Chapter 5 - Awakening
2 อาทิตย์ต่อมา......
ที่สุสานของเมืองเวลเทส เซเนลนั่งอยู่หน้าหลุมศพหนึ่ง... ป้ายหลุมสลักชื่อเอาไว้ว่า “สเตล่า เทลเมส”
ฮาริเอทเดินเข้ามา เธอมองหลุมศพก่อนกุมมือเข้าด้วยกัน “คุณสเตล่า ขอบคุณที่ช่วยทุกคนเอาไว้นะคะ เป็นเพราะคุณ สงครามก็สิ้นสุดลงในที่สุด ไม่มีใครต้องจากไปอีกแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ”
เธอหันกลับมามองเซเนลที่ยังคงเงียบอยู่
ฮาริเอท – น่าเศร้านะที่ต้องเสียงคนที่นายห่วงใยไป ฉันก็เสียใจมากเหมือนกันตอนที่แม่จากไป เหมือนกับว่ามีรูอยู่ในหัวใจของฉันเลย
เซเนล – ฮาริเอท...
ฮาริเอท – เอ้า ตั้งสติหน่อย! ถ้านายซึมแบบนี้ต่อไป คุณสเตล่าคงได้หัวเราะใส่นายแน่!
เซเนล – ชั้นไม่ได้ซึมซํกหน่อย
ฮาริเอท – ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ
เซเนล – ไปไหน?
ฮาริเอท – ไปบ้านของหมอนั่นน่ะ เขาบอกว่าอยากเจอนายหน่อย คิดว่าเป็นใครกันนะ? มาสั่งฉันแบบนี้น่ะ?!
เซเนล – ทั้งสองคนน่าจะปรับความเข้าใจกันนะ ชั้นได้ยินว่าเธอไม่ได้ไปอยู่ด้วยกันด้วยนี่
ฮาริเอท – ฉันไม่มีทางเรียกคนแบบนั้นว่าพ่อหรอก!
เซเนล – ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปบ้านของวิลกันเถอะ
ที่บ้านของวิล
วิล – ขอโทษนะที่ต้องรบกวนเธอแบบนี้
ฮาริเอทกระโดดผลุงไปหลบหลังเซเนล
เซเนล - ...มีอะไรเหรอ?
วิล – พวกเราพึ่งได้รับเหรียญตราจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย เธอช่วยเอาไปส่งให้ทุกคนได้ไหม?
เซเนล – ตกลง เดี๋ยวชั้นกลับมานะ
วิล – ถ้าหาใครไม่เจอก็เอาเหรียญกลับมาให้ฉันก็แล้วกัน
เซเนลเดินออกไปนอกบ้าน เหลือแต่สองพ่อลูกซึ่งไม่กินเส้นกัน ทั้งบ้านเลยมีแต่ความเงียบ
ฮาริเอท – ฮึ รอด้วยสิเซเนลคุง! ฉันไปด้วย!
วิล - ....
ลานด้านเหนือของเมือง เซเนลพบโมเซสซึ่งปักหลักอาศัยอยู่บริเวณนั้นพร้อมๆกับพวกโจรที่เหลืออยู่
โมเซส – เหรียญเหรอ?..... จาบ้า! เอานี่ไปห้อยคอแมวเอ็งหรืออะไรก็ได้ที
ฮาริเอท – จะไม่เป็นอะไรเหรอ?
โมเซส – ฮ่าๆๆ
จาบ้า – คุณเซเนล ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อลูกพี่ ฉันไม่รู้ว่าจะแสดงความยินดียังไงดี แล้วนายยังให้ที่พวกเราตั้งค่ายกันอีก!
เซฌนล – นายน่าจะไปขอบคุณอิซาเบลล่ากับวิลนะ พวกเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้น่ะ
โมเซส – ตอนนี้พอมาหยุดคิดถึงเรื่องที่ทำไปแล้ว ก็ไม่น่าประหลาดใจที่อั๊วะจะได้เหรียญนี้น่ะนะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็จัดการวากรัฟไปแล้ว ถึงเวลาที่อั๊วะต้องไปตามหาศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ต่อแล้วมั้ง!
ฮาริเอท – โมเซส เลิกอวดซะทีเถอะน่า!
เซเนล – ชั้นดีใจที่นายกับคนอื่นๆปลอดภัยนะ จาบ้า บาดแผลหายดีหรือยังล่ะ?
จาบ้า – ต้องขอบใจยาที่นักดาบหน้ากากคนนั้นให้พวกเราน่ะ
เซเนล – นักดาบหน้ากาก.... สติงเกิ้ลเหรอ?
จาบ้า – พวกเราแพ้คาเชลในป่าไร้หวนกลับ แล้วก็เกือบจะตายอยู่แล้ว แต่นักดาบหน้ากากนั่นมาช่วยพวกเราไว้พอดี
โมเซส - ..... อั๊วะรู้ว่าเขากับโคลเอ้มีรอยแค้นกันอยู่นะ แต่อั๊วะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ว่าเขาเป็นคนเลวขนาดนั้น หล่อนยังตามหาอยู่รึเปล่าน่ะ?
เซเนล – อาจจะใช่
โมเซส – เอาเท้อะ ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากันก็แล้วกัน
ฮาริเอท – นายนี่ขี้เกียจจริงๆนะ
โมเซส – ก็เป็นแบบนี้ล่ะเน้อ
ที่โรงแรม เสียงนอร์ม่าโต้เถียงกับเจ้าของดังมาแต่ไกล
นอร์ม่า – แบบนี้ว่าไงล่ะคะ?
เจ้าของ – เอ่อ......ผมเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกครับ
นอร์ม่า – เถอะน่า ฉันยอมลดให้ก็ได้! การแลกเปลี่ยนแบบนี้น่ะพลาดไม่ได้นะคะ!
เจ้าของ – ผมก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเหมือนกัน ถ้าครอบครัวรู้เข้าล่ะก็...
นอร์ม่า – คุณก็แค่ทำไงก็ได้ไม่ให้มีใครรู้สิ!
ฮาริเอท – นอร์ม่า กำลังเถียงอะไรกันอยู่เหรอคะ?
เซเนล – โอย....
นอร์ม่า – เซเนเซเน่! แฮตตี้! ดีจ้า!
เซเนล - พอเถอะน่า นอร์ม่า!
นอร์ม่า – อะไรเหรอ?
เจ้าของ – คุณนอร์ม่า เลิกตื้อผมซะทีเถอะ ผมให้คุณเช่าห้องต่อไม่ได้จริงๆ
เซเนล – มีอะไรหรือครับ?
เจ้าของ – ไม่ใช่สิ ผมหมายถึงว่าการห้องน่ะให้เช่าได้ แต่คุณก็ต้องจ่ายเงินด้วย
นอร์ม่า – ก็ฉันบอกว่าจะยอมลดให้แล้วไงล่ะ!
เจ้าของ – คุณนอร์ม่า นั่นน่าจะเป็นคำพูดของผมนะ
เซเนล – อ้อ คุยกันเรื่องปกตินี่เอง
ฮาริเอท – ปกติเหรอ?
นอร์ม่า – ฉันเป็นคนที่ช่วยเลกาซี่ไว้ไม่ใช่เหรอคะ? อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันพักได้สิ!
เจ้าของ – แต่ว่า.... ห้ากัลด์ต่อเดือนนี่มันก็.....
เซเนล - .... นอร์ม่า นี่เธอกำลังขูดรีดเขาชัดๆนะ
....
นอร์ม่า – เหรียญตรางั้นเหรอ?......
เธอบิดเหรียญหักครึ่งดังเป้าะ “หืม มันมีอย่างอื่นผสมด้วยนี่ ฉันคิดว่าคงมีทองอยู่แค่ 70 % เอง”
ฮาริเอท – นอร์ม่า ฉันได้ยินว่าคุณกำลังตามหาเอเวอร์อะไรนู่นๆนี่ๆอยู่เหรอ?
นอร์ม่า – ใช่ เอเวอร์ไลท์ ไง ฉันสาบานว่าต้องหามันให้เจอให้ได้ ดังนั้น เซเนเซเน่ มาช่วยฉันหน่อยสิ
เซเนล – ทำไมต้องชั้นด้วยล่ะ?
นอร์ม่า – ก็เข็มกลัดของริจจังมันเละไปแล้วนี่ แล้วมันก็ไม่ใช่เอเวอร์ไลท์ด้วย! นายยังค้างหนี้ที่ฉันช่วยเอาไว้ทั้งหมดนั่นนะ!
เซเนล – มันฟังไม่เข้าท่าเลยนะ
ขณะที่เซเนลกำลังตระเวนไปรอบๆเมือง เขาก็เห็นโคลเอ้เปิดประตูออกมาจากสถานพยาบาล
โคลเอ้ – เหรียญตรา..... ฉันไม่มีสิทธิรับเกียรติเช่นนี้หรอก
ฮาริเอท – คุณโคลเอ้ คุณกำลังรู้สึกไม่ดีอะไรอยู่หรือเปล่าน่ะ?
เธอทำหน้าตาสงสัยแล้วนึกขึ้นได้เมื่อหันไปมองสถานที่ที่เธอพึ่งออกมา “อ๋อ เพราะฉันออกมาจากที่นี่น่ะหรือ? ไม่หรอก ฉันสบายดีค่ะ ฉันมาขอใช้ห้องที่นี่น่ะ”
อีกสองคนทำหน้างง
โคลเอ้ – ผู้จัดการของสถานพยาบาลยื่นขอเสนอให้ฉันใช้ห้องว่างได้ ฉันเลยมาคุยเรื่องรายละเอียดกับเขา......... สติงเกิ้ลกำลังอยู่บนเรือลำนี้ที่ไหนซักแห่งแน่ ละฉันต้องหาให้พบ
เซเนล - .....
โคลเอ้ – คูลริดจ์..... นาย.... ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?
เซเนล – เธอหมายความว่าไงน่ะ?
โคลเอ้ – ก็....จะอะไรอีกล่ะ? นายก็รู้.....
เซเนล – ชั้นเดาว่ายังมีหนทางที่ต้องก้าวต่อไปนะถ้ายังมีคนเป็นห่วงชั้นอยู่
โคลเอ้ – ฉันก็เป็นห่วงนายแน่นอนอยู่แล้วนี่......
เซเนล – อะไรนะ?
โคลเอ้ - .....ไม่...ไม่มีอะไรหรอก
ที่ลานน้ำพุ เขาได้พบกับเคอร์ติสและกริวเน่ซึ่งพึ่งจะแสดงร่วมกันจบ
เคอร์ติส – โย่ น้องชาย! เราขอพูดด้วยหน่อยได้ไหม? ตอนนี้อิซาเบลล่าคุงกำลังยุ่งอยู่ เราจึงอยากรับคนมาแทนชั่วคราวก่อน
เซเนล – ทำไมนายไม่ทำงานของนายแทนล่ะ?
เคอรติส – กริวเน่ก็มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แต่เธอก็.....ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ คิดว่าไงล่ะ น้องชาย?
เซเนล – ชั้นไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีแฮะ....
เขาหันไปหาฮาริเอท “แล้วหนูล่ะ? อยากจะเข้าร่วมกับเราและกลายเป็นทหารแห่งความรักไหม?”
ฮาริเอทถอยกรูด “อ๋า!” เธอทำหน้าเหวอก่อนไปหลบหลังเซเนล
เซเนล – พอได้แล้ว ถ้าวิลได้ยินเข้าชั้นจะเป็นคนที่โดยเขกกะโหลกนะ
หลังจากที่มอบเหรียญตราให้กริวเน่แล้ว
เซเนล – คุณกริวเน่ คุณยังจะอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้อีกหรือ?
กริวเน่ – ไม่เลยจ้ะ
ฮาริเอท – แต่คุณก็ดูจะสบายดีอยู่นะ
กริวเน่ – เพราะที่นี่เป็นที่ๆดีน่ะจ้ะ ได้เห็นใครๆก็ยิ้มกันแล้วก็ทำให้พี่รู้สึกดีมากด้วย
เซเนล – นั่นสินะ ทุกคนกำลังอารมณ์ดีเพราะสงครามจบไปแล้ว
กริวเน่ – แต่เธอ.... ดูเหมือนว่าอะไรบางอย่างกำลังรบกวนเธออยู่นะจ้ะ
เซเนล - .....ไม่ครับ ผมสบายดี
กริวเน่ – จริงเหรอ? หืมม....
เธอเดินมากอดเขา “นี่ไง”
เซเนล – คุณ....กริวเน่?
กริวเน่ – จะได้ช่วยให้เธอมีกำลังใจไงจ้ะ
เขาหน้าแดงแป๊ดและรีบถอยออกมาทันทีเมื่อกริวเน่ปล่อยเขาออกมา
ฮาริเอท – เซเนลคุง นายหน้าแดงแจ๋เลยนะ
เซเนล – ก็.....ใช่มั้ง......
........
เซเนล - เหลือเจย์คนเดียวที่ยังไม่ได้ให้เหรียญตราเลย
ฮาริเอท – เขาไม่ได้อยู่แถวๆนี้นี่ ฉันสงสัยว่าเขาคงอยู่นอกเมืองมากกว่า
เซเนล – วิลบอกว่าให้เอาที่เหลือไปคืนด้วย ตอนนี้ก็กลับไปหาเขาก่อนก็แล้วกัน
เมื่อกลับไปยังบ้านของวิล ก็พบว่าเจย์กำลังยืนลับๆล่อๆอยู่หน้าประตูเข้าห้องรับแขก
เซเนล – อ้าว เจย์ อยู่ที่นี่เอง พอดีเลย
อีกฝ่ายยกนิ้วมาแตะที่ปาก และพูดเบาๆ “ชู่ว! เงียบก่อนครับ”
ฮาริเอท – แอบฟังเหรอ? คุณนี่น่าละอายจัง
เจย์ – ไม่เป็นอะไรนี่ครับ การรวบรวมข่าวสารน่ะเป็นอาชีพของผม
เซเนล – อาชีพงั้นเหรอ หือ....
ฮาริเอท – เจย์ นี่เป็นเหรียญตราของคุณ
เจย์ – ผมไม่ต้องการมันหรอกครบ
เซเนล – ชั้นกะไว้แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้
ฮาริเอท – จริงๆด้วย!
เจย์ – ผมบอกว่าเงียบๆไง!
ฮาริเอท – อย่าให้เรื่องมันยุ่งยากเลยน่า! แค่หุบปากแล้วเอาไปเถอะ!
เจย์ – ค.....ครับ คุณหนู
เขาจำใจต้องรับ
ฮาริเอท – เป็นเด็กดีมาก!
เซเนล .oO(น่าเศร้าจริงๆแฮะ....)
โมเซส โคลเอ้ และนอร์ม่าเดินเข้ามาในบ้าน
โมเซส – อ้อ นายก็อยู่นี่ด้วยเรอะ เจย์? ยังตัวกระปิ๊ดเหมือนเคยเลยนะ
เจย์ – แล้วคุณก็ยังน่ารำคาญไม่เคยเปลี่ยนครับ คุณโมเซส
วิลเปิดประตูออกมาโดยที่มีชายในชุดน้ำเงิน-ขาวคนหนึ่งอยู่ด้านหลัง “พวกเธอเงียบหน่อยได้ไหม? พวกเรามีแขกมาอยู่นะ”
โคลเอ้ทำท่าทางตกใจเมื่อเห็นแขกที่ว่า “นั่น....”
เจย์ – อัศวินจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรียครับ
อัศวินคนนั้นเดินเข้ามา และชะงักเมื่อเห็นโคลเอ้ “หรือว่าเจ้าจะเป็นบุตรสาวของท่านวาเลนส์?”
โคลเอ้ – ค่ะท่าน ฉันชื่อโคลเอ้
หัวหน้าอัศวิน – เราคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้า ความสำเร็จของเจ้าในเหตุการณ์นี้นั้นยอดเยี่ยมมาก
โคลเอ้ –ขอบคุณค่ะ
หัวหน้าอัศวิน – ครั้งที่พ่อของเจ้าถูกโจรสังหารเมื่อห้าปีก่อน เรานึกว่าชื่อแห่งวาเลนส์จะไร้ค่าเสียแล้ว
โคลเอ้ - ....
เซเนล – นี่! คุณพูดแบบนั้นได้ไงน่ะ?!
โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก คูลริดจ์
หัวหน้าอัศวิน – เจ้าทำงานได้น่าประทับใจเพื่อช่วยลบล้างชื่อเสียงที่เสื่อมเสียได้ สำหรับผู้หญิงแล้วก็ไม่เลวนัก
นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ!
โคลเอ้ – นอร์ม่า ฉันไม่เป็นอะไรหรอก
หัวหน้าอัศวิน – จงรับใช้ประเทศของเจ้าด้วยความภักดีเช่นนี้ต่อไปเถอะ บางทีซักวันหนึ่งองค์กษัตริย์อาจจะมอบความเมตตาให้แก่เจ้าบ้างก็ได้
โคลเอ้ – ค่ะท่าน
เขาเดินออกไปจากบ้านท่ามกลางความไม่สบอารมณ์ของเซเนลและนอร์ม่า
นอร์ม่า – ตัวอะไรคลานอยู่ในสมองของหมอนั่นกันน่ะ?! งี่เง่าชะมัด!
เซเนล – โคลเอ้....
โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันตั้งใจจะบอกทุกคนอยู่แล้ว
เซเนล - ....
โมเซส – แล้วหมอนั่นมาที่นี่ทำไมน่ะ?
เจย์ – อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย มองว่าสถานการณ์กับวากรัฟเป็นส่วนหนึ่งของสงครามกับครูแซนด์ พวกเขาส่งสารอ้างสิทธิว่าชัยชนะนั้นเป็นของพวกเขา
วิล – เจย์ เธอฟังการสนทนาของพวกเราสินะ?
เจย์ – เป้าหมายที่แท้จริงของกาโดเรียคือการเข้าควบคุมเลกาซี่และคุณเชอรี่ใช่ไหมครับ?
วิล - ....... ผู้คนจากหลายประเทศกำลังเริ่มเข้ามารวมตัวกันที่เมืองเวลเทสนี่ อัศวิน สายลับ ทูต..... แต่ละคนก็มีกำหนดการของตัวเอง
เจย์ – พวกเขาทุกคนต่างต้องการเลกาซี่ และต่างฝ่ายต่างก็พยายามเอาชนะซึ่งกันและกัน
นอร์ม่า – ไม่น่าสงสัยเลย เพราะทุกคนก็ได้เห็นพลังแบบนั้นไปแล้วนี่
วิล – ใครซักคนที่หาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากเชอรี่อาจจะปรากฏตัวขึ้นมาตอนไหนก็ ได้ อาจจะกลายเป็นเรื่องดีก็ได้ที่เธอไม่ได้อยู่ในเมือง
คนอื่นๆทำหน้าอึกอึก
วิล – มีอะไรหรือ ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
นอร์ม่า – วิลจิ! พวกเราตกลงกันไม่ใช่เหรอว่าจะไม่พูดถึงริจจังน่ะ!
ฮาริเอท – แย่จริงๆ คุณนี่ไม่มีความละเอียดอ่อนเลย
เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย
วิล – เชอรี่ยอมจากไปเพราะเธอเห็นด้วยใช่ไหม เซเนล?
เซเนล – ใช่......
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน หลังเรื่องราวจบลง ทุกคนได้ยินการตัดสินใจจากปากของเธอเอง
“หนูอาจจะช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้ค่ะ หนูอาจจะไม่มีพลังอะไร แต่หนูก็ยังเป็นเมลเนส หนูจะไปกับพวกเขา”
เชอรี่กล่าวเอาไว้อย่างนั้นก่อนที่จะไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวเฟลเนสคนอื่นๆ
เซเนล – ถ้าคิดถึงตำแหน่งของเธอแล้ว คงจะเป็นธรรมชาติมากกว่าที่จะให้เธอไปอยู่กับชาววารี ชั้นไม่มีสิทธิจะพูดอะไรหรอก
วิล – แต่ฉันก็ไม่เข้าใจความคิดของเธอเลยที่ไม่ยอมไปหาเชอรี่บ้างน่ะ
โมเซส – อะไรนะ? เซโนจิ เอ็งยังไม่ได้ไปหาเธออีกเรอะ?
วิล – ฉันจะให้โอกาสเธอตอนนี้ล่ะ ฉันจะไปเยี่ยมพวกเขาซักหน่อย เธอจะไปด้วยไหมล่ะ?
นอร์ม่าเข้ามากระซิบโคลเอ้ “ทั้งสองคนอาจจะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดี เลยแยกกันอยู่ล่ะมั้ง”
เจย์ – คุณมีธุระอะไรกับชาวราเดี้ยนหรือครับ?
วิล – ฉันได้รับจดหมายจากคุณเมาริทซ์จากตัวแทนของเขา
โคลเอ้ – ราเดี้ยน.............
โมเซส นอร์ม่า และโคลเอ้ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนคิดอะไรได้ “เออ จริงสิ!”
นอร์ม่า – พวกเราลืมสาเหตุที่พวกเรามาที่บ้านนี่หมดเลยอ่ะ!
เธอหันไปทางประตูแล้วตะโกนออกไป “นี่ เฟนเฟน!” เซเนลต้องแปลกใจกับผู้ที่เปิดประตูเข้ามา... เฟนิมอร์นั่นเอง
เฟนิมอร์ – สวัสดีค่ะ
เฟนิมอร์ – คุณเซเนล ได้โปรดเถอะค่ะ ไปพบเชอรี่เถอะ
เซเนล – มีอะไรเกิดขึ้นกับเธองั้นเหรอ?
เฟนิมอร์ – หลังๆมานี้ เธอดูไม่มีความสุขเลย.....
เซเนล – ชั้นไม่คิดว่าชั้นจะช่วยอะไรได้หรอก......
เฟนิมอร์ – อย่ากังวลเลยค่ะ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นแน่นอน
เซเนล – เธอดูมั่นใจมากเลยนะ
เขาทำหน้าซึมลงไป
เฟนิมอร์ – แน่นอนค่ะ เพราะคุณเป็นพี่ชายของเธอนี่
เซเนล – พี่ชาย...
เฟนิมอร์ – บางทีเพราะว่าเธออยู่กับคุณมาตลอด เธอจึงไม่มีเพื่อนสนิทในหมู่เฟลเนสเลย เธอไม่เคยพูดออกมา แต่ฉันคิดว่าเธอคงรู้สึกเหงาค่ะ
นอร์ม่า – เธอไม่ได้อยู่กับริจจังเหรอ เฟนเฟน?
เฟนิมอร์ – จริงๆแล้ว.... ฉันกำลังจะกลับไปที่บ้านเกิดค่ะ...
เซเนล – ตกลง ชั้นจะไปหาเชอรี่
เฟนิมอร์ – ฉันจะนำทางไปเองค่ะ!
เซเนล – เธอไม่ต้องกลับบ้านเหรอ?
ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมา ก่อนจะตอบอย่างลุกลี้ลุกลน “เอาไว้ที่หลังก็ได้ค่ะ”
เซเนล – ตกลง ขอบใจมาก นายจะไปตอนนี้เลยไปไหม วิล?
วิล – แน่นอน
โมเซส – อั๊วะไปด้วย
เจย์ – ผมด้วยครับ
นอร์ม่า – ฉันด้วย แหงๆอยู่แล้ว
โคลเอ้ – และฉันด้วย
เซเนล – ทุกคนไม่มีอะไรทำกันเลยสินะ
นอร์ม่า – ไม่หรอก
โคลเอ้ – ฉันมีอะไรให้ทำเยอะ...ก็แค่.... ทุกคนบอกว่าจะไปก็เลย.....
เซเนล – งั้นก็ไปกันเถอะ
เฟนิมอร์ – ค่ะ
เธอนำทางมาถึงทะเลสาปที่เวิ้งว้าง
เฟนิมอร์ – ถึงแล้วค่ะ ที่นี่คือที่อยู่ของชาวเฟลเนส
วอลเตอร์ลอยมาจากบนฟ้าด้วยเทลเคสของเขา ก่อนจะลงมายืนหน้าเซเนล
เซเนล – วอลเตอร์....
วอลเตอร์ – เฟนิมอร์ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?
เฟนิมอร์ – ฉันพาคุณเซเนลกับคนอื่นๆมาที่นี่เพื่อให้พบกับเชอรี่ค่ะ
วอลเตอร์ – พวกแกห้ามเข้าไป กลับไปซะ
เฟนิมอร์ – ทำไมล่ะคะ!
วอลเตอร์ – เราไม่ยอมให้พวกโอเรลเนสไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเมลเนสหรอก
นอร์ม่า – อะไรน่ะ?! หมายความว่าไงกัน
โมเซส- หลังจากที่พึ่งสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแล้วเอ็งยังใจร้ายแบบนี้อีกเหรอ?
วิล – ผมนำสารจากทูตแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธ์เรกซาเลียมาด้วย ผมต้องการขอเข้าพบคุณเมาริทซ์
โมเซส - .............
เขาไม่ตอบ แต่เดินไปที่ริมทะเลสาบแล้วยกมือขึ้น ทิวทัศน์ข้างหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปมา ก่อนที่หมู่บ้านของชาววารีซึ่งพรางสายตาอยู่จะปรากฏขึ้น
วอลเตอร์ – ตามเรามา
นอร์ม่า – ฉันไม่รู้เลยนะว่ามีที่แบบนี้อยู่บนทะเสสาปด้วย
โคลเอ้ – ดูเหมือนยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่พวกเรายังไม่รู้เกี่ยวกับเลกาซี่
วอลเตอร์ – เลิกเอ้อละเหยได้แล้ว
นอร์ม่า – จะรีบไปไหนกันเนี่ย?!
ในห้องประชุมใหญ่ ทุกคนได้พบกับเมาริทซ์
เมาริทซ์ – เราต้องขออภัยกับพฤติกรรมที่ไม่สุภาพของวอลเตอร์
นอร์ม่า – ยังไงเขาก็ไม่เคยสุภาพอยู่แล้วนี่
วิล –นอร์ม่า
เมาริทซ์ – พักหลังๆนี้เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบ่อยครั้งมาก เพราะตำแหน่งหน้าที่ของเขาเลยทำให้ทำอะไรหมิ่นเหม่ไปซักหน่อย
เจย์ – ผู้คนมาที่นี่เพื่อเอาตัวเชอรี่ไปใช่ไหมครับ?
เมาริทซ์ – พวกเราแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทำไมพวกเขาต้องมารบกวนพวกเราด้วยนะ
ทุกคน - ....
เมาริทซ์ – อา เราต้องขออภัยด้วย เราไม่ได้หมายถึงพวกเธอหรอก เราจะร่างสารตอบกลับเดี๋ยวนี้ และเราได้ส่งคนไปบอกเชอรี่แล้ว เรามั่นใจว่านางจะต้องดีใจที่เธอมานะ เซเนล
ชาววารีคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดคุยกับเขา
เมาริทซ์ – หืม? งั้นหรือ...... เราพึ่งได้รับข้อความจากเชอรี่ เธอกำลังยุ่งอยู่ ดังนั้นเธอคงไม่สามารถพบทุกคนในวันนี้ได้
เซเนล – อ้อ.....
โคลเอ้ - ...............
เฟนิมอร์ – โธ่ จริงๆเลยนะ เด็กคนนี้นี่!
เธอวิ่งออกไปจากห้องประชุมคนเดียว
เมาริทซ์ – เชอรี่กำลังจะเข้าพิธีกรรมที่สำคัญมากในไม่ช้านี่ เธอจึงต้องใช้เวลาเตรียมการซักหน่อย
เซเนล – พิธีกรรมหรือครับ?
เมาริทซ์ – ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เป็นเพียงพิธีเฉลิมฉลองเพื่อการชำระล้างเท่านั้น พวกเราจะได้มอบตำแหน่งแห่งเมลเนสให้แก่เธอได้อย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง
เจย์ – เท่าที่ผมจำได้ คุณเชอรี่พูดว่าเธอไม่มีพลังแห่งเมลเนสนี่?
เมาริทซ์ – เพราะพลังที่เธอขาดหายไป เธอจึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีคุณค่าเพียงพอ เธอมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะช่วยเติมเต็มความคาดหวังของชาวเฟลเนส การตายของสเตล่าอาจจะช่วยเปิดตาของเชอรี่ให้เห็นว่าเธอคือใคร เราคิดว่าเชอรี่คงตระหนักถึงหน้าที่แห่งเมลเนสหลังจากที่สเตล่าได้แสดงถึง ความความกล้าที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกคน จริงๆแล้วสเตล่าคงจะมีความสุขกว่าใครที่ได้เห็นเชอรี่เติบโตขึ้น
ชาววารีเดินเข้ามาพูดคุยกับเขาอีก
เมาริทซ์ – เราได้เตรียมห้องพักให้กับพวกเธอทุกคนแล้ว โปรดพักผ่อนระหว่างที่เราร่างสารตอบกลับเถอะ
ที่ห้องพักของเชอรี่ เธอนั่งเงียบอยู่บนเตียงขณะที่เฟนิมอร์วิ่งเข้ามา
เฟนิมอร์ – เชอรี่!
เชอรี่ – เฟนิมอร์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?! เธอไม่ได้ขึ้นเรือไปแล้วหรือ?
เฟนิมอร์ – ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องนั้นหรอก ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดกับเธอ
เธอเดินไปนั่งข้างๆเชอรี่ “ทำไมเธอถึงไม่ไปพบพี่ชายล่ะ? ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ไปพาเขามาที่นี่แท้ๆ ถ้าเธอไม่พบเขาตอนนี้.... ถ้าเธอไม่พูดกับเขาตอนนี้ เธอสองคนก็จบกัน เธอต้องการแบบนั้นหรือ?
เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส ฉันจะคิดถึงแค่ตัวเองไม่ได้หรอก
เฟนิมอร์ – อย่าพูดกับฉันแบบนั้นเลยน่า
เชอรี่ – เฟนิมอร์ เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าให้ “เติมเต็มความรับผิดชอบของฉัน”
เฟนิมอร์ – อะไรทำให้จู่ๆเธอต้องการจะเป็นเมลเนสน่ะ?
“พลังของน้องคงอยู่เพื่อให้ทุกคนมีความสุข....” คำพูดสุดท้ายของพี่สาวก้องขึ้นมาในหัว
เชอรี่ – เพราะฉัน....อยากทำให้ทุกคนมีความสุข.....
เฟนิมอร์ – เธอคิดได้ยังไงว่าจะทำให้คนอื่นมีความสุข ทั้งที่เธอทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้น่ะ? เลิกขอโทษแล้วไปพบคุณเซเนลเถอะ เธอรักเขาไม่ใช่หรือ?
เชอรี่ - พี่เซเนลเลือกพี่สเตล่าแล้ว..............
เฟนิมอร์ – อ้อ......ยอมพูดความจริงแล้วสินะ
เธอลุกขึ้นแล้วเคาะหัวเชอรี่ไปทีหนึ่ง “นี่แน่ะ”
และอีกสองครั้ง “นี่แน่ะ นี่แน่ะ!”
และอีกครั้ง
เชอรี่ – เฟนิมอร์ มันเจ็บนะ ทำไปทำไมน่ะ?
เฟนิมอร์ – อ้อ เธอยังปกติดีอยู่สินะ ทุกคนน่ะเอาแต่เยินยอเธอเพราะเธอคือเมลเนส และพูดว่าเธอสูงส่งขนาดไหน แต่เธอก็เป็นแค่คนธรรมดา เธอไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเด็กสาวผอมๆตัวเล็กๆคนหนึ่ง
เชอรี่ – แล้ว....เธอจะพูดอะไรกันล่ะ?
เฟนิมอร์ – ฉันจะบอกเองว่าเธอจะต้องทำอะไร ไปหาคุณเซเนลสิ ไม่มีเหตุผลที่ต้องลังเลเพราะคุณสเตล่าหรอก พี่สาวของเธอน่ะจากไปแล้ว แต่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอมีหน้าที่ที่ต้องตามหาความสุข ความสุขที่มากพอสำหรับทั้งเธอและคุณสเตล่า
ที่ห้องพักของพวกเซเนล เสียงกุกกักที่ประตูทำให้เจย์ไปดู เขากลับมาพร้อมจดหมายในมือ “จดหมายถึงเซเนลครับ” เจ้าตัวเดินเข้าไปรับแล้วเปิดอ่าน “จากเฟนิมอร์นี่”
นอร์ม่า – เขียนว่าไงเหรอ?
เซเนล – “กรุณามาที่ลานกว้างด้านหลัง แต่ให้มาคนเดียว” น่ะ
โมเซส – อะไรน่ะ? จดหมายรักเรอะ? เอ็งนี่มีสาวๆกี่คนกันแน่น่ะ?
โคลเอ้- จด...จดหมายรัก?
นอร์ม่า – ขอร้องล่ะ ฉันมั่นใจว่าเฟนเฟนแค่จะพาริจจังมาพบเขาเท่านั้น
เซเนล - ....... ชั้นจะไปดูว่ามีอะไรนะ
เขาเดินออกไปจากห้องพัก นอร์ม่ายันตัวขึ้นมาจากเตียง “ไหน ไปดูซิ” พูดจบเธอก็เดินไปที่ประตูห้อง ซึ่งโคลเอ้ก็ลุกจะตามไปด้วย
วิล – อย่าไปแอบดูพวกเขาเชียวนะ
โคลเอ้+นอร์ม่า – อ้ะ..... เอ่อ....
เจย์ – ถ้าวอลเตอร์ไปพบพวกคุณทำอะไรลับๆล่อๆก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ
นอร์ม่า – ก็จริงอ่ะนะ......
ตอนนั้นก็ค่ำมืดแล้ว เซเนลเดินไปที่ลานกว้างหลังหมู่บ้านตามที่จดหมายบอก เขาเดินไปที่ริมทะเลสาบ แล้วยืนนิ่งเงียบอยู่คนเดียว
เวลาเดียวกัน เชอรี่ก็กำลังทำใจอยู่ในห้อง เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
เฟนิมอร์ – เชอรี่ เร็วสิ คุณเซเนลกำลังรออยู่นะ
เชอรี่ – ฉันรู้....
เฟนิมอร์ – อย่าห่วงเลย เธอต้องทำได้แน่
เชอรี่ – จริง... จริงเหรอ?
เฟนิมอร์ – ชื่อจริงของฉันคืออะไรล่ะ?
เชอรี่ – อำนวยพร......
เฟนิมอร์ – ใช่ เชื่อฉันเถอะ เธอน่ะน่ารักนะ ไม่มีใครชนะเธอได้หรอก เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่
เชอรี่ – ขอบคุณนะเฟนิมอร์ ฉันจะพยายาม
ที่ลานกว้าง....
เชอรี่ – พี่เซเนล..........
เมื่อเขาหันไปก็เห็นเธอเดินมาคนเดียว
เซเนล – ไม่ได้พบกันนานนะ
เชอรี่ – หนูขอโทษที่ต้องให้พี่มานี่ทั้งที่กำลังยุ่งนะคะ
เซเนล – พี่ได้ยินว่าเธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เป็นอะไรหรือเปล่า
เชอรี่ – หนูไม่เป็นอะไรค่ะ อย่างกังวลเลย หนูแค่มีอะไรต้องทำเยอะไปหน่อย เลยเหนื่อยอยู่บ้างน่ะ
เซเนล – จริงเหรอ
เชอรี่ – เฟนิมอร์คงจะเล่าอะไรให้ฟังแน่ๆ เธอน่ะมักทำให้อะไรๆเกินจริงๆอยู่บ่อยๆ
เซฌนล – เพราะว่าเธอเป็นห่วงน่ะ
เชอรี่ – หนูรู้.... และหนูก็รู้สึกขอบคุณเธอนะ
เขาหันกลับไปมองทะเลสาบ
เชอรี่ – พี่เซ........
เธอตั้งใจจะเรียกเขาแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าไม่ได้
เซเนล – เชอรี่ บอกหน่อยสิ
เชอรี่ – อะ...อะไรคะ?
เซเนล – พวกเราอาจจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบที่เคยเป็นได้ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอบอกพี่ได้เสมอ คุณมิวเซทเคยบอกพี่ไว้ “เมื่อน้องสาวของเธออยู่ในอันตราย เธอต้องไปหาทันที ไม่ว่าน้องจะยืนอยู่ที่ไหน หรืออะไรจะมาขวางทาง”
เชอรี่ทำท่าซึมลง
เซเนล – “นั่นล่ะสิ่งที่พี่ชายทำได้” ถึงแม้ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป ความรู้สึกของพี่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
เชอรี่ – ฟังนะคะ พี่เซเนล
เซเนล – อะ...อื้อ?
เชอรี่ – หนูมีเรื่องอะไรอยากจะบอกพี่
เซเนล – อะไรเหรอ?
เชอรี่ – พี่อาจจะแปลกใจที่ได้ยินหนูพูดออกมากระทันหัน แต่ฟังหนูเถอะนะ
แก้มของเธอแดงเรื่อ และตัดสินใจพูดออกไป “พี่เซเนล ฉัน.... ฉันรัก—“
เซเนล – ไม่ได้หรอก เชอรี่
เชอรี่ – ทำไมล่ะคะ?
เขาไม่ตอบ แต่กลับทำหน้าเศร้าๆแล้วหันหลังให้
เชอรี่ – พี่คะ? ทำไมล่ะ?!
ถึงอย่างไรก็ไม่มีคำตอบจากเขา
เชอรี่ – พี่!
เซเนลหันกลับมาพูด “ชั้นต้องอยู่กับสเตล่า”
แค่นั้นก็เพียงพอให้เธอน้ำตาซึมออกมา “อ้อ.......” เธอถอยไปข้างหลังสองสามก้าว
เชอรี่ – นั่นสิ......นะคะ พี่สเตล่าอยู่อย่างโดดเดียวมาตลอด.......
เซเนล - ........
เชอรี่ – นั่นสิ! ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หนูต้องทำหน้าที่! หนูหมายถึงว่าเหตุผลที่เราสองคนมีชีวิตอยู่ตอนนี้เพราะพี่สเตล่า
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างขมขื่น “หนูจะเป็นเมลเนส เป็นเมลเนสที่แท้จริง เพื่อพี่สเตล่า คอยดูแลเธอเพื่อให้เธอได้พักอย่างเป็นสุข” เธอพูดขณะหันหลังเดินกลับไป
เซเนล – เชอรี่....
เชอรี่ – หนูพนันได้เลยว่าเธอต้องมีความสุขแน่ๆ.........
เธอหันกลับมาอีกครั้ง “พี่สเตล่าน่ะรักพี่มาตลอดเวลา รู้ไหมคะ? เธอมองพี่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ครั้งที่ได้พบกัน”
เซเนล – นั่น......
เชอรี่ – พี่อาจจะคิดว่า “มันไม่จริงหรอก” ใช่ไหม? แต่หนูบอกได้ และหนูก็รู้ว่าทำไม ใครล่ะที่จะไม่รู้สึกแบบนั้น
เชอรี่หันกลับไปอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน “หนูคงต้องกลับแล้ว ขอบคุณที่มาพบนะคะ”
เสียงของเธอสั่นคลอนเมื่อพูดออกมาก่อนจะวิ่งจากไป “ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
เซเนล – เชอรี่.............
เขาเดินกลับไปที่ห้องพักซึ่งทุกคนตั้งตารออยู่
นอร์ม่า – กลับมาแล้วเหรอ
โมเซส – มีอะไรเรอะ เซโนจิ
เซเนลไม่ตอบอะไรแต่เดินนอนแผ่อยู่บนเตียง
นอร์ม่า – ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเซเนเซเน่?
เซเนล – ไม่มีอะไรหรอก
โคลเอ้ – คูลริดจ์........
ขณะนั้น เชอรี่ก็กลับไปที่ห้องพัก
เฟนิมอร์ – เธอสองคนน่ะเหมือนกันจริงๆ ทั้งดื้อด้านแล้วก็ขี้ขลาด
เชอรี่ –ขอโทษค่ะ
เฟนิมอร์ – เฮ้อ.... ตอนนี้เธออย่างกับจะร้องไห้เลย น่าสมเพชจริงๆ
เชอรี่ - ใช่สิ ฉันมันน่าสมเพชนี่
เธอก้มหน้าลง “พอใจแล้วใช่ไหมล่ะ? ให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจฉันอยู่แล้ว ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่สนใจ ทำไมไม่กลับบ้านไปล่ะเฟนิมอร์?”
เฟนิมอร์ – ฉันทำไม่ได้หรอก เธอคิดว่าฉันจะละทิ้งเพื่อนที่เป็นแบบเธอไปได้เหรอ?
เชอรี่เงยหน้าขึ้นมา “ พวกเรา....เพื่อนเหรอ”
เฟนิมอร์ – อะไร? มีปัญหาเหรอ?
เชอรี่ – ฉันไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน
เฟนิมอร์ - ล้อเล่นน่า....
เชอรี่ – ขอบคุณ.....ฉันดีใจจริงๆ.........
เฟนิมอร์ – เชอรี่ ..... เธออ้างว้างมาตลอดใช่ไหม?
เชอรี่ – ถ้าเธอมาอยู่ในฐานะของฉัน อะไรๆก็เป็นแบบนั้นล่ะ
เฟนิมอร์ - .... งั้นฉันคงต้องสอนเธอสินะว่าเพื่อนน่ะเป็นยังไง เธอจะต้องชอบแน่ พวกเราจะคุยกันเรื่องโง่ๆแล้วก็ใช้เวลาด้วยกัน พวกเราสามารถพูดเรื่องความรักด้วยกันได้ แล้วก็.......
เชอรี่ – แล้วก็?
เฟนิมอร์ – เวลาที่พวกเราเศร้า พวกเราก็ร้องไห้ด้วยกันได้
น้ำเสียงของเชอรี่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม “จริงเหรอ?.....”
ข้างๆเพื่อนคนแรกของเธอ ....น้ำตาไหลพรั่งพรู พร้อมกับเสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเศร้า
…………
โมเซส – เฮ้ย!
เจย์ – คุณเงียบหน่อยไม่ได้หรือครับ ไม่รู้จักคิดจริงๆ...เอ้ะ?!
เซเนล – วอลเตอร์?!
รุ่งเช้า ทุกคนยกเว้นนอร์ม่าลืมตาตื่นเพราะวอลเตอร์ผลุงผลันเข้ามาในห้องพัก
วิล - พวกเราได้รับเกียรติอะไรงั้นหรือ?
วอลเตอร์ – พวกเราค้นพบฐานทัพที่เหลืออยู่ของวากรัฟแล้ว
โคลเอ้ –สติงเกิ้ลอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า?
วอลเตอร์ - เราบอกเท่าที่เรารู้ไปแล้ว
เซเนล – เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงบอกเรื่องนั้นกับพวกเรา?
วอลเตอร์ – พวกเราจะเปิดฉากโจมตีก่อน พวกเราต้องกำจัดอันตรายใดๆที่มีต่อเมลเนส
เซเนล - .... พวกเราจะไปด้วย นายนำทางไปให้ได้ไหม?
วิล – เซเนล เธอเอาจริงหรือ?
เซเนล – พวกเราปล่อยให้วอลเตอร์จัดการคนเดียวไม่ได้หรอก
โคลเอ้ – ใช่ คูลริดจ์พูดถูกแล้ว
เจย์ – ก็จริงที่พวกเราไม่สนใจพวกเขาไม่ได้ครับ
โมเซส – ตกลง ลุยกันเลย
เซเนล – วอลเตอร์ ได้โปรดเถอะ
วอลเตอร์ ....... เราจะไปรอข้างนอก
เซเนล – เตรียมตัวเดินทางได้แล้ว
เจย์ – คุณดูกระตือรือล้นมากนะครับ คุณเซเนล
เซเนล – จริงเหรอ?
เจย์ – ครับ เหมือนกับว่าคุณอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เซเนล+โคลเอ้ - ...........
วิล – ใครก็ได้ไปจัดการคนขี้เซาทางนั้นหน่อยได้ไหม
เขาชี้ไปที่นอร์ม่าที่ยังหลับสบายอยู่คนเดียว โคลเอ้เดินเข้าไปปลุก “นี่นอร์ม่า ตื่นได้แล้ว”
นอร์ม่า – โคลเอ้ว่ายน้ำ---
จี้ด.......โคลเอ้ดึงรีบดึงอยู่เธอเพื่อไม่ให้หลุดอะไรออกมามากกว่านี้
นอร์ม่า – โอ้ย หูฉัน!... อย่าดึงสิ อย่าดึง......
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังนอนกรนต่อไปได้.................
ทุกคน – ตื่นได้แล้ว!
นอร์ม่า – กรี๊ด!
ที่หน้าหมู่บ้าน วอลเตอร์กับเมาริทซ์กำลังรออยู่
นอร์ม่า – ดีที่ได้นายเดินทางไปด้วยนะ วอลลี่
วอลเตอร์ – เราไม่มีความต้องการที่จะเป็นมิตรกับพวกนาย ไปกันเถอะ
เขาเดินนำออกไปโดยมีเซเนลเดินตามไปติดๆ
โมเซส – เซโนจิ เอ็งจะไม่ไปกล่าวลากับเชอรี่ก่อนเรอะ?
เซเนล - ....ไม่ล่ะ
เมาริทซ์ – เราจะอธิบายให้เชอรี่ฟังเอง
เซเนล - ....ขอบคุณครับ
เมาริทซ์เดินเข้าไปในห้องพักของเชอรี่ และพบว่าเธอได้เปลี่ยนจากชุดเดิมมาเป็นชุดสีดำกระโปรงยาวสีน้ำทะเลแล้ว
เมาริทซ์ – โอ.....เธอดูยอดมาก ชุดของเมลเนสเหมาะกับเธอที่สุดจริงๆ
เชอรี่ – ขอบคุณค่ะ
เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปยังสถานที่ทำพิธีเข้ารับสิทธิกับเถอะ
เชอรี่ – ค่ะ
ทุกคนเดินทางไปถึงฐานลับของวากรัฟซึ่งอยู่ทาง 12 นาฬิกาจากหมู่บ้านชาววารี
เจย์ – ที่นี่....
วิล เธอรู้จักที่นี่ด้วยหรือ เจย์?
เจย์ – ครับ สถานที่นี่เชื่อมต่อกับกองทัพวากรัฟจริงๆ แต่ว่า...
โมเซส – เอ้า พูดมาสิ เจ้าเด็กน้อย!
เจย์ – เงียบด้วยครับ โมเซส ว่าแต่กองทัพที่ยังหลงเหลืออยู่ของวากรัฟอยู่ที่นี่จริงๆหรือครับ?
วอลเตอร์ – ทางเข้าอยู่ข้างหน้านั่น
เขาเดินนำเข้าไปโดยไม่สนใจอะไร
เวลาเดียวกัน เชอรี่ เฟนิมอร์ เมาริทซ์ และชาววารีคนอื่นๆ ยืนอยู่หน้าถ้ำที่มีแสงส่องออกมาจากภายใน
เมาริทซ์ – ที่นี่คือวิหารแห่งสมุทร ซึ่งใช้ประกอบพิธีเข้ารับสิทธิ
เชอรี่เงยหน้ามองด้านบนอยู่พักใหญ่
เมาริทซ์ – กล่าวกันว่าในยุคของเทลเซส เมลเนสในแต่ละรุ่นจะเดินทางมาที่นี่เพื่อรับฟังเสียงแห่งสมุทร
เชอรี่ - ....ค่ะ
เฟนิมอร์ – เป็นอะไรหรือเปล่า เชอรี่?
เชอรี่ – อ....อื้อ
เฟนิมอร์ – ฉันอยู่ที่นี่ ตกลงนะ
เชอรี่ - ...ขอบคุณ
ทางด้านพวกเซเนล ซึ่งบุกเข้าไปในป้อมปราปราการที่เหลืออยู่ของวากรัฟ แต่ก็มีอะไรแปลกๆ
นอร์ม่า – รอเดี๋ยวสิวอลลี่ ฉันไม่เห็นว่าจะมีทหารวากรัฟเลยซักคนนะ
โคลเอ้ – ลองดูรอบๆเถอะ
ทุกคนแยกย้ายกันไปค้นหา เซเนล วิล และโคลเอ้พบกรงขังอยู่สองห้องใกล้ๆนั้น
เซเนล – นี่เป็นคุกเหรอ?
โคลเอ้ – กลิ่นอะไรกันน่ะ?
วิล – มันอาจจะเคยถูกใช้มาจนถึงเมื่อไม่นานมานี้
โคลเอ้ – คุณหมายถึงวากรัฟคุมขังนักโทษไว้หรือคะ?
โมเซส – เฮ้ย! มาทางนี้หน่อยสิพวกเอ็งอ่ะ
ทุกคนวิ่งไปหาคนที่เหลือ ซึ่งกำลังดูโซ่ตรวนและอุปกรณ์มากมาย ขณะที่โมเซสยืนอยู่หน้าบ่อเก็บของเหลวที่ร้อนจนมีสีแดงฉาน
นอร์ม่า – ของพวกนี้มัน.....
เจย์ – เครื่องมือทรมานครับ
โคลเอ้ – วากรัฟ!..... มันทำอะไรข้างล่างนี่กันนะ?
โมเซส – แม่เจ้า โหดจริงๆนะ ทำอะไรแบบนี้กับคนเป็นๆน่ะ
เจย์หันไปมองวอลเตอร์ซึ่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร....
เมื่อสำรวจเข้าไปข้างในสุดโดยไม่มีการขัดขวางจากทหารศัตรูแต่อย่างใด ทุกคนก็ไปถึงห้องใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสาร
วิบ – บริเวณนี้อาจจะเป็นห้องสมุดก็ได้
นอร์ม่า – หืม ไหนดูซิ
เธอหยิบหนังสืออ่านไปซักพักแล้วก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “อะ....อะไรเนี่ย?!”
โคลเอ้ – มีอะไรเหรอ นอร์ม่า
นอร์ม่า – วิล แล้วของคุณล่ะ?
วิล - ......ฉันคิดว่าเนื้อหาคงจะเหมือนกับเล่มที่เธอกำลังดูอยู่
เซเนล – มีอะไรหรือ?
วิล – มันคือ...เอ่อ.....
เจย์ – บันทึกเกี่ยวกับการทดลองด้วยมนุษย์สินะครับ วากรัฟใข้นักโทษในการทดลองอะไรบางอย่าง
โมเซส – การทดลองอะไรน่ะ?
เจย์ – เขาพยายามหาหนทางที่จะจำลองใครซักคนที่มีพลังของเมลเนส
โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นคนที่ถูกจับอยู่ที่นี่ก็คือ......
วิล – ชาวราเดี้ยน
นอร์ม่า – แล้วไม่ใช่ว่าแค่ 10 หรือ 20 คนนะ.... วากรัฟคงจะใช้พวกเขาเป็นร้อยๆคนในช่วงปีนี้
เจย์ – ดูเหมือนว่าเขาจับกุมชาวราเดี้ยนจากแผ่นดินใหญ่ แล้วส่งพวกนั้นมาที่นี่ทีละไม่กี่คนต่อครั้ง
เซเนล – นั่นมัน..........
โคลเอ้ – คูลริดจ์ เป็นอะไรหรือเปล่า?
เซเนล – ถ้าอย่างนั้นสเตล่ากับเฟนิมอรฺก็เคยถูกขังที่นี่เหมือนกัน.....
เจย์ – อาจจะใช่ครับ.....
นอร์ม่า – ตอนที่พวกเราพบเฟนเฟนครั้งแรก เธอกลัวพวกเรา อาจจะหมายความว่า......
ภาพของสเตล่าที่ถูกขังในกรงคนลอยเข้ามาในหัว จนเซเนลกำหมัดแน่น กัดฟันส่งเสียงอยู่ในลำคอ “กรอด!”
โคลเอ้ – มีอะไรหรือ?
เขาวิ่งไปที่กำแพง กระทืบเท้าแล้วตะโกนลั่น!
โคลเอ้ – คูลริดจ์!
เซเนล – วากรัฟ! แกทำอะไรกับสเตล่าน่ะ?!
เขาต่อยหมัดใส่กำแพงอย่างโกรธแค้น “สารเลว สารเลว!”
โคลเอ้ – คูลริดจ์ สงบสติก่อนสิ
เซเนล – บ้าจริง!
วิล –พวกเราน่าจะนำบันทึกเหล่านี้ไปด้วย หากปล่อยไว้แบบนี้อาจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ก็ได้
โมเซสมองซ้ายมองขวาเมื่อสังเกตเห็นว่าขาดหายอะไรไป “อั๊วะไม่เห็นวอลเตอร์เลย เขาวิ่งไปไหนแล้วน่ะ?”
วิล – ไปตามหาเขาเถอะ
ทั้งสามคนเดินเข้าไปต่อ เหลือโคลเอ้ที่ยืนมองเซเนลอยู่คนเดียว ... “คูลริดจ์....”
เซเนล – ชั้นไม่เป็นอะไรแล้ว ขอโทษนะ”
โคลเอ้ – อย่างกังวลเลย แต่....”
เซเนล – พวกเราต้องตามหาวอลเตอร์
โคลเอ้ - ....ใช่
ที่ห้องสมุดส่วนใน วอลเตอร์ยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่ “เห็นบันทึกแล้วใช่ไหม?”
เจย์ – ครับ
วอลเตอร์ – ตอนนี้พวกแกก็รู้แล้วโอเรลเนสอย่างพวกแกคร่าชีวิตของเฟลเนสไปนับไม่ถ้วนที่นี่
นอร์ม่า – นี่ นั่นมันฝีมืกวากรัฟนะ! อย่านับพวกเรารวมไปด้วยสิ!
วอลเตอร์ – สำหรับเราแล้ว โอเรลเนสอย่างพวกแกก็เหมือนกันหมด ชาวเฟลเนสต้องทนทุกข์มาตลอดหลายปีนี้ แต่ทุกอย่างมันจะจบลงในวันนี้ล่ะ เพราะวันนี้ ท่านเมลเนสจะสำเร็จพิธีรับสิทธิ!
เซเนล – พิธีกรรมสำคัญที่ว่าก็คือพิธีรับสิทธิเหรอ?
วอลเตอร์ – พิธีน่าจะเริ่มตอนนี้แล้ว
เซเนล – อะไรนะ?! คราวที่แล้วเชอรี่ก็เกือบตายไปแล้วนะ!
วอลเตอร์ – เรารู้ ไม่ต้องให้แกบอกหรออก
เซเนล – แล้วนายยังบังคับให้เธอทำอีกเหรอ?!
วอลเตอร์ – หัวใจของท่านเมลเนสไม่เหมือนเดิมแล้ว ท่านเลือกที่จะเผชิญหน้ากับพิธีกรรมด้วยตัวของท่านเอง
วอลเตอร์ – พิธีรับสิทธิเป็นพิธีกรรมแห่งการจุติใหม่ จิตของท่านจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส และท่านก็จะได้รับรู้ถึงการตื่นขึ้นที่แท้จริง
วิล – เนลเฟส?
วอลเตอร์ – เมื่อมันเกิดขึ้น ท่านก็จะไม่เรียกแกว่าพี่ ท่านจะกลายเป็นตัวตนใหม่!
เซเนล – ไม่..... แก!
นอร์ม่า – วอลลี่! นายโกหกพวกเรา!
วิล – เธอล่อพวกเรามาที่นี่ด้วยข้อมูลผิดๆ
เจย์ – คุณพยายามกันพวกเราไม่ให้รู้สึกพิธีกรรม
วอลเตอร์ – ถูกต้อง แต่ถ้าจะให้พูดแล้ว..... การพาพวกแกมาที่นี่ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของเรา
เขาตั้งท่าพร้อมเข้ามาโจมตี!
โมเซส – หึ อย่างนี้นี่เองสินะ?
วอลเตอร์ – เซเนล การคงอยู่ของแกจะทำให้ท่านเมลเนสไขว้เขว เราจะกำจัดต้นแหตุแห่งปัญหาทั้งปวงที่นี่ ตอนนี้!
เซเนล – ใครจะยอมล่ะ!
เทลเคสสีดำของวอลเตอร์ปรากฎออกมาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู้กัน วอลเตอร์หันไปหามันซักพัก...
วอลเตอร์ – อะไรนะ! พวกเราคงต้องจัดการเรื่องนี้ที่หลังc]h;
เซเนล – แกจะวิ่งหนีไปที่ไหนอีกล่ะ?!
วอลเตอร์ – กองทหารของโอเรลเนสมาปรากฎในเขตพิธีกรรมแล้ว
ปีกเทลเคสย้ายไปปรากฏที่หลังของเขาก่อนจะพาลอยออกไปข้างนอก
เซเนล – หยุดนะ!
นอร์ม่า – กองทหารไหนที่เขาพูดถึงน่ะ?
เจย์ – จากท่าทางที่เขาแสดงออก คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงนะครับ
โคลเอ้ – พวกนั้นอาจจะเป็นกองทหารที่เหลืออยู่ของวากรัฟจริงๆหรือเปล่า
นอร์ม่า – โอ้ย! ฉันไม่เข้าใจอะไรแล้วนะเนี่ย! ตอนแรกเขาบอกว่าริจจังจะไม่ใช่ริจจังอีก แล้วทีนี้ก็มาบอกว่าทหารที่ไหนก็ไม่รู้โผล่มา!
วิล – ไม่ว่าจะกรณีไหน ออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ
ยังไม่ทันจะก้าวไปไหน หมาป่าสีทองกับสีเงินก็เข้ามาขวางทางไว้จนทุกคนต้องช่วยกันปราบเสียก่อน
โคลเอ้ – พวกเราเสียเวลาไปมากแล้วนะ
เจย์เหลือบไปเห็นหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “หนังสือที่ตกอยู่ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกด้วยหรือเปล่าครับ?”
เขาเดินไปหยิบมาขึ้นมา “ไหนลองดูซิ....... รายงานปฏิบัติการ : การจับกุมตัวเมลเนส”
เซเนลรีบวิ่งเข้าไปทันที “เจย์ เอาหนังสือนั้นมาให้ชั้น!”
เจย์ – อะไรครับ? แต่ว่า.....
เซเนล – ชั้นบอกว่าเอามาให้ชั้น!
เจย์ – ได้ครับ ได้......
เขายื่นให้เซเนลซึ่งรีบกระชากไปอย่างรุนแรง
เจย์ – เอาล่ะ คุณได้ไปแล้วนี่ แต่ถ้าพวกเราต้องใช้มัน คุณต้องให้ผมดูนะครับ?
เซเนล – ได้สิ
โมเซส – ทำอะไรกันน่ะ? ไม่มีเวลามาอ่านหนังสือกันนะ
โคลเอ้ – พวกเราต้องไปหาเชอรี่
เมื่อออกไปนอกป้อมปราการ ก็เห็นชาวโมฟุโมฟุสองตัวยืนรออยู่
เจย์ – อา ได้เวลาพอดีเลย!
เขาเข้าไปคุยกับทั้งสองตัวอยู่ครู่หนึ่ง เข้าใจแล้ว ขอบใจนะ”
เจย์ – พวกเราพบตัวคุณเชอรี่แล้วครับ เธออยู่ที่วิหารแห่งสมุทร ซึ่งตั้งอยู่ที่หัวเรือครับ
นอร์ม่า – หมายถึงปลายสุดของเลกาซี่น่ะเหรอ?
วิล – ฉันเป็นห่วงเรื่องปฏิกิริยาที่เธอมีกับทะเล ไปกันเถอะ
บนวิหารแห่งสมุทรนั้น ชาววารีจำนวนหนึ่งรวมทั้งเมาริทซ์และเฟนิมอร์ยืนอยู่รอบๆลานพิธีสีแดง
เมาริทซ์ – พวกเราจะเริ่มพิธีเข้ารับสิทธิ ณ บัดนี้ เชอรี่
เชอรี่ – ฉันพร้อมแล้วค่ะ
เธอเดินเข้าไปยืนบนแท่นพิธีแล้วรวมสมาธิ ชั่วครู่หนึ่ง เส้นผมของเธอก็เรืองแสงสีเงินออกมา
เชอรี่ – จิตอันยิ่งใหญ่แห่งสมุทร บ้านที่แท้จริงแห่งเฟลเนส เราขอเรียกหาท่าน หากท่านเห็นว่าเรา เชอรี่ เฟนเนส มีค่าเพียงพอในฐานะผู้แทนของท่าน ได้โปรดอวยพรให้แก่เราด้วยเสียงของท่าน.......
ที่ทางเข้าของวิหารแห่งสมุทร ร่างไร้ชีวิตของชาววารีมากมายนอนแน่นิ่งอยู่ กองทหารจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาโดยการนำของหัวหน้าอัศวินแห่งอาณาจักรกาโดเรีย นั่นเอง!
หัวหน้าอัศวิน – ขั้นตอนต่อไปของปฏิบัติการณ์จะเริ่มหลังจากนี้ เป้าหมายของพวกเราคือการจับกุมเมลเนส ให้สังหารทุกคนที่เข้ามาขัดขวางได้ พวกเราจะยอมให้ประเทศอื่นเข้ามาควบคุมเมลเนสไม่ได้ ถ้าจำเป็นพวกเราก็ต้องพานางไปด้วย
หลังจากที่เหล่าทหารบุกเข้าไปภายในวิหารแห่งสมุทรซักพัก พวกเซเนลก็ตามมาถึงพอดี ทุกคนต่างตกใจที่เห็นศพของชาววารี
วิล – ไม่ทันแล้ว เขาตายไปแล้ว แล้วคนนั้นล่ะ โมเซส?
โมเซส – รายนี้ตัวเย็นไปแล้วล่ะ
เจย์ – วอลเตอร์บอกว่าเป็น “กองทหาร” ผมสงสัยว่ามีกี่คนกันนะ
วิล – ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะมีกองทหารของวากรัฟเหลือมากขนาดนั้น
เจย์ – นี่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับวากรัฟนะครับ
เขาหันไปทางโคลเอ้ “คุณโคลเอ้”
เขาชี้ไปที่ดาบที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “ดาบเล่มนั้น ผมคิดว่าคุณคงเคยเห็นมันมาก่อนนะครับ”
เธอเดินเข้าไปดูแล้วก็ต้องชะงัก “นี่มัน....”
นอร์ม่า- เธอจำมันได้เหรอ?
โคลเอ้ – ใช่ ไม่ผิดแน่ๆ ตราที่อยู่บนด้ามดาบนี้ นี่เป็นอาวุธหลักของกองทัพกาโดเรีย
โมเซส – โคลเอ้ เธอจะบอกว่าคนของเธอเป็นคนทำเรอะ?
เซเนล – โคลเอ้ .......
โคลเอ้ – ฉัน....ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ! เชื่อฉันสิ คูลริดจ์!
เขาเงยหน้ามองเบื้องบนอย่างกังวล “พวกเราจะยืนเฉยๆไม่ได้แล้ว ไปกันเถอะ!”
วิล+นอร์ม่า+โมเซส – ใช่
ทุกคนวิ่งเข้าก่อน เหลือแต่โคลเอ้ที่ยืนถอนหายใจคนเดียว....
ชายชาวราเดี้ยน – ท่านเมลเนสเป็นยังไงบ้าง?
หญิงชาวราเดี้ยน – นางภาวนามาซักพักแล้วนะ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาจากทะเลเลย
ชายชาวราเดี้ยน – เมื่อสามปีที่แล้ว สัญญาณก็ปรากฎขึ้นเร็วดีแล้วเชียว ถ้าไม่เกิดเรื่องบนั้นซะก่อนละก็....
หญิงชาวราเดี้ยน – ถึงท่านจะตื่นขึ้นได้จริงๆ แต่บางทีท่านก็อาจจะยังตัดใจไม่ได้หรอก
ชายชาวราเดี้ยน – เธออาจจะเสียพลังทั้งหมดไปเพราะอุบัติเหตุครั้งที่แล้วก็ได้...
เฟนิมอร์ – เงียบซะ! ทุกคนน่ะ!
เธอชี้หน้าใส่ทุกคนอย่างเหลืออด “เชอรี่กำลังพยายามเต็มที่แล้ว เลิกพูดแบบนั้นต่อหน้าเธอซะที!”
เชอรี่ – ไม่เป็นไรหรอก เฟนิมอร์
เฟนิมอร์- แต่ว่า....
เชอรี่ – เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะกังวลน่ะ พวกเขารอคอยมานานเพื่อให้ฉันเป็นเมลเนส
เฟนิมอร์ - จริงๆแล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรได้ด้วยสินะ...
เชอรี่ – ฉันเคยประกอบพิธีเข้ารับสิทธิมาครั้งหนึ่งแล้ว และก็ล้มเหลว
เฟนิมอร์ - เชอรี่......
เชอรี่ – พี่สเตล่าบอกว่าฉันมีไข้ขึ้นสูง แล้วก็เกือบจะตายอยู่หลายวัน ฉันสงสัยว่ามันไม่มีหวังเลยหรือเปล่านะ....
ชาววารีคนหนึ่งเดินโซเซเข้ามาในลานพิธีอย่างยากลำบากก่อนจะล้มลงไปนอนเพราะบาดแผลบนร่างกาย!
เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น?!
หัวหน้าอัศวิน – เจ้าคงจะเป็นเชอรี่ หรือเมลเนสสินะ
เขาเดินเข้ามาพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง
เชอรี่ – คุณ......คุณเป็นใครกัน?
เมาริทซ์ – เจ้าบังอาจเข้ามารบกวนพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเฟลเนสได้อย่างไรกัน! นี่หรือคือนิสัยของชาวโอเรลเนส?
หัวหน้าอัศวิน – เราให้ความยำเกรงอย่างสูงกับมนุษย์อยู่แล้ว แต่พวกเจ้าไม่ใช่มนุษย์นี่
เขาชี้นิ้วไปที่เชอรี่ “เมลเนส เจ้าถูกจับกุมแล้ว ในข้อหาสมคบคิดกับจักรวรรดิครูแซนด์เพื่อต่อต้านประเทศของพวกเรา”
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:38 pm----------
Chapter 5 - Awakening
2 อาทิตย์ต่อมา......
ที่สุสานของเมืองเวลเทส เซเนลนั่งอยู่หน้าหลุมศพหนึ่ง... ป้ายหลุมสลักชื่อเอาไว้ว่า “สเตล่า เทลเมส”
ฮาริเอทเดินเข้ามา เธอมองหลุมศพก่อนกุมมือเข้าด้วยกัน “คุณสเตล่า ขอบคุณที่ช่วยทุกคนเอาไว้นะคะ เป็นเพราะคุณ สงครามก็สิ้นสุดลงในที่สุด ไม่มีใครต้องจากไปอีกแล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ”
เธอหันกลับมามองเซเนลที่ยังคงเงียบอยู่
ฮาริเอท – น่าเศร้านะที่ต้องเสียงคนที่นายห่วงใยไป ฉันก็เสียใจมากเหมือนกันตอนที่แม่จากไป เหมือนกับว่ามีรูอยู่ในหัวใจของฉันเลย
เซเนล – ฮาริเอท...
ฮาริเอท – เอ้า ตั้งสติหน่อย! ถ้านายซึมแบบนี้ต่อไป คุณสเตล่าคงได้หัวเราะใส่นายแน่!
เซเนล – ชั้นไม่ได้ซึมซํกหน่อย
ฮาริเอท – ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ
เซเนล – ไปไหน?
ฮาริเอท – ไปบ้านของหมอนั่นน่ะ เขาบอกว่าอยากเจอนายหน่อย คิดว่าเป็นใครกันนะ? มาสั่งฉันแบบนี้น่ะ?!
เซเนล – ทั้งสองคนน่าจะปรับความเข้าใจกันนะ ชั้นได้ยินว่าเธอไม่ได้ไปอยู่ด้วยกันด้วยนี่
ฮาริเอท – ฉันไม่มีทางเรียกคนแบบนั้นว่าพ่อหรอก!
เซเนล – ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปบ้านของวิลกันเถอะ
ที่บ้านของวิล
วิล – ขอโทษนะที่ต้องรบกวนเธอแบบนี้
ฮาริเอทกระโดดผลุงไปหลบหลังเซเนล
เซเนล - ...มีอะไรเหรอ?
วิล – พวกเราพึ่งได้รับเหรียญตราจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย เธอช่วยเอาไปส่งให้ทุกคนได้ไหม?
เซเนล – ตกลง เดี๋ยวชั้นกลับมานะ
วิล – ถ้าหาใครไม่เจอก็เอาเหรียญกลับมาให้ฉันก็แล้วกัน
เซเนลเดินออกไปนอกบ้าน เหลือแต่สองพ่อลูกซึ่งไม่กินเส้นกัน ทั้งบ้านเลยมีแต่ความเงียบ
ฮาริเอท – ฮึ รอด้วยสิเซเนลคุง! ฉันไปด้วย!
วิล - ....
ลานด้านเหนือของเมือง เซเนลพบโมเซสซึ่งปักหลักอาศัยอยู่บริเวณนั้นพร้อมๆกับพวกโจรที่เหลืออยู่
โมเซส – เหรียญเหรอ?..... จาบ้า! เอานี่ไปห้อยคอแมวเอ็งหรืออะไรก็ได้ที
ฮาริเอท – จะไม่เป็นอะไรเหรอ?
โมเซส – ฮ่าๆๆ
จาบ้า – คุณเซเนล ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อลูกพี่ ฉันไม่รู้ว่าจะแสดงความยินดียังไงดี แล้วนายยังให้ที่พวกเราตั้งค่ายกันอีก!
เซฌนล – นายน่าจะไปขอบคุณอิซาเบลล่ากับวิลนะ พวกเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้น่ะ
โมเซส – ตอนนี้พอมาหยุดคิดถึงเรื่องที่ทำไปแล้ว ก็ไม่น่าประหลาดใจที่อั๊วะจะได้เหรียญนี้น่ะนะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็จัดการวากรัฟไปแล้ว ถึงเวลาที่อั๊วะต้องไปตามหาศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ต่อแล้วมั้ง!
ฮาริเอท – โมเซส เลิกอวดซะทีเถอะน่า!
เซเนล – ชั้นดีใจที่นายกับคนอื่นๆปลอดภัยนะ จาบ้า บาดแผลหายดีหรือยังล่ะ?
จาบ้า – ต้องขอบใจยาที่นักดาบหน้ากากคนนั้นให้พวกเราน่ะ
เซเนล – นักดาบหน้ากาก.... สติงเกิ้ลเหรอ?
จาบ้า – พวกเราแพ้คาเชลในป่าไร้หวนกลับ แล้วก็เกือบจะตายอยู่แล้ว แต่นักดาบหน้ากากนั่นมาช่วยพวกเราไว้พอดี
โมเซส - ..... อั๊วะรู้ว่าเขากับโคลเอ้มีรอยแค้นกันอยู่นะ แต่อั๊วะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ว่าเขาเป็นคนเลวขนาดนั้น หล่อนยังตามหาอยู่รึเปล่าน่ะ?
เซเนล – อาจจะใช่
โมเซส – เอาเท้อะ ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากันก็แล้วกัน
ฮาริเอท – นายนี่ขี้เกียจจริงๆนะ
โมเซส – ก็เป็นแบบนี้ล่ะเน้อ
ที่โรงแรม เสียงนอร์ม่าโต้เถียงกับเจ้าของดังมาแต่ไกล
นอร์ม่า – แบบนี้ว่าไงล่ะคะ?
เจ้าของ – เอ่อ......ผมเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกครับ
นอร์ม่า – เถอะน่า ฉันยอมลดให้ก็ได้! การแลกเปลี่ยนแบบนี้น่ะพลาดไม่ได้นะคะ!
เจ้าของ – ผมก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเหมือนกัน ถ้าครอบครัวรู้เข้าล่ะก็...
นอร์ม่า – คุณก็แค่ทำไงก็ได้ไม่ให้มีใครรู้สิ!
ฮาริเอท – นอร์ม่า กำลังเถียงอะไรกันอยู่เหรอคะ?
เซเนล – โอย....
นอร์ม่า – เซเนเซเน่! แฮตตี้! ดีจ้า!
เซเนล - พอเถอะน่า นอร์ม่า!
นอร์ม่า – อะไรเหรอ?
เจ้าของ – คุณนอร์ม่า เลิกตื้อผมซะทีเถอะ ผมให้คุณเช่าห้องต่อไม่ได้จริงๆ
เซเนล – มีอะไรหรือครับ?
เจ้าของ – ไม่ใช่สิ ผมหมายถึงว่าการห้องน่ะให้เช่าได้ แต่คุณก็ต้องจ่ายเงินด้วย
นอร์ม่า – ก็ฉันบอกว่าจะยอมลดให้แล้วไงล่ะ!
เจ้าของ – คุณนอร์ม่า นั่นน่าจะเป็นคำพูดของผมนะ
เซเนล – อ้อ คุยกันเรื่องปกตินี่เอง
ฮาริเอท – ปกติเหรอ?
นอร์ม่า – ฉันเป็นคนที่ช่วยเลกาซี่ไว้ไม่ใช่เหรอคะ? อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันพักได้สิ!
เจ้าของ – แต่ว่า.... ห้ากัลด์ต่อเดือนนี่มันก็.....
เซเนล - .... นอร์ม่า นี่เธอกำลังขูดรีดเขาชัดๆนะ
....
นอร์ม่า – เหรียญตรางั้นเหรอ?......
เธอบิดเหรียญหักครึ่งดังเป้าะ “หืม มันมีอย่างอื่นผสมด้วยนี่ ฉันคิดว่าคงมีทองอยู่แค่ 70 % เอง”
ฮาริเอท – นอร์ม่า ฉันได้ยินว่าคุณกำลังตามหาเอเวอร์อะไรนู่นๆนี่ๆอยู่เหรอ?
นอร์ม่า – ใช่ เอเวอร์ไลท์ ไง ฉันสาบานว่าต้องหามันให้เจอให้ได้ ดังนั้น เซเนเซเน่ มาช่วยฉันหน่อยสิ
เซเนล – ทำไมต้องชั้นด้วยล่ะ?
นอร์ม่า – ก็เข็มกลัดของริจจังมันเละไปแล้วนี่ แล้วมันก็ไม่ใช่เอเวอร์ไลท์ด้วย! นายยังค้างหนี้ที่ฉันช่วยเอาไว้ทั้งหมดนั่นนะ!
เซเนล – มันฟังไม่เข้าท่าเลยนะ
ขณะที่เซเนลกำลังตระเวนไปรอบๆเมือง เขาก็เห็นโคลเอ้เปิดประตูออกมาจากสถานพยาบาล
โคลเอ้ – เหรียญตรา..... ฉันไม่มีสิทธิรับเกียรติเช่นนี้หรอก
ฮาริเอท – คุณโคลเอ้ คุณกำลังรู้สึกไม่ดีอะไรอยู่หรือเปล่าน่ะ?
เธอทำหน้าตาสงสัยแล้วนึกขึ้นได้เมื่อหันไปมองสถานที่ที่เธอพึ่งออกมา “อ๋อ เพราะฉันออกมาจากที่นี่น่ะหรือ? ไม่หรอก ฉันสบายดีค่ะ ฉันมาขอใช้ห้องที่นี่น่ะ”
อีกสองคนทำหน้างง
โคลเอ้ – ผู้จัดการของสถานพยาบาลยื่นขอเสนอให้ฉันใช้ห้องว่างได้ ฉันเลยมาคุยเรื่องรายละเอียดกับเขา......... สติงเกิ้ลกำลังอยู่บนเรือลำนี้ที่ไหนซักแห่งแน่ ละฉันต้องหาให้พบ
เซเนล - .....
โคลเอ้ – คูลริดจ์..... นาย.... ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?
เซเนล – เธอหมายความว่าไงน่ะ?
โคลเอ้ – ก็....จะอะไรอีกล่ะ? นายก็รู้.....
เซเนล – ชั้นเดาว่ายังมีหนทางที่ต้องก้าวต่อไปนะถ้ายังมีคนเป็นห่วงชั้นอยู่
โคลเอ้ – ฉันก็เป็นห่วงนายแน่นอนอยู่แล้วนี่......
เซเนล – อะไรนะ?
โคลเอ้ - .....ไม่...ไม่มีอะไรหรอก
ที่ลานน้ำพุ เขาได้พบกับเคอร์ติสและกริวเน่ซึ่งพึ่งจะแสดงร่วมกันจบ
เคอร์ติส – โย่ น้องชาย! เราขอพูดด้วยหน่อยได้ไหม? ตอนนี้อิซาเบลล่าคุงกำลังยุ่งอยู่ เราจึงอยากรับคนมาแทนชั่วคราวก่อน
เซเนล – ทำไมนายไม่ทำงานของนายแทนล่ะ?
เคอรติส – กริวเน่ก็มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แต่เธอก็.....ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ คิดว่าไงล่ะ น้องชาย?
เซเนล – ชั้นไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีแฮะ....
เขาหันไปหาฮาริเอท “แล้วหนูล่ะ? อยากจะเข้าร่วมกับเราและกลายเป็นทหารแห่งความรักไหม?”
ฮาริเอทถอยกรูด “อ๋า!” เธอทำหน้าเหวอก่อนไปหลบหลังเซเนล
เซเนล – พอได้แล้ว ถ้าวิลได้ยินเข้าชั้นจะเป็นคนที่โดยเขกกะโหลกนะ
หลังจากที่มอบเหรียญตราให้กริวเน่แล้ว
เซเนล – คุณกริวเน่ คุณยังจะอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้อีกหรือ?
กริวเน่ – ไม่เลยจ้ะ
ฮาริเอท – แต่คุณก็ดูจะสบายดีอยู่นะ
กริวเน่ – เพราะที่นี่เป็นที่ๆดีน่ะจ้ะ ได้เห็นใครๆก็ยิ้มกันแล้วก็ทำให้พี่รู้สึกดีมากด้วย
เซเนล – นั่นสินะ ทุกคนกำลังอารมณ์ดีเพราะสงครามจบไปแล้ว
กริวเน่ – แต่เธอ.... ดูเหมือนว่าอะไรบางอย่างกำลังรบกวนเธออยู่นะจ้ะ
เซเนล - .....ไม่ครับ ผมสบายดี
กริวเน่ – จริงเหรอ? หืมม....
เธอเดินมากอดเขา “นี่ไง”
เซเนล – คุณ....กริวเน่?
กริวเน่ – จะได้ช่วยให้เธอมีกำลังใจไงจ้ะ
เขาหน้าแดงแป๊ดและรีบถอยออกมาทันทีเมื่อกริวเน่ปล่อยเขาออกมา
ฮาริเอท – เซเนลคุง นายหน้าแดงแจ๋เลยนะ
เซเนล – ก็.....ใช่มั้ง......
........
เซเนล - เหลือเจย์คนเดียวที่ยังไม่ได้ให้เหรียญตราเลย
ฮาริเอท – เขาไม่ได้อยู่แถวๆนี้นี่ ฉันสงสัยว่าเขาคงอยู่นอกเมืองมากกว่า
เซเนล – วิลบอกว่าให้เอาที่เหลือไปคืนด้วย ตอนนี้ก็กลับไปหาเขาก่อนก็แล้วกัน
เมื่อกลับไปยังบ้านของวิล ก็พบว่าเจย์กำลังยืนลับๆล่อๆอยู่หน้าประตูเข้าห้องรับแขก
เซเนล – อ้าว เจย์ อยู่ที่นี่เอง พอดีเลย
อีกฝ่ายยกนิ้วมาแตะที่ปาก และพูดเบาๆ “ชู่ว! เงียบก่อนครับ”
ฮาริเอท – แอบฟังเหรอ? คุณนี่น่าละอายจัง
เจย์ – ไม่เป็นอะไรนี่ครับ การรวบรวมข่าวสารน่ะเป็นอาชีพของผม
เซเนล – อาชีพงั้นเหรอ หือ....
ฮาริเอท – เจย์ นี่เป็นเหรียญตราของคุณ
เจย์ – ผมไม่ต้องการมันหรอกครบ
เซเนล – ชั้นกะไว้แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้
ฮาริเอท – จริงๆด้วย!
เจย์ – ผมบอกว่าเงียบๆไง!
ฮาริเอท – อย่าให้เรื่องมันยุ่งยากเลยน่า! แค่หุบปากแล้วเอาไปเถอะ!
เจย์ – ค.....ครับ คุณหนู
เขาจำใจต้องรับ
ฮาริเอท – เป็นเด็กดีมาก!
เซเนล .oO(น่าเศร้าจริงๆแฮะ....)
โมเซส โคลเอ้ และนอร์ม่าเดินเข้ามาในบ้าน
โมเซส – อ้อ นายก็อยู่นี่ด้วยเรอะ เจย์? ยังตัวกระปิ๊ดเหมือนเคยเลยนะ
เจย์ – แล้วคุณก็ยังน่ารำคาญไม่เคยเปลี่ยนครับ คุณโมเซส
วิลเปิดประตูออกมาโดยที่มีชายในชุดน้ำเงิน-ขาวคนหนึ่งอยู่ด้านหลัง “พวกเธอเงียบหน่อยได้ไหม? พวกเรามีแขกมาอยู่นะ”
โคลเอ้ทำท่าทางตกใจเมื่อเห็นแขกที่ว่า “นั่น....”
เจย์ – อัศวินจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรียครับ
อัศวินคนนั้นเดินเข้ามา และชะงักเมื่อเห็นโคลเอ้ “หรือว่าเจ้าจะเป็นบุตรสาวของท่านวาเลนส์?”
โคลเอ้ – ค่ะท่าน ฉันชื่อโคลเอ้
หัวหน้าอัศวิน – เราคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้า ความสำเร็จของเจ้าในเหตุการณ์นี้นั้นยอดเยี่ยมมาก
โคลเอ้ –ขอบคุณค่ะ
หัวหน้าอัศวิน – ครั้งที่พ่อของเจ้าถูกโจรสังหารเมื่อห้าปีก่อน เรานึกว่าชื่อแห่งวาเลนส์จะไร้ค่าเสียแล้ว
โคลเอ้ - ....
เซเนล – นี่! คุณพูดแบบนั้นได้ไงน่ะ?!
โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก คูลริดจ์
หัวหน้าอัศวิน – เจ้าทำงานได้น่าประทับใจเพื่อช่วยลบล้างชื่อเสียงที่เสื่อมเสียได้ สำหรับผู้หญิงแล้วก็ไม่เลวนัก
นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ!
โคลเอ้ – นอร์ม่า ฉันไม่เป็นอะไรหรอก
หัวหน้าอัศวิน – จงรับใช้ประเทศของเจ้าด้วยความภักดีเช่นนี้ต่อไปเถอะ บางทีซักวันหนึ่งองค์กษัตริย์อาจจะมอบความเมตตาให้แก่เจ้าบ้างก็ได้
โคลเอ้ – ค่ะท่าน
เขาเดินออกไปจากบ้านท่ามกลางความไม่สบอารมณ์ของเซเนลและนอร์ม่า
นอร์ม่า – ตัวอะไรคลานอยู่ในสมองของหมอนั่นกันน่ะ?! งี่เง่าชะมัด!
เซเนล – โคลเอ้....
โคลเอ้ – ไม่เป็นอะไรหรอก ฉันตั้งใจจะบอกทุกคนอยู่แล้ว
เซเนล - ....
โมเซส – แล้วหมอนั่นมาที่นี่ทำไมน่ะ?
เจย์ – อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย มองว่าสถานการณ์กับวากรัฟเป็นส่วนหนึ่งของสงครามกับครูแซนด์ พวกเขาส่งสารอ้างสิทธิว่าชัยชนะนั้นเป็นของพวกเขา
วิล – เจย์ เธอฟังการสนทนาของพวกเราสินะ?
เจย์ – เป้าหมายที่แท้จริงของกาโดเรียคือการเข้าควบคุมเลกาซี่และคุณเชอรี่ใช่ไหมครับ?
วิล - ....... ผู้คนจากหลายประเทศกำลังเริ่มเข้ามารวมตัวกันที่เมืองเวลเทสนี่ อัศวิน สายลับ ทูต..... แต่ละคนก็มีกำหนดการของตัวเอง
เจย์ – พวกเขาทุกคนต่างต้องการเลกาซี่ และต่างฝ่ายต่างก็พยายามเอาชนะซึ่งกันและกัน
นอร์ม่า – ไม่น่าสงสัยเลย เพราะทุกคนก็ได้เห็นพลังแบบนั้นไปแล้วนี่
วิล – ใครซักคนที่หาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากเชอรี่อาจจะปรากฏตัวขึ้นมาตอนไหนก็ ได้ อาจจะกลายเป็นเรื่องดีก็ได้ที่เธอไม่ได้อยู่ในเมือง
คนอื่นๆทำหน้าอึกอึก
วิล – มีอะไรหรือ ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
นอร์ม่า – วิลจิ! พวกเราตกลงกันไม่ใช่เหรอว่าจะไม่พูดถึงริจจังน่ะ!
ฮาริเอท – แย่จริงๆ คุณนี่ไม่มีความละเอียดอ่อนเลย
เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย
วิล – เชอรี่ยอมจากไปเพราะเธอเห็นด้วยใช่ไหม เซเนล?
เซเนล – ใช่......
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน หลังเรื่องราวจบลง ทุกคนได้ยินการตัดสินใจจากปากของเธอเอง
“หนูอาจจะช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้ค่ะ หนูอาจจะไม่มีพลังอะไร แต่หนูก็ยังเป็นเมลเนส หนูจะไปกับพวกเขา”
เชอรี่กล่าวเอาไว้อย่างนั้นก่อนที่จะไปใช้ชีวิตร่วมกับชาวเฟลเนสคนอื่นๆ
เซเนล – ถ้าคิดถึงตำแหน่งของเธอแล้ว คงจะเป็นธรรมชาติมากกว่าที่จะให้เธอไปอยู่กับชาววารี ชั้นไม่มีสิทธิจะพูดอะไรหรอก
วิล – แต่ฉันก็ไม่เข้าใจความคิดของเธอเลยที่ไม่ยอมไปหาเชอรี่บ้างน่ะ
โมเซส – อะไรนะ? เซโนจิ เอ็งยังไม่ได้ไปหาเธออีกเรอะ?
วิล – ฉันจะให้โอกาสเธอตอนนี้ล่ะ ฉันจะไปเยี่ยมพวกเขาซักหน่อย เธอจะไปด้วยไหมล่ะ?
นอร์ม่าเข้ามากระซิบโคลเอ้ “ทั้งสองคนอาจจะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดี เลยแยกกันอยู่ล่ะมั้ง”
โคลเอ้ - ....
เจย์ – คุณมีธุระอะไรกับชาวราเดี้ยนหรือครับ?
วิล – ฉันได้รับจดหมายจากคุณเมาริทซ์จากตัวแทนของเขา
โคลเอ้ – ราเดี้ยน.............
โมเซส นอร์ม่า และโคลเอ้ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนคิดอะไรได้ “เออ จริงสิ!”
นอร์ม่า – พวกเราลืมสาเหตุที่พวกเรามาที่บ้านนี่หมดเลยอ่ะ!
เธอหันไปทางประตูแล้วตะโกนออกไป “นี่ เฟนเฟน!” เซเนลต้องแปลกใจกับผู้ที่เปิดประตูเข้ามา... เฟนิมอร์นั่นเอง
เฟนิมอร์ – สวัสดีค่ะ
เฟนิมอร์ – คุณเซเนล ได้โปรดเถอะค่ะ ไปพบเชอรี่เถอะ
เซเนล – มีอะไรเกิดขึ้นกับเธองั้นเหรอ?
เฟนิมอร์ – หลังๆมานี้ เธอดูไม่มีความสุขเลย.....
เซเนล – ชั้นไม่คิดว่าชั้นจะช่วยอะไรได้หรอก......
เฟนิมอร์ – อย่ากังวลเลยค่ะ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นแน่นอน
เซเนล – เธอดูมั่นใจมากเลยนะ
เขาทำหน้าซึมลงไป
เฟนิมอร์ – แน่นอนค่ะ เพราะคุณเป็นพี่ชายของเธอนี่
เซเนล – พี่ชาย...
เฟนิมอร์ – บางทีเพราะว่าเธออยู่กับคุณมาตลอด เธอจึงไม่มีเพื่อนสนิทในหมู่เฟลเนสเลย เธอไม่เคยพูดออกมา แต่ฉันคิดว่าเธอคงรู้สึกเหงาค่ะ
นอร์ม่า – เธอไม่ได้อยู่กับริจจังเหรอ เฟนเฟน?
เฟนิมอร์ – จริงๆแล้ว.... ฉันกำลังจะกลับไปที่บ้านเกิดค่ะ...
เซเนล – ตกลง ชั้นจะไปหาเชอรี่
เฟนิมอร์ – ฉันจะนำทางไปเองค่ะ!
เซเนล – เธอไม่ต้องกลับบ้านเหรอ?
ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมา ก่อนจะตอบอย่างลุกลี้ลุกลน “เอาไว้ที่หลังก็ได้ค่ะ”
เซเนล – ตกลง ขอบใจมาก นายจะไปตอนนี้เลยไปไหม วิล?
วิล – แน่นอน
โมเซส – อั๊วะไปด้วย
เจย์ – ผมด้วยครับ
นอร์ม่า – ฉันด้วย แหงๆอยู่แล้ว
โคลเอ้ – และฉันด้วย
เซเนล – ทุกคนไม่มีอะไรทำกันเลยสินะ
นอร์ม่า – ไม่หรอก
โคลเอ้ – ฉันมีอะไรให้ทำเยอะ...ก็แค่.... ทุกคนบอกว่าจะไปก็เลย.....
เซเนล – งั้นก็ไปกันเถอะ
เฟนิมอร์ – ค่ะ
เธอนำทางมาถึงทะเลสาปที่เวิ้งว้าง
เฟนิมอร์ – ถึงแล้วค่ะ ที่นี่คือที่อยู่ของชาวเฟลเนส
วอลเตอร์ลอยมาจากบนฟ้าด้วยเทลเคสของเขา ก่อนจะลงมายืนหน้าเซเนล
เซเนล – วอลเตอร์....
วอลเตอร์ – เฟนิมอร์ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?
เฟนิมอร์ – ฉันพาคุณเซเนลกับคนอื่นๆมาที่นี่เพื่อให้พบกับเชอรี่ค่ะ
วอลเตอร์ – พวกแกห้ามเข้าไป กลับไปซะ
เฟนิมอร์ – ทำไมล่ะคะ!
วอลเตอร์ – เราไม่ยอมให้พวกโอเรลเนสไปปรากฏตัวต่อหน้าท่านเมลเนสหรอก
นอร์ม่า – อะไรน่ะ?! หมายความว่าไงกัน
โมเซส- หลังจากที่พึ่งสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแล้วเอ็งยังใจร้ายแบบนี้อีกเหรอ?
วิล – ผมนำสารจากทูตแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธ์เรกซาเลียมาด้วย ผมต้องการขอเข้าพบคุณเมาริทซ์
โมเซส - .............
เขาไม่ตอบ แต่เดินไปที่ริมทะเลสาบแล้วยกมือขึ้น ทิวทัศน์ข้างหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปมา ก่อนที่หมู่บ้านของชาววารีซึ่งพรางสายตาอยู่จะปรากฏขึ้น
วอลเตอร์ – ตามเรามา
นอร์ม่า – ฉันไม่รู้เลยนะว่ามีที่แบบนี้อยู่บนทะเสสาปด้วย
โคลเอ้ – ดูเหมือนยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่พวกเรายังไม่รู้เกี่ยวกับเลกาซี่
วอลเตอร์ – เลิกเอ้อละเหยได้แล้ว
นอร์ม่า – จะรีบไปไหนกันเนี่ย?!
ในห้องประชุมใหญ่ ทุกคนได้พบกับเมาริทซ์
เมาริทซ์ – เราต้องขออภัยกับพฤติกรรมที่ไม่สุภาพของวอลเตอร์
นอร์ม่า – ยังไงเขาก็ไม่เคยสุภาพอยู่แล้วนี่
วิล –นอร์ม่า
เมาริทซ์ – พักหลังๆนี้เรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบ่อยครั้งมาก เพราะตำแหน่งหน้าที่ของเขาเลยทำให้ทำอะไรหมิ่นเหม่ไปซักหน่อย
เจย์ – ผู้คนมาที่นี่เพื่อเอาตัวเชอรี่ไปใช่ไหมครับ?
เมาริทซ์ – พวกเราแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทำไมพวกเขาต้องมารบกวนพวกเราด้วยนะ
ทุกคน - ....
เมาริทซ์ – อา เราต้องขออภัยด้วย เราไม่ได้หมายถึงพวกเธอหรอก เราจะร่างสารตอบกลับเดี๋ยวนี้ และเราได้ส่งคนไปบอกเชอรี่แล้ว เรามั่นใจว่านางจะต้องดีใจที่เธอมานะ เซเนล
ชาววารีคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดคุยกับเขา
เมาริทซ์ – หืม? งั้นหรือ...... เราพึ่งได้รับข้อความจากเชอรี่ เธอกำลังยุ่งอยู่ ดังนั้นเธอคงไม่สามารถพบทุกคนในวันนี้ได้
เซเนล – อ้อ.....
โคลเอ้ - ...............
เฟนิมอร์ – โธ่ จริงๆเลยนะ เด็กคนนี้นี่!
เธอวิ่งออกไปจากห้องประชุมคนเดียว
เมาริทซ์ – เชอรี่กำลังจะเข้าพิธีกรรมที่สำคัญมากในไม่ช้านี่ เธอจึงต้องใช้เวลาเตรียมการซักหน่อย
เซเนล – พิธีกรรมหรือครับ?
เมาริทซ์ – ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เป็นเพียงพิธีเฉลิมฉลองเพื่อการชำระล้างเท่านั้น พวกเราจะได้มอบตำแหน่งแห่งเมลเนสให้แก่เธอได้อย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง
เจย์ – เท่าที่ผมจำได้ คุณเชอรี่พูดว่าเธอไม่มีพลังแห่งเมลเนสนี่?
เมาริทซ์ – เพราะพลังที่เธอขาดหายไป เธอจึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีคุณค่าเพียงพอ เธอมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะช่วยเติมเต็มความคาดหวังของชาวเฟลเนส การตายของสเตล่าอาจจะช่วยเปิดตาของเชอรี่ให้เห็นว่าเธอคือใคร เราคิดว่าเชอรี่คงตระหนักถึงหน้าที่แห่งเมลเนสหลังจากที่สเตล่าได้แสดงถึง ความความกล้าที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกคน จริงๆแล้วสเตล่าคงจะมีความสุขกว่าใครที่ได้เห็นเชอรี่เติบโตขึ้น
ชาววารีเดินเข้ามาพูดคุยกับเขาอีก
เมาริทซ์ – เราได้เตรียมห้องพักให้กับพวกเธอทุกคนแล้ว โปรดพักผ่อนระหว่างที่เราร่างสารตอบกลับเถอะ
ที่ห้องพักของเชอรี่ เธอนั่งเงียบอยู่บนเตียงขณะที่เฟนิมอร์วิ่งเข้ามา
เฟนิมอร์ – เชอรี่!
เชอรี่ – เฟนิมอร์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?! เธอไม่ได้ขึ้นเรือไปแล้วหรือ?
เฟนิมอร์ – ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องนั้นหรอก ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดกับเธอ
เธอเดินไปนั่งข้างๆเชอรี่ “ทำไมเธอถึงไม่ไปพบพี่ชายล่ะ? ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ไปพาเขามาที่นี่แท้ๆ ถ้าเธอไม่พบเขาตอนนี้.... ถ้าเธอไม่พูดกับเขาตอนนี้ เธอสองคนก็จบกัน เธอต้องการแบบนั้นหรือ?
เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส ฉันจะคิดถึงแค่ตัวเองไม่ได้หรอก
เฟนิมอร์ – อย่าพูดกับฉันแบบนั้นเลยน่า
เชอรี่ – เฟนิมอร์ เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าให้ “เติมเต็มความรับผิดชอบของฉัน”
เฟนิมอร์ – อะไรทำให้จู่ๆเธอต้องการจะเป็นเมลเนสน่ะ?
“พลังของน้องคงอยู่เพื่อให้ทุกคนมีความสุข....” คำพูดสุดท้ายของพี่สาวก้องขึ้นมาในหัว
เชอรี่ – เพราะฉัน....อยากทำให้ทุกคนมีความสุข.....
เฟนิมอร์ – เธอคิดได้ยังไงว่าจะทำให้คนอื่นมีความสุข ทั้งที่เธอทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้น่ะ? เลิกขอโทษแล้วไปพบคุณเซเนลเถอะ เธอรักเขาไม่ใช่หรือ?
เชอรี่ - พี่เซเนลเลือกพี่สเตล่าแล้ว..............
เฟนิมอร์ – อ้อ......ยอมพูดความจริงแล้วสินะ
เธอลุกขึ้นแล้วเคาะหัวเชอรี่ไปทีหนึ่ง “นี่แน่ะ”
และอีกสองครั้ง “นี่แน่ะ นี่แน่ะ!”
และอีกครั้ง
เชอรี่ – เฟนิมอร์ มันเจ็บนะ ทำไปทำไมน่ะ?
เฟนิมอร์ – อ้อ เธอยังปกติดีอยู่สินะ ทุกคนน่ะเอาแต่เยินยอเธอเพราะเธอคือเมลเนส และพูดว่าเธอสูงส่งขนาดไหน แต่เธอก็เป็นแค่คนธรรมดา เธอไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเด็กสาวผอมๆตัวเล็กๆคนหนึ่ง
เชอรี่ – แล้ว....เธอจะพูดอะไรกันล่ะ?
เฟนิมอร์ – ฉันจะบอกเองว่าเธอจะต้องทำอะไร ไปหาคุณเซเนลสิ ไม่มีเหตุผลที่ต้องลังเลเพราะคุณสเตล่าหรอก พี่สาวของเธอน่ะจากไปแล้ว แต่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอมีหน้าที่ที่ต้องตามหาความสุข ความสุขที่มากพอสำหรับทั้งเธอและคุณสเตล่า
ที่ห้องพักของพวกเซเนล เสียงกุกกักที่ประตูทำให้เจย์ไปดู เขากลับมาพร้อมจดหมายในมือ “จดหมายถึงเซเนลครับ” เจ้าตัวเดินเข้าไปรับแล้วเปิดอ่าน “จากเฟนิมอร์นี่”
นอร์ม่า – เขียนว่าไงเหรอ?
เซเนล – “กรุณามาที่ลานกว้างด้านหลัง แต่ให้มาคนเดียว” น่ะ
โมเซส – อะไรน่ะ? จดหมายรักเรอะ? เอ็งนี่มีสาวๆกี่คนกันแน่น่ะ?
โคลเอ้- จด...จดหมายรัก?
นอร์ม่า – ขอร้องล่ะ ฉันมั่นใจว่าเฟนเฟนแค่จะพาริจจังมาพบเขาเท่านั้น
เซเนล - ....... ชั้นจะไปดูว่ามีอะไรนะ
เขาเดินออกไปจากห้องพัก นอร์ม่ายันตัวขึ้นมาจากเตียง “ไหน ไปดูซิ” พูดจบเธอก็เดินไปที่ประตูห้อง ซึ่งโคลเอ้ก็ลุกจะตามไปด้วย
วิล – อย่าไปแอบดูพวกเขาเชียวนะ
โคลเอ้+นอร์ม่า – อ้ะ..... เอ่อ....
เจย์ – ถ้าวอลเตอร์ไปพบพวกคุณทำอะไรลับๆล่อๆก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ
นอร์ม่า – ก็จริงอ่ะนะ......
ตอนนั้นก็ค่ำมืดแล้ว เซเนลเดินไปที่ลานกว้างหลังหมู่บ้านตามที่จดหมายบอก เขาเดินไปที่ริมทะเลสาบ แล้วยืนนิ่งเงียบอยู่คนเดียว
เวลาเดียวกัน เชอรี่ก็กำลังทำใจอยู่ในห้อง เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
เฟนิมอร์ – เชอรี่ เร็วสิ คุณเซเนลกำลังรออยู่นะ
เชอรี่ – ฉันรู้....
เฟนิมอร์ – อย่าห่วงเลย เธอต้องทำได้แน่
เชอรี่ – จริง... จริงเหรอ?
เฟนิมอร์ – ชื่อจริงของฉันคืออะไรล่ะ?
เชอรี่ – อำนวยพร......
เฟนิมอร์ – ใช่ เชื่อฉันเถอะ เธอน่ะน่ารักนะ ไม่มีใครชนะเธอได้หรอก เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่
เชอรี่ – ขอบคุณนะเฟนิมอร์ ฉันจะพยายาม
ที่ลานกว้าง....
เชอรี่ – พี่เซเนล..........
เมื่อเขาหันไปก็เห็นเธอเดินมาคนเดียว
เซเนล – ไม่ได้พบกันนานนะ
เชอรี่ – หนูขอโทษที่ต้องให้พี่มานี่ทั้งที่กำลังยุ่งนะคะ
เซเนล – พี่ได้ยินว่าเธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ เป็นอะไรหรือเปล่า
เชอรี่ – หนูไม่เป็นอะไรค่ะ อย่างกังวลเลย หนูแค่มีอะไรต้องทำเยอะไปหน่อย เลยเหนื่อยอยู่บ้างน่ะ
เซเนล – จริงเหรอ
เชอรี่ – เฟนิมอร์คงจะเล่าอะไรให้ฟังแน่ๆ เธอน่ะมักทำให้อะไรๆเกินจริงๆอยู่บ่อยๆ
เซฌนล – เพราะว่าเธอเป็นห่วงน่ะ
เชอรี่ – หนูรู้.... และหนูก็รู้สึกขอบคุณเธอนะ
เขาหันกลับไปมองทะเลสาบ
เชอรี่ – พี่เซ........
เธอตั้งใจจะเรียกเขาแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าไม่ได้
เซเนล – เชอรี่ บอกหน่อยสิ
เชอรี่ – อะ...อะไรคะ?
เซเนล – พวกเราอาจจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบที่เคยเป็นได้ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอบอกพี่ได้เสมอ คุณมิวเซทเคยบอกพี่ไว้ “เมื่อน้องสาวของเธออยู่ในอันตราย เธอต้องไปหาทันที ไม่ว่าน้องจะยืนอยู่ที่ไหน หรืออะไรจะมาขวางทาง”
เชอรี่ทำท่าซึมลง
เซเนล – “นั่นล่ะสิ่งที่พี่ชายทำได้” ถึงแม้ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป ความรู้สึกของพี่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
เชอรี่ – ฟังนะคะ พี่เซเนล
เซเนล – อะ...อื้อ?
เชอรี่ – หนูมีเรื่องอะไรอยากจะบอกพี่
เซเนล – อะไรเหรอ?
เชอรี่ – พี่อาจจะแปลกใจที่ได้ยินหนูพูดออกมากระทันหัน แต่ฟังหนูเถอะนะ
แก้มของเธอแดงเรื่อ และตัดสินใจพูดออกไป “พี่เซเนล ฉัน.... ฉันรัก—“
เซเนล – ไม่ได้หรอก เชอรี่
เชอรี่ – ทำไมล่ะคะ?
เขาไม่ตอบ แต่กลับทำหน้าเศร้าๆแล้วหันหลังให้
เชอรี่ – พี่คะ? ทำไมล่ะ?!
ถึงอย่างไรก็ไม่มีคำตอบจากเขา
เชอรี่ – พี่!
เซเนลหันกลับมาพูด “ชั้นต้องอยู่กับสเตล่า”
แค่นั้นก็เพียงพอให้เธอน้ำตาซึมออกมา “อ้อ.......” เธอถอยไปข้างหลังสองสามก้าว
เชอรี่ – นั่นสิ......นะคะ พี่สเตล่าอยู่อย่างโดดเดียวมาตลอด.......
เซเนล - ........
เชอรี่ – นั่นสิ! ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หนูต้องทำหน้าที่! หนูหมายถึงว่าเหตุผลที่เราสองคนมีชีวิตอยู่ตอนนี้เพราะพี่สเตล่า
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างขมขื่น “หนูจะเป็นเมลเนส เป็นเมลเนสที่แท้จริง เพื่อพี่สเตล่า คอยดูแลเธอเพื่อให้เธอได้พักอย่างเป็นสุข” เธอพูดขณะหันหลังเดินกลับไป
เซเนล – เชอรี่....
เชอรี่ – หนูพนันได้เลยว่าเธอต้องมีความสุขแน่ๆ.........
เธอหันกลับมาอีกครั้ง “พี่สเตล่าน่ะรักพี่มาตลอดเวลา รู้ไหมคะ? เธอมองพี่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ครั้งที่ได้พบกัน”
เซเนล – นั่น......
เชอรี่ – พี่อาจจะคิดว่า “มันไม่จริงหรอก” ใช่ไหม? แต่หนูบอกได้ และหนูก็รู้ว่าทำไม ใครล่ะที่จะไม่รู้สึกแบบนั้น
เชอรี่หันกลับไปอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน “หนูคงต้องกลับแล้ว ขอบคุณที่มาพบนะคะ”
เสียงของเธอสั่นคลอนเมื่อพูดออกมาก่อนจะวิ่งจากไป “ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
เซเนล – เชอรี่.............
เขาเดินกลับไปที่ห้องพักซึ่งทุกคนตั้งตารออยู่
นอร์ม่า – กลับมาแล้วเหรอ
โมเซส – มีอะไรเรอะ เซโนจิ
เซเนลไม่ตอบอะไรแต่เดินนอนแผ่อยู่บนเตียง
นอร์ม่า – ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเซเนเซเน่?
เซเนล – ไม่มีอะไรหรอก
โคลเอ้ – คูลริดจ์........
ขณะนั้น เชอรี่ก็กลับไปที่ห้องพัก
เฟนิมอร์ – เธอสองคนน่ะเหมือนกันจริงๆ ทั้งดื้อด้านแล้วก็ขี้ขลาด
เชอรี่ –ขอโทษค่ะ
เฟนิมอร์ – เฮ้อ.... ตอนนี้เธออย่างกับจะร้องไห้เลย น่าสมเพชจริงๆ
เชอรี่ - ใช่สิ ฉันมันน่าสมเพชนี่
เธอก้มหน้าลง “พอใจแล้วใช่ไหมล่ะ? ให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจฉันอยู่แล้ว ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่สนใจ ทำไมไม่กลับบ้านไปล่ะเฟนิมอร์?”
เฟนิมอร์ – ฉันทำไม่ได้หรอก เธอคิดว่าฉันจะละทิ้งเพื่อนที่เป็นแบบเธอไปได้เหรอ?
เชอรี่เงยหน้าขึ้นมา “ พวกเรา....เพื่อนเหรอ”
เฟนิมอร์ – อะไร? มีปัญหาเหรอ?
เชอรี่ – ฉันไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน
เฟนิมอร์ - ล้อเล่นน่า....
เชอรี่ – ขอบคุณ.....ฉันดีใจจริงๆ.........
เฟนิมอร์ – เชอรี่ ..... เธออ้างว้างมาตลอดใช่ไหม?
เชอรี่ – ถ้าเธอมาอยู่ในฐานะของฉัน อะไรๆก็เป็นแบบนั้นล่ะ
เฟนิมอร์ - .... งั้นฉันคงต้องสอนเธอสินะว่าเพื่อนน่ะเป็นยังไง เธอจะต้องชอบแน่ พวกเราจะคุยกันเรื่องโง่ๆแล้วก็ใช้เวลาด้วยกัน พวกเราสามารถพูดเรื่องความรักด้วยกันได้ แล้วก็.......
เชอรี่ – แล้วก็?
เฟนิมอร์ – เวลาที่พวกเราเศร้า พวกเราก็ร้องไห้ด้วยกันได้
น้ำเสียงของเชอรี่สั่นเครือยิ่งกว่าเดิม “จริงเหรอ?.....”
ข้างๆเพื่อนคนแรกของเธอ ....น้ำตาไหลพรั่งพรู พร้อมกับเสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเศร้า
…………
โมเซส – เฮ้ย!
เจย์ – คุณเงียบหน่อยไม่ได้หรือครับ ไม่รู้จักคิดจริงๆ...เอ้ะ?!
เซเนล – วอลเตอร์?!
รุ่งเช้า ทุกคนยกเว้นนอร์ม่าลืมตาตื่นเพราะวอลเตอร์ผลุงผลันเข้ามาในห้องพัก
วิล - พวกเราได้รับเกียรติอะไรงั้นหรือ?
วอลเตอร์ – พวกเราค้นพบฐานทัพที่เหลืออยู่ของวากรัฟแล้ว
โคลเอ้ –สติงเกิ้ลอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า?
วอลเตอร์ - เราบอกเท่าที่เรารู้ไปแล้ว
เซเนล – เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงบอกเรื่องนั้นกับพวกเรา?
วอลเตอร์ – พวกเราจะเปิดฉากโจมตีก่อน พวกเราต้องกำจัดอันตรายใดๆที่มีต่อเมลเนส
เซเนล - .... พวกเราจะไปด้วย นายนำทางไปให้ได้ไหม?
วิล – เซเนล เธอเอาจริงหรือ?
เซเนล – พวกเราปล่อยให้วอลเตอร์จัดการคนเดียวไม่ได้หรอก
โคลเอ้ – ใช่ คูลริดจ์พูดถูกแล้ว
เจย์ – ก็จริงที่พวกเราไม่สนใจพวกเขาไม่ได้ครับ
โมเซส – ตกลง ลุยกันเลย
เซเนล – วอลเตอร์ ได้โปรดเถอะ
วอลเตอร์ ....... เราจะไปรอข้างนอก
เซเนล – เตรียมตัวเดินทางได้แล้ว
เจย์ – คุณดูกระตือรือล้นมากนะครับ คุณเซเนล
เซเนล – จริงเหรอ?
เจย์ – ครับ เหมือนกับว่าคุณอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เซเนล+โคลเอ้ - ...........
วิล – ใครก็ได้ไปจัดการคนขี้เซาทางนั้นหน่อยได้ไหม
เขาชี้ไปที่นอร์ม่าที่ยังหลับสบายอยู่คนเดียว โคลเอ้เดินเข้าไปปลุก “นี่นอร์ม่า ตื่นได้แล้ว”
นอร์ม่า – โคลเอ้ว่ายน้ำ---
จี้ด.......โคลเอ้ดึงรีบดึงอยู่เธอเพื่อไม่ให้หลุดอะไรออกมามากกว่านี้
นอร์ม่า – โอ้ย หูฉัน!... อย่าดึงสิ อย่าดึง......
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังนอนกรนต่อไปได้.................
ทุกคน – ตื่นได้แล้ว!
นอร์ม่า – กรี๊ด!
ที่หน้าหมู่บ้าน วอลเตอร์กับเมาริทซ์กำลังรออยู่
นอร์ม่า – ดีที่ได้นายเดินทางไปด้วยนะ วอลลี่
วอลเตอร์ – เราไม่มีความต้องการที่จะเป็นมิตรกับพวกนาย ไปกันเถอะ
เขาเดินนำออกไปโดยมีเซเนลเดินตามไปติดๆ
โมเซส – เซโนจิ เอ็งจะไม่ไปกล่าวลากับเชอรี่ก่อนเรอะ?
เซเนล - ....ไม่ล่ะ
เมาริทซ์ – เราจะอธิบายให้เชอรี่ฟังเอง
เซเนล - ....ขอบคุณครับ
เมาริทซ์เดินเข้าไปในห้องพักของเชอรี่ และพบว่าเธอได้เปลี่ยนจากชุดเดิมมาเป็นชุดสีดำกระโปรงยาวสีน้ำทะเลแล้ว
เมาริทซ์ – โอ.....เธอดูยอดมาก ชุดของเมลเนสเหมาะกับเธอที่สุดจริงๆ
เชอรี่ – ขอบคุณค่ะ
เมาริทซ์ – ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปยังสถานที่ทำพิธีเข้ารับสิทธิกับเถอะ
เชอรี่ – ค่ะ
ทุกคนเดินทางไปถึงฐานลับของวากรัฟซึ่งอยู่ทาง 12 นาฬิกาจากหมู่บ้านชาววารี
เจย์ – ที่นี่....
วิล เธอรู้จักที่นี่ด้วยหรือ เจย์?
เจย์ – ครับ สถานที่นี่เชื่อมต่อกับกองทัพวากรัฟจริงๆ แต่ว่า...
โมเซส – เอ้า พูดมาสิ เจ้าเด็กน้อย!
เจย์ – เงียบด้วยครับ โมเซส ว่าแต่กองทัพที่ยังหลงเหลืออยู่ของวากรัฟอยู่ที่นี่จริงๆหรือครับ?
วอลเตอร์ – ทางเข้าอยู่ข้างหน้านั่น
เขาเดินนำเข้าไปโดยไม่สนใจอะไร
เวลาเดียวกัน เชอรี่ เฟนิมอร์ เมาริทซ์ และชาววารีคนอื่นๆ ยืนอยู่หน้าถ้ำที่มีแสงส่องออกมาจากภายใน
เมาริทซ์ – ที่นี่คือวิหารแห่งสมุทร ซึ่งใช้ประกอบพิธีเข้ารับสิทธิ
เชอรี่เงยหน้ามองด้านบนอยู่พักใหญ่
เมาริทซ์ – กล่าวกันว่าในยุคของเทลเซส เมลเนสในแต่ละรุ่นจะเดินทางมาที่นี่เพื่อรับฟังเสียงแห่งสมุทร
เชอรี่ - ....ค่ะ
เฟนิมอร์ – เป็นอะไรหรือเปล่า เชอรี่?
เชอรี่ – อ....อื้อ
เฟนิมอร์ – ฉันอยู่ที่นี่ ตกลงนะ
เชอรี่ - ...ขอบคุณ
ทางด้านพวกเซเนล ซึ่งบุกเข้าไปในป้อมปราปราการที่เหลืออยู่ของวากรัฟ แต่ก็มีอะไรแปลกๆ
นอร์ม่า – รอเดี๋ยวสิวอลลี่ ฉันไม่เห็นว่าจะมีทหารวากรัฟเลยซักคนนะ
โคลเอ้ – ลองดูรอบๆเถอะ
ทุกคนแยกย้ายกันไปค้นหา เซเนล วิล และโคลเอ้พบกรงขังอยู่สองห้องใกล้ๆนั้น
เซเนล – นี่เป็นคุกเหรอ?
โคลเอ้ – กลิ่นอะไรกันน่ะ?
วิล – มันอาจจะเคยถูกใช้มาจนถึงเมื่อไม่นานมานี้
โคลเอ้ – คุณหมายถึงวากรัฟคุมขังนักโทษไว้หรือคะ?
โมเซส – เฮ้ย! มาทางนี้หน่อยสิพวกเอ็งอ่ะ
ทุกคนวิ่งไปหาคนที่เหลือ ซึ่งกำลังดูโซ่ตรวนและอุปกรณ์มากมาย ขณะที่โมเซสยืนอยู่หน้าบ่อเก็บของเหลวที่ร้อนจนมีสีแดงฉาน
นอร์ม่า – ของพวกนี้มัน.....
เจย์ – เครื่องมือทรมานครับ
โคลเอ้ – วากรัฟ!..... มันทำอะไรข้างล่างนี่กันนะ?
โมเซส – แม่เจ้า โหดจริงๆนะ ทำอะไรแบบนี้กับคนเป็นๆน่ะ
เจย์หันไปมองวอลเตอร์ซึ่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร....
เมื่อสำรวจเข้าไปข้างในสุดโดยไม่มีการขัดขวางจากทหารศัตรูแต่อย่างใด ทุกคนก็ไปถึงห้องใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสาร
วิบ – บริเวณนี้อาจจะเป็นห้องสมุดก็ได้
นอร์ม่า – หืม ไหนดูซิ
เธอหยิบหนังสืออ่านไปซักพักแล้วก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “อะ....อะไรเนี่ย?!”
โคลเอ้ – มีอะไรเหรอ นอร์ม่า
นอร์ม่า – วิล แล้วของคุณล่ะ?
วิล - ......ฉันคิดว่าเนื้อหาคงจะเหมือนกับเล่มที่เธอกำลังดูอยู่
เซเนล – มีอะไรหรือ?
วิล – มันคือ...เอ่อ.....
เจย์ – บันทึกเกี่ยวกับการทดลองด้วยมนุษย์สินะครับ วากรัฟใข้นักโทษในการทดลองอะไรบางอย่าง
โมเซส – การทดลองอะไรน่ะ?
เจย์ – เขาพยายามหาหนทางที่จะจำลองใครซักคนที่มีพลังของเมลเนส
เซเนล – อะไรนะ?
โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นคนที่ถูกจับอยู่ที่นี่ก็คือ......
วิล – ชาวราเดี้ยน
นอร์ม่า – แล้วไม่ใช่ว่าแค่ 10 หรือ 20 คนนะ.... วากรัฟคงจะใช้พวกเขาเป็นร้อยๆคนในช่วงปีนี้
เจย์ – ดูเหมือนว่าเขาจับกุมชาวราเดี้ยนจากแผ่นดินใหญ่ แล้วส่งพวกนั้นมาที่นี่ทีละไม่กี่คนต่อครั้ง
เซเนล – นั่นมัน..........
โคลเอ้ – คูลริดจ์ เป็นอะไรหรือเปล่า?
เซเนล – ถ้าอย่างนั้นสเตล่ากับเฟนิมอรฺก็เคยถูกขังที่นี่เหมือนกัน.....
เจย์ – อาจจะใช่ครับ.....
นอร์ม่า – ตอนที่พวกเราพบเฟนเฟนครั้งแรก เธอกลัวพวกเรา อาจจะหมายความว่า......
ภาพของสเตล่าที่ถูกขังในกรงคนลอยเข้ามาในหัว จนเซเนลกำหมัดแน่น กัดฟันส่งเสียงอยู่ในลำคอ “กรอด!”
โคลเอ้ – มีอะไรหรือ?
เขาวิ่งไปที่กำแพง กระทืบเท้าแล้วตะโกนลั่น!
โคลเอ้ – คูลริดจ์!
เซเนล – วากรัฟ! แกทำอะไรกับสเตล่าน่ะ?!
เขาต่อยหมัดใส่กำแพงอย่างโกรธแค้น “สารเลว สารเลว!”
โคลเอ้ – คูลริดจ์ สงบสติก่อนสิ
เซเนล – บ้าจริง!
วิล –พวกเราน่าจะนำบันทึกเหล่านี้ไปด้วย หากปล่อยไว้แบบนี้อาจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ก็ได้
โมเซสมองซ้ายมองขวาเมื่อสังเกตเห็นว่าขาดหายอะไรไป “อั๊วะไม่เห็นวอลเตอร์เลย เขาวิ่งไปไหนแล้วน่ะ?”
วิล – ไปตามหาเขาเถอะ
ทั้งสามคนเดินเข้าไปต่อ เหลือโคลเอ้ที่ยืนมองเซเนลอยู่คนเดียว ... “คูลริดจ์....”
เซเนล – ชั้นไม่เป็นอะไรแล้ว ขอโทษนะ”
โคลเอ้ – อย่างกังวลเลย แต่....”
เซเนล – พวกเราต้องตามหาวอลเตอร์
โคลเอ้ - ....ใช่
ที่ห้องสมุดส่วนใน วอลเตอร์ยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่ “เห็นบันทึกแล้วใช่ไหม?”
เจย์ – ครับ
วอลเตอร์ – ตอนนี้พวกแกก็รู้แล้วโอเรลเนสอย่างพวกแกคร่าชีวิตของเฟลเนสไปนับไม่ถ้วนที่นี่
นอร์ม่า – นี่ นั่นมันฝีมืกวากรัฟนะ! อย่านับพวกเรารวมไปด้วยสิ!
วอลเตอร์ – สำหรับเราแล้ว โอเรลเนสอย่างพวกแกก็เหมือนกันหมด ชาวเฟลเนสต้องทนทุกข์มาตลอดหลายปีนี้ แต่ทุกอย่างมันจะจบลงในวันนี้ล่ะ เพราะวันนี้ ท่านเมลเนสจะสำเร็จพิธีรับสิทธิ!
เซเนล – พิธีกรรมสำคัญที่ว่าก็คือพิธีรับสิทธิเหรอ?
วอลเตอร์ – พิธีน่าจะเริ่มตอนนี้แล้ว
เซเนล – อะไรนะ?! คราวที่แล้วเชอรี่ก็เกือบตายไปแล้วนะ!
วอลเตอร์ – เรารู้ ไม่ต้องให้แกบอกหรออก
เซเนล – แล้วนายยังบังคับให้เธอทำอีกเหรอ?!
วอลเตอร์ – หัวใจของท่านเมลเนสไม่เหมือนเดิมแล้ว ท่านเลือกที่จะเผชิญหน้ากับพิธีกรรมด้วยตัวของท่านเอง
เซเนล – อะไรนะ?
วอลเตอร์ – พิธีรับสิทธิเป็นพิธีกรรมแห่งการจุติใหม่ จิตของท่านจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส และท่านก็จะได้รับรู้ถึงการตื่นขึ้นที่แท้จริง
วิล – เนลเฟส?
วอลเตอร์ – เมื่อมันเกิดขึ้น ท่านก็จะไม่เรียกแกว่าพี่ ท่านจะกลายเป็นตัวตนใหม่!
เซเนล – ไม่..... แก!
นอร์ม่า – วอลลี่! นายโกหกพวกเรา!
วิล – เธอล่อพวกเรามาที่นี่ด้วยข้อมูลผิดๆ
เจย์ – คุณพยายามกันพวกเราไม่ให้รู้สึกพิธีกรรม
วอลเตอร์ – ถูกต้อง แต่ถ้าจะให้พูดแล้ว..... การพาพวกแกมาที่นี่ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของเรา
เขาตั้งท่าพร้อมเข้ามาโจมตี!
โมเซส – หึ อย่างนี้นี่เองสินะ?
วอลเตอร์ – เซเนล การคงอยู่ของแกจะทำให้ท่านเมลเนสไขว้เขว เราจะกำจัดต้นแหตุแห่งปัญหาทั้งปวงที่นี่ ตอนนี้!
เซเนล – ใครจะยอมล่ะ!
เทลเคสสีดำของวอลเตอร์ปรากฎออกมาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู้กัน วอลเตอร์หันไปหามันซักพัก...
วอลเตอร์ – อะไรนะ! พวกเราคงต้องจัดการเรื่องนี้ที่หลังc]h;
เซเนล – แกจะวิ่งหนีไปที่ไหนอีกล่ะ?!
วอลเตอร์ – กองทหารของโอเรลเนสมาปรากฎในเขตพิธีกรรมแล้ว
ปีกเทลเคสย้ายไปปรากฏที่หลังของเขาก่อนจะพาลอยออกไปข้างนอก
เซเนล – หยุดนะ!
นอร์ม่า – กองทหารไหนที่เขาพูดถึงน่ะ?
เจย์ – จากท่าทางที่เขาแสดงออก คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงนะครับ
โคลเอ้ – พวกนั้นอาจจะเป็นกองทหารที่เหลืออยู่ของวากรัฟจริงๆหรือเปล่า
นอร์ม่า – โอ้ย! ฉันไม่เข้าใจอะไรแล้วนะเนี่ย! ตอนแรกเขาบอกว่าริจจังจะไม่ใช่ริจจังอีก แล้วทีนี้ก็มาบอกว่าทหารที่ไหนก็ไม่รู้โผล่มา!
วิล – ไม่ว่าจะกรณีไหน ออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ
ยังไม่ทันจะก้าวไปไหน หมาป่าสีทองกับสีเงินก็เข้ามาขวางทางไว้จนทุกคนต้องช่วยกันปราบเสียก่อน
โคลเอ้ – พวกเราเสียเวลาไปมากแล้วนะ
เจย์เหลือบไปเห็นหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “หนังสือที่ตกอยู่ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกด้วยหรือเปล่าครับ?”
เขาเดินไปหยิบมาขึ้นมา “ไหนลองดูซิ....... รายงานปฏิบัติการ : การจับกุมตัวเมลเนส”
เซเนลรีบวิ่งเข้าไปทันที “เจย์ เอาหนังสือนั้นมาให้ชั้น!”
เจย์ – อะไรครับ? แต่ว่า.....
เซเนล – ชั้นบอกว่าเอามาให้ชั้น!
เจย์ – ได้ครับ ได้......
เขายื่นให้เซเนลซึ่งรีบกระชากไปอย่างรุนแรง
เจย์ – เอาล่ะ คุณได้ไปแล้วนี่ แต่ถ้าพวกเราต้องใช้มัน คุณต้องให้ผมดูนะครับ?
เซเนล – ได้สิ
โมเซส – ทำอะไรกันน่ะ? ไม่มีเวลามาอ่านหนังสือกันนะ
โคลเอ้ – พวกเราต้องไปหาเชอรี่
เมื่อออกไปนอกป้อมปราการ ก็เห็นชาวโมฟุโมฟุสองตัวยืนรออยู่
เจย์ – อา ได้เวลาพอดีเลย!
เขาเข้าไปคุยกับทั้งสองตัวอยู่ครู่หนึ่ง เข้าใจแล้ว ขอบใจนะ”
เจย์ – พวกเราพบตัวคุณเชอรี่แล้วครับ เธออยู่ที่วิหารแห่งสมุทร ซึ่งตั้งอยู่ที่หัวเรือครับ
นอร์ม่า – หมายถึงปลายสุดของเลกาซี่น่ะเหรอ?
วิล – ฉันเป็นห่วงเรื่องปฏิกิริยาที่เธอมีกับทะเล ไปกันเถอะ
บนวิหารแห่งสมุทรนั้น ชาววารีจำนวนหนึ่งรวมทั้งเมาริทซ์และเฟนิมอร์ยืนอยู่รอบๆลานพิธีสีแดง
เมาริทซ์ – พวกเราจะเริ่มพิธีเข้ารับสิทธิ ณ บัดนี้ เชอรี่
เชอรี่ – ฉันพร้อมแล้วค่ะ
เธอเดินเข้าไปยืนบนแท่นพิธีแล้วรวมสมาธิ ชั่วครู่หนึ่ง เส้นผมของเธอก็เรืองแสงสีเงินออกมา
เชอรี่ – จิตอันยิ่งใหญ่แห่งสมุทร บ้านที่แท้จริงแห่งเฟลเนส เราขอเรียกหาท่าน หากท่านเห็นว่าเรา เชอรี่ เฟนเนส มีค่าเพียงพอในฐานะผู้แทนของท่าน ได้โปรดอวยพรให้แก่เราด้วยเสียงของท่าน.......
ที่ทางเข้าของวิหารแห่งสมุทร ร่างไร้ชีวิตของชาววารีมากมายนอนแน่นิ่งอยู่ กองทหารจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาโดยการนำของหัวหน้าอัศวินแห่งอาณาจักรกาโดเรีย นั่นเอง!
หัวหน้าอัศวิน – ขั้นตอนต่อไปของปฏิบัติการณ์จะเริ่มหลังจากนี้ เป้าหมายของพวกเราคือการจับกุมเมลเนส ให้สังหารทุกคนที่เข้ามาขัดขวางได้ พวกเราจะยอมให้ประเทศอื่นเข้ามาควบคุมเมลเนสไม่ได้ ถ้าจำเป็นพวกเราก็ต้องพานางไปด้วย
หลังจากที่เหล่าทหารบุกเข้าไปภายในวิหารแห่งสมุทรซักพัก พวกเซเนลก็ตามมาถึงพอดี ทุกคนต่างตกใจที่เห็นศพของชาววารี
วิล – ไม่ทันแล้ว เขาตายไปแล้ว แล้วคนนั้นล่ะ โมเซส?
โมเซส – รายนี้ตัวเย็นไปแล้วล่ะ
เจย์ – วอลเตอร์บอกว่าเป็น “กองทหาร” ผมสงสัยว่ามีกี่คนกันนะ
วิล – ฉันคิดไม่ออกเลยว่าจะมีกองทหารของวากรัฟเหลือมากขนาดนั้น
เจย์ – นี่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับวากรัฟนะครับ
เขาหันไปทางโคลเอ้ “คุณโคลเอ้”
โคลเอ้ – มีอะไรหรือ?
เขาชี้ไปที่ดาบที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆนั้น “ดาบเล่มนั้น ผมคิดว่าคุณคงเคยเห็นมันมาก่อนนะครับ”
เธอเดินเข้าไปดูแล้วก็ต้องชะงัก “นี่มัน....”
นอร์ม่า- เธอจำมันได้เหรอ?
โคลเอ้ – ใช่ ไม่ผิดแน่ๆ ตราที่อยู่บนด้ามดาบนี้ นี่เป็นอาวุธหลักของกองทัพกาโดเรีย
โมเซส – โคลเอ้ เธอจะบอกว่าคนของเธอเป็นคนทำเรอะ?
เซเนล – โคลเอ้ .......
โคลเอ้ – ฉัน....ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ! เชื่อฉันสิ คูลริดจ์!
เขาเงยหน้ามองเบื้องบนอย่างกังวล “พวกเราจะยืนเฉยๆไม่ได้แล้ว ไปกันเถอะ!”
วิล+นอร์ม่า+โมเซส – ใช่
ทุกคนวิ่งเข้าก่อน เหลือแต่โคลเอ้ที่ยืนถอนหายใจคนเดียว....
ชายชาวราเดี้ยน – ท่านเมลเนสเป็นยังไงบ้าง?
หญิงชาวราเดี้ยน – นางภาวนามาซักพักแล้วนะ แต่ยังไม่มีปฏิกิริยาจากทะเลเลย
ชายชาวราเดี้ยน – เมื่อสามปีที่แล้ว สัญญาณก็ปรากฎขึ้นเร็วดีแล้วเชียว ถ้าไม่เกิดเรื่องบนั้นซะก่อนละก็....
หญิงชาวราเดี้ยน – ถึงท่านจะตื่นขึ้นได้จริงๆ แต่บางทีท่านก็อาจจะยังตัดใจไม่ได้หรอก
ชายชาวราเดี้ยน – เธออาจจะเสียพลังทั้งหมดไปเพราะอุบัติเหตุครั้งที่แล้วก็ได้...
เฟนิมอร์ – เงียบซะ! ทุกคนน่ะ!
เธอชี้หน้าใส่ทุกคนอย่างเหลืออด “เชอรี่กำลังพยายามเต็มที่แล้ว เลิกพูดแบบนั้นต่อหน้าเธอซะที!”
เชอรี่ – ไม่เป็นไรหรอก เฟนิมอร์
เฟนิมอร์- แต่ว่า....
เชอรี่ – เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนจะกังวลน่ะ พวกเขารอคอยมานานเพื่อให้ฉันเป็นเมลเนส
เฟนิมอร์ - จริงๆแล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรได้ด้วยสินะ...
เชอรี่ – ฉันเคยประกอบพิธีเข้ารับสิทธิมาครั้งหนึ่งแล้ว และก็ล้มเหลว
เฟนิมอร์ - เชอรี่......
เชอรี่ – พี่สเตล่าบอกว่าฉันมีไข้ขึ้นสูง แล้วก็เกือบจะตายอยู่หลายวัน ฉันสงสัยว่ามันไม่มีหวังเลยหรือเปล่านะ....
ชาววารีคนหนึ่งเดินโซเซเข้ามาในลานพิธีอย่างยากลำบากก่อนจะล้มลงไปนอนเพราะบาดแผลบนร่างกาย!
เมาริทซ์ – เกิดอะไรขึ้น?!
หัวหน้าอัศวิน – เจ้าคงจะเป็นเชอรี่ หรือเมลเนสสินะ
เขาเดินเข้ามาพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง
เชอรี่ – คุณ......คุณเป็นใครกัน?
เมาริทซ์ – เจ้าบังอาจเข้ามารบกวนพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเฟลเนสได้อย่างไรกัน! นี่หรือคือนิสัยของชาวโอเรลเนส?
หัวหน้าอัศวิน – เราให้ความยำเกรงอย่างสูงกับมนุษย์อยู่แล้ว แต่พวกเจ้าไม่ใช่มนุษย์นี่
เขาชี้นิ้วไปที่เชอรี่ “เมลเนส เจ้าถูกจับกุมแล้ว ในข้อหาสมคบคิดกับจักรวรรดิครูแซนด์เพื่อต่อต้านประเทศของพวกเรา”
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:38 pm----------