ถ้าอย่างนั้นพวกเราสามารถจัดการได้ด้วยกองทัพผสมสินะ? 

เจย์ – อาจจะดีกว่าถ้าจะพูดว่า “พวกเราอาจจะสามารถจัดการได้” นะครับ 

เมาริทซ์ –พวกเราต้องดูรายละเอียดของแผนก่อน 

เจย์ – พวกเราจะประชุมเรื่องกลยุทธ์เดี๋ยวนี้ครับ คุณวิลเชิญเข้ามาร่วมกับพวกผมด้วย 

เขาหันมาหาคนอื่นๆ 

วิล – ใช้โอกาสนี้ไปพักผ่อนเถอะ อย่าออกไปจากฐานล่ะ 

นอร์ม่า – ได้ค่า 

 

เซเนลยังนั่งอยู่ในห้องประชุมซึ่งเจย์ วิล และเมาริตซ์กำลังประชุมกันอยู่ คนอื่นๆนั้นออกไปกันหมดแล้วยกเว้นโคลเอ้ “คูลริดจ์” 

เซเนล – อะ....มีอะไรเหรอ? 

โคลเอ้ – คือ ฉัน.... 

เธอเดินเข้ามากระซิบข้างหู “ฉันอยากจะพูดกับนายตามลำพัง แค่สองคนเท่านั้น ถ้ามืดแล้วนายจะ.......นายจะไปพบฉันที่ข้างๆน้ำพุได้ไหม?” 

เซเนล - .....ตกลง 

โคลเอ้ – ขอบคุณ ฉันจะรอที่นั่นนะ 

 

เมื่อกลางคืนมาถึง ถึงทุกคนนอนหลับไปกันหมดแล้ว เซเนลลุกออกจากห้องพักไปตามที่เธอนัด 

เซเนล – เธอรอนานไหม? 

โคลเอ้ – ไม่หรอก สบายมาก 

เซเนล – แล้วเธออยากจะพูดกับชั้นเรื่องอะไรล่ะ? 

โคลเอ้ – ฉันอยากจะฝึกกับนาย แล้วนายก้เป็นคนเดียวที่รู้ว่าฉันมาที่นี่ทำไมด้วย 

เซเนล – อ้อ ได้สิ 

โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ! 

 

ขณะเดียวกัน.... 

เชอรี่ – ขอร้องล่ะ หยุดเรือเถอะ! 

วากรัฟ – ถ้าเจ้าอยากจะให้หยุดมากขนาดนั้น ทำไมถึงไมปลดปล่อยพลังของเจ้าออกมาล่ะ? เมลเนสน่ะสามารถควบคุมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเลกาซี่ได้ด้วยแค่ความประสงค์เท่า นั้น 

เชอรี่ – ฉัน... 

วากรัฟ – หรือว่าเจ้าทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีเซเนลที่รักอยู่ข้างๆ? ข้าเริ่มเบื่อกับความอ่อนด้อยของเจ้าแล้ว ข้าเริ่มสงสัยว่าจริงๆแล้วเจ้าคงเป็นเมลเนสที่ไม่เอาไหนมากกว่า! 

เชอรี่ -....... 

“เธอทำพิธีรับสิทธิ์ล้มเหลวนี่!” 

“เชอรี่จะใช้พลังของเธอไม่ได้อีกแล้ว.....” 

“แล้วพวกเราจะเป็นยังไงล่ะ?” 

เมลานี่ – ท่านผู้บัญชาการ การเตรียมตัวสำหรับพี่สาวของนางเสร็จสิ้นแล้วค่ะ 

วากรัฟ – ดีมาก 

เชอรี่ได้สติจากภวังค์เมื่อได้ยินคำพูดถึงพี่สาว 

เชอรี่ – พี่สเตล่า! 

เธอหันไปมองที่ผลึกแก้วทั้งสองที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ซึ่งทหารได้นำร่างของสเตล่าไปตรึงเอาไว้ภายใน 

เชอรี่ – พวกคุณจะทำอะไรกับพี่น่ะ ?! 

วากรัฟ – พวกข้ากำลังจะเติมพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟส .... ด้วยชีวิตของนาง 

เชอรี่ – อย่านะ! คุณกำลังจะฆ่าเธอนะ! หยุดเถอะ! ขอร้องล่ะ อย่าดึงชีวิตของเธอออกไปเลย! 

หน้าของเธอผงะไปข้างหนึ่งเมื่อวากรัฟเข้ามาตบอย่างแรง 

เชอรี่ – อ๊า! 

วากรัฟ – อย่ากังวลเลย เจ้าจะได้ไปร่วมมือกับเธอเร็วๆนี้ล่ะ เจ้าอาจจะเป็นเมลเนสที่ไม่ได้ความ แต่เจ้าก็น่าจะพอเป็นพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟสได้ 

เชอรี่ – อึ่ก... 

วากรัฟ – หึๆๆๆ! 

 

เซเนลกับโคลเอ้เดินอ้อมไปด้านหลังฐานซึ่งเป็นแอ่งน้ำตื้นๆขนาดย่อม 

เซเนล – พวกเราไม่มีใครที่จะรักษาแผลให้ได้ ต้องระวังกันหน่อยนะ 

โคลเอ้ – ฉันขอโทษนะที่ต้องให้นายมาทำแบบนี้ด้วย 

เซเนล – อย่าขอโทษเลย เธอไม่ได้บังคับให้ชั้นทำอะไรนี่ ชั้นทำเพราะชั้นอยากจะทำ เหมือนกับเธอ 

โคลเอ - ....ตกลง 

 

หลังจากสู้กับปีศาจแถวๆนั้นไปซักพักหนึ่ง ทั้งสองคนก็มาพักเหนื่อยกันชั่วครู่ 

โคลเอ้ – จริงๆแล้วนายเป็นคนแรกที่ฉันเลยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยนะ 

เซเนล –ก่อนจะมาเลกาซี่ชั้นก็สู้คนเดียวมาตลอดเหมือนกัน 

โคลเอ้ – ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะสบายแค่ไหนที่มีใครอยู่ข้างๆนอกจากนาย เอ่อ....อืม ฉันหมายถึงว่า.... ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันหมายถึงอะไร.... 

เซเนล – ชั้นก็เหมือนกัน มีเธออยู่ข้างๆก็ทำให้ชั้นมั่นใจขึ้นมาก 

โคลเอ้ – อะไรกัน?..... 

เซเนล – เอาล่ะ อีกซักรอบไหม? 

โคลเอ้ – อ้ะ เอาสิ 

เธอลุกขึ้นมองเขาเหมือนจะเอ่ยปากขอโทษ 

โคลเอ้ - คูลริดจ์ 

เซเนล – ชั้นบอกแล้วไงว่าเธอไม่ต้องขอโทษน่ะ 

โคลเอ้ - ........ขอบใจนะ 

เซเนล - .... 

 

และแล้วทั้งสองคนก็นั่งพักอีกรอบ เซเนลเอนหลังลงนอน 

เซเนล – เฮ้อ... 

โคลเอ้ – นายเหนื่อยแล้วหรือ? 

เซเนล – นิดหน่อยน่ะ แล้วเธอล่ะ? 

โคลเอ้ – อืม นิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดีนะ 

เซเนล – ดีจริงๆนะ ลมกลางคืนน่ะ 

โคลเอ้ – ใช่........ 

เธอนิ่งเงียบ คิดอะไรคนเดียวอยู่ซักพัก 

โคลเอ้ – ฉัน..ถามอะไรนายหน่อยได้ไหม? คุณสเตล่าเป็นคนแบบไหนหรือ? 

 

... 

เขานอนอยู่ข้างๆเธอใต้ร่มไม้ใหญ่..... 

“เอ้า ก็ได้ เราสองคนอยู่แบบนี้นานอีกหน่อยก็ได้....” 

.... 

เธอกำลังพูดกับเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นไย 

“ ฉันเป็นห่วงเธอนะ เป็นห่วงจริงๆ เข้าใจไหม?” 

… 

เธอพยายามวิ่งหนีเขา 

“ ถอยไปเถอะเซเนล อย่าหยุดฉันไว้เลย ฉันจะไป” 

.... 

เซเนล – เธออ่อนโยน เอาใจใส่..... แต่ถ้าเธอตัดสินใจเรื่องอะไรแล้วเธอก็จะดื้อบ้าง 

.... 

กลางหมู่บ้านที่เต็มไปกองเพลิงลุกไหม้ แสงสีทองเปล่งออกมาจากตัวของสเตล่า 

“ พวกนั้นตามล่าเชอรี่อยู่ ฉันจะอยุ่ที่นี่แล้วถ่วงเวลาให้เอง เธอพาเชอรี่แล้วหนีไปเถอะนะ” 

... 

สเตล่าเดินออกมาจากบ้านคนเดียว เธอส่ายศีรษะอย่างเศร้าๆขณะที่เขาเดินออกมาพอดี เซเนลหันกลับไปดูในบ้าน และสเตล่าก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

“เราสองคนอยู่แบบนี้....นานอีกหน่อยได้ไหม?......” 

... 

เซเนล – เธอฉลาดและกล้าหาญด้วย แต่ถึงอย่างนั้นบางทีเธอก็ดูอ่อนแอ..... 

เขาลุกขึ้นมานั่งด้านหน้าโคลเอ้ 

เซเนล – ชั้นพบเธอครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน สเตล่า เชอรี่ กับชั้น จะอยู่ด้วยกันเสมอ...... กองทัพของวากรัฟโจมตีหมู่บ้านเมื่อสามปีก่อน สเตล่าล่าจะอยู่ที่นั่นแล้วถ่วงเวลาไว้ให้ ชั้นกับเชอรี่จึงหนีออกมาได้ 

เขาก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย 

เซเนล – ชั้นพาเชอรี่ไปไว้ที่ปลอดภัย แล้วกลับไปหาสเตล่า... แต่ถึงเวลานั้น...... 

เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างมุ่งมั่น “เป็นความผิดของชั้นเธอเลยถูกจับไป ครั้งนี้ ชั้นจะช่วยเธอบ้าง ชั้นต้องช่วยเธอ และเชอรี่ด้วย 

โคลเอ้ลุกขึ้นบ้าง “ฉันจะช่วยนายด้วย” 

เซเนล – โคลเอ้.... 

โคลเอ้ – พวกเราจะทำทุกอย่างที่จะพาพวกเธอกลับมา 

เซเนล - .....ใช่ 

เสียงดังซวบๆออกมาจากพุ่มไม้ 

เซเนล+โคลเอ้ – ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?! 

เสียงนอร์ม่า – มะ.....เมี้ยว! 

เสียงโมเซส – แค่กๆๆ 

ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันแล้วชักอาวุธ “มาจิน!....” 

นอร์ม่า – อ๊า! เดี๋ยวก่อนๆ! 

นอร์ม่ากับโมเซสรีบเผ่นออกมาก่อนจะโดนมาจินเคนซัด นอร์ม่าทำท่าทีโวยวายใหญ่ “พวกฉันอุตส่าห์ลำบากมาสอดแนมพวกเธอนะ แล้วพวกเธอก็เอาแต่คุยเล่นกันอยู่ได้” 

โมเซส – อั๊วะผิดหวังจริงๆ! 

นอร์ม่า- ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังกลางดึก! ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกันหรือไง?” 

เธอมองทั้งสองคนซึ่งเหงื่อออกจากการฝึกซ้อม ก่อนทำหน้าตกใจ “อ้ะ! ทั้งสองคนเปียกโชกเลยอ้ะ!” 

โคลเอ้รีบโบกมือโวยวายเมื่อได้ยินแบบนั้น “อะ....เธอหวังอะไรไว้หรือไง? พวกฉันกำลังฝึกซ้อมกันต่างหากนะ!” 

เธอมองตัวเองกับเซเนลแล้วพูดก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกมาจากเขา “นี่ฉันเหงื่อออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?...” 

เซเนล – มีอะไรเหรอ? 

โคลเอ้ – ไม่มีอะไร..... 

โมเซส – งั้นถ้าพวกเอ็งฝึกอยู่ อั๊วะก็ขอร่วมด้วยคนสิ! เซเนล อั๊วะเอ็งมาแข่งกันดีกว่าว่าใครจะจัดการปีศาจได้มากที่สุด! 

 

รุ่งเช้า ทุกคนก็กลับเข้ามาในอาคาร.. 

นอร์ม่า – ฮ้าว......โอย... ง่วงจังเลยแฮะ 

โมเซส – รู้สึกยังกะมีใครเอากาวมาทาตาอั๊วะเลย.... 

ทั้งสองคนหลับทั้งยืน โดยไม่เห็นว่าเซเนลกับโคลเอ้กำลังมองด้านหลังของทั้งสองคน ซึ่งวิลกำลังเงื้อหมัดเตรียมเคาะกะโหลกเต็มที่...... โป๊ก! 

นอร์ม่า+โมเซส – อ๊อย! / อ๊อก! 

วิล – ตื่นแล้วหรือยัง? 

นอร์ม่า - .....ตื่นแล้วค่า 

เจย์และเมาริทซ์เดินเข้ามาในห้องประชุม 

เจย์ – เอาล่ะครับ พวกเราจะเริ่มประชุมวางกลยุทธ์กันได้หรือยัง? 

 

Continue……….. 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:35 pm----------

Topic #32 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land