Topic #35: Tales of Legendia - Chapter 5. Awakening

Next Farecery

Chapter 5 - Awakening 

 

2 อาทิตย์ต่อมา...... 

ที่สุสานของเมืองเวลเทส เซเนลนั่งอยู่หน้าหลุมศพหนึ่ง... ป้ายหลุมสลักชื่อเอาไว้ว่า “สเตล่า เทลเมส” 

ฮาริเอทเดินเข้ามา เธอมองหลุมศพก่อนกุมมือเข้าด้วยกัน “คุณสเตล่า ขอบคุณที่ช่วยทุกคนเอาไว้นะคะ เป็นเพราะคุณ สงครามก็สิ้นสุดลงในที่สุด ไม่มีใครต้องจากไปอีกแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ” 

เธอหันกลับมามองเซเนลที่ยังคงเงียบอยู่ 

ฮาริเอท – น่าเศร้านะที่ต้องเสียงคนที่นายห่วงใยไป ฉันก็เสียใจมากเหมือนกันตอนที่แม่จากไป เหมือนกับว่ามีรูอยู่ในหัวใจของฉันเลย 

เซเนล – ฮาริเอท... 

ฮาริเอท – เอ้า ตั้งสติหน่อย! ถ้านายซึมแบบนี้ต่อไป คุณสเตล่าคงได้หัวเราะใส่นายแน่! 

เซเนล – ชั้นไม่ได้ซึมซํกหน่อย 

ฮาริเอท – ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ 

เซเนล – ไปไหน? 

ฮาริเอท – ไปบ้านของหมอนั่นน่ะ เขาบอกว่าอยากเจอนายหน่อย คิดว่าเป็นใครกันนะ? มาสั่งฉันแบบนี้น่ะ?! 

เซเนล – ทั้งสองคนน่าจะปรับความเข้าใจกันนะ ชั้นได้ยินว่าเธอไม่ได้ไปอยู่ด้วยกันด้วยนี่ 

ฮาริเอท – ฉันไม่มีทางเรียกคนแบบนั้นว่าพ่อหรอก! 

เซเนล – ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปบ้านของวิลกันเถอะ 

 

ที่บ้านของวิล 

วิล – ขอโทษนะที่ต้องรบกวนเธอแบบนี้ 

ฮาริเอทกระโดดผลุงไปหลบหลังเซเนล 

เซเนล - ...มีอะไรเหรอ? 

วิล – พวกเราพึ่งได้รับเหรียญตราจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย เธอช่วยเอาไปส่งให้ทุกคนได้ไหม? 

เซเนล – ตกลง เดี๋ยวชั้นกลับมานะ 

วิล – ถ้าหาใครไม่เจอก็เอาเหรียญกลับมาให้ฉันก็แล้วกัน 

เซเนลเดินออกไปนอกบ้าน เหลือแต่สองพ่อลูกซึ่งไม่กินเส้นกัน ทั้งบ้านเลยมีแต่ความเงียบ 

ฮาริเอท – ฮึ รอด้วยสิเซเนลคุง! ฉันไปด้วย! 

วิล - .... 

 

ลานด้านเหนือของเมือง เซเนลพบโมเซสซึ่งปักหลักอาศัยอยู่บริเวณนั้นพร้อมๆกับพวกโจรที่เหลืออยู่ 

โมเซส – เหรียญเหรอ?..... จาบ้า! เอานี่ไปห้อยคอแมวเอ็งหรืออะไรก็ได้ที 

ฮาริเอท – จะไม่เป็นอะไรเหรอ? 

โมเซส – ฮ่าๆๆ 

จาบ้า – คุณเซเนล ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อลูกพี่ ฉันไม่รู้ว่าจะแสดงความยินดียังไงดี แล้วนายยังให้ที่พวกเราตั้งค่ายกันอีก! 

เซฌนล – นายน่าจะไปขอบคุณอิซาเบลล่ากับวิลนะ พวกเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้น่ะ 

โมเซส – ตอนนี้พอมาหยุดคิดถึงเรื่องที่ทำไปแล้ว ก็ไม่น่าประหลาดใจที่อั๊วะจะได้เหรียญนี้น่ะนะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็จัดการวากรัฟไปแล้ว ถึงเวลาที่อั๊วะต้องไปตามหาศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ต่อแล้วมั้ง! 

ฮาริเอท – โมเซส เลิกอวดซะทีเถอะน่า! 

เซเนล – ชั้นดีใจที่นายกับคนอื่นๆปลอดภัยนะ จาบ้า บาดแผลหายดีหรือยังล่ะ? 

จาบ้า – ต้องขอบใจยาที่นักดาบหน้ากากคนนั้นให้พวกเราน่ะ 

เซเนล – นักดาบหน้ากาก.... สติงเกิ้ลเหรอ? 

จาบ้า – พวกเราแพ้คาเชลในป่าไร้หวนกลับ แล้วก็เกือบจะตายอยู่แล้ว แต่นักดาบหน้ากากนั่นมาช่วยพวกเราไว้พอดี 

โมเซส - ..... อั๊วะรู้ว่าเขากับโคลเอ้มีรอยแค้นกันอยู่นะ แต่อั๊วะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ว่าเขาเป็นคนเลวขนาดนั้น หล่อนยังตามหาอยู่รึเปล่าน่ะ? 

เซเนล – อาจจะใช่ 

โมเซส – เอาเท้อะ ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากันก็แล้วกัน 

ฮาริเอท – นายนี่ขี้เกียจจริงๆนะ 

โมเซส – ก็เป็นแบบนี้ล่ะเน้อ 

 

ที่โรงแรม เสียงนอร์ม่าโต้เถียงกับเจ้าของดังมาแต่ไกล 

นอร์ม่า – แบบนี้ว่าไงล่ะคะ? 

เจ้าของ – เอ่อ......ผมเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกครับ 

นอร์ม่า – เถอะน่า ฉันยอมลดให้ก็ได้! การแลกเปลี่ยนแบบนี้น่ะพลาดไม่ได้นะคะ! 

เจ้าของ – ผมก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเหมือนกัน ถ้าครอบครัวรู้เข้าล่ะก็... 

นอร์ม่า – คุณก็แค่ทำไงก็ได้ไม่ให้มีใครรู้สิ! 

ฮาริเอท – นอร์ม่า กำลังเถียงอะไรกันอยู่เหรอคะ? 

เซเนล – โอย.... 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! แฮตตี้! ดีจ้า! 

เซเนล - พอเถอะน่า นอร์ม่า! 

นอร์ม่า – อะไรเหรอ? 

เจ้าของ – คุณนอร์ม่า เลิกตื้อผมซะทีเถอะ ผมให้คุณเช่าห้องต่อไม่ได้จริงๆ 

เซเนล – มีอะไรหรือครับ? 

เจ้าของ – ไม่ใช่สิ ผมหมายถึงว่าการห้องน่ะให้เช่าได้ แต่คุณก็ต้องจ่ายเงินด้วย 

นอร์ม่า – ก็ฉันบอกว่าจะยอมลดให้แล้วไงล่ะ! 

เจ้าของ – คุณนอร์ม่า นั่นน่าจะเป็นคำพูดของผมนะ 

เซเนล – อ้อ คุยกันเรื่องปกตินี่เอง 

ฮาริเอท – ปกติเหรอ? 

นอร์ม่า – ฉันเป็นคนที่ช่วยเลกาซี่ไว้ไม่ใช่เหรอคะ? อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันพักได้สิ! 

เจ้าของ – แต่ว่า.... ห้ากัลด์ต่อเดือนนี่มันก็..... 

เซเนล - .... นอร์ม่า นี่เธอกำลังขูดรีดเขาชัดๆนะ 

 

.... 

นอร์ม่า – เหรียญตรางั้นเหรอ?...... 

เธอบิดเหรียญหักครึ่งดังเป้าะ “หืม มันมีอย่างอื่นผสมด้วยนี่ ฉันคิดว่าคงมีทองอยู่แค่ 70 % เอง” 

ฮาริเอท – นอร์ม่า ฉันได้ยินว่าคุณกำลังตามหาเอเวอร์อะไรนู่นๆนี่ๆอยู่เหรอ? 

นอร์ม่า – ใช่ เอเวอร์ไลท์ ไง ฉันสาบานว่าต้องหามันให้เจอให้ได้ ดังนั้น เซเนเซเน่ มาช่วยฉันหน่อยสิ 

เซเนล – ทำไมต้องชั้นด้วยล่ะ? 

นอร์ม่า – ก็เข็มกลัดของริจจังมันเละไปแล้วนี่ แล้วมันก็ไม่ใช่เอเวอร์ไลท์ด้วย! นายยังค้างหนี้ที่ฉันช่วยเอาไว้ทั้งหมดนั่นนะ! 

เซเนล – มันฟังไม่เข้าท่าเลยนะ 

 

ขณะที่เซเนลกำลังตระเวนไปรอบๆเมือง เขาก็เห็นโคลเอ้เปิดประตูออกมาจากสถานพยาบาล 

โคลเอ้ – เหรียญตรา..... ฉันไม่มีสิทธิรับเกียรติเช่นนี้หรอก 

ฮาริเอท – คุณโคลเอ้ คุณกำลังรู้สึกไม่ดีอะไรอยู่หรือเปล่าน่ะ? 

เธอทำหน้าตาสงสัยแล้วนึกขึ้นได้เมื่อหันไปมองสถานที่ที่เธอพึ่งออกมา “อ๋อ เพราะฉันออกมาจากที่นี่น่ะหรือ? ไม่หรอก ฉันสบายดีค่ะ ฉันมาขอใช้ห้องที่นี่น่ะ” 

อีกสองคนทำหน้างง 

โคลเอ้ – ผู้จัดการของสถานพยาบาลยื่นขอเสนอให้ฉันใช้ห้องว่างได้ ฉันเลยมาคุยเรื่องรายละเอียดกับเขา......... สติงเกิ้ลกำลังอยู่บนเรือลำนี้ที่ไหนซักแห่งแน่ ละฉันต้องหาให้พบ 

เซเนล - ..... 

โคลเอ้ – คูลริดจ์..... นาย.... ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? 

เซเนล – เธอหมายความว่าไงน่ะ? 

โคลเอ้ – ก็....จะอะไรอีกล่ะ? นายก็รู้..... 

เซเนล – ชั้นเดาว่ายังมีหนทางที่ต้องก้าวต่อไปนะถ้ายังมีคนเป็นห่วงชั้นอยู่ 

โคลเอ้ – ฉันก็เป็นห่วงนายแน่นอนอยู่แล้วนี่...... 

เซเนล – อะไรนะ? 

โคลเอ้ - .....ไม่...ไม่มีอะไรหรอก 

 

ที่ลานน้ำพุ เขาได้พบกับเคอร์ติสและกริวเน่ซึ่งพึ่งจะแสดงร่วมกันจบ 

เคอร์ติส – โย่ น้องชาย! เราขอพูดด้วยหน่อยได้ไหม? ตอนนี้อิซาเบลล่าคุงกำลังยุ่งอยู่ เราจึงอยากรับคนมาแทนชั่วคราวก่อน 

เซเนล – ทำไมนายไม่ทำงานของนายแทนล่ะ? 

เคอรติส – กริวเน่ก็มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แต่เธอก็.....ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ คิดว่าไงล่ะ น้องชาย? 

เซเนล – ชั้นไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีแฮะ.... 

เขาหันไปหาฮาริเอท “แล้วหนูล่ะ? อยากจะเข้าร่วมกับเราและกลายเป็นทหารแห่งความรักไหม?” 

ฮาริเอทถอยกรูด “อ๋า!” เธอทำหน้าเหวอก่อนไปหลบหลังเซเนล 

เซเนล – พอได้แล้ว ถ้าวิลได้ยินเข้าชั้นจะเป็นคนที่โดยเขกกะโหลกนะ 

 

หลังจากที่มอบเหรียญตราให้กริวเน่แล้ว 

เซเนล – คุณกริวเน่ คุณยังจะอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้อีกหรือ? 

กริวเน่ – ไม่เลยจ้ะ 

ฮาริเอท – แต่คุณก็ดูจะสบายดีอยู่นะ 

กริวเน่ – เพราะที่นี่เป็นที่ๆดีน่ะจ้ะ ได้เห็นใครๆก็ยิ้มกันแล้วก็ทำให้พี่รู้สึกดีมากด้วย 

เซเนล – นั่นสินะ ทุกคนกำลังอารมณ์ดีเพราะสงครามจบไปแล้ว 

กริวเน่ – แต่เธอ.... ดูเหมือนว่าอะไรบางอย่างกำลังรบกวนเธออยู่นะจ้ะ 

เซเนล - .....ไม่ครับ ผมสบายดี 

กริวเน่ – จริงเหรอ? หืมม.... 

เธอเดินมากอดเขา “นี่ไง” 

เซเนล – คุณ....กริวเน่? 

กริวเน่ – จะได้ช่วยให้เธอมีกำลังใจไงจ้ะ 

เขาหน้าแดงแป๊ดและรีบถอยออกมาทันทีเมื่อกริวเน่ปล่อยเขาออกมา 

ฮาริเอท – เซเนลคุง นายหน้าแดงแจ๋เลยนะ 

เซเนล – ก็.....ใช่มั้ง...... 

 

........ 

เซเนล - เหลือเจย์คนเดียวที่ยังไม่ได้ให้เหรียญตราเลย 

ฮาริเอท – เขาไม่ได้อยู่แถวๆนี้นี่ ฉันสงสัยว่าเขาคงอยู่นอกเมืองมากกว่า 

เซเนล – วิลบอกว่าให้เอาที่เหลือไปคืนด้วย ตอนนี้ก็กลับไปหาเขาก่อนก็แล้วกัน 

เมื่อกลับไปยังบ้านของวิล ก็พบว่าเจย์กำลังยืนลับๆล่อๆอยู่หน้าประตูเข้าห้องรับแขก 

เซเนล – อ้าว เจย์ อยู่ที่นี่เอง พอดีเลย 

อีกฝ่ายยกนิ้วมาแตะที่ปาก และพูดเบาๆ “ชู่ว! เงียบก่อนครับ” 

ฮาริเอท – แอบฟังเหรอ? คุณนี่น่าละอายจัง 

เจย์ – ไม่เป็นอะไรนี่ครับ การรวบรวมข่าวสารน่ะเป็นอาชีพของผม 

เซเนล – อาชีพงั้นเหรอ หือ.... 

ฮาริเอท – เจย์ นี่เป็นเหรียญตราของคุณ 

เจย์ – ผมไม่ต้องการมันหรอกครบ 

เซเนล – ชั้นกะไว้แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้ 

ฮาริเอท – จริงๆด้วย! 

เจย์ – ผมบอกว่าเงียบๆไง! 

ฮาริเอท – อย่าให้เรื่องมันยุ่งยากเลยน่า! แค่หุบปากแล้วเอาไปเถอะ! 

เจย์ – ค.....ครับ คุณหนู 

เขาจำใจต้องรับ 

ฮาริเอท – เป็นเด็กดีมาก! 

เซเนล .oO(น่าเศร้าจริงๆแฮะ....) 

โมเซส โคลเอ้ และนอร์ม่าเดินเข้ามาในบ้าน 

โมเซส – อ้อ นายก็อยู่นี่ด้วยเรอะ เจย์? ยังตัวกระปิ๊ดเหมือนเคยเลยนะ 

เจย์ – แล้วคุณก็ยังน่ารำคาญไม่เคยเปลี่ยนครับ คุณโมเซส 

วิลเปิดประตูออกมาโดยที่มีชายในชุดน้ำเงิน-ขาวคนหนึ่งอยู่ด้านหลัง “พวกเธอเงียบหน่อยได้ไหม? พวกเรามีแขกมาอยู่นะ” 

โคลเอ้ทำท่าทางตกใจเมื่อเห็นแขกที่ว่า “นั่น....” 

เจย์ – อัศวินจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรียครับ 

อัศวินคนนั้นเดินเข้ามา และชะงักเมื่อเห็นโคลเอ้ “หรือว่าเจ้าจะเป็นบุตรสาวของท่านวาเลนส์?” 

โคลเอ้ – ค่ะท่าน ฉันชื่อโคลเอ้ 

หัวหน้าอัศวิน – เราคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้า ความสำเร็จของเจ้าในเหตุการณ์นี้นั้นยอดเยี่ยมมาก 

โคลเอ้ –ขอบคุณค่ะ 

หัวหน้าอัศวิน – ครั้งที่พ่อของเจ้าถูกโจรสังหารเมื่อห้าปีก่อน เรานึกว่าชื่อแห่งวาเลนส์จะไร้ค่าเสียแล้ว 

โคลเอ้ - .... 

เซเนล – นี่! คุณพูดแบบนั้นได้ไงน่ะ?! 

โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก คูลริดจ์ 

หัวหน้าอัศวิน – เจ้าทำงานได้น่าประทับใจเพื่อช่วยลบล้างชื่อเสียงที่เสื่อมเสียได้ สำหรับผู้หญิงแล้วก็ไม่เลวนัก 

นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ! 

โคลเอ้ – นอร์ม่า ฉันไม่เป็นอะไรหรอก 

หัวหน้าอัศวิน – จงรับใช้ประเทศของเจ้าด้วยความภักดีเช่นนี้ต่อไปเถอะ บางทีซักวันหนึ่งองค์กษัตริย์อาจจะมอบความเมตตาให้แก่เจ้าบ้างก็ได้ 

โคลเอ้ – ค่ะท่าน 

เขาเดินออกไปจากบ้านท่ามกลางความไม่สบอารมณ์ของเซเนลและนอร์ม่า 

นอร์ม่า – ตัวอะไรคลานอยู่ในสมองของหมอนั่นกันน่ะ?! งี่เง่าชะมัด! 

เซเนล – โคลเอ้.... 

โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันตั้งใจจะบอกทุกคนอยู่แล้ว 

เซเนล - .... 

โมเซส – แล้วหมอนั่นมาที่นี่ทำไมน่ะ? 

เจย์ – อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย มองว่าสถานการณ์กับวากรัฟเป็นส่วนหนึ่งของสงครามกับครูแซนด์ พวกเขาส่งสารอ้างสิทธิว่าชัยชนะนั้นเป็นของพวกเขา 

วิล – เจย์ เธอฟังการสนทนาของพวกเราสินะ? 

เจย์ – เป้าหมายที่แท้จริงของกาโดเรียคือการเข้าควบคุมเลกาซี่และคุณเชอรี่ใช่ไหมครับ? 

วิล - ....... ผู้คนจากหลายประเทศกำลังเริ่มเข้ามารวมตัวกันที่เมืองเวลเทสนี่ อัศวิน สายลับ ทูต..... แต่ละคนก็มีกำหนดการของตัวเอง 

เจย์ – พวกเขาทุกคนต่างต้องการเลกาซี่ และต่างฝ่ายต่างก็พยายามเอาชนะซึ่งกันและกัน 

นอร์ม่า – ไม่น่าสงสัยเลย เพราะทุกคนก็ได้เห็นพลังแบบนั้นไปแล้วนี่ 

วิล – ใครซักคนที่หาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากเชอรี่อาจจะปรากฏตัวขึ้นมาตอนไหนก็ ได้ อาจจะกลายเป็นเรื่องดีก็ได้ที่เธอไม่ได้อยู่ในเมือง 

คนอื่นๆทำหน้าอึกอึก 

วิล – มีอะไรหรือ ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? 

นอร์ม่า – วิลจิ! พวกเราตกลงกันไม่ใช่เหรอว่าจะไม่พูดถึงริจจังน่ะ! 

ฮาริเอท – แย่จริงๆ คุณนี่ไม่มีความละเอียดอ่อนเลย 

เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย 

วิล – เชอรี่ยอมจากไปเพราะเธอเห็นด้วยใช่ไหม เซเนล? 

เซเนล – ใช่...... 

 

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน หลังเรื่องราวจบลง ทุกคนได้ยินการตัดสินใจจากปากของเธอเอง 

“หนูอาจจะช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้ค่ะ หนูอาจจะไม่มีพลังอะไร แต่หนูก็ยังเป็นเมลเนส หนูจะไปกับพวกเขา” 

เชอรี่กล่าวเอาไว้อย่างนั้นก่อนที่จะไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวเฟลเนสคนอื่นๆ 

เซเนล – ถ้าคิดถึงตำแหน่งของเธอแล้ว คงจะเป็นธรรมชาติมากกว่าที่จะให้เธอไปอยู่กับชาววารี ชั้นไม่มีสิทธิจะพูดอะไรหรอก 

วิล – แต่ฉันก็ไม่เข้าใจความคิดของเธอเลยที่ไม่ยอมไปหาเชอรี่บ้างน่ะ 

โมเซส – อะไรนะ? เซโนจิ เอ็งยังไม่ได้ไปหาเธออีกเรอะ? 

วิล – ฉันจะให้โอกาสเธอตอนนี้ล่ะ ฉันจะไปเยี่ยมพวกเขาซักหน่อย เธอจะไปด้วยไหมล่ะ? 

นอร์ม่าเข้ามากระซิบโคลเอ้ “ทั้งสองคนอาจจะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดี เลยแยกกันอยู่ล่ะมั้ง” 

โคลเอ้ - .... 

เจย์ – คุณมีธุระอะไรกับชาวราเดี้ยนหรือครับ? 

วิล – ฉันได้รับจดหมายจากคุณเมาริทซ์จากตัวแทนของเขา 

โคลเอ้ – ราเดี้ยน............. 

โมเซส นอร์ม่า และโคลเอ้ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนคิดอะไรได้ “เออ จริงสิ!” 

นอร์ม่า – พวกเราลืมสาเหตุที่พวกเรามาที่บ้านนี่หมดเลยอ่ะ! 

เธอหันไปทางประตูแล้วตะโกนออกไป “นี่ เฟนเฟน!” เซเนลต้องแปลกใจกับผู้ที่เปิดประตูเข้ามา... เฟนิมอร์นั่นเอง 

เฟนิมอร์ – สวัสดีค่ะ 

 

เฟนิมอร์ – คุณเซเนล ได้โปรดเถอะค่ะ ไปพบเชอรี่เถอะ 

เซเนล – มีอะไรเกิดขึ้นกับเธองั้นเหรอ? 

เฟนิมอร์ – หลังๆมานี้ เธอดูไม่มีความสุขเลย..... 

เซเนล – ชั้นไม่คิดว่าชั้นจะช่วยอะไรได้หรอก...... 

เฟนิมอร์ – อย่ากังวลเลยค่ะ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นแน่นอน 

เซเนล – เธอดูมั่นใจมากเลยนะ 

เขาทำหน้าซึมลงไป 

เฟนิมอร์ – แน่นอนค่ะ เพราะคุณเป็นพี่ชายของเธอนี่ 

เซเนล – พี่ชาย... 

เฟนิมอร์ – บางทีเพราะว่าเธออยู่กับคุณมาตลอด เธอจึงไม่มีเพื่อนสนิทในหมู่เฟลเนสเลย เธอไม่เคยพูดออกมา แต่ฉันคิดว่าเธอคงรู้สึกเหงาค่ะ 

นอร์ม่า – เธอไม่ได้อยู่กับริจจังเหรอ เฟนเฟน? 

เฟนิมอร์ – จริงๆแล้ว.... ฉันกำลังจะกลับไปที่บ้านเกิดค่ะ... 

เซเนล – ตกลง ชั้นจะไปหาเชอรี่ 

เฟนิมอร์ – ฉันจะนำทางไปเองค่ะ! 

เซเนล – เธอไม่ต้องกลับบ้านเหรอ? 

ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมา ก่อนจะตอบอย่างลุกลี้ลุกลน “เอาไว้ที่หลังก็ได้ค่ะ” 

เซเนล – ตกลง ขอบใจมาก นายจะไปตอนนี้เลยไปไหม วิล? 

วิล – แน่นอน 

โมเซส – อั๊วะไปด้วย 

เจย์ – ผมด้วยครับ 

นอร์ม่า – ฉันด้วย แหงๆอยู่แล้ว 

โคลเอ้ – และฉันด้วย 

เซเนล – ทุกคนไม่มีอะไรทำกันเลยสินะ 

นอร์ม่า – ไม่หรอก 

โคลเอ้ – ฉันมีอะไรให้ทำเยอะ...ก็แค่.... ทุกคนบอกว่าจะไปก็เลย..... 

เซเนล – งั้นก็ไปกันเถอะ 

เฟนิมอร์ – ค่ะ 

 

เธอนำทางมาถึงทะเลสาปที่เวิ้งว้าง 

เฟนิมอร์ – ถึงแล้วค่ะ ที่นี่คือที่อยู่ของชาวเฟลเนส 

วอลเตอร์ลอยมาจากบนฟ้าด้วยเทลเคสของเขา ก่อนจะลงมายืนหน้าเซเนล 

เซเนล – วอลเตอร์.... 

วอลเตอร์ – เฟนิมอร์ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? 

เฟนิมอร์ – ฉันพาคุณเซเนลกับคนอื่นๆมาที่นี่เพื่อให้พบกับเชอรี่ค่ะ 

วอลเตอร์ – พวกแกห้ามเข้าไป กลับไปซะ 

เฟนิมอร์ – ทำไมล่ะคะ! 

วอลเตอร์ – เราไม่ยอมให้พวกโอเรลเนสไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเมลเนสหรอก 

นอร์ม่า – อะไรน่ะ?! หมายความว่าไงกัน 

โมเซส- หลังจากที่พึ่งสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแล้วเอ็งยังใจร้ายแบบนี้อีกเหรอ? 

วิล – ผมนำสารจากทูตแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธ์เรกซาเลียมาด้วย ผมต้องการขอเข้าพบคุณเมาริทซ์ 

โมเซส - ............. 

เขาไม่ตอบ แต่เดินไปที่ริมทะเลสาบแล้วยกมือขึ้น ทิวทัศน์ข้างหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปมา ก่อนที่หมู่บ้านของชาววารีซึ่งพรางสายตาอยู่จะปรากฏขึ้น 

วอลเตอร์ – ตามเรามา 

นอร์ม่า – ฉันไม่รู้เลยนะว่ามีที่แบบนี้อยู่บนทะเสสาปด้วย 

โคลเอ้ – ดูเหมือนยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่พวกเรายังไม่รู้เกี่ยวกับเลกาซี่ 

วอลเตอร์ – เลิกเอ้อละเหยได้แล้ว 

นอร์ม่า – จะรีบไปไหนกันเนี่ย?! 

 

ในห้องประชุมใหญ่ ทุกคนได้พบกับเมาริทซ์ 

เมาริทซ์ – เราต้องขออภัยกับพฤติกรรมที่ไม่สุภาพของวอลเตอร์ 

นอร์ม่า – ยังไงเขาก็ไม่เคยสุภาพอยู่แล้วนี่ 

วิล –นอร์ม่า 

เมาริทซ์ – พักหลังๆนี้เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบ่อยครั้งมาก เพราะตำแหน่งหน้าที่ของเขาเลยทำให้ทำอะไรหมิ่นเหม่ไปซักหน่อย 

เจย์ – ผู้คนมาที่นี่เพื่อเอาตัวเชอรี่ไปใช่ไหมครับ? 

เมาริทซ์ – พวกเราแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทำไมพวกเขาต้องมารบกวนพวกเราด้วยนะ 

ทุกคน - .... 

เมาริทซ์ – อา เราต้องขออภัยด้วย เราไม่ได้หมายถึงพวกเธอหรอก เราจะร่างสารตอบกลับเดี๋ยวนี้ และเราได้ส่งคนไปบอกเชอรี่แล้ว เรามั่นใจว่านางจะต้องดีใจที่เธอมานะ เซเนล 

ชาววารีคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดคุยกับเขา 

เมาริทซ์ – หืม? งั้นหรือ...... เราพึ่งได้รับข้อความจากเชอรี่ เธอกำลังยุ่งอยู่ ดังนั้นเธอคงไม่สามารถพบทุกคนในวันนี้ได้ 

เซเนล – อ้อ..... 

โคลเอ้ - ............... 

เฟนิมอร์ – โธ่ จริงๆเลยนะ เด็กคนนี้นี่! 

เธอวิ่งออกไปจากห้องประชุมคนเดียว 

เมาริทซ์ – เชอรี่กำลังจะเข้าพิธีกรรมที่สำคัญมากในไม่ช้านี่ เธอจึงต้องใช้เวลาเตรียมการซักหน่อย 

เซเนล – พิธีกรรมหรือครับ? 

เมาริทซ์ – ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เป็นเพียงพิธีเฉลิมฉลองเพื่อการชำระล้างเท่านั้น พวกเราจะได้มอบตำแหน่งแห่งเมลเนสให้แก่เธอได้อย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง 

เจย์ – เท่าที่ผมจำได้ คุณเชอรี่พูดว่าเธอไม่มีพลังแห่งเมลเนสนี่? 

เมาริทซ์ – เพราะพลังที่เธอขาดหายไป เธอจึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีคุณค่าเพียงพอ เธอมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะช่วยเติมเต็มความคาดหวังของชาวเฟลเนส การตายของสเตล่าอาจจะช่วยเปิดตาของเชอรี่ให้เห็นว่าเธอคือใคร เราคิดว่าเชอรี่คงตระหนักถึงหน้าที่แห่งเมลเนสหลังจากที่สเตล่าได้แสดงถึง ความความกล้าที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกคน จริงๆแล้วสเตล่าคงจะมีความสุขกว่าใครที่ได้เห็นเชอรี่เติบโตขึ้น 

ชาววารีเดินเข้ามาพูดคุยกับเขาอีก 

เมาริทซ์ – เราได้เตรียมห้องพักให้กับพวกเธอทุกคนแล้ว โปรดพักผ่อนระหว่างที่เราร่างสารตอบกลับเถอะ 

 

ที่ห้องพักของเชอรี่ เธอนั่งเงียบอยู่บนเตียงขณะที่เฟนิมอร์วิ่งเข้ามา 

เฟนิมอร์ – เชอรี่! 

เชอรี่ – เฟนิมอร์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?! เธอไม่ได้ขึ้นเรือไปแล้วหรือ? 

เฟนิมอร์ – ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องนั้นหรอก ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดกับเธอ 

เธอเดินไปนั่งข้างๆเชอรี่ “ทำไมเธอถึงไม่ไปพบพี่ชายล่ะ? ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ไปพาเขามาที่นี่แท้ๆ ถ้าเธอไม่พบเขาตอนนี้.... ถ้าเธอไม่พูดกับเขาตอนนี้ เธอสองคนก็จบกัน เธอต้องการแบบนั้นหรือ? 

เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส ฉันจะคิดถึงแค่ตัวเองไม่ได้หรอก 

เฟนิมอร์ – อย่าพูดกับฉันแบบนั้นเลยน่า 

เชอรี่ – เฟนิมอร์ เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าให้ “เติมเต็มความรับผิดชอบของฉัน” 

เฟนิมอร์ – อะไรทำให้จู่ๆเธอต้องการจะเป็นเมลเนสน่ะ? 

“พลังของน้องคงอยู่เพื่อให้ทุกคนมีความสุข....” คำพูดสุดท้ายของพี่สาวก้องขึ้นมาในหัว 

เชอรี่ – เพราะฉัน....อยากทำให้ทุกคนมีความสุข..... 

เฟนิมอร์ – เธอคิดได้ยังไงว่าจะทำให้คนอื่นมีความสุข ทั้งที่เธอทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้น่ะ? เลิกขอโทษแล้วไปพบคุณเซเนลเถอะ เธอรักเขาไม่ใช่หรือ? 

เชอรี่ - พี่เซเนลเลือกพี่สเตล่าแล้ว.............. 

เฟนิมอร์ – อ้อ......ยอมพูดความจริงแล้วสินะ 

เธอลุกขึ้นแล้วเคาะหัวเชอรี่ไปทีหนึ่ง “นี่แน่ะ” 

และอีกสองครั้ง “นี่แน่ะ นี่แน่ะ!” 

และอีกครั้ง 

เชอรี่ – เฟนิมอร์ มันเจ็บนะ ทำไปทำไมน่ะ? 

เฟนิมอร์ – อ้อ เธอยังปกติดีอยู่สินะ ทุกคนน่ะเอาแต่เยินยอเธอเพราะเธอคือเมลเนส และพูดว่าเธอสูงส่งขนาดไหน แต่เธอก็เป็นแค่คนธรรมดา เธอไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเด็กสาวผอมๆตัวเล็กๆคนหนึ่ง 

เชอรี่ – แล้ว....เธอจะพูดอะไรกันล่ะ? 

เฟนิมอร์ – ฉันจะบอกเองว่าเธอจะต้องทำอะไร ไปหาคุณเซเนลสิ ไม่มีเหตุผลที่ต้องลังเลเพราะคุณสเตล่าหรอก พี่สาวของเธอน่ะจากไปแล้ว แต่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอมีหน้าที่ที่ต้องตามหาความสุข ความสุขที่มากพอสำหรับทั้งเธอและคุณสเตล่า 

 

ที่ห้องพักของพวกเซเนล เสียงกุกกักที่ประตูทำให้เจย์ไปดู เขากลับมาพร้อมจดหมายในมือ “จดหมายถึงเซเนลครับ” เจ้าตัวเดินเข้าไปรับแล้วเปิดอ่าน “จากเฟนิมอร์นี่” 

นอร์ม่า – เขียนว่าไงเหรอ? 

เซเนล – “กรุณามาที่ลานกว้างด้านหลัง แต่ให้มาคนเดียว” น่ะ 

โมเซส – อะไรน่ะ? จดหมายรักเรอะ? เอ็งนี่มีสาวๆกี่คนกันแน่น่ะ? 

โคลเอ้- จด...จดหมายรัก? 

นอร์ม่า – ขอร้องล่ะ ฉันมั่นใจว่าเฟนเฟนแค่จะพาริจจังมาพบเขาเท่านั้น 

เซเนล - ....... ชั้นจะไปดูว่ามีอะไรนะ 

เขาเดินออกไปจากห้องพัก นอร์ม่ายันตัวขึ้นมาจากเตียง “ไหน ไปดูซิ” พูดจบเธอก็เดินไปที่ประตูห้อง ซึ่งโคลเอ้ก็ลุกจะตามไปด้วย 

วิล – อย่าไปแอบดูพวกเขาเชียวนะ 

โคลเอ้+นอร์ม่า – อ้ะ..... เอ่อ.... 

เจย์ – ถ้าวอลเตอร์ไปพบพวกคุณทำอะไรลับๆล่อๆก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ 

นอร์ม่า – ก็จริงอ่ะนะ...... 

 

ตอนนั้นก็ค่ำมืดแล้ว เซเนลเดินไปที่ลานกว้างหลังหมู่บ้านตามที่จดหมายบอก เขาเดินไปที่ริมทะเลสาบ แล้วยืนนิ่งเงียบอยู่คนเดียว 

เวลาเดียวกัน เชอรี่ก็กำลังทำใจอยู่ในห้อง เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า 

เฟนิมอร์ – เชอรี่ เร็วสิ คุณเซเนลกำลังรออยู่นะ 

เชอรี่ – ฉันรู้.... 

เฟนิมอร์ – อย่าห่วงเลย เธอต้องทำได้แน่ 

เชอรี่ – จริง... จริงเหรอ? 

เฟนิมอร์ – ชื่อจริงของฉันคืออะไรล่ะ? 

เชอรี่ – อำนวยพร...... 

เฟนิมอร์ – ใช่ เชื่อฉันเถอะ เธอน่ะน่ารักนะ ไม่มีใครชนะเธอได้หรอก เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ 

เชอรี่ – ขอบคุณนะเฟนิมอร์ ฉันจะพยายาม 

 

ที่ลานกว้าง.... 

เชอรี่ – พี่เซเนล.......... 

เมื่อเขาหันไปก็เห็นเธอเดินมาคนเดียว 

เซเนล – ไม่ได้พบกันนานนะ 

เชอรี่ – หนูขอโทษที่ต้องให้พี่มานี่ทั้งที่กำลังยุ่งนะคะ 

เซเนล – พี่ได้ยินว่าเธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เป็นอะไรหรือเปล่า 

เชอรี่ – หนูไม่เป็นอะไรค่ะ อย่างกังวลเลย หนูแค่มีอะไรต้องทำเยอะไปหน่อย เลยเหนื่อยอยู่บ้างน่ะ 

เซเนล – จริงเหรอ 

เชอรี่ – เฟนิมอร์คงจะเล่าอะไรให้ฟังแน่ๆ เธอน่ะมักทำให้อะไรๆเกินจริงๆอยู่บ่อยๆ 

เซฌนล – เพราะว่าเธอเป็นห่วงน่ะ 

เชอรี่ – หนูรู้.... และหนูก็รู้สึกขอบคุณเธอนะ 

เขาหันกลับไปมองทะเลสาบ 

เชอรี่ – พี่เซ........ 

เธอตั้งใจจะเรียกเขาแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าไม่ได้ 

เซเนล – เชอรี่ บอกหน่อยสิ 

เชอรี่ – อะ...อะไรคะ? 

เซเนล – พวกเราอาจจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบที่เคยเป็นได้ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอบอกพี่ได้เสมอ คุณมิวเซทเคยบอกพี่ไว้ “เมื่อน้องสาวของเธออยู่ในอันตราย เธอต้องไปหาทันที ไม่ว่าน้องจะยืนอยู่ที่ไหน หรืออะไรจะมาขวางทาง” 

เชอรี่ทำท่าซึมลง 

เซเนล – “นั่นล่ะสิ่งที่พี่ชายทำได้” ถึงแม้ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป ความรู้สึกของพี่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง 

เชอรี่ – ฟังนะคะ พี่เซเนล 

เซเนล – อะ...อื้อ? 

เชอรี่ – หนูมีเรื่องอะไรอยากจะบอกพี่ 

เซเนล – อะไรเหรอ? 

เชอรี่ – พี่อาจจะแปลกใจที่ได้ยินหนูพูดออกมากระทันหัน แต่ฟังหนูเถอะนะ 

แก้มของเธอแดงเรื่อ และตัดสินใจพูดออกไป “พี่เซเนล ฉัน.... ฉันรัก—“ 

เซเนล – ไม่ได้หรอก เชอรี่ 

เชอรี่ – ทำไมล่ะคะ? 

เขาไม่ตอบ แต่กลับทำหน้าเศร้าๆแล้วหันหลังให้ 

เชอรี่ – พี่คะ? ทำไมล่ะ?! 

ถึงอย่างไรก็ไม่มีคำตอบจากเขา 

เชอรี่ – พี่! 

เซเนลหันกลับมาพูด “ชั้นต้องอยู่กับสเตล่า” 

แค่นั้นก็เพียงพอให้เธอน้ำตาซึมออกมา “อ้อ.......” เธอถอยไปข้างหลังสองสามก้าว 

เชอรี่ – นั่นสิ......นะคะ พี่สเตล่าอยู่อย่างโดดเดียวมาตลอด....... 

เซเนล - ........ 

เชอรี่ – นั่นสิ! ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หนูต้องทำหน้าที่! หนูหมายถึงว่าเหตุผลที่เราสองคนมีชีวิตอยู่ตอนนี้เพราะพี่สเตล่า 

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างขมขื่น “หนูจะเป็นเมลเนส เป็นเมลเนสที่แท้จริง เพื่อพี่สเตล่า คอยดูแลเธอเพื่อให้เธอได้พักอย่างเป็นสุข” เธอพูดขณะหันหลังเดินกลับไป 

เซเนล – เชอรี่.... 

เชอรี่ – หนูพนันได้เลยว่าเธอต้องมีความสุขแน่ๆ......... 

เธอหันกลับมาอีกครั้ง “พี่สเตล่าน่ะรักพี่มาตลอดเวลา รู้ไหมคะ? เธอมองพี่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ครั้งที่ได้พบกัน” 

เซเนล – นั่น...... 

เชอรี่ – พี่อาจจะคิดว่า “มันไม่จริงหรอก” ใช่ไหม? แต่หนูบอกได้ และหนูก็รู้ว่าทำไม ใครล่ะที่จะไม่รู้สึกแบบนั้น 

เชอรี่หันกลับไปอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน “หนูคงต้องกลับแล้ว ขอบคุณที่มาพบนะคะ” 

เสียงของเธอสั่นคลอนเมื่อพูดออกมาก่อนจะวิ่งจากไป “ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” 

เซเนล – เชอรี่............. 

 

เขาเดินกลับไปที่ห้องพักซึ่งทุกคนตั้งตารออยู่ 

นอร์ม่า – กลับมาแล้วเหรอ 

โมเซส – มีอะไรเรอะ เซโนจิ 

เซเนลไม่ตอบอะไรแต่เดินนอนแผ่อยู่บนเตียง 

นอร์ม่า – ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเซเนเซเน่? 

เซเนล – ไม่มีอะไรหรอก 

โคลเอ้ – คูลริดจ์........ 

ขณะนั้น เชอรี่ก็กลับไปที่ห้องพัก 

เฟนิมอร์ – เธอสองคนน่ะเหมือนกันจริงๆ ทั้งดื้อด้านแล้วก็ขี้ขลาด 

เชอรี่ –ขอโทษค่ะ 

เฟนิมอร์ – เฮ้อ.... ตอนนี้เธออย่างกับจะร้องไห้เลย น่าสมเพชจริงๆ 

เชอรี่ - ใช่สิ ฉันมันน่าสมเพชนี่ 

เธอก้มหน้าลง “พอใจแล้วใช่ไหมล่ะ? ให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจฉันอยู่แล้ว ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่สนใจ ทำไมไม่กลับบ้านไปล่ะเฟนิมอร์?” 

เฟนิมอร์ – ฉันทำไม่ได้หรอก เธอคิดว่าฉันจะละทิ้งเพื่อนที่เป็นแบบเธอไปได้เหรอ? 

เชอรี่เงยหน้าขึ้นมา “ พวกเรา....เพื่อนเหรอ” 

เฟนิมอร์ – อะไร? มีปัญหาเหรอ? 

เชอรี่ – ฉันไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน 

เฟนิมอร์ - ล้อเล่นน่า.... 

เชอรี่ – ขอบคุณ.....ฉันดีใจจริงๆ......... 

เฟนิมอร์ – เชอรี่ ..... เธออ้างว้างมาตลอดใช่ไหม? 

เชอรี่ – ถ้าเธอมาอยู่ในฐานะของฉัน อะไรๆก็เป็นแบบนั้นล่ะ 

เฟนิมอร์ - .... งั้นฉันคงต้องสอนเธอสินะว่าเพื่อนน่ะเป็นยังไง เธอจะต้องชอบแน่ พวกเราจะคุยกันเรื่องโง่ๆแล้วก็ใช้เวลาด้วยกัน พวกเราสามารถพูดเรื่องความรักด้วยกันได้ แล้วก็....... 

เชอรี่ – แล้วก็? 

เฟนิมอร์ – เวลาที่พวกเราเศร้า พวกเราก็ร้องไห้ด้วยกันได้ 

น้ำเสียงของเชอรี่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม “จริงเหรอ?.....” 

ข้างๆเพื่อนคนแรกของเธอ ....น้ำตาไหลพรั่งพรู พร้อมกับเสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเศร้า 

 

………… 

โมเซส – เฮ้ย! 

เจย์ – คุณเงียบหน่อยไม่ได้หรือครับ ไม่รู้จักคิดจริงๆ...เอ้ะ?! 

เซเนล – วอลเตอร์?! 

รุ่งเช้า ทุกคนยกเว้นนอร์ม่าลืมตาตื่นเพราะวอลเตอร์ผลุงผลันเข้ามาในห้องพัก 

วิล - พวกเราได้รับเกียรติอะไรงั้นหรือ? 

วอลเตอร์ – พวกเราค้นพบฐานทัพที่เหลืออยู่ของวากรัฟแล้ว 

โคลเอ้ –สติงเกิ้ลอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า? 

วอลเตอร์ - เราบอกเท่าที่เรารู้ไปแล้ว 

เซเนล – เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงบอกเรื่องนั้นกับพวกเรา? 

วอลเตอร์ – พวกเราจะเปิดฉากโจมตีก่อน พวกเราต้องกำจัดอันตรายใดๆที่มีต่อเมลเนส 

เซเนล - .... พวกเราจะไปด้วย นายนำทางไปให้ได้ไหม? 

วิล – เซเนล เธอเอาจริงหรือ? 

เซเนล – พวกเราปล่อยให้วอลเตอร์จัดการคนเดียวไม่ได้หรอก 

โคลเอ้ – ใช่ คูลริดจ์พูดถูกแล้ว 

เจย์ – ก็จริงที่พวกเราไม่สนใจพวกเขาไม่ได้ครับ 

โมเซส – ตกลง ลุยกันเลย 

เซเนล – วอลเตอร์ ได้โปรดเถอะ 

วอลเตอร์ ....... เราจะไปรอข้างนอก 

เซเนล – เตรียมตัวเดินทางได้แล้ว 

เจย์ – คุณดูกระตือรือล้นมากนะครับ คุณเซเนล 

เซเนล – จริงเหรอ? 

เจย์ – ครับ เหมือนกับว่าคุณอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ 

เซเนล+โคลเอ้ - ........... 

วิล – ใครก็ได้ไปจัดการคนขี้เซาทางนั้นหน่อยได้ไหม 

เขาชี้ไปที่นอร์ม่าที่ยังหลับสบายอยู่คนเดียว โคลเอ้เดินเข้าไปปลุก “นี่นอร์ม่า ตื่นได้แล้ว” 

นอร์ม่า – โคลเอ้ว่ายน้ำ--- 

จี้ด.......โคลเอ้ดึงรีบดึงอยู่เธอเพื่อไม่ให้หลุดอะไรออกมามากกว่านี้ 

นอร์ม่า – โอ้ย หูฉัน!... อย่าดึงสิ อย่าดึง...... 

ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังนอนกรนต่อไปได้................. 

ทุกคน – ตื่นได้แล้ว! 

นอร์ม่า – กรี๊ด! 

 

ที่หน้าหมู่บ้าน วอลเตอร์กับเมาริทซ์กำลังรออยู่ 

นอร์ม่า – ดีที่ได้นายเดินทางไปด้วยนะ วอลลี่ 

วอลเตอร์ – เราไม่มีความต้องการที่จะเป็นมิตรกับพวกนาย ไปกันเถอะ 

เขาเดินนำออกไปโดยมีเซเนลเดินตามไปติดๆ 

โมเซส – เซโนจิ เอ็งจะไม่ไปกล่าวลากับเชอรี่ก่อนเรอะ? 

เซเนล - ....ไม่ล่ะ 

เมาริทซ์ – เราจะอธิบายให้เชอรี่ฟังเอง 

เซเนล - ....ขอบคุณครับ 

 

เมาริทซ์เดินเข้าไปในห้องพักของเชอรี่ และพบว่าเธอได้เปลี่ยนจากชุดเดิมมาเป็นชุดสีดำกระโปรงยาวสีน้ำทะเลแล้ว 

เมาริทซ์ – โอ.....เธอดูยอดมาก ชุดของเมลเนสเหมาะกับเธอที่สุดจริงๆ 

เชอรี่ – ขอบคุณค่ะ 

เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปยังสถานที่ทำพิธีเข้ารับสิทธิกับเถอะ 

เชอรี่ – ค่ะ 

 

ทุกคนเดินทางไปถึงฐานลับของวากรัฟซึ่งอยู่ทาง 12 นาฬิกาจากหมู่บ้านชาววารี 

เจย์ – ที่นี่.... 

วิล เธอรู้จักที่นี่ด้วยหรือ เจย์? 

เจย์ – ครับ สถานที่นี่เชื่อมต่อกับกองทัพวากรัฟจริงๆ แต่ว่า... 

โมเซส – เอ้า พูดมาสิ เจ้าเด็กน้อย! 

เจย์ – เงียบด้วยครับ โมเซส ว่าแต่กองทัพที่ยังหลงเหลืออยู่ของวากรัฟอยู่ที่นี่จริงๆหรือครับ? 

วอลเตอร์ – ทางเข้าอยู่ข้างหน้านั่น 

เขาเดินนำเข้าไปโดยไม่สนใจอะไร 

 

เวลาเดียวกัน เชอรี่ เฟนิมอร์ เมาริทซ์ และชาววารีคนอื่นๆ ยืนอยู่หน้าถ้ำที่มีแสงส่องออกมาจากภายใน 

เมาริทซ์ – ที่นี่คือวิหารแห่งสมุทร ซึ่งใช้ประกอบพิธีเข้ารับสิทธิ 

เชอรี่เงยหน้ามองด้านบนอยู่พักใหญ่ 

เมาริทซ์ – กล่าวกันว่าในยุคของเทลเซส เมลเนสในแต่ละรุ่นจะเดินทางมาที่นี่เพื่อรับฟังเสียงแห่งสมุทร 

เชอรี่ - ....ค่ะ 

เฟนิมอร์ – เป็นอะไรหรือเปล่า เชอรี่? 

เชอรี่ – อ....อื้อ 

เฟนิมอร์ – ฉันอยู่ที่นี่ ตกลงนะ 

เชอรี่ - ...ขอบคุณ 

 

ทางด้านพวกเซเนล ซึ่งบุกเข้าไปในป้อมปราปราการที่เหลืออยู่ของวากรัฟ แต่ก็มีอะไรแปลกๆ 

นอร์ม่า – รอเดี๋ยวสิวอลลี่ ฉันไม่เห็นว่าจะมีทหารวากรัฟเลยซักคนนะ 

โคลเอ้ – ลองดูรอบๆเถอะ 

ทุกคนแยกย้ายกันไปค้นหา เซเนล วิล และโคลเอ้พบกรงขังอยู่สองห้องใกล้ๆนั้น 

เซเนล – นี่เป็นคุกเหรอ? 

โคลเอ้ – กลิ่นอะไรกันน่ะ? 

วิล – มันอาจจะเคยถูกใช้มาจนถึงเมื่อไม่นานมานี้ 

โคลเอ้ – คุณหมายถึงวากรัฟคุมขังนักโทษไว้หรือคะ? 

โมเซส – เฮ้ย! มาทางนี้หน่อยสิพวกเอ็งอ่ะ 

ทุกคนวิ่งไปหาคนที่เหลือ ซึ่งกำลังดูโซ่ตรวนและอุปกรณ์มากมาย ขณะที่โมเซสยืนอยู่หน้าบ่อเก็บของเหลวที่ร้อนจนมีสีแดงฉาน 

นอร์ม่า – ของพวกนี้มัน..... 

เจย์ – เครื่องมือทรมานครับ 

โคลเอ้ – วากรัฟ!..... มันทำอะไรข้างล่างนี่กันนะ? 

โมเซส – แม่เจ้า โหดจริงๆนะ ทำอะไรแบบนี้กับคนเป็นๆน่ะ 

เจย์หันไปมองวอลเตอร์ซึ่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร.... 

เมื่อสำรวจเข้าไปข้างในสุดโดยไม่มีการขัดขวางจากทหารศัตรูแต่อย่างใด ทุกคนก็ไปถึงห้องใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสาร 

วิบ – บริเวณนี้อาจจะเป็นห้องสมุดก็ได้ 

นอร์ม่า – หืม ไหนดูซิ 

เธอหยิบหนังสืออ่านไปซักพักแล้วก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “อะ....อะไรเนี่ย?!” 

โคลเอ้ – มีอะไรเหรอ นอร์ม่า 

นอร์ม่า – วิล แล้วของคุณล่ะ? 

วิล - ......ฉันคิดว่าเนื้อหาคงจะเหมือนกับเล่มที่เธอกำลังดูอยู่ 

เซเนล – มีอะไรหรือ? 

วิล – มันคือ...เอ่อ..... 

เจย์ – บันทึกเกี่ยวกับการทดลองด้วยมนุษย์สินะครับ วากรัฟใข้นักโทษในการทดลองอะไรบางอย่าง 

โมเซส – การทดลองอะไรน่ะ? 

เจย์ – เขาพยายามหาหนทางที่จะจำลองใครซักคนที่มีพลังของเมลเนส 

เซเนล – อะไรนะ? 

โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นคนที่ถูกจับอยู่ที่นี่ก็คือ...... 

วิล – ชาวราเดี้ยน 

นอร์ม่า – แล้วไม่ใช่ว่าแค่ 10 หรือ 20 คนนะ.... วากรัฟคงจะใช้พวกเขาเป็นร้อยๆคนในช่วงปีนี้ 

เจย์ – ดูเหมือนว่าเขาจับกุมชาวราเดี้ยนจากแผ่นดินใหญ่ แล้วส่งพวกนั้นมาที่นี่ทีละไม่กี่คนต่อครั้ง 

เซเนล – นั่นมัน.......... 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ เป็นอะไรหรือเปล่า? 

เซเนล – ถ้าอย่างนั้นสเตล่ากับเฟนิมอรฺก็เคยถูกขังที่นี่เหมือนกัน..... 

เจย์ – อาจจะใช่ครับ..... 

นอร์ม่า – ตอนที่พวกเราพบเฟนเฟนครั้งแรก เธอกลัวพวกเรา อาจจะหมายความว่า...... 

ภาพของสเตล่าที่ถูกขังในกรงคนลอยเข้ามาในหัว จนเซเนลกำหมัดแน่น กัดฟันส่งเสียงอยู่ในลำคอ “กรอด!” 

โคลเอ้ – มีอะไรหรือ? 

เขาวิ่งไปที่กำแพง กระทืบเท้าแล้วตะโกนลั่น! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! 

เซเนล – วากรัฟ! แกทำอะไรกับสเตล่าน่ะ?! 

เขาต่อยหมัดใส่กำแพงอย่างโกรธแค้น “สารเลว สารเลว!” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ สงบสติก่อนสิ 

เซเนล – บ้าจริง! 

วิล –พวกเราน่าจะนำบันทึกเหล่านี้ไปด้วย หากปล่อยไว้แบบนี้อาจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ก็ได้ 

โมเซสมองซ้ายมองขวาเมื่อสังเกตเห็นว่าขาดหายอะไรไป “อั๊วะไม่เห็นวอลเตอร์เลย เขาวิ่งไปไหนแล้วน่ะ?” 

วิล – ไปตามหาเขาเถอะ 

ทั้งสามคนเดินเข้าไปต่อ เหลือโคลเอ้ที่ยืนมองเซเนลอยู่คนเดียว ... “คูลริดจ์....” 

เซเนล – ชั้นไม่เป็นอะไรแล้ว ขอโทษนะ” 

โคลเอ้ – อย่างกังวลเลย แต่....” 

เซเนล – พวกเราต้องตามหาวอลเตอร์ 

โคลเอ้ - ....ใช่ 

 

ที่ห้องสมุดส่วนใน วอลเตอร์ยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่ “เห็นบันทึกแล้วใช่ไหม?” 

เจย์ – ครับ 

วอลเตอร์ – ตอนนี้พวกแกก็รู้แล้วโอเรลเนสอย่างพวกแกคร่าชีวิตของเฟลเนสไปนับไม่ถ้วนที่นี่ 

นอร์ม่า – นี่ นั่นมันฝีมืกวากรัฟนะ! อย่านับพวกเรารวมไปด้วยสิ! 

วอลเตอร์ – สำหรับเราแล้ว โอเรลเนสอย่างพวกแกก็เหมือนกันหมด ชาวเฟลเนสต้องทนทุกข์มาตลอดหลายปีนี้ แต่ทุกอย่างมันจะจบลงในวันนี้ล่ะ เพราะวันนี้ ท่านเมลเนสจะสำเร็จพิธีรับสิทธิ! 

เซเนล – พิธีกรรมสำคัญที่ว่าก็คือพิธีรับสิทธิเหรอ? 

วอลเตอร์ – พิธีน่าจะเริ่มตอนนี้แล้ว 

เซเนล – อะไรนะ?! คราวที่แล้วเชอรี่ก็เกือบตายไปแล้วนะ! 

วอลเตอร์ – เรารู้ ไม่ต้องให้แกบอกหรออก 

เซเนล – แล้วนายยังบังคับให้เธอทำอีกเหรอ?! 

วอลเตอร์ – หัวใจของท่านเมลเนสไม่เหมือนเดิมแล้ว ท่านเลือกที่จะเผชิญหน้ากับพิธีกรรมด้วยตัวของท่านเอง 

เซเนล – อะไรนะ? 

วอลเตอร์ – พิธีรับสิทธิเป็นพิธีกรรมแห่งการจุติใหม่ จิตของท่านจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส และท่านก็จะได้รับรู้ถึงการตื่นขึ้นที่แท้จริง 

วิล – เนลเฟส? 

วอลเตอร์ – เมื่อมันเกิดขึ้น ท่านก็จะไม่เรียกแกว่าพี่ ท่านจะกลายเป็นตัวตนใหม่! 

เซเนล – ไม่..... แก! 

นอร์ม่า – วอลลี่! นายโกหกพวกเรา! 

วิล – เธอล่อพวกเรามาที่นี่ด้วยข้อมูลผิดๆ 

เจย์ – คุณพยายามกันพวกเราไม่ให้รู้สึกพิธีกรรม 

วอลเตอร์ – ถูกต้อง แต่ถ้าจะให้พูดแล้ว..... การพาพวกแกมาที่นี่ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของเรา 

เขาตั้งท่าพร้อมเข้ามาโจมตี! 

โมเซส – หึ อย่างนี้นี่เองสินะ? 

วอลเตอร์ – เซเนล การคงอยู่ของแกจะทำให้ท่านเมลเนสไขว้เขว เราจะกำจัดต้นแหตุแห่งปัญหาทั้งปวงที่นี่ ตอนนี้! 

เซเนล – ใครจะยอมล่ะ! 

เทลเคสสีดำของวอลเตอร์ปรากฎออกมาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู้กัน วอลเตอร์หันไปหามันซักพัก... 

วอลเตอร์ – อะไรนะ! พวกเราคงต้องจัดการเรื่องนี้ที่หลังc]h; 

เซเนล – แกจะวิ่งหนีไปที่ไหนอีกล่ะ?! 

วอลเตอร์ – กองทหารของโอเรลเนสมาปรากฎในเขตพิธีกรรมแล้ว 

ปีกเทลเคสย้ายไปปรากฏที่หลังของเขาก่อนจะพาลอยออกไปข้างนอก 

เซเนล – หยุดนะ! 

นอร์ม่า – กองทหารไหนที่เขาพูดถึงน่ะ? 

เจย์ – จากท่าทางที่เขาแสดงออก คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงนะครับ 

โคลเอ้ – พวกนั้นอาจจะเป็นกองทหารที่เหลืออยู่ของวากรัฟจริงๆหรือเปล่า 

นอร์ม่า – โอ้ย! ฉันไม่เข้าใจอะไรแล้วนะเนี่ย! ตอนแรกเขาบอกว่าริจจังจะไม่ใช่ริจจังอีก แล้วทีนี้ก็มาบอกว่าทหารที่ไหนก็ไม่รู้โผล่มา! 

วิล – ไม่ว่าจะกรณีไหน ออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ 

ยังไม่ทันจะก้าวไปไหน หมาป่าสีทองกับสีเงินก็เข้ามาขวางทางไว้จนทุกคนต้องช่วยกันปราบเสียก่อน 

โคลเอ้ – พวกเราเสียเวลาไปมากแล้วนะ 

เจย์เหลือบไปเห็นหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “หนังสือที่ตกอยู่ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกด้วยหรือเปล่าครับ?” 

เขาเดินไปหยิบมาขึ้นมา “ไหนลองดูซิ....... รายงานปฏิบัติการ : การจับกุมตัวเมลเนส” 

เซเนลรีบวิ่งเข้าไปทันที “เจย์ เอาหนังสือนั้นมาให้ชั้น!” 

เจย์ – อะไรครับ? แต่ว่า..... 

เซเนล – ชั้นบอกว่าเอามาให้ชั้น! 

เจย์ – ได้ครับ ได้...... 

เขายื่นให้เซเนลซึ่งรีบกระชากไปอย่างรุนแรง 

เจย์ – เอาล่ะ คุณได้ไปแล้วนี่ แต่ถ้าพวกเราต้องใช้มัน คุณต้องให้ผมดูนะครับ? 

เซเนล – ได้สิ 

โมเซส – ทำอะไรกันน่ะ? ไม่มีเวลามาอ่านหนังสือกันนะ 

โคลเอ้ – พวกเราต้องไปหาเชอรี่ 

 

เมื่อออกไปนอกป้อมปราการ ก็เห็นชาวโมฟุโมฟุสองตัวยืนรออยู่ 

เจย์ – อา ได้เวลาพอดีเลย! 

เขาเข้าไปคุยกับทั้งสองตัวอยู่ครู่หนึ่ง เข้าใจแล้ว ขอบใจนะ” 

เจย์ – พวกเราพบตัวคุณเชอรี่แล้วครับ เธออยู่ที่วิหารแห่งสมุทร ซึ่งตั้งอยู่ที่หัวเรือครับ 

นอร์ม่า – หมายถึงปลายสุดของเลกาซี่น่ะเหรอ? 

วิล – ฉันเป็นห่วงเรื่องปฏิกิริยาที่เธอมีกับทะเล ไปกันเถอะ 

 

บนวิหารแห่งสมุทรนั้น ชาววารีจำนวนหนึ่งรวมทั้งเมาริทซ์และเฟนิมอร์ยืนอยู่รอบๆลานพิธีสีแดง 

เมาริทซ์ – พวกเราจะเริ่มพิธีเข้ารับสิทธิ ณ บัดนี้ เชอรี่ 

เชอรี่ – ฉันพร้อมแล้วค่ะ 

เธอเดินเข้าไปยืนบนแท่นพิธีแล้วรวมสมาธิ ชั่วครู่หนึ่ง เส้นผมของเธอก็เรืองแสงสีเงินออกมา 

เชอรี่ – จิตอันยิ่งใหญ่แห่งสมุทร บ้านที่แท้จริงแห่งเฟลเนส เราขอเรียกหาท่าน หากท่านเห็นว่าเรา เชอรี่ เฟนเนส มีค่าเพียงพอในฐานะผู้แทนของท่าน ได้โปรดอวยพรให้แก่เราด้วยเสียงของท่าน....... 

 

ที่ทางเข้าของวิหารแห่งสมุทร ร่างไร้ชีวิตของชาววารีมากมายนอนแน่นิ่งอยู่ กองทหารจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาโดยการนำของหัวหน้าอัศวินแห่งอาณาจักรกาโดเรีย นั่นเอง! 

หัวหน้าอัศวิน – ขั้นตอนต่อไปของปฏิบัติการณ์จะเริ่มหลังจากนี้ เป้าหมายของพวกเราคือการจับกุมเมลเนส ให้สังหารทุกคนที่เข้ามาขัดขวางได้ พวกเราจะยอมให้ประเทศอื่นเข้ามาควบคุมเมลเนสไม่ได้ ถ้าจำเป็นพวกเราก็ต้องพานางไปด้วย 

หลังจากที่เหล่าทหารบุกเข้าไปภายในวิหารแห่งสมุทรซักพัก พวกเซเนลก็ตามมาถึงพอดี ทุกคนต่างตกใจที่เห็นศพของชาววารี 

วิล – ไม่ทันแล้ว เขาตายไปแล้ว แล้วคนนั้นล่ะ โมเซส? 

โมเซส – รายนี้ตัวเย็นไปแล้วล่ะ 

เจย์ – วอลเตอร์บอกว่าเป็น “กองทหาร” ผมสงสัยว่ามีกี่คนกันนะ 

วิล – ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะมีกองทหารของวากรัฟเหลือมากขนาดนั้น 

เจย์ – นี่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับวากรัฟนะครับ 

เขาหันไปทางโคลเอ้ “คุณโคลเอ้” 

โคลเอ้ – มีอะไรหรือ? 

เขาชี้ไปที่ดาบที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “ดาบเล่มนั้น ผมคิดว่าคุณคงเคยเห็นมันมาก่อนนะครับ” 

เธอเดินเข้าไปดูแล้วก็ต้องชะงัก “นี่มัน....” 

นอร์ม่า- เธอจำมันได้เหรอ? 

โคลเอ้ – ใช่ ไม่ผิดแน่ๆ ตราที่อยู่บนด้ามดาบนี้ นี่เป็นอาวุธหลักของกองทัพกาโดเรีย 

โมเซส – โคลเอ้ เธอจะบอกว่าคนของเธอเป็นคนทำเรอะ? 

เซเนล – โคลเอ้ ....... 

โคลเอ้ – ฉัน....ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ! เชื่อฉันสิ คูลริดจ์! 

เขาเงยหน้ามองเบื้องบนอย่างกังวล “พวกเราจะยืนเฉยๆไม่ได้แล้ว ไปกันเถอะ!” 

วิล+นอร์ม่า+โมเซส – ใช่ 

ทุกคนวิ่งเข้าก่อน เหลือแต่โคลเอ้ที่ยืนถอนหายใจคนเดียว.... 

 

ชายชาวราเดี้ยน – ท่านเมลเนสเป็นยังไงบ้าง? 

หญิงชาวราเดี้ยน – นางภาวนามาซักพักแล้วนะ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาจากทะเลเลย 

ชายชาวราเดี้ยน – เมื่อสามปีที่แล้ว สัญญาณก็ปรากฎขึ้นเร็วดีแล้วเชียว ถ้าไม่เกิดเรื่องบนั้นซะก่อนละก็.... 

หญิงชาวราเดี้ยน – ถึงท่านจะตื่นขึ้นได้จริงๆ แต่บางทีท่านก็อาจจะยังตัดใจไม่ได้หรอก 

ชายชาวราเดี้ยน – เธออาจจะเสียพลังทั้งหมดไปเพราะอุบัติเหตุครั้งที่แล้วก็ได้... 

เฟนิมอร์ – เงียบซะ! ทุกคนน่ะ! 

เธอชี้หน้าใส่ทุกคนอย่างเหลืออด “เชอรี่กำลังพยายามเต็มที่แล้ว เลิกพูดแบบนั้นต่อหน้าเธอซะที!” 

เชอรี่ – ไม่เป็นไรหรอก เฟนิมอร์ 

เฟนิมอร์- แต่ว่า.... 

เชอรี่ – เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะกังวลน่ะ พวกเขารอคอยมานานเพื่อให้ฉันเป็นเมลเนส 

เฟนิมอร์ - จริงๆแล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรได้ด้วยสินะ... 

เชอรี่ – ฉันเคยประกอบพิธีเข้ารับสิทธิมาครั้งหนึ่งแล้ว และก็ล้มเหลว 

เฟนิมอร์ - เชอรี่...... 

เชอรี่ – พี่สเตล่าบอกว่าฉันมีไข้ขึ้นสูง แล้วก็เกือบจะตายอยู่หลายวัน ฉันสงสัยว่ามันไม่มีหวังเลยหรือเปล่านะ.... 

ชาววารีคนหนึ่งเดินโซเซเข้ามาในลานพิธีอย่างยากลำบากก่อนจะล้มลงไปนอนเพราะบาดแผลบนร่างกาย! 

เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น?! 

หัวหน้าอัศวิน – เจ้าคงจะเป็นเชอรี่ หรือเมลเนสสินะ 

เขาเดินเข้ามาพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง 

เชอรี่ – คุณ......คุณเป็นใครกัน? 

เมาริทซ์ – เจ้าบังอาจเข้ามารบกวนพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเฟลเนสได้อย่างไรกัน! นี่หรือคือนิสัยของชาวโอเรลเนส? 

หัวหน้าอัศวิน – เราให้ความยำเกรงอย่างสูงกับมนุษย์อยู่แล้ว แต่พวกเจ้าไม่ใช่มนุษย์นี่ 

เขาชี้นิ้วไปที่เชอรี่ “เมลเนส เจ้าถูกจับกุมแล้ว ในข้อหาสมคบคิดกับจักรวรรดิครูแซนด์เพื่อต่อต้านประเทศของพวกเรา” 

 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:38 pm----------

Topic #35 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 5. Awakening