Topic #34: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land (continue part 2...)

Next Farecery

Chapter 4. The War-Torn Land (continue 2 ….) 

 

ประตูเบื้องหน้าเปิดออกเมื่อใส่บัตรที่ได้จากร่างของคาเชลเข้าไปแล้ว ภายในนั้นมืดมิด แต่เมื่อเดินเข้าไปแสงไฟก็สว่างขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็พบสามวิหคคนสุดท้าย เจ้าของฉายา “สังหารดาบเดียว” ยืนรออยู่! 

เซเนล+โคลเอ้ – สติงเกิ้ล! 

สติงเกิ้ล - .....ข้าจะรออยู่ภายใน 

เขายกมือขึ้นเรียกทหารออกมารับหน้าแทน ส่วนตัวเขาเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกตะโกนให้หยุดของโคลเอ้ 

โคลเอ้ - ...... 

เซเนล – โคลเอ้..... 

เขาพาเธอแยกออกจากกลุ่มไปคุยกันสองคน 

โคลเอ้ – มีอะไรเหรอ คูลริดจ์? ถ้าเกี่ยวกับฉันล่ะก็ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันยังใจเย็นอยู่....อย่างน้อยก็ตอนนี้ 

เซเนล – พวกเราทุกคนอยู่กับเธอ อย่าลืมซะล่ะ 

โคลเอ้ - .....นั่นสินะ 

ทั้งสองคนหันกลับไปและพบว่าสายตาของคนอื่นจ้องเป๋งมากันหมด... 

เซเนล+โคลเอ้ – อ้ะ 

คนอื่นๆ - ....... 

โคลเอ้ – อ่า....เอ่อ.... พวกเราแค่.... 

นอร์ม่า อย่างห่วงเลย! พวกเราก็สู้ชนะมาตลอดนี่ พวกเราคงไม่มีปัญหากับเจ้าของหน้ากากพิลึกๆนั่นหรอก! 

โคลเอ้ - ....ใช่! 

ทั้งสองคนเดินกลับเข้ามา แต่นอร์ม่าก็เข้าไปรั้งเอาไว้ “อะไรอีกล่ะ?” เขาพูด 

นอร์ม่า – ไม่เลวนี่ พ่อนักรัก! 

เซเนล – หา? 

นอร์ม่า – เอาล่ะทุกคน ไปต่อกันเลย! 

 

“อยู่นั่นไงล่ะ!” เซเนลตะโกนเมื่อวิ่งไปตามทางเดินจนถึงห้องโถงเล็ก สติงเกิ้ลกำลังยืนรออยู่เพียงคนเดียว 

นอร์ม่า – ถ้านายยอมให้พวกเราผ่านไปโดยไม่สร้างปัญหาให้ พวกเราอาจจะให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ได้ ว่าไงล่ะ? 

เขาไม่ตอบ แต่เดินมาข้างหน้าแล้วชักอาวุธออกมา “พวกเจ้าเตรียมใจที่จะรับความตายหรือยังล่ะ?” 

นอร์ม่า – นี่ นั่นมันประโยคของทางนี้นะ.... 

โคลเอ้เดินไปประจันหน้ากับศัตรู “แกจะรู้คำตอบของฉันได้จากดาบของฉันเอง” 

สติงเกิ้ล - ....ดีมาก 

 

อาจจะเป็นการต่อสู้ที่ลำบากที่สุดที่เคยได้พบกันมา เพราะเหมือนกับฉายาของเขา “สังหารดาบเดียว” เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็ทำให้แต่ละคนแทบจะหมดสติกันได้แล้ว แต่ในที่สุด สติงเกิ้ลก็ต้องพ่ายแพ้ 

โคลเอ้ – ถ้ายังมีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้เวลาพูดออกมาแล้ว 

เธอกำดาบแน่นแล้วเดินเข้าไป แต่อีกฝ่ายก็ถอยหลังตามเช่นกัน 

โคลเอ้ – อย่าบอกนะว่าแกจะหนีน่ะ! 

เธอเดินเข้าไปอีก แต่ก็เป็นเช่นเดิม จนโคลเอ้เหลืออด เหวี่ยงดาบไปจ่อที่คอหอยของศัตรู! “ ไม่อยากเชื่อจริงๆ! แกบอกให้ฉันเตรียมใจแล้วแกก็มาทำแบบนี้เองเหรอ?!” 

สติงเกิ้ล – นี่ล่ะคิอการเตรียมใจของข้า 

โคลเอ้ – อะไรนะ?! 

สติงเกิ้ ล – นี่ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะตาย 

เขากระทืบเท้าใส่พื้นอย่างแรง และมันก็เปิดออกเป็นช่องให้เขาหลบหนีไปทางเบื้องล่าง! และมันก็ปิดลงทันทีจนไม่เปิดโอกาสให้ใครตามไปได้อีก! 

โคลเอ้ – สารเลว! 

เธอสบถด้วยความโกรธแล้วหันหลังวิ่งย้อนออกไป! ทุกคนเรียกเธอทำให้เธอชะงักเท้า “บ้าจริง....” 

เซเนล – โคลเอ้.... 

โคลเอ้ – คูลริดจ์... ฉัน... ฉัน..... 

โมเซสหันไปกระซิบกับเจย์ “โคลเอ้รู้จักกับเจ้าหน้ากากนั่นเรอะ?” 

เจย์ – ท่าทางจะเป็นแบบนั้นครับ แต่ผมก็ไม่รู้รายละเอียดหรอก 

นอร์ม่า – นั่นเป็นคนที่คูกำลังตามหาสินะ.... 

โคลเอ้ – ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? คูลริดจ์ บอกฉันสิ! 

เซเนล – เพื่อช่วยบ้านเกิดของเธอไงล่ะ 

โคลเอ้ - .... ใช่.....ใช่ ... ไปกันเถอะทุกคน 

เซเนล – ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? 

โคลเอ้ – ที่พวกเราต้องทำคือไปให้ถึงตัววากรัฟ... เพื่อปกป้องประเทศของฉันและช่วยเชอรี่กับคุณสเตล่า 

เธอเดินเข้ามากลางวง ยกมือขวามาแตะที่ไหล่ “ฉันคืออัศวิน ฉันอาจจะสูญเสียยศไปแล้ว แต่ไม่ใช่หัวใจของฉัน ฉันคืออัศวินแห่งตระกูลวาเลนส์ตลอดไป ช่วยเหลือผู้คน ปกป้องประเทศ... นี่คือหน้าที่ในฐานะอัศวิน! 

เซเนล – ทุกคนเข้าใจไหม? 

นอร์ม่า – รับทราบ! 

โมเซส – เดี๋ยวเด่ะ! อั๊วะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

นอร์ม่า – คูจะบอกพวกเราที่หลังเอง พวกเราแค่รอจนถึงเวลาที่เธอพร้อมก็พอน่า 

โคลเอ้ – ฉันสัญญาว่าจะเล่าให้ฟังเอง 

วิล – ตกลง ตอนนี้ที่เหลืออยู่คนเดียวก็คือวากรัฟ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น 

 

เมื่อขึ้นลิฟต์ไป ทุกคนก็พบว่ารอบๆตัวอาคารเริ่มส่องแสงออกมาแล้ว 

เจย์ – แสงนี่......ลำกล้องปืนของปืนใหญ่เมลเฟสกำลังเรืองแสงแล้ว 

วิล – ทางทิศนั้นมีภูเขาอยู่ด้วย 

โคลเอ้ – นั่นคือภูเขาเซลเคส ภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศของฉัน ที่สันเขาก็คือเมืองหลวงบัลโทก้า 

นอร์ม่า – งั้นฉันเดาว่าถึงบทสุดท้ายแล้วสินะ? 

โมเซส – แล้วก็เป็นเวลาที่วากรัฟต้องล้มกลิ้งด้วย! 

บนสะพานเดินเรือ ทหารหันไปรายงานให้วากรัฟทราบ “การบรรจุพลังงานเสร็จแล้วครับ!” 

วากรัฟ – เยี่ยมมาก! 

เวลานั้น พวกเซเนลก็ไปถึงพอดี 

วิล – แสงนั่น! 

ทุกคนหันไปทางผลึกรูปวงรีซึ่งกำลังสูบพลังชีวิตของเชอรี่และสเตล่าอยู่ 

เซเนล - สเตล่า! เชอรี่! วากรัฟ แก.... 

วากรัฟ – ข้าประทับใจที่พวกแกมาถึงนี่ได้ อย่างไรก็ตาม มันก็สายไปแล้ว! จงดูซะ อำนาจของปืนใหญ่เนลเฟส! 

เขาส่งสัญญาณให้ทหาร และแสงจากอุปกรณ์ที่กำลังสูบพลังชีวิตของทั้งสองคนก็แรงขึ้น 

เซเนล – อย่านะ! 

เสาทั้งสามต้นที่อยู่ทั่วรอบๆหอบังคับการส่องแสงขึ้น ประกายไฟฟ้าถูกส่งผ่านระหว่างเสาเหมือนกำลังเชื่อมต่อกัน กลุ่มพลังงานก่อตัวขึ้นที่ใจกลางอย่างรวดเร็วก่อนถูกปลดปล่อยไปยังเป้าหมาย อาณาจักรกาโดเรีย! ลำแสงสีฟ้าพุ่งข้ามทะเลตัดสายเมฆเข้าปะทะกับยอดเขาเซลเคสจนมันแดงฉาน ก่อนที่มันจะระเบิดออกมา! สะเก็ดไฟจากการระเบิดแตกกระจายสู่เมืองเบื้องล่างที่ผู้คนที่ตื่นตระหนกต่าง วิ่งหนีเอาชีวิตรอด 

เวลาเดียวกัน ที่สนามรบ วอลเตอร์ได้แต่ตะลึงกับลำแสงที่พึ่งลอยข้ามฟ้าไปเมื่อครู่ 

วอลเตอร์ – นั่นมันปืนใหญ่เนลเฟส! เซเนล แกทำอะไรอยู่น่ะ? 

เขาเรียกเทลเคสสีดำของเขาออกมาเป็นอีกไว้กลางหลัง และยกตัเขาบินขึ้นมาจากสนามรบ..... 

 

วากรัฟ – หืม.... ข้าตั้งเป้าหมายไว้ที่เมืองหลวง แต่ก็กลับไปโดนภูเขาที่อยู่ข้างหลังได้ยังไงกันนะ 

โคลเอ้ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเมื่อเห็นภาพข้างหน้า “ยอดเขาเซลเคส..... หายไปแล้ว....” 

นอร์ม่า – อ้ะ......อา… 

วิล – เป็นพลังทำลายที่น่ากลัวจริงๆ... 

โมเซส – ไม่อยากเชื่อเลยวุ้ย.... 

เจย์ – นั่นคือปืนใหญ่เนลเฟส.... 

เซเนล – ชั้นไม่เชื่อหรอก..... 

เขามองไปยังหญิงสาวทั้งสองซึ่งถูกตรวนอยู่ในผลึกซึ่งหยุดส่งแสงแล้วนั้น “ทั้งที่พวกเรามากันถึงขนาดนี้แล้ว..........” 

วากรัฟ – หึๆๆๆ 

เซเนล – นี่มันไม่น่าเกิดขึ้นหรอก! พูดอะไรบ้างสิ! สเตล่า! เชอรี่! 

จู่ๆผลึกก็เริ่มทำงานอีกครั้ง แสงที่เกิดจากการสูบพลังชีวิตส่งขึ้นมาอีก! 

ทหาร – ตรวจพบสัญญาณชีพ พวกเธอยังมีชีวิตอยู่! 

วากรัฟ – ดี ข้าคาดว่าพวกเราคงจะคาดหวังได้มากขนาดนี้จากเมลเนสกับพี่สาวของนางได้อยู่ แล้ว ยิงครั้งต่อไปได้ ครั้งนี้ข้าจะให้โดนเมืองหลวงเลย เตรียมการยิงปืนใหญ่เนลเฟสครั้งที่สอง! 

เซเนล – ข้ามศพชั้นไปก่อนเถอะ! วากรัฟ! ชั้นจะช่วยพวกเธอทั้งสองคนเอง! 

 

เมื่อสู้จนถึงหยดสุดท้าย วากรัฟก็ทรุดร่างลงอย่างไร้หนทางสู้ 

โมเซส – ย้าฮู้! พวกเราทำได้แล้ว! ชัยชนะเป้นของพวกเรา! 

ทุกคนหันไปมองทหารซึ่งรู้ตัวว่าเป็นรองในเรื่องจำนวน จึงรีบหนีไปโดยที่ยังปล่อยให้เครื่องนั้นทำงานอยู่ 

นอร์ม่า - นี่ ! ถ้าจะหนีล่ะก็ทำไมไม่หยุดเครื่องนั่นก่อนล่ะ! 

โคลเอ้ – เร็วเข้าเถอะ! 

ร่างของสเตล่าและเชอรี่ถูกนำออกมาจากผลึกและนอนคู่กันอยู่บนพื้น แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นสติขึ้นมา 

เซเนล – สเตล่า? สเตล่า! 

เชอรี่ – อือ.... 

เซเนล – เชอรี่! เร็วสิ! 

เชอรี่ – พี่เซเนล...... 

วิล – เธอฟื้นแล้วล่ะ 

เซเนล – เชอรี่! 

เชอรี่ – พี่.....มาช่วยหนูเหรอคะ...? 

เซเนล – ใช่ ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ฝันร้ายได้จบลงแล้ว 

เชอรี่ – พี่สเตล่าล่ะคะ? 

เซเนล – เธออยู่ข้างๆนี่เอง และเธอก็ยังมีชีวิตอยู่ 

เชอรี่ – ขอบคุณพระเจ้า 

แสงจากผลึกส่งออกมาอีกครั้งทั้งที่ไม่มีใครอยู่ภายในแล้ว! 

โมเซส – ทำไมไอ้นี้ยังทำงานอยู่อีกเนี่ย? ทำอะไรหน่อยสิเจย์! 

เจย์ – ผมก็ไม่รู้อะไรกับเครื่องนี้พอๆกับคุณล่ะน่า 

โคลเอ้ – ทำไมมันยังทำงานอยู่ล่ะ? คุณสเตล่ากับเชอรี่ไม่ได้เชื่อมโยงกับพวกมันแล้วนี่! 

วากรัฟ – หึๆๆๆ..... 

เซเนล – วากรัฟ! แกยัง.... 

วากรัฟ – พอได้สู้กันอีกครั้งแล้วข้าก็แน่ใจว่าแกคือใคร ศาสตร์ที่แกใช้..... เป็นแบบนี้นี่เอง 

เซเนล – อะ...อะไร? 

วากรัฟ – ปริศนากับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนกระจ่างแล้ว 

เซเนล – เฮือก 

วากรัฟ – ไม่ช้าก็เร็ว แกจะได้รู้ว่าการตัดสินใจของแกนั้นโง่งมงายเพียงใด แกได้เลือกเส้นทางที่แกหันกลับไปไม่ได้แล้ว! 

วิล – นี่! อะไรอยู่ในมือของเขาน่ะ?! 

นอร์ม่า – สวิตช์?... อย่าบอกนะว่าเขาจะยิงไอ้นั่นน่ะ! 

วากรัฟ – ฮ่าๆๆ! ทุกอย่างจะถูกทำลาย! 

แกร้ก.....ปุ่มในมือถูกกดลง ก่อนที่วากรัฟจะขาดใจตายทันที! แสงจากผลึกเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง! 

นอร์ม่า – ปืนใหญ่เนลเฟสกำลังจะยิงอีกแล้ว! 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ปลอดภัยหรือเปล่าครับ? 

วอลเตอร์วิ่งเข้ามาดูสถานการณ์ “ท่านเมลเนสดูเหมือนจะปลอดภัยอยู่ แค่นั้นก็พอสำหรับตอนนี้แล้ว” 

นอร์ม่า – นายจะบอกให้พวกเราดูปืนใหญ่ถูกยิงออกไปเฉยๆเหรอ?. 

วอลเตอร์ – มันหยุดไม่ได้แล้ว 

สีหน้าของโคลเอ้ซีดเผือดเมื่อคิดถึงว่าถ้าพลังที่ระเบิดภูเขาได้เช่นนั้นถูกยิงลงไปที่กลางเมืองจะเป็นอย่างไร! 

เชอรี่ – พวกเราปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้นะ! 

เธอฝืนตัวเองลุกขึ้นมา 

เซเนล – เชอรี่?! 

เชอรี่ – คุณวอลเตอร์ พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ? 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส.....คือ..... 

เชอรี่ – คุณวอลเตอร์! ถ้าคุณรู้อะไรก็ได้โปรดบอกฉันเถอะค่ะ! 

วอลเตอร์ - .......ท่านสามารถควบคุมเรือลำนี้ได้ทั้งลำ บางที..... 

เชอรี่ – พี่คะ ฉันจะลองทำดู 

เซเนล – ลอง.....ลองอะไร? 

เชอรี่ – เชื่อมโยงหนูกับเครื่องนั้นอีกครั้ง หนูจะลองดูว่าจะควบคุมมันได้ไหม 

เซเนล – เชอรี่? 

เชอรี่ – เพราะฉันคือ....เมลเนส ฉันเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ อย่าห่วงเลยค่ะพี่ 

เธอถูกเชื่อมโยงเข้ากับผลึกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ด้วยความตั้งใจของเธอเอง! 

โคลเอ้ –เชอรี่....... 

โมเซส – เธอแน่ใจว่าจะจัดการได้เหรอ? 

เชอรี่ – อึ้ก! 

เซเนล – เชอรี่! 

เชอรี่ – อ๊า! 

ร่างของเธอถูกดีดกระเด็นออกมานอกผลึกโดยที่กระแสพลังงานยังเหมือนแล่นอยู่ทั่วร่าง! 

เซเนล – เป็นอะไรหรือเปล่า?! 

เชอรี่ – ทำไมล่ะ..... ทำไมถึงไม่ได้ผล? ทำไมฉันถึงหยุดมันไม่ได้ล่ะ?! 

เซฌนล – เชอรี่! 

เชอรี่ – ฉันไม่มีพลังเลย! ทำไมล่ะ? ทั้งที่ตอนนี้ฉันต้องการมันที่สุด?! ฉันต้องสูญเสียทุกสิ่งในวันนั้นไปหรือไงกัน?! ทำไม?! 

ผลึกเริ่มส่องสว่างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พลังงานจะเริ่มก่อตัว! 

นอร์ม่า – สายไปแล้ว! 

ก้อนพลังงานก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งไปยังอาณาจักรกาโดเรีย! ทุกคนได้แต่ยืนมองความพินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น.... 

....... 

แต่แล้ว ร่างของสเตล่าก็ส่องแสงสีทองออกมา ราวกับเปลวเพลิงกำลังก่อตัวที่ด้านหลังยกตัวเธอให้ลอยสูงขึ้น มันรวมตัวกันกลายเป็นปีกสีทองขนาดใหญ่! ภายนอกของหอบังคับการนั้น เปลวเพลิงสีทองของเธอรวมตัวกันกลายเป็นวิหคเพลิงขนาดมหึมา มันกระพือปีกลอยขึ้น แล้วพุ่งตามลำแสงของปืนใหญ่เนลเฟสไปอย่างรวดเร็ว ปีกของมันห่อหุ้มก้อนพลังงานนั้นและพยายามเปลี่ยนทิศทาง และในที่สุด มันก็หักเหขึ้นสู่ท้องฟ้าและระเบิดสลายหายไปทั้งคู่.............. 

เซเนลมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหันกลับมา..... เพื่อจะพบว่าร่างของหญิงสาวผู้นั้น... ตกลงมานอนกับพื้นนิ่งไม่ไหวติง..... 

“สเตล่า!!!” 

เขาได้แต่ตะโกนเรียกชื่อของเธอด้วยความวิตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น............... 

 

เซเนลประคองร่างของเธอมาไว้ในอ้อมแขน 

วอลเตอร์ – สเตล่า เทลเมส.... พลังขนาดนั้น เราคาดว่าคงจะเกิดจากการเชื่อมโยงกับเรือนี้มาเป็นเวลานาน 

เซเนล – วอลเตอร์ นายพูดอะไรน่ะ? 

เชอรี่ – พี่สเตล่าเชื่อมโยงกับเรือลำนี้?.... 

วอลเตอร์ – ถูกแล้ว เธอไม่ได้สิ้นสติไปทั้งหมด เธอเชื่อมต่อจิตใจของเธอเข้ากับเรือโดยตรงและกลายเป็นเลกาซี่ในขณะที่มัน ล่อยลอยไปตามทะเล 

เซเนล – อะไรนะ?! 

วอลเตอร์ – ยากที่จะเชื่อสินะ? แกก็ได้เห็นแสงของสเตล่ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ที่จริงแกก็ถูกแสงนั้นช่วยเอาไว้ด้วย ลองคิดย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นถึงเวลานี้สิ 

เซเนล - .... เสาแห่งแสงที่พวกเราเห็นที่ค่ายแนวหน้า.... 

เชอรี่ – อะไรนะคะ?! 

เซเนล – มันมีสีเดียวกับเทลเคสของสเตล่า....... 

โคลเอ้ - .... พวกเราก็ได้เห็นอะไรแบบนั้นที่โบราณสถานแสงเยือกแข็งเหมือนกัน! ถ้าอย่างั้นคุณสเตล่าก็เป็นคนช่วยคูลริดจ์ตอนนั้นเหรอ? ตลอดเวลามานี้ฉันคิดว่านั่นคือเชอรี่..... 

เชอรี่ – ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ 

นอร์ม่า – นั่นทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่แฮตตี้พูดนะ เธอบอกว่าตอนที่เซเนเซเน่ตกลงมาจากหน้าผา เขาถูกห่อหุ้มอยู่ในแสงแล้วลอยลงมาอย่างปลอดภัย 

เชอรี่ – จริงหรือคะ พี่เซเนล? 

วิล – แล้วเสาแห่งแสงที่ปรากฏตอนที่เซเนลกับเชอรี่มาถึงเลกาซี่นี่ล่ะ? 

วอลเตอร์ – นั่นก็คือความปรารถนาของสเตล่าเช่นกัน 

เซเนล – ถ้าถย่างนั้นที่เลกาซี่ปรากฏต่อหน้าพวกเราในครั้งแรกนั่นก็.... 

วอลเตอร์ – ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก 

เซเนล – สเตล่าก็คือ... เลกาซี่เหรอ? เธอปกป้องชั้นมาตลอดเวลามานี้เหรอ? 

เชอรี่ – พี่เซเนล.... 

เซเนล – ชั้นไม่เชื่อหรอก สเตล่า.... เธอไม่ต้อง...... ได้โปรดเถอะ! ลืมตาสิ! เธอห้าม...... อย่างน้อยก็ให้ชั้นได้พูด..... 

วิลกับนอร์ม่าใช้พลังรักษาร่างของสเตล่า แต่ก็ไร้การตอบสนอง.... 

วิล – ไม่ได้ผลเลย เธออ่อนแอเกินไป 

นอร์ม่า – ถึงฉันจะใช้พลังไปมากแค่ไหนแต่มันก็ไหลผ่านไปอย่างเดียวเลย..... 

เชอรี่ – ไม่นะ! 

ประกายแสงเล็กๆส่องออกมาจากเข็มกลัดของเธอ 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ใช้เข็มกลัดของท่านสิ! 

เชอรี่+นอร์ม่า – อะไรนะ? 

วอลเตอร์ – หินในเข็มกลัดนั้นเคยช่วยชีวิตท่านมาครั้งหนึ่งแล้ว บางทีมันอาจใช้ได้อีกครั้งก็ได้! 

เซเนล – ใช่แล้ว! 

เชอรี่ – ตกลงค่ะ! 

นอร์ม่า – กะแล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่แค่หินเก่าๆ..... 

 

เข็มกลัดของเธอถูกวางไว้บนหน้าอกของสเตล่า มันส่งแสงออกมาเป็นระยะๆ 

เซเนล – ได้ผลไหม? 

ดวงตาที่ปิดสนิทของเธอเริ่มลืมขึ้น 

เซเนล – สเตล่า! 

เชอรี่ – พี่คะ! 

เซเนล – เธอทำได้แล้ว……ทำได้แล้ว! 

เชอรี่ – พี่สเตล่า ตื่นสิ! 

เซเนล - สเตล่า....ได้ยินพวกเราไหม? 

เธอหลับตาลงก่อนที่จะลืมขึ้นอีกครั้ง....... 

สเตล่า – เชอรี่?...... พลังของน้องคงอยู่เพื่อทำให้ผู้คนมีความสุข.... ได้โปรด.... ใช้มันให้ดีเถอะนะ 

เชอรี่ – พี่สเตล่า! 

สเตล่า – เซเนล......ขอโทษนะ..... 

เซเนล – อะไรกัน?.... เดี๋ยวสิ เธอหมายความว่ายังไงที่ว่าขอโทษน่ะ?! 

เชอรี่ – อึ้ก! 

เซเนล – อย่าไปนะ สเตล่า! 

เชอรี่เข้าไปกุมมือพี่สาวไว้ แต่ก็ดูเหมือนเธอจะอ่อนแรงเกินกว่าจะทำอะไรได้อีก.... 

เซเนล – เธอกำลังรอที่จะเข้าพิธีบวงสรวงวารีไม่ใช่เหรอ?! กับพวกชั้นน่ะ…… 

เชอรี่ – พี่เซเนล..... 

เซเนล – ถ้าเธอไปโดยไม่มีชั้น แล้วชั้นจะขอเธอแต่งงานได้ยังไงล่ะ? 

แทนที่คำตอบจะออกมาจากริมฝีปาก แต่ดวงตาของเธอกลับปิดลงอีกครั้ง.... มือที่ทั้งสองคนกุมอยู่ตกลงไปอยู่กับพื้นเมื่อเจ้าของร่างคืนสู่นิรันดร์อีก ครั้ง..... 

เพล้ง....... เข็มกลัดที่อยู่ที่หน้าอกของเธอแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย..... 

เชอรี่ – เข็มกลัดมัน.......ไม่นะ! 

เซเนล – สเตล่า!.....สเตล่า! ไม่!............. 

 

และแล้ว.... สงครามก็สิ้นสุดลง ทหารเกราะแดงของวากรัฟแตกพ่ายเมื่อรู้ว่าไม่มีผู้บัญชาการเหลืออยู่แล้ว โมเซสได้พบกับจาบ้าและลูน้องคนอื่นๆที่ยังเหลือรอดอยู่ ... ทัพพันธมิตรต่างไชโยโฮ่ร้องกับชัยชนะที่ได้มาซึ่งต้องแลกกับการสูญเสีย ........ 

 

เวลาเดียวกัน ฮาริเอทกับปิ้ปโป้อยู่กลางทุ่งดอกไม้ เฝ้ามองท้องฟ้ายามเย็นที่แดงฉาน กริวเน่เดินเข้ามาหาทั้งสองคน “สวัสดีจ้ะ” 

ฮาริเอท – สวัสดีค่ะ 

ปิ้ปโป้ – สวัสดีครับ! 

กริวเน่ – เป็นที่ๆดีนะ 

ฮาริเอท- ....ค่ะ หนูพึ่งบังเอิญมาเจอเข้าน่ะ แต่ดอกไม้ก็สวยดี แล้ววิวก็เยี่ยมด้วย 

กริวเน่ – แต่ว่า.....มันก็รู้สึกเศร้าด้วย 

ฮาริเอท – ทำไมล่ะคะ? 

กริวเน่เดินไปที่ริมผาทอดสายตาไปยังมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ “ทะเล......ดูราวกับว่ามันกำลังร่ำไห้อยู่” 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:37 pm----------

Topic #34 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land (continue part 2...)