Topic #33: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land (continue...)

Next Farecery

Chapter 4 – The War-Torn Land (continue…) 

 

เจย์วางแผนที่เลกาซี่ให้ดูก่อนชี้ไปที่ทาง 6 นาฬิกาจากอ่าวแห่งความเกรี้ยวกราดลงมาเล็กน้อย “เริ่มต้นด้วยสถานการณ์ในเวลานี้ วากรัฟกำลังใช้หอบังคับการของเลกาซี่เป็นฐานปฏิบัติการณ์ ซึ่งอยู่ที่นี่” 

เมาริทซ์ - เดิมทีแล้วตรงนี้เป็นทะเลสาบ แต่จากการฟื้นคืนมาของหอบังคับการ ที่นี่กลายเป็นพื้นดินหมดแล้ว 

เจย์- เพื่อความสะดวก พวกเราจะเรียกที่นี่ว่า “ที่ราบหอบังคับการ” 

โมเซส – ที่ราบหอบังคับการสินะ? ถ้ามันมีพื้นดินล้อมรอบ ถ้างั้นการโจมตีก็จะเป็นเรื่องหมูๆสิ? 

เจย์ – เพราะอย่างนี้ผมถึงไม่ชอบทำงานกับพวกความคิดตื้นๆไง 

โมเซส – เฮ้ย! 

เจย์ – พื้นที่เกือบทั้งหมดที่เคยเป็นริมทะเลสาบ ตอนนี้กลายเป็นหน้าผาสูงรอบด้านหมดแล้ว การโจมตีจากด้านข้างก็ดูเป็นไปไม่ได้เลย 

นอร์ม่า – แล้วทางเดินจากหมู่บ้านโมฟุโมฟุละ? 

เจย์ – คุณยังเข้าไปจากด้านทางส่งน้ำได้ แต่จะออกมาทางที่ราบบังคับการไม่ได้ แล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้วด้วยครับ 

นอร์ม่า – ทำไมอ้ะ? 

เจย์ – พวกเราอพยพชาวโมฟุโมฟุไปที่ๆปลอดภัยแล้ว จะให้พวกเขาไปอยู่ข้างๆพื้นที่ที่อาจจะกลายเป็นสนามรบไม่ได้ 

โมเซส – นายนี่ทำตัวดีกับพวกปุกปุยนั่นมากกว่ามนุษย์อีกนะ 

เจย์ – ตอนนี้อย่าพึ่งกังวลเรื่องผมเลย ตอนนี้เส้นทางที่จะพาไปสู่ที่ราบหอบังคับการได้..... 

เขาชี้สูงขึ้นไปเล็กน้อยจากจุดนั้น ซึ่งดูเหมือนเป็นพื้นที่ว่างที่เชื่อมต่อกับพื้นดินภายนอกได้ 

เจย์ – เห็นรูปแบบของทะเลสาบกับภูเขาไหมครับ? 

เซเนล – ตรงนั้นมีหน้าผาสูงอยู่ทั้งสองข้างนี่ 

เจย์ – ใช่ครับ เวลานี้ นี่เป็นเส้นทางเดียวที่จะพาไปสู่ที่ราบได้ 

โมเซส – เยี่ยม เข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ 

เซเนล – คุณนี่งี่เง่าจริงๆเลยนะ รอจนกว่าผมจะพูดจบเถอะ 

โมเซส – นายไม่ต้องเรียกอั๊วะว่างี่เง่านี่ 

นอร์ม่า – แต่ก็จริงนิ 

เจย์ – วากรัฟได้วางกำลังทหารทัพหน้าเป็นแนวยาวไว้ที่หน้าทางเข้าของที่ราบแล้ว ภารกิจแรกของพันธมิตรก็คือการเข้ายึดค่ายนั้นด้วยการโจมตีเวลากลางคืน 

เมาริทซ์ – ตอนนี้การป้องกันของศัตรูน่าจะค่อนข้างอ่อนแอ พวกเราจะใช้ประโยชน์จากมัน 

เจย์ – เป้าหมายจริงๆของพวกเราคือการดึงให้กองทัพหลักให้ออกมาจากหอบังคับการ และบังคับให้พวกนั้นต้องเข้าสู้ในสงครามที่รุนแรง 

เมาริทซ์ – เพื่อจะให้ได้แบบนั้น พวกเราต้องทำให้การทำลายทัพหน้าให้เอิกเกริกหน่อย พวกเราต้องทำให้วากรัฟโกรธแน่ๆ 

นอร์ม่า – ตกลง งั้นลุยกันเล้ย! 

วิล – กลุ่มของพวกเราจะเข้าร่วมการต่อสู้ในฐานะหน่วยย่อยที่ไม่ขึ้นกับใคร ชื่อหน่วยของพวกเราคือ”พลาทูนที่30” 

เซเนล – เข้าใจแล้ว 

เจย์ – เอาล่ะครับ ทุกคน รีบมุ่งหน้าไปที่ค่ายของทัพหน้าโดยเร็วที่สุด 

วิล – เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว พวกเราจะออกเดินทางทันที 

 

เมื่ออกภายภายนอก นอร์ม่าก็ตะโกนอย่างตกใจ “ว้าว! อะไรเนี่ย!?” 

ข้างนอกนั้น หุ่นออโตมาต้าขนาดเท่าคนจำนวนมากยืนเรียงแถวกันเป็นตับ 

เมาริทซ์ – ดีจริงๆ เราจะแนะนำให้รู้จักผู้นำกองกำลังออโตมาต้า 

ชายผมทองในชุดขาว-ฟ้าของชาววารีเดินเข้ามา 

นอร์ม่า – เฮ้ เขาดูน่ารักดีนะ 

โมเซส – แต่ก็ไม่ถึงขนาดอั๊วะหรอก 

โคลเอ้ – ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนะ.... 

เซเนล - ...... นั่นวอลเตอร์เหรอ? 

เมาริทซ์ - เขาไม่จำเป็นต้องพรางตัวเป็นชาวพื้นดินอีกแล้ว 

วอลเตอร์หันหลังให้ทุกคนจนเมาริทซ์ต้องเรียก “วอลเตอร์ เธอจะไปไหนน่ะ?” 

วอลเตอร์ – พวกผมต้องรีบซ่อมแซมออโตมาต้าให้เสร็จ 

เขาเดินจากไปโดยไม่สนใจ 

เมาริทซ์ – เราต้องขอโทษเรื่องความคิดของเขา เข้าใจด้วยเถอะว่ามันเกิดมากจากความรับผิดชอบถึงหน้าที่ของเขาโดยแท้ หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว วอลเตอร์จะต้องเป็นผู้นำของผู้คุ้มภัยของเมลเนส เพราะเช่นนั้น เขาจึงเอาใจใส่กับการทำให้ภารกิจนี้สำเร็จมากกว่าใครทั้งสิ้น 

เซเนล – วอลเตอร์?..... ผู้นำผู้คุ้มภัยของเมลเนสเหรอ? 

 

วากรัฟกำลังจ้องมองสองพี่น้องชาววารี ซึ่งถูกนำตัวไปไว้ในผลึกแก้ววงรีแล้วทั้งสองคน 

วากรัฟ – รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะ? เริ่มได้แล้ว 

เมลานี่กดสวิตช์ที่แผงควบคุม ผลึกทั้งสองส่งแสงออกมาขณะที่มันกำลังสูบพลังชีวิตออกมาจากร่างของสเตล่าและเชอรี่! 

เชอรี่ – กรี๊ด! 

เมลานี่ – ดี ดี เธอไม่ได้สลบไปด้วยนี่ 

เชอรี่ – อา..... 

วากรัฟ – ทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าที่จะถึงจุดต่ำสุดที่จะฆ่าพวกนาง แล้วค่อยเริ่มบรรจุพลังงาน 

เมลานี่ – ค่ะ ท่าน 

วากรัฟ – พวกเรายังให้นางตายไม่ได้ ดูเหมือนว่าเธออาจจะพอมีประโยชน์ได้ซักทางหนึ่ง หึๆๆ..... อีกนิดเท่านั้น... 

 

ค่ายของทัพหน้า 

วิล – เอาล่ะ พวกเราจะรอที่นี่จนกว่าพระอาทิตย์จะตก เราจะให้ศัตรูเห็นพวกเราไม่ได้ ไปซ่อนในพุ่มไม้แล้วเงียบๆด้วย 

นอร์ม่า+โมเซส – ได้เจ้าค่ะ /ได้เล้ย 

แซ่กๆ 

นอร์ม่า – ฝันดีๆ ถ้ามืดแล้วก็ปลุกฉันด้วยนะ 

เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานอนเลยนะ 

 

 

........... 

สเตล่า – เธอเคยบอกว่าอยากเห็นเทลเคสของฉันใช่ไหม เซเนล? นี่ไงล่ะ นี่....คือแสงของเทลเคสของฉัน 

......... 

 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ ตื่นเถอะ 

เซเนล – อา.... 

เมื่อเขาลุกขึ้นมาก็เห็นว่าทุกคนยืนอยู่รอบๆเขาหมดแล้ว 

นอร์ม่า – นายตะโกนใส่ฉันที่อยากจะงีบหลับซักหน่อย แล้วนี่นายก็มาหลับสบายเนี่ยนะ! 

วิล – กองทัพน่าจะรวมตัวกันแล้ว 

นอร์ม่า – โอ้! ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลี่ยนจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหรอ? 

โคลเอ้ – พวกนั้นที่ขึ้นมาบนเรือเป็นทหารของเรกซาเลียจริงๆหรือคะ? ฉันไม่เคยได้ยินข่าวลืออะไรแบบนั้นจนถึงตอนนี้เลย 

โมเซส – อั๊วะด้วย 

วิล – อีกไม่นานพวกเธอก็จะได้เห็นเองแล้ว ไปทางนี้เถอะ 

เซเนล .oO(รู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมากมายอยู่ใกล้ๆนี้เลย) 

ทุกคนเดินไปอีกหน่อย แล้วเซเนลก็ชะงัก “ดูสิ!” 

โมเซส – อะไรฟะนั่น ?..... 

ด้านหน้าของพวกเขามีผู้คนอยู่เต็มไปหมด แต่ดูท่าทางแล้วก็เหมือนกับเป็นชาวบ้านของเมืองเวลเทสธรรมดาๆ 

นอร์ม่า – วิลจิ นี่มันอะไรอ่ะ? 

วิล – ผู้คนที่เธอเห็นทั้งหมดเป็นทหารของจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลีย ปกติแล้วพวกเขาก็เป็นพลเมืองธรรมดา แต่พวกเขาก็พร้อมจะรวมพลถ้าจำเป็น 

โคลเอ้ – จริงเหรอคะ? 

วิล – ธรรมดาอยู่แล้วที่เธอจะประหลาดใจ 

เสียงเพลงอันคุ้นเคยดังมาแต่ไกล 

เซเนล - ... นอร์ม่า เธอรู้สึกไหม? 

นอร์ม่า – รู้สึกสิ รู้สึก...โอย 

โคลเอ้ – รู้สึกอะไรหรือ? 

เซเนล+นอร์ม่า – ความรู้สึกแบบนี้... มีแต่!..... 

เคอร์ติสและอิซาเบลล่าเดินเข้ามาเหมือนที่คาดเอาไว้ 

นอร์ม่า – พวกฟีบี้นี่?! 

เคอร์ติส – นี่! อย่าย่อสิ! สบายดีไหม น้องชาย? 

โคลเอ้+โมเซส – น้องชายเหรอ? 

เซเนล – อย่าสนพวกเขาเลย อย่าบอกนะว่านายก็เป้นทหารด้วย 

วิล – จริงๆแล้วเคอร์ติสคือผู้บัญชาการของหน่วยคุ้มกันพิเศษของจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์เรกซาเลียน่ะ 

เขากับเมาริทซ์จะเป็นผู้ออกคำสั่งให้กับพันธมิตรทั้งหมดระหว่างปฏิบัติการณ์นี้ 

โคลเอ้+นอร์ม่า – ล้อเล่นน่า! 

โคลเอ้ – เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนสิคะ หน้าที่ของหน่วยคุ้มกันพิเศษไม่ใช่ว่าคือการปกป้องราชฑูตหรือ? คนแบบนั้นจะมาอยู่บนเลกาซี่ทำไมกัน? 

วิล – แล้วฉันก็ไม่เชื่อจริงๆว่าจะเป็นฟีบี้น่ะ 

อิซาเบลล่า – ราชทูตได้ขึ้นเลกาซี่มาหลายปีแล้วค่ะ 

เคอร์ติส – พวกเราเตรียมพร้อมที่จะปกป้องและรับใช้ในแต่ละวันและทุกวัน! ใช่ไหม อิซาเบลล่าคุง? 

อิซาเบลล่า – ค่ะเคอร์ติส 

เคอร์ติส – ชื่อของฟีโรโมนบอมเบอร์นั้นมีเพื่อพรางตัวโดยแท้ พวกเราจะได้ซ่อนตัวได้ง่ายๆ 

นอร์ม่า – คุณเรียกแบบนั้นว่าซ่อนเหรอ?! 

เธอทรุดตัวลงไปคุกเข่าอย่างเหนื่อยใจ “เฮ้อ....” 

โคลเอ้ – ฉัน....ก็แค่....เอ่อ... อะไรก็ช่างเถอะ..... 

เคอร์ติส – อย่าเครียดเลยสหาย! ยามใดที่ใครมีปัญหา ผู้หนึ่งก็จักร้องเพลง! 

อิซาเบลล่า – หัวหน้าคะ พวกเราต้องรายงานให้คุณเมาริทซ์ทราบ 

เคอร์ติส – อ้อใช่ แน่นอน ลาก่อนน้องชาย! พวกเราหวังในตัวเจ้านะ ฮ่าๆๆๆ 

 

ทุกคนยืนอยู่เหนือหน้าผา ซึ่งเบื้องล่างเต็มไปด้วยทหารแห่งเรกซาเลีย ทหารแห่งเฟลเนส และหุ่นออโตมาต้าจำนวนมาก 

อิซาเบลล่า – ราษฎรแห่งเรกซาเลีย! ยาวนานเหลือเกินที่พวกท่านต้องฝึกฝนอย่างเป็นความลับ ณ บัดนี้ ได้เวลาแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกท่านเป็นนักรบที่อาจหาญเพียงใด! เป้าหมายของพวกท่านคือค่ายที่อยู่ที่แนวหน้าของกอทัพวากรัฟ! 

เมาริทซ์ – ชาวเฟลเนสที่กล้าหาญของเรา เวลามาถึงแล้วที่จะนำท่านเมลเนสกลับสู่ที่ๆนางควรอยู่! 

เคอร์ติส – เคลื่อนทัพ! จงเดินหน้า กองทัพพันธมิตร! เพื่อความรัก! 

 

ที่ค่ายทัพหน้าของวากรัฟ ทหารกำลังเดินตรวจตรากันอย่างไม่หนักแน่นอะไรนัก จนเสียงกระหึ่มดังขึ้น! 

ทหารพันธมิตร – บุก! 

ทหารจำนวนมากรุกกระหนาบเข้าไปในค่ายโดยไม่คาดคิด ทำให้ศัตรูต้องล่าถอยไปตั้งหลัก! 

โมเซส – ในที่สุดก็เริ่มแล้ว 

วิล – เป้าหมายของพวกเราคือบุกฝ่าผ่านแนวป้องกันเข้าไป ไปกันเถอะ 

 

ทุกคนลับลอบเข้าไปในค่ายเพื่อไม่ให้ต้องสู้กับทหารเพื่อเป็นการรักษากำลังเอาไว้ และเห็นว่าออโตมาต้าช่วยขับไล่ทหารไปได้มากทีเดียว 

โคลเอ้ – วอลเตอร์กำลังควบคุมออโตมาต้าทั้งหมดนั่นหรือ? 

นอร์ม่า – เร็วสิ! พวกเราจะมายืนแบบนี่ไม่ได้นะ ไปกันต่อเถอะ 

เซเนล – อยู่ๆเธอเป็นอะไรขึ้นมาน่ะ? 

นอร์ม่า – ฉันทนคิดว่าอาจแพ้วอลลี่ไม่ได้น่ะ! 

โมเซส – หล่อนพูดมาแล้วนะ แม่สาวฟองสบู่! 

นอร์ม่า – ไปเลย! ไปที่แนวป้องกันสุดท้ายกัน! 

โมเซส – ย้าฮู้! 

วิล – ทั้งสองคนน่ะอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ 

 

ที่กองบัญชาการของพันธมิตร... 

เมาริทซ์ – ผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้จะกำหนดทิศทางของสงครามทั้งหมด พวกเราต้องชนะให้ได้ 

อิซาเบลล่า – ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ วากรัฟมีทหารมากประสบการณ์มากมายในบัญชาจริงๆ 

เจย์ – กองทัพหลักที่อยู่ที่หอบังคับการคงจะเริ่มตอบโต้พวกเราเร็วๆนี้ พวกเรามีปัญหาแน่ๆถ้าพวกนั้นมาถึงที่นี่ก่อนที่พวกเราจะปราบทัพหน้าได้ 

เฟนิมอร์ - ... 

เคอร์ติส – โอ้! พวกเขาทำลายสิ่งก่อสร้างลงไปได้อีกแล้ว กองทัพเซนติเนลช่างน่าประทับใจจริงๆ! 

เฟนิมอร์ -! 

เคอร์ติส - ผู้ดูแลคือวอลเตอร์ใช่ไหม? บางทีเราอาจรับเขาเข้ามาในฐานะของฟีโรโมนบอมเบอร์ก็ได้ ฮ่าๆๆๆ 

เฟนิมอร์ - .... 

 

เซเนลบุกไปถึงแนวหลัง และพบฟาโรห์กิกันท์ตัวยักษ์ซึ่งคอยยันทหารพันธมิตรจนคืบหน้าไปต่อไม่ได้ ทุกคนจึงช่วยกันรุมสะกรัมจนล้มมันลงได้ 

โมเซส – ย้าฮู้! ทำได้แล้วโว้ย! จาบ้า! ลูกน้องทั้งหลาย! ดูอยู่ไหม? พวกอั๊วะชนะแล้ว! ทำไมล่ะพวกเอ็ง ได้เวลางานเลี้ยงแล้วนะ! 

ทหารพันธมิตร – ฮูเร่! 

เวลาเดียวกัน อิซาเบลล่าได้แจ้งข่าวให้ทุกคนรู้ 

อิซาเบลล่า – หนวยพลาทูนที่30 บุกทะลวงแนวป้องกันไปแล้วค่ะ! ทัพป้องกันของวากรัฟแตกพ่ายไปแล้ว! 

เฟนิมอร์ทรุดลงไปนั่งเพราะลุ้นมานาน 

เจย์ – นั่นเป็นหน่วยของเซเนลนี่ครับ 

เคอร์ติส – ทำได้ดีมาก น้องชาย! ฮ่าๆๆ! 

กริวเน่ – ฉันดีใจที่เซเนลคุงกับคนอื่นปลอดภัยนะจ๊ะ 

เฟนิมอร์ – ค่ะ....ฉันด้วย 

กริวเน่ยิ้มกรุ่มกริ่มขณะมองเฟนิมอร์ที่กำลังเขินอาย 

 

กองทหารไปรวมตัวกันที่แนวป้องกันนั้น 

เมาริทซ์ – พันธมิตรได้รับชัยชนะที่ยอดเยี่ยมแล้ว! พวกเราจะก้าวต่อไปด้วยพลังเช่นเดียวกับครั้งนี้และขับไล่ศัตรูไปจากดินแดน ของพวกเรา! 

เขาเดินขึ้นไปบนแท่นแล้วชูมือทั้งสองขึ้นฟ้า “พวกเราจะนำท่านเมลเนสกลับคืนมา! ขอให้ท้องทะเลโปรดนำพาพวกเราสู่ชัยชนะด้วย! 

ทหารพันธมิตรทุกคนชูมือขึ้นแล้วร้องตะโกนอย่างกึกก้อง 

 

หลังทุกคนแยกย้ายเพื่อรอกับศึกครั้งต่อไป 

เซเนล – นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราชนะกองทัพของวากรัฟเลยใช่ไหม? 

วิล – ถูกแล้ว ในที่สุดพวกเราก็สวนกลับได้บ้างแล้ว 

เจย์ – ขอแสดงความยินดีที่ได้เป็นทีมแรกที่ไปถึงแนวป้องกันนะครับ 

นอร์ม่า – แล้วไงเอ่ย? นายคิดว่าพวกเราเป็นยังไงบ้างล่ะ เจเจ? 

เจย์ – ผมคิดว่าคุณทำงานได้เป็นที่น่ายอมรับนะ 

นอร์ม่า – ยอมรับได้เหรอ? นี่! 

เจย์ – กองทหารกำลังรวมตัวกันที่ที่ราบหอบังคับการครับ ไปรวมกับพวกเขาเถอะ 

วิล – เข้าใจแล้ว 

กริวเน่ลากเฟนิมอร์มาหาทุกคน 

กริวเน่ – เซเนลคุงจ๊ะ 

เธอยิ้มกริ่มแล้วเข้ามากอดเขา....หน้าของเขาซบหน้าอกเธอเข้าเต็มเปา 

เซเนล – คุณ....กริวเน่ ทำอะไร.... 

กริวเน่ – ทำได้ดีมากจ๊ะเซเนลคุง ยินดีด้วยนะ 

โคลเอ้มองตาไม่กระพริบกับภาพที่เห็น 

โมเซส – อู้....ดีจัง... นี่เจ๊ ขออั๊วะบ้างได้ไหม? 

แสงสีทองส่งมาจากด้านหลังไกลออกไปทำให้การสนทนาชะงักลง 

โคลเอ้ – แสงอะไรน่ะ?! 

วิล – เสาแห่งแสงปรากฏที่อ่าวแห่งความเกรี้ยวกราดยังไงล่ะ 

นอร์ม่า – เหมือนกับตอนที่เซเนเซเน่กับริจจังมาที่เลกาซี่ตอนแรกเลย 

โมเซส – แม้แต่เลกาซี่ก็ยังยินดีให้กับชัยชนะของพวกเราเลย 

เซเนล – เหมือนกันเลย....... 

โคลเอ้ – อะไรนะ? 

เซเนล – สีทองนี้....เป็นสีเดียวกับเทลเคสของสเตล่า 

 

ขณะเดียวกันที่หอบังคับการ วากรัฟกำลังฉุนเฉียวกับข่าวที่ได้รับ 

วากรัฟ – ฐานของพวกเราที่แนวหน้าถูกยึดแล้วเรอะ? 

เมลานี่ – ค่ะท่าน ตามรายงาน กองทัพของศัตรูเป็นกลุ่มผสมที่ส่วนมากเป็นชาวเมืองเวลเทส พวกนั้นถูกฝึกมาอย่างดีและมีจำนวนมาก จนแม้แต่การป้องกันที่หนาแน่นของกองทัพเราก็ไม่เพียงพอ 

คาเชล – เธอล้อเล่นน่า! กองทัพของพวกเราจะแพ้กะแค่กลุ่มทาสได้ยังไง?! 

วากรัฟ - พวกนั้นไม่ใช่ทาส ศัตรูของพวกเราคืออาณาจักรศักดิ์สิทธ์เรกซาเลีย...... เตรียมกองทหารทั้งหมดพร้อมเคลื่อนพลทันที! ถ้าพวกมันอยากจะสู้ ข้าก็จะแสดงให้พวกมันเห็นในแบบที่พวกมันไม่เคยคิดถึง ข้าจะแสดงให้ดูว่าพวกเรกซาเลียมันต้องอยู่ที่ไหน! มันต้องขอความปราณีจากข้า! 

 

ทุกคนมุ่งหน้าไปยังค่ายของพันธมิตรซึ่งตั้งอยู่ใกล้หอบังคับการเข้าไป ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการเตรียมการ 

เจย์ – ยังมีเวลาเหลืออยู่บ้างก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการครับ กรุณาเตรียมตัวให้พร้อมด้วย ผมไม่อยากได้ยินคำขอโทษอะไรถ้าพวกคุณล้มเหลว 

โมเซส – นี่เอ็งชอบพูดอะไรแบบนั้นเสมอเลยเหรอ? 

เจย์ – จริงๆแล้วผมยังยั้งไมตรีให้นะ โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับโจรงี่เง่าบางคน 

โมเซส – พอที อั๊วะกับเอ็งมาตัดสินตรงนี้เลยดีกว่า! 

เจย์ – หืม? ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับคุณเลยนะครับ คุณโมเซส 

โป๊ก! โมเซสโดนวิลเคาะไปหนึ่งที ก่อนทีจะหันไปเคาะเจย์อีกครั้ง “พอได้แล้ว พวกเธอน่ะ” 

เจย์ – ทำไมผมถึงโดนด้วยล่ะ?.... 

วิล – ไปเตรียมตัวให้มั่นใจว่ามีทุกอย่างที่ต้องการแล้วซะ ได้ยินไหม นอร์ม่า? 

ทุกคนพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วย จนเจ้าตัวต้องดีดดิ้นอีก “ทำไมทุกคนต้องเล่นฉันด้วยล่ะ?!” 

 

เจย์ –ปฏิบัติการณ์กำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้าครับ ขอให้พยายามแทรกซึมเข้าไปในหอบังคับการ และพยายามก่อกวนศัตรูทางปีกข้างและด้านหลังให้สับสนไปด้วยนะครับ 

วิล – ลำดับความสำคัญของพวกเราคือบุกแนวรบเข้าไปเพื่อลดจำนวนอีกฝ่ายสินะ 

เจย์ – ใช่ครับ ไม่ว่ายังไงก็ตาม พวกเราจะปล่อยให้วากรัฟยิงปืนใหญ่เนลเฟสไม่ได้ วินาทีที่ปืนนั้นถูกลั่นไก ศึกนี้ก็จะจบที่ความพ่ายแพ้ 

อนร์ม่า – ใช่ สาเหตุที่พวกเราต่อสู้ก็จะหายไป...ถ้าจะพูดอ่ะนะ 

โคลเอ้+เซเนล - ..... 

เจย์ – การช่วยคุณเชอรี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของพวกคุณ 

เซเนล – นายไม่ต้องพูดหรอก พวกเรารู้อยู่แล้ว 

เจย์ – จากที่คุณเมาริทซ์พูดมา ทั้งสองคนจะอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอบังคับการ 

โคลเอ้ – ฉันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว แต่มันคงจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานมาก 

วิล – ตกลง ทุกคนเข้าใจภาคกิจแล้วนะ? 

ทุกคนพยักหน้า ขณะเสียงเริ่มดังมาจากแนวหน้า 

เจย์ – ดูเหมือนว่าทุกคนจะได้รับคำสั่งให้เริ่มกันแล้วครับ 

ที่แนวหน้า เคอร์ติสชูมือส่งสัญญาพร้อมๆกับวากรัฟที่ลงมาบัญชาการรบด้วยตัวเอง! 

 

เมาริทซ์ – รู้สึกว่าทัพหน้าได้ปะทะกับกองทัพศัตรูแล้ว พวกเราก็ไม่ได้ล่าช้าจากกำหนดการเท่าไหร่ 

อิซาเบลล่า – ถ้าเช่นนั้นก็ได้เวลาที่หน่วยพลาทูนที่30 จะเคลื่อนพลแล้วค่ะ เริ่มปฏิบัติการณ์ของพวกคุณได้เลย 

 

เมื่อตะลุยเข้าไปในสนามรบซักพัก ทกคนต้องหาที่ลับตาเพื่อพักเหนื่อย 

นอร์ม่า – วิ้ว พวกเรามาถึงไหนแล้วกันนะ? 

วิล – อาจจะประมาณครึ่งทางได้ 

โคลเอ้ – พวกเราน่าจะมาไกลจากสมรภูมิหลักมากแล้วนะคะ แต่ก็ยังมีมีทหารศัตรูอีกมากเลย 

เซเนล – บ้าจริง พวกเราไม่มีเวลามากขนาดนั้นหรอก 

 

ที่กองบัญชาการ เมาริตช์ต้องปรึกษาหน้าเครียด “ทัพของพวกเราผลักดันศัตรูไม่ได้ซะแล้ว” 

อิซาเบลล่า – พวกเรามีจำนวนเยอะกว่า แต่อีกฝ่ายก็ได้เปรียบที่ประสบการณ์ค่ะ 

เมาริตซ์ – อีกไม่ช้าพวกเราก็จะเห็นแผ่นดินในระยะสายตา หากพวกนั้นยิงปืนใหญ่เมลเฟส ทุกสิ่งก็จะจบสิ้น นี่ดูไม่ดีเลย 

ขณะเดียวกัน วอลเตอร์ก็กำลังหัวเสียกับการซ่อมบำรุงออโต้มาต้าที่ยังไม่เสร็จ เลยยังส่งเข้าร่วมสนามรบไม่ได้ 

วอลเตอร์ – ไม่ต้องทำให้สมบูรณ์หรอก ให้เคลื่อนไหวได้ก็พอ 

เขาสังเกตเห็นว่าเฟนิมอร์เดินมาหาโดยการคุ้มกันของออโตมาต้าตัวจิ๋ว 

วอลเตอร์ - มีอะไรหรือเฟนิมอร์? 

เฟนิมอร์ – เอ่อ.... มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ไหมคะ? 

วอลเตอร์ – เธอรู้ไหมว่าออโตมาต้านี่ทำงานอย่างไร? 

เฟนิมอร์ – ไม่ค่ะ..... 

วอลเตอร์ – ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเราไว้คนเดียวเถอะ 

เฟนิมอร์ – ขอโทษค่ะ..... 

วอลเตอร์ - ........เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์ - ? 

วอลเตอร์ – ทุกคนที่นี่ทำงานมากหนักเพื่อจะให้ออโตมาต้าใช้งานได้ ไม่มีใครมีเวลาพักเลย พวกเขาคงอยากได้อะไรกินซักหน่อย 

เฟนิมอร์ – อ้ะ ได้ค่ะ จะนำมาให้เดี๋ยวนี้เลย! 

 

ทหารวิ่งเข้ามารายงานข่าวให้เจย์ทราบ 

เจย์ – อะไรนะ?! กองทัพที่ระบุที่มาไม่ได้ปรากฏที่ปีกข้างของทัพศัตรูหรือครับ?? ตัวกลมๆและมีขนนุ่มฟู?... นั่นพวกโมฟุโมฟุนี่! 

ที่ปีกของสนามรบนั้น พวกโมฟุโมฟุกำลังรุมทหารศัตรูจนหมอบ แต่พวกตัวเองก็ต้องรีบเผ่นหนีเมื่อทหารอีกฝ่ายหนุนเข้ามา 

 

วิล – ก็เหมือนว่าพวกเราจะไปต่อกันได้แล้ว 

คิวโป้+ป๊อปโป้ – คิ๊ว! 

ทั้งสองตัวนำทัพโมฟุโมฟุถอยมาถึงที่ๆทุกคนอยู่พอดี 

นอร์ม่า – พวกนายมาทำอะไรน่ะ? 

คิวโป้ – มาสู้ครับ! 

คิวโป้+ป๊อปโป้ – คิ๊ว! 

ทุกตัวรีบหนีต่อไปเมื่อพบว่าศัตรูไล่ตามมาแล้ว 

โคลเอ้ – ชาวโมฟุโมฟุเข้าร่วมกับพันธมิตรตั้งแต่เมื่อไรกันคะ? 

โมเซส - ไม่ใช่เวลาถามเรื่องนั้นหรอกนะ 

วิล – ใช่ ตามพวกเขาไปเถอะ 

 

เคอร์ติส – ฮ่าๆๆๆ เป็นทิวทัศน์ที่ดีอะไรเช่นนี้! พวกนั้นหลอกศัตรูซะหัวปั่นเลย! เหล่าอัศวินอ้วนกลมนั่นน่าทึ่งจริงๆ ใช่ไหม อิซาเบลล่าคุง! 

อิซาเบลล่า – ค่ะ เคอร์ติส 

เจย์ – ไม่ได้! ชาวโมฟุโมฟุน่ะจะต้องไม่ต่อสู้ด้วย! ผมยอมให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายไม่ได้! 

เขาวิ่งออกสู่สนามรบตามลำพัง 

เมาริตช์ – เจย์! 

อิซาเบลล่า – พวกเราจะทำอย่างไรดีคะ ผู้บัญชาการ? 

เคอร์ติส –ไม่เป็นไร! พวกเราต้องให้ความเคารพกับความรักที่ร้อนแรงของเขา! 

วอลเตอร์นำกองทัพออโตมาต้าเข้ามารายงานพอดี “การเตรียมการเรียบร้อยแล้วครับ ผมจะนำกองหนุนออโตมาต้าเข้าไปแล้ว 

เมาริตช์ – ฝากด้วยนะ วอลเตอร์ 

เขาวางคริสตัลเสียงกระซิบไว้ แล้วส่งพลังให้มัน เหล่าหุ่นยนต์มุ่งหน้าสู่สนามรบทันที! 

 

วากรัฟ – ส่งกำลังสำรองไปซะ 

เมลานี่ – แต่ท่านคะ นั่นเป็นไพ่ตายของเราที่จะใช้ในการบุกขึ้นแผ่นดิน... 

วากรัฟ – ออกคำสั่งไปซะ 

เมลานี่ – เดี๋ยวนี้ค่ะท่าน! 

 

เซเนล - คิวโป้ ป้อปโป้ พวกนายเป็นอะไรไหม?! 

คิวโป้ – คุณเซเนล! 

ป้อปโป้ – ขอบคุณครับ! 

ทหารพันธมิตร – อ้า! 

ทหารหลายคนวิ่งหนีตายจากทิศทางหนึ่งด้วยความตื่นกลัวพร้อมร้องขอความช่วย เหลือ เสียงตึงตังบอกให้รู้ว่าอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตกำลังมุ่งหน้ามา เหล่าโมฟุโมฟุต่างรีบหนีไปหาที่หลบภัย! 

เซเนล – นั่นอะไรน่ะ!? 

นอร์ม่า - .มัง.....มัง.....มัง! 

โมเซส – ม—ม—ม— 

ทุกคนผงะร้องตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตตัวสีดำขนาดใหญ่เดินเข้ามา “มังกรเหรอ!” 

 

เซเนล – พวกเรา...ชนะแล้วเหรอ? 

โคลเอ้ – อืม ใช่ ทำได้แล้วล่ะคูลริดจ์ 

คิวโป้ + ปิ้ปโป้ – คิ้ว! 

เสียงร้องจากเหล่าโมฟุโมฟุทำให้ทุกคนวื่งไปยังที่มาของเสียง และพบว่าทหารศัตรูกำลังล้อมกรอบชาวโมฟุโมฟุอยู่ 

นอร์ม่า – ถูกล้อมไว้หมดแล้วอ่ะ 

เวลาที่กำลังตัดสินใจกันอยุ่ว่าจะเข้าไปช่วยอย่างไรดี สายฟ้าก็ฟาดลงมาจัดการศัตรูจนหมด! 

วิล - เกิดอะไรขึ้นนะ? 

นอร์ม่า – ดูสิมีคนกำลังมาด้วย เดี๋ยวซิ นั่นมัน!... 

เด็กหนุ่มผิวขาวในชุดสีม่วงเดินเข้ามา 

ทุกคน - เจย์! 

เจย์ – ทั้งสองคนเป็นอะไรไหม? แล้วพวกนายมาทำอะไรทีนี่น่ะ? 

นอร์ม่า – นายก็ด้วยน่ะล่ะ 

เจย์ - ฉันบอกพวกนายแล้วไงว่าให้อพยพไปน่ะ? 

คิวโป้ – พวกผมหนีไประหว่างเจย์กับเซเนลกำลังสู้ไม่ได้หรอก 

ป้อปโป้ – ใช่ พวกเราจะไปด้วย 

คิวโป้ – พวกเรายินดีที่จะมอบชีวิตให้ พวกเราจะสู้ไปกับเจย์ด้วยนะ! 

ทั้งสองตัว – เจย์! เจย์! 

เจย์ – พอได้แล้ว! 

ทั้งสองตัว – คิ้ว! 

เจย์ – อย่าพูดว่าจะมอบชีวิตให้สิ! มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ พวกนายก็รู้ว่าผมเกลียดเรื่องแบบนั้น 

คิวโป้ – พวกเราขอโทษ 

เจย์ – ออกไปจากที่นี่เถอะ พวกเราทั้งหมด ได้ไหม? 

เขาหันมาหาทุกคนหลังระบายอารมณ์ไปแล้ว “ ผมช่วยพวกเขาได้เพราะพวกคุณ ชอบคุณมากครับ” 

วิล - ...ยินดีเสมอ 

เจย์ – ผมจะถอนตัวจากสนามรบแล้ว แต่ระวังตัวด้วยนะครับ 

คิวโป้ – เจย์! พวกเราอยากจะไปกับพวกเขานะ 

ป้อปโป้ – คิ้ว! 

เจย์ - ทำไมถึงดื้อขนาดนี้นะ?! 

คิวโป้ – พวกเราไม่ได้ดื้อนะ 

เจย์ - แล้วทำไมล่ะ? 

คิวโป้ - เลกาซี่คือบ้านของพวกเรา พวกเราอยู่ร่วมกันบนเลกาซี่ พวกเราจึงอยากจะปกป้องมันร่วมกัน 

เจย์ – เฮ้อ…. 

นอร์ม่า- ฉันว่านายแพ้นะ เจเจ 

โมเซส – อั๊วะว่าสองตัวนั้นรู้อะไรๆดีเลยละ 

วิล – เจย์ ฉันเข้าใจความเป็นห่วงของเธอที่มีต่อโมฟุโมฟุ แต่ความรู้สึกที่โมฟุโมฟุมีต่อเรือลำนี้นั้นก็แข็งแกร่งพอๆกัน นี่ไม่ใช่อะไรที่เธอจะบังคับให้พวกเขาหยุดได้ เธอน่าจะเข้าใจได้มากกว่าใครอื่น 

คิวโป้ – เจย์ 

ป้อปโป้ – เจย์ 

สองตัว – เจย์! 

เจย์ – ผมไม่ยอมรับให้พวกโมฟุโมฟเข้าร่วมการต่อสู้หรอกครับ 

เซเนล+โคลเอ้ – เจย์! 

เจย์ – แต่ผมจะไปกับพวกคุณแทนพวกเขาเอง 

ทุกคนท่าทางตกใจเมื่อได้ยินการตัดสินใจของเขา 

เจย์ - ชาวโมฟุโมฟุจะคอบให้การสนับสนุนอยู่ข้างหลัง พวกเราจะได้ประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์มากกว่า อย่างนี้ตกลงไหม? 

คิวโป้ – เย้! 

ป้อป โป้ – พวกเราจะไปบอกคนอื่นครับ คอยดูแลเจย์แทนพวกเราด้วยครับ 

คิวโป้ – พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อพวกคุณจะช่วยเชอรี่ได้ครับ! 

เจย์ ผมไม่ได้ตกใจเรื่องนี้หรอก แต่ดูเหมือนผมต้องไปกับพวกคุณแล้ว 

วิล - แน่นอน 

โมเซส - หึ อั๊วะก็ไม่ได้ตกใจอะไรหรอก 

เซเนล – ยินดีต้อนรับเข้าทีมนะ เจย์ 

เจย์ – .....ขอบคุณ 

 

วากรัฟได้ถอยกลับไปปักหลักในหอบังคับการพร้อมสามวิหค “พวกเราจะจัดการการต่อสู้ข้างนอกที่หลัง พวกมันนี้บ้าจริงๆ ให้พวกมันได้เห็นการล่มสลายของกาโดเรียด้วยตาของพวกมันเองเถอะ! 

วากรัฟ – สังหารศัตรูทุกคนที่เข้ามาในหอควบคุมให้หมด อย่าให้ใครเข้าไปได้แม้แต่คนเดียว! 

สามวิหค – ครับท่าน! 

ตอนนั้น การสูบพลังชีวิตก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง! 

เชอรี่ – อ๊า!.....พี่......เซเนล... 

 

เซเนลได้เข้าไปพักในเต้นท์ย่อยที่ตั้งอยู่ใกล้ๆนั้น ซึ่งเฟนิมอร์เป็นผู้ดูแลอยู่ 

นอร์ม่า – ไงจ๊ะเฟนเฟน! ตั้งใจทำงานดีไหมเอ่น? 

เฟนิมอร์ – เป็นอะไรกันไหมคะ? 

โมเซส - มีเธออยู่ที่นี่ก็ดีนะ เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์ – อย่าเข้าใจผิดนะคะฉันเพียงแค่... 

เซเนล – เธอแค่กังวลว่าเชอรี่จะเสียใจถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราใช่ไหมล่ะ? 

เฟนิมอร์ – ค...ค่ะ ใช่แล้ว 

นอร์ม่า – อ้อ แล้วเจ๊กริวอยู่ไหนล่ะ? 

เฟนิมอร์ – พวกเราให้เธอไปทำงานนิดหน่อยค่ะ แล้วก็ไม่เห็นเธออีกเลย.... 

ทุกคนเหงื่อตกไปตามๆกัน... 

เฟนิมอร์ – ที่ๆเธอไปมันอยู่ด้านตรงข้ามกับสนามรบค่ะ ฉันจึงไม่คิดว่าเธอจะพลัดหลงเข้าไปในแนวรบด้วย 

เซเนล .oO(พนันได้เลยว่าเธอหลงทางไปแล้ว) 

 

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ทุกคนก็ออกมุ่งหน้าสู่หอบังคับการอีกครั้ง 

เซเนล – ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปล่ะนะ 

เฟนิมอร์- อ้ะ รอซักครู่นะคะ 

เธอกุมมือแนบอกแล้วสวดภาวนาให้ทุกคน “ขอให้ท้องทะเลนำทางพวกคุณด้วย ชื่อจริงๆของฉันคือ เซลเฮส หมายถึง อำนวยพร ฉันเลยมอบพรให้พวกคุณด้วย” 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่ ที่ว่าชื่อจริงนี่หมายความว่าไงเหรอ? 

เซเนล – ชั้นคิดว่าเป็นชื่อที่สองที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้ครองชื่อนั้นล่ะมั้ง? 

เฟนิมอร์ – ชาวเฟลเนสทุกคนจะมีอยู่คนละชื่อค่ะ 

เซเนล – ขอบใจนะ เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์ – ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เอ่อ คุณเซเนล! ได้โปรดช่วยเชอรี่ให้ได้นะคะ! เธอเชื่อว่าคุณจะต้องไปหาเธอไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม! 

เซเนล – แน่นอน 

 

เขาพาทุกคนวิ่งไปถึงหน้าหอบังคับการ และเงยหน้ามองสิ่งก่อสร้างซึ่งตั้งสูงตระหง่านกว่าที่คาดเอาไว้ 

โมเซส – โว้ว.... 

เจย์ – คุณโมเซส อย่ายืนทำปากค้างอย่างกับคนโง่แบบนั้นสิครับ 

วิล – เธออยู่ที่ชั้นบนสินะ...... 

ทหารพันธมิตรกลุ่มหนึ่งวิ่งแซงหน้าบุกเข้าไปภายในก่อน 

โมเซส – พวกเราน่าจะเข้าไปกันได้แล้วนะ 

วิล – เดี๋ยวก่อน ก่อนที่จะเข้าไป ฉันมีอะไรอยากจะพูดซักหน่อย 

ทุกคนหันกลับมาหา 

วิล - พวกเราไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด พวกเราต่างก็มีเหตุผลในการสู้ของตัวเอง เซเนลต้องการช่วยน้องสาว โคลเอ้ต้องการช่วยประเทศของเธอจากอันตราย โมเซสต้องการล้างแค้นให้กับเพื่อนพ้อง เจย์แบกรับความปรารถนาของเพื่อน และความต้องการของฉันคือการได้เห็นสันติภาพกลับคืนสู่เลกาซี่ ถึงแม้ความคิดที่อยู่ในจิตใจของพวกเราจะแตกต่างกัน --- 

นอร์ม่า – เอ้ะ วิลจิ แล้วของฉันล่ะ? 

วิล - .....แล้วเธอมาที่นี่เพื่ออะไรล่ะ? 

นอร์ม่า – ฉันมาเพื่อช่วยริจจังไงล่ะ! 

วิล – เหตุผลเดียวกับเซเนลหรือ? น่าประหลาดใจจริงๆ 

นอร์ม่า – ทำไมอ้ะ?! 

เซเนล – จริงๆแล้วเธอต้องการเข็มกลัดของเชอรี่น่ะ 

วิล – อ้อ เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยฟังขึ้นหน่อย 

นอร์ม่า – นี่! หมายความว่าไงกันเนี่ย?! 

วิล – อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของพวกเราอาจจะแตกต่างกัน แต่พวกเราก็สามารถร่วมทางมาด้วยกันได้ไกลถึงเพียงนี้ มาร่วมกันทำมันต่อไปเถอะ และทำให้เรื่องราวมันจบลง ครั้งนี้ และทุกสิ่งเถอะ! 

เซเนล+โคลเอ้ – เข้าใจแล้ว! 

โมเซส – อือฮึ! 

เจย์ – เข้าใจแล้วครับ 

ทั้งสี่คนหันหลังวิ่งเข้าไปในหอบังคับการ วิลเรียกนอร์ม่าซึ่งกำลังจะตามไปเอาไว้ก่อน เธอทำเสียงขุ่นๆ “มีอะไรอีกล่ะเจ้าคะ?” 

วิล – ฉันก็ฝากเธอด้วยนะ 

นอร์ม่า – อ้อ.... 

วิล – แบบนี้หมายความว่ายังไงน่ะ? 

นอร์ม่า – ฉันเดาว่าคุณก็เข้าใจแล้วสินะ! ตกลง คุณเชื่อฉันได้เลย! 

 

ก้าวเท้าเข้าไปภายใน เซเนลก็พบทหารพันธมิตรที่เข้าไปก่อนหน้านี้ต่างนอนบาดเจ็บล้มตายกันหมด! 

เมลานี่ – พวกแกก็มาเหมือนกันสินะ 

วิล – เมลานี่! 

ปลายทางเดินที่ทอดยาวนั้น จอมเวทย์หญิงหนึ่งเดียวในสามวิหคยืนอยู่ท่ามกลางร่างของทหารศัตรูนอนเกลื่อนกราดพื้น 

เมลานี่ – พวกเราสามวิหคได้แยกกันคุ้มกันภัยในแต่ละชั้นไว้แล้ว 

โมเซส – งั้นถ้าพวกอั๊วจะเข้าไปให้ถึงวากรัฟ พวกอั๊วะก็ต้องจัดการทั้งสามคนสินะ? 

เมลานี่ – แน่นอน แต่พวกแกก็ไม่ต้องสนใจอีกสองคนหรอก เพราะพวกแกต้องจบชีวิตที่นี่ล่ะ! 

ทหารเกราะแดงอีกกลุ่มเข้ามาสมทบ! 

เจย์ – ทุกคน มาทางนี้หน่อยครับ 

เขาเรียกทุกคนเข้ามาซุบซิบวางแผนการ 

วิล – เตรียมตัวได้แล้ว เมลานี่! 

เมลานี่ – เฮอะ! 

ทุกคนวิ่งเข้าหาเหล่าศัตรูทันที! แต่ผิดคาด แทนที่จะเข้าปะทะกัน เจย์กลับปาระเบิดควันพรางตัวแล้ววิ่งฝ่าไปอีกด้านทันที! 

เมลานี่ – อะไรน่ะ?! 

เจย์ชะงักฝีเท้าชั่วครู่ ตบสวิตช์บนกำแพง แล้ววิ่งผ่านประตูที่ปิดลงอย่างฉิวเฉียดไปก่อนที่เมลานี่จะวิ่งเข้ามาทัน! 

เมลานี่ – เจ้าพวกบ้า! เปิดเดี๋ยวนี้! 

เจย์ - นี่น่าจะช่วยจัดการพวกเขาได้แล้วครับพวกเราจะเสียเวลาไปกับการปราบเธอไม่ได้ 

วิล – รีบไปกันเถอะ 

 

หลังจากบุกเข้าไปภายในได้ระยะหนึ่งจนถึงห้องโถงเล็กๆ ทุกคนก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าผู้ที่มารออยู่คือใคร.....เมลานี่นั่นเอง 

เมลานี่ – พวกแกมาถึงซักทีสินะ ทั้งที่อุตส่าห์ได้เจอหน้ากันอีกหลังจากผ่านไปนานแล้ว แต่แกก็ยังหนีไปอีก! ฉันอยากจะเล่นกับแกให้นานกว่านี้อีกจริงๆ 

เธอหวดแส้ในมือลงกลางพื้น บอกให้รู้ว่าครั้งนี้เธอไม่ออมฝีมือเอาไว้แน่ๆ 

เมลานี่ – คราวนี้พวกแกใช้อุบายแบบคราวก่อนไม่ได้หรอก! 

โคลเอ้ – ท่าทางพวกเราคงไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากต้องสู้แล้วล่ะ 

เซเนล – ใช่ 

โมเซส – จะวิหคหรือนกระจิบก็เข้ามาเล้ย! 

เมลานี่ – แกต้องเสียใจที่หลังแน่ ! 

 

แส้ในมือหล่นไปกองกับพื้น ก่อนที่ร่างของเมลานี่จะทรุดลงไป 

เมลานี่ – เป็นไปไม่ได้!....ฉัน.... ฉันเป็นหนึ่งในสามวิหคนะ! มันไม่น่าเกิดขึ้นได้..... 

โมเซส – ที่นี้หล่อนคิดว่าพลังของพวกอั๊วเป็นไงล่ะ หือ? 

เมลานี่ – ท่านผู้บัญชาการ.... ฉัน..... ขออภัย.... 

เธอยกแขนขึ้นอย่างอ่อนล้า ก่อนจะสิ้นใจตายไป.... ทหารพันธมิตรคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพอดี 

เจย์ – อา มาได้เวลาพอดี ผมอยากให้คุณไปส่งข้อความถึงผู้บัญชาการซักหน่อย “หน่วยพลาทูนที่30 ได้กำจัดเมลานี่แห่งสามวิหคแล้ว” 

เขารับข้อความแล้ววิ่งออกไปทันที 

เจย์ – แบบนั้นน่าจะช่วยให้กำลังใจของพันธมิตรดีขึ้นหน่อยนะครับ 

วิล – ถูกต้อง การสู้รบยังคงมีอยู่ข้างนอกนนั้นด้วย 

นอร์ม่า – รีบไปให้ถึงข้างบนระหว่างที่พวกเขายังสู้ได้เถอะ ไปเลย! 

 

จากห้องที่เมลานี่เฝ้าอยู่ ทุกคนขึ้นลิฟต์ขึ้นมาชั้นบนซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งสามารถมองเห็นภายนอกได้ 

เจย์ – ทางเข้าชั้นต่อไปอยู่ข้างหน้านี่เลยครับ 

เขานำทุกคนไปยังประตูใหญ่ข้างหน้า เข้าไปสำรวจนิดๆหน่อยๆแล้วสรุปออกมา “ดูเหมือนว่ามันจะถูกปิดผนึกอยู่ครับ” 

นอร์ม่า - โอเค ทุกคนมารวมกันข้างหน้าแล้ววางมือไว้บนประตูด้วย 

คาเชล – แบบนั้นมันไม่ได้ผลหรอก 

ทุกคนชะงักแล้วหันไปที่มาของเสียงซึ่งมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาพร้อมกับร่างของหนึ่งในสามวิหค “เงาหลอน” คาเชล! 

คาเชล – สิ่งที่สามารถเปิดประตูนั้นได้มีแต่บัตรนี้เท่านั้น เข้าใจไหม? 

โมเซส – อั๊วะเข้าใจว่ากระทืบแกให้เละก็เสร็จแล้ว 

คาเชล – ไม่หรอก แต่พวกแกจะไม่มีที่ให้ไปไหนอีก พวกแกจะต้องพบชะตากรรมเหมือนพวกขยะในป่านั่น 

โมเซสฉุนกึ้ก อารมณ์พุ่งปรี้ด “เจ้าสาร---“ 

เซเนล – โมเซส สงบสติก่อน เขากำลังพยายามทำให้นายโกรธนะ 

คาเชล – น่าละอายจริงๆที่แกไม่ได้เป็นพยานเห็นพวกมันร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพช ฮะๆๆ 

โมเซส – กรอด! 

วิล – โมเซส พอได้แล้ว! 

โมเซส – ย้าก! 

เขามีท่าทางสติแตก คว้าหอกคู่ใจแล้วปาออกไปทันที!.......... 

โมเซส – แค่ล้อเล่นน่ะ 

ที่เขาคว้ามันก็แค่อากาศเปล่าๆเท่านั้น 

โมเซส – ไม่เป็นไรร้อก อั๊วน่ะใจเย็นอยู่แล้ว อ๊วะเป็นคนละครกับผู้ชายที่อยู่ในป่าตอนนั้น 

เซเนล+วิล – ว้าว! 

คาเชล - ..... 

โมเซส – เอาล่ะ อย่าเข้าใจอั๊วะผิด อั๊วะก็เกือบจะระเบิดอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบ้าแบบนั้น ตอนนี้พวกเราต้องคิดให้ออกก่อนว่าจะจัดการหมอนี่ยังไงดี! 

วิล – ถูกแล้ว โมเซส! 

โคลเอ้ – แกเห็นหรือยังล่ะ? พวกเราไม่เหมือนกับที่พวกเราเคยเป็นหรอก 

คาเชล – หึ ยังไงก็ได้ ข้าก็จะได้สนุกยิ่งขึ้น 

ภาพร่างของเขาเลือนหายไป ก่อนที่กลุ่มควันจะปะทุขึ้นมารอบๆ ทุกคนต่างตะลึงเมื่อเห็นว่ามีคาเชลที่อยู่ใต้ม่านควันนั้นถึง 5 คน! 

คาเชล – ผู้คนเรียกข้าว่า “เงาหลอน” ก็เพราะแบบนี้ล่ะ 

โคลเอ้ – นี่มันลูกเล่นสกปรกนี่หน่า! 

คาเชล – ฮะๆๆๆ ตอนนี้ก็จงสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อเจ้าจู่โจมโดยไม่รู้เป้าหมายเถอะ! รอรับความตายได้แล้ว! 

ทุกคนตั้งท่ารับมือกับอันตรายเบื้องหน้า ถึงจะสู้กัน 6 ต่อ 5 ก็รังแต่จะทำให้ยุ่งยากขึ้นเท่านั้น! 

โมเซส – จะทำไงกันดีล่ะ?! 

เจย์ – ให้ผมจัดการเองครับ 

คาเชลหันไปยังเจย์ซึ่งพูดออกมาด้วยความมั่นใจ “ให้แกจัดการเอง? เด็กอย่างแกจะทำอะไรได้?” 

เขากราดสายตาไปยังร่างหนึ่งแล้วชี้ไปทันที “ทางนั้น!” 

สายฟ้าฟาดกระหน่ำสู่เป้าหมาย! 

คาเชล – อะไรกัน! 

เงาหลอนร่างอื่นๆหายไปหมด เหลือเพียงร่างจริงที่ถูกโจมตีเมื่อครู่! 

เซเนล – เงาของมันหายไปแล้ว! 

นอร์ม่า – เจเจ แจ๋วนี่! 

เจย์ –ผมก็มั่นใจในความสามารถเหมือนกันครับ ผมจะรู้สึกไม่สบายใจบ่อยๆเวลามีใครที่เก่งในเรื่องเดียวกัน 

คาเชล – โอ๋? 

เจย์ – ผมมักรู้สึกว่าอยากจะค้นหาว่าใครเก่งกว่ากัน ไม่ใช่เหรอครับ? 

คาเชล - .....น่าสนใจจริง ถ้าเช่นนั้นก็มาดูกันเถอะว่าแกทำอะไรได้! 

เขาวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว! 

โมเซส – เฮ้ย! กลับมาเซ่! 

เจย์ – ตามเขาไปเร็วครับ! พวกเราต้องเอาบัตรนั่นมาให้ได้! 

 

ไล่ตามไปถึงส่วนที่เต็มไปด้วยต้นไม้และเนินดิน สอดส่ายสายตาหาจนทั่วก็ไม่พบ ทุกคนเลยวิ่งต่อไป แต่เจย์กลับยืนอยู่ที่เดิมซึกครู่ ก่อนจะหันควับไปที่เนินดินด้านซ้าย “ตรงนั้น!” 

สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงไปก่อนคาเชลจะเผยร่างออกมา “ไม่เลวนี่” เขากล่าวก่อนจะหนีต่อไปอีก 

 

หลังจากนั้นก็ไล่ตามไปถึงจุดที่เต็มไปด้วยเนินดินที่แห้งแล้ง เจย์ก็เรียกให้ทุกคนหยุด เขาวิ่งเข้ามามองซักพัก “ทางนั้น!” 

เขาปาลูกพลังสายฟ้าเข้าใส่พื้นดินใกล้ๆ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายก่อนคาเชลจะโผล่ออกมาอย่างตื่นตกใจ! “อะไรกัน! เป็นไปไม่ได้!” 

เจย์ – คุณทำได้ดีแค่นี้เองหรือครับ? ไม่น่าจะประทับใจขนาดที่จะเรียกได้ว่า “เงาหลอน” นะ 

คาเชล – เจ้าบ้า! 

เขาวิ่งหนีต่อไปอีกครั้ง 

 

การไล่ล่าดำเนินต่อ ครั้งนี้คาเชลไม่ซ่อนตัว แต่เขากลับยืนรออยู่อย่างเปิดเผย 

เจย์ – ยอมแพ้แล้วหรือครับ? 

คาเชลยกมือขึ้น ก่อนจะแยกร่างออกเป็นสี่ร่างอีกครั้ง! 

เจย์ – เฮ้อ.... เงาลวงตาอีกแล้วหรือครับ? คุณทำได้แค่นี้หรือ? 

สายฟ้าฟาดโครมใส่หนึ่งในร่างนั้น คาเชลร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด! 

เจย์ – พวกเราไม่มีเวลาทั้งวันนะครับ เลิกเล่นซ่อนหากันซักทีเถอะ 

อีกฝ่ายไม่รับฟังคำพูด วิ่งหนีออกไปอีกครั้ง เจย์ได้แต่ถอนหายใจ 

 

คาเชลหนีมาจนมาถึงจุดเรื่มต้น... ทุกคนวิ่งตามมาโดยทิ้งห่างกันไม่มากนัก 

เจย์ – พวกเรากลับมาถึงหน้าประตูแล้วนะครับ 

โมเซส – ไม่มีที่ไหนให้หนีแล้ว! 

คาเชล – ฮ่า! 

คงเพราะความโกรธ คาเชลหันกลับมาพุ่งจู่โจมทันที! แต่ในที่สุดก็ต้องถูกรุมโจมตีจนต้องทิ้งร่างลงกับพื้น....ส่งเสียงครวญคราง ในลำคออกมาเบาๆก่อนจะสิ้นใจ โมเซสเงยหน้ามองท้องฟ้านึกถึงลูกน้องที่ถูกคาเชลสังหาร “บางทีพวกเอ็งคงจะพักอย่างสงบได้บ้างแล้วล่ะ....” เขาพึมพำเบาๆก่อนหันมาหาเจย์ 

โมเซส – เจย์ 

เจย์ – ครับ? 

โมเซส – เอ็งอาจจะน่ารำคาญแล้วก็กวนส้น แต่ต้องขอบใจเอ็ง อั๊วะถึงล้างแค้นให้ลูกน้องได้ เอ็งเป็นคนทำให้พวกอั๊วะมองข้ามผ่านเงานั้นไปได้ 

เขายื่นมือมาข้างหน้า 

เจย์ – มือนั่นจะทำอะไรน่ะครับ? 

โมเซส – อั๊วะยอมรับเอ็งเป็นพวกแล้ว เอาสิ จับมือหน่อย 

อีกฝ่ายค่อยๆยื่นมือมาข้างหน้า นอร์ม่าพูดอย่างเป็นปลื้ม “อู้ย! สองสหายที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกัน ในที่สุดก็เริ่มจะเข้าใจ —“ 

เจย์ลดมือลงไปแล้วหันไปอีกทาง “ทำไมผมต้องไปจับมือกับคนอย่างคุณด้วยล่ะครับ?” 

นอร์ม่า - ..... ว่าพวกเขาเกลียดกันแค่ไหน” 

โมเซส – เอ็งนี่นะ! อั๊วอุตส่าห์ยื่นไมตรีให้แล้วเชียว! 

เซเนล+วิล+โคลเอ้+นอร์ม่า – เฮ้อ.... 

นอร์ม่า – วิลจิ รู้ใช่ไหมว่าจะทำยังไง? 

วิล – ใช่ 

เสียงเขกกะโหลกดังป๊อกดังขึ้นสองครั้ง.... 

เสียงตูมดังมาจากอีกฟากของทะเลเรียกให้ทุกคนหันความสนใจไป (ยกเว้นโมเซสกับเจย์ที่นั่งกุมหัวอยู่) 

เซเนล – เสียงอะไรน่ะ? 

เจย์ – นั่นเป็นเสียงปืนใหญ่ของทัพเรือครับ อาจจะเป็นกองเรือของกาโดเรีย 

นอร์ม่า – พวกเราอยู่ใกล้กับกาโดเรียขนาดนั้นเลยเหรอ? 

เจย์ – ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นครับ 

วิล – แสดงว่าพวกเรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว 

เจย์ – วากรัฟคงจะยิงปืนใหญ่เนลเฟสอย่างแน่นอนทันทีที่มันพร้อม รีบเข้าเถอะครับ 

 

บนหอบังคับการ วากรัฟฟังเสียงปืนใหญ่ที่ดังอยู่ตลอดเวลาอย่างใจเย็น 

วากรัฟ – หึๆๆ..... ยิงปืนใหญ่ทั้งหมดที่มีมาจนพอใจเถอะ มันหยุดเลกาซี่ไม่ได้หรอก 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:36 pm----------

Topic #33 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land (continue...)