Tales of Legendia - Chapter 4 . The War-Torn Land (continue part 2...)

April 24th, 2006 01:49PM, Next Farecery said,

 

Chapter 4. The War-Torn Land (continue 2 ….)

ประตูเบื้องหน้าเปิดออกเมื่อใส่บัตรที่ได้จากร่างของคาเชลเข้าไปแล้ว ภายในนั้นมืดมิด แต่เมื่อเดินเข้าไปแสงไฟก็สว่างขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็พบสามวิหคคนสุดท้าย เจ้าของฉายา “สังหารดาบเดียว” ยืนรออยู่!
เซเนล+โคลเอ้ – สติงเกิ้ล!
สติงเกิ้ล - .....ข้าจะรออยู่ภายใน
เขายกมือขึ้นเรียกทหารออกมารับหน้าแทน ส่วนตัวเขาเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกตะโกนให้หยุดของโคลเอ้
โคลเอ้ - ......
เซเนล – โคลเอ้.....
เขาพาเธอแยกออกจากกลุ่มไปคุยกันสองคน
โคลเอ้ – มีอะไรเหรอ คูลริดจ์? ถ้าเกี่ยวกับฉันล่ะก็ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันยังใจเย็นอยู่....อย่างน้อยก็ตอนนี้
เซเนล – พวกเราทุกคนอยู่กับเธอ อย่าลืมซะล่ะ
โคลเอ้ - .....นั่นสินะ
ทั้งสองคนหันกลับไปและพบว่าสายตาของคนอื่นจ้องเป๋งมากันหมด...
เซเนล+โคลเอ้ – อ้ะ
คนอื่นๆ - .......
โคลเอ้ – อ่า....เอ่อ.... พวกเราแค่....
นอร์ม่า อย่างห่วงเลย! พวกเราก็สู้ชนะมาตลอดนี่ พวกเราคงไม่มีปัญหากับเจ้าของหน้ากากพิลึกๆนั่นหรอก!
โคลเอ้ - ....ใช่!
ทั้งสองคนเดินกลับเข้ามา แต่นอร์ม่าก็เข้าไปรั้งเอาไว้ “อะไรอีกล่ะ?” เขาพูด
นอร์ม่า – ไม่เลวนี่ พ่อนักรัก!
เซเนล – หา?
นอร์ม่า – เอาล่ะทุกคน ไปต่อกันเลย!

“อยู่นั่นไงล่ะ!” เซเนลตะโกนเมื่อวิ่งไปตามทางเดินจนถึงห้องโถงเล็ก สติงเกิ้ลกำลังยืนรออยู่เพียงคนเดียว
นอร์ม่า – ถ้านายยอมให้พวกเราผ่านไปโดยไม่สร้างปัญหาให้ พวกเราอาจจะให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไปก็ได้ ว่าไงล่ะ?
เขาไม่ตอบ แต่เดินมาข้างหน้าแล้วชักอาวุธออกมา “พวกเจ้าเตรียมใจที่จะรับความตายหรือยังล่ะ?”
นอร์ม่า – นี่ นั่นมันประโยคของทางนี้นะ....
โคลเอ้เดินไปประจันหน้ากับศัตรู “แกจะรู้คำตอบของฉันได้จากดาบของฉันเอง”
สติงเกิ้ล - ....ดีมาก

อาจจะเป็นการต่อสู้ที่ลำบากที่สุดที่เคยได้พบกันมา เพราะเหมือนกับฉายาของเขา “สังหารดาบเดียว” เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวก็ทำให้แต่ละคนแทบจะหมดสติกันได้แล้ว แต่ในที่สุด สติงเกิ้ลก็ต้องพ่ายแพ้
โคลเอ้ – ถ้ายังมีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้เวลาพูดออกมาแล้ว
เธอกำดาบแน่นแล้วเดินเข้าไป แต่อีกฝ่ายก็ถอยหลังตามเช่นกัน
โคลเอ้ – อย่าบอกนะว่าแกจะหนีน่ะ!
เธอเดินเข้าไปอีก แต่ก็เป็นเช่นเดิม จนโคลเอ้เหลืออด เหวี่ยงดาบไปจ่อที่คอหอยของศัตรู! “ ไม่อยากเชื่อจริงๆ! แกบอกให้ฉันเตรียมใจแล้วแกก็มาทำแบบนี้เองเหรอ?!”
สติงเกิ้ล – นี่ล่ะคิอการเตรียมใจของข้า
โคลเอ้ – อะไรนะ?!
สติงเกิ้ ล – นี่ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะตาย
เขากระทืบเท้าใส่พื้นอย่างแรง และมันก็เปิดออกเป็นช่องให้เขาหลบหนีไปทางเบื้องล่าง! และมันก็ปิดลงทันทีจนไม่เปิดโอกาสให้ใครตามไปได้อีก!
โคลเอ้ – สารเลว!
เธอสบถด้วยความโกรธแล้วหันหลังวิ่งย้อนออกไป! ทุกคนเรียกเธอทำให้เธอชะงักเท้า “บ้าจริง....”
เซเนล – โคลเอ้....
โคลเอ้ – คูลริดจ์... ฉัน... ฉัน.....
โมเซสหันไปกระซิบกับเจย์ “โคลเอ้รู้จักกับเจ้าหน้ากากนั่นเรอะ?”
เจย์ – ท่าทางจะเป็นแบบนั้นครับ แต่ผมก็ไม่รู้รายละเอียดหรอก
นอร์ม่า – นั่นเป็นคนที่คูกำลังตามหาสินะ....
โคลเอ้ – ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? คูลริดจ์ บอกฉันสิ!
เซเนล – เพื่อช่วยบ้านเกิดของเธอไงล่ะ
โคลเอ้ - .... ใช่.....ใช่ ... ไปกันเถอะทุกคน
เซเนล – ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?
โคลเอ้ – ที่พวกเราต้องทำคือไปให้ถึงตัววากรัฟ... เพื่อปกป้องประเทศของฉันและช่วยเชอรี่กับคุณสเตล่า
เธอเดินเข้ามากลางวง ยกมือขวามาแตะที่ไหล่ “ฉันคืออัศวิน ฉันอาจจะสูญเสียยศไปแล้ว แต่ไม่ใช่หัวใจของฉัน ฉันคืออัศวินแห่งตระกูลวาเลนส์ตลอดไป ช่วยเหลือผู้คน ปกป้องประเทศ... นี่คือหน้าที่ในฐานะอัศวิน!
เซเนล – ทุกคนเข้าใจไหม?
นอร์ม่า – รับทราบ!
โมเซส – เดี๋ยวเด่ะ! อั๊วะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ?
นอร์ม่า – คูจะบอกพวกเราที่หลังเอง พวกเราแค่รอจนถึงเวลาที่เธอพร้อมก็พอน่า
โคลเอ้ – ฉันสัญญาว่าจะเล่าให้ฟังเอง
วิล – ตกลง ตอนนี้ที่เหลืออยู่คนเดียวก็คือวากรัฟ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

เมื่อขึ้นลิฟต์ไป ทุกคนก็พบว่ารอบๆตัวอาคารเริ่มส่องแสงออกมาแล้ว
เจย์ – แสงนี่......ลำกล้องปืนของปืนใหญ่เมลเฟสกำลังเรืองแสงแล้ว
วิล – ทางทิศนั้นมีภูเขาอยู่ด้วย
โคลเอ้ – นั่นคือภูเขาเซลเคส ภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศของฉัน ที่สันเขาก็คือเมืองหลวงบัลโทก้า
นอร์ม่า – งั้นฉันเดาว่าถึงบทสุดท้ายแล้วสินะ?
โมเซส – แล้วก็เป็นเวลาที่วากรัฟต้องล้มกลิ้งด้วย!
บนสะพานเดินเรือ ทหารหันไปรายงานให้วากรัฟทราบ “การบรรจุพลังงานเสร็จแล้วครับ!”
วากรัฟ – เยี่ยมมาก!
เวลานั้น พวกเซเนลก็ไปถึงพอดี
วิล – แสงนั่น!
ทุกคนหันไปทางผลึกรูปวงรีซึ่งกำลังสูบพลังชีวิตของเชอรี่และสเตล่าอยู่
เซเนล - สเตล่า! เชอรี่! วากรัฟ แก....
วากรัฟ – ข้าประทับใจที่พวกแกมาถึงนี่ได้ อย่างไรก็ตาม มันก็สายไปแล้ว! จงดูซะ อำนาจของปืนใหญ่เนลเฟส!
เขาส่งสัญญาณให้ทหาร และแสงจากอุปกรณ์ที่กำลังสูบพลังชีวิตของทั้งสองคนก็แรงขึ้น
เซเนล – อย่านะ!
เสาทั้งสามต้นที่อยู่ทั่วรอบๆหอบังคับการส่องแสงขึ้น ประกายไฟฟ้าถูกส่งผ่านระหว่างเสาเหมือนกำลังเชื่อมต่อกัน กลุ่มพลังงานก่อตัวขึ้นที่ใจกลางอย่างรวดเร็วก่อนถูกปลดปล่อยไปยังเป้าหมาย อาณาจักรกาโดเรีย! ลำแสงสีฟ้าพุ่งข้ามทะเลตัดสายเมฆเข้าปะทะกับยอดเขาเซลเคสจนมันแดงฉาน ก่อนที่มันจะระเบิดออกมา! สะเก็ดไฟจากการระเบิดแตกกระจายสู่เมืองเบื้องล่างที่ผู้คนที่ตื่นตระหนกต่าง วิ่งหนีเอาชีวิตรอด
เวลาเดียวกัน ที่สนามรบ วอลเตอร์ได้แต่ตะลึงกับลำแสงที่พึ่งลอยข้ามฟ้าไปเมื่อครู่
วอลเตอร์ – นั่นมันปืนใหญ่เนลเฟส! เซเนล แกทำอะไรอยู่น่ะ?
เขาเรียกเทลเคสสีดำของเขาออกมาเป็นอีกไว้กลางหลัง และยกตัเขาบินขึ้นมาจากสนามรบ.....

วากรัฟ – หืม.... ข้าตั้งเป้าหมายไว้ที่เมืองหลวง แต่ก็กลับไปโดนภูเขาที่อยู่ข้างหลังได้ยังไงกันนะ
โคลเอ้ทรุดลงไปนั่งกับพื้นเมื่อเห็นภาพข้างหน้า “ยอดเขาเซลเคส..... หายไปแล้ว....”
นอร์ม่า – อ้ะ......อา…
วิล – เป็นพลังทำลายที่น่ากลัวจริงๆ...
โมเซส – ไม่อยากเชื่อเลยวุ้ย....
เจย์ – นั่นคือปืนใหญ่เนลเฟส....
เซเนล – ชั้นไม่เชื่อหรอก.....
เขามองไปยังหญิงสาวทั้งสองซึ่งถูกตรวนอยู่ในผลึกซึ่งหยุดส่งแสงแล้วนั้น “ทั้งที่พวกเรามากันถึงขนาดนี้แล้ว..........”
วากรัฟ – หึๆๆๆ
เซเนล – นี่มันไม่น่าเกิดขึ้นหรอก! พูดอะไรบ้างสิ! สเตล่า! เชอรี่!
จู่ๆผลึกก็เริ่มทำงานอีกครั้ง แสงที่เกิดจากการสูบพลังชีวิตส่งขึ้นมาอีก!
ทหาร – ตรวจพบสัญญาณชีพ พวกเธอยังมีชีวิตอยู่!
วากรัฟ – ดี ข้าคาดว่าพวกเราคงจะคาดหวังได้มากขนาดนี้จากเมลเนสกับพี่สาวของนางได้อยู่ แล้ว ยิงครั้งต่อไปได้ ครั้งนี้ข้าจะให้โดนเมืองหลวงเลย เตรียมการยิงปืนใหญ่เนลเฟสครั้งที่สอง!
เซเนล – ข้ามศพชั้นไปก่อนเถอะ! วากรัฟ! ชั้นจะช่วยพวกเธอทั้งสองคนเอง!

เมื่อสู้จนถึงหยดสุดท้าย วากรัฟก็ทรุดร่างลงอย่างไร้หนทางสู้
โมเซส – ย้าฮู้! พวกเราทำได้แล้ว! ชัยชนะเป้นของพวกเรา!
ทุกคนหันไปมองทหารซึ่งรู้ตัวว่าเป็นรองในเรื่องจำนวน จึงรีบหนีไปโดยที่ยังปล่อยให้เครื่องนั้นทำงานอยู่
นอร์ม่า - นี่ ! ถ้าจะหนีล่ะก็ทำไมไม่หยุดเครื่องนั่นก่อนล่ะ!
โคลเอ้ – เร็วเข้าเถอะ!
ร่างของสเตล่าและเชอรี่ถูกนำออกมาจากผลึกและนอนคู่กันอยู่บนพื้น แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นสติขึ้นมา
เซเนล – สเตล่า? สเตล่า!
เชอรี่ – อือ....
เซเนล – เชอรี่! เร็วสิ!
เชอรี่ – พี่เซเนล......
วิล – เธอฟื้นแล้วล่ะ
เซเนล – เชอรี่!
เชอรี่ – พี่.....มาช่วยหนูเหรอคะ...?
เซเนล – ใช่ ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ฝันร้ายได้จบลงแล้ว
เชอรี่ – พี่สเตล่าล่ะคะ?
เซเนล – เธออยู่ข้างๆนี่เอง และเธอก็ยังมีชีวิตอยู่
เชอรี่ – ขอบคุณพระเจ้า
แสงจากผลึกส่งออกมาอีกครั้งทั้งที่ไม่มีใครอยู่ภายในแล้ว!
โมเซส – ทำไมไอ้นี้ยังทำงานอยู่อีกเนี่ย? ทำอะไรหน่อยสิเจย์!
เจย์ – ผมก็ไม่รู้อะไรกับเครื่องนี้พอๆกับคุณล่ะน่า
โคลเอ้ – ทำไมมันยังทำงานอยู่ล่ะ? คุณสเตล่ากับเชอรี่ไม่ได้เชื่อมโยงกับพวกมันแล้วนี่!
วากรัฟ – หึๆๆๆ.....
เซเนล – วากรัฟ! แกยัง....
วากรัฟ – พอได้สู้กันอีกครั้งแล้วข้าก็แน่ใจว่าแกคือใคร ศาสตร์ที่แกใช้..... เป็นแบบนี้นี่เอง
เซเนล – อะ...อะไร?
วากรัฟ – ปริศนากับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนกระจ่างแล้ว
เซเนล – เฮือก
วากรัฟ – ไม่ช้าก็เร็ว แกจะได้รู้ว่าการตัดสินใจของแกนั้นโง่งมงายเพียงใด แกได้เลือกเส้นทางที่แกหันกลับไปไม่ได้แล้ว!
วิล – นี่! อะไรอยู่ในมือของเขาน่ะ?!
นอร์ม่า – สวิตช์?... อย่าบอกนะว่าเขาจะยิงไอ้นั่นน่ะ!
วากรัฟ – ฮ่าๆๆ! ทุกอย่างจะถูกทำลาย!
แกร้ก.....ปุ่มในมือถูกกดลง ก่อนที่วากรัฟจะขาดใจตายทันที! แสงจากผลึกเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง!
นอร์ม่า – ปืนใหญ่เนลเฟสกำลังจะยิงอีกแล้ว!
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ปลอดภัยหรือเปล่าครับ?
วอลเตอร์วิ่งเข้ามาดูสถานการณ์ “ท่านเมลเนสดูเหมือนจะปลอดภัยอยู่ แค่นั้นก็พอสำหรับตอนนี้แล้ว”
นอร์ม่า – นายจะบอกให้พวกเราดูปืนใหญ่ถูกยิงออกไปเฉยๆเหรอ?.
วอลเตอร์ – มันหยุดไม่ได้แล้ว
สีหน้าของโคลเอ้ซีดเผือดเมื่อคิดถึงว่าถ้าพลังที่ระเบิดภูเขาได้เช่นนั้นถูกยิงลงไปที่กลางเมืองจะเป็นอย่างไร!
เชอรี่ – พวกเราปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้นะ!
เธอฝืนตัวเองลุกขึ้นมา
เซเนล – เชอรี่?!
เชอรี่ – คุณวอลเตอร์ พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส.....คือ.....
เชอรี่ – คุณวอลเตอร์! ถ้าคุณรู้อะไรก็ได้โปรดบอกฉันเถอะค่ะ!
วอลเตอร์ - .......ท่านสามารถควบคุมเรือลำนี้ได้ทั้งลำ บางที.....
เชอรี่ – พี่คะ ฉันจะลองทำดู
เซเนล – ลอง.....ลองอะไร?
เชอรี่ – เชื่อมโยงหนูกับเครื่องนั้นอีกครั้ง หนูจะลองดูว่าจะควบคุมมันได้ไหม
เซเนล – เชอรี่?
เชอรี่ – เพราะฉันคือ....เมลเนส ฉันเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ อย่าห่วงเลยค่ะพี่
เธอถูกเชื่อมโยงเข้ากับผลึกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ด้วยความตั้งใจของเธอเอง!
โคลเอ้ –เชอรี่.......
โมเซส – เธอแน่ใจว่าจะจัดการได้เหรอ?
เชอรี่ – อึ้ก!
เซเนล – เชอรี่!
เชอรี่ – อ๊า!
ร่างของเธอถูกดีดกระเด็นออกมานอกผลึกโดยที่กระแสพลังงานยังเหมือนแล่นอยู่ทั่วร่าง!
เซเนล – เป็นอะไรหรือเปล่า?!
เชอรี่ – ทำไมล่ะ..... ทำไมถึงไม่ได้ผล? ทำไมฉันถึงหยุดมันไม่ได้ล่ะ?!
เซฌนล – เชอรี่!
เชอรี่ – ฉันไม่มีพลังเลย! ทำไมล่ะ? ทั้งที่ตอนนี้ฉันต้องการมันที่สุด?! ฉันต้องสูญเสียทุกสิ่งในวันนั้นไปหรือไงกัน?! ทำไม?!
ผลึกเริ่มส่องสว่างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พลังงานจะเริ่มก่อตัว!
นอร์ม่า – สายไปแล้ว!
ก้อนพลังงานก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งไปยังอาณาจักรกาโดเรีย! ทุกคนได้แต่ยืนมองความพินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น....
.......
แต่แล้ว ร่างของสเตล่าก็ส่องแสงสีทองออกมา ราวกับเปลวเพลิงกำลังก่อตัวที่ด้านหลังยกตัวเธอให้ลอยสูงขึ้น มันรวมตัวกันกลายเป็นปีกสีทองขนาดใหญ่! ภายนอกของหอบังคับการนั้น เปลวเพลิงสีทองของเธอรวมตัวกันกลายเป็นวิหคเพลิงขนาดมหึมา มันกระพือปีกลอยขึ้น แล้วพุ่งตามลำแสงของปืนใหญ่เนลเฟสไปอย่างรวดเร็ว ปีกของมันห่อหุ้มก้อนพลังงานนั้นและพยายามเปลี่ยนทิศทาง และในที่สุด มันก็หักเหขึ้นสู่ท้องฟ้าและระเบิดสลายหายไปทั้งคู่..............
เซเนลมองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหันกลับมา..... เพื่อจะพบว่าร่างของหญิงสาวผู้นั้น... ตกลงมานอนกับพื้นนิ่งไม่ไหวติง.....
“สเตล่า!!!”
เขาได้แต่ตะโกนเรียกชื่อของเธอด้วยความวิตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น...............

เซเนลประคองร่างของเธอมาไว้ในอ้อมแขน
วอลเตอร์ – สเตล่า เทลเมส.... พลังขนาดนั้น เราคาดว่าคงจะเกิดจากการเชื่อมโยงกับเรือนี้มาเป็นเวลานาน
เซเนล – วอลเตอร์ นายพูดอะไรน่ะ?
เชอรี่ – พี่สเตล่าเชื่อมโยงกับเรือลำนี้?....
วอลเตอร์ – ถูกแล้ว เธอไม่ได้สิ้นสติไปทั้งหมด เธอเชื่อมต่อจิตใจของเธอเข้ากับเรือโดยตรงและกลายเป็นเลกาซี่ในขณะที่มัน ล่อยลอยไปตามทะเล
เซเนล – อะไรนะ?!
วอลเตอร์ – ยากที่จะเชื่อสินะ? แกก็ได้เห็นแสงของสเตล่ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ที่จริงแกก็ถูกแสงนั้นช่วยเอาไว้ด้วย ลองคิดย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นถึงเวลานี้สิ
เซเนล - .... เสาแห่งแสงที่พวกเราเห็นที่ค่ายแนวหน้า....
เชอรี่ – อะไรนะคะ?!
เซเนล – มันมีสีเดียวกับเทลเคสของสเตล่า.......
โคลเอ้ - .... พวกเราก็ได้เห็นอะไรแบบนั้นที่โบราณสถานแสงเยือกแข็งเหมือนกัน! ถ้าอย่างั้นคุณสเตล่าก็เป็นคนช่วยคูลริดจ์ตอนนั้นเหรอ? ตลอดเวลามานี้ฉันคิดว่านั่นคือเชอรี่.....
เชอรี่ – ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยค่ะ
นอร์ม่า – นั่นทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่แฮตตี้พูดนะ เธอบอกว่าตอนที่เซเนเซเน่ตกลงมาจากหน้าผา เขาถูกห่อหุ้มอยู่ในแสงแล้วลอยลงมาอย่างปลอดภัย
เชอรี่ – จริงหรือคะ พี่เซเนล?
วิล – แล้วเสาแห่งแสงที่ปรากฏตอนที่เซเนลกับเชอรี่มาถึงเลกาซี่นี่ล่ะ?
วอลเตอร์ – นั่นก็คือความปรารถนาของสเตล่าเช่นกัน
เซเนล – ถ้าถย่างนั้นที่เลกาซี่ปรากฏต่อหน้าพวกเราในครั้งแรกนั่นก็....
วอลเตอร์ – ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก
เซเนล – สเตล่าก็คือ... เลกาซี่เหรอ? เธอปกป้องชั้นมาตลอดเวลามานี้เหรอ?
เชอรี่ – พี่เซเนล....
เซเนล – ชั้นไม่เชื่อหรอก สเตล่า.... เธอไม่ต้อง...... ได้โปรดเถอะ! ลืมตาสิ! เธอห้าม...... อย่างน้อยก็ให้ชั้นได้พูด.....
วิลกับนอร์ม่าใช้พลังรักษาร่างของสเตล่า แต่ก็ไร้การตอบสนอง....
วิล – ไม่ได้ผลเลย เธออ่อนแอเกินไป
นอร์ม่า – ถึงฉันจะใช้พลังไปมากแค่ไหนแต่มันก็ไหลผ่านไปอย่างเดียวเลย.....
เชอรี่ – ไม่นะ!
ประกายแสงเล็กๆส่องออกมาจากเข็มกลัดของเธอ
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ใช้เข็มกลัดของท่านสิ!
เชอรี่+นอร์ม่า – อะไรนะ?
วอลเตอร์ – หินในเข็มกลัดนั้นเคยช่วยชีวิตท่านมาครั้งหนึ่งแล้ว บางทีมันอาจใช้ได้อีกครั้งก็ได้!
เซเนล – ใช่แล้ว!
เชอรี่ – ตกลงค่ะ!
นอร์ม่า – กะแล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่แค่หินเก่าๆ.....

เข็มกลัดของเธอถูกวางไว้บนหน้าอกของสเตล่า มันส่งแสงออกมาเป็นระยะๆ
เซเนล – ได้ผลไหม?
ดวงตาที่ปิดสนิทของเธอเริ่มลืมขึ้น
เซเนล – สเตล่า!
เชอรี่ – พี่คะ!
เซเนล – เธอทำได้แล้ว……ทำได้แล้ว!
เชอรี่ – พี่สเตล่า ตื่นสิ!
เซเนล - สเตล่า....ได้ยินพวกเราไหม?
เธอหลับตาลงก่อนที่จะลืมขึ้นอีกครั้ง.......
สเตล่า – เชอรี่?...... พลังของน้องคงอยู่เพื่อทำให้ผู้คนมีความสุข.... ได้โปรด.... ใช้มันให้ดีเถอะนะ
เชอรี่ – พี่สเตล่า!
สเตล่า – เซเนล......ขอโทษนะ.....
เซเนล – อะไรกัน?.... เดี๋ยวสิ เธอหมายความว่ายังไงที่ว่าขอโทษน่ะ?!
เชอรี่ – อึ้ก!
เซเนล – อย่าไปนะ สเตล่า!
เชอรี่เข้าไปกุมมือพี่สาวไว้ แต่ก็ดูเหมือนเธอจะอ่อนแรงเกินกว่าจะทำอะไรได้อีก....
เซเนล – เธอกำลังรอที่จะเข้าพิธีบวงสรวงวารีไม่ใช่เหรอ?! กับพวกชั้นน่ะ……
เชอรี่ – พี่เซเนล.....
เซเนล – ถ้าเธอไปโดยไม่มีชั้น แล้วชั้นจะขอเธอแต่งงานได้ยังไงล่ะ?
แทนที่คำตอบจะออกมาจากริมฝีปาก แต่ดวงตาของเธอกลับปิดลงอีกครั้ง.... มือที่ทั้งสองคนกุมอยู่ตกลงไปอยู่กับพื้นเมื่อเจ้าของร่างคืนสู่นิรันดร์อีก ครั้ง.....
เพล้ง....... เข็มกลัดที่อยู่ที่หน้าอกของเธอแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย.....
เชอรี่ – เข็มกลัดมัน.......ไม่นะ!
เซเนล – สเตล่า!.....สเตล่า! ไม่!.............

และแล้ว.... สงครามก็สิ้นสุดลง ทหารเกราะแดงของวากรัฟแตกพ่ายเมื่อรู้ว่าไม่มีผู้บัญชาการเหลืออยู่แล้ว โมเซสได้พบกับจาบ้าและลูน้องคนอื่นๆที่ยังเหลือรอดอยู่ ... ทัพพันธมิตรต่างไชโยโฮ่ร้องกับชัยชนะที่ได้มาซึ่งต้องแลกกับการสูญเสีย ........

เวลาเดียวกัน ฮาริเอทกับปิ้ปโป้อยู่กลางทุ่งดอกไม้ เฝ้ามองท้องฟ้ายามเย็นที่แดงฉาน กริวเน่เดินเข้ามาหาทั้งสองคน “สวัสดีจ้ะ”
ฮาริเอท – สวัสดีค่ะ
ปิ้ปโป้ – สวัสดีครับ!
กริวเน่ – เป็นที่ๆดีนะ
ฮาริเอท- ....ค่ะ หนูพึ่งบังเอิญมาเจอเข้าน่ะ แต่ดอกไม้ก็สวยดี แล้ววิวก็เยี่ยมด้วย
กริวเน่ – แต่ว่า.....มันก็รู้สึกเศร้าด้วย
ฮาริเอท – ทำไมล่ะคะ?
กริวเน่เดินไปที่ริมผาทอดสายตาไปยังมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ “ทะเล......ดูราวกับว่ามันกำลังร่ำไห้อยู่”


--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:37 pm----------