Topic #36: Tales of Legendia - Chapter 5. Awakening (continue....)

Next Farecery

Chapter 5. Awakening (continue...) 

 

เซเนลรีบวิ่งขึ้นไปบนวิหาร และพบศพของชาววารีเป็นระยะๆ 

วิล – พวกเขาตายหมดแล้ว 

เจย์ – พิจารณาจากที่นี่แล้ว กองทหารอาจจะไปถึงตัวคุณเชอรี่แล้ว.... 

เซเนล – บ้าจริง! 

ขณะเดียวกัน ชาววารีทุกคนต่างตกตะลึงกับท่าทีของผู้บุกรุก 

เฟนิมอร์ – ถูกจับเหรอ?! 

หัวหน้าอัศวิน – พวกเรามีหลักฐานว่าเมลเนสกับพี่สาวของนาง เป็นผู้รับผิดชอบกับการควบคุมของอุปกรณ์ที่เรียกว่าปืนใหญ่เนลเฟส 

เฟนิมอร์ - ควบคุมเหรอ?! เชอรี่น่ะเป็นเหยื่อต่างหากล่ะ! 

หัวหน้าอัศวิน – นางสามารถโต้แย้งได้ในศาลแห่งกาโดเรีย 

ทหารตั้งท่าจะใช้กำลัง ชาววารีคนอื่นๆรีบเข้าไปยืนขวางทางเอาไว้! 

เชอรี่ – พวกคุณทำอะไรกันน่ะ?...... 

ชายชาวราเดี้ยน – ท่านเมลเนส ได้โปรดหลบหนีไปกับหัวหน้าเถอะ ท่านเป็นความหวังของชาวเฟลเนส ได้โปรดเถอะ เร็วเข้า! 

หัวหน้าอัศวิน – ฆ่าคนที่ขัดขืนซะ 

ตามคำสั่งที่ได้รับ เหล่าทหารวิ่งเข้าสังหารผู้ขัดขวางทันที! 

ชายชาวราเดี้ยน – อ้าก! 

เฟนิมอร์ – อึ้ก.... 

หญิงชาวราเดี้ยน – อ๊า! 

เชอรี่ – พวกคุณทำได้ยังไงกัน! 

หัวหน้าอัศวินเดินเข้ามาหาหญิงชาวราเดี้ยนที่ยังเหลืออยู่ เขาชักดาบชี้ไปที่เธอ “อย่าคิดว่าเราจะเมตตาเจ้าเพราะเจ้าเป็นผู้หญิง” เขากล่าวอย่างเหี้ยมโหดก่อนพุ่งเข้ามา! 

เชอรี่ – หยุดเถอะ! อย่าฆ่าเธอนะ! 

เธอวิ่งเข้าไปขวางเอาไว้! 

ตึก ตึก....... 

เฟนิมอร์ – อย่านะ เชอรี่! 

ตึก ตึก.... 

ทุกสิ่งราวกับเคลื่อนไหวช้าลงขณะวินาทีแห่งความเป็นตาย.... เฟนิมอร์วิ่งเข้าไปหาเชอรี่..... 

หัวหน้าอัศวิน – ตาย! 

หญิงชาวราเดี้ยน – อ๊า! 

ตึก ตึก...... 

ปลายดาบอันแหลมคมแทงทะลุร่างของเธอ.... เลือดสีแดงฉานทะลักออกมาจากปากแผลเมื่อเจ้าของดาบชักดาบเปื้อนเลือดออกมา.... 

เชอรี่ – หือ?....... 

ร่างของเฟนิมอร์ถอยเซไปด้านหลัง พิงกับอ้อมแขนของเชอรี่ซึ่งกำลังตกตะลึงอยู่.... 

เชอรี่ – เฟนิมอร์..... 

เฟนิมอร์ – เชอ......เชอรี่...... 

เชอรี่ – ไม่.... เฟนิมอร์?! 

ความเจ็บปวดที่ไหลทะลักออกมาพร้อมสติที่พร่าเลือน 

เชอรี่ – เฟนิมอร์! ทนไว้นะ! ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ เฟนิมอร์?! 

เฟนิมอร์ – ฉันแค่ทำเหมือนเธอ..... อา..... ไม่เหมือนตัวฉันเลยนะ.... 

เชอรี่ – อย่าฝืนพูดสิ! ใครก็ได้ รักษาเธอที! ใครก็ได้! ได้โปรด ใครก็ได้! 

วอลเตอร์ลอยลงมาจากฟ้าในเวลานั้น “เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!” 

เขามองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แวบหนึ่งแล้วตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น “เจ้าพวกโอเรลเนสสารเลว!” 

เมาริทซ์ – เดี๋ยวก่อน วอลเตอร์ 

วอลเตอร์ – ทำไมท่านต้องห้ามผมล่ะครับ?! 

เมาริทซ์ – ดูต่อไปเถอะ นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีกว่าอะไรที่เราเคยคาดหวังก็ได้ 

วอลเตอร์ – อะไรนะ?! 

เชอรี่ – ทำไมไม่มีใครมาช่วยล่ะ?! ได้โปรดเถอะ! 

เฟนิมอร์ – ฉันขอโทษนะ เชอรี่..... ฉันรู้ว่าฉันบอกว่าจะอยู่กับเธอ.... 

เชอรี่ – เฟนิมอร์ ไม่เป็นอะไรนะ ฉันจะรักษาเธอเอง เธอไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก เธอจะไม่เป็นอะไร ตกลงนะ? 

เฟนิมอร์ – เข้ามาใกล้ๆสิ...... ฉันจะให้..... พรครั้งสุดท้ายของฉัน.... 

เชอรี่ – อย่านะ! อย่าพูดอะไรแบบนั้น! เธอจะไม่ตายหรอก! 

เฟนิมอร์ – เร็วสิ.... 

เชอรี่ – เฟนิมอร์....... 

เฟนิมอร์ – เธอต้อง..... ตามหาความสุข..... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.... ได้โปรด.... ตามหาความสุขของเธอ........ 

ทุกอย่างหยุดนิ่งลง ร่างกายที่เคยสั่นระริกเพราะความเจ็บปวดกลับเงียบสงบ.... 

เชอรี่ – เฟนิมอร์?..... นี่ เฟนิมอร์! 

เธอเขย่าร่างที่ไม่ไหวติง.... 

เชอรี่ – ไม่นะ เฟนิมอร์! ได้โปรดเถอะ อย่าไปนะ! ต้องไม่ใช่เธอสิ! เฟนิมอร์! พวกเราเป็นเพื่อนกันใช่ไหม?! อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวสิ! 

หัวหน้าอัศวิน – นี่ล่ะสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกที่ต่อต้านพวกเรา 

เชอรี่ – คุณ..... คุณเกลียดพวกเราขนาดนั้นเลยหรือ? 

หัวหน้าอัศวิน – ใช่ เราเกลียด เพราะพวกเจ้า ประเทศของพวกเราจึงต้องเผชิญกับความยากลำบากและความพินาศ เราจะไม่มีวันลืมความหวาดกลัว ความเกลียดชังที่เรารู้สึกในวันนั้น! 

เชอรี่ – และคุณก็เชื่อว่าเป็นเพราะฉันงั้นหรือ? 

หัวหน้าอัศวิน – พวกเราต้องกำจัดเสี้ยนหนามทุกอันที่เป็นอุปสรรคต่อการคงอยู่ของพวกเรา พวกเจ้า ชาวราเดี้ยนเป็นศัตรูของมนุษยชาติ! 

ตึก ตึก....... 

เชอรี่ – ศัตรู...... คุณกับพวกเรา.....เป็นศัตรู..... 

วิ้ง....... 

เชอรี่ – ฉันได้ยิน.... เสียง 

วิ้ง...... 

เชอรี่ – เสียงซึ่ง......กำลังเรียกฉัน..... 

วอลเตอร์ – เสียงเรียกท่านเมลเนสงั้นหรือ?! 

เมาริทซ์ – เชอรี่ เธอได้ยินแล้วหรือ?! เสียงนั่น..... 

วิ้ง.... วิ้ง..... 

เธอวางร่างของเพื่อนลงอย่างแผ่วเบาแล้วลุกขึ้นยืน “ฉันได้ยินเสียง...... ฉันได้ยินเสียงแห่งเนลเฟส” 

เหล่าผู้บุกรุกเริ่มมีท่าทีหวาดหวั่น เมื่อบางสิ่งดูเปลี่ยนไป “นาง.....นางพูดอะไรน่ะ?” 

เชอรี่ – จงรับไป.... ซึ่งสิทธินี้.... 

วิ้ง..... 

ผมของเธอกลายเป็นสีฟ้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับรัศมีที่แผ่ออกมาเป็นระลอกผิดจากที่เคย..... 

หัวหน้าอัศวิน – อา..... 

เชอรี่ – ฉันรู้แล้ว..... เป็นเช่นนี้นี่เอง 

หัวหน้าอัศวิน – นางเป็นอะไรน่ะ?.... 

เชอรี่ - ฉันจำได้แล้วล่ะ เฟนิมอร์ ว่าทำไมฉันถึงล้มเหลวกับพิธีครั้งที่แล้ว ฉันตระหนักแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันสำเร็จพิธีเข้ารับสิทธิ 

หัวหน้าอัศวิน – พวกแกทำอะไรอยู่ล่ะ? ไปจับนางสิ! 

เทลเคสของวอลเตอร์เข้ามาโจมตีทหารของเขาจนตายไปหมด! 

หัวหน้าอัศวิน – เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ?! 

เชอรี่ – ดังนั้นฉันจึงไม่ยอมรับ และทำให้ฉันล้มเหลว หากฉันสำเร็จพิธีเข้ารับสิทธิ.... หากฉันตื่นขึ้นในฐานะเมลเนส..... หมายความว่า... 

กระแสพลังเริ่มกระจายออกมาสู่พื้น ขณะเชอรี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.... 

“.....ฉันอาจจะต้องฆ่าพี่ชายของฉัน” 

 

พวกเซเนลวิ่งไปถึงข้างบน และพบกับทหารของกาโดเรียที่วิ่งสวนลงมาด้วยหน้าตาหวาดกลัว พวกเขาชะงักเมื่อเห็นพวกเซเนลแล้วรีบขอความช่วยเหลือ 

โคลเอ้ – พวกนายมาทำอะไรที่นี่น่ะ?! 

อัศวินกาโดเรีย – อ๊า!! 

ทุกคนรีบวิ่งหนีไปโดยไม่ยอมเสียเวลาตอบ 

โคลเอ้ – นี่ เดี๋ยวสิ! 

เซเนล - ...... 

โคลเอ้ – โธ่...... 

นอร์ม่า – พวกนั้นวิ่งหนีไปเหมือนเห็นผีหรืออะไรเลยอ่ะ 

วิล – ข้างบนนั่นเกิดอะไรขึ้นนะ? 

เซเนล – มีอะไรกำลังเข้ามาแล้ว! 

อสูรสีดำลอยลงมาจากทางที่ทุกคนกำลังมุ่งหน้าไป! 

วิล – ปีศาจตัวนี้! 

นอร์ม่า – มันตัวเดียวกับที่วอลลี่ใช้นี่! 

หลังจากที่จัดการมันไปแล้ว โคลเอ้ชี้ไปที่ด้านหน้า “ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!” 

เบื้องหน้า ซึ่งเป็นทางที่จะขึ้นไปถึงลานพิธีด้านบนสุด ชาววารีสองคนยืนขวางทางอยู่ 

วิล – พวกคุณป็นคนควบคุมปีศาจตัวนั้นหรือ? ทำแบบนี้ทำไมกัน? 

ชาววารี – พวกโอเรลเนสอย่างแกต่างหากล่ะที่บุกมาก่อน! 

เซเนล – นั่นไม่ใช่พวกเรานะ! 

ชาววารี – เก็บคำแก้ตัวที่น่าสมเพชเอาไว้เถอะ! เพวกเราไม่เชื่อคำพูดของโอเรลเนสอีกแล้ว! 

พวกเขาพูดแล้ววิ่งขึ้นไป 

เซเนล – นี่! 

เจย์ – รีบขึ้นไปเถอะครับ ผมมีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับเรื่องนี้ 

 

ทุกคนวิ่งไปเบื้องบน และพบเชอรี่ซึ่งผมเปล่งประกายสีฟ้าบนลานพิธี แสงสีแดงส่งมาจากบนลานนั้นเป็นจังหวะๆ 

เซเนล – เชอรี่! 

วิล – นั่นคือเชอรี่จริงๆหรือ?! 

เจย์ – เหมือนกับชื่อนั้น.... “ผู้ส่องแสง” 

เซเนล – เชอรี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! 

เขามองเห็นวอลเตอร์ซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆนั้น ข้างๆก็คือร่างของเฟนิมอร์ที่นอนสงบนิ่งอยู่ “เฟนิมอร์?.....” 

นอร์ม่า - .....เฟนเฟน! เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ?! 

วอลเตอร์ลุกขึ้นมาชี้หน้าทุกคนด้วยสีหน้าเกลียดชัง “เธอตายแล้ว! เพราะพวกแกไงล่ะ โอเรลเนส!” 

เซเนล – ตาย.... เฟนิมอร์ตายแล้วเหรอ? 

วอลเตอร์เดินเข้ามาขวางทางทุกคนไว้ “เราจะไม่ได้แกสร้างความทุกข์อะไรอีกแล้ว ห้ามแกเข้าใกล้ท่านเมลเนส” 

หัวหน้าอัศวินซึ่งนั่งทรุดอยู่กับพื้น ลุกขึ้นมาหาโคลเอ้ 

โคลเอ้ – เกิดอะไรขึ้นคะ?! ทำไมท่านถึงสังหารผู้บริสุทธิล่ะ?! 

หัวหน้าอัศวิน – พวกมันไม่ใช่มนุษย์ พวกมันคือปีศาจ! ดูนังผู้หญิงที่ส่องแสงนั่นสิ! 

ตึก ตึก.... 

เซเนล – แกพูดอะไรนะ? 

หัวหน้าอัศวิน – อะไร เจ้าโกรธรึ? เรียกปีศาจว่าปีศาจมันผิดตรงไหนกัน? 

เซเนล – เจ้าคนเลว! 

โคลเอ้ – น่าสมเพชจริงๆ นั่นเป็นคำพูดของอัศวินจริงๆหรือ คำพูดของตัวแทนแห่งความยุติธรรม 

หัวหน้าอัศวิน – โคลเอ้ วาเลนส์! นี่เป็นคำสั่ง! สังหารเมลเนสซะ! 

โคลเอ้ – อะไรนะ?! 

หัวหน้าอัศวิน – เราได้รับราชานุญาติจากองค์กษัตริย์แล้ว คำพูดของเราคือรับสั่งจากพระองค์ 

โคลเอ้ – กรอด! 

วอลเตอร์ – ที่แท้แกก็คิดแบบนี้สินะ เซเนล ในใจของแก แกคิดเสมอว่าเธอเป็นปีศาจสินะ? 

เซเนล – ไม่ใช่! 

เขาต่อยอัศวินคนนั้นลงไปกอง! “ชั้นคิดแบบนี้กับคำสั่งของแกล่ะ!” เขาพูดก่อนหันไปหาน้องสาว 

เซเนล – เชอรี่! ได้ยินพี่ไหม? เชอรี่! 

ผมของเธอกลับมาเป็นสีทองอีกครั้ง 

เซเนล – เชอรี่?.... 

เมาริทซ์ – หึๆๆ........ 

เสียงหัวเราะในลักษณะที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากของเขา 

เมาริทซ์ – ฮ่าๆๆๆๆๆ! 

นอร์ม่า – นี่! เสียงหัวเราะแบบวายร้ายนั่นอะไรน่ะ? 

เมาริทซ์ – พิธีเข้ารับสิทธิสมบูรณ์แล้ว เมลเนสองค์ใหม่ได้จุติแล้ว ตื่นขึ้นเถอะ ผู้แทนแห่งเนลเฟสอันยิ่งใหญ่ และผู้นำประชาชนของพวกเรา! โปรดตื่นขึ้นเถิด ท่านเมลเนส! 

ผมของเชอรี่กลายเป็นสีฟ้าอีก ประกายแสงเข้าไปรวมที่หลัง ปรากฏเป็นปีกแสงสีฟ้า! 

เซเนล – นั่นมัน!.... เทลเคสของเชอรี่เหรอ?! 

เจย์ – นั่นเป็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเมลเนสหรือ? 

เซเนล – เชอรี่.... เธอได้พลังกลับคืนมาแล้วเหรอ? 

โคลเอ้ – ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน..... สัมผัสที่เอ่อล้นไปด้วยพลัง? นี่ไม่ใช่เชอรี่ที่ฉันรู้จัก...... 

เมาริทซ์ – ในที่สุดเวลาของพวกเราก็มาถึง พวกเราชาวเฟลเนส รอมากว่าพันปีเพื่อวันนี้! 

เซเนล – เชอรี่ ฟังชั้นนะ! 

ผมของเมาริทซ์และวอลเตอร์ จู่ๆก็เรืองแสงสีฟ้าเช่นกัน! 

นอร์ม่า – ผมของวอลลี่ส่องแสงแล้วอ้ะ! 

โมเซส – เมาริทซ์ก็ด้วย! 

วอลเตอร์ – เนลเฟสคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับการตื่นของท่านเมลเนส 

เมาริทซ์ – นี่คือพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ผู้คนของเราจะได้รับ 

วอลเตอร์ – ตอนนี้พวกแกเทียบเราไม่ได้แล้ว! 

เซเนล – ก็ลองดูสิ! 

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร การสู้กับวอลเตอร์ครั้งนี้นั้นเทียบไม่ได้กับที่แล้วๆมา ไม่นาน ทุกคนก็พ่ายแพ้หมดรูป! 

วอลเตอร์ – ตอนนี้แกเห็นหรือยังล่ะว่าเราทรงพลังแค่ไหน? เซเนล.... เวลาของแกมาถึงแล้ว! 

เซเนล – กรอด! 

วอลเตอร์ – ตาย! 

เขาเตรียมจะพุ่งเข้ามา! เสียงหนึ่งก็ยั้งเขาไว้ 

เชอรี่ – หยุดก่อน 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส.... 

เธอเดินลงมาจากลานพิธี มองทุกคนด้วยสีหน้าเฉยเมย 

เซเนล – เชอรี่? 

เชอรี่ – อย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีก 

เซเนล – อะไรนะ? 

เชอรี่ – ฉันคือเมลเนส ฉันได้ยินเสียงแห่งเนลเฟส และฉันคือผู้แทนแห่งความประสงค์ของสิ่งนั้น 

เซเนล – เชอรี่ เป็นอะไรไปน่ะ? นี่ไม่เหมือนเธอเลย! 

เชอรี่ – ฉันบอกว่าอย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีก ฉันไม่ใช่คนที่เสแสร้งเป็นน้องสาวของคุณอีกแล้ว 

เซเนล – ทำไมถึงพูดไม่มีเหตุผลแบบนั้นล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นยังไง เธอก็คือเชอรี่! 

เชอรี่ – เงียบซะ! 

เธอชูมือขึ้น ก่อนม่านพลังสีฟ้าจะล้อมรอบตัวเซเนลไว้ แล้วปล่อยพลังงานทำร้ายเขา! 

เซฌนล – อ้าก! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! 

โมเซส – เซโนจิ! 

เธอยกมือสูงขึ้นพร้อมๆกับม่านพลังที่ยกตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสลายตัวไปให้ร่างของเขาตกลงมากับพื้น! 

โมเซส – เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ ทำร้ายคนรู้จักแบบนี้น่ะ?! 

โคลเอ้ – เชอรี่! เธอรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป?! ตอบฉันสิ เชอรี่! 

เชอรี่ – พวกคุณไม่สมควรได้รับพรแห่งเนลเฟส ฉันจะยึดมันกลับมาเดี๋ยวนี้ 

วิ้ง.... 

แสงกระพริบขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก่อนทุกคนจะรู้สึกเหมือนพลังในตัวเลือนหายไป! 

โมเซส – อะ....เธอทำอะไรน่ะ? 

นอร์ม่า – รู้สึกเหมือนพลังถูกดูดออกไปจากร่าง.... 

วิล – เชอรี่....เธอทำอะไรกับพวกเราน่ะ?..... 

เซเนล – เชอรี่?..... 

เมาริทซ์ – โอเรลเนส พวกเจ้าลืมบาปแห่งอดีตกาลไปอย่างไม่ละอายใจ ทำตัวเหมือนว่านี่เป็นโลกของพวกเจ้า จงรับรู้ถึงความพิโรธแห่งเนลเฟสเถอะ 

เชอรี่ – เนลเฟลได้ตัดสินใจที่จะนำโลกกลับสู่รูปแบบที่แท้จริงแล้ว 

นอร์ม่า – ริจจัง เลิกล้อเล่นเถอะ นี่ไม่สนุกเลยนะ 

เมาริทซ์ – พวกเราชาววารี น้อมรับความประสงค์แห่งเนลเฟส พวกเราจะกวาดล้างพวกเจ้าชาวพื้นดินออกไปจากโลกนี้ 

เชอรี่ – พวกเจ้าต้องชดใช้กับอาชญากรรมที่โง่เขลาของพวกเจ้า! 

เซเนล – อึ้ก 

วอลเตอร์ – จงตายซะ! 

โมเซส – บ้าเอ๊ย! 

จู่ๆพายุหิมะก็โหมกระหน่ำจนทุกคนลืมตาไม่ขึ้น! เมื่อดูอีกที พวกเซเนลก็หายไปจากบริเวณนั้นแล้ว 

วอลเตอร์ – พายุหิมะหรือ? กะทันหันแบบนี้น่ะรึ? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! พวกมันหายไปไหนแล้ว? 

เชอรี่ – ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกพาไปที่ทางเข้าแล้ว 

วอลเตอร์ – อะไรนะครับ?! 

เมาริทซ์ – วอลเตอร์ เธอตามพวกนั้นไปได้ไหม? 

วอลเตอร์ – ผมมีทหารซ่อนตัวอยู่ครับ ผมให้พวกเขาตามรอยไปทันที 

เชอรี่ - ......... 

เมาริทซ์ – ท่านเมลเนส 

ทั้งสองคนคุกเข่าเบื้องหน้าเธอ 

เมาริทซ์ โปรดอนุญาตให้เราได้แสดงความยินดีกับการตื่นของท่าน 

เชอรี่ - ....... ฉันได้ยินเสียงแห่งทะเล 

เมาริทซ์ – ครับ ท่านเมลเนส 

เชอรี่ – ฉันจำได้แล้ว หน้าที่ของฉัน 

เมาริทซ์ – ครับ ท่านเมลเนส 

เชอรี่ – ฉันจะกลับไปที่ปราสาทเดี๋ยวนี้ 

เมาริทซ์ – รับทราบ 

เชอรี่ – นอกจากนั้น ฉันอยากให้พวกคุณสร้างสุสานให้แก่เฟนิมอร์อย่างสมเกียรติด้วย 

วอลเตอร์ – ให้ผมจัดการเองครับ 

เมาริทซ์ – วอลเตอร์ เธอไม่จำเป็นต้องทำหรอก 

วอลเตอร์ – ได้โปรดเถอะ ท่านเมลเนส 

เชอรี่ – ตามที่คุณต้องการเถอะ 

วอลเตอร์ – ขอบคุณครับ 

 

ที่ทางเข้าวิหารแห่งสมุทร ทุกคนยังสับสนตั้งตัวไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น 

นอร์ม่า – เกิดอะไรขึ้นอ่ะ? 

เซเนลพยายามจะเดินกลับเข้าไป แต่ก็ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวต้องนั่งลงพัก โคลเอ้รีบปราดเข้ามาดู “คูลริดจ์!” 

เซเนล – บ้าจริง ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้นะ....... 

กริวเน่ – ดูน่าสนุกนะจ้ะที่พวกเธอลอยลงมาจากฟ้าน่ะ 

เธอเดินเข้ามาท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน ทุกคน “คุณกริวเน่!? / เจ๊กริว?!” 

กริวเน่ – ลอยไปก็ลอยมา.... หิมะนุ่มๆ...... นั่นเกมอะไรเหรอจ้ะ? ฉันก็อยากเล่นด้วย! 

เจย์ – ผมไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่าคุณเห็นพวกเราแบบนี้แล้วยังเชื่อได้สนิทใจว่ากำลังเล่นอยู่น่ะ 

วิล – คุณกริวเน่ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ครับ? 

กริวเน่ – หืม... ทำไมฉันถึงมาที่นี่นะ? 

นอร์ม่า - โอย ไม่นะ ..... อากาศกำลังติดเชื้อขี้ลืมจากเจ๊กริวแล้ว...... 

กริวเน่ – ว่าแต่เธอเป็นใครเหรอจ้ะ? 

เธอหันไปข้างๆ พูดกับอากาศ... แต่ในสายตาของเธอแล้ว ประกายแสงสีฟ้ากำลังลอยอยู่ตรงนั้น 

นอร์ม่า – เจ๊กริวคะ เจ๊ลืมพวกเราไปแล้วหรือเปล่า? 

“ชื่อของฉันคือเซลเซียส ฉันปรากฏต่อหน้าท่านด้วยความปรารถนาของท่านค่ะ นายท่าน” 

กริวเน่ – อ้อ เซลเซียส เป็นชื่อที่ดีนะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ 

นอร์ม่า – เธอกำลังพูดกับใครน่ะ? 

“นายท่าน ท่านลืมฉันไปแล้วหรือ?” 

กริวเน่ – ไม่รู้สิ ฉันลืมเธอไปหรือเปล่านะ? 

โมเซส เจย์ วิล และนอร์ม่าหันไปซุบซิบกัน 

เจย์ – คุณกริวเน่กำลังพูดกับตัวเองครับ 

นอร์ม่า – ตอนนี้เธอเจอภาพหลอนสินะ... น่าสงสารจัง 

“ความต้องการของท่านที่ต้องการจะช่วยผู้คนเรียกฉันมาที่นี่ แต่ดูเหมือนว่าพลังของผู้ที่ศรัทธาในตัวฉันที่นี่ยังอ่อนแออยู่” 

กริวเน่ – โธ่ๆ 

“พวกเขาไม่อาจมองเห็นฉัน มีเพียงนายท่าน ที่สามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของฉัน 

กริวเน่ – โอ เป็นปัญหาเหมือนกันนะ 

โมเซส – หล่อนมีปัญหา ใช่เลย 

กริวเน่ – ถ้าอย่างนั้น เซลเซียส ทำไมไม่หลับซักหน่อยล่ะจ้ะ? 

“ขอบคุณสำหรับความอาทรของท่านค่ะ นายท่าน” 

ประกายแสงนั้นลอยลงไปตกบนพื้น 

กริวเน่ - ราตรีสวัสดิ์จ้ะ เซลเซียส 

ทุกคน - ...... 

เธอก้มลงไปหยิบสิ่งที่อยู่บนพื้นนั้น ซึ่งเป็นเมล็ดเล็กๆ “นี่คงเป็นเมล็ดของเซลเซียสสินะ” 

นอร์ม่า - ... ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้วอ้ะ 

จู่ๆออโตมาต้าสองตัวก็วิ่งออกมาจากวิหาร! 

โคลเอ้ – เซนติเนลเหรอ?! 

วิล – นี่ก็เป็นฝีมือวอลเตอร์ด้วยหรือ? 

โมเซส – หึ เขาไม่รามือเลยนะ 

เซเนล – พวกเราไม่แพ้ง่ายขนาดนั้นหรอกน่า! 

เขาเข้าไปต่อยใส่มัน แต่ก็ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร! 

เซฌนล – อะไรน่ะ?! 

ออโตมาต้าตัวหนึ่งเตรียมยิงลำแสงใส่เขา! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ ระวัง! 

เธอวาดดาบออกไปเพื่อจะใช้มาจินเคนไปขัดขวาง แต่ก็ไม่มีอะไรปรากฏออกมา! 

โคลเอ้ – หา? 

เซเนล – ชั้น...ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวไม่ได้ 

นอร์ม่า+โมเซส – อะไรนะ?! 

นอร์ม่าลองร่ายเวทย์บ้าง แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเช่นกัน! “อะ....อะไรอ่ะ? เวทย์ของฉันก็ใช้ไม่ได้! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?!” 

หุ่นยนต์ทั้งสองตัวชาร์จพลังงานเตรียมปล่อยลำแสงอีกครั้ง 

วิล – ทุกคน หนีเร็วเข้า! 

 

 

ที่เมืองเวลเทส มนุษย์ทุกคนก็กำลังแตกตื่นวุ่นวายกับอะไรบางอย่างเช่นกัน พวกเซเนลกำลังเหนื่อยหอบหลังวิ่งหนีออโตมาต้ามาได้สำเร็จ 

วิล – หนีพ้นแล้วใช่ไหม?... 

นอร์ม่า – เซนติเนลพวกนั้นออกมาจากทุกที่เลย ฉันนึกว่าจะตายแล้วซะอีก 

โมเซส – พวกเราไม่มีทางชนะหรอกถ้าไม่มีศาสตร์แห่งเขี้ยวน่ะ 

เจย์ – ถึงผมไม่อยากจะพูดแบบนี้ก็เถอะ แต่ผมเห็นด้วยกับที่โมเซสพูด 

จาบ้า – ลูกพี่โมเซส! 

โมเซส – จาบ้า! เกิดอะไรขึ้น่ะ? 

จาบ้า – ไม่มีใครใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้อีกแล้ว! 

โมเซส – อะไรกันเนี่ย?! 

จาบ้า – ไม่ใช่เฉพาะพวกเรานะ แต่ทุกคนในเมืองเลย! 

 

...... 

จาบ้า – ไม่จริงนะ ลูกพี่ก็ด้วยเหรอ.... 

โมเซส – เลิกครวญครางเถอะ อั๊วะกับกีทจะหาทางซักทางเอง 

เขาหันกลับมาหาทุกคน “เซโนจิ อั๊วะจะกลับไปที่ค่ายก่อนนะ ต้องไปปลอบลูกน้องก่อน” 

เซเนล – ตกลง 

เขาวิ่งนำจาบ้าออกไป ส่วนอิซาเบลล่าก็เข้ามาหาทุกคน “คุณวิล คุณเจย์ มากับฉันหน่อยได้ไหมคะ?” 

วิล – ไปรายงานกับท่านผู้แทนหรือครับ? 

อิซาเบลล่า – ค่ะ 

เจย์ – ผมว่าเราคงไม่มีทางเลือกแล้วครับ 

วิล - พวกเธอไปที่บ้านของฉันก่อนนะ ฉันจะกลับไปเมื่อเสร็จธุระแล้ว 

เซเนล – ได้ 

ทั้งสามคนเดินออกไป เหลือแต่เซเนล โคลเอ้ นอร์ม่า และกริวเน่ 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่ ตอนนี้นายเป็นผู้ชายคนเดียวแล้วนะ ดูแลพวกเราดีๆละ โอเค้? 

วิ้ง 

อยู่ๆเล็บของเขาก็เหมือนจะส่องแสง พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆที่เขาสัมผัสได้ “โอ้ย...” 

นอร์ม่า – โธ่ เอาน่า! แค่ล้อเล่นน่ะ! 

เซเนล – ไม่ใช่เรื่องนั้น ชั้นแค่รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาน่ะ ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว ไปที่บ้านวิลกันเถอะ 

ระหว่างทางไปบ้านวิล สัมผัสนั้นก็กลับมาอีกครั้ง.... 

นอร์ม่า – นายเวียนหัวอีกแล้วเหรอ? 

เซเนล – ใช่ เกิดอะไรขึ้นกันนะ 

เขาพูดก่อนหมดสติลงไปนอนนิ่ง 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์?! คูลริดจ์! 

 

 

...... 

เชอรี่กำลังยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ ขณะเขาวิ่งเข้าไปหาอย่างรีบร้อน 

เซเนล – เร็วเข้า พวกเราต้องไปจากที่นี่แล้ว 

เธอมองไปรอบๆ “แล้วพี่สเตล่าล่ะคะ ไม่ได้อยู่กับพี่เหรอ?” 

เซเนล – สเตล่า.... จะตามมาที่หลังน่ะ 

เชอรี่ – จริงเหรอ? 

เซเนล – พวกเราสัญญากันแล้วว่าจะเจอกันที่หลัง อย่าห่วงเลยนะ สเตล่าต้องปลอดภัยแน่ 

เชอรี่ – ค....ค่ะ ตกลง 

 

“ฉันไม่ใช่คนที่เสแสร้งเป็นน้องสาวของคุณอีกแล้ว” 

นั้นคือวันที่พวกเรากลายเป็นพี่ชายกับน้องสาว 

“พวกเจ้าต้องชดใช้กับอาชญากรรมที่โง่เขลาของพวกเจ้า!” 

วันที่เราสาบานว่าเราจะชดใช้ให้กับบาปของเรา 

……… 

เซเนลลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง กริวเน่และฮาริเอทเข้ามาในห้องพอดี 

กริวเน่ – เซเนลคุง สบายดีใช่ไหมจ้ะ? 

ฮาริเอท – นายทำฉันตกใจหมดเลย ฉันกำลังไปที่บ้านหมอนั่นแล้วก็เห็นนายนอนฟุบกับพื้นน่ะ 

กริวเน่ – นอร์ม่ากับโคลเอ้ช่วยพาเธอมาที่นี่นะ 

เซเนล – ขอโทษครับ 

กริวเน่ – สนุกจริงๆนะ ฉันก็แบบว่า “เอ้า ฮึบ! เอ้า ฮึบ!” 

ฮาริเอท – ฉันจะไปเรียกทุกคนก่อนนะ 

เซเนล – อะ....อื้ม ขอบใจ 

กริวเน่ –พี่จะไปกับหนูด้วยนะ 

ทั้งสองคนเดินออกไปจากห้องก่อนจะมีเสียงฮาริเอทเข้ามา “โคลเอ้ คุณมาทำอะไรข้างนอกห้องน่ะ?” 

โคลเอ้ – อ้ะ ฉัน... 

ฮาริเอท – พวกเราออกไปข้างนอกก่อนนะคะ ดูแลเซเนลคุงด้วยล่ะ 

เงียบสนิท...... 

เซเนล - ..........โคลเอ้ 

เสียงสำลักดังมาจากข้างนอกเหมือนเจ้าตัวตกใจอะไรบางอย่าง 

เซเนล – ชั้นรู้นะว่าเธอยืนอยู่ข้างนอก เข้ามาสิ 

เธอเดินเข้ามาอย่างกระอั่กกระอ่วน “เอ่อ.......รู้สึกยังไงบ้าง?” 

 

หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว 

เซเนล – สงครามกับชาววารีเหรอ?! 

โคลเอ้ – มีคำสั่งให้เตรียมการลงมาแล้วนะ 

เซเนล – เป็นคำสั่งของใครน่ะ? “ท่านผู้แทน”เรอะ? ถ้าทำอะไรโง่ๆไปก็จะถอยไม่ได้แล้วนะ 

โคลเอ้ – แต่พวกเราจะนั่งเฉยๆโดยไม่ทำอะไรไม่ได้นะ มีข่าวว่าหน่วยรบของเซนติเนลกำลังมารวมตัวกันที่นอกเมืองแล้วด้วย 

ทั้งสองคนเงียบไป เซเนลเดินไปมองที่นอกหน้าต่าง “เชอรี่.... เธอเอาจริงเหรอ? เธอต้องการสู้กับพวกเราจริงๆเหรอ?” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! 

เมื่อเขาหันมา เธอก็โค้งตัวลงทันที “ฉันต้องขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ!” 

เซเนล - .... 

โคลเอ้ – การเปลี่ยนแปลงของเชอรี่ การตายของเฟนิมอร์.... ทุกอย่างเกิดเพราะคนของประเทศฉัน 

เซเนล – โคลเอ้...... 

โคลเอ้ – ในฐานะพลเมืองของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กาโดเรีย ฉัน..... ฉัน.... 

เซเนล – พอได้แล้ว มองชั้นสิ 

โคลเอ้ – แต่ว่า! 

เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก! เธอไม่เหมือนพวกนั้นหรอก เธอไม่ต้องรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่พวกเขาทำหรอก 

เขาเดินลงไปนั่งที่เตียง “นอกจากนั้น...... ชาววารีก็มองมนุษย์ว่าเป็นศัตรู พวกเราทุกคน” 

ทั้งสองคนเงียบลงไปอีก 

เซเนล – ทำไมกัน?.... 

โคลเอ้ – อะไรเหรอ? 

เขาทุบเตียงแล้วพูดเสียงดังออกมา “มันเกิดบ้าอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมอะไรถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย?!” 

เซเนลผลุนผลันไปยืนหน้าเธออย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ “ชั้นไม่รู้ว่าต้องทำอะไรอีกแล้ว! ชั้นควรจะสู้กับเชอรี่งั้นเหรอ?! ชั้นไม่มีทางทำได้หรอก!” 

โคลเอ้ – เซเนล......... 

เซเนล - . อะไรล่ะ?! ชั้นพูดผิดเหรอ? 

โคลเอ้ - ก็ไม่ผิดน่ะสิ! ใครจะอยากทำสงครามกับเชอรี่ล่ะ?! ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นล่ะ! ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น! เชอรี่กำลังคิดอะไร.... ทำไมพวกเราถึงใช้พลังไม่ได้.... ฉันไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง! ฉันรู้สึกเหมือนว่าหัวกำลังจะระเบิดด้วยซ้ำ! 

เธอยืนหันหลังให้เขาหลังจากระบายความรู้สึกไปแล้ว “….แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้คือฉันไม่อยากจะสู้กับเชอรี่” 

เซเนล – … ขอโทษนะ ที่ไปตะโกนใส่คนที่อยู่ข้างหน้าแบบนี้ 

โคลเอ้ - ...... 

เซเนล – แต่ถึงยังไง พวกเราก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ พวกเราต้องทำอะไรบ้าง 

โคลเอ้ – แล้วคืออะไรล่ะ? 

กริวเน่เดินกลับเข้ามาพอดี “แหม เธอสองคนดูสนิทกันมากเลยนะจ้ะ น่ารักจัง” 

โคลเอ้ – คุณกริวเน่? พูดเรื่องอะไรกันคะ? 

กริวเน่ – ก็เธอทั้งสองคนเอาแต่พูดเหมือนกันนี่ “ฉันไม่เข้าใจ” “ฉันไม่เข้าใจ” หมายความว่าพวกเธอคิดคล้าๆยกัน ใช่ไหมเอ่ย? 

เซเนล - ......... นั่นสินะ พวกเราไม่เข้าใจ นั่นเป็นปัญหาสินะ? มีเรื่องที่พวกเราไม่เข้าใจมากเกิดไป 

โคลเอ้ – คูลริดจ์? 

เซเนล – ถ้างั้น..... พวกเราต้องเข้าใจพวกมันให้ได้ พวกเราทำอะไรไม่ได้ถ้าพวกเราไม่รู้อะไรเลย! พวกเราต้องรู้! พวกเราต้องรู้ทุกเรื่อง! พวกเราจะไปตามหาความจริงนะ โคลเอ้ 

โคลเอ้ – อะไรนะ? 

เซเนล – ไปกันเถอะ เธอกับชั้น 

โคลเอ้ – อ้ะ.... 

เซเนล – ชั้นต้องการความช่วยเหลือของเธอ ได้โปรดเถอะ 

เธอทำสีหน้าจะว่าลำบากใจก็ไม่ใช่ ดีใจก็ไม่เชิงก่อนตัดสินใจได้ “ตกลง!” 

เซเนล – จะยอมให้สงครามเริ่มขึ้นไม่ได้ นั่นมันไม่ใช่คำตอบหรอก! 

โคลเอ้ – ใช่ พวกเราต้องหาคำตอบ..... ทางออกสำหรับทุกเรื่องนี้ 

ทั้งสองคนตบมือกันดังเพี้ยะ! 

กริวเน่ – เห็นไหมล่ะ? เธอสองคนน่ะสนิทกันจะตาย 

นอร์ม่าวิ่งเข้ามาในห้อง “ตกลง งั้นฉันไปด้วย” 

ตามด้วยฮาริเอท...... 

นอร์ม่า – ฉันก็ทนให้มันเกิดขึ้นไม่ได้หรอก 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ นายจะไปขอคนที่เหลือด้วยใช่ไหม? 

เซเนล – แน่นอน 

ฮาริเอท – แต่จะไปหาความจริงที่ไหนล่ะคะ? 

เซเนล – เอ่อ....... 

กริวเน่ – อย่างห่วงเลยจ้ะ ถ้าพวกเธอรวมหัวใจเข้าด้วยกัน ฉันเชื่อว่าต้องทำได้แน่ 

นอร์ม่า – มันคงต้องใช้อะไรมากกว่านั้นน่ะนะคะ...... 

วิ้ง....... 

ภาพของบางสิ่งเข้ามาในความคิดของเซเนล 

เซเนล .oO(อะไรกันนะ?....) 

ภาพนั้นลอยเข้ามาอีกครั้ง มันคือผาหินของเมืองที่ชาวเมืองเรียกกันว่าหอประภาคาร 

เซเนล .oO(หอประภาคารมันแวบเข้ามาในความคิดของชั้น) 

โคลเอ้ – หอประภาคาร.... 

นอร์ม่า – หอประภาคารมีอะไรเหรอ? 

โคลเอ้ – มีเหตุผลอะไรซักอย่าง ฉันรู้สึกว่าพวกเราต้องไปที่นั่น 

เซเนล – ชั้นด้วย... 

นอร์ม่า – จริงอ้ะ? จริงๆแล้วฉันก็ด้วย..... นี่หมายความว่าหัวใจของพวกเราเชื่อมโยงกันจริงๆเหรอ? 

ทุกคนมองหน้ากัน 

นอร์ม่า – เอาเถอะ ยังไงก็ตามมันก็ใกล้นิดเดียว ลองไปดูกันเถอะ! 

เซเนล – ใช่.... 

เซเนล .oO(ชั้นจะยอมตอนนี้ไม่ได้ อย่างน้อยพวกเราต้องเคลื่อนไหวบ้าง) 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ มีอะไรเหรอ? 

เซเนล – ไม่มีอะไรหรอก ชั้นสบายดี 

นอร์ม่า – ตกลง ไปกันเลย! 

ทุกคนเดินออกไปกันหมด ส่วนโคลเอ้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เฮ้อ....” 

กริวเน่เดินเข้ามากระซิบ “พี่คิดว่ามันไปได้สวยนะจ้ะ โคลเอ้” 

โคลเอ้ - ......ค่ะ 

 

ทั้งสี่คนเดินออกมาจากโรงแรม และเห็นว่าหัวหน้าอัศวินได้เดินเข้ามาในเมืองพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง 

นอร์ม่า – นายยังอยู่นี่อีกเหรอเนี่ย? 

เขาไม่ฟังอะไร ชักดาบมาชี้ที่โคลเอ้ทันที! “โคลเอ้ วาเลนส์ เรามาที่นี่เพื่อจับกุมตัวเจ้าในข้อหาเป็นกบฏ” 

โคลเอ้ – กบฏ? ฉันน่ะเหรอ? 

หัวหน้าอัศวิน – อย่าบอกว่าเจ้าลืมไปแล้วว่าเจ้าทำอะไรกับเราที่วิหารแห่งสมุทรนะ 

เซเนล – ชั้นเป็นคนที่อัดนายนะ ไม่ใช่โคลเอ้! 

หัวหน้าอัศวิน – แน่นอน เราก็จะจับกุมตัวเจ้าเช่นกัน 

โคลเอ้ – น่าสมเพช...... 

ทำนองดนตรีอันคุ้นเคย..... 

เซเนล – เอิ้ก 

นอร์ม่า – ไม่น้า! 

บนลังไม้ใกล้ๆนั้น เคอร์ติสยืนเก๊กอยู่คนเดียว เขากระโดดม้วนตัวลงมา และการร้องเพลงก็เริ่มขึ้นโดยมีพวกคิวโป้ ป้อปโป้ และปิ้ปโป้เป็นคนร้องประสานเสียง...... 

หัวหน้าอัศวิน – เจ้าคือ.... 

เคอร์ติส – จงรับค้อนเหล็กนี่ไปซะ! 

เขากับโมฟุโมฟุทั้งสามเข้าไปรุมสกรัมเหล่าทหารจนล่าถอยไป 

เคอร์ติส – เกือบไปแล้วใช่ไหละ น้องชาย! 

เซเนล – เป็นครั้งแรกจริงๆนะที่ชั้นดีใจที่ได้เจอนายน่ะ 

เคอร์ติส – ฮะฮ่าๆๆๆ ก่อนอื่นนะ น้องชาย คิดว่าสมาชิกเฉพาะกิจของเราเป็นอย่างไรบ้างล่ะ? 

คิวโป้+ปิ้ปโป้+ป้อปโป้ – ฮุฮ่า! 

เซเนล – หืม.... อยากจะบอกว่าเลือกได้ดีนะ 

เคอรติส – แน่นอน! 

เซเนล – ถึงชั้นจะนึกภาพพวกเขาเป็นฟีโรโมนบอมเบอร์ไม่ได้ก็ตามที 

เคอร์ติส – หืมม... 

 

ที่ด้านเหนือของเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่งที่ชาวเมืองเรียกว่าหอประภาคาร เจย์กับวิลก็อยู่ที่นั่นด้วย 

นอร์ม่า – อ้าว วิลจิกับเจเจนี่ มาทำอะไรที่นี่กันน่ะ? 

เจย์ – ก็.....เอ่อ.... 

เจย์ – พวกเรารู้สึกเหมือนต้องมาที่นี่ครับ 

โคลเอ้ – คุณก็ด้วยเหรอคะ? 

วิล – หมายความว่าไงน่ะ? 

เซเนล – มันเกิดกับพวกเราเหมือน พวกเราถึงมาที่นี่ไง 

ทุกคนมองหน้ากัน ส่วนนอร์ม่าก็หันไปเห็นที่ทางเข้าหอประภาคาร “อะไรน่ะ? ไม่จริงมั้ง! ทางเข้าหอประภาคารเปิดออกแล้ว!” 

วิล – พวกเรากำลังถกกันเรื่องนี้น่ะล่ะ 

เจย์ – ตอนที่พวกเรามาถึงมันก็เปิดอยู่แล้วครับ 

นอร์ม่า – ฉันไม่อยากเชื่อเลย..... 

เซเนล – น่าประหลาดใจขนาดนั้นเลยเหรอ? 

นอร์ม่า – เรื่องใหญ่เลยล่ะ! 

เจย์ – ไม่เคยมีใครสามารถเปิดประตูทางเข้าหอประภาคารได้มาก่อนครับ 

นอร์ม่า – แม้แต่อาจารย์ของฉันก็ยังพูดว่านี่ไม่สามารถเปิดได้ด้วยศาสตร์แห่งเขี้ยว...... เอาไงล่ะ? พวกนายลองเข้าไปหรือยัง? 

วิล – พวกเรากำลังจะเข้าไปนี่ล่ะ 

นอร์ม่า – ตกลง งั้นก็เคลื่อนทัพกันเถอะ! 

โคลเอ้ – นอร์ม่าท่าทางตื่นเต้นจริงๆนะ 

เซเนล – ชั้นพนันว่าเธอลืมไปแล้วว่าพวกเรามาที่นี่ทำไม 

โมเซส – อ๊า! 

เขาตะโกนโวยวายแล้ววิ่งเข้ามาหาทุกคนก่อนสะดุดพื้นล้มหัวทิ่ม 

เจย์ – เฮ้อ ทั้งที่ถ้าไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆมันก็น่าสบายใจดีอยู่แล้ว 

โมเซส – อั๊วะสงสัยว่าพวกเอ็งจะออกไปไหนกันน่ะ 

โคลเอ้ – มีอะไรหรือ? 

โมเซส – มีอะไร? อั๊วจะบอกให้ฟังเองว่ามีอะไร พออั๊วะออกจากเมืองไปอั๊วะก็ไปเจอกองทัพเซนติเนลเยอะแยะเลย! 

วิล – แล้ว? 

โมเซส – แหม่ เอ็งน่าจะได้เห็นอั๊วะตอนเข้าไปโชว์ลีลานะ พวกมันจูโจมเข้ามาตลอด แล้วอั๊วะก็จัดการมันไปตัวแล้วตัวเล่า 

เจย์ – ให้พูดอีกอย่างก็คือ คุณเจอพวกมันรุมยำตัวแล้วตัวเล่าเลยต้องหนีเอาชีวิตรอด 

โมเซสทำหน้าอึ้งเมื่อถูกจับไต๋ได้ 

นอร์ม่า – เราได้ผู้ชนะแล้วค่า 

เจย์ – เลิกทำให้ทุกคนเสียเวลาเพราะเรื่องโกหกเถอะครับ คุณมาที่นี่ทำไมกัน? 

โมเซส – มันมีอะไรบางอย่างที่อั๊วะก็อธิบายไม่ได้ แต่อั๊วะรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ๆอั๊วะต้องมา 

โคลเอ้ – เหมือนกับพวกเราเลย..... 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะเข้าไปข้างในเลยไหมครับ? 

 

ทุกคนเดินเข้ามาภายใน และพบว่าพื้นผิวนั้นมีรูปแบบที่คุ้นตา 

เจย์ - ภายในนี้ คล้ายๆกับในโบราณสถานแสงเยือกแข็งกับสะพานเดินเรือของเลกาซี่เลย 

วิล – มันอาจจะถูกสร้างในยุคเดียวกันน่ะ 

เจย์เดินไปข้างหน้า ซึ่งแท่นกั้นที่ขวางทางอยู่หดกลับเข้าไปเหมือนเชื้อเชิญให้เข้ามา เมื่อทุกคนเดินเข้าไปยืนข้างในบริเวณนั้นหมด เสียงครืนๆพร้อมกับการสั่นไหวย่อมๆก็ดังขึ้น 

โมเซส – เสียงอะไรน่ะ? 

เจย์ – อย่าบอกนะว่าเป็นกับดัก? 

วื้ด...... พื้นที่พวกเขายืนอยู่เหมือนจะตกวูบลงไปอย่างรวดเร็ว! 

โมเซส – ว้าก! 

นอร์ม่า – กรี้ด! 

 

ทุกคนอาจจะหมดสติไป เมื่อเซเนลรู้สึกตัวอีกครั้ง เสียงซ่าๆก็ดังเข้ามาในหู 

เซเนล .oO(เสียงอะไรกันนะ? มันเงียบสงบ..... แล้วก็สบาย) 

ทุกคนยกเว้นนอร์ม่าที่หลับไปเลยลุกขึ้นมองรอบๆ 

โมเซส - พวกเราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย? 

เซเนล – นั่นมัน.... คลื่นเหรอ? 

ทุกคนเดินออกไปตามที่มาของเสียง ส่วนนอร์ม่าก็พึ่งงัวเงียตื่นขึ้นมา 

นอร์ม่า- รู้สึกเหมือนกับว่า..... เหมือนกับฝันไปว่าตกมาจากที่สูงมากๆเลย..... 

กริวเน่ซึ่งกำลังเงยหน้าขึ้นมองด้านบนพูดขึ้น “จ้ะ มันสูงจริงๆนั่นล่ะ” 

นอร์ม่า – ใช่ไหมล่ะคะ?..... เดี๋ยวก่อนสิ หือ? 

เธอเงยหน้ามองขึ้นไปบ้าง แล้วก็ถึงกับช็อก “โว้ว!” 

กริวเน่หันไปมองอีกทาง “ส่วนที่อยู่อีกด้านก็น่าตื่นตาเหมือนกันนะ” 

นอร์ม่า – หือ? 

เธอมองซักพัก... “หา?” 

นอร์ม่า – เดี๋ยวก่อนสิ.... อะไร? อะไรเนี่ย?! 

กริวเน่ – น่าตื่นตาตื่นใจใช่ไหมล่ะจ้ะ? 

นอร์ม่า – อะไรเนี่ย~~?! 

 

ทุกคนเดินมาถึงที่มาของเสียง ซึ่งเป็นชายหาดขาวนวล คลื่นก็สาดกระทบฝั่งเบาๆ 

เซเนล – ทะเลนี่.... 

โคลเอ้ – แต่เกือบจะไม่มีคลื่นเลยนะ 

เซเนลเดินลงไปแตะน้ำขึ้นมาดู “นี่เป็นน้ำทะเลจริงๆ” 

วิล –ทำไมทะเลถึงได้เงียบสงบขนาดนี้ล่ะ? 

โมเซส – เป็นครั้งแรกเลยที่อั๊วะได้เห็นอะไรแบบนี้ 

โคลเอ้ – เสียงคลื่นฟังแล้วสงบสุขจริงๆ.... 

โมเซส – แค่นั่งฟังเฉยๆก็รู้สึกสงบแล้ว.... 

เสียงโวยวายของนอร์ม่าแว่วมาแต่ไกล “นี่ ทุกคน! ดูนั่นสิ!” 

เจย์ – รู้สึกจะสงบพอแล้วนะครับ 

เธอวิ่งมาพร้อมกริวเน่ “ทุกคน นี่ไม่ใช่เวลามาจ้องมหาสมุทรนะ 

วิล – เธอไม่รู้สึกอะไรเวลามองทะเลนี่เลยหรือ? 

เจย์ – เธออาจจะไม่รู้สึกยินดีกับอะไรแบบนี้ก็ได้ครับ 

นอร์ม่า – อะไรก็เถอะน่า! ดูข้างบนสิ! ดูๆ! 

วิล – ข้างบน? 

ทุกคนเงยหน้ามอง.... 

โมเซส – อะไรน่ะ?! 

เจย์ – ท้องฟ้า....มัน... 

เซเนล – ท้องฟ้าถูกปิดกั้นงั้นเหรอ?! 

เบื้องบนนั้น แทนที่จะเป็นฟ้าครามตามปกติ แต่มันกลับดูเหมือนว่าเบื้องบนเป็นพื้นที่อะไรซักอย่างอยู่สูงขึ้นไป 

เจย์ – ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว พวกเรา-- 

โมเซส – เข้าใจแล้ว! 

เจย์ – คุณจะมาขัดจังหวะผมทำไมน่ะครับ? 

โมเซส – นี่คือความฝัน พวกเรากำลังฝันเรื่องเดียวกัน! 

เจย์ - .......... เฮ้อ เป็นเรื่องโง่ที่สุดที่คุณพูดมาเลย 

วิล – เจย์ เธอรู้หรือว่าพวกเราอยู่ที่ไหน 

เขาพยักหน้า “พวกเราอยู่ลึกลงมาในเลกาซี่ อาจจะอยู่ข้างใต้หอประภาคารตรงๆเลยก็ได้ครับ พวกเราลงมาที่นี่ด้วยลิฟต์บางอย่าง” 

นอร์ม่า – ใช่ ใกล้ๆกับที่พวกเรานอนหลับกันก็มีหอคอยด้วย! 

วิล – หอคอยนั้นคงจะเป็นลิฟต์ เข้าใจแล้ว 

เจย์ – แต่ผมก็ต้องพูดว่านี่มันน่าประหลาดใจจริงๆ 

วิล – ใช่ ฉันไม่เคยคาดไว้ว่าจะมีโพรงใต้ดินใหญ่ขนาดนี้ 

วิ้ง ... ประกายแสงส่งออกมาจากมือทั้งสองของเซเนลโดยเขาไม่รู้ตัว “หือ?” 

วิล – เซเนล มีอะไรหรือ? 

เขายกมือขึ้นมาดูแล้วเหมือนรู้สึกอะไรได้ 

โมเซส – อาจจะนึกอะไรขึ้นมาได้มั้ง 

เซเนลหันไปทางโมเซส แล้วตั้งท่า “มาจินเกน!” 

เมื่อเขาวาดหมัดออกไป คลื่นพลังก็เข้าซัดโมเซสจนหงายเก๋ง! 

โมเซส – จ้าก! 

ทุกคนมองอย่างตกใจ โคลเอ้รีบพูดขึ้น “คูลริดจ์! นายใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้แล้วเหรอ?” 

โมเซสลุกขึ้นมาอย่างฉุนๆ “ทำไปเพื่ออะไรน่ะนั่น?!” 

เซเนล – ขอโทษที ชั้นไม่ได้คิดว่ามันจะออกมาจริงๆหรอก 

โมเซส – ขอทีเถอะน่า! 

นอร์ม่า- อ๊า! ขอฉันลองมั้งซิ เอาไปเล้ย! 

กองหินพุ่งทะลุมาจิ้มโดนโมเซสจนหงายเก๋งอีก... 

โมเซส – แอ้ก! 

นอร์ม่า – นี่ มันใช้ได้แล้วอ้ะ 

โมเซส – เธอก็ด้วยเรอะ แม่ฟองสบู่! ตั้งใจจะฆ่าอั๊วะหรือไงน่ะ?! 

วิล – หืมม.... 

โคลเอ้ วิล และเจย์ลองตั้งท่าจะทดสอบบ้าง โดยเล็งเป้ามาที่โมเซสเช่นเคย 

โมเซส – ว้าก! อย่าคิดเชียวนะ! ถ้าจะลองก็ไปลองที่อื่นเซ่! 

ทั้งสามคนหันหน้าออกไปทางทะเลแล้วทดลองใช้พลังดู ซึ่งทุกคนสามารถใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้แล้วจริงๆ! 

โคลเอ้ – มันกลับมาแล้ว เหมือนก่อนหน้านี้เลย เกิดอะไรขึ้นกันนะ? 

โมเซส – ได้เล้ย! ได้เวลาไปแสดงให้พวกหุ่นกระป๋องรู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าถิ่น! ยี้ฮ่า! 

เขาวิ่งกลับออกไปลุยคนเดียว...... 

ซักพัก.......... 

นอร์ม่า – เขาวิ่งไปไหนกันนะ ออกไปซักพักแล้วแท้ๆเชียว 

ไม่ทันขาดคำ โมเซสก็สะบักสะบอมกลับมาพอดี เขาลงมานอนแผ่หลากับพื้นทราย “ไม่ไหวแฮะ พอขึ้นไปข้างบนปุ๊บพลังของอั๊วะก็ใช้ไม่ได้อีกแล้ว...” 

เจย์ – เฮ้อ.... งี่เง่าถึงวาระสุดท้าย 

 

ทุกคนนั่งจับกลุ่มถกกันที่ริมชายหาดนั้นเอง 

เจย์ – ดูเหมือนว่าที่ๆพวกเราสามารถใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้ก็คือชั้นใต้ดินนี้เท่านั้นครับ 

นอร์ม่า – เอาเถอะ ยังไงก็ดีแล้วที่พวกเราได้พลังกลับคืนมา 

โคลเอ้ – ฉันคิดว่าก็ยังดีกว่าใช้ไม่ได้เลยน่ะนะ 

วิล –ฉันเข้าใจว่าเธอหมายความว่าอย่างไร ในฐานะผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวแล้ว มันเป็นส่วนสำคัญของพวกเรา บางสิ่งที่อยู่อยู่ตรงนั้นตลอดมา 

นอร์ม่า – ใช่ แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะใช้ได้ด้วย เหมือนกับเป็นสัญลักษณ์บอกว่าฉันคือใคร 

เซเนล – ส่วนสำคัญของพวกเรา..... ชั้นไม่เคยคิดถึงศาสตร์แห่งเขี้ยวในแง่มุมนั้นเลย..... 

โคลเอ้ - ..... 

เซเนล – แล้วพวกเราจะยังไงล่ะ? 

เจย์ – ขั้นแรก ลองมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ 

วิล – หลังประกอบพิธีเข้ารับสิทธิ เชอรี่กลายเป็นเมลเนส 

เจย์ – เมลเนสคือผู้แทนแห่งเนลเฟส 

วิล – พวกเขาพูดว่าเป็นความประสงค์ของเนลเฟสที่จะกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ 

เซเนล – เชอรี่บอกว่าเธอจะยึดพรแห่งเนลเฟสกลับไป 

โคลเอ้ – แล้วพวกเราก็สูญเสียศาสตร์แห่งเขี้ยวไปหลังจากนั้นทันที 

เจย์ – ดูเหมือนพวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าเนลเฟสคืออะไรกัน 

เซเนล – ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะรู้ความจริงก็ได้ 

โคลเอ้ – ตกลงได้แล้วสิ 

กริวเน่ – แหมๆ พวกเธอนี่กำลังใจเต็มเปี่ยมเลยนะจ้ะ ฉันจะเป็นคนเชียร์เอง! 

นอร์ม่า – แล้ว....พวกเราจะทำอะไรกันดีล่ะ? 

โมเซส - .....ทุกคนมีโอกาสลุกขึ้นมาปราศัยอะไรบ้าง แต่สำหรับโมเซส ม่าย..... 

วิ้ง.... 

ภาพของสิ่งก่อสร้างสีแดงเพลิงลอยเข้ามาในความคิดของเซเนล 

เซเนล .oO(ภาพที่พึ่งเข้ามาเมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ? แปลกจริง ชั้นไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย...) 

ทุกคนต่างนิ่งเงียบ 

เจย์ – ลองสำรวจใต้ดินนี้ซักหน่อยเถอะครับ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พวกเราใช้พลังที่นี่ได้ 

วิล – เธอคิดว่าพลังของเชอรี่อาจจะแผ่ขยายมาไม่ถึงข้างล่างนี้หรือ? 

เจย์ – อาจจะครับ หรือไม่ก็สถานที่นี่ เพราะอะไรบางอย่างยอมให้พวกเรารับพรแห่งเนลเฟสได้ ไม่ว่าจะทางไหน พวกเราอาจจะหาทางออกของสถานการณ์นี้ได้ 

นอร์ม่า – งั้นก็ไปกันเถอะ! 

โคลเอ้ – ดีนะที่พวกเราบังเอิญมาที่นี่ได้ 

เจย์เหมือนจะฉุกคิดอะไรได้เมื่อได้ยินคำพูด 

กริวเน่ – จริงด้วยจ้ะ ปิคนิคน่ะสนุกมากนี่? 

นอร์ม่า- เอ่อ... เจ๊กริว แล้วพี่มาที่นี่ทำไมล่ะคะ? 

ทุกคนอึ้งเมื่อพึ่งนึกสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน 

กริวเน่ – หือ? 

นอร์ม่า – หมายความว่าไงน่ะค่ะ “หือ?” พี่พูดกับพวกเราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ไงกันน่ะ? 

กริวเน่ – หืมม.... เพราะฉันรักทุกคนมากล่ะมั้ง? 

เจย์ – พวกเราจะทำอย่างไรกับเธอดีครับ? 

นอร์ม่า – คงต้องพาไปด้วยมั้ง เธอก็อยู่กับพวกเรามานานขนาดนี้แล้ว... 

เจย์ – ผมไม่แน่ใจว่าจะดีหรือเปล่าถ้าจะพาพลเมืองธรรมดาไปด้วยนะครับ 

กริวเน่ – โอ๋? ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะสู้ร่วมกับพวกเธอด้วยจ้ะ! 

โมเซส – สู้? เจ๊ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้ด้วยเรอะ? 

กริวเน่ – ฉันแน่ใจว่าจะใช้ได้นะ 

เซเนล+วิล+โคลเอ้ .oO(ไม่จริงน่ะ...) 

กริวเน่ – ฉันตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมจ้ะ! 

เธอโค้งตัวอย่างสุภาพ จนทุกคนจ้องพลอยทำตามไปด้วย “เอ่อ....ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ” 

โมเซส – อั๊วะว่าพวกเราคงปฏิเสธไม่ได้นะ..... 

ทุกคนเริ่มเดินทางออกสำรวจ เหลือเจย์ที่ยืนคิดอะไรอยู่ “โชคดีที่พวกเราบังเอิญมาที่นี่หรือ? ไม่สงสัยกันหรือไงนะว่าามันปกติตรงไหนกัน มันดูสมเหตุสมผลมากกว่าถ้าจะสมมติว่าพวกเราถูกชักนำมาที่แห่งนี้โดยการนำของ ใครซักคน....” 

 

ขณะนั้น เชอรี่ เมาริทซ์ และวอลเตอร์ เดินไปถึงห้องโถงกว้างสีแดงซึ่งมีที่นั่งขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ 

เมาริทซ์ – ที่นึ่คือชั้นสูงสุดของปราสาท ห้องบัลลังก์ 

เชอรี่เดินไปนั่งลงบนบัลลังก์ซึ่งเป็นของเมลเนสเท่านั้น 

เมาริทซ์ – อา.... ในที่สุดผู้สืบทอดแห่งอาณาจักรเทลเซสก็ได้ประทับบนบัลลังก์ของท่านแล้ว 

เชอรี่นั่งเงียบก่อนจะก้มหัวลง 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส มีอะไรหรือครับ? 

เชอรี่ – พวกเขาอยู่ในแผ่นดินที่ถูกละทิ้งแล้ว 

วอลเตอร์ –ท่านหมายถึงเซเนลหรือ? 

เมาริทซ์ – แผ่นดินที่ถูกละทิ้ง? พวกมันไปที่นั่นทำไมกัน? 

เชอรี่ - ........... 

วอลเตอร์ - .............. 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:38 pm----------

Topic #36 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 5. Awakening (continue....)