Topic #37: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands

Next Farecery

Chapter 6 – Fallen Lands 

 

ทุกคนเดินสำรวจชั้นใต้ดินนั้น และไปพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้าง รูปทรงลูกบาศก์สีแดง ลอยอยู่เหนือหลุมขนาดใหญ่ 

เซเนล .oO(ที่นี่... ที่ๆชั้นเห็นเมื่อกี้นี่....) 

นอร์ม่า – เอ...ทุกคนอาจคิดว่าฉันพูดพิลึกๆนะ แต่....ฉันเคยเห็นที่นี่มาก่อนนะ 

เซเนล – เธอก็ด้วยเหรอ นอร์ม่า? 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่ นายก็เห็นด้วยเหรอ? 

ทุกคนมองหน้ากัน 

วิล – ดูเหมือนว่าทุกคนจะเคยเห็นภาพของที่นี่มาแล้ว 

โคลเอ้ – ไม่น่าเชื่อเลย.... เกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

เจย์ - ..... อย่างไรก็ตามพวกเราน่าจะลองเข้าไปดูหน่อยครับ 

 

ที่แห่งนั้นมีสิ่งก่อสร้างรูปลูกบาศก์ลอยอยู่กลางอากาศ ด้านหน้านั้นก็มีทางเข้าอยู่แต่ก็ยังหาวิธีที่จะข้ามไปที่นั่นไม่ได้ 

เจย์ – หืมมม... 

วิล – เธอคิดอะไรได้หรือยัง? 

เจย์ – มันมีอักษรเขียนไว้ที่แท่นนี่ครับ แต่ผมอ่านมันไม่ออก 

โมเซส – เอ็งก็ไม่ฉลาดเท่าไหร่นี่นะ? 

เจย์ – ได้ยินแบบนั้นจากคุณแล้วทำเอาผมอยากจะตายเชียวล่ะ 

นอร์ม่า - ไหนดูซิ.... 

เธอเดินไปที่แท่นซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้น “ หืม ฉันไม่เคยเห็นอักษรแบบนี้เลย ไม่ใช่อักษรโบราญด้วย” 

เจย์ – อาจจะเป็นคำแนะนำในการเปิดประตูหรือเปล่าครับ? 

โมเซส – ดูเหมือนพวกเราจะเจ๊งบ๊งถ้าอ่านมันไม่ออกนะ 

นอร์ม่า – อ่านะ ก็แค่ทำแบบนี้ ไฮย่า! 

เธอเตะพลั่กเข้าไปที่แท่น แล้วจอภาพก็ลอยขึ้นมาจากแท่นนั้น พร้อมๆกับที่ทางเดินถูกเชื่อมไปถึงอาคารที่ลอยอยู่! 

นอร์ม่า – เห็นไหมล่ะ? เชื่อนอร์ม่าได้เลย! 

 

เมื่อเข้าไปข้างใน อุณหภูมิก็สูงปรี้ดจนรู้สึกได้ชัดเจน 

นอร์ม่า – โอย ในนี้ร้อนจนจะไหม้เลย! 

โมเซส – เหมือนกับว่าอยู่กลางทะเลทราบ.... อั๊วะเหงื่อไหลเป็นปี๊บแล้ว... 

โคลเอ้ – เหงื่อออกเหรอ? 

เธอนึกอะไรขึ้นได้แล้วถอยกรูด 

เซเนล – มีอะไรเหรอ โคลเอ้? 

โคลเอ้ – อ้อ ไม่มีอะไรหรอก 

วิล – พยายามหาเงื่อนงำให้ได้ อะไรก็ได้ 

 

เมื่อเดินเข้าไป ก็พบลูกบาศก์สีฟ้าเรืองแสงขนาดย่อมลอยอยู่ 

โมเซส – แสงอะไรน่ะ? 

เจย์ – ลองสิครับ ลองแตะมันดู 

โมเซส - ปลอดภัยเหรอ? 

เจย์ – พวกเราอยากจะรู้ไงครับ ไม่งั้นผมจะบอกคุณทำไม? 

โมเซส – เฮ้ย! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ ระวังนะ.... 

เขาเดินเข้าไปแตะมันโดยเธอเดินเข้าไปด้วย จู่ๆภาพของบางสิ่งปรากฏขึ้นมา มันเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาว ซึ่งมีรูปวงกลมอยู่ตรงกลาง 

โคลเอ้ – ภาพแปลกๆพึ่งปรากฏในหัวของฉันอีกแล้ว 

นอร์ม่า – คราวนี้เธอเห็นอะไรล่ะ? 

วิล – ฉันเห็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีขาว ลอยอยู่ในมหาสมุทร แล้วคนอื่นๆล่ะ? 

ทุกคนพยักหน้าตอบรับ 

นอร์ม่า – แหม พวกเราเห็นสิ่งเดียวกันหมดเลย ดีจัง 

โคลเอ้ – มันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันกำลังมองย้อนกลับไปในความทรงจำที่ยาวไกล... แต่ฉันไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนนะ 

เซเนล – มันอะไรกันน่ะ? 

 

เมื่อเดินเข้าไปอีกก็พบลูกบาศก์สีฟ้าลอยอยู่เหมือนเดิม 

นอร์ม่า – มีแสงออกมาอีกแล้ว 

เซเนล - ....ชั้นเอง 

โคลเอ้ – เดี๋ยวก่อน คูลริดจ์ ฉันด้วย 

ทั้งสองคนเดินเข้าไปแตะพร้อมๆกัน และอีกภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันคือวัตถุสีขาวที่เห็นเมื่อครู่ แต่มันกำลังเปล่งแสงสีแดงออกมาขณะที่รูปร่างมันกลายเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียก ปูน ส่วนบนพื้นผิวของมันก็ไม่ได้ราบเรียบเหมือนที่เคย แต่เริ่มมีพื้นผิวสูงๆต่ำๆเป็นจุดๆ 

เจย์ – ทุกคนเห็นอะไรกันครับ? 

นอร์ม่า – ไอ้สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวอันเมื่อกี้ แต่มีรอยฝุ่นอะไรตรงนู้นตรงนี้เต็มไปหมด 

โมเซส – เหมือนกัน 

วิล – พวกเราเห็นสิ่งเดียวกันอีกแล้วสินะ 

 

และครั้งที่สาม... กับลูกบาศก์ส่องแสง 

วิล – นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะที่พวกเราเห็นแสงนี้ 

โคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะมันอีก ภาพต่อมาปรากฏขึ้น 

นอร์ม่า – ดูเหมือนจะเป็นอันเดียวกับคราวที่แล้วนะ 

โคลเอ้ – แสดงว่ามันต่อเนื่องกันเหรอ? 

เจย์ – คราวนี้มันถูกปกคลุมไว้ด้วยพื้นดินหมดแล้ว 

 

หลังจากนั้นพวกเซเนลก็เข้าไปถึงห้องเล็กๆ นอร์ม่าทรุดตัวลงอย่างอ่อนเพลีย “โอย มันร้อนจนฉันจะตายแล้วอ่ะ พักหน่อยเถอะ” 

วิล – เฮ้อ.... เอาเถอะ 

 

วิล – ทุกครั้งที่พวกเราแตะแสงนั้น ภาพก็จะปรากฏในจิตสำนึกของพวกเรา 

เซเนล – พวกเราเห็นอะไรกันน่ะ? 

กริวเน่ – คิด...คิด...คิด.... 

โคลเอ้ – ทำไมฉากเดียวกันถึงเข้าไปในหัวของทุกคนนะ? 

กริวเน่ - นึก... นึก... นึก.... 

นอร์ม่า – มีใครคิดอะไรออกไหม? 

กริวเน่ - ตรึกตรอง... ตรึกตรอง... ตรึกตรอง... ไม่เลย ไม่รู้เลยจ้ะ 

โมเซส – เหมือนว่าเจ๊จะมีความสุขนะ 

กริวเน่ – แหม ใช่สิจ้ะ! สนุกจริงๆ! 

เซเนล .oO(เธอกำลังคิดว่ามาปิคนิคจริงๆ....) 

 

ที่ภายในสุดนั้น ผลึกลูกบาศก์ลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง 

วิล – นี่เป็นทางตันแล้วหรือ? 

นอร์ม่า –ที่นี่ก็มีด้วย ฉันคิดว่าอันที่สี่แล้วใช่ไหม? ฉันว่าคงจะได้เห็นอะไรถ้าแตะมันอีกแน่ๆ 

กริวเน่ – แหม น่าตื่นเต้นจังเลย 

เจย์ – ถ้ามันแสดงภาพให้พวกเราเห็น มันอาจจะช่วยอธิบายอะไรได้ก็ได้ 

โคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะมัน แสงสว่างแวบขึ้น.... 

เมื่อทุกคนรู้สึกตัวอีกที ทิวทัศน์รอบข้างก็เปลี่ยนไป จากภายในห้องที่เคยอยู่นั้น ตอนนี้พวกเขากำลังเหยียบบนพื้นดินเขียวชะอุ่ม ใกล้ๆนั้นก็มีสระน้ำใสอยู่ 

เจย์ – อะไรน่ะ?! นี่มัน— 

ทุกคน – น้ำพุลูเมนเหรอ?! 

กริวเน่เดินไปที่ริมสระน้ำ “สายน้ำสวยจังเลย” 

เจย์ – พวกเราถูกขนย้ายมาที่นี่หรือครับ? 

เซเนล – ดูนั่นสิ 

ที่กลางสระน้ำนั้น บริเวณที่เป็นน้ำพุดูแปลกไป “ซากโบราณน่ะไม่เหมือนกันนะ” 

เจย์ – ใช่ครับ พวกส่วนที่แตกหักไปยังสมบูรณ์อยู่เลย 

นอร์ม่า – ดูสิ ป่ารอบๆก็แปลกด้วย 

วิล – ต้นไม้ใหญ่ๆหายไปหมดเลย 

ทุกคนมองไปที่ๆเคยมีต้นไม้ใหญ่อยู่มากมาย ซึ่งตอนนี้มีแต่ต้นไม้ต้นเล็กๆ แล้วจู่ร่าของเชอรี่ก็ปรากฏออกมา! 

เซเนล – เชอรี่?! 

เขาวิ่งเข้าไปหา แล้วร่างนั้นก็แวบไปปรากฏอีกที่หนึ่งใกล้ๆกัน 

เซเนล – หา? 

นอร์ม่า – เมื่อกี้เธอเคลื่อนไหวไปยังไงน่ะ? 

ร่างนั้นเดินห่างออกไป เซเนลร้องเรียกก่อนวิ่งตามออกไป “เชอรี่ รอเดี๋ยว!” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์! 

ทุกคนวิ่งตามไป และเห็นเชอรี่ยืนอยู่ริมน้ำ ใกล้ๆกันนั้นมีชาววารีกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ด้วยท่าทีเศร้าสร้อย 

นอร์ม่า – คนพวกนี้มาตอนไหนน่ะ? 

โมเซส – อั๊วะไม่ได้สังเกตเห็นเลยนะ 

เซเนล – เชอรี่! เชอรี่ เป็นอะไรไปน่ะ? เธอได้ยินพี่ไหม? 

ร่างนั้นเลือนหายไป 

เจย์ – เธอหายไปแล้ว! 

โมเซส – หล่อนไปไหนแล้วล่ะ?! 

ร่างของชาววารีหายไปเช่นกัน แสงสว่างวาบขึ้นมาอีกและทุกคนก็พบว่าตัวเองมาอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่ไร้ อาณาเขต ไกลออกไป วังวนขนาดใหญ่กำลังหมุนอยู่อย่างรวดเร็ว 

วิล – อะไรน่ะ? 

เจย์ – ดูทางนั้นครับ บางอย่างที่ใหญ่มากกำลังเข้ามา! 

จากวังวนนั้น ร่างของอสูรขนาดใหญ่ซึ่งมีร่างซึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิงลอยเข้ามา! 

วิล – นั่นมัน....เกท?! 

โมเซส – อะไรนะ ล้อเล้นหหรือเปล่า?! 

วิล - พวกเราต้องสู้กับมันหรือ? 

โมเซส – อ้ะ อั๊วะรู้แล้ว นี่ละการทดสอบที่แท้จริงเพื่อที่อั๊วะจะได้ศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์! 

 

หลังปราบแกรนด์เกทได้แล้ว โมเซสก็ทำท่าทางดีใจใหญ่ “ชนะแล้ว!” 

วิล – บ้าจริง…. ฉันน่าจะตรวจสอบมันอีกหน่อยด่อนที่จะจัดการมัน 

นอร์ม่า – โอ้ะโอ เขาเข้าโหมดหมกมุ่นแล้วสิ! 

วิล – แน่นอนสิ! เกทน่ะเป็นราชันย์แห่งอสูร ปีศาจในตำนานแห่งตำนาน คนหนึ่งๆน่ะไม่มีโอกาสได้ศึกษามันบ่อยนักหรอกนะ 

แสงแวบขึ้นอึกครั้ง.... 

 

“ท่านเมลเนส! ทำไมท่านต้องเสียสละตัวเองด้วย?!” 

“เป็นความผิดของพวกโอเรลเนส... ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนั้น อะไรๆคงไม่เป็นแบบนี้” 

“ปีกแห่งแสงเป็นสิ่งที่เลวร้ายจริงๆ แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องใช้มันแล้ว” 

“พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ? พวกเราได้แต่ยืนข้างแล้วเฝ้าดูท่านเมลเนสหรือ?” 

เซเนล .oO(เสียงพวกนี้เป็นเสียงของใครกันนะ) 

 

ภาพเหตุการณ์หนึ่งปรากฏขึ้น วัตถุสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ลอยอยู่ในทะเลนั้น มันเปล่งแสงสีแดงออกมาก่อนที่ลวดลายสีฟ้าหกแฉกปรากฏบนผิวทะเล รูปร่างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลง พื้นดินเริ่มก่อตัวเหนือมัน รูปร่างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลายเป็นรูปขนมเปียกปูนยาวรี ส่วนหนึ่งของมันลดระดับจมลงไปใต้น้ำ เหลือแต่ลักษณะที่คุ้นตา 

เสียงของหญิงคนหนึ่งดังขึ้น 

“เฟลเนสที่รัก.... ชีวิตของเราจบสิ้นที่นี่แล้ว ที่เหลือ เราขอฝากให้กับเมลเนสคนต่อไป” 

“โปรดร่วมมือกันเพื่อนำแสงใหม่มาสู่คนของเรา” 

“ประวัติศาสตร์จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันนี้ และพวกคุณจะเป็นผู้ครอบครองการถือกำเนิดของมัน พวกคุณคือเทลเซส” 

 

เมื่อทุกสิ่งกลับมาเป็นเช่นเดิม ทุกคนก็พบว่าได้กลับมาที่ทางเข้าแล้ว 

โคลเอ้ – พวกเรากลับมาที่ทางเข้าแล้วหรือ? 

วิล – ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น 

วิ้ง... แสงสว่างวาบขึ้นก่อนทุกคนรู้สึกเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง 

วิล – เกิดอะไรขึ้นน่ะ?... จู่ๆฉันก็รู้สึกเหนื่อย... 

โมเซส –อั๊วะก็ด้วย 

คิวโป้ – ทุกคนปลอดภัยหรือเปล่าครับ??! 

สามพี่น้องโมฟุโมฟุวิ่งเข้ามา 

เจย์ – คิวโป้ ปิ้ปโป้ ป้อปโป้! พวกนายมาทำอะไรที่นี่น่ะ? 

ปิ้ปโป้ – พวกเราได้ยินว่าพวกคุณเข้ามาในหอประภาคาร พวกเราเลยตามมาครับ 

ป้อปโป้ - เจอพวกคุณพอดี พวกเราหาจนทั่วเลยครับ! 

คิวโป้ – ทุกคนดูเหนื่อยนะครับ ไปพักที่ค่ายของพวกเราเถอะ 

เจย์ – นายตั้งค่ายเหรอ? 

นอร์ม่า – โอย ดีจังเลย ไปกันเถอะ 

วิ้ง... หินรูปครึ่งวงกลมอันหนึ่งปรากฏต่อหน้าทุกคน 

เซเนล – อะไรน่ะ? 

ที่หน้าตัดของหินนั้นมีรูปสลักเอาไว้อยู่ 

นอร์ม่า – ดูซิ.... มันเป็นศิลาจารึกหรืออะไรหรือเปล่า? 

เจย์ – มันอาจจะกลายเป็นเงื่อนงำอะไรก็ได้ครับ เอามันไปด้วยเถอะ 

เซเนล – ใช่... 

 

ป้อปโป้พาทุกคนไปที่ค่าย ซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดที่ทุกคนไปครั้งแรกนั่นเอง 

นอร์ม่า – เฮ้อ ไม่ไหวแล้ว ฉันขยับไม่ไหวแม่แต่นิดเดียวแล้ว 

เธอล้มตัวลงหลับทันที เช่นเดียวกับทุกคน 

โมเซส – อั๊วะง่วงชะมัด 

โคลเอ้ – เสียงคลื่นเหมือนกับเพลงกล่อมเลย.... 

และแล้วทุกคนก็ผล็อยหลับไป............. 

 

นอร์ม่า – ฮ้าว หลับสบายดีจัง... หือ? มืดตื๋อเลยแฮะ 

กว่าทุกคนจะตื่นพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว เจย์เดินกลับมาหาทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่หน้ากองไฟ เขาพึ่งคุยอะไรมากับโมฟุโมฟุคนอื่นๆ 

เจย์ - ผมพึ่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างบนครับ ตอนนี้สงครามยังไม่ได้เริ่มต้น เมืองกำลังถูกล้อมโดยทหารเซนติเนล แต่พวกมันก็ยังไม่ดำเนินการอะไร 

เซเนล – นายรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเชอรี่ไหม? 

เจย์ – ไม่เลยครับ 

เซเนล – งั้นเหรอ... 

โคลเอ้ – แล้วภาพที่พวกเราเห็นจริงๆแล้วคืออะไรกันน่ะ? 

เจย์ – ผมสงสัยว่านั่นคือภาพแห่งการถือกำเนิดของอาณาจักรเทลเซสครับ 

นอร์ม่า – ถ้างั้นไอ้ของสี่เหลี่ยมผืนผ้าขาวๆนั่นก็คือรูปแบบเดิมของเลกาซี่เหรอ? 

เจย์ - ที่ๆพวกเรายืนอยู่ตอนนี้คือภายในของสิ่งนั้น 

วิล – สิ่งนั่นก็ก็ดูเหมือนจะเป็นเรือเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นชาวราเดี้ยนจริงๆแล้วได้สร้างผืนดินขึ้นมาเหนือเรือลำเดิมของพวกเขา 

นอร์ม่า – พวกเขาจะทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ? เป็นพลังของเมลเนสเหรอ? 

เจย์ – เป็นไปได้สูงครับ ผมได้ยินเสียงที่พูดถึงบางอย่างเกี่ยวกับหน้าที่ของเมลเนส 

วิล – ฉันสงสัยเรื่อง “ปีกแห่งแสง” ที่พวกเขาพูดถึงนะ 

เจย์ – ปีกแห่งแสง.... นั่นเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องจำเอาไว้ครับ 

นอร์ม่า – ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าพวกเรามีปริศนามากกว่าเดิมอีกนะ 

วิล – แล้วฉันก็สงสัยว่าทำไมอสูรในตำนานอย่างเกทถึงไปปรากฏที่นั่นด้วย 

โมเซส – ก็เพื่อมอบศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ให้อั๊วไง จะอะไรอีกล่ะ? 

เจย์ – โมเซส เงียบเถอะครับ 

เซเนล - ...... เชอรี่ที่พวกเราเห็นนั้น... มันอะไรกัน? 

วิล – สำหรับฉันมันดูเหมือนภาพลวงตานะ 

โมเซส – หล่อนไม่ตอบสนองเลยนี่เวลาที่เอ็งเรียกน่ะ เชอรี่ตัวจริงไม่ทำท่าทางแบบนั้นหรอก 

เจย์ – แต่ผมก็ต้องบอกว่า.... ชาวราเดี้ยนมีนิสัยที่แปลกครับ ถึงแม้พวกเขาจะมองหาสถานที่ใหม่ที่จะดำรงชีวิต แต่พวกเขาก็ไม่เห็นต้องถึงกับสร้างเกาะขึ้นมาใหม่ทั้งเกาะเองเลย 

เซเนล – ชั้นมั่นใจว่าชาววารีไม่ได้ทำแบบนั้นแค่เพราะพวกเขาอยากทำหรอก พวกเขาต้องมีแผ่นดินแม่อยู่ที่ไหนซักแห่ง และพวกเขาต้องมีเหตุผลที่ดีที่จะจากมันมา 

กริวเน่ – เซเนลคุง เธอห่วงใยเชอรี่มากใช่ไหมจ้ะ? 

โคลเอ้ - ....... 

เจย์ – ถ้าที่คุณเซเนลพูดมาถูกต้อง มันก็ยังมีคำถามเหลืออยู่ว่า “ทำไม” 

เซเนล – ใช่ จะเป็นเหตุผลอะไรกันนะ? 

วิ้ง.... 

ภาพของอีกสถานที่หนึ่งปรากฏขึ้น มันคล้ายๆกับครั้งที่แล้ว แต่คราวนี้มันปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน 

โคลเอ้ – อะไรน่ะ? 

วิล – พวกเธอทุกคนเห็นไหม? 

ทุกคนพยักหน้า 

วิล – ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกบอกว่าให้ไปที่นั่น สถานที่ที่พวกเราเห็น 

นอร์ม่า – ท่าทางใครบางคนพึ่งจะตอบคำถามของนายไปนะ เซเนเซเน่ 

โมเซส – แต่ว่าใครกันล่ะ? 

เจย์ - .... พวกเราไม่ได้บังเอิญมาที่นี่ครับ มีใครบางคนนำทางพวกเรามา ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พวกเขาต้องอยู่ใกล้ๆนี้และกำลังฟังพวกเราพูดกันอยู่ 

วิล – แบบนั้นช่วยอธิบายได้มากเลยนะ 

ทุกคนหันหน้าไปคนละทิศทางมองหาอะไรที่น่าสงสัย ยกเว้นกริวเน่ที่ยังยืนเหมือนเดิมอยู่ 

เจย์พูดเบาๆ “ลองค่อยๆเป็นค่อยๆไปแล้วดูสถานการณ์จนกว่าจะรู้ว่าเขาคือใครดีกว่าครับ” 

วิล – เข้าใจแล้ว ทุกคนระวังตัวไว้ด้วย เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้เถอะ ตอนนี้ก็มืดแล้ว พวกเราต้องออกเดินทางตอนเช้าอีกที 

เซเนล – ได้ 

นอร์ม่า+โมเซส – โอเค 

 

เขากับเชอรี่ ยืนอยู่ในบ้านที่ว่างเปล่าไม่มีอะไร 

เซเนล – อยู่ในบ้านนี้จนกว่าจะเจอสเตล่าเถอะนะ 

เชอรี่ – คะ...ค่ะ.... 

เซเนล – อย่ากังวลเลย อีกไม่นานเธอก็จะมาที่นี่แล้ว เธอสัญญาแล้ว 

เชอรี่ - .... พี่เซเนล 

เซเนล – หน้าแบบนั้นมันอะไรน่ะ? เธอดูจริงจังมากเลย 

เชอรี่ – ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้เพื่อฉันเหรอคะ? 

เซเนล – ก็...เธอรู้ไหม.... 

“ต้องขอบใจแก พวกเรารู้ที่อยู่ของหมู่บ้านแล้ว ทำได้ดีมาก” คำพูดของใครบางคนลอยเข้ามา 

เซเนล .oO(ชั้นกำลังล้างบาปอยู่หรือ? หรือไม่ก็....) 

เซเนล – ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ ให้เธอปลอดภัย 

 

วันรุ่งขึ้น 

วิล – เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว 

เจย์ – งั้นหรือ อาจจะใช่ก็ได้ พวกนายทำได้ดีมาก 

ปิ้ปโป้ – อา ไม่เท่าไหร่หรอก 

นอร์ม่า – พวกนายพูดเรื่องอะไรกันเหรอ? 

เจย์ – สถานที่ที่พวกเราอยู่อาจจะเป็น “แผ่นดินที่เงียบสงบ” ที่กล่าวถึงในเรื่องเล่าของชาวโมฟุโมฟุครับ 

ปิ้ปโป้ – มันเป็นที่ๆว่ากันว่าวีรบุรุษของโมฟุโมฟุในตำนาน “คาโปเอร็อกโก” มาถึงครับ! 

เซเนล – คาโปเอร็อกโกเหรอ? 

วิล+นอร์ม่า .oO(ชื่อน่าสนใจนี่...) 

คิวโป้ – ว่ากันว่ามันเป็นดินแดนที่เงียบสงบซึ่งมีทะเลที่เงียบสงบครับ ที่นี่เหมือนกับที่พูดถึงในตำนานเลย 

นอร์ม่า – ถ้าอย่างนั้นจากตอนนี้ เรียกที่นี่ว่าแผ่นดินที่เงียบสงบเถอะ! 

โคลเอ้ – ฉันชอบนะ “โพรงใต้ดิน” ฟังแล้วไม่จูงใจเลย 

นอร์ม่า – เย้! 

เจย์ – ถ้าที่นี่คือ”แผ่นดินที่เงียบสงบ” จริงๆแล้ว ถ้าอย่างนั้น “เส้นทางข้ามสวรรค์” ก็อาจจะอยุ่ที่นี่เหมือนกันก็ได้ 

ปิ้ปโป้ – “เส้นทางข้ามสวรรค์” เป็นเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางครับ มันลอยอยู่บนฟ้า 

เจย์ – ตำนานกล่าวว่าคาโปเอร็อกโกค้นพบสิ่งที่มีลักษณะแบบนั้นครับ 

ป้อปโป้ – พวกเราจะไปดูรอบๆระหว่างที่พวกคุณเดินทางนะครับ 

เจย์ – ขอบใจนะ 

 

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแผ่นดินที่เงียบสงบ ทุกคนก็พบสถานที่ในภาพนั้น มันปกคลุมไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา 

โคลเอ้ – ที่นี่เป็นสถานที่ที่เห็นในนิมิตเมื่อกี้หรือเปล่านะ? 

วิล – แน่นอน มันตรงกับที่ฉันจำได้ไม่มีผิด 

เจย์ – ผมด้วยครับ .... ถึงจะเป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ก็เถอะ 

เสียงกึงดังมาจากซักทีหนึ่ง 

นอร์ม่า – นี่...นั่นเสียงอะไรอ้ะ 

เธอเดินไปเดินมา แล้วเงยหน้าขึ้นไป “โอ้ะโอ!”เธอเดินถอยกรูดจนล้มลงเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังบินลงมา... วอลเตอร์นั่นเอง! 

นอร์ม่า – อ๊า! 

ทุกคนหันกลับมาเห็นเขาอย่างตกตะลึง 

วอลเตอร์ – แกอยู่ที่นี่เองสินะ เซเนล! 

ทุกคน – วอลเตอร์?! 

นอร์ม่า – วอลลี่?! 

วอลเตอร์ – ถึงแกจะหนีมาซ่อนตัวที่ดินแดนที่ถูกละทิ้งนี่แกก็เสียเวลาเปล่า แกหนีเราไม่พ้นหรอก! ครั้งนี้แกจะตายจริงๆแน่ 

ผมของเขาส่องแสงสีฟ้าออกมาอีกครั้ง! 

เซเนล – งั้นเหรอ?! 

วอลเตอร์ – มันจะจบลงที่นี่ล่ะ เฟลเควสเดส! 

เขากระโดดขึ้นไปกลางอากาศแล้วปล่อยพลังที่เคยทำร้ายทุกคนจนอยู่หมัดมาแล้ว! เซเนลตั้งการ์ดรับ แต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ทุกคนไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย 

นอร์ม่า – หือ? เมื่อกี้มันที่ใช้คราวที่แล้วหรือเปล่า? ทำไมดูไม่อลังการเหมือนเดิมเลยนะ 

โมเซส – ใช่ ไม่ได้รุนแรงเหมือนคราวที่แล้วด้วย 

วอลเตอร์ – อะ...เกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

โคลเอ้ – ศาสตร์แห่งเขี้ยวของนายใช้การไม่ได้เหมือนที่คิดสินะ? 

วอลเตอร์ – เป็นไปไม่ได้ นี่มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย! 

นอร์ม่า – เป็นโอกาสของพวกเราละ! 

วอลเตอร์ เราได้รับพรแห่งเนลเฟส พวกแกไม่มีโอกาสชนะหรอก 

นอร์ม่า – คิดใหม่เถอะนะวอลลี่ พวกเราน่ะใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้นะ! 

ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กัน! แต่ปีกแสงสีฟ้าก็เข้ามาขวางไว้ก่อน 

เซเนล – นี่มันเทลเคสของเชอรี่นี่! 

โคลเอ้ – เธออยู่แถวนี้ด้วยเหรอ? 

เทลเคสนั้นส่องแสงออกมาผลักทุกคนถอยไป ก่อนที่มันจะหลายเป็นม่านพลังเข้าไปล้อมรอบตัววอลเตอร์ไว้! 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส! ทำอะไรน่ะ?! 

มันเริ่มพาเขาลอยสูงขึ้น “ปล่อยผม! ท่านเมลเนส!” 

นอร์ม่า - ....เขาไปแล้วอ่ะ 

โมเซส – บ้าเอ้ย มันหนีไปได้แล้ว 

วิล - ดูเหมือนว่าเขาจะถูกบังคับให้ไปมากกว่านะ 

เซเนล – เชอรี่! เธออยู่ไหนน่ะ? ถ้าเธออยู่ก็ตอบชั้นสิ! 

วิล – ไม่เหมือนว่าเธออยู่ที่นี่นะ 

เจย์ – หมายความว่าเธอส่งเทลเคสมาจากเบื้องบน 

เซเนล – เชอรี่.... 

วิล – วอลเตอร์ใช้คำพูดว่า “ดินแดนที่ถูกละทิ้ง” 

ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกกันอยู่ โคลเอ้เฝ้ามองเซเนลที่ยืนก้มหน้าอยู่คนเดียว 

เจย์ – นั่นอาจจะเป็นชื่อที่ชาวราเดี้ยนใช้เรียกแผ่นดินที่เงียบสงบนี้ครับ 

วิล – ชื่อนั้นก็ฟังดูเหมาะสมนะ 

เจย์ – ครับ การสำรวจที่นี่อาจจะมีความสำคัญมากกว่าที่พวกเราคิด 

นอร์ม่า – วอลลี่ก็ไปแล้วนี่ ถ้างั้นก็เข้าไปเถอะ 

เธอเดินเข้าไปเตะที่แผงควบคุมเหมือนครั้งที่แล้ว แล้วทางเข้าก็เชื่อมเข้ากับลูกบาศก์ยักษ์ที่ลอยอยู่นั้น 

โมเซส – เดี๋ยวนี้เขาใช้เตะเปรี้ยงเปิดประตูตั้งกะเมื่อไหร่น่ะ? 

เจย์ – ดูคุณนอร์ม่าแล้วไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเธอเป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวสายเบรธน่ะครับ 

เธอดิ้นๆใหญ่เมื่อโดนนินทาระยะประชิด 

เซเนล .oO(เชอรี่... เธอปกป้องวอลเตอร์เหรอ?) 

 

เข้าไปภายในนั้นก็พบห้องเล็กๆเมื่อครั้งที่แล้ว แต่ผิดกันที่ว่าที่นี่อุณหภูมิต่ำสุดๆ 

นอร์ม่า - บรื๋อ หนาวจนจะแข็งแล้ว! 

โคลเอ้ – จู่ๆอุณหภูมิก็ตกลงเลย เหมือนกับว่ากำลังอยู่ในบ้านน้ำแข็ง 

ระหว่างทางนั้นก็พบแสงจากลูกบาศก์สีฟ้านั้นอีกครั้ง 

นอร์ม่า – โอ! แสงลึกลับนั่นอีกแล้ว! คราวนี้มันจะให้อะไรกับพวกเราอีกเนี่ย 

ทั้งสองคนเดินเข้าไปแตะมันเหมือนที่เคย ภาพหนึ่งแวบเข้ามา 

นอร์ม่า – ฉันอาจจะคิดไปเองนะ... แต่ทุกครั้งที่พวกเราเห็นภาพนั้น ฉันจะรู้สึกเหนื่อยมาก 

วิล – เธอไม่ได้คิดไปเองหรอก ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน 

เจย์ – คราวนี้ทุกคนเห็นอะไรครับ 

นอร์ม่า – เรือสี่เหลี่ยมสีขาวนั้นลอยอยู่ข้างๆแผ่นดินน่ะ 

เซเนล – เหมือนกัน 

โคลเอ้ – ฉันก็ด้วย 

โมเซส – แม่นแล้ว 

ทุกคนพยักหน้ากันหมด 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เห็นเหมือนกันหมด 

 

หลังจากนั้นก็ผลึกที่สอง.... 

โมเซส – นี่อันที่สองแล่วนะ 

เมื่อโคลเอ้และเซเนลเข้าไปแตะ คราวนี้เป็นภาพที่เหมือนกับมองจากท้องฟ้าสูงขึ้นไปลงมาที่แผ่นดิน 

โมเซส – คราวนี้ดูเหมือนว่าเรือนั่นกำลังมุ่งหน้าออกทะเลนะ 

วิล – ใช่ ฉันก็เห็นสิ่งเดียวกัน 

เจย์ – ผมก็ด้วย 

 

และ... 

เจย์ – อันที่สามอยู่ตรงนั้นครับ 

นอร์ม่า – โอเค งั้นก็เอาเลยสิ 

เมื่อภาพปรากฏขึ้น ทุกคนเข้ามาปรึกษากัน 

เจย์ – นั่นมันอะไรน่ะครับ? 

วิล – ภาพของแผ่นดินใหญ่หรือ? แต่มันดูเหมือนจะถูกทำลายไปมากจริงๆ 

นอร์ม่า – เหมือนกับว่ามันมีซากอะไรอยู่เต็มไปหมดเลย 

 

ทุกคนเข้ามาถึงห้องเล็กๆเหมือนครั้งที่แล้ว 

นอร์ม่า – อ๊า หนาวจังเลย! ฉันจะแข็งตายแล้วนะ! 

เธอเดินเข้าไปซบหลังของเซเนล “ทำไมเธอมาดันชั้นแบบนั้นล่ะ?” 

นอร์ม่า – คุณคะ อย่าทิ้งฉันไปนะ! 

เซเนล – ชั้นไม่ได้ใช่เครื่องทำความร้อนส่วนตัวของเธอนะ! 

นอร์ม่า – ฮี่ๆ มันจะใช่เร้อ 

โคลเอ้ – นี่! หยุดนะ! 

เซเนล – แล้วเธอหัวเสียเรื่องอะไรน่ะ โคลเอ้? 

เธอทำหน้าแดงแล้วตอบกลับมา “....ฉันไม่ได้หัวเสียนะ!” 

นอร์ม่ามองโคลเอ้อยู่ซักพักแล้วก็คิดได้ “นั่นสินะ.....” เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เดินเข้าไปตบบ่า “ถ้างั้นก็ขอให้โชคดีนะ” 

โคลเอ้ – อะ...อะไร? 

นอร์ม่าเข้ามากระซิบ “ถ้าเธอต้องการเขาขนาดนั้น ก็น่าจะเข้าไปยั่วเขาก่อนที่ริจจังจะกลับมานะ” 

อีกฝ่ายหน้าแดงแป๊ดพูดออกมาอย่างเขินอาย “อะไรล่ะ..อะ...” 

เซเนล – เป็นอะไรไปเหรอ โคลเอ้? 

โคลเอ้ – หือ? อ้ะ ไม่....ไม่มีอะไร! แล้วนายมองอะไรอยู่น่ะ! 

เซเนล – เธอเป็นอะไรน่ะ? 

เธอสะบัดหน้าไปอีกด้าน “ขี้ขลาด” 

เซเนล – ชั้นเหรอ?! 

 

ด้านในสุด ผลึกที่สี่ก็รออยู่เช่นเดิม 

เซเนล – เอาล่ะนะ โคลเอ้ 

โคลเอ้ – อ้ะ ...ได้สิ 

แสงสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสองมือสัมผัสมัน เมื่อลืมตาอีกครั้งทุกคนก็พบว่าอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากศพ... 

วิล – พวกเราอยู่กลางสนามรบหรือ?! 

โคลเอ้ – สงครามเริ่มแล้วงั้นหรือ?! 

เซเนล – ไม่หรอก ชั้นไม่คิดว่าที่นี่คือเลกาซี่ 

เจย์ – ดูจากรอบๆแล้ว ผมคงบอกได้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหนซักแห่งบนแผ่นดินใหญ่ครับ 

วิล – พวกเรากำลังดูภาพในอดีตงั้นหรือ? 

เจย์ – ก็คงจะอย่างนั้นครับ 

เซเนล – แต่นี่มันตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ? 

เจย์ – นั่นผมก็ไม่รู้ครับ.... 

วิล – ไม่ว่าจะยังไง ก็พอจะสมมติกันได้ว่ามีสงครามใหญ่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับชาวราเดี้ยนในอดีต 

โคลเอ้ก้มลงไปมองศพที่อยู่ใกล้ๆ “มีผู้หญิงกับเด็กๆอยู่มากมายท่ามกลางศพของชาวราเดี้ยนด้วย....พวกเขาเป็น พลเมืองธรรมดาแน่ๆ แล้วทำไม....” 

เซเนล - เชอรี่ เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า? 

เขาหันไปหันมา และพบกับเธอยืนหันหน้าเข้าหาเนินเขา “เชอรี่ เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” เมื่อเขาเข้าไปมองหน้าเธอเขาก็สะดุ้งเฮือก 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ มีอะไรหรือ? 

ทุกคนวิ่งเข้าไปล้มเชอรี่ไว้ แล้วร่างของเธอก็แวบหายไป 

โมเซส – โว้ว! หล่อนหายไปแล้ว! 

ทุกคนมองหาทุกทิศทาง 

วิล – เธออยู่บนนั้น! 

บนเนินเขานั้น เชอรี่กำลังเดินผ่านไป.. 

โมเซส – ตามไปสิ! 

ทุกคนวิ่งขึ้นเนิน ส่วนเซเนลกลับก้มหน้านิ่ง 

โคลเอ้ – คูลริดจ์?.... 

เซเนล – หือ? อ้อ ขอโทษนะ ไปกันเถอะ 

 

บนเนินนั้น เชอรี่ยืนมองชาววารีหลายคนที่อยู่เบื้องหน้า 

โมเซส – ดูตรงนั้นสิ มีใครคนนึงแต่งตัวเหมือนเชอรี่ด้วย 

กลางวงล้อมของชาวเฟลเนส หญิงผมทองคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ 

นอร์ม่า – งั่นเธอคนนั้นก็เป็นเมลเนสเหรอ? 

เชอรี่หายไปอีกครั้ง ก่อนที่ภาพของชาววารีและเมลเนสคนนั้นจะหายไป และทุกคนก็มาอยู่ดินแดนไร้อาณาเขตอีกครั้ง 

วิล – ความรู้สึกนี้.... เหมือนกับตอนที่เกทปรากฏตัวครั้งที่แล้วเลย อย่าบอกนะว่า...... 

ไม่นานนัก เกทตัวใหญ่ก็ว่ายเข้ามาใกล้ ถ้าจะเรียกตัวที่แล้วว่าเป็นแกรนด์เกทเพลิง ตัวนี้ก็คงเรียกได้ว่าแกรนด์เกทน้ำแข็ง เพราะก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่หัวของมันและเกล็ดหิมะที่ส่องแสงอยู่รอบๆ 

นอร์ม่า – ว้าว มาแล้ว! 

เจย์ – นี่ก็เกทด้วยเหรอ? 

วิล – ใช่ มันดูต่างจากตัวที่แล้วแต่ไม่ผิดแน่! 

มันคำรามแล้วพุ่งเข้ามาโจมตี! 

 

โมเซส – ย้าฮู้! พวกเราชนะอีกแล้ว! 

วิลลงไปนั่งกุมหัวด้วยความเสียดายเหมือนเดิม “แล้วก็อีกครั้งที่ฉันพลาดโอกาสเก็บตัวอย่างไป...” 

กริวเน่ – แหม แย่จังเลยนะจ้ะ 

แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง.... 

 

“ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกราเดี้ยน!” 

“กดดันพวกปีศาจกลับไปที่ทะเลเลย!” 

“เจ้าพวกโอเรลเนสสารเลว ถ้าพวกแกไม่ได้มาที่นี่ล่ะก็!” 

“ปกป้องท่านเมลเนสไว้ให้ได้!” 

ภาพของเรือสีขาวลำนั้นค่อยๆออกจากท่าเรือขนาดใหญ่ไปอย่างช้าๆ สิ่งก่อสร้างบนท่าเรือนั้นดูเหมือนจะค่อยๆผุพังลงจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม เสียงจากเมลเนสดังขึ้น 

“ชาวเฟลเนส ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะขึ้นเรือนี้ พวกเราจะละทิ้งดินแดนซึ่งกลืนกินเลือดของพวกเราไปมากมายเหลือคณานับ “ 

“พวกเราจะหนีจากการอยู่ร่วมกับโอเรลเนสแล้วเริ่มต้นใหม” 

 

และแล้วทุกคนก็กลับมาที่หน้าทางเข้า 

โมเซส – พวกเราพึ่งเห็นบ้าอะไรไปน่ะ? 

ทุกคนนิ่งเงียบกับภาพที่พึ่งได้เห็นไปเพราะความสับสน 

นอร์ม่า – เอาล่ะทุกคน เอาไว้คุยกันที่หลังก็แล้วกัน ตอนนี้กลับไปที่ค่ายก่อนเถอะ! 

เหลือเซเนลคนเดียวที่ยังคงนิ่งอยู่ 

โคลเอ้ – มีอะไรหรือเปล่า เซเนล? ดูนายกังวลมากนะ 

เซเนล – เชอรี่ที่พวกเราเห็นนั่น... 

โคลเอ้ – หือ? 

เซเนล – ชั้นไม่เคยเห็นเชอรี่ทำสีหน้าแบบนั้นเลย ตลอดเวลาที่ชั้นรู้จักเธอ.... 

โคลเอ้ - ..... 

ศิลาครึ่งวงกลมปรากฏอีกครั้ง 

เซเนล – นี่มันศิลาจารึกเหรอ? 

นอร์ม่า –อ๋า อันใหม่เหรอ? ไหนดูซิ.... 

โมเซส – ดูเหมือนเป็นภาพของเรื่องที่พวกเราพึ่งเห็นไปนะ 

เซเนล - ...... 

 

เมื่อกลับถึงค่าย พวกคิวโป้ก็เข้ามาหา 

คิวโป้ – กลับมาแล้วเหรอครับ?! 

นอร์ม่า – ดีจ้า ทุกคน 

แล้วทุกคนก็ล้มตัวลงนอนทันที จนถึงพระอาทิตย์ตกจึงตื่นมาสนทนากันต่อ 

เจย์ – ผมค่อนข้างจะระบุที่อยู่ของคุณเชอรี่ได้แล้วครับ 

เซเนล – ที่ไหนน่ะ?! 

เจย์ – บริเวณหัวเรือเลกาซี่ เป็นปราสาทที่หลงเหลือจากยุคของเทลเซสอยู่ครับ 

นอร์ม่า – นายหมายถึงปราสาทลวงตาเหรอ?! โอ้ว... 

วิล – มีปัญหาอะไรหรือ? 

นอร์ม่า – มันมีชื่อเสียงในหมู่นักล่าสมบัติเพราะถูกรักษาความปลอดภัยสมบูรณ์แบบนะ เข้าไปไม่ได้หรอก 

เจย์ – มันเป็นโบราณสถานที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและป่าลึกที่ว่ากันว่าไม่มีทางเข้าไปถึงได้ด้วยทางบก 

นอร์ม่า – เราสามารถมองเห็นมันได้แต่ก็ไม่อาจไปถึงมันได้ เลยถูกเรียกว่าปราสาทลวงตาไงล่ะ 

เจย์ – ผมจะขอให้ชาวโมฟุโมฟุลองหาดูว่าจะมีทางเข้าไปได้ไหมครับ ถึงแม้.... ถ้าเป็นแบบเวลานี้ ถึงพวกเราจะเข้าไปได้พวกเราก็ไม่มีโอกาสสู้เลย 

เซเนล - ... 

เจย์ - ตอนนี้กลับมาว่ากันเรื่องภาพที่พวกเราเห็นกันเถอะครับ ดูเหมือนว่าชาวราเดี้ยนละทิ้งแผ่นดินเกิดไปเพราะสงคราม 

วิล – เป็นไปได้ว่ามนุษย์เป็นฝ่ายชนะและขับไล่ชาวราเดี้ยนออกไปจากแผ่นดินใหญ่ ชาวราเดี้ยนอาจจะคิดว่าทั้งสงครามในอดีตและการกระทำของวากรัฟเป็นความผิดของ มนุษย์ทั้งหมด 

เซเนล - ..... 

โมเซส – พวกเราจะจัดการกับพวกนั้นได้ยังไงล่ะ ถ้าพวกเขายังมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวน่ะ? 

เจย์ – เพราะอย่างนั้นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ถึงเป็นเรื่องยุ่งยากครับ 

วิล - ... นี่เป็นสิ่งที่ใครก็ตามซักคนอยากจะบอกพวกเราหรือ? 

นอร์ม่า – เขาอยากจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะสร้างสันติภาพเหรอ? 

เซเนล – ไม่จริงหรอก! ดูชั้นสิ เชอรี่กับชั้นก็อยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นกว่าสามปี 

ทุกคน - ... 

เซเนล – แน่นอนว่าพวกเราน่ะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน ใช่ไหมล่ะ? พวกเราอาจจะทำอะไรได้บ้างถ้าทั้งสองฝ่ายยอมมาพบกันคนละครึ่งทาง 

โมเซส – อย่าห่วงเลย เซโนจิ แน่ละว่าตอนนี้พวกเราต้องสู้ แต่เอ็งกับเชอรี่ก็จะคืนดีกันได้ พวกเอ็งเป็นครอบครัวเดียวกันนี่! 

ตึกๆ..... 

เซเนล – ครอบครัว...... ใช่... นั่นสินะ.... 

วิล - ..... ตอนนี้พวกเราก็รู้มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันอยากจะรู้จริงๆว่ารากเหง้าของเรื่องนี้คืออะไร 

เจย์ – ครับ... 

เซเนล – ทำไมมนุษย์กับเฟลเนสถึงต้องเกลียดชังกันและกันล่ะ? 

วิ้ง..... ภาพของสถานที่หนึ่งแวบเข้ามา 

นอร์ม่า – อะฮ้า! ฉันเห็นแล้ว ฉันเห็นแล้ว! 

สถานที่นั้นเหมือนกับที่แล้วมา แต่พื้นผิวของมันเป็นสีน้ำเงินและเหลืองแทน 

วิล – ท่าทางเป้าหมายต่อไปจะถูกกำหนดแล้วนะ 

เจย์มองไปรอบๆ “ไม่ว่าจะใครก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะยังฟังการพูดคุยของพวกเราอยู่ครับ 

นอร์ม่า – กีท! แกมองเห็นใครไหม! 

มันครางหงิงๆอย่างเดียว 

นอร์ม่า – ไม่มีสินะ.... 

เจย์ - ... อาจจะไม่มีใครอยู่แถวๆนี้นอกจากพวกเราครับ 

โคลเอ้ – หมายความว่ายังไงน่ะคะ? 

เจย์ – ผมรู้สึกว่ารู้แล้วว่า “ใครซักคน” นี้คือใครกัน 

โคลเอ้+นอร์ม่า+โมเซส – ใครเหรอ?! 

เจย์ – ก็..... ผมว่าผมไม่บอกตอนนี้คงจะดีกว่า 

นอร์ม่า – อะไรนะ?! 

เจย์ – ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน ดังนั้นพวกเราน่าจะหาหลักฐานที่แน่ชัดก่อนครับ 

วิล – ตกลง ถ้าอย่างนั้นฉันคิดว่าวันนี้คงพอแค่นี้ 

เจย์ - คุณเซเนล คุณเตรียมใจที่จะรับรู้สาเหตุที่มนุษย์กับราเดี้ยนเกลียดชังกันหรือยังครับ? 

เซเนล - ......... แน่นอน 

เจย์ – ดีครับ 

 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:39 pm----------

Topic #37 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands