Chapter 4 –The War-Torn Land
เมาริทซ์นำทางพวกเซเนลข้ามฟากไปอีกด้านของเลกาซี่ และมาหยุดหน้าป่าที่หนาทึบ
เมาริทซ์ – ที่นี่คือฐานแห่งหนึ่งของพวกเรา
ทุกคนหันไปมองซ้ายมองขวาแล้วทำหน้าประหลาดใจ นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับโคลเอ้
นอร์ม่า – เขาเรียกที่นี่ว่าฐานเหรอ?? ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่หน่านอกจากต้นไม้น่ะ
โคลเอ้ – อาจจะเป็นค่ายล่ะมั้ง?
นอร์ม่า – อะไรนะ? พวกเราต้องนอนกลางดินกินกลางทรายกันเหรอ?!
วิล – อย่าบ่นสินอร์ม่า
นอร์ม่า –โธ่ ขอร้องล่ะ...
โมเซส – เหมาะกับอั๊วะเด้ะเลย
นอร์ม่า – นั่นเพราะนายเป็นคนป่าน่ะสิ
เมาริทซ์หันไปยกมือแตะต้นไม้เบื้องหน้า จู่ๆทิวทัศน์ที่เคยเป็นป่าไม้ก็เลือนหายไป กลายเป็นสะพานสีแดงที่นำไปสู่ฐานจริงๆ!
โมเซส – อะ.....เมื่อกี้ทำอะไรน่ะ?
เมาริทซ์ - พวกเราสร้างสนามพลังเพื่อใช้หลบเลี่ยงไม่ให้มีใครที่อาจจะเป็นศัตรูมาพบเห็นเข้าน่ะ
นอร์ม่า – ว้าว เลิศเลย!
เมาริทซ์ - ถ้าเช่นนั้นก็เข้าไปกันเถอะ
เขานำทางทุกคนไปข้างใน และพบว่าวอลเตอร์กำลังยืนรออยู่ที่หน้าทางเข้าอาคาร
เซเนล – นาย!
เมาริทซ์ - อ้อ จริงสิ เธอเคยช่วยวอลเตอร์เอาไว้ด้วยสินะ เราต้องขอขอบใจจริงๆ
นอร์ม่า – แย่จังที่วอลลี่ไม่เคยขอบคุณพวกเราเองน่ะ
โคลเอ้ – ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนะ
โมเซส – แล้วก็เลิกเรียกหมอนั่นว่า “วอลลี่” อย่างกับเขาเป็นเพื่อนซักทีเถอะ
เซเนลกับวอลเตอร์มองหน้ากันไม่พูดไม่จา ก่อนเขาจะหันไปรายงานเมาริทซ์
วอลเตอร์ – พวกผมกำลังจะมุ่งหน้าไปเพื่อนำคริสตัลเสียงกระซิบกลับมาครับ
เขาเดินนำชาววารีอีกสองคนออกไปจากค่าย
เมาริทซ์ - เข้ามาข้างในกันก่อนสิ
ภายในห้องประชุม ทุกคนกำลังสนทนากับเมาริทซ์และเฟนิมอร์
เมาริทซ์ - เราขอเสนอให้พวกเธอใช้ที่ได้ตามสบาย ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่สะดวกสบายอะไรนัก เพราะไม่มีสิ่งใดอยู่ใกล้ๆเลย แต่ก็เหมาะสมที่จะใช้ซ่อนตัวมาก
นอร์ม่า – เยี่ยม ขอบคุณค่ะ!
เซเนล – แล้วสเตล่ากับเชอรี่---
วิล – ผมอยากจะรู้ว่าคุณ—
เมาริทซ์ – ค่อยๆพูดมาทีละคนก็ดีนะ
เซเนล - กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับสเตล่าและเชอรี่ครับ?
เมาริทซ์ - ....หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเธอก็คงถูกใช้เพื่อยิงปืนใหญ่เนลเฟสแน่ๆ
เซเนล – ถูกใช้?
เมาริทซ์ – พวกเราชาวเฟลเนส เป็นต้นกำเนิดพลังของปืนใหญ่นั้น มันมีต้นกำเนิดมาจากชีวิตของพวกเราเอง
เซเนล – อะไรนะครับ?!
นอร์ม่า – คุณหมายความว่าพวกเธอจะถูกใช้เหมือนเป็นลูกกระสุนเหรอคะ?
เมาริทซ์ – บันทึกทางประวัติศาสตร์บอกกับพวกเราว่าชาวเฟลเนสจำนวนมากต้องสละชีวิตทุกครั้งที่ปืนนั้นถูกยิงออกไป
เซเนล – พวกเขาจะสร้างของแบบนั้นไปทำไมกันน่ะ?!
เมาริทซ์ –เพราะเช่นนั้นมันจึงถูกพันธนาการเอาไว้ มันเป็นอุปกรณ์ที่เลวร้ายมากๆ และหนำซ้ำวากรัฟก็ยังเป็นคนปลุกมันขึ้นมาอีก
เซเนล – สเตล่า.... เชอรี่.....
เมาริทซ์ – เธอมีคำถามอะไรอีกไหม?
วิล - ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่คุณต้องบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของคุณแล้ว แน่นอนว่าคุณไม่ได้ให้การต้อนรับเช่นนี้ให้ฟรีๆแน่ๆ
เมาริทซ์ - .... อา ช่างรอบคอบจริงๆ ถูกต้องแล้ว เราไม่ได้ไปช่วยพวกเธอเพราะคำขอของเฟนิมอร์อย่างเดียวหรอก ชาววารีต้องการจะเป็นพันธมิตรกับพวกเธอ กับชาวพื้นดิน เป้าหมายของเรานั้นก็คือการช่วยเชอรี่และสเตล่าจากเงื้อมมือของวากรัฟ
วิล – คุณต้องการเป็นพันธมิตร...กับพวกเราหรือ?
เมาริทซ์ – หากจะให้ระบุแล้ว ก็คือ”จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลีย” ที่สนับสนุนคุณอยู่น่ะ วิล
นอร์ม่า – จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลี่ยนเหรอ?!
โมเซส – นี่ แม่ฟองสบู่
โคลเอ้ – ทำไมถึงเป็นเรกซาเลียคะ? แล้วที่ว่าสนับสนุนเรย์นาร์ดนี่คืออย่างไร?
โมเซส - .... นี่ โคลเอ้
วิล – จริงๆแล้วคุณรู้มากแค่ไหนครับ?
เมาริทซ์ – เมื่อเร็วๆนี้พวกเรารู้ว่าเรกซาเลียมีกองทหารอยู่จำนวนมากบนเรือลำนี้
นอร์ม่า+โคลเอ้ - !
นอร์ม่า – คุณจะพูดว่าสาเหตุที่ทุกประเทศในโลกได้ปล่อยเรือลำนี้ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวก็เพราะ.....
โคลเอ้ - ......เพราะว่าที่นี่อยู่ใต้การควบคุมของเรกซาเลียหรือคะ?
วิล – ขอบอกเอาไว้ก่อนนะ “เลกาซี่ไม่ได้เป็นของชาติใดทั้งสิ้น”
โมเซส – แล้วจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลียนี่มันอะไรน่ะ?
วิล – มันคือจักรวรรดิที่ปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ใจกลางของแผ่นดินใหญ่ พลังของจักรวรรดินั้นล้ำหน้ามากกว่าประเทศเคียงข้าง หลายคนก็คิดกันว่าที่นี่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แล้วถ้าพวกเรายอมเป็นพันธมิตรกันจริงๆ พวกเราจะมีโอกาสชนะได้จริงๆหรือครับ?
เมาริทซ์ – ใช่ แต่ก็เพียงแค่ในตอนนี้เท่านั้น
นอร์ม่า – ว้าว....
เซเนล โคลเอ้ และโมเซสลุกขึ้นยืนพร้อมๆกัน
โมเซส – เรื่องนั้นมันจริงเหรอ?
เมาริทซ์ – เราคงไม่พูดแบบนั้นถ้าไม่จริงหรอก
โคลเอ้ – เรย์นาร์ด พวกเราต้องโน้มน้าวให้พันธมิตรนี่เกิดขึ้นนะ
เซเนล – เอาเลยสิ วิล!
วิล - .....ก็ได้ ฉันจะทำหน้าที่เป็นคนกลางให้ก็แล้วกัน
เซเนล+โคลเอ้ – เยี่ยม!
โมเซส –วู้ฮู้!
เมาริทซ์ – เราต้องขอบคุณคุณแล้ว เราจะไปเตรียมเขียนสารทันที
โมเซส – ย้าฮู้! เรื่องนี้มันจบไม่นานนักหรอกน่า!
โคลเอ้ – ตอนที่ฉันเห็นว่าเรื่องมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันต้องยอมรับจริงๆว่าคิดไปว่ามันสิ้นหวังแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสอยู่บ้าง พวกเรายังไม่ต้องยอมแพ้ตอนนี้แล้วล่ะ
วิล – พวกเธอทุกคน รออยู่ที่นี่จนกว่าจะเรื่องจะจบลงเถอะนะ
นอร์ม่า – เรื่องเหรอ?
วิล – จนกว่าสงครามจะสิ้นสุด
โมเซส – อั๊วะต้องล้างแค้นให้ลูกน้องนะ!
โคลเอ้ – ฉันก็มีคนที่ต้องไปเจอหน้าอยู่ด้วย!
เซเนล – สเตล่ากับเชอรี่กำลังอยู่ในอันตราย ชั้นไม่ยอมทิ้งพวกเขาไว้หรอก!
วิล – สงครามน่ะไม่ใช่ที่ของเด็ก และที่พวกเธอกำลังแสดงออกมานั่นล่ะคือเด็ก! ฉันเป็นกังวลเรื่องนี้มากที่สุด พวกเธอไม่เข้าใจหรือ? เวลามีเรื่องเกี่ยวกับวากรัฟ พวกเธอสามคนจะอารมณ์ร้อนเกินไป พวกเธอน่ะจะวิ่งไปคนเดียวกลางสนามรบโดยทิ้งคนอื่นไปไม่ได้หรอก
โคลเอ้ – พวกฉันไม่มีทาง—
วิล – ไม่หรือ? แล้วในป่าไร้หวนกลับเกิดอะไรขึ้น?
ทั้งสามคนก้มหน้าหน้านิ่งกันหมด
วิล – เซเนล... พวกเธอทุกคน พวกเธอทำได้ดีมากแล้ว ตอนนี้ไปพักผ่อน แล้วปล่อยที่เหลือให้พวกเราจัดการเถอะ
เมาริทซ์ – เฟนิมอร์ พาพวกเขาไปที่พักชั้นล่างด้วย
เฟนิมอร์ - ค่ะ ตามฉันมาทางนี้ค่ะ
กลางดึกคืนนั้น เซเนลซึ่งข่มตานอนไม่หลับอยู่คนเดียวเดินออกไปนอกอาคาร เขาเงยหน้ามองฟ้าและนึกถึงเรื่องราวในสมัยก่อน.... เขา เชอรี่ และสเตล่าเล่นกันอยู่ใต้ร่มไม้
เชอรี่ – พี่เซเนล ดูนี่นะ แต่นแต๊น!
เธอชูมือทั้งสองขึ้น และปรากฏปีกแสงสีฟ้าออกมาลอยอยุ่เหนือตัวเธอ
เซเนล – ผีเสื้อเหรอ?
เชอรี่ – มันคือ ”เทลเคส” ค่ะ
เทลเคสของเธอสลายไป
สเตล่า – มันหมายถึง “ปีกแห่งการเริ่มต้น” พวกเรากล่าวกันว่าเมื่อเฟลเนสคนใดสามารถเรียกปีกนั้นออกมาได้ ชีวิตของคนๆนั้นในฐานะของผู้ใหญ่ก็จะเริ่มต้นขึ้น
เชอรี่ – เทลเคสของทุกคนก็จะต่างกันไป ทั้งรูปร่าง และสีสัน....
เซเนล – เธอก็ทำได้ด้วยเหรอ สเตล่า? ขอดูหน่อยสิ
เชอรี่ - ........
หญิงสาวส่ายหน้าส่งเสียงเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ
เซเนล – แบบนั้นทำให้ชั้นอยากเห็นมากกว่าเดิมอีกนะ.....
สเตล่า – ฮะๆ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ
เชอรี่ – ฮึ
เชอรี่ทำหน้าบูดก่อนลงมานั่งข้างๆเขา “ถ้าหนูทำพิธีรับสิทธิ์เมื่อไหร่ หนูก็จะสร้างเทลเคสที่ใหญ่ขึ้นได้อีก”
เซเนล – งั้นเหรอ?
เชอรี่ – หนูจะให้พี่เซเนลดูบ่อยๆจนไม่สนใจของพี่สเตล่าเลย
……
เขารู้สึกตัวจากภวังค์ เมื่อรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาหา โคลเอ้นั่นเอง
เซเนล – โคลเอ้?.....
โคลเอ้ – คูลริดจ์... ฉันขอพูดกับนายซักหน่อยได้ไหม?
ทั้งสองคนนั่งลงพูดคุยกัน
โคลเอ้ – จริงๆแล้ว ที่เรย์นาร์ดพูดก็ถูกนะ
เซเนล – อะไรเหรอ? ที่ว่าพวกเราเป็นเด็กน่ะเหรอ?
โคลเอ้ – ฉันเคยแต่สนใจกับตัวเอง จนไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัว เอาแต่มองโลกแคบแบบนั้นน่ะน่าสมเพชจริงๆ สมแล้วล่ะที่ใครๆก็เรียกฉันว่าเด็ก
เซเนล - .....
โคลเอ้ - ฉันยังไม่ใช่อัศวินจริงๆหรอกนะ....
เซเนล – หา?
โคลเอ้ – ตระกูลวาเลนส์นั้นเป็นอัศวิน แต่ครอบครัวของฉันก็ไม่ใช่อีกแล้ว
เซฌนล – สติงเกิ้ลเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?
โคลเอ้ – ใช่ ห้าปีก่อน เขาฆ่าพ่อแม่ของฉันไปต่อหน้าต่อตา...
เซเนล – อะไรนะ?
โคลเอ้ – เขาซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากาก แต่ฉันมันใจว่าเป็นเขาแน่ๆ ฉันมาที่เลกาซี่เพื่อล้างแค้นให้พ่อกับแม่
เซเนล - .... ทำไมเธอถึงบอกเรื่องนี้กับชั้นล่ะ?
โคลเอ้ – ฉันแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่ฉันรู้เรื่องของนาย แต่นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย.....
เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างหน้าคนเดียว
โคลเอ้ – นายคิดจะไปคนเดียวอีกหรือ? ที่นายกำลังทำอยู่มันไม่ใช่ความกล้านะ มันคือความบ้าระห่ำ
เซเนล – เงียบน่า....
โคลเอ้ – นายก็รู้นี่ว่าไม่มีโอกาสชนะถ้าบุกเข้าไปคนเดียว!
เซเนล – เงียบน่า! เชอรี่กับสเตล่า ทั้งคู่กำลังทรมานอยู่ทุกนาที แล้วถ้าไม่มีใครทำอะไรเลย พวกเธอก็จะตาย! แล้วเธอยังจะให้ชั้นนั่งอยู่ที่นี่โดยไม่ทำอะไรเหรอไง? ถึงพวกชั้นจะไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด แต่ชั้นก็ยัง----
โคลเอ้ – นายพูดถูกแล้ว เพราะอย่างนั้นฉันถึงจะไปกับนายด้วย
เซเนล - !
โคลเอ้ – อย่าคิดว่านายเป็นคนเดียวที่กำลังทรมานสิ ฉันก็มีความภักดีกับบ้านเกิดเมืองนอน และมีความเกลียดชังศัตรูของฉัน....ฉันก็โกรธแค้นเหมือนกับนาย ฉันทนยืนอยู่เฉยๆแล้วรอให้เรื่องราวมันผ่านไปไม่ได้หรอก
เธอเดินเข้ามาพูดเบื้องหน้าเขา “ฉันคิดว่าพวกเราจะแก้ปัญหาที่เรย์นาร์ดเป็นห่วงได้นะ ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันและกันแล้ว พวกเราก็น่าจะร่วมงานกันได้”
เซเนล - ....
โคลเอ้ - ใช่ไหมล่ะคูลริดจ์? หรือว่านี่ฉันเพ้อฝันไปเองน่ะ?
เขายื่นมือมาให้ “ไม่หรอก ไม่ใช่เพ้อฝันหรอก”
โคลเอ้ – คูลริดจ์!
เธอเอื้อมไปจับมือของเขา “ดูเหมือนว่าเราจะได้เป็นพันธมิตรกันก่อนใครแล้วนะ”
เซเนล – ใช่
นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ!
เจ้าของเสียงกับโมเซสวิ่งออกมาจากอาคาร
โมเซส – พวกอั๊วะก็จะไปด้วย อั๊วะไม่เข้าใจเรื่องการเมืองหรอก แต่อั้วะรู้ว่าพวก็งไม่ยอมทิ้งอั๊วะไปลุยกันเองหรอก
โคลเอ้ – รู้ไหม ดูเหมือนว่าพวกเราจะคิดเหมือนกันหมดเลยนะ
นอร์ม่า – พวกเรามีคลื่นสมองเดียวกันนี่! แล้วตาบ้าที่ไหนมาบอกนะว่าพวกเราไปด้วยกันไม่ได้?
เฟนิมอร์ – พวกคุณทำถึงขนาดนี้เพื่ออะไรคะ?
เฟนิมอร์เดินออกมาอีกคน เธอเดินตรงไปหาเซเนล “พวกเขาบอกให้คุณพักได้แล้ว แล้วทำไมยังดึงดันที่จะไปอีกล่ะ? ….ฉันก็เป็นห่วงเชอรี่ แต่ฉันก็ออกไปที่สนามรบไม่ได้!”
โคลเอ้ – พวกฉันแค่พยายามทำเรื่องทำได้ค่ะ
นอร์ม่า – เธอหมายความว่าเรื่องเดียวที่พวกเราทำได้หรือเปล่า?
เซเนล – พวกเราอาจจะเป็นแค่กลุ่มเด็กซุ่มซ่ามงี่เง่า
นอร์ม่า – นายยอมให้เขาพูดถึงแบบนั้นได้เหรอ โมสุเกะ?
โมเซส – ไม่ใช่แค่อั๊วะซักหน่อย แม่ฟองสบู่!
เซเนล – แต่เธอรู้ไหม......
เขาหันไปมองทุกคน “นี่ล่ะคือพวกเรา”
เฟนิมอร์ – พวกคุณ.....
เซเนล – นอกจากนั้นเธอก็ยังมีสิ่งที่ทำได้นะ เฟนิมอร์
เฟนิมอร์ – มีด้วยหรือคะ?
เซเนล – คิดถึงเชอรี่เอาไว้
เฟนิมอร์ – นั่นจะช่วยได้หรือคะ?... เหมือนกับที่เชอรี่บอกไว้...
เซเนล - ?
เฟนิมอร์ – ฉันยังเชื่อชาวพื้นดินไม่ได้หรอกค่ะ
เซเนล – เฟนิมอร์....
เฟนิมอร์ – แต่ฉันเชื่อเชอรี่ และเธอพูดว่าทุกคนไม่ได้ทำหรือคิดเหมือนกัน
เซเนล - ....ใช่
เฟนิมอร์ – ฉันจะไม่ให้อภัยคุณถ้าคุณทรยศกับความเชื่อมั่นนั้นของเธอ ฉันจะคอยเฝ้าดูคุณเอง
เซเนล – ก็ได้ ขอบใจนะ เฟนิมอร์
เฟนิมอร์ – แต่ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย.....
นอร์ม่า – เอ้าๆ ได้เวลาคิดกันแล้วนะว่าพวกเราจะทำอะไรกันดี
วันรุ่งขึ้น ทั้งสี่คนก็รวมกลุ่มกันไปหาเมาริทซ์และวิล
เซเนล – ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรด้วยเถอะ
โคลเอ้ – พวกฉันจะทำตามคำสั่งของคุณ พวกเราจะไม่วิ่งไปคนเดียวอีกค่ะ
โมเซส – จะให้สู้รบที่แนวหน้า หรือจะให้แบกเสบียง หรืออะไรก็เหอะ บอกมาเลย พวกอั๊วะจะทำเอง
นอร์ม่า – ขอร้องนะค้า!
วิล – เฮ้อ
เซเนล – พวกชั้นพูดเรื่องนี้กันทั้งคืนแล้ว ขอร้องล่ะ
โคลเอ้ –พวกฉันรู้ว่าสิ่งที่พวกฉันอยากจะทำ กับสิ่งที่พวกฉันต้องทำแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นได้โปรดเถอะค่ะ
ทั้งสี่คนก้มหัวเป็นการขอร้อง
วิล – พันธมิตรน่ะยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเลย พวกเธอน่ะไปไกลเกินไปแล้วนะ
นอร์ม่า – หมายความว่า?....
วิล – ฉันไม่เห็นด้วยกับคำขอของพวกเธอ
นอร์ม่า – ทำไมล่ะ!
วิล – เพราะนี่กำลังจะกลายเป็นสงคราม และในสงครามก็ไม่มีที่สำหรับความรู้สึกส่วนตัวนะ
เด็กหนุ่มชาววารีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องประชุม ท่าทางตื่นตระหนก “หัวหน้าครับ! รีบไปเถอะ! วอลเตอร์เขา!”
เมาริทซ์ – เขาเป็นอะไรไปหรือ?
ที่ทางเข้าอาคารนั้น วอลเตอร์นั่งทรุดตัวอยู่ข้างๆชาววารีที่นอนอยู่ข้างๆ เฟนิมอร์รีบลงไปนั่งดูอาการของผู้ที่นอนอยู่
เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น?
เด็กหนุ่ม – พวกเราถูกปีศาจที่อยู่ที่นั่นไล่ล่ามาครับ
เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ล้มเหลวในการนำคริสตัลเสียงกระซิบมาสินะ นี่ทำให้แผนของเราติดขัดจริงๆ
วิล – มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือครับ?
เมาริทซ์ – มันคือกุญแจสำคัญที่กุมชัยชนะของพวกเราเอาไว้
นอร์ม่า – อ้ะ! อ้ะ อ้ะ! นี่!
เธอคิดอะไรได้ รีบชูมือเสนอตัวทันที
นอร์ม่า – ถ้าเป็นแบบนั้นพวกฉันก็จะไปเอาคริสตัลเสียงกระสับกระส่ายอะไรนั่นมาให้เองค่า!
เมาริทซ์ – เธอหรือ?
นอร์ม่า – แล้วหลังจากที่พวกเราเอามันกลับมาแล้วคุณก็จะได้ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรได้!
วิล – นอร์ม่า ทั้งสองเรื่องนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ
เมาริทซ์ – ไม่หรอก เรายินดีที่พวกเธอจะช่วย จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่พวกเราน่าจะทำกันเอง แต่พวกเราก็มีคนไม่พอด้วย
นอร์ม่า – งั้นติ๊ต่างว่าโอเคนะค้า! เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ!
โคลเอ้ – ไปที่ไหนล่ะ?
นอร์ม่า – ไปที่ไหนกันนะ??
โมเซส – หล่อนนะใจร้อนไปเยอะนะ แม่ฟองสบู่
เมาริทซ์ – คริสตัลเสียงกระซิบถูกซ่อนอยู่ในสุสานที่เหลือมาจากยุคเทลเซส ที่ๆมันอยู่เคยเป็นเกาะ แต่ตอนนี้มันก็เชื่อมต่อกับ แผ่นดินแล้ว ลองมุ่งหน้าไปทาง 11 นาฬิกาจากที่นี่ก็จะพบมันได้
นอร์ม่า – อยู่ทาง 11 นาฬิกา... เคยเป็นเกาะมาก่อน..... ตกลง ถ้างั้นฉันคิดว่า..........ไม่จริงอ้ะ!
เธอทำหน้าเหวอเมื่อรู้ว่าสถานที่ที่ว่าคือที่ไหน
เซเนล – มีอะไรเหรอ?
นอร์ม่า – คุณ.....คุณไม่ได้หมายถึงโบราณสถานกินคนนั่นน่ะนะ? ที่นั่นน่ะมีชื่อกระฉ่อนในหมู่นักล่าสมบัติ และเป็นที่เดียวที่ฉันไม่อยากย่างกรายไปเลยด้วย!
เซเนล – แต่พวกเราก็ถอยไม่ได้แล้วล่ะ ใช่ไหม ทุกคน?
โคลเอ้+โมเซส – ถูกแล้ว / เย๊ป
เซเนล – ไปกันเถอะ
ทั้งสี่คนเริ่มออกเดินทางกัน โดยโคลเอ้ต้องออกแรงผลักนอร์ม่าซึ่งตั้งท่าจะเดินสวนทางอย่างเดียว
นอร์ม่า – อย่าน้า! อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โบราณสถานกินคนอ้ะ!
วิล – รอก่อนซิ
เขาเดินตามมาหลังจากทุกคนเดินออกไปพักเดียว “ฉันจะไปกับพวกเธอด้วย”
เซเนล – นายแน่ใจเหรอ?
วิล – ฉันคงนอนซมแน่ๆถ้ารู้ว่าพวกเธอไปนอนเหลวเป๋อยู่ข้างนอกกันเอง ฉันจะให้คนอื่นไปส่งสารให้แทน
โคลเอ้ ขอบคุณค่ะ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยล่ะก็พวกเราก็มั่นใจมากขึ้นเยอะ
วิล – จริงๆเลยนะ พวกเธอนี่...
เวลานั้น เชอรี่และสเตล่าก็ถูกนำตัวไปถึงหอบังคับการของเลกาซี่........
นอร์ม่า – เฮ้อ...... มาถึงจนได้....
โมเซส – นี่ เลิกทำเป็นเซ็งอย่างนั้นเถอะน่า ให้อั๊วะกับกีทจัดการเอง!
นอร์ม่า – ถ้าฉันกำลังจะถูกกิน นายต้องมายอมให้กินแทนฉันนะ เซเนเซเน่~
เซเนล – ไม่
นอร์ม่า – ใจร้าย!
วิล – เอาล่ะ อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าวอลเตอร์ได้เข้าไปยังที่แห่งนี้ และถอยกลับไป ฉันคิดว่าพวกเราไม่ต้องกังวลมากเรื่องข่าวลือกับเรื่องเล่าต่างๆหรอก
นอร์ม่า – เอ้ะ นั่นสิ! วอลลี่ก็ยังออกไปได้เลยนี่หน่า! ไม่เห็นมีอะไรที่น่ากลัวในโบราณสถานกินคนเลยนี่! ไปเลย!
โมเซส – หล่อนนี้เปลี่ยนใจเร็วนะ...
เซเนล – ก็ไม่ใช่ว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นแบบนี้นี่นะ
โคลเอ้ – นี่ นอร์ม่า เธอน่ะไม่ได้กังวลเรื่องการบาดเจ็บสาหัสที่วอลเตอร์กับคนอื่นได้มาเลยหรือ?
นอร์ม่า – เอ่อ...นั่นสินะ
ภายในโบราณสถานนั้น ก็ดูเหมือนกับโบราณสถานทั่วไป จนน่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีชื่อว่า “กินคน” ยกเว้นแต่ที่ส่วยในของโบราณสถาน ซึ่งเป็นห้องกว้างทรงกลม และมีรูปปั้นมนุษย์ยืนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
โมเซส – ที่นี่มันอะไรเนี่ย? มีแต่รูปปั้นประหลาดๆเรียงเป็นตับเลยวุ้ย
นอร์ม่าชี้ไปที่กลางห้อง “อ๊า ดูสิ! มีเตียงด้วย ดูท่าทางสบายดีจัง!” ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปที่เตียงซึ่งตั้งอยู่กลางห้องโถงแล้วถลาเข้าไปนอนทันที
นอร์ม่า –วู้ฮู้!
วิล – นอร์ม่า! เธอต้องระวังกว่านี้หน่อยนะ!
นอร์ม่า – คร่อก...ฟี้....
เซเนล+วิล+โคลเอ้ .oO(.... หลับไปแล้วเหรอนั่น?)
โมเซส – เฮะๆๆ.... หล่อนมัน....เอ่อ... เลินเล่อจริงๆ.
โคลเอ้ – จะพูดแบบนั้นก็ได้น่ะนะ
เซเนล – ไม่สิ ที่นี่มีอะไรบางอย่างแปลกๆ!
ทุกคนวิ่งไปหา ซึ่งนอร์ม่าก็งัวเงียตื่นมา “หือ? อ้ะ อรุณสวัสดิ์ เซเนเซเน่!”
เซเนล – ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานอนหลับนะ! เตียงนี่มีอะไรอยู่แน่
เขาเข้าไปลากเธอออกมา พอดีกับที่สิ่งที่เป็นเตียงนั้นเริ่มขยับ ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วมันคือสัตว์ประหลาดที่ชื่อมิมิกเบ้ดขนาดใหญ่ ส่วนที่ดูเหมือนเตียงจริงๆก็คือภายในปากของมันโดยมีลิ้นซึ่งรูปร่างเหมือน กับพรม!
โคลเอ้ – มีอะไรกำลังเข้ามาแล้ว!
ปีศาจดีว่าซึ่งมีรูปร่างกึ่งผู้หญิงกึ่งงูพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของปีศาจตัว แรก และทำให้ได้รู้จากการต่อสู้ว่าดีว่าตนนั้นใช้โอกาสที่มนุษย์เผลอเข้าไปนอนใน ปากของมิมิกเบ้ดซึ่งทำเหมือนกับเป็นเตียง เข้ามาใช้พิษของมันทำให้คนนั้นๆกลายเป็นหินเหมือนกับรูปปั้นที่อยู่รายรอบ
นอร์ม่า – ว้าว เกือบไปแล้วนะเนี่ย ถ้าช้าไปนิดฉันคงได้กลายเป็นรูปปั้นเหมือนพวกนี้แน่ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกว่าโบราณสถานกินคน มีแต่กับดักทั้งนั้นเลยนี่หน่า!
เซเนล – ชั้นคิดว่าปัญหามันอยู่ที่เธอไปติดกับดักแบบนั้นง่ายๆต่างหากล่ะ
เมื่อเดินพ้นห้องโถงนั้นมา เซเนลก็พบกับห้องกว้างซึ่งด้านในเหมือนกับเป็นหลุมที่มีแสงสีฟ้าส่องขึ้นมา และมีแท่งสีฟ้าสูงพุ่งขึ้นมาจากหลุมอยู่เต็มไปหมด
นอร์ม่า – พวกแท่งๆแปลกๆนี่มันอะไรกันนะ?
วิล – อาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกฝังเอาไว้กับศพ หรืออาจจะเป็นเซนติเนล (หน่วยรักษาความปลอดภัย) ที่ใช้ดูแลพวกเขาก็ได้
โคลเอ้ – แต่สิ่งที่พวกเรากำลังค้นหาอยู่ที่ล่ะคะ? พวกเราก็น่าจะเข้ามาได้ไกลแล้วนะ...
เซเนล – คริสตัลเสียงกระซิบอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?
เขาชี้ไปที่ส่วนในสุด ซึ่งมีลูกแก้วสีฟ้าลอยอยู่
นอร์ม่า – อาจจะใช่นะ ดูแล้วก็เหมือนคริสตัลนี่
ใมเซส – ย้าฮู้! มาหาพ่อเร้ว!
เขาวิ่งหน้าตั้งไปก่อนคนอื่น ก่อนจะไปหยุดที่พื้นที่ซึ่งมีโลงศพตั้งอยู่
นอร์ม่า - โมสุเกะ หยุดก่อนสิ!
ใมเซส – ฮะฮ่า ดูเหมือนอั๊วะเป็นคนแรก.....โว้ว!
เขาร้องเสียงหลงแล้วเงียบไปหลังจากก้มมองดูภายในนั้น....
วิล – โมเซส มีอะไรหรือ?
โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?!.....
โคลเอ้ – ทำไมเสียงของแซนเดอร์ถึงดูจริงจังแบบนั้นล่ะ?!
เซเนล – มีอะไรผิดปกติเหรอ?! พวกเราจะไปเดี๋ยวนี่ล่ะ!
ทุกคนวิ่งตามเข้าไป
โมเซส – ลองค่อยๆเหลือบลงไปดูในโลงสิ.... ช้าๆนะ
....
เซเนล+วิล – อะไรน่ะ?!....
โคลเอ้+นอร์ม่า - เฮือก! ..ใคร….
ภายในนั้น มีหญิงสาวผมสีฟ้า รูปร่างดีในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ผ่าซ้ายจนสูงถึงเอว นอนหลับอย่างสบายใจ........
โคลเอ้+นอร์ม่า – ใครกันเนี่ย?!
เธอคนนั้นลืมตาแล้วลุกขึ้นมานั่ง
นอร์ม่า – เธอตื่นแล้วอ่ะ.....
??? – อรุณสวัสดิ์จ๊ะทุกคน
ทุกคนโค้งตัวลงไปตอบรับโดยไม่ได้ตั้งใจ “อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ”
วิล – คุณชื่ออะไรครับ?
กริวเน่ – กริวเน่.....ฉันคิดว่าอย่างงั้น ใช่หรือเปล่านะ?
งิล – อย่าถามผมสิ....
นอร์ม่า – คุณมาทำอะไรในที่แบบนี้คะ?
กริวเน่ – เอ.....ก็นะ อากาศก็อบอุ่นดี แล้วกว่าที่ฉันจะรู้ตัว.....
นอร์ม่า – แบบนั้นมันไปเกี่ยวอะไรกับที่ลงมาอยู่ที่ใต้สุดของโบราณสถานกินคนล่ะเนี่ย?!
โมเซส - เจ๊มาหลับในที่ๆมีแต่ปีศาจอย่างนี้นี่นะ?
กริวเน่ – อ้อ พวกเขาเป็นเด็กดีกันทั้งนั้นเลยน่ะจ่ะ
โมเซส – โกหก!
โคลเอ้ – ทุกเรื่องน่ะน่าสงสัยจริงๆ ฉันไม่เสียดายเวลาหรอกถ้าจะถามคาดคั้นอีกนะคะ
กริวเน่ – เอ... ก็นะคะ อย่าไปกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยเลยนะ? มันแค่......นิดหน่อยน่ะ
โคลเอ้ – ฉันเริ่มปวดหัวแล้วสิ.....
เซเนล – เอ้าๆ พอได้แล้ว เข้าเรื่องกันดีกว่า สาเหตุที่พวกเรามาที่นี่ในตอนแรก...
วิล – เพื่อเอาคริสตัลเสียงกระซิบไงล่ะ
เซเนล – ใช่แล้ว
ทุกคนเข้ามารวมตัวปรึกษากันหลังค้นทั่วแล้ว
วิล – ดูเหมือนสิ่งเดียวที่ดูเหมือนว่าจะใช่ก็คือคริสตัลที่เห็นนั่น อาจจะใหญ่ซักนิด แต่ก็รีบเอามันกลับไปเถอะ
เซเนลเดินไปหลับคริสตัลนั้นมา
นอร์ม่า – แล้วเจ๊กริวจะทำอะไรต่อเอ่ย?
กริวเน่ – แน่นอน ฉันก็จะไปกับพวกเธอไงจ๊ะ
เซเนล+วิล+โคลเอ้ – (แล้วคุณโอเคกับชื่อเล่นนั่นด้วยเหรอ?)
กริวเน่ – ไปกันหลายๆคนน่ะคงปิคนิคสนุกนะ
โมเซส – ปิคนิกเหรอ?
วิล – ฉันเป็นห่วงถ้าจะพาเธอไปด้วยนะ แต่กระนั้นพวกเราก็คงให้เธอนอนหลับที่นี่ไม่ได้ ทุกคนตกลงใช่ไหม?
ด้านนอกของโบราณสถาน เซเนลวางคริสตัลลงกับพื้น “โมเซส นายรับไปต่อทีได้ไหม?”
โมเซส – ได้เล้ย
ทหารเกราะแดงสามคนพุ่งเข้ามาทันที!
ทุกคนยกเว้นกริวเน่ – ลอบโจมตีเหรอ!
กริวเน่ – อ้ะ พาเพื่อนมาด้วยเหรอจ๊ะ
โมเซส – เพื่อนเจ๊นี่ชอบซุ่มโจมตีเหรอ?
กริวเน่ – ก็นะ
เซเนล – บ้าจริง ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย!
วิ้ง.....
วิล – เธอได้ยินเสียงอะไรแปลกๆหรือเปล่า?
โคลเอ้ – ค่ะ มาจากในโบราณสถานหรือเปล่า?
เธอหันกลับไป และเห็นหุ่นยนต์ตัวเล็กๆวิ่งออกมา
โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?!
นอร์ม่า – ไม่จริงอ้ะ! นี่มันเป็นเซนติเนลที่อยู่ในนั้นนี่!
เซเนล – พวกเราติดกับซะแล้ว!
หุ่นยนต์ตัวนั้นพุ่งเข้ามา!.... แล้วก็วิ่งเลยไปยืนหน้าทหาร
นอร์ม่า – หา?
มันกางแขนจนพวกทหารงง แล้วลองเดินมาจิ้มๆดู มันเหวี่ยงแขนจนพวกเขาต้องถลาหลบ ก่อนที่มันจะยิงเลเซอร์ถล่มจนทั้งสามพ่ายแพ้ถอยหนีไป
นอร์ม่า – ว้าว!
เซเนล – เจ้านี่มันปกป้องพวกเราเหรอ?
นอร์ม่า – ไอ้นี่มันอะไรกันอ้ะ?
วิล – บางทีคุณเมาริทซ์อาจจะรู้เรื่องอะไรก็ได้ พามันกลับไปด้วยเถอะ คุณกริวเน่ คุณกลับไปที่เมืองเองได้ไหมครับ?
กริวเน่ – ทำไมฉันต้องกลับไปที่เมืองล่ะคะ?
ทุกคนพูดไม่ออก ได้แต่หันมาซุบซิบปรึกษากัน
นอร์ม่า – พวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอนอกจากชื่อเลยนะ
โคลเอ้ – เธออาจจะสูญเสียความทรงจำหรือเปล่า?
กริวเน่ – เอ ฉันก็ยังจำอะไรได้นะคะ อย่าห่วงเลย
โมเซส – เจ๊แกได้ยินพวกเราหมดเลยแฮะ
นอร์ม่า – แล้วจำอะไรได้บ้างล่ะคะ?
กริว – ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นพวกเธอไงล่ะ
นอร์ม่า – นั่นมันพึ่งเกิดเมื่อกี้อ้ะ!
วิล – บางทีเธออาจจะเสียความทรงจำจริงๆก็ได้ ตอนนี้พาเธอไปด้วยเถอะ
กริวแน่ – โอ คุณดูแลฉันเหมือนกับคุณหุ่นตัวนี้เลย! ดีใจจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ!
ทุกคน .oO(แค่นี้เธอก็ดีใจแล้วเหรอ?)
ขณะเดียวกัน ที่หอบังคับการของเลกาซี่ เชอรี่ถูกนำตัวมาที่ห้องควบคุมพร้อมวากรัฟและสามวิหค
วากรัฟ – ห้องควบคุมนี้สามารถบังคับทุกสิ่งบนเลกาซี่ได้
เชอรี่มองไปที่ทหารซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆผลึกแก้วรูปวงรีสองอันที่อยู่ใกล้ๆ
วากรัฟ – เจ้าสงสัยเรื่องอุปกรณ์นั้นสินะ ไม่ต้องใจร้อนไปหรอก เจ้ากับพี่สาวจะต้องเชื่อมต่อกับมันเร็วๆนี้อยู่แล้ว
เชอรี่ – เชื่อม.....เชื่อมต่อ?
วากรัฟ – หึๆๆ.... แต่ก่อนอื่น ได้เวลาออกเรือแล้ว
เขาชูมือออกคำสั่งไป “ใช้ความเร็วเต็มที่! ตั้งเส้นทางสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย!
ทั้งหกคนกับหุ่นยนต์หนึ่งตัว เดินทางกลับมาถึงฐานของเมาริตซ์ ซึ่งเจย์ก็ปราดออกมาดักหน้าก่อน
เจย์ – สวัสดีครับ ทุกคน
เซเนล+นอร์ม่า+โมเซส – นาย!....
โคลเอ้ – เจย์!
เธอพูดเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าไปก่อนใคร
เจย์ – มีอะไรหรือครับคุณโคลเอ้ คุณดูหงุดหงิดนะ?
โคลเอ้ – เจย์! คุณทำอะไรกับพวกเราที่ซากโบราณแสงเยือกแข็งน่ะ!...
เจย์ – คุณพูดเรื่องอะไรน่ะครับ?
โคลเอ้ – อย่าทำหน้าซื่อเลย! แทนที่จะบอกพวกเราว่ามีประตูลับ แต่คุณกลับให้พวกเราเกือบไปเอาชีวิตไม่รอดเหรอ?!
เจย์ – ผมชื่นชมในความกล้าของคุณนะครับ คุณโคลเอ้ คุณกล้าลงไปผจญภัยใต้น้ำโดยไม่คำนึงถึงจุดอ่อนของคุณเลย
โคลเอ้ – เดี๋ยวก่อนสิ หมายความว่ายังไงน่ะ “จุดอ่อน”?
เจย์ – ก็เรื่องที่คุณไม่---
เธอโบกไม้โบกมิอตัดบทเมื่อรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร “ อ๊า!”
นอร์ม่า+โมเซส – “ไม่” อะไรเหรอ?.....
โคลเอ้ – คูลริดจ์! นายบอกว่าจะไม่บอกใครยังไงล่ะ!
เซเนล – ไม่ใช่ชั้นนะ! สาบานได้!
เจย์ – ผมรู้ด้วยตัวเองน่ะครับ ธุรกิจของผมก็คือข่าวสารนี่นะ
โคลเอ้ – ล้อเล่นน่า......
เธอทำคอตกอย่างเซ็งชีวิต
วิล – แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ เจย์?
เจย์ – เพื่อมาพบชาวราเดี้ยนยังไงล่ะครับ
วิล – เธอรู้เรื่องได้เร็วจริงๆนะ
เจย์ – นั่นล่ะความพิเศษของผมครับ
เสียงลมพัดจู่ๆก็ดังขึ้นอย่างผิดสังเกคุ
เจย์ –หืม? ทำไมอยู่ลมก็พัดขึ้นมากระทันหันล่ะ?
ที่เมืองเวลเทส ชาวบ้านกำลังชมการแสดงชองฟีโรโมนบอมเบอร์ จนชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
ชาวบ้าน – เอ้ะ ดูที่ภูเขาสิ! เมฆกำลังค่อยๆลอยไปด้านข้างแล้ว ปกติมันจะอยู่ข้างภูเขาๆตลอดนี่
ชาวบ้าน – เลกาซี่กำลังเคลื่อนที่เร็วกว่าปกติแน่ๆ
ทุกคนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ชาวบ้านหญิง – ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นก็ตอนที่ทุกคนคิดว่าเมลเนสมาถึงแล้วหรือเปล่า?
ชาวบ้านหญิง – ฉันสงสัยว่าวากรัฟเกี่ยวอะไรด้วยหรือเปล่านะ
เมาริทซ์ –โอ สิ่งนี้ล่ะ! คริสตัลเสียงกระซิบ! ทำได้ดีมาก ทุคน
วิล – คุณตั้งใจจะใช้คริสตัลนั่นทำอะไรครับ?
เมาริทซ์ – พวกเราจะใช้มันควบคุมออโตมาต้า หรือสิ่งที่คุณเรียกมันว่าเซนติเนล พวกมันเป็นสิ่งหลงเหลือจากยุคของเทลเซส
วิล – ผมก็รู้สึกอยู่ว่าคริสตัลกับเซนติเนลต้องมีความเกี่ยวโยงกัน
เมาริทซ์ – เราคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายถึงพลังต่อสู้ของออโตมาต้าแล้วนะ
เซเนล – ทำไมเซนติเนลถึงตามผมมาล่ะครับ? ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย
เมาริทซ์ – ดูเหมือนว่ามันเปิดระบบขึ้นมาตอนที่เธอสัมผัสคริสตัลกระมัง
นอร์ม่า – มันอาจจะคิดว่าเซเนเซเน่เป็นป๊ะป๋าล่ะมั้ง
เจย์ – มันไม่ใช่ลูกนกนะครับ
นอร์ม่า – เป็นที่นิยมนี่ดีนะ ใช่ไหม เซเนเซเน่?
เซเนล – เลิกพูดเถอะน่า
เมาริทซ์ – พวกเธอเห็นออโตมาต้าจำนวนมากในสุสานใช่ไหม? ถ้าใครที่มีความสามารถเพียงพอ ก็จะสามารถใช้คริสตัลเสียงกระซิบ ควบคุมพวกมันทั้งหมดได้ ถ้ารวมพลังของออโตมาต้ากับสิ่งประดิษฐ์นี้จากอาณาจักรเทลเซส พวกเราชาววารี และพวกเธอชาวพื้นดินซึ่งเตรียมตัวไว้แล้ว พวกเราก็พร้อมกับสู้กับวากรัฟ
วิล – พันธมิตรยังก่อตั้งไม่สำเร็จใช่ไหมครับ?
เมาริทซ์ – สารตอบรับพึ่งมาถึงตอนที่เธออกไปกัน ทัพพันธมิตรได้เกิดขึ้นแล้ว
วิล – งั้นหรือครับ
เมาริทซ์ – ทั้งหมดเป็นเพราะสารของเธอ วิล ขอบคุณมาก
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ได้ว่าถกกันเรื่องรายละเอียดแล้วครับ
เมาริทซ์ – เธอคงจะเป็นฝ่ายวางกลยุทธ์ของพันธมิตรที่กล่าวถึงในสารสินะ
ทุกคนหันไปมองอย่างไม่อยากเชื่อ
เจย์ – เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นล่ะครับ
วิล – เธอสั่งมาแบบนั้นหรือ?
เจย์ – ก็ใช่ครับ
ทุกคนล้มวงกันในห้องประชุม โดยเมาริทซ์กับเจย์เป็นผุ้นำ
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นให้ผมอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันก่อน
เขาวางแผนที่โลกไว้บนโต้ะประชุม แล้วชี้ไปทางตะวันตกของแผ่นดินใหญ่
เจย์ – ตอนนี้เลกาซี่ลอยลำอยู่บริเวณนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวากรัฟกำลังตั้งเส้นทางเรือไปที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาเรีย
เขาชี้ไปที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแผ่นดิน
นอร์ม่า – นั่นมันประเทศของคูนี่...
เจย์ –พวกเขากำลังทำสงครามกับอาณาจักรครูแซนด์ของวากรัฟอยู่
โคลเอ้ – ฮึ
เจย์ – ด้วยความเร็วขนะนี้ คงจะอีกไม่นานนักก่อนที่เลกาซี่จะไปถึงชายฝั่งของกาโดเรีย และถ้าคำนวณพิสัยการยิงของปืนใหญ่เนลเฟสแล้วล่ะก็ พวกเราจะมีเวลาน้อยลงไปอีก
เซเนลหันไปมองโคลเอ้ซึ่งมีสีหน้ากังวล
นอร์ม่า – นายเป็นห่วงคูเหรอ?
เซเนล – ไม่ใช่แบบนั้นหรอก...
นอร์ม่า – ฉันว่านายเชียร์เธอได้นะ...
เซเนล – ชั้นเรอะ?
วิล – ถึงจะมีทัพพันธมิตรแล้ว แต่สถานการณ์ของพวกเราก็ยังอันตรายอยู่นะ
เจย์ – ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข่าวร้ายหรอกครับ ตราบใดที่พวกเรายังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอยู่ ก็จะไม่มีเรือลำใดเข้ามาเทียบท่ากับเลกาซี่ได้ หมายความว่าวากรัฟไม่สามารถนำกองหนุนเข้ามาเพิ่มได้
วิล – ถ้าอย่างนั้นพวกเราสามารถจัดการได้ด้วยกองทัพผสมสินะ?
เจย์ – อาจจะดีกว่าถ้าจะพูดว่า “พวกเราอาจจะสามารถจัดการได้” นะครับ
เมาริทซ์ –พวกเราต้องดูรายละเอียดของแผนก่อน
เจย์ – พวกเราจะประชุมเรื่องกลยุทธ์เดี๋ยวนี้ครับ คุณวิลเชิญเข้ามาร่วมกับพวกผมด้วย
เขาหันมาหาคนอื่นๆ
วิล – ใช้โอกาสนี้ไปพักผ่อนเถอะ อย่าออกไปจากฐานล่ะ
นอร์ม่า – ได้ค่า
เซเนลยังนั่งอยู่ในห้องประชุมซึ่งเจย์ วิล และเมาริตซ์กำลังประชุมกันอยู่ คนอื่นๆนั้นออกไปกันหมดแล้วยกเว้นโคลเอ้ “คูลริดจ์”
เซเนล – อะ....มีอะไรเหรอ?
โคลเอ้ – คือ ฉัน....
เธอเดินเข้ามากระซิบข้างหู “ฉันอยากจะพูดกับนายตามลำพัง แค่สองคนเท่านั้น ถ้ามืดแล้วนายจะ.......นายจะไปพบฉันที่ข้างๆน้ำพุได้ไหม?”
เซเนล - .....ตกลง
โคลเอ้ – ขอบคุณ ฉันจะรอที่นั่นนะ
เมื่อกลางคืนมาถึง ถึงทุกคนนอนหลับไปกันหมดแล้ว เซเนลลุกออกจากห้องพักไปตามที่เธอนัด
เซเนล – เธอรอนานไหม?
โคลเอ้ – ไม่หรอก สบายมาก
เซเนล – แล้วเธออยากจะพูดกับชั้นเรื่องอะไรล่ะ?
โคลเอ้ – ฉันอยากจะฝึกกับนาย แล้วนายก้เป็นคนเดียวที่รู้ว่าฉันมาที่นี่ทำไมด้วย
เซเนล – อ้อ ได้สิ
โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ!
ขณะเดียวกัน....
เชอรี่ – ขอร้องล่ะ หยุดเรือเถอะ!
วากรัฟ – ถ้าเจ้าอยากจะให้หยุดมากขนาดนั้น ทำไมถึงไมปลดปล่อยพลังของเจ้าออกมาล่ะ? เมลเนสน่ะสามารถควบคุมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเลกาซี่ได้ด้วยแค่ความประสงค์เท่า นั้น
เชอรี่ – ฉัน...
วากรัฟ – หรือว่าเจ้าทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีเซเนลที่รักอยู่ข้างๆ? ข้าเริ่มเบื่อกับความอ่อนด้อยของเจ้าแล้ว ข้าเริ่มสงสัยว่าจริงๆแล้วเจ้าคงเป็นเมลเนสที่ไม่เอาไหนมากกว่า!
เชอรี่ -.......
“เธอทำพิธีรับสิทธิ์ล้มเหลวนี่!”
“เชอรี่จะใช้พลังของเธอไม่ได้อีกแล้ว.....”
“แล้วพวกเราจะเป็นยังไงล่ะ?”
เมลานี่ – ท่านผู้บัญชาการ การเตรียมตัวสำหรับพี่สาวของนางเสร็จสิ้นแล้วค่ะ
วากรัฟ – ดีมาก
เชอรี่ได้สติจากภวังค์เมื่อได้ยินคำพูดถึงพี่สาว
เชอรี่ – พี่สเตล่า!
เธอหันไปมองที่ผลึกแก้วทั้งสองที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ซึ่งทหารได้นำร่างของสเตล่าไปตรึงเอาไว้ภายใน
เชอรี่ – พวกคุณจะทำอะไรกับพี่น่ะ ?!
วากรัฟ – พวกข้ากำลังจะเติมพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟส .... ด้วยชีวิตของนาง
เชอรี่ – อย่านะ! คุณกำลังจะฆ่าเธอนะ! หยุดเถอะ! ขอร้องล่ะ อย่าดึงชีวิตของเธอออกไปเลย!
หน้าของเธอผงะไปข้างหนึ่งเมื่อวากรัฟเข้ามาตบอย่างแรง
เชอรี่ – อ๊า!
วากรัฟ – อย่ากังวลเลย เจ้าจะได้ไปร่วมมือกับเธอเร็วๆนี้ล่ะ เจ้าอาจจะเป็นเมลเนสที่ไม่ได้ความ แต่เจ้าก็น่าจะพอเป็นพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟสได้
เชอรี่ – อึ่ก...
วากรัฟ – หึๆๆๆ!
เซเนลกับโคลเอ้เดินอ้อมไปด้านหลังฐานซึ่งเป็นแอ่งน้ำตื้นๆขนาดย่อม
เซเนล – พวกเราไม่มีใครที่จะรักษาแผลให้ได้ ต้องระวังกันหน่อยนะ
โคลเอ้ – ฉันขอโทษนะที่ต้องให้นายมาทำแบบนี้ด้วย
เซเนล – อย่าขอโทษเลย เธอไม่ได้บังคับให้ชั้นทำอะไรนี่ ชั้นทำเพราะชั้นอยากจะทำ เหมือนกับเธอ
โคลเอ - ....ตกลง
หลังจากสู้กับปีศาจแถวๆนั้นไปซักพักหนึ่ง ทั้งสองคนก็มาพักเหนื่อยกันชั่วครู่
โคลเอ้ – จริงๆแล้วนายเป็นคนแรกที่ฉันเลยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยนะ
เซเนล –ก่อนจะมาเลกาซี่ชั้นก็สู้คนเดียวมาตลอดเหมือนกัน
โคลเอ้ – ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะสบายแค่ไหนที่มีใครอยู่ข้างๆนอกจากนาย เอ่อ....อืม ฉันหมายถึงว่า.... ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันหมายถึงอะไร....
เซเนล – ชั้นก็เหมือนกัน มีเธออยู่ข้างๆก็ทำให้ชั้นมั่นใจขึ้นมาก
โคลเอ้ – อะไรกัน?.....
เซเนล – เอาล่ะ อีกซักรอบไหม?
โคลเอ้ – อ้ะ เอาสิ
เธอลุกขึ้นมองเขาเหมือนจะเอ่ยปากขอโทษ
โคลเอ้ - คูลริดจ์
เซเนล – ชั้นบอกแล้วไงว่าเธอไม่ต้องขอโทษน่ะ
โคลเอ้ - ........ขอบใจนะ
และแล้วทั้งสองคนก็นั่งพักอีกรอบ เซเนลเอนหลังลงนอน
เซเนล – เฮ้อ...
โคลเอ้ – นายเหนื่อยแล้วหรือ?
เซเนล – นิดหน่อยน่ะ แล้วเธอล่ะ?
โคลเอ้ – อืม นิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดีนะ
เซเนล – ดีจริงๆนะ ลมกลางคืนน่ะ
โคลเอ้ – ใช่........
เธอนิ่งเงียบ คิดอะไรคนเดียวอยู่ซักพัก
โคลเอ้ – ฉัน..ถามอะไรนายหน่อยได้ไหม? คุณสเตล่าเป็นคนแบบไหนหรือ?
...
เขานอนอยู่ข้างๆเธอใต้ร่มไม้ใหญ่.....
“เอ้า ก็ได้ เราสองคนอยู่แบบนี้นานอีกหน่อยก็ได้....”
เธอกำลังพูดกับเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นไย
“ ฉันเป็นห่วงเธอนะ เป็นห่วงจริงๆ เข้าใจไหม?”
…
เธอพยายามวิ่งหนีเขา
“ ถอยไปเถอะเซเนล อย่าหยุดฉันไว้เลย ฉันจะไป”
เซเนล – เธออ่อนโยน เอาใจใส่..... แต่ถ้าเธอตัดสินใจเรื่องอะไรแล้วเธอก็จะดื้อบ้าง
กลางหมู่บ้านที่เต็มไปกองเพลิงลุกไหม้ แสงสีทองเปล่งออกมาจากตัวของสเตล่า
“ พวกนั้นตามล่าเชอรี่อยู่ ฉันจะอยุ่ที่นี่แล้วถ่วงเวลาให้เอง เธอพาเชอรี่แล้วหนีไปเถอะนะ”
สเตล่าเดินออกมาจากบ้านคนเดียว เธอส่ายศีรษะอย่างเศร้าๆขณะที่เขาเดินออกมาพอดี เซเนลหันกลับไปดูในบ้าน และสเตล่าก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เราสองคนอยู่แบบนี้....นานอีกหน่อยได้ไหม?......”
เซเนล – เธอฉลาดและกล้าหาญด้วย แต่ถึงอย่างนั้นบางทีเธอก็ดูอ่อนแอ.....
เขาลุกขึ้นมานั่งด้านหน้าโคลเอ้
เซเนล – ชั้นพบเธอครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน สเตล่า เชอรี่ กับชั้น จะอยู่ด้วยกันเสมอ...... กองทัพของวากรัฟโจมตีหมู่บ้านเมื่อสามปีก่อน สเตล่าล่าจะอยู่ที่นั่นแล้วถ่วงเวลาไว้ให้ ชั้นกับเชอรี่จึงหนีออกมาได้
เขาก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
เซเนล – ชั้นพาเชอรี่ไปไว้ที่ปลอดภัย แล้วกลับไปหาสเตล่า... แต่ถึงเวลานั้น......
เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างมุ่งมั่น “เป็นความผิดของชั้นเธอเลยถูกจับไป ครั้งนี้ ชั้นจะช่วยเธอบ้าง ชั้นต้องช่วยเธอ และเชอรี่ด้วย
โคลเอ้ลุกขึ้นบ้าง “ฉันจะช่วยนายด้วย”
เซเนล – โคลเอ้....
โคลเอ้ – พวกเราจะทำทุกอย่างที่จะพาพวกเธอกลับมา
เซเนล - .....ใช่
เสียงดังซวบๆออกมาจากพุ่มไม้
เซเนล+โคลเอ้ – ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?!
เสียงนอร์ม่า – มะ.....เมี้ยว!
เสียงโมเซส – แค่กๆๆ
ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันแล้วชักอาวุธ “มาจิน!....”
นอร์ม่า – อ๊า! เดี๋ยวก่อนๆ!
นอร์ม่ากับโมเซสรีบเผ่นออกมาก่อนจะโดนมาจินเคนซัด นอร์ม่าทำท่าทีโวยวายใหญ่ “พวกฉันอุตส่าห์ลำบากมาสอดแนมพวกเธอนะ แล้วพวกเธอก็เอาแต่คุยเล่นกันอยู่ได้”
โมเซส – อั๊วะผิดหวังจริงๆ!
นอร์ม่า- ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังกลางดึก! ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกันหรือไง?”
เธอมองทั้งสองคนซึ่งเหงื่อออกจากการฝึกซ้อม ก่อนทำหน้าตกใจ “อ้ะ! ทั้งสองคนเปียกโชกเลยอ้ะ!”
โคลเอ้รีบโบกมือโวยวายเมื่อได้ยินแบบนั้น “อะ....เธอหวังอะไรไว้หรือไง? พวกฉันกำลังฝึกซ้อมกันต่างหากนะ!”
เธอมองตัวเองกับเซเนลแล้วพูดก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกมาจากเขา “นี่ฉันเหงื่อออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?...”
โคลเอ้ – ไม่มีอะไร.....
โมเซส – งั้นถ้าพวกเอ็งฝึกอยู่ อั๊วะก็ขอร่วมด้วยคนสิ! เซเนล อั๊วะเอ็งมาแข่งกันดีกว่าว่าใครจะจัดการปีศาจได้มากที่สุด!
รุ่งเช้า ทุกคนก็กลับเข้ามาในอาคาร..
นอร์ม่า – ฮ้าว......โอย... ง่วงจังเลยแฮะ
โมเซส – รู้สึกยังกะมีใครเอากาวมาทาตาอั๊วะเลย....
ทั้งสองคนหลับทั้งยืน โดยไม่เห็นว่าเซเนลกับโคลเอ้กำลังมองด้านหลังของทั้งสองคน ซึ่งวิลกำลังเงื้อหมัดเตรียมเคาะกะโหลกเต็มที่...... โป๊ก!
นอร์ม่า+โมเซส – อ๊อย! / อ๊อก!
วิล – ตื่นแล้วหรือยัง?
นอร์ม่า - .....ตื่นแล้วค่า
เจย์และเมาริทซ์เดินเข้ามาในห้องประชุม
เจย์ – เอาล่ะครับ พวกเราจะเริ่มประชุมวางกลยุทธ์กันได้หรือยัง?
Continue………..
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:35 pm----------
Chapter 4 –The War-Torn Land
เมาริทซ์นำทางพวกเซเนลข้ามฟากไปอีกด้านของเลกาซี่ และมาหยุดหน้าป่าที่หนาทึบ
เมาริทซ์ – ที่นี่คือฐานแห่งหนึ่งของพวกเรา
ทุกคนหันไปมองซ้ายมองขวาแล้วทำหน้าประหลาดใจ นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับโคลเอ้
นอร์ม่า – เขาเรียกที่นี่ว่าฐานเหรอ?? ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่หน่านอกจากต้นไม้น่ะ
โคลเอ้ – อาจจะเป็นค่ายล่ะมั้ง?
นอร์ม่า – อะไรนะ? พวกเราต้องนอนกลางดินกินกลางทรายกันเหรอ?!
วิล – อย่าบ่นสินอร์ม่า
นอร์ม่า –โธ่ ขอร้องล่ะ...
โมเซส – เหมาะกับอั๊วะเด้ะเลย
นอร์ม่า – นั่นเพราะนายเป็นคนป่าน่ะสิ
เมาริทซ์หันไปยกมือแตะต้นไม้เบื้องหน้า จู่ๆทิวทัศน์ที่เคยเป็นป่าไม้ก็เลือนหายไป กลายเป็นสะพานสีแดงที่นำไปสู่ฐานจริงๆ!
โมเซส – อะ.....เมื่อกี้ทำอะไรน่ะ?
เมาริทซ์ - พวกเราสร้างสนามพลังเพื่อใช้หลบเลี่ยงไม่ให้มีใครที่อาจจะเป็นศัตรูมาพบเห็นเข้าน่ะ
นอร์ม่า – ว้าว เลิศเลย!
เมาริทซ์ - ถ้าเช่นนั้นก็เข้าไปกันเถอะ
เขานำทางทุกคนไปข้างใน และพบว่าวอลเตอร์กำลังยืนรออยู่ที่หน้าทางเข้าอาคาร
เซเนล – นาย!
เมาริทซ์ - อ้อ จริงสิ เธอเคยช่วยวอลเตอร์เอาไว้ด้วยสินะ เราต้องขอขอบใจจริงๆ
นอร์ม่า – แย่จังที่วอลลี่ไม่เคยขอบคุณพวกเราเองน่ะ
โคลเอ้ – ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนะ
โมเซส – แล้วก็เลิกเรียกหมอนั่นว่า “วอลลี่” อย่างกับเขาเป็นเพื่อนซักทีเถอะ
เซเนลกับวอลเตอร์มองหน้ากันไม่พูดไม่จา ก่อนเขาจะหันไปรายงานเมาริทซ์
วอลเตอร์ – พวกผมกำลังจะมุ่งหน้าไปเพื่อนำคริสตัลเสียงกระซิบกลับมาครับ
เขาเดินนำชาววารีอีกสองคนออกไปจากค่าย
เมาริทซ์ - เข้ามาข้างในกันก่อนสิ
ภายในห้องประชุม ทุกคนกำลังสนทนากับเมาริทซ์และเฟนิมอร์
เมาริทซ์ - เราขอเสนอให้พวกเธอใช้ที่ได้ตามสบาย ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่สะดวกสบายอะไรนัก เพราะไม่มีสิ่งใดอยู่ใกล้ๆเลย แต่ก็เหมาะสมที่จะใช้ซ่อนตัวมาก
นอร์ม่า – เยี่ยม ขอบคุณค่ะ!
เซเนล – แล้วสเตล่ากับเชอรี่---
วิล – ผมอยากจะรู้ว่าคุณ—
เมาริทซ์ – ค่อยๆพูดมาทีละคนก็ดีนะ
เซเนล - กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับสเตล่าและเชอรี่ครับ?
เมาริทซ์ - ....หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเธอก็คงถูกใช้เพื่อยิงปืนใหญ่เนลเฟสแน่ๆ
เซเนล – ถูกใช้?
เมาริทซ์ – พวกเราชาวเฟลเนส เป็นต้นกำเนิดพลังของปืนใหญ่นั้น มันมีต้นกำเนิดมาจากชีวิตของพวกเราเอง
เซเนล – อะไรนะครับ?!
นอร์ม่า – คุณหมายความว่าพวกเธอจะถูกใช้เหมือนเป็นลูกกระสุนเหรอคะ?
เมาริทซ์ – บันทึกทางประวัติศาสตร์บอกกับพวกเราว่าชาวเฟลเนสจำนวนมากต้องสละชีวิตทุกครั้งที่ปืนนั้นถูกยิงออกไป
เซเนล – พวกเขาจะสร้างของแบบนั้นไปทำไมกันน่ะ?!
เมาริทซ์ –เพราะเช่นนั้นมันจึงถูกพันธนาการเอาไว้ มันเป็นอุปกรณ์ที่เลวร้ายมากๆ และหนำซ้ำวากรัฟก็ยังเป็นคนปลุกมันขึ้นมาอีก
เซเนล – สเตล่า.... เชอรี่.....
เมาริทซ์ – เธอมีคำถามอะไรอีกไหม?
วิล - ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่คุณต้องบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของคุณแล้ว แน่นอนว่าคุณไม่ได้ให้การต้อนรับเช่นนี้ให้ฟรีๆแน่ๆ
เมาริทซ์ - .... อา ช่างรอบคอบจริงๆ ถูกต้องแล้ว เราไม่ได้ไปช่วยพวกเธอเพราะคำขอของเฟนิมอร์อย่างเดียวหรอก ชาววารีต้องการจะเป็นพันธมิตรกับพวกเธอ กับชาวพื้นดิน เป้าหมายของเรานั้นก็คือการช่วยเชอรี่และสเตล่าจากเงื้อมมือของวากรัฟ
วิล – คุณต้องการเป็นพันธมิตร...กับพวกเราหรือ?
เมาริทซ์ – หากจะให้ระบุแล้ว ก็คือ”จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลีย” ที่สนับสนุนคุณอยู่น่ะ วิล
นอร์ม่า – จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลี่ยนเหรอ?!
โมเซส – นี่ แม่ฟองสบู่
โคลเอ้ – ทำไมถึงเป็นเรกซาเลียคะ? แล้วที่ว่าสนับสนุนเรย์นาร์ดนี่คืออย่างไร?
โมเซส - .... นี่ โคลเอ้
วิล – จริงๆแล้วคุณรู้มากแค่ไหนครับ?
เมาริทซ์ – เมื่อเร็วๆนี้พวกเรารู้ว่าเรกซาเลียมีกองทหารอยู่จำนวนมากบนเรือลำนี้
นอร์ม่า+โคลเอ้ - !
นอร์ม่า – คุณจะพูดว่าสาเหตุที่ทุกประเทศในโลกได้ปล่อยเรือลำนี้ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวก็เพราะ.....
โคลเอ้ - ......เพราะว่าที่นี่อยู่ใต้การควบคุมของเรกซาเลียหรือคะ?
วิล – ขอบอกเอาไว้ก่อนนะ “เลกาซี่ไม่ได้เป็นของชาติใดทั้งสิ้น”
โมเซส – แล้วจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลียนี่มันอะไรน่ะ?
วิล – มันคือจักรวรรดิที่ปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ใจกลางของแผ่นดินใหญ่ พลังของจักรวรรดินั้นล้ำหน้ามากกว่าประเทศเคียงข้าง หลายคนก็คิดกันว่าที่นี่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แล้วถ้าพวกเรายอมเป็นพันธมิตรกันจริงๆ พวกเราจะมีโอกาสชนะได้จริงๆหรือครับ?
เมาริทซ์ – ใช่ แต่ก็เพียงแค่ในตอนนี้เท่านั้น
นอร์ม่า – ว้าว....
เซเนล โคลเอ้ และโมเซสลุกขึ้นยืนพร้อมๆกัน
โมเซส – เรื่องนั้นมันจริงเหรอ?
เมาริทซ์ – เราคงไม่พูดแบบนั้นถ้าไม่จริงหรอก
โคลเอ้ – เรย์นาร์ด พวกเราต้องโน้มน้าวให้พันธมิตรนี่เกิดขึ้นนะ
เซเนล – เอาเลยสิ วิล!
วิล - .....ก็ได้ ฉันจะทำหน้าที่เป็นคนกลางให้ก็แล้วกัน
เซเนล+โคลเอ้ – เยี่ยม!
โมเซส –วู้ฮู้!
เมาริทซ์ – เราต้องขอบคุณคุณแล้ว เราจะไปเตรียมเขียนสารทันที
โมเซส – ย้าฮู้! เรื่องนี้มันจบไม่นานนักหรอกน่า!
โคลเอ้ – ตอนที่ฉันเห็นว่าเรื่องมันเลวร้ายแค่ไหน ฉันต้องยอมรับจริงๆว่าคิดไปว่ามันสิ้นหวังแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสอยู่บ้าง พวกเรายังไม่ต้องยอมแพ้ตอนนี้แล้วล่ะ
วิล – พวกเธอทุกคน รออยู่ที่นี่จนกว่าจะเรื่องจะจบลงเถอะนะ
นอร์ม่า – เรื่องเหรอ?
วิล – จนกว่าสงครามจะสิ้นสุด
โมเซส – อั๊วะต้องล้างแค้นให้ลูกน้องนะ!
โคลเอ้ – ฉันก็มีคนที่ต้องไปเจอหน้าอยู่ด้วย!
เซเนล – สเตล่ากับเชอรี่กำลังอยู่ในอันตราย ชั้นไม่ยอมทิ้งพวกเขาไว้หรอก!
วิล – สงครามน่ะไม่ใช่ที่ของเด็ก และที่พวกเธอกำลังแสดงออกมานั่นล่ะคือเด็ก! ฉันเป็นกังวลเรื่องนี้มากที่สุด พวกเธอไม่เข้าใจหรือ? เวลามีเรื่องเกี่ยวกับวากรัฟ พวกเธอสามคนจะอารมณ์ร้อนเกินไป พวกเธอน่ะจะวิ่งไปคนเดียวกลางสนามรบโดยทิ้งคนอื่นไปไม่ได้หรอก
โคลเอ้ – พวกฉันไม่มีทาง—
วิล – ไม่หรือ? แล้วในป่าไร้หวนกลับเกิดอะไรขึ้น?
ทั้งสามคนก้มหน้าหน้านิ่งกันหมด
วิล – เซเนล... พวกเธอทุกคน พวกเธอทำได้ดีมากแล้ว ตอนนี้ไปพักผ่อน แล้วปล่อยที่เหลือให้พวกเราจัดการเถอะ
เมาริทซ์ – เฟนิมอร์ พาพวกเขาไปที่พักชั้นล่างด้วย
เฟนิมอร์ - ค่ะ ตามฉันมาทางนี้ค่ะ
กลางดึกคืนนั้น เซเนลซึ่งข่มตานอนไม่หลับอยู่คนเดียวเดินออกไปนอกอาคาร เขาเงยหน้ามองฟ้าและนึกถึงเรื่องราวในสมัยก่อน.... เขา เชอรี่ และสเตล่าเล่นกันอยู่ใต้ร่มไม้
เชอรี่ – พี่เซเนล ดูนี่นะ แต่นแต๊น!
เธอชูมือทั้งสองขึ้น และปรากฏปีกแสงสีฟ้าออกมาลอยอยุ่เหนือตัวเธอ
เซเนล – ผีเสื้อเหรอ?
เชอรี่ – มันคือ ”เทลเคส” ค่ะ
เทลเคสของเธอสลายไป
สเตล่า – มันหมายถึง “ปีกแห่งการเริ่มต้น” พวกเรากล่าวกันว่าเมื่อเฟลเนสคนใดสามารถเรียกปีกนั้นออกมาได้ ชีวิตของคนๆนั้นในฐานะของผู้ใหญ่ก็จะเริ่มต้นขึ้น
เชอรี่ – เทลเคสของทุกคนก็จะต่างกันไป ทั้งรูปร่าง และสีสัน....
เซเนล – เธอก็ทำได้ด้วยเหรอ สเตล่า? ขอดูหน่อยสิ
เชอรี่ - ........
หญิงสาวส่ายหน้าส่งเสียงเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ
เซเนล – แบบนั้นทำให้ชั้นอยากเห็นมากกว่าเดิมอีกนะ.....
สเตล่า – ฮะๆ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ
เชอรี่ – ฮึ
เชอรี่ทำหน้าบูดก่อนลงมานั่งข้างๆเขา “ถ้าหนูทำพิธีรับสิทธิ์เมื่อไหร่ หนูก็จะสร้างเทลเคสที่ใหญ่ขึ้นได้อีก”
เซเนล – งั้นเหรอ?
เชอรี่ – หนูจะให้พี่เซเนลดูบ่อยๆจนไม่สนใจของพี่สเตล่าเลย
……
เขารู้สึกตัวจากภวังค์ เมื่อรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาหา โคลเอ้นั่นเอง
เซเนล – โคลเอ้?.....
โคลเอ้ – คูลริดจ์... ฉันขอพูดกับนายซักหน่อยได้ไหม?
ทั้งสองคนนั่งลงพูดคุยกัน
โคลเอ้ – จริงๆแล้ว ที่เรย์นาร์ดพูดก็ถูกนะ
เซเนล – อะไรเหรอ? ที่ว่าพวกเราเป็นเด็กน่ะเหรอ?
โคลเอ้ – ฉันเคยแต่สนใจกับตัวเอง จนไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัว เอาแต่มองโลกแคบแบบนั้นน่ะน่าสมเพชจริงๆ สมแล้วล่ะที่ใครๆก็เรียกฉันว่าเด็ก
เซเนล - .....
โคลเอ้ - ฉันยังไม่ใช่อัศวินจริงๆหรอกนะ....
เซเนล – หา?
โคลเอ้ – ตระกูลวาเลนส์นั้นเป็นอัศวิน แต่ครอบครัวของฉันก็ไม่ใช่อีกแล้ว
เซฌนล – สติงเกิ้ลเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?
โคลเอ้ – ใช่ ห้าปีก่อน เขาฆ่าพ่อแม่ของฉันไปต่อหน้าต่อตา...
เซเนล – อะไรนะ?
โคลเอ้ – เขาซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากาก แต่ฉันมันใจว่าเป็นเขาแน่ๆ ฉันมาที่เลกาซี่เพื่อล้างแค้นให้พ่อกับแม่
เซเนล - .... ทำไมเธอถึงบอกเรื่องนี้กับชั้นล่ะ?
โคลเอ้ – ฉันแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่ฉันรู้เรื่องของนาย แต่นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย.....
เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างหน้าคนเดียว
โคลเอ้ – นายคิดจะไปคนเดียวอีกหรือ? ที่นายกำลังทำอยู่มันไม่ใช่ความกล้านะ มันคือความบ้าระห่ำ
เซเนล – เงียบน่า....
โคลเอ้ – นายก็รู้นี่ว่าไม่มีโอกาสชนะถ้าบุกเข้าไปคนเดียว!
เซเนล – เงียบน่า! เชอรี่กับสเตล่า ทั้งคู่กำลังทรมานอยู่ทุกนาที แล้วถ้าไม่มีใครทำอะไรเลย พวกเธอก็จะตาย! แล้วเธอยังจะให้ชั้นนั่งอยู่ที่นี่โดยไม่ทำอะไรเหรอไง? ถึงพวกชั้นจะไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด แต่ชั้นก็ยัง----
โคลเอ้ – นายพูดถูกแล้ว เพราะอย่างนั้นฉันถึงจะไปกับนายด้วย
เซเนล - !
โคลเอ้ – อย่าคิดว่านายเป็นคนเดียวที่กำลังทรมานสิ ฉันก็มีความภักดีกับบ้านเกิดเมืองนอน และมีความเกลียดชังศัตรูของฉัน....ฉันก็โกรธแค้นเหมือนกับนาย ฉันทนยืนอยู่เฉยๆแล้วรอให้เรื่องราวมันผ่านไปไม่ได้หรอก
เธอเดินเข้ามาพูดเบื้องหน้าเขา “ฉันคิดว่าพวกเราจะแก้ปัญหาที่เรย์นาร์ดเป็นห่วงได้นะ ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันและกันแล้ว พวกเราก็น่าจะร่วมงานกันได้”
เซเนล - ....
โคลเอ้ - ใช่ไหมล่ะคูลริดจ์? หรือว่านี่ฉันเพ้อฝันไปเองน่ะ?
เขายื่นมือมาให้ “ไม่หรอก ไม่ใช่เพ้อฝันหรอก”
โคลเอ้ – คูลริดจ์!
เธอเอื้อมไปจับมือของเขา “ดูเหมือนว่าเราจะได้เป็นพันธมิตรกันก่อนใครแล้วนะ”
เซเนล – ใช่
นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ!
เจ้าของเสียงกับโมเซสวิ่งออกมาจากอาคาร
โมเซส – พวกอั๊วะก็จะไปด้วย อั๊วะไม่เข้าใจเรื่องการเมืองหรอก แต่อั้วะรู้ว่าพวก็งไม่ยอมทิ้งอั๊วะไปลุยกันเองหรอก
โคลเอ้ – รู้ไหม ดูเหมือนว่าพวกเราจะคิดเหมือนกันหมดเลยนะ
นอร์ม่า – พวกเรามีคลื่นสมองเดียวกันนี่! แล้วตาบ้าที่ไหนมาบอกนะว่าพวกเราไปด้วยกันไม่ได้?
เฟนิมอร์ – พวกคุณทำถึงขนาดนี้เพื่ออะไรคะ?
เฟนิมอร์เดินออกมาอีกคน เธอเดินตรงไปหาเซเนล “พวกเขาบอกให้คุณพักได้แล้ว แล้วทำไมยังดึงดันที่จะไปอีกล่ะ? ….ฉันก็เป็นห่วงเชอรี่ แต่ฉันก็ออกไปที่สนามรบไม่ได้!”
โคลเอ้ – พวกฉันแค่พยายามทำเรื่องทำได้ค่ะ
นอร์ม่า – เธอหมายความว่าเรื่องเดียวที่พวกเราทำได้หรือเปล่า?
เซเนล – พวกเราอาจจะเป็นแค่กลุ่มเด็กซุ่มซ่ามงี่เง่า
นอร์ม่า – นายยอมให้เขาพูดถึงแบบนั้นได้เหรอ โมสุเกะ?
โมเซส – ไม่ใช่แค่อั๊วะซักหน่อย แม่ฟองสบู่!
เซเนล – แต่เธอรู้ไหม......
เขาหันไปมองทุกคน “นี่ล่ะคือพวกเรา”
เฟนิมอร์ – พวกคุณ.....
เซเนล – นอกจากนั้นเธอก็ยังมีสิ่งที่ทำได้นะ เฟนิมอร์
เฟนิมอร์ – มีด้วยหรือคะ?
เซเนล – คิดถึงเชอรี่เอาไว้
เฟนิมอร์ – นั่นจะช่วยได้หรือคะ?... เหมือนกับที่เชอรี่บอกไว้...
เซเนล - ?
เฟนิมอร์ – ฉันยังเชื่อชาวพื้นดินไม่ได้หรอกค่ะ
เซเนล – เฟนิมอร์....
เฟนิมอร์ – แต่ฉันเชื่อเชอรี่ และเธอพูดว่าทุกคนไม่ได้ทำหรือคิดเหมือนกัน
เซเนล - ....ใช่
เฟนิมอร์ – ฉันจะไม่ให้อภัยคุณถ้าคุณทรยศกับความเชื่อมั่นนั้นของเธอ ฉันจะคอยเฝ้าดูคุณเอง
เซเนล – ก็ได้ ขอบใจนะ เฟนิมอร์
เฟนิมอร์ – แต่ฉัน...ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย.....
นอร์ม่า – เอ้าๆ ได้เวลาคิดกันแล้วนะว่าพวกเราจะทำอะไรกันดี
วันรุ่งขึ้น ทั้งสี่คนก็รวมกลุ่มกันไปหาเมาริทซ์และวิล
เซเนล – ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรด้วยเถอะ
โคลเอ้ – พวกฉันจะทำตามคำสั่งของคุณ พวกเราจะไม่วิ่งไปคนเดียวอีกค่ะ
โมเซส – จะให้สู้รบที่แนวหน้า หรือจะให้แบกเสบียง หรืออะไรก็เหอะ บอกมาเลย พวกอั๊วะจะทำเอง
นอร์ม่า – ขอร้องนะค้า!
วิล – เฮ้อ
เซเนล – พวกชั้นพูดเรื่องนี้กันทั้งคืนแล้ว ขอร้องล่ะ
โคลเอ้ –พวกฉันรู้ว่าสิ่งที่พวกฉันอยากจะทำ กับสิ่งที่พวกฉันต้องทำแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นได้โปรดเถอะค่ะ
ทั้งสี่คนก้มหัวเป็นการขอร้อง
วิล – พันธมิตรน่ะยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเลย พวกเธอน่ะไปไกลเกินไปแล้วนะ
นอร์ม่า – หมายความว่า?....
วิล – ฉันไม่เห็นด้วยกับคำขอของพวกเธอ
นอร์ม่า – ทำไมล่ะ!
วิล – เพราะนี่กำลังจะกลายเป็นสงคราม และในสงครามก็ไม่มีที่สำหรับความรู้สึกส่วนตัวนะ
เด็กหนุ่มชาววารีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องประชุม ท่าทางตื่นตระหนก “หัวหน้าครับ! รีบไปเถอะ! วอลเตอร์เขา!”
เมาริทซ์ – เขาเป็นอะไรไปหรือ?
ที่ทางเข้าอาคารนั้น วอลเตอร์นั่งทรุดตัวอยู่ข้างๆชาววารีที่นอนอยู่ข้างๆ เฟนิมอร์รีบลงไปนั่งดูอาการของผู้ที่นอนอยู่
เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น?
เด็กหนุ่ม – พวกเราถูกปีศาจที่อยู่ที่นั่นไล่ล่ามาครับ
เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ล้มเหลวในการนำคริสตัลเสียงกระซิบมาสินะ นี่ทำให้แผนของเราติดขัดจริงๆ
วิล – มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือครับ?
เมาริทซ์ – มันคือกุญแจสำคัญที่กุมชัยชนะของพวกเราเอาไว้
นอร์ม่า – อ้ะ! อ้ะ อ้ะ! นี่!
เธอคิดอะไรได้ รีบชูมือเสนอตัวทันที
นอร์ม่า – ถ้าเป็นแบบนั้นพวกฉันก็จะไปเอาคริสตัลเสียงกระสับกระส่ายอะไรนั่นมาให้เองค่า!
เมาริทซ์ – เธอหรือ?
นอร์ม่า – แล้วหลังจากที่พวกเราเอามันกลับมาแล้วคุณก็จะได้ให้พวกเราเข้าร่วมกับพันธมิตรได้!
วิล – นอร์ม่า ทั้งสองเรื่องนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ
เมาริทซ์ – ไม่หรอก เรายินดีที่พวกเธอจะช่วย จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่พวกเราน่าจะทำกันเอง แต่พวกเราก็มีคนไม่พอด้วย
นอร์ม่า – งั้นติ๊ต่างว่าโอเคนะค้า! เอาล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ!
โคลเอ้ – ไปที่ไหนล่ะ?
นอร์ม่า – ไปที่ไหนกันนะ??
โมเซส – หล่อนนะใจร้อนไปเยอะนะ แม่ฟองสบู่
เมาริทซ์ – คริสตัลเสียงกระซิบถูกซ่อนอยู่ในสุสานที่เหลือมาจากยุคเทลเซส ที่ๆมันอยู่เคยเป็นเกาะ แต่ตอนนี้มันก็เชื่อมต่อกับ แผ่นดินแล้ว ลองมุ่งหน้าไปทาง 11 นาฬิกาจากที่นี่ก็จะพบมันได้
นอร์ม่า – อยู่ทาง 11 นาฬิกา... เคยเป็นเกาะมาก่อน..... ตกลง ถ้างั้นฉันคิดว่า..........ไม่จริงอ้ะ!
เธอทำหน้าเหวอเมื่อรู้ว่าสถานที่ที่ว่าคือที่ไหน
เซเนล – มีอะไรเหรอ?
นอร์ม่า – คุณ.....คุณไม่ได้หมายถึงโบราณสถานกินคนนั่นน่ะนะ? ที่นั่นน่ะมีชื่อกระฉ่อนในหมู่นักล่าสมบัติ และเป็นที่เดียวที่ฉันไม่อยากย่างกรายไปเลยด้วย!
เซเนล – แต่พวกเราก็ถอยไม่ได้แล้วล่ะ ใช่ไหม ทุกคน?
โคลเอ้+โมเซส – ถูกแล้ว / เย๊ป
เซเนล – ไปกันเถอะ
ทั้งสี่คนเริ่มออกเดินทางกัน โดยโคลเอ้ต้องออกแรงผลักนอร์ม่าซึ่งตั้งท่าจะเดินสวนทางอย่างเดียว
นอร์ม่า – อย่าน้า! อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โบราณสถานกินคนอ้ะ!
วิล – รอก่อนซิ
เขาเดินตามมาหลังจากทุกคนเดินออกไปพักเดียว “ฉันจะไปกับพวกเธอด้วย”
เซเนล – นายแน่ใจเหรอ?
วิล – ฉันคงนอนซมแน่ๆถ้ารู้ว่าพวกเธอไปนอนเหลวเป๋อยู่ข้างนอกกันเอง ฉันจะให้คนอื่นไปส่งสารให้แทน
โคลเอ้ ขอบคุณค่ะ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยล่ะก็พวกเราก็มั่นใจมากขึ้นเยอะ
วิล – จริงๆเลยนะ พวกเธอนี่...
เวลานั้น เชอรี่และสเตล่าก็ถูกนำตัวไปถึงหอบังคับการของเลกาซี่........
นอร์ม่า – เฮ้อ...... มาถึงจนได้....
โมเซส – นี่ เลิกทำเป็นเซ็งอย่างนั้นเถอะน่า ให้อั๊วะกับกีทจัดการเอง!
นอร์ม่า – ถ้าฉันกำลังจะถูกกิน นายต้องมายอมให้กินแทนฉันนะ เซเนเซเน่~
เซเนล – ไม่
นอร์ม่า – ใจร้าย!
วิล – เอาล่ะ อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าวอลเตอร์ได้เข้าไปยังที่แห่งนี้ และถอยกลับไป ฉันคิดว่าพวกเราไม่ต้องกังวลมากเรื่องข่าวลือกับเรื่องเล่าต่างๆหรอก
นอร์ม่า – เอ้ะ นั่นสิ! วอลลี่ก็ยังออกไปได้เลยนี่หน่า! ไม่เห็นมีอะไรที่น่ากลัวในโบราณสถานกินคนเลยนี่! ไปเลย!
โมเซส – หล่อนนี้เปลี่ยนใจเร็วนะ...
เซเนล – ก็ไม่ใช่ว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นแบบนี้นี่นะ
โคลเอ้ – นี่ นอร์ม่า เธอน่ะไม่ได้กังวลเรื่องการบาดเจ็บสาหัสที่วอลเตอร์กับคนอื่นได้มาเลยหรือ?
นอร์ม่า – เอ่อ...นั่นสินะ
ภายในโบราณสถานนั้น ก็ดูเหมือนกับโบราณสถานทั่วไป จนน่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีชื่อว่า “กินคน” ยกเว้นแต่ที่ส่วยในของโบราณสถาน ซึ่งเป็นห้องกว้างทรงกลม และมีรูปปั้นมนุษย์ยืนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
โมเซส – ที่นี่มันอะไรเนี่ย? มีแต่รูปปั้นประหลาดๆเรียงเป็นตับเลยวุ้ย
นอร์ม่าชี้ไปที่กลางห้อง “อ๊า ดูสิ! มีเตียงด้วย ดูท่าทางสบายดีจัง!” ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปที่เตียงซึ่งตั้งอยู่กลางห้องโถงแล้วถลาเข้าไปนอนทันที
นอร์ม่า –วู้ฮู้!
วิล – นอร์ม่า! เธอต้องระวังกว่านี้หน่อยนะ!
นอร์ม่า – คร่อก...ฟี้....
เซเนล+วิล+โคลเอ้ .oO(.... หลับไปแล้วเหรอนั่น?)
โมเซส – เฮะๆๆ.... หล่อนมัน....เอ่อ... เลินเล่อจริงๆ.
โคลเอ้ – จะพูดแบบนั้นก็ได้น่ะนะ
เซเนล – ไม่สิ ที่นี่มีอะไรบางอย่างแปลกๆ!
ทุกคนวิ่งไปหา ซึ่งนอร์ม่าก็งัวเงียตื่นมา “หือ? อ้ะ อรุณสวัสดิ์ เซเนเซเน่!”
เซเนล – ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานอนหลับนะ! เตียงนี่มีอะไรอยู่แน่
เขาเข้าไปลากเธอออกมา พอดีกับที่สิ่งที่เป็นเตียงนั้นเริ่มขยับ ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วมันคือสัตว์ประหลาดที่ชื่อมิมิกเบ้ดขนาดใหญ่ ส่วนที่ดูเหมือนเตียงจริงๆก็คือภายในปากของมันโดยมีลิ้นซึ่งรูปร่างเหมือน กับพรม!
โคลเอ้ – มีอะไรกำลังเข้ามาแล้ว!
ปีศาจดีว่าซึ่งมีรูปร่างกึ่งผู้หญิงกึ่งงูพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของปีศาจตัว แรก และทำให้ได้รู้จากการต่อสู้ว่าดีว่าตนนั้นใช้โอกาสที่มนุษย์เผลอเข้าไปนอนใน ปากของมิมิกเบ้ดซึ่งทำเหมือนกับเป็นเตียง เข้ามาใช้พิษของมันทำให้คนนั้นๆกลายเป็นหินเหมือนกับรูปปั้นที่อยู่รายรอบ
นอร์ม่า – ว้าว เกือบไปแล้วนะเนี่ย ถ้าช้าไปนิดฉันคงได้กลายเป็นรูปปั้นเหมือนพวกนี้แน่ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกว่าโบราณสถานกินคน มีแต่กับดักทั้งนั้นเลยนี่หน่า!
เซเนล – ชั้นคิดว่าปัญหามันอยู่ที่เธอไปติดกับดักแบบนั้นง่ายๆต่างหากล่ะ
เมื่อเดินพ้นห้องโถงนั้นมา เซเนลก็พบกับห้องกว้างซึ่งด้านในเหมือนกับเป็นหลุมที่มีแสงสีฟ้าส่องขึ้นมา และมีแท่งสีฟ้าสูงพุ่งขึ้นมาจากหลุมอยู่เต็มไปหมด
นอร์ม่า – พวกแท่งๆแปลกๆนี่มันอะไรกันนะ?
วิล – อาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกฝังเอาไว้กับศพ หรืออาจจะเป็นเซนติเนล (หน่วยรักษาความปลอดภัย) ที่ใช้ดูแลพวกเขาก็ได้
โคลเอ้ – แต่สิ่งที่พวกเรากำลังค้นหาอยู่ที่ล่ะคะ? พวกเราก็น่าจะเข้ามาได้ไกลแล้วนะ...
เซเนล – คริสตัลเสียงกระซิบอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?
เขาชี้ไปที่ส่วนในสุด ซึ่งมีลูกแก้วสีฟ้าลอยอยู่
นอร์ม่า – อาจจะใช่นะ ดูแล้วก็เหมือนคริสตัลนี่
ใมเซส – ย้าฮู้! มาหาพ่อเร้ว!
เขาวิ่งหน้าตั้งไปก่อนคนอื่น ก่อนจะไปหยุดที่พื้นที่ซึ่งมีโลงศพตั้งอยู่
นอร์ม่า - โมสุเกะ หยุดก่อนสิ!
ใมเซส – ฮะฮ่า ดูเหมือนอั๊วะเป็นคนแรก.....โว้ว!
เขาร้องเสียงหลงแล้วเงียบไปหลังจากก้มมองดูภายในนั้น....
วิล – โมเซส มีอะไรหรือ?
โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?!.....
โคลเอ้ – ทำไมเสียงของแซนเดอร์ถึงดูจริงจังแบบนั้นล่ะ?!
เซเนล – มีอะไรผิดปกติเหรอ?! พวกเราจะไปเดี๋ยวนี่ล่ะ!
ทุกคนวิ่งตามเข้าไป
โมเซส – ลองค่อยๆเหลือบลงไปดูในโลงสิ.... ช้าๆนะ
....
เซเนล+วิล – อะไรน่ะ?!....
โคลเอ้+นอร์ม่า - เฮือก! ..ใคร….
ภายในนั้น มีหญิงสาวผมสีฟ้า รูปร่างดีในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ผ่าซ้ายจนสูงถึงเอว นอนหลับอย่างสบายใจ........
โคลเอ้+นอร์ม่า – ใครกันเนี่ย?!
เธอคนนั้นลืมตาแล้วลุกขึ้นมานั่ง
นอร์ม่า – เธอตื่นแล้วอ่ะ.....
??? – อรุณสวัสดิ์จ๊ะทุกคน
ทุกคนโค้งตัวลงไปตอบรับโดยไม่ได้ตั้งใจ “อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ”
วิล – คุณชื่ออะไรครับ?
กริวเน่ – กริวเน่.....ฉันคิดว่าอย่างงั้น ใช่หรือเปล่านะ?
งิล – อย่าถามผมสิ....
นอร์ม่า – คุณมาทำอะไรในที่แบบนี้คะ?
กริวเน่ – เอ.....ก็นะ อากาศก็อบอุ่นดี แล้วกว่าที่ฉันจะรู้ตัว.....
นอร์ม่า – แบบนั้นมันไปเกี่ยวอะไรกับที่ลงมาอยู่ที่ใต้สุดของโบราณสถานกินคนล่ะเนี่ย?!
โมเซส - เจ๊มาหลับในที่ๆมีแต่ปีศาจอย่างนี้นี่นะ?
กริวเน่ – อ้อ พวกเขาเป็นเด็กดีกันทั้งนั้นเลยน่ะจ่ะ
โมเซส – โกหก!
โคลเอ้ – ทุกเรื่องน่ะน่าสงสัยจริงๆ ฉันไม่เสียดายเวลาหรอกถ้าจะถามคาดคั้นอีกนะคะ
กริวเน่ – เอ... ก็นะคะ อย่าไปกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยเลยนะ? มันแค่......นิดหน่อยน่ะ
โคลเอ้ – ฉันเริ่มปวดหัวแล้วสิ.....
เซเนล – เอ้าๆ พอได้แล้ว เข้าเรื่องกันดีกว่า สาเหตุที่พวกเรามาที่นี่ในตอนแรก...
วิล – เพื่อเอาคริสตัลเสียงกระซิบไงล่ะ
เซเนล – ใช่แล้ว
ทุกคนเข้ามารวมตัวปรึกษากันหลังค้นทั่วแล้ว
วิล – ดูเหมือนสิ่งเดียวที่ดูเหมือนว่าจะใช่ก็คือคริสตัลที่เห็นนั่น อาจจะใหญ่ซักนิด แต่ก็รีบเอามันกลับไปเถอะ
เซเนลเดินไปหลับคริสตัลนั้นมา
นอร์ม่า – แล้วเจ๊กริวจะทำอะไรต่อเอ่ย?
กริวเน่ – แน่นอน ฉันก็จะไปกับพวกเธอไงจ๊ะ
เซเนล+วิล+โคลเอ้ – (แล้วคุณโอเคกับชื่อเล่นนั่นด้วยเหรอ?)
กริวเน่ – ไปกันหลายๆคนน่ะคงปิคนิคสนุกนะ
โมเซส – ปิคนิกเหรอ?
วิล – ฉันเป็นห่วงถ้าจะพาเธอไปด้วยนะ แต่กระนั้นพวกเราก็คงให้เธอนอนหลับที่นี่ไม่ได้ ทุกคนตกลงใช่ไหม?
ด้านนอกของโบราณสถาน เซเนลวางคริสตัลลงกับพื้น “โมเซส นายรับไปต่อทีได้ไหม?”
โมเซส – ได้เล้ย
ทหารเกราะแดงสามคนพุ่งเข้ามาทันที!
ทุกคนยกเว้นกริวเน่ – ลอบโจมตีเหรอ!
กริวเน่ – อ้ะ พาเพื่อนมาด้วยเหรอจ๊ะ
โมเซส – เพื่อนเจ๊นี่ชอบซุ่มโจมตีเหรอ?
กริวเน่ – ก็นะ
เซเนล – บ้าจริง ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย!
วิ้ง.....
วิล – เธอได้ยินเสียงอะไรแปลกๆหรือเปล่า?
โคลเอ้ – ค่ะ มาจากในโบราณสถานหรือเปล่า?
เธอหันกลับไป และเห็นหุ่นยนต์ตัวเล็กๆวิ่งออกมา
โมเซส – อะไรฟะเนี่ย?!
นอร์ม่า – ไม่จริงอ้ะ! นี่มันเป็นเซนติเนลที่อยู่ในนั้นนี่!
เซเนล – พวกเราติดกับซะแล้ว!
หุ่นยนต์ตัวนั้นพุ่งเข้ามา!.... แล้วก็วิ่งเลยไปยืนหน้าทหาร
นอร์ม่า – หา?
มันกางแขนจนพวกทหารงง แล้วลองเดินมาจิ้มๆดู มันเหวี่ยงแขนจนพวกเขาต้องถลาหลบ ก่อนที่มันจะยิงเลเซอร์ถล่มจนทั้งสามพ่ายแพ้ถอยหนีไป
นอร์ม่า – ว้าว!
เซเนล – เจ้านี่มันปกป้องพวกเราเหรอ?
นอร์ม่า – ไอ้นี่มันอะไรกันอ้ะ?
วิล – บางทีคุณเมาริทซ์อาจจะรู้เรื่องอะไรก็ได้ พามันกลับไปด้วยเถอะ คุณกริวเน่ คุณกลับไปที่เมืองเองได้ไหมครับ?
กริวเน่ – ทำไมฉันต้องกลับไปที่เมืองล่ะคะ?
ทุกคนพูดไม่ออก ได้แต่หันมาซุบซิบปรึกษากัน
นอร์ม่า – พวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอนอกจากชื่อเลยนะ
โคลเอ้ – เธออาจจะสูญเสียความทรงจำหรือเปล่า?
กริวเน่ – เอ ฉันก็ยังจำอะไรได้นะคะ อย่าห่วงเลย
โมเซส – เจ๊แกได้ยินพวกเราหมดเลยแฮะ
นอร์ม่า – แล้วจำอะไรได้บ้างล่ะคะ?
กริว – ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นพวกเธอไงล่ะ
นอร์ม่า – นั่นมันพึ่งเกิดเมื่อกี้อ้ะ!
วิล – บางทีเธออาจจะเสียความทรงจำจริงๆก็ได้ ตอนนี้พาเธอไปด้วยเถอะ
กริวแน่ – โอ คุณดูแลฉันเหมือนกับคุณหุ่นตัวนี้เลย! ดีใจจริงๆ ขอบคุณมากค่ะ!
ทุกคน .oO(แค่นี้เธอก็ดีใจแล้วเหรอ?)
ขณะเดียวกัน ที่หอบังคับการของเลกาซี่ เชอรี่ถูกนำตัวมาที่ห้องควบคุมพร้อมวากรัฟและสามวิหค
วากรัฟ – ห้องควบคุมนี้สามารถบังคับทุกสิ่งบนเลกาซี่ได้
เชอรี่มองไปที่ทหารซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆผลึกแก้วรูปวงรีสองอันที่อยู่ใกล้ๆ
วากรัฟ – เจ้าสงสัยเรื่องอุปกรณ์นั้นสินะ ไม่ต้องใจร้อนไปหรอก เจ้ากับพี่สาวจะต้องเชื่อมต่อกับมันเร็วๆนี้อยู่แล้ว
เชอรี่ – เชื่อม.....เชื่อมต่อ?
วากรัฟ – หึๆๆ.... แต่ก่อนอื่น ได้เวลาออกเรือแล้ว
เขาชูมือออกคำสั่งไป “ใช้ความเร็วเต็มที่! ตั้งเส้นทางสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย!
ทั้งหกคนกับหุ่นยนต์หนึ่งตัว เดินทางกลับมาถึงฐานของเมาริตซ์ ซึ่งเจย์ก็ปราดออกมาดักหน้าก่อน
เจย์ – สวัสดีครับ ทุกคน
เซเนล+นอร์ม่า+โมเซส – นาย!....
โคลเอ้ – เจย์!
เธอพูดเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าไปก่อนใคร
เจย์ – มีอะไรหรือครับคุณโคลเอ้ คุณดูหงุดหงิดนะ?
โคลเอ้ – เจย์! คุณทำอะไรกับพวกเราที่ซากโบราณแสงเยือกแข็งน่ะ!...
เจย์ – คุณพูดเรื่องอะไรน่ะครับ?
โคลเอ้ – อย่าทำหน้าซื่อเลย! แทนที่จะบอกพวกเราว่ามีประตูลับ แต่คุณกลับให้พวกเราเกือบไปเอาชีวิตไม่รอดเหรอ?!
เจย์ – ผมชื่นชมในความกล้าของคุณนะครับ คุณโคลเอ้ คุณกล้าลงไปผจญภัยใต้น้ำโดยไม่คำนึงถึงจุดอ่อนของคุณเลย
โคลเอ้ – เดี๋ยวก่อนสิ หมายความว่ายังไงน่ะ “จุดอ่อน”?
เจย์ – ก็เรื่องที่คุณไม่---
เธอโบกไม้โบกมิอตัดบทเมื่อรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร “ อ๊า!”
นอร์ม่า+โมเซส – “ไม่” อะไรเหรอ?.....
โคลเอ้ – คูลริดจ์! นายบอกว่าจะไม่บอกใครยังไงล่ะ!
เซเนล – ไม่ใช่ชั้นนะ! สาบานได้!
เจย์ – ผมรู้ด้วยตัวเองน่ะครับ ธุรกิจของผมก็คือข่าวสารนี่นะ
โคลเอ้ – ล้อเล่นน่า......
เธอทำคอตกอย่างเซ็งชีวิต
วิล – แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ เจย์?
เจย์ – เพื่อมาพบชาวราเดี้ยนยังไงล่ะครับ
วิล – เธอรู้เรื่องได้เร็วจริงๆนะ
เจย์ – นั่นล่ะความพิเศษของผมครับ
เสียงลมพัดจู่ๆก็ดังขึ้นอย่างผิดสังเกคุ
เจย์ –หืม? ทำไมอยู่ลมก็พัดขึ้นมากระทันหันล่ะ?
ที่เมืองเวลเทส ชาวบ้านกำลังชมการแสดงชองฟีโรโมนบอมเบอร์ จนชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
ชาวบ้าน – เอ้ะ ดูที่ภูเขาสิ! เมฆกำลังค่อยๆลอยไปด้านข้างแล้ว ปกติมันจะอยู่ข้างภูเขาๆตลอดนี่
ชาวบ้าน – เลกาซี่กำลังเคลื่อนที่เร็วกว่าปกติแน่ๆ
ทุกคนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ชาวบ้านหญิง – ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นก็ตอนที่ทุกคนคิดว่าเมลเนสมาถึงแล้วหรือเปล่า?
ชาวบ้านหญิง – ฉันสงสัยว่าวากรัฟเกี่ยวอะไรด้วยหรือเปล่านะ
เมาริทซ์ –โอ สิ่งนี้ล่ะ! คริสตัลเสียงกระซิบ! ทำได้ดีมาก ทุคน
วิล – คุณตั้งใจจะใช้คริสตัลนั่นทำอะไรครับ?
เมาริทซ์ – พวกเราจะใช้มันควบคุมออโตมาต้า หรือสิ่งที่คุณเรียกมันว่าเซนติเนล พวกมันเป็นสิ่งหลงเหลือจากยุคของเทลเซส
วิล – ผมก็รู้สึกอยู่ว่าคริสตัลกับเซนติเนลต้องมีความเกี่ยวโยงกัน
เมาริทซ์ – เราคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายถึงพลังต่อสู้ของออโตมาต้าแล้วนะ
เซเนล – ทำไมเซนติเนลถึงตามผมมาล่ะครับ? ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย
เมาริทซ์ – ดูเหมือนว่ามันเปิดระบบขึ้นมาตอนที่เธอสัมผัสคริสตัลกระมัง
นอร์ม่า – มันอาจจะคิดว่าเซเนเซเน่เป็นป๊ะป๋าล่ะมั้ง
เจย์ – มันไม่ใช่ลูกนกนะครับ
นอร์ม่า – เป็นที่นิยมนี่ดีนะ ใช่ไหม เซเนเซเน่?
เซเนล – เลิกพูดเถอะน่า
เมาริทซ์ – พวกเธอเห็นออโตมาต้าจำนวนมากในสุสานใช่ไหม? ถ้าใครที่มีความสามารถเพียงพอ ก็จะสามารถใช้คริสตัลเสียงกระซิบ ควบคุมพวกมันทั้งหมดได้ ถ้ารวมพลังของออโตมาต้ากับสิ่งประดิษฐ์นี้จากอาณาจักรเทลเซส พวกเราชาววารี และพวกเธอชาวพื้นดินซึ่งเตรียมตัวไว้แล้ว พวกเราก็พร้อมกับสู้กับวากรัฟ
วิล – พันธมิตรยังก่อตั้งไม่สำเร็จใช่ไหมครับ?
เมาริทซ์ – สารตอบรับพึ่งมาถึงตอนที่เธออกไปกัน ทัพพันธมิตรได้เกิดขึ้นแล้ว
วิล – งั้นหรือครับ
เมาริทซ์ – ทั้งหมดเป็นเพราะสารของเธอ วิล ขอบคุณมาก
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ได้ว่าถกกันเรื่องรายละเอียดแล้วครับ
เมาริทซ์ – เธอคงจะเป็นฝ่ายวางกลยุทธ์ของพันธมิตรที่กล่าวถึงในสารสินะ
ทุกคนหันไปมองอย่างไม่อยากเชื่อ
เจย์ – เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นล่ะครับ
วิล – เธอสั่งมาแบบนั้นหรือ?
เจย์ – ก็ใช่ครับ
ทุกคนล้มวงกันในห้องประชุม โดยเมาริทซ์กับเจย์เป็นผุ้นำ
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นให้ผมอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันก่อน
เขาวางแผนที่โลกไว้บนโต้ะประชุม แล้วชี้ไปทางตะวันตกของแผ่นดินใหญ่
เจย์ – ตอนนี้เลกาซี่ลอยลำอยู่บริเวณนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวากรัฟกำลังตั้งเส้นทางเรือไปที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาเรีย
เขาชี้ไปที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแผ่นดิน
นอร์ม่า – นั่นมันประเทศของคูนี่...
เจย์ –พวกเขากำลังทำสงครามกับอาณาจักรครูแซนด์ของวากรัฟอยู่
โคลเอ้ – ฮึ
เจย์ – ด้วยความเร็วขนะนี้ คงจะอีกไม่นานนักก่อนที่เลกาซี่จะไปถึงชายฝั่งของกาโดเรีย และถ้าคำนวณพิสัยการยิงของปืนใหญ่เนลเฟสแล้วล่ะก็ พวกเราจะมีเวลาน้อยลงไปอีก
เซเนลหันไปมองโคลเอ้ซึ่งมีสีหน้ากังวล
นอร์ม่า – นายเป็นห่วงคูเหรอ?
เซเนล – ไม่ใช่แบบนั้นหรอก...
นอร์ม่า – ฉันว่านายเชียร์เธอได้นะ...
เซเนล – ชั้นเรอะ?
วิล – ถึงจะมีทัพพันธมิตรแล้ว แต่สถานการณ์ของพวกเราก็ยังอันตรายอยู่นะ
เจย์ – ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข่าวร้ายหรอกครับ ตราบใดที่พวกเรายังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอยู่ ก็จะไม่มีเรือลำใดเข้ามาเทียบท่ากับเลกาซี่ได้ หมายความว่าวากรัฟไม่สามารถนำกองหนุนเข้ามาเพิ่มได้
วิล – ถ้าอย่างนั้นพวกเราสามารถจัดการได้ด้วยกองทัพผสมสินะ?
เจย์ – อาจจะดีกว่าถ้าจะพูดว่า “พวกเราอาจจะสามารถจัดการได้” นะครับ
เมาริทซ์ –พวกเราต้องดูรายละเอียดของแผนก่อน
เจย์ – พวกเราจะประชุมเรื่องกลยุทธ์เดี๋ยวนี้ครับ คุณวิลเชิญเข้ามาร่วมกับพวกผมด้วย
เขาหันมาหาคนอื่นๆ
วิล – ใช้โอกาสนี้ไปพักผ่อนเถอะ อย่าออกไปจากฐานล่ะ
นอร์ม่า – ได้ค่า
เซเนลยังนั่งอยู่ในห้องประชุมซึ่งเจย์ วิล และเมาริตซ์กำลังประชุมกันอยู่ คนอื่นๆนั้นออกไปกันหมดแล้วยกเว้นโคลเอ้ “คูลริดจ์”
เซเนล – อะ....มีอะไรเหรอ?
โคลเอ้ – คือ ฉัน....
เธอเดินเข้ามากระซิบข้างหู “ฉันอยากจะพูดกับนายตามลำพัง แค่สองคนเท่านั้น ถ้ามืดแล้วนายจะ.......นายจะไปพบฉันที่ข้างๆน้ำพุได้ไหม?”
เซเนล - .....ตกลง
โคลเอ้ – ขอบคุณ ฉันจะรอที่นั่นนะ
เมื่อกลางคืนมาถึง ถึงทุกคนนอนหลับไปกันหมดแล้ว เซเนลลุกออกจากห้องพักไปตามที่เธอนัด
เซเนล – เธอรอนานไหม?
โคลเอ้ – ไม่หรอก สบายมาก
เซเนล – แล้วเธออยากจะพูดกับชั้นเรื่องอะไรล่ะ?
โคลเอ้ – ฉันอยากจะฝึกกับนาย แล้วนายก้เป็นคนเดียวที่รู้ว่าฉันมาที่นี่ทำไมด้วย
เซเนล – อ้อ ได้สิ
โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ!
ขณะเดียวกัน....
เชอรี่ – ขอร้องล่ะ หยุดเรือเถอะ!
วากรัฟ – ถ้าเจ้าอยากจะให้หยุดมากขนาดนั้น ทำไมถึงไมปลดปล่อยพลังของเจ้าออกมาล่ะ? เมลเนสน่ะสามารถควบคุมทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเลกาซี่ได้ด้วยแค่ความประสงค์เท่า นั้น
เชอรี่ – ฉัน...
วากรัฟ – หรือว่าเจ้าทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีเซเนลที่รักอยู่ข้างๆ? ข้าเริ่มเบื่อกับความอ่อนด้อยของเจ้าแล้ว ข้าเริ่มสงสัยว่าจริงๆแล้วเจ้าคงเป็นเมลเนสที่ไม่เอาไหนมากกว่า!
เชอรี่ -.......
“เธอทำพิธีรับสิทธิ์ล้มเหลวนี่!”
“เชอรี่จะใช้พลังของเธอไม่ได้อีกแล้ว.....”
“แล้วพวกเราจะเป็นยังไงล่ะ?”
เมลานี่ – ท่านผู้บัญชาการ การเตรียมตัวสำหรับพี่สาวของนางเสร็จสิ้นแล้วค่ะ
วากรัฟ – ดีมาก
เชอรี่ได้สติจากภวังค์เมื่อได้ยินคำพูดถึงพี่สาว
เชอรี่ – พี่สเตล่า!
เธอหันไปมองที่ผลึกแก้วทั้งสองที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ ซึ่งทหารได้นำร่างของสเตล่าไปตรึงเอาไว้ภายใน
เชอรี่ – พวกคุณจะทำอะไรกับพี่น่ะ ?!
วากรัฟ – พวกข้ากำลังจะเติมพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟส .... ด้วยชีวิตของนาง
เชอรี่ – อย่านะ! คุณกำลังจะฆ่าเธอนะ! หยุดเถอะ! ขอร้องล่ะ อย่าดึงชีวิตของเธอออกไปเลย!
หน้าของเธอผงะไปข้างหนึ่งเมื่อวากรัฟเข้ามาตบอย่างแรง
เชอรี่ – อ๊า!
วากรัฟ – อย่ากังวลเลย เจ้าจะได้ไปร่วมมือกับเธอเร็วๆนี้ล่ะ เจ้าอาจจะเป็นเมลเนสที่ไม่ได้ความ แต่เจ้าก็น่าจะพอเป็นพลังงานให้กับปืนใหญ่เนลเฟสได้
เชอรี่ – อึ่ก...
วากรัฟ – หึๆๆๆ!
เซเนลกับโคลเอ้เดินอ้อมไปด้านหลังฐานซึ่งเป็นแอ่งน้ำตื้นๆขนาดย่อม
เซเนล – พวกเราไม่มีใครที่จะรักษาแผลให้ได้ ต้องระวังกันหน่อยนะ
โคลเอ้ – ฉันขอโทษนะที่ต้องให้นายมาทำแบบนี้ด้วย
เซเนล – อย่าขอโทษเลย เธอไม่ได้บังคับให้ชั้นทำอะไรนี่ ชั้นทำเพราะชั้นอยากจะทำ เหมือนกับเธอ
โคลเอ - ....ตกลง
หลังจากสู้กับปีศาจแถวๆนั้นไปซักพักหนึ่ง ทั้งสองคนก็มาพักเหนื่อยกันชั่วครู่
โคลเอ้ – จริงๆแล้วนายเป็นคนแรกที่ฉันเลยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยนะ
เซเนล –ก่อนจะมาเลกาซี่ชั้นก็สู้คนเดียวมาตลอดเหมือนกัน
โคลเอ้ – ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะสบายแค่ไหนที่มีใครอยู่ข้างๆนอกจากนาย เอ่อ....อืม ฉันหมายถึงว่า.... ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันหมายถึงอะไร....
เซเนล – ชั้นก็เหมือนกัน มีเธออยู่ข้างๆก็ทำให้ชั้นมั่นใจขึ้นมาก
โคลเอ้ – อะไรกัน?.....
เซเนล – เอาล่ะ อีกซักรอบไหม?
โคลเอ้ – อ้ะ เอาสิ
เธอลุกขึ้นมองเขาเหมือนจะเอ่ยปากขอโทษ
โคลเอ้ - คูลริดจ์
เซเนล – ชั้นบอกแล้วไงว่าเธอไม่ต้องขอโทษน่ะ
โคลเอ้ - ........ขอบใจนะ
เซเนล - ....
และแล้วทั้งสองคนก็นั่งพักอีกรอบ เซเนลเอนหลังลงนอน
เซเนล – เฮ้อ...
โคลเอ้ – นายเหนื่อยแล้วหรือ?
เซเนล – นิดหน่อยน่ะ แล้วเธอล่ะ?
โคลเอ้ – อืม นิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดีนะ
เซเนล – ดีจริงๆนะ ลมกลางคืนน่ะ
โคลเอ้ – ใช่........
เธอนิ่งเงียบ คิดอะไรคนเดียวอยู่ซักพัก
โคลเอ้ – ฉัน..ถามอะไรนายหน่อยได้ไหม? คุณสเตล่าเป็นคนแบบไหนหรือ?
...
เขานอนอยู่ข้างๆเธอใต้ร่มไม้ใหญ่.....
“เอ้า ก็ได้ เราสองคนอยู่แบบนี้นานอีกหน่อยก็ได้....”
....
เธอกำลังพูดกับเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นไย
“ ฉันเป็นห่วงเธอนะ เป็นห่วงจริงๆ เข้าใจไหม?”
…
เธอพยายามวิ่งหนีเขา
“ ถอยไปเถอะเซเนล อย่าหยุดฉันไว้เลย ฉันจะไป”
....
เซเนล – เธออ่อนโยน เอาใจใส่..... แต่ถ้าเธอตัดสินใจเรื่องอะไรแล้วเธอก็จะดื้อบ้าง
....
กลางหมู่บ้านที่เต็มไปกองเพลิงลุกไหม้ แสงสีทองเปล่งออกมาจากตัวของสเตล่า
“ พวกนั้นตามล่าเชอรี่อยู่ ฉันจะอยุ่ที่นี่แล้วถ่วงเวลาให้เอง เธอพาเชอรี่แล้วหนีไปเถอะนะ”
...
สเตล่าเดินออกมาจากบ้านคนเดียว เธอส่ายศีรษะอย่างเศร้าๆขณะที่เขาเดินออกมาพอดี เซเนลหันกลับไปดูในบ้าน และสเตล่าก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เราสองคนอยู่แบบนี้....นานอีกหน่อยได้ไหม?......”
...
เซเนล – เธอฉลาดและกล้าหาญด้วย แต่ถึงอย่างนั้นบางทีเธอก็ดูอ่อนแอ.....
เขาลุกขึ้นมานั่งด้านหน้าโคลเอ้
เซเนล – ชั้นพบเธอครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน สเตล่า เชอรี่ กับชั้น จะอยู่ด้วยกันเสมอ...... กองทัพของวากรัฟโจมตีหมู่บ้านเมื่อสามปีก่อน สเตล่าล่าจะอยู่ที่นั่นแล้วถ่วงเวลาไว้ให้ ชั้นกับเชอรี่จึงหนีออกมาได้
เขาก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
เซเนล – ชั้นพาเชอรี่ไปไว้ที่ปลอดภัย แล้วกลับไปหาสเตล่า... แต่ถึงเวลานั้น......
เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างมุ่งมั่น “เป็นความผิดของชั้นเธอเลยถูกจับไป ครั้งนี้ ชั้นจะช่วยเธอบ้าง ชั้นต้องช่วยเธอ และเชอรี่ด้วย
โคลเอ้ลุกขึ้นบ้าง “ฉันจะช่วยนายด้วย”
เซเนล – โคลเอ้....
โคลเอ้ – พวกเราจะทำทุกอย่างที่จะพาพวกเธอกลับมา
เซเนล - .....ใช่
เสียงดังซวบๆออกมาจากพุ่มไม้
เซเนล+โคลเอ้ – ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?!
เสียงนอร์ม่า – มะ.....เมี้ยว!
เสียงโมเซส – แค่กๆๆ
ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันแล้วชักอาวุธ “มาจิน!....”
นอร์ม่า – อ๊า! เดี๋ยวก่อนๆ!
นอร์ม่ากับโมเซสรีบเผ่นออกมาก่อนจะโดนมาจินเคนซัด นอร์ม่าทำท่าทีโวยวายใหญ่ “พวกฉันอุตส่าห์ลำบากมาสอดแนมพวกเธอนะ แล้วพวกเธอก็เอาแต่คุยเล่นกันอยู่ได้”
โมเซส – อั๊วะผิดหวังจริงๆ!
นอร์ม่า- ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังกลางดึก! ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกันหรือไง?”
เธอมองทั้งสองคนซึ่งเหงื่อออกจากการฝึกซ้อม ก่อนทำหน้าตกใจ “อ้ะ! ทั้งสองคนเปียกโชกเลยอ้ะ!”
โคลเอ้รีบโบกมือโวยวายเมื่อได้ยินแบบนั้น “อะ....เธอหวังอะไรไว้หรือไง? พวกฉันกำลังฝึกซ้อมกันต่างหากนะ!”
เธอมองตัวเองกับเซเนลแล้วพูดก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกมาจากเขา “นี่ฉันเหงื่อออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?...”
เซเนล – มีอะไรเหรอ?
โคลเอ้ – ไม่มีอะไร.....
โมเซส – งั้นถ้าพวกเอ็งฝึกอยู่ อั๊วะก็ขอร่วมด้วยคนสิ! เซเนล อั๊วะเอ็งมาแข่งกันดีกว่าว่าใครจะจัดการปีศาจได้มากที่สุด!
รุ่งเช้า ทุกคนก็กลับเข้ามาในอาคาร..
นอร์ม่า – ฮ้าว......โอย... ง่วงจังเลยแฮะ
โมเซส – รู้สึกยังกะมีใครเอากาวมาทาตาอั๊วะเลย....
ทั้งสองคนหลับทั้งยืน โดยไม่เห็นว่าเซเนลกับโคลเอ้กำลังมองด้านหลังของทั้งสองคน ซึ่งวิลกำลังเงื้อหมัดเตรียมเคาะกะโหลกเต็มที่...... โป๊ก!
นอร์ม่า+โมเซส – อ๊อย! / อ๊อก!
วิล – ตื่นแล้วหรือยัง?
นอร์ม่า - .....ตื่นแล้วค่า
เจย์และเมาริทซ์เดินเข้ามาในห้องประชุม
เจย์ – เอาล่ะครับ พวกเราจะเริ่มประชุมวางกลยุทธ์กันได้หรือยัง?
Continue………..
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:35 pm----------