Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
May 6th, 2006 02:33PM, Next Farecery said,
Chapter 6 – Fallen Lands
ทุกคนเดินสำรวจชั้นใต้ดินนั้น และไปพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้าง รูปทรงลูกบาศก์สีแดง ลอยอยู่เหนือหลุมขนาดใหญ่
เซเนล .oO(ที่นี่... ที่ๆชั้นเห็นเมื่อกี้นี่....)
นอร์ม่า – เอ...ทุกคนอาจคิดว่าฉันพูดพิลึกๆนะ แต่....ฉันเคยเห็นที่นี่มาก่อนนะ
เซเนล – เธอก็ด้วยเหรอ นอร์ม่า?
นอร์ม่า – เซเนเซเน่ นายก็เห็นด้วยเหรอ?
ทุกคนมองหน้ากัน
วิล – ดูเหมือนว่าทุกคนจะเคยเห็นภาพของที่นี่มาแล้ว
โคลเอ้ – ไม่น่าเชื่อเลย.... เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
เจย์ - ..... อย่างไรก็ตามพวกเราน่าจะลองเข้าไปดูหน่อยครับ
ที่แห่งนั้นมีสิ่งก่อสร้างรูปลูกบาศก์ลอยอยู่กลางอากาศ ด้านหน้านั้นก็มีทางเข้าอยู่แต่ก็ยังหาวิธีที่จะข้ามไปที่นั่นไม่ได้
เจย์ – หืมมม...
วิล – เธอคิดอะไรได้หรือยัง?
เจย์ – มันมีอักษรเขียนไว้ที่แท่นนี่ครับ แต่ผมอ่านมันไม่ออก
โมเซส – เอ็งก็ไม่ฉลาดเท่าไหร่นี่นะ?
เจย์ – ได้ยินแบบนั้นจากคุณแล้วทำเอาผมอยากจะตายเชียวล่ะ
นอร์ม่า - ไหนดูซิ....
เธอเดินไปที่แท่นซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้น “ หืม ฉันไม่เคยเห็นอักษรแบบนี้เลย ไม่ใช่อักษรโบราญด้วย”
เจย์ – อาจจะเป็นคำแนะนำในการเปิดประตูหรือเปล่าครับ?
โมเซส – ดูเหมือนพวกเราจะเจ๊งบ๊งถ้าอ่านมันไม่ออกนะ
นอร์ม่า – อ่านะ ก็แค่ทำแบบนี้ ไฮย่า!
เธอเตะพลั่กเข้าไปที่แท่น แล้วจอภาพก็ลอยขึ้นมาจากแท่นนั้น พร้อมๆกับที่ทางเดินถูกเชื่อมไปถึงอาคารที่ลอยอยู่!
นอร์ม่า – เห็นไหมล่ะ? เชื่อนอร์ม่าได้เลย!
เมื่อเข้าไปข้างใน อุณหภูมิก็สูงปรี้ดจนรู้สึกได้ชัดเจน
นอร์ม่า – โอย ในนี้ร้อนจนจะไหม้เลย!
โมเซส – เหมือนกับว่าอยู่กลางทะเลทราบ.... อั๊วะเหงื่อไหลเป็นปี๊บแล้ว...
โคลเอ้ – เหงื่อออกเหรอ?
เธอนึกอะไรขึ้นได้แล้วถอยกรูด
เซเนล – มีอะไรเหรอ โคลเอ้?
โคลเอ้ – อ้อ ไม่มีอะไรหรอก
วิล – พยายามหาเงื่อนงำให้ได้ อะไรก็ได้
เมื่อเดินเข้าไป ก็พบลูกบาศก์สีฟ้าเรืองแสงขนาดย่อมลอยอยู่
โมเซส – แสงอะไรน่ะ?
เจย์ – ลองสิครับ ลองแตะมันดู
โมเซส - ปลอดภัยเหรอ?
เจย์ – พวกเราอยากจะรู้ไงครับ ไม่งั้นผมจะบอกคุณทำไม?
โมเซส – เฮ้ย!
โคลเอ้ – คูลริดจ์ ระวังนะ....
เขาเดินเข้าไปแตะมันโดยเธอเดินเข้าไปด้วย จู่ๆภาพของบางสิ่งปรากฏขึ้นมา มันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาว ซึ่งมีรูปวงกลมอยู่ตรงกลาง
โคลเอ้ – ภาพแปลกๆพึ่งปรากฏในหัวของฉันอีกแล้ว
นอร์ม่า – คราวนี้เธอเห็นอะไรล่ะ?
วิล – ฉันเห็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีขาว ลอยอยู่ในมหาสมุทร แล้วคนอื่นๆล่ะ?
ทุกคนพยักหน้าตอบรับ
นอร์ม่า – แหม พวกเราเห็นสิ่งเดียวกันหมดเลย ดีจัง
โคลเอ้ – มันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันกำลังมองย้อนกลับไปในความทรงจำที่ยาวไกล... แต่ฉันไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนนะ
เซเนล – มันอะไรกันน่ะ?
เมื่อเดินเข้าไปอีกก็พบลูกบาศก์สีฟ้าลอยอยู่เหมือนเดิม
นอร์ม่า – มีแสงออกมาอีกแล้ว
เซเนล - ....ชั้นเอง
โคลเอ้ – เดี๋ยวก่อน คูลริดจ์ ฉันด้วย
ทั้งสองคนเดินเข้าไปแตะพร้อมๆกัน และอีกภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันคือวัตถุสีขาวที่เห็นเมื่อครู่ แต่มันกำลังเปล่งแสงสีแดงออกมาขณะที่รูปร่างมันกลายเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียก ปูน ส่วนบนพื้นผิวของมันก็ไม่ได้ราบเรียบเหมือนที่เคย แต่เริ่มมีพื้นผิวสูงๆต่ำๆเป็นจุดๆ
เจย์ – ทุกคนเห็นอะไรกันครับ?
นอร์ม่า – ไอ้สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวอันเมื่อกี้ แต่มีรอยฝุ่นอะไรตรงนู้นตรงนี้เต็มไปหมด
โมเซส – เหมือนกัน
วิล – พวกเราเห็นสิ่งเดียวกันอีกแล้วสินะ
และครั้งที่สาม... กับลูกบาศก์ส่องแสง
วิล – นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะที่พวกเราเห็นแสงนี้
โคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะมันอีก ภาพต่อมาปรากฏขึ้น
นอร์ม่า – ดูเหมือนจะเป็นอันเดียวกับคราวที่แล้วนะ
โคลเอ้ – แสดงว่ามันต่อเนื่องกันเหรอ?
เจย์ – คราวนี้มันถูกปกคลุมไว้ด้วยพื้นดินหมดแล้ว
หลังจากนั้นพวกเซเนลก็เข้าไปถึงห้องเล็กๆ นอร์ม่าทรุดตัวลงอย่างอ่อนเพลีย “โอย มันร้อนจนฉันจะตายแล้วอ่ะ พักหน่อยเถอะ”
วิล – เฮ้อ.... เอาเถอะ
วิล – ทุกครั้งที่พวกเราแตะแสงนั้น ภาพก็จะปรากฏในจิตสำนึกของพวกเรา
เซเนล – พวกเราเห็นอะไรกันน่ะ?
กริวเน่ – คิด...คิด...คิด....
โคลเอ้ – ทำไมฉากเดียวกันถึงเข้าไปในหัวของทุกคนนะ?
กริวเน่ - นึก... นึก... นึก....
นอร์ม่า – มีใครคิดอะไรออกไหม?
กริวเน่ - ตรึกตรอง... ตรึกตรอง... ตรึกตรอง... ไม่เลย ไม่รู้เลยจ้ะ
โมเซส – เหมือนว่าเจ๊จะมีความสุขนะ
กริวเน่ – แหม ใช่สิจ้ะ! สนุกจริงๆ!
เซเนล .oO(เธอกำลังคิดว่ามาปิคนิคจริงๆ....)
ที่ภายในสุดนั้น ผลึกลูกบาศก์ลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง
วิล – นี่เป็นทางตันแล้วหรือ?
นอร์ม่า –ที่นี่ก็มีด้วย ฉันคิดว่าอันที่สี่แล้วใช่ไหม? ฉันว่าคงจะได้เห็นอะไรถ้าแตะมันอีกแน่ๆ
กริวเน่ – แหม น่าตื่นเต้นจังเลย
เจย์ – ถ้ามันแสดงภาพให้พวกเราเห็น มันอาจจะช่วยอธิบายอะไรได้ก็ได้
โคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะมัน แสงสว่างแวบขึ้น....
เมื่อทุกคนรู้สึกตัวอีกที ทิวทัศน์รอบข้างก็เปลี่ยนไป จากภายในห้องที่เคยอยู่นั้น ตอนนี้พวกเขากำลังเหยียบบนพื้นดินเขียวชะอุ่ม ใกล้ๆนั้นก็มีสระน้ำใสอยู่
เจย์ – อะไรน่ะ?! นี่มัน—
ทุกคน – น้ำพุลูเมนเหรอ?!
กริวเน่เดินไปที่ริมสระน้ำ “สายน้ำสวยจังเลย”
เจย์ – พวกเราถูกขนย้ายมาที่นี่หรือครับ?
เซเนล – ดูนั่นสิ
ที่กลางสระน้ำนั้น บริเวณที่เป็นน้ำพุดูแปลกไป “ซากโบราณน่ะไม่เหมือนกันนะ”
เจย์ – ใช่ครับ พวกส่วนที่แตกหักไปยังสมบูรณ์อยู่เลย
นอร์ม่า – ดูสิ ป่ารอบๆก็แปลกด้วย
วิล – ต้นไม้ใหญ่ๆหายไปหมดเลย
ทุกคนมองไปที่ๆเคยมีต้นไม้ใหญ่อยู่มากมาย ซึ่งตอนนี้มีแต่ต้นไม้ต้นเล็กๆ แล้วจู่ร่าของเชอรี่ก็ปรากฏออกมา!
เซเนล – เชอรี่?!
เขาวิ่งเข้าไปหา แล้วร่างนั้นก็แวบไปปรากฏอีกที่หนึ่งใกล้ๆกัน
เซเนล – หา?
นอร์ม่า – เมื่อกี้เธอเคลื่อนไหวไปยังไงน่ะ?
ร่างนั้นเดินห่างออกไป เซเนลร้องเรียกก่อนวิ่งตามออกไป “เชอรี่ รอเดี๋ยว!”
โคลเอ้ – คูลริดจ์!
ทุกคนวิ่งตามไป และเห็นเชอรี่ยืนอยู่ริมน้ำ ใกล้ๆกันนั้นมีชาววารีกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ด้วยท่าทีเศร้าสร้อย
นอร์ม่า – คนพวกนี้มาตอนไหนน่ะ?
โมเซส – อั๊วะไม่ได้สังเกตเห็นเลยนะ
เซเนล – เชอรี่! เชอรี่ เป็นอะไรไปน่ะ? เธอได้ยินพี่ไหม?
ร่างนั้นเลือนหายไป
เจย์ – เธอหายไปแล้ว!
โมเซส – หล่อนไปไหนแล้วล่ะ?!
ร่างของชาววารีหายไปเช่นกัน แสงสว่างวาบขึ้นมาอีกและทุกคนก็พบว่าตัวเองมาอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่ไร้ อาณาเขต ไกลออกไป วังวนขนาดใหญ่กำลังหมุนอยู่อย่างรวดเร็ว
วิล – อะไรน่ะ?
เจย์ – ดูทางนั้นครับ บางอย่างที่ใหญ่มากกำลังเข้ามา!
จากวังวนนั้น ร่างของอสูรขนาดใหญ่ซึ่งมีร่างซึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิงลอยเข้ามา!
วิล – นั่นมัน....เกท?!
โมเซส – อะไรนะ ล้อเล้นหหรือเปล่า?!
วิล - พวกเราต้องสู้กับมันหรือ?
โมเซส – อ้ะ อั๊วะรู้แล้ว นี่ละการทดสอบที่แท้จริงเพื่อที่อั๊วะจะได้ศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์!
หลังปราบแกรนด์เกทได้แล้ว โมเซสก็ทำท่าทางดีใจใหญ่ “ชนะแล้ว!”
วิล – บ้าจริง…. ฉันน่าจะตรวจสอบมันอีกหน่อยด่อนที่จะจัดการมัน
นอร์ม่า – โอ้ะโอ เขาเข้าโหมดหมกมุ่นแล้วสิ!
วิล – แน่นอนสิ! เกทน่ะเป็นราชันย์แห่งอสูร ปีศาจในตำนานแห่งตำนาน คนหนึ่งๆน่ะไม่มีโอกาสได้ศึกษามันบ่อยนักหรอกนะ
แสงแวบขึ้นอึกครั้ง....
“ท่านเมลเนส! ทำไมท่านต้องเสียสละตัวเองด้วย?!”
“เป็นความผิดของพวกโอเรลเนส... ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนั้น อะไรๆคงไม่เป็นแบบนี้”
“ปีกแห่งแสงเป็นสิ่งที่เลวร้ายจริงๆ แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องใช้มันแล้ว”
“พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ? พวกเราได้แต่ยืนข้างแล้วเฝ้าดูท่านเมลเนสหรือ?”
เซเนล .oO(เสียงพวกนี้เป็นเสียงของใครกันนะ)
ภาพเหตุการณ์หนึ่งปรากฏขึ้น วัตถุสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ลอยอยู่ในทะเลนั้น มันเปล่งแสงสีแดงออกมาก่อนที่ลวดลายสีฟ้าหกแฉกปรากฏบนผิวทะเล รูปร่างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลง พื้นดินเริ่มก่อตัวเหนือมัน รูปร่างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลายเป็นรูปขนมเปียกปูนยาวรี ส่วนหนึ่งของมันลดระดับจมลงไปใต้น้ำ เหลือแต่ลักษณะที่คุ้นตา
เสียงของหญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“เฟลเนสที่รัก.... ชีวิตของเราจบสิ้นที่นี่แล้ว ที่เหลือ เราขอฝากให้กับเมลเนสคนต่อไป”
“โปรดร่วมมือกันเพื่อนำแสงใหม่มาสู่คนของเรา”
“ประวัติศาสตร์จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันนี้ และพวกคุณจะเป็นผู้ครอบครองการถือกำเนิดของมัน พวกคุณคือเทลเซส”
เมื่อทุกสิ่งกลับมาเป็นเช่นเดิม ทุกคนก็พบว่าได้กลับมาที่ทางเข้าแล้ว
โคลเอ้ – พวกเรากลับมาที่ทางเข้าแล้วหรือ?
วิล – ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น
วิ้ง... แสงสว่างวาบขึ้นก่อนทุกคนรู้สึกเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง
วิล – เกิดอะไรขึ้นน่ะ?... จู่ๆฉันก็รู้สึกเหนื่อย...
โมเซส –อั๊วะก็ด้วย
คิวโป้ – ทุกคนปลอดภัยหรือเปล่าครับ??!
สามพี่น้องโมฟุโมฟุวิ่งเข้ามา
เจย์ – คิวโป้ ปิ้ปโป้ ป้อปโป้! พวกนายมาทำอะไรที่นี่น่ะ?
ปิ้ปโป้ – พวกเราได้ยินว่าพวกคุณเข้ามาในหอประภาคาร พวกเราเลยตามมาครับ
ป้อปโป้ - เจอพวกคุณพอดี พวกเราหาจนทั่วเลยครับ!
คิวโป้ – ทุกคนดูเหนื่อยนะครับ ไปพักที่ค่ายของพวกเราเถอะ
เจย์ – นายตั้งค่ายเหรอ?
นอร์ม่า – โอย ดีจังเลย ไปกันเถอะ
วิ้ง... หินรูปครึ่งวงกลมอันหนึ่งปรากฏต่อหน้าทุกคน
เซเนล – อะไรน่ะ?
ที่หน้าตัดของหินนั้นมีรูปสลักเอาไว้อยู่
นอร์ม่า – ดูซิ.... มันเป็นศิลาจารึกหรืออะไรหรือเปล่า?
เจย์ – มันอาจจะกลายเป็นเงื่อนงำอะไรก็ได้ครับ เอามันไปด้วยเถอะ
เซเนล – ใช่...
ป้อปโป้พาทุกคนไปที่ค่าย ซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดที่ทุกคนไปครั้งแรกนั่นเอง
นอร์ม่า – เฮ้อ ไม่ไหวแล้ว ฉันขยับไม่ไหวแม่แต่นิดเดียวแล้ว
เธอล้มตัวลงหลับทันที เช่นเดียวกับทุกคน
โมเซส – อั๊วะง่วงชะมัด
โคลเอ้ – เสียงคลื่นเหมือนกับเพลงกล่อมเลย....
และแล้วทุกคนก็ผล็อยหลับไป.............
นอร์ม่า – ฮ้าว หลับสบายดีจัง... หือ? มืดตื๋อเลยแฮะ
กว่าทุกคนจะตื่นพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว เจย์เดินกลับมาหาทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่หน้ากองไฟ เขาพึ่งคุยอะไรมากับโมฟุโมฟุคนอื่นๆ
เจย์ - ผมพึ่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างบนครับ ตอนนี้สงครามยังไม่ได้เริ่มต้น เมืองกำลังถูกล้อมโดยทหารเซนติเนล แต่พวกมันก็ยังไม่ดำเนินการอะไร
เซเนล – นายรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเชอรี่ไหม?
เจย์ – ไม่เลยครับ
เซเนล – งั้นเหรอ...
โคลเอ้ – แล้วภาพที่พวกเราเห็นจริงๆแล้วคืออะไรกันน่ะ?
เจย์ – ผมสงสัยว่านั่นคือภาพแห่งการถือกำเนิดของอาณาจักรเทลเซสครับ
นอร์ม่า – ถ้างั้นไอ้ของสี่เหลี่ยมผืนผ้าขาวๆนั่นก็คือรูปแบบเดิมของเลกาซี่เหรอ?
เจย์ - ที่ๆพวกเรายืนอยู่ตอนนี้คือภายในของสิ่งนั้น
วิล – สิ่งนั่นก็ก็ดูเหมือนจะเป็นเรือเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นชาวราเดี้ยนจริงๆแล้วได้สร้างผืนดินขึ้นมาเหนือเรือลำเดิมของพวกเขา
นอร์ม่า – พวกเขาจะทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ? เป็นพลังของเมลเนสเหรอ?
เจย์ – เป็นไปได้สูงครับ ผมได้ยินเสียงที่พูดถึงบางอย่างเกี่ยวกับหน้าที่ของเมลเนส
วิล – ฉันสงสัยเรื่อง “ปีกแห่งแสง” ที่พวกเขาพูดถึงนะ
เจย์ – ปีกแห่งแสง.... นั่นเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องจำเอาไว้ครับ
นอร์ม่า – ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าพวกเรามีปริศนามากกว่าเดิมอีกนะ
วิล – แล้วฉันก็สงสัยว่าทำไมอสูรในตำนานอย่างเกทถึงไปปรากฏที่นั่นด้วย
โมเซส – ก็เพื่อมอบศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ให้อั๊วไง จะอะไรอีกล่ะ?
เจย์ – โมเซส เงียบเถอะครับ
เซเนล - ...... เชอรี่ที่พวกเราเห็นนั้น... มันอะไรกัน?
วิล – สำหรับฉันมันดูเหมือนภาพลวงตานะ
โมเซส – หล่อนไม่ตอบสนองเลยนี่เวลาที่เอ็งเรียกน่ะ เชอรี่ตัวจริงไม่ทำท่าทางแบบนั้นหรอก
เจย์ – แต่ผมก็ต้องบอกว่า.... ชาวราเดี้ยนมีนิสัยที่แปลกครับ ถึงแม้พวกเขาจะมองหาสถานที่ใหม่ที่จะดำรงชีวิต แต่พวกเขาก็ไม่เห็นต้องถึงกับสร้างเกาะขึ้นมาใหม่ทั้งเกาะเองเลย
เซเนล – ชั้นมั่นใจว่าชาววารีไม่ได้ทำแบบนั้นแค่เพราะพวกเขาอยากทำหรอก พวกเขาต้องมีแผ่นดินแม่อยู่ที่ไหนซักแห่ง และพวกเขาต้องมีเหตุผลที่ดีที่จะจากมันมา
กริวเน่ – เซเนลคุง เธอห่วงใยเชอรี่มากใช่ไหมจ้ะ?
โคลเอ้ - .......
เจย์ – ถ้าที่คุณเซเนลพูดมาถูกต้อง มันก็ยังมีคำถามเหลืออยู่ว่า “ทำไม”
เซเนล – ใช่ จะเป็นเหตุผลอะไรกันนะ?
วิ้ง....
ภาพของอีกสถานที่หนึ่งปรากฏขึ้น มันคล้ายๆกับครั้งที่แล้ว แต่คราวนี้มันปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน
โคลเอ้ – อะไรน่ะ?
วิล – พวกเธอทุกคนเห็นไหม?
ทุกคนพยักหน้า
วิล – ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกบอกว่าให้ไปที่นั่น สถานที่ที่พวกเราเห็น
นอร์ม่า – ท่าทางใครบางคนพึ่งจะตอบคำถามของนายไปนะ เซเนเซเน่
โมเซส – แต่ว่าใครกันล่ะ?
เจย์ - .... พวกเราไม่ได้บังเอิญมาที่นี่ครับ มีใครบางคนนำทางพวกเรามา ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พวกเขาต้องอยู่ใกล้ๆนี้และกำลังฟังพวกเราพูดกันอยู่
วิล – แบบนั้นช่วยอธิบายได้มากเลยนะ
ทุกคนหันหน้าไปคนละทิศทางมองหาอะไรที่น่าสงสัย ยกเว้นกริวเน่ที่ยังยืนเหมือนเดิมอยู่
เจย์พูดเบาๆ “ลองค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วดูสถานการณ์จนกว่าจะรู้ว่าเขาคือใครดีกว่าครับ”
วิล – เข้าใจแล้ว ทุกคนระวังตัวไว้ด้วย เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้เถอะ ตอนนี้ก็มืดแล้ว พวกเราต้องออกเดินทางตอนเช้าอีกที
เซเนล – ได้
นอร์ม่า+โมเซส – โอเค
เขากับเชอรี่ ยืนอยู่ในบ้านที่ว่างเปล่าไม่มีอะไร
เซเนล – อยู่ในบ้านนี้จนกว่าจะเจอสเตล่าเถอะนะ
เชอรี่ – คะ...ค่ะ....
เซเนล – อย่ากังวลเลย อีกไม่นานเธอก็จะมาที่นี่แล้ว เธอสัญญาแล้ว
เชอรี่ - .... พี่เซเนล
เซเนล – หน้าแบบนั้นมันอะไรน่ะ? เธอดูจริงจังมากเลย
เชอรี่ – ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้เพื่อฉันเหรอคะ?
เซเนล – ก็...เธอรู้ไหม....
“ต้องขอบใจแก พวกเรารู้ที่อยู่ของหมู่บ้านแล้ว ทำได้ดีมาก” คำพูดของใครบางคนลอยเข้ามา
เซเนล .oO(ชั้นกำลังล้างบาปอยู่หรือ? หรือไม่ก็....)
เซเนล – ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ ให้เธอปลอดภัย
วันรุ่งขึ้น
วิล – เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว
เจย์ – งั้นหรือ อาจจะใช่ก็ได้ พวกนายทำได้ดีมาก
ปิ้ปโป้ – อา ไม่เท่าไหร่หรอก
นอร์ม่า – พวกนายพูดเรื่องอะไรกันเหรอ?
เจย์ – สถานที่ที่พวกเราอยู่อาจจะเป็น “แผ่นดินที่เงียบสงบ” ที่กล่าวถึงในเรื่องเล่าของชาวโมฟุโมฟุครับ
ปิ้ปโป้ – มันเป็นที่ๆว่ากันว่าวีรบุรุษของโมฟุโมฟุในตำนาน “คาโปเอร็อกโก” มาถึงครับ!
เซเนล – คาโปเอร็อกโกเหรอ?
วิล+นอร์ม่า .oO(ชื่อน่าสนใจนี่...)
คิวโป้ – ว่ากันว่ามันเป็นดินแดนที่เงียบสงบซึ่งมีทะเลที่เงียบสงบครับ ที่นี่เหมือนกับที่พูดถึงในตำนานเลย
นอร์ม่า – ถ้าอย่างนั้นจากตอนนี้ เรียกที่นี่ว่าแผ่นดินที่เงียบสงบเถอะ!
โคลเอ้ – ฉันชอบนะ “โพรงใต้ดิน” ฟังแล้วไม่จูงใจเลย
นอร์ม่า – เย้!
เจย์ – ถ้าที่นี่คือ”แผ่นดินที่เงียบสงบ” จริงๆแล้ว ถ้าอย่างนั้น “เส้นทางข้ามสวรรค์” ก็อาจจะอยุ่ที่นี่เหมือนกันก็ได้
ปิ้ปโป้ – “เส้นทางข้ามสวรรค์” เป็นเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางครับ มันลอยอยู่บนฟ้า
เจย์ – ตำนานกล่าวว่าคาโปเอร็อกโกค้นพบสิ่งที่มีลักษณะแบบนั้นครับ
ป้อปโป้ – พวกเราจะไปดูรอบๆระหว่างที่พวกคุณเดินทางนะครับ
เจย์ – ขอบใจนะ
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแผ่นดินที่เงียบสงบ ทุกคนก็พบสถานที่ในภาพนั้น มันปกคลุมไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา
โคลเอ้ – ที่นี่เป็นสถานที่ที่เห็นในนิมิตเมื่อกี้หรือเปล่านะ?
วิล – แน่นอน มันตรงกับที่ฉันจำได้ไม่มีผิด
เจย์ – ผมด้วยครับ .... ถึงจะเป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ก็เถอะ
เสียงกึงดังมาจากซักทีหนึ่ง
นอร์ม่า – นี่...นั่นเสียงอะไรอ้ะ
เธอเดินไปเดินมา แล้วเงยหน้าขึ้นไป “โอ้ะโอ!”เธอเดินถอยกรูดจนล้มลงเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังบินลงมา... วอลเตอร์นั่นเอง!
นอร์ม่า – อ๊า!
ทุกคนหันกลับมาเห็นเขาอย่างตกตะลึง
วอลเตอร์ – แกอยู่ที่นี่เองสินะ เซเนล!
ทุกคน – วอลเตอร์?!
นอร์ม่า – วอลลี่?!
วอลเตอร์ – ถึงแกจะหนีมาซ่อนตัวที่ดินแดนที่ถูกละทิ้งนี่แกก็เสียเวลาเปล่า แกหนีเราไม่พ้นหรอก! ครั้งนี้แกจะตายจริงๆแน่
ผมของเขาส่องแสงสีฟ้าออกมาอีกครั้ง!
เซเนล – งั้นเหรอ?!
วอลเตอร์ – มันจะจบลงที่นี่ล่ะ เฟลเควสเดส!
เขากระโดดขึ้นไปกลางอากาศแล้วปล่อยพลังที่เคยทำร้ายทุกคนจนอยู่หมัดมาแล้ว! เซเนลตั้งการ์ดรับ แต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ทุกคนไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย
นอร์ม่า – หือ? เมื่อกี้มันที่ใช้คราวที่แล้วหรือเปล่า? ทำไมดูไม่อลังการเหมือนเดิมเลยนะ
โมเซส – ใช่ ไม่ได้รุนแรงเหมือนคราวที่แล้วด้วย
วอลเตอร์ – อะ...เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
โคลเอ้ – ศาสตร์แห่งเขี้ยวของนายใช้การไม่ได้เหมือนที่คิดสินะ?
วอลเตอร์ – เป็นไปไม่ได้ นี่มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย!
นอร์ม่า – เป็นโอกาสของพวกเราละ!
วอลเตอร์ เราได้รับพรแห่งเนลเฟส พวกแกไม่มีโอกาสชนะหรอก
นอร์ม่า – คิดใหม่เถอะนะวอลลี่ พวกเราน่ะใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้นะ!
ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กัน! แต่ปีกแสงสีฟ้าก็เข้ามาขวางไว้ก่อน
เซเนล – นี่มันเทลเคสของเชอรี่นี่!
โคลเอ้ – เธออยู่แถวนี้ด้วยเหรอ?
เทลเคสนั้นส่องแสงออกมาผลักทุกคนถอยไป ก่อนที่มันจะหลายเป็นม่านพลังเข้าไปล้อมรอบตัววอลเตอร์ไว้!
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ทำอะไรน่ะ?!
มันเริ่มพาเขาลอยสูงขึ้น “ปล่อยผม! ท่านเมลเนส!”
นอร์ม่า - ....เขาไปแล้วอ่ะ
โมเซส – บ้าเอ้ย มันหนีไปได้แล้ว
วิล - ดูเหมือนว่าเขาจะถูกบังคับให้ไปมากกว่านะ
เซเนล – เชอรี่! เธออยู่ไหนน่ะ? ถ้าเธออยู่ก็ตอบชั้นสิ!
วิล – ไม่เหมือนว่าเธออยู่ที่นี่นะ
เจย์ – หมายความว่าเธอส่งเทลเคสมาจากเบื้องบน
เซเนล – เชอรี่....
วิล – วอลเตอร์ใช้คำพูดว่า “ดินแดนที่ถูกละทิ้ง”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกกันอยู่ โคลเอ้เฝ้ามองเซเนลที่ยืนก้มหน้าอยู่คนเดียว
เจย์ – นั่นอาจจะเป็นชื่อที่ชาวราเดี้ยนใช้เรียกแผ่นดินที่เงียบสงบนี้ครับ
วิล – ชื่อนั้นก็ฟังดูเหมาะสมนะ
เจย์ – ครับ การสำรวจที่นี่อาจจะมีความสำคัญมากกว่าที่พวกเราคิด
นอร์ม่า – วอลลี่ก็ไปแล้วนี่ ถ้างั้นก็เข้าไปเถอะ
เธอเดินเข้าไปเตะที่แผงควบคุมเหมือนครั้งที่แล้ว แล้วทางเข้าก็เชื่อมเข้ากับลูกบาศก์ยักษ์ที่ลอยอยู่นั้น
โมเซส – เดี๋ยวนี้เขาใช้เตะเปรี้ยงเปิดประตูตั้งกะเมื่อไหร่น่ะ?
เจย์ – ดูคุณนอร์ม่าแล้วไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเธอเป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวสายเบรธน่ะครับ
เธอดิ้นๆใหญ่เมื่อโดนนินทาระยะประชิด
เซเนล .oO(เชอรี่... เธอปกป้องวอลเตอร์เหรอ?)
เข้าไปภายในนั้นก็พบห้องเล็กๆเมื่อครั้งที่แล้ว แต่ผิดกันที่ว่าที่นี่อุณหภูมิต่ำสุดๆ
นอร์ม่า - บรื๋อ หนาวจนจะแข็งแล้ว!
โคลเอ้ – จู่ๆอุณหภูมิก็ตกลงเลย เหมือนกับว่ากำลังอยู่ในบ้านน้ำแข็ง
ระหว่างทางนั้นก็พบแสงจากลูกบาศก์สีฟ้านั้นอีกครั้ง
นอร์ม่า – โอ! แสงลึกลับนั่นอีกแล้ว! คราวนี้มันจะให้อะไรกับพวกเราอีกเนี่ย
ทั้งสองคนเดินเข้าไปแตะมันเหมือนที่เคย ภาพหนึ่งแวบเข้ามา
นอร์ม่า – ฉันอาจจะคิดไปเองนะ... แต่ทุกครั้งที่พวกเราเห็นภาพนั้น ฉันจะรู้สึกเหนื่อยมาก
วิล – เธอไม่ได้คิดไปเองหรอก ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน
เจย์ – คราวนี้ทุกคนเห็นอะไรครับ
นอร์ม่า – เรือสี่เหลี่ยมสีขาวนั้นลอยอยู่ข้างๆแผ่นดินน่ะ
เซเนล – เหมือนกัน
โคลเอ้ – ฉันก็ด้วย
โมเซส – แม่นแล้ว
ทุกคนพยักหน้ากันหมด
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เห็นเหมือนกันหมด
หลังจากนั้นก็ผลึกที่สอง....
โมเซส – นี่อันที่สองแล่วนะ
เมื่อโคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะ คราวนี้เป็นภาพที่เหมือนกับมองจากท้องฟ้าสูงขึ้นไปลงมาที่แผ่นดิน
โมเซส – คราวนี้ดูเหมือนว่าเรือนั่นกำลังมุ่งหน้าออกทะเลนะ
วิล – ใช่ ฉันก็เห็นสิ่งเดียวกัน
เจย์ – ผมก็ด้วย
และ...
เจย์ – อันที่สามอยู่ตรงนั้นครับ
นอร์ม่า – โอเค งั้นก็เอาเลยสิ
เมื่อภาพปรากฏขึ้น ทุกคนเข้ามาปรึกษากัน
เจย์ – นั่นมันอะไรน่ะครับ?
วิล – ภาพของแผ่นดินใหญ่หรือ? แต่มันดูเหมือนจะถูกทำลายไปมากจริงๆ
นอร์ม่า – เหมือนกับว่ามันมีซากอะไรอยู่เต็มไปหมดเลย
ทุกคนเข้ามาถึงห้องเล็กๆเหมือนครั้งที่แล้ว
นอร์ม่า – อ๊า หนาวจังเลย! ฉันจะแข็งตายแล้วนะ!
เธอเดินเข้าไปซบหลังของเซเนล “ทำไมเธอมาดันชั้นแบบนั้นล่ะ?”
นอร์ม่า – คุณคะ อย่าทิ้งฉันไปนะ!
เซเนล – ชั้นไม่ได้ใช่เครื่องทำความร้อนส่วนตัวของเธอนะ!
นอร์ม่า – ฮี่ๆ มันจะใช่เร้อ
โคลเอ้ – นี่! หยุดนะ!
เซเนล – แล้วเธอหัวเสียเรื่องอะไรน่ะ โคลเอ้?
เธอทำหน้าแดงแล้วตอบกลับมา “....ฉันไม่ได้หัวเสียนะ!”
นอร์ม่ามองโคลเอ้อยู่ซักพักแล้วก็คิดได้ “นั่นสินะ.....” เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เดินเข้าไปตบบ่า “ถ้างั้นก็ขอให้โชคดีนะ”
โคลเอ้ – อะ...อะไร?
นอร์ม่าเข้ามากระซิบ “ถ้าเธอต้องการเขาขนาดนั้น ก็น่าจะเข้าไปยั่วเขาก่อนที่ริจจังจะกลับมานะ”
อีกฝ่ายหน้าแดงแป๊ดพูดออกมาอย่างเขินอาย “อะไรล่ะ..อะ...”
เซเนล – เป็นอะไรไปเหรอ โคลเอ้?
โคลเอ้ – หือ? อ้ะ ไม่....ไม่มีอะไร! แล้วนายมองอะไรอยู่น่ะ!
เซเนล – เธอเป็นอะไรน่ะ?
เธอสะบัดหน้าไปอีกด้าน “ขี้ขลาด”
เซเนล – ชั้นเหรอ?!
ด้านในสุด ผลึกที่สี่ก็รออยู่เช่นเดิม
เซเนล – เอาล่ะนะ โคลเอ้
โคลเอ้ – อ้ะ ...ได้สิ
แสงสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสองมือสัมผัสมัน เมื่อลืมตาอีกครั้งทุกคนก็พบว่าอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากศพ...
วิล – พวกเราอยู่กลางสนามรบหรือ?!
โคลเอ้ – สงครามเริ่มแล้วงั้นหรือ?!
เซเนล – ไม่หรอก ชั้นไม่คิดว่าที่นี่คือเลกาซี่
เจย์ – ดูจากรอบๆแล้ว ผมคงบอกได้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหนซักแห่งบนแผ่นดินใหญ่ครับ
วิล – พวกเรากำลังดูภาพในอดีตงั้นหรือ?
เจย์ – ก็คงจะอย่างนั้นครับ
เซเนล – แต่นี่มันตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ?
เจย์ – นั่นผมก็ไม่รู้ครับ....
วิล – ไม่ว่าจะยังไง ก็พอจะสมมติกันได้ว่ามีสงครามใหญ่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับชาวราเดี้ยนในอดีต
โคลเอ้ก้มลงไปมองศพที่อยู่ใกล้ๆ “มีผู้หญิงกับเด็กๆอยู่มากมายท่ามกลางศพของชาวราเดี้ยนด้วย....พวกเขาเป็น พลเมืองธรรมดาแน่ๆ แล้วทำไม....”
เซเนล - เชอรี่ เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า?
เขาหันไปหันมา และพบกับเธอยืนหันหน้าเข้าหาเนินเขา “เชอรี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” เมื่อเขาเข้าไปมองหน้าเธอเขาก็สะดุ้งเฮือก
โคลเอ้ – คูลริดจ์ มีอะไรหรือ?
ทุกคนวิ่งเข้าไปล้มเชอรี่ไว้ แล้วร่างของเธอก็แวบหายไป
โมเซส – โว้ว! หล่อนหายไปแล้ว!
ทุกคนมองหาทุกทิศทาง
วิล – เธออยู่บนนั้น!
บนเนินเขานั้น เชอรี่กำลังเดินผ่านไป..
โมเซส – ตามไปสิ!
ทุกคนวิ่งขึ้นเนิน ส่วนเซเนลกลับก้มหน้านิ่ง
โคลเอ้ – คูลริดจ์?....
เซเนล – หือ? อ้อ ขอโทษนะ ไปกันเถอะ
บนเนินนั้น เชอรี่ยืนมองชาววารีหลายคนที่อยู่เบื้องหน้า
โมเซส – ดูตรงนั้นสิ มีใครคนนึงแต่งตัวเหมือนเชอรี่ด้วย
กลางวงล้อมของชาวเฟลเนส หญิงผมทองคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ
นอร์ม่า – งั่นเธอคนนั้นก็เป็นเมลเนสเหรอ?
เชอรี่หายไปอีกครั้ง ก่อนที่ภาพของชาววารีและเมลเนสคนนั้นจะหายไป และทุกคนก็มาอยู่ดินแดนไร้อาณาเขตอีกครั้ง
วิล – ความรู้สึกนี้.... เหมือนกับตอนที่เกทปรากฏตัวครั้งที่แล้วเลย อย่าบอกนะว่า......
ไม่นานนัก เกทตัวใหญ่ก็ว่ายเข้ามาใกล้ ถ้าจะเรียกตัวที่แล้วว่าเป็นแกรนด์เกทเพลิง ตัวนี้ก็คงเรียกได้ว่าแกรนด์เกทน้ำแข็ง เพราะก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่หัวของมันและเกล็ดหิมะที่ส่องแสงอยู่รอบๆ
นอร์ม่า – ว้าว มาแล้ว!
เจย์ – นี่ก็เกทด้วยเหรอ?
วิล – ใช่ มันดูต่างจากตัวที่แล้วแต่ไม่ผิดแน่!
มันคำรามแล้วพุ่งเข้ามาโจมตี!
โมเซส – ย้าฮู้! พวกเราชนะอีกแล้ว!
วิลลงไปนั่งกุมหัวด้วยความเสียดายเหมือนเดิม “แล้วก็อีกครั้งที่ฉันพลาดโอกาสเก็บตัวอย่างไป...”
กริวเน่ – แหม แย่จังเลยนะจ้ะ
แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง....
“ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกราเดี้ยน!”
“กดดันพวกปีศาจกลับไปที่ทะเลเลย!”
“เจ้าพวกโอเรลเนสสารเลว ถ้าพวกแกไม่ได้มาที่นี่ล่ะก็!”
“ปกป้องท่านเมลเนสไว้ให้ได้!”
ภาพของเรือสีขาวลำนั้นค่อยๆออกจากท่าเรือขนาดใหญ่ไปอย่างช้าๆ สิ่งก่อสร้างบนท่าเรือนั้นดูเหมือนจะค่อยๆผุพังลงจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม เสียงจากเมลเนสดังขึ้น
“ชาวเฟลเนส ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะขึ้นเรือนี้ พวกเราจะละทิ้งดินแดนซึ่งกลืนกินเลือดของพวกเราไปมากมายเหลือคณานับ “
“พวกเราจะหนีจากการอยู่ร่วมกับโอเรลเนสแล้วเริ่มต้นใหม”
และแล้วทุกคนก็กลับมาที่หน้าทางเข้า
โมเซส – พวกเราพึ่งเห็นบ้าอะไรไปน่ะ?
ทุกคนนิ่งเงียบกับภาพที่พึ่งได้เห็นไปเพราะความสับสน
นอร์ม่า – เอาล่ะทุกคน เอาไว้คุยกันที่หลังก็แล้วกัน ตอนนี้กลับไปที่ค่ายก่อนเถอะ!
เหลือเซเนลคนเดียวที่ยังคงนิ่งอยู่
โคลเอ้ – มีอะไรหรือเปล่า เซเนล? ดูนายกังวลมากนะ
เซเนล – เชอรี่ที่พวกเราเห็นนั่น...
โคลเอ้ – หือ?
เซเนล – ชั้นไม่เคยเห็นเชอรี่ทำสีหน้าแบบนั้นเลย ตลอดเวลาที่ชั้นรู้จักเธอ....
โคลเอ้ - .....
ศิลาครึ่งวงกลมปรากฏอีกครั้ง
เซเนล – นี่มันศิลาจารึกเหรอ?
นอร์ม่า –อ๋า อันใหม่เหรอ? ไหนดูซิ....
โมเซส – ดูเหมือนเป็นภาพของเรื่องที่พวกเราพึ่งเห็นไปนะ
เซเนล - ......
เมื่อกลับถึงค่าย พวกคิวโป้ก็เข้ามาหา
คิวโป้ – กลับมาแล้วเหรอครับ?!
นอร์ม่า – ดีจ้า ทุกคน
แล้วทุกคนก็ล้มตัวลงนอนทันที จนถึงพระอาทิตย์ตกจึงตื่นมาสนทนากันต่อ
เจย์ – ผมค่อนข้างจะระบุที่อยู่ของคุณเชอรี่ได้แล้วครับ
เซเนล – ที่ไหนน่ะ?!
เจย์ – บริเวณหัวเรือเลกาซี่ เป็นปราสาทที่หลงเหลือจากยุคของเทลเซสอยู่ครับ
นอร์ม่า – นายหมายถึงปราสาทลวงตาเหรอ?! โอ้ว...
วิล – มีปัญหาอะไรหรือ?
นอร์ม่า – มันมีชื่อเสียงในหมู่นักล่าสมบัติเพราะถูกรักษาความปลอดภัยสมบูรณ์แบบนะ เข้าไปไม่ได้หรอก
เจย์ – มันเป็นโบราณสถานที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและป่าลึกที่ว่ากันว่าไม่มีทางเข้าไปถึงได้ด้วยทางบก
นอร์ม่า – เราสามารถมองเห็นมันได้แต่ก็ไม่อาจไปถึงมันได้ เลยถูกเรียกว่าปราสาทลวงตาไงล่ะ
เจย์ – ผมจะขอให้ชาวโมฟุโมฟุลองหาดูว่าจะมีทางเข้าไปได้ไหมครับ ถึงแม้.... ถ้าเป็นแบบเวลานี้ ถึงพวกเราจะเข้าไปได้พวกเราก็ไม่มีโอกาสสู้เลย
เซเนล - ...
เจย์ - ตอนนี้กลับมาว่ากันเรื่องภาพที่พวกเราเห็นกันเถอะครับ ดูเหมือนว่าชาวราเดี้ยนละทิ้งแผ่นดินเกิดไปเพราะสงคราม
วิล – เป็นไปได้ว่ามนุษย์เป็นฝ่ายชนะและขับไล่ชาวราเดี้ยนออกไปจากแผ่นดินใหญ่ ชาวราเดี้ยนอาจจะคิดว่าทั้งสงครามในอดีตและการกระทำของวากรัฟเป็นความผิดของ มนุษย์ทั้งหมด
เซเนล - .....
โมเซส – พวกเราจะจัดการกับพวกนั้นได้ยังไงล่ะ ถ้าพวกเขายังมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวน่ะ?
เจย์ – เพราะอย่างนั้นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ถึงเป็นเรื่องยุ่งยากครับ
วิล - ... นี่เป็นสิ่งที่ใครก็ตามซักคนอยากจะบอกพวกเราหรือ?
นอร์ม่า – เขาอยากจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะสร้างสันติภาพเหรอ?
เซเนล – ไม่จริงหรอก! ดูชั้นสิ เชอรี่กับชั้นก็อยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นกว่าสามปี
ทุกคน - ...
เซเนล – แน่นอนว่าพวกเราน่ะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน ใช่ไหมล่ะ? พวกเราอาจจะทำอะไรได้บ้างถ้าทั้งสองฝ่ายยอมมาพบกันคนละครึ่งทาง
โมเซส – อย่าห่วงเลย เซโนจิ แน่ละว่าตอนนี้พวกเราต้องสู้ แต่เอ็งกับเชอรี่ก็จะคืนดีกันได้ พวกเอ็งเป็นครอบครัวเดียวกันนี่!
ตึกๆ.....
เซเนล – ครอบครัว...... ใช่... นั่นสินะ....
วิล - ..... ตอนนี้พวกเราก็รู้มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันอยากจะรู้จริงๆว่ารากเหง้าของเรื่องนี้คืออะไร
เจย์ – ครับ...
เซเนล – ทำไมมนุษย์กับเฟลเนสถึงต้องเกลียดชังกันและกันล่ะ?
วิ้ง..... ภาพของสถานที่หนึ่งแวบเข้ามา
นอร์ม่า – อะฮ้า! ฉันเห็นแล้ว ฉันเห็นแล้ว!
สถานที่นั้นเหมือนกับที่แล้วมา แต่พื้นผิวของมันเป็นสีน้ำเงินและเหลืองแทน
วิล – ท่าทางเป้าหมายต่อไปจะถูกกำหนดแล้วนะ
เจย์มองไปรอบๆ “ไม่ว่าจะใครก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะยังฟังการพูดคุยของพวกเราอยู่ครับ
นอร์ม่า – กีท! แกมองเห็นใครไหม!
มันครางหงิงๆอย่างเดียว
นอร์ม่า – ไม่มีสินะ....
เจย์ - ... อาจจะไม่มีใครอยู่แถวๆนี้นอกจากพวกเราครับ
โคลเอ้ – หมายความว่ายังไงน่ะคะ?
เจย์ – ผมรู้สึกว่ารู้แล้วว่า “ใครซักคน” นี้คือใครกัน
โคลเอ้+นอร์ม่า+โมเซส – ใครเหรอ?!
เจย์ – ก็..... ผมว่าผมไม่บอกตอนนี้คงจะดีกว่า
นอร์ม่า – อะไรนะ?!
เจย์ – ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน ดังนั้นพวกเราน่าจะหาหลักฐานที่แน่ชัดก่อนครับ
วิล – ตกลง ถ้าอย่างนั้นฉันคิดว่าวันนี้คงพอแค่นี้
เจย์ - คุณเซเนล คุณเตรียมใจที่จะรับรู้สาเหตุที่มนุษย์กับราเดี้ยนเกลียดชังกันหรือยังครับ?
เซเนล - ......... แน่นอน
เจย์ – ดีครับ
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:39 pm----------
