Topic #38: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands (continue...)

Next Farecery

Chapter 6. Fallen Lands (continue...) 

 

ทั้งสองคนนั่งตรงข้ามกันบนโต้ะอาหารในบ้านหลังนั้น.... 

เชอรี่ – พี่เซเนล.... พี่ต้องไปทำงานเป็นมารีนทรูปเปอร์จริงๆหรือคะ? ถ้าพวกเราต้องการเงิน หนูก็จะทำงานด้วย พี่ไม่ต้องในมากก็ได้นะ 

เซเนล – ขอโทษนะ พี่คิดว่าถ้าเธออยู่ในนี้อย่างเดียวคงจะดีที่สุด อย่างน้อยก็ตอนนี้ นอกจากนั้นชั้นก็ชอบที่เวลากลับมาบ้านแล้วยังเห็นไฟเปิดอยู่.... มันน่าสบายใจดี จนคิดว่าสามารถทำต่อไปได้อีกวัน 

เชอรี่ – ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงค่ะ 

เซเนล – ขอโทษนะ.... 

เชอรี่ – ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ให้หนูทำงานบ้านกับเรื่องอื่นๆก็แล้วกัน 

เซเนล – รู้สึกเหมือนว่าเราสองคนกลายเป็นครอบครัวกันจริงๆแล้วนะ 

เชอรี่ - ....ค่ะ ใช่จริงๆ 

ภาพของสเตล่าในกรงขังลอยเข้ามา... 

สเตล่า – เซเนล.... 

เซเนล.oO(สเตล่า!....) 

สเตล่า – เซเนล.... เธอไม่ได้ลืมคำสัญญาของเราสองคนใช่ไหม? เธอไม่ได้ลืมฉันใช่ไหม? 

เซเนล .oO(ชั้นไม่มีวันลืมเธอหรอก! ใช่แล้ว... เชอรี่น่ะเป็นแค่...) 

....... 

 

เชอรี่ – ฉันจะเริ่มเตรียมการเพื่อเปิดระบบปีกแห่งแสงเดี๋ยวนี้ 

บัลลังก์ที่เธอนั่งอยู่ส่องแสงออกมาขณะระบบเริ่มทำงานอีกครั้งหลังผ่านเวลามายาวนาน เมาริทซ์หันไปที่ประตูเมื่อเห็นมีใครเข้ามา 

เมาริทซ์ – วอลเตอร์ เธอไปไหนมาน่ะ? 

วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส ทำไมท่านถึงหยุดการต่อสู้ล่ะครับ? เป็นโอกาสดีที่จะจัดการเซเนลแล้วแท้ๆ! 

เชอรี่ – คุณเชื่อเช่นนั้นจริงๆหรือ? 

เมาริทซ์ – ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะครับ? 

เชอรี่ – วอลเตอร์ตามพวกเขาลงไปที่ดินแดนที่ถูกละทิ้ง 

เมาริทซ์ – พวกเขา? หมายถึงกลุ่มของเซเนลหรือ? ปลอดภัยหรือเปล่า? 

วอลเตอร์ - .... พลังของผมอ่อนแอกว่าปกติครับ 

เมาริทซ์ – เหมือนที่เราคิดเอาไว้... 

วอลเตอร์ – ท่านรู้หรือครับว่าทำไม? 

เมาริทซ์ – ที่นั่นเป็นที่เดียวที่พรแห่งเนลเฟสไปไม่ถึง เพราะเช่นนั้นบรรพบุรุษของพวกเราจึงเรียกที่นั่นว่าดินแดนที่ถูกละทิ้ง ตราบใดที่ยังอยู่ที่นั่นจงอย่าไปปรากฏตัวต่อหน้าพวกอีก 

วอลเตอร์ – กรอด...... 

เขาเดินออกไปจากห้องอย่างฉุนเฉียว 

เชอรี่ – เริ่มระบบการเตรียมการได้ 

 

…. 

เซเนล – ที่นี่งั้นเหรอ? 

สถานที่นั้นเต็มไปด้วยฟ้าผ่าฟ้าร้องตลอดเวลา ทุกคนก้าวเท้าไปถึงพร้อมเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น! 

โคลเอ้ – อ๊า! 

โมเซส – ว้าก! 

ทั้งสองคนตะโดนลั่น โดยเฉพาะโคลเอ้ถลันเข้าไปกอดนอร์ม่าเพราะความกลัว 

เจย์ – โมเซส เลิกทำตัวเหมือนเด็กซะทีเถอะครับ 

นอร์ม่า – นี่คู! ฮัลโหล? เธอจะอยู่แบบนี้อีกนานขนาดไหนน่ะ? 

เธอพึ่งรู้ตัวรีบผละออกมา “ขอ...ขอโทษนะ มันกะทันหันไปหน่อยน่ะ” 

นอร์ม่า – เป็นเสียงร้องที่น่ารักดีนะ 

โคลเอ้ – เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ? 

นอร์ม่า – อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เลยน่า ฉันได้ยินเธอชัดแจ๋วเลย 

โมเซส – นี่แม่ฟองสบู่ เรื่องประตูล่ะว่าไง หล่อนจะเตะมันหรือเปล่า? 

นอร์ม่า – เตะประตู เอ้า! 

เธอวิ่งเข้าไปหวดเปิดทางเข้าเหมือนเคย “โอเค ไปกันเลย!” 

 

ภายในห้องเล็กห้องแรกซึ่งคราวก่อนๆไม่ร้อนตับแลบก็หนาวจนจะแข็งตาย 

นอร์ม่า – ว้าว คราวนี้มันชื้นๆเหนอะๆนะ 

ฟ้าผ่าครืนหนึ่งลงมาในห้องทั้งที่มีเพดานอยู่ ถึงจะไม่แรงนักแต่โคลเอ้ก็คู้ตัวงอเป็นกุ้ง 

เซเนล – ฟ้าผ่ามันมีในอาคารด้วยเหรอ? 

วิล – เพราะว่ามันชื้นแบบนี้ เลยทำให้มันเหมาะกับการที่จะเกิดพายุสายฟ้าก็ได้ 

นอร์ม่าเดินไปหาโคลเอ้แล้วกระซิบ “คู เธอกลัวฟ้าผ่าเหรอ? 

โคลเอ้ – ฉันไม่ได้กลัวฟ้าผ่านะ แค่ไม่ชอบที่จู่ๆมันก็เกิดขึ้นมาทันทีน่ะ 

นอร์ม่า – ก็เหมือนๆกันนั่นล่ะ อ้ะ ฉันมีความคิดดีๆแล้ว! 

โคลเอ้หันมาฟังความคิดที่ว่า “คราวต่อไปที่ฟ้าผ่าลงมา เข้าไปกอดเซเนเซเน่สิ” 

โคลเอ้ – อะไรนะ? 

นอร์ม่า – (แล้วก็ร้องดังๆ บอกว่าเธอกลัว) 

โคลเอ้ - (ฉันทำไม่ได้หรอก!) 

นอร์ม่า – (นี่เป็นโอกาสของเธอแล้วนะ ยัยโง่ จะยอมเสียไปเปล่าๆเหรอ? ผู้ชายน่ะชอบปกป้องนะเวลาเห็นด้านที่อ่อนแอของผู้หญิงน่ะ) 

โคลเอ้ – (จริง....จริงเหรอ?) 

ทั้งสองคนซุบซิบกันจนไม่รู้ว่าทุกคนกำลังจ้องอยู่ “เอ่อ....” 

เซเนล - ....ท่าทางเธอสองคนกำลังสนุกอยู่นะ 

นอร์ม่า – นิดหน่อยน่ะ.... 

โคลเอ้ลงไปนั่งกุมหัวกับพื้นเพราะความอับอาย “โธ่....” 

 

ภายในนั้น ผลึกสีผ้าอันแรกกำลังรออยู่ 

เจย์ – ผมมั่นใจว่าภาพที่พวกเราจะเห็นตอนที่สัมผัสมันคงไม่น่ายินดีแน่ๆ คุณแน่ใจว่าจะไม่เป็นอะไรแน่นะครับ คุณเซเนล? 

เซเนล – ทำไมนายถึงเอาแต่ถามชั้นอยู่นั่นน่ะ? 

เจย์ – เพราะว่าคุณมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชาวราเดี้ยนนี่ครับ 

เขาไม่ตอบ ก่อนเดินไปที่ผลึก 

โคลเอ้ – เดี๋ยวสิ คูลริดจ์ ฉันจะช่วยนายด้วย 

ภาพของดาวตกพุ่งผ่านฟากฟ้าปรากฏขึ้น 

โมเซส – เจย์ เอ็งเห็นอะไรน่ะ? 

เจย์ – ดาวตกครับ คุณไม่เคยเห็นหรือ? 

โมเซส – เคยเห็นสิ! อั๊วอยากรู้เฉยๆว่าทำไมพวกเราเห็นมันเท่านั้น 

เจย์ – ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะ? 

 

จากนั้นก็ผลึกถัดมา 

นอร์ม่า – นั่นไงอันที่สอง! 

ทั้งสองคนเข้าไปแตะ ภาพของท้องทะเลที่กว้างใหญ่แวบเข้ามา 

นอร์ม่า – ทะเลเหรอ? 

กริวเน่ – ใช่จ้ะ นั่นคือทะเล 

โมเซส – ตอนแรกก็ดาวตก คราวนี้ก็ทะเล อั๊วะไม่เข้าใจเลย 

เซเนล – เฮ้อ 

กริวเน่ – เซเนลคุง ผ่อนคลายหน่อยเถอะจ้ะ ไม่เป็นอะไรหรอก พวกเราอยู่กับเธอนะ 

เซเนล – ขอบคุณครับ ผมไม่เป็นอะไร 

และอันต่อมา 

เซเนล – อันนี้ก็อันที่สามแล้ว 

ภาพของคลื่นยักษฺปรากฏให้เห็น 

โคลเอ้ – เสาน้ำขนาดใหญ่เหรอก? หมายความว่าไงกันน่ะ? 

นอร์ม่าเดินไปข้างหน้า ตะโกนไปรอบๆ “นี่! ใครก็ตามที่แสดงของพวกนี้ให้ดูน่ะ! ทำให้มันเข้าใจง่ายกว่านี้หน่อยได้ไหม? 

เงียบสนิท... 

นอร์ม่า – หืม ไม่มีการตอบรับแฮะ 

วิล – ไปกันต่อเถอะ พวกเราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ก่อนที่จะสรุปอะไรได้ 

 

ทุกคนเข้าไปถึงห้องเล็ก และเสียงครืนก็เริ่มดังเป็นระยะ นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับโคลเอ้ “เริ่มปฏิบัติการณ์ได้ คู!” 

โคลเอ้ – (ฉัน.....ฉันต้องทำจริงๆเหรอ?) 

นอร์ม่า – เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความกล้าและจังหวะนะ เอาล่ะ ไปเลย! 

โคลเอ้ตัดสินใจรวบความกล้าไปยืนรอข้างๆเซเนลจนเจ้าตัวสงสัย และเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นก็มาได้ถูกจังหวะพอดี! เธอร้องกรี้ดมาอย่างตั้งใจสุดๆ “อ๊า.....” 

เมื่อแสงจากฟ้าผ่าหายไป เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อคนที่กอดเซเนลอยู่กลับกลายเป็นโมเซส..... 

โคลเอ้ – อา...... 

เซเนล - ......โมเซส นายทำบ้าอะไรอยู่น่ะ? 

โมเซส – อ่า.....อั๊วะไม่ค่อยถูกกับเสียงดังๆน่ะ แฮะๆ 

โคลเอ้ทำหน้าบูดอย่างเซ็งสุดๆ “เฮ้อ....” เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนไปนั่งหงิมอยู่ที่มุมห้อง 

เซเนล – โคลเอ้ดูกดดันจังนะ 

โมเซส – ไม่รู้อะไรไปกระทบเธอเข้านะ 

นอร์ม่า – ให้พูดดังๆเลยนะ เจ้าโจรงี่เง่า! ทำไมนายถึงกลัวฟ้าผ่าได้น่ะ?! เจ้าคนป่านี่! 

โมเซส – แล้วจู่ๆหล่อนมีปัญหาอะไรขึ้นมาล่ะ?! 

โคลเอ้ – ฮือ....อย่าสนใจเลย..... 

โมเซส – ใครก็ได้บอกอั๊วะทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น! 

 

ภายในสุด กับผลึกลูกบาศก์ที่สี่ 

นอร์ม่า – อันที่สี่แล้ว! เซเนเซเน่ คู ไปเลย! 

วิล – เตรียมตัวไว้ล่ะ พวกเราไม่รู้หรอกว่ามันจะพาไปที่ไหน 

โคลเอ้และเซเนลเข้าไปสัมผัสมัน แสงแวบขึ้นมาเช่นเคย และทุกคนก็พบว่าตัวเองยืนอยู่เหนือผืนน้ำอันกว้างใหญ่ 

โคลเอ้ – พวกเรา....อยู่บนมหาสมุทรเหรอ? 

เธอกรี้ดลั่น โผเข้าไปกอดเซเนลที่อยู่ใกล้ๆทันที 

เซเนล – ใจเย็นเอาไว้ โคลเอ้ พวกเราไม่ได้จมไปหรอก ไม่เป็นอะไร 

โคลเอ้ – เอ้ะ นั่นสินะ ทำไมกันล่ะ? 

เจย์ – พวกเราอาจจะไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความจริงครับ 

โคลเอ้ – เฮ้อ ไม่ใช่เรื่องจริง.... ดีจัง 

เธอพึ่งรู้สึกตัวว่ายังคงกอดเขาเอาไว้อยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอรีบผละถอยออกมา เซลงไปนั่งกับพื้น “อ๊า!” 

โคลเอ้ – อะแฮ่ม ฉันขอโทษนะที่แตกตื่นไป 

ทุกคนเหงื่อตก 

นอร์ม่า - ...เอาเถอะ ฉันเดาว่ายังไงมันก็ได้ผลแล้วนี่นะ 

เซเนลหันไปที่ด้านหนึ่ง ด่อนจะวิ่งออกไป ที่นั่นร่างของเชอรี่ยืนอยู่เหนือผิวน้ำเช่นกัน “เชอรี่!” 

เมื่อเขาก้าวเข้าไป เธอก็ก็หายไปอีก “หายไปแล้ว!” 

โมเซส – เธอจ้องขึ้นไปข้างบนอยู่นะ มีอะไรหรือไงกัน? 

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง และจู่ๆก็มาอยู่ในดินแดนไร้อาณาเขตอีก แกรนด์เกทมุ่งตรงมาอย่างเคย! ตัวของมันมีประกายไฟฟ้าอยู่โดยรอบ! 

เจย์ – เกทนี่ครับ! 

โมเซส – เอาเล้ย! อั๊วะจะรอไม่ไหวแล้ว! 

วิล – โอ! ชนิดใหม่นี่! โชคดีจริงๆ! 

 

เมื่อมันถูกปราบลง เสียงผู้คนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง 

“นั่นอะไรกันนะ?” 

“ดาวตก” 

“ไม่ใช่ นั่นมันเรือนี่ เรือลำใหญ่สีขาว” 

ดาวตกดวงนั้นพุ่งลงมากระแทกกับมหาสมุทร ทำให้เกิดคลื่นยักษ์แผ่กระจายไปทั่ว แม้จริงแล้วมันคือเรือสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเอง หลังจากนั้นทุกคนก็ถูกนำกลับมาที่ทางเข้า 

โคลเอ้ – ในที่สุดพวกเราก็เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทะเล ดาวตก และเสาน้ำแล้ว 

เจย์ – สุดท้ายแล้วข้อมูลทั้งหมดก็เข้ามารวมกัน 

วิล – แต่....มันยากที่จะเชื่อนะ 

นอร์ม่า – จริงๆนะ! ดาวตกนั่นคือเรือสีขาวรูปสี่เหลี่ยมนั่นน่ะเหรอ?! 

ศิลาครึ่งวงกลมปรากฏออกมาอีกเป็นอันที่สาม 

เซเนล – ศิลาอีกอันแล้ว 

เจย์ – อันนี้มีเขียนอะไรไว้นะ?....เข้าใจแล้วครับ คงจะเป็นวินาทีที่ดาวตก หรือเรือลำนั้นตกลงมา 

วิล – เอาไว้คุยกันตอนกลับถึงค่ายเถอะ 

 

ที่ค่ายริมหาดนั้น พวกป้อปโป้เข้ามาต้อนรับกลับ 

นอร์ม่า – ราตรีสวัสดิ์ค่า.... 

เข้ามาถึงทุกคนก็ลงไปนอนแผ่หลับไปทันที 

ตกดึก ทุกคนล้อมวงล้อบกองไฟขณะเจย์กำลังรับข่าวจากชาวโมฟุโมฟุอยู่ ส่วนกริวเน่ก็นั่งเล่นทรายห่างออกไปหน่อย เขาเดินกลับมาก่อนเริ่มสนทนากัน 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็มาสรุปเรื่องที่พวกเราเห็นอีกครั้งครับ 

วิล – เป็นไปได้หรือเปล่าว่าชาวราเดี้ยนเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มาจากโลกอื่น? 

เจย์ – ผมก็มองหาคำอธิบายอื่นไม่ได้ครับ เพราะเรือสีขาวก็ตกลงมาจากฟ้าจริงๆ... 

โคลเอ้ – ไม่น่าเชื่อเลยนะ มันฟังดูบ้าไปหน่อย 

นอร์ม่า - ....แต่รู้ไหม พอคิดๆดูแล้วราเดี้ยนก็แตกต่างจากพวกเรามากนะ ผมของพวกเขาเรืองแสง พวกเขาหายใจใต้น้ำได้ พวกเราสร้างเทลเคสแล้วก็บินไปในอากาศ.... 

เขย์ – ครับ ชาวราเดี้ยนเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างจากพวกเราอย่างสิ้นเชิง พวกเราน่าจะพิจารณาความหมายของมันอย่างระมัดระวัง 

เซเนล - ...ทั้งสองคนเน้นจริงๆเลยนะกับคำว่า “แตกต่าง” น่ะ 

เจย์ – ผมคิดแบบนั้นเพราะ “ใครบางคน” คนนั้นก็คิดเหมือนกันครับ ลองคิดย้อนกลับไปสิ สิ่งที่พวกเราอยากรู้คือสาเหตุว่าทำไมมนุษย์กับราเดี้ยนจึงเกลียดชังกันและ กัน 

นอร์ม่า – แล้วพวกเราก็เห็นสิ่งที่ได้เห็น 

เจย์ – ถ้า “ใครบางคน” นั้นจะบอกว่ามนุษย์กับราเดี้ยนนั้นแตกต่างกันเกินไปล่ะครับ? 

วิล – และนั่นคือต้นเหตุแห่งความเกลียดชังงั้นหรือ? 

นอร์ม่า – งั้นเขาจะบอกว่าไม่มีความหวังที่จะเกิดสันติภาพเลยเหรอ 

เซเนล – ไม่ใช่! 

โคลเอ้ – อย่าพูดแบบนั้นสิ! 

โมเซส – ให้ตายก็ไม่ใช่! 

ทั้งสามคนลุกขึ้นมาตะโกนพร้อมกัน 

เจย์ - .... ชาวราเดี้ยนเป็นคนประกาศเองว่าพวกเราเป็นศัตรู พวกเราจะมองข้ามสถานการณ์นี้ไปไม่ได้นะครับ 

โคลเอ้ – แต่ว่า... 

เจย์ – พูดจริงๆแล้ว ตอนที่รู้ว่าชาวราเดี้ยนมาจากโลกอื่น มันก็ทำให้ผมกลัวยิ่งกว่าอะไรอีกนะครับ อย่าบอกนะครับว่าพวกคุณที่เหลือไม่รู้สึกอะไรแบบนั้น? 

โคลเอ้ – ก็... 

เซเนล – มันไม่เกี่ยวหรอกว่าชาวเฟลเนสมาจากไหนน่ะ! 

เจย์ – แล้วทั้งสองคนล่ะครับ? คุณโคลเอ้? โมเซส? คิดว่ามันไม่เกี่ยวหรือ? 

ทั้งสองคนได้แต่ยืนอึ้ง 

เจย์ – ในหัวใจของพวกคุณแล้ว คุณไม่ได้คิดแบบเดียวกับผมหรือ? 

โมเซส – เจโบ! พอได้แล้ว! 

เซเนลเดินออกไปเล็กน้อยแล้วตะโกนลั่น “ใครก็ตามที่แสดงภาพพวกนั้นให้พวกเราเห็น นายอยู่ที่ไหนน่ะ?! ออกมาสิ! ถ้านายมีอะไรจะพูดก็ออกมาพูดสิ! เลิกเล่นซ่อนแอบซะที!” 

ไม่มีอะไรอื่นนอกจากเสียงลมและคลื่น 

เซเนล – ไงล่ะ?! นี่! บ้าจริง! 

เขาหันกลับมาหาเจย์ “เจย์! นายรู้ใช่ไหมว่า ใครบางคน น่ะคือใคร?” 

เจย์ – ครับ.....ถ้างั้น... อาจจะถึงเวลาที่พวกเราต้องคุยกันเรื่องนั้นแล้ว ครั้งแรกที่พวกเรามาถึงแผ่นดินที่เงียบสงบ คุณจำได้ไหมครับว่าผมพูดว่าพวกเราต้องทำอะไร? 

วิล – เธอบอกว่าพวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าเนลเฟสคืออะไร? 

เจย์ – ครับ แล้วทีนี้ ตอนนี้พวกเรารู้อะไรบ้างกับสิ่งที่เรียกว่า “เนลเฟส” นี้? 

เซเนล - ....พวกเรารู้ว่าเมลเนสเป็นผู้แทนของสิ่งนั้น 

เจย์ – ถูกต้อง และเชอรี่เป็นคนพูดว่าเธอได้ยินเสียงของเนลเฟส 

นอร์ม่า – ถ้ามันมีอะไรอย่างอื่นเกี่ยวกับเนลเฟส... มันคืออะไรล่ะ? 

โคลเอ้ - .... ราเดี้ยนตั้งใจจะกวาดล้างมนุษย์ตามความต้องการแห่งเนลเฟส 

เจย์ – ถูกแล้วครับ 

นอร์ม่า - แบบนั้นมันฟังดูเหมือนภาพที่ “ใครบางคน” แสดงให้พวกเราดูหรือเปล่า? 

เจย์ – ใช่ครับ ละเอียดละออจริงๆ ถ้าชาวราเดี้ยนขึ้นตรงกับเนลเฟส พวกเราก็ขึ้นตรงกับ “ใครบางคน” นั้น 

โมเซส – แล้วจริงๆมันหมายความว่าไงน่ะ? “ใครบางคน” นั่นคือ... 

เซเนล – ก็คือเนลเฟสเหรอ?! 

โคลเอ้ – แต่มันดูไม่เข้าท่าเลยนะ 

วิล – หาก “ใครบางคน” นั้นคือ “เนลเฟส” มันก็คงแปลกที่มันจะมาสนับสนุนพวกเรานะ 

เจย์ – ใช่ครับ แล้วมันหมายความว่ายังไงกัน? 

เซเนล - ..... มีเนลเฟสอีกตนบนแผ่นดินที่เงียบสงบนี้ แยกออกมาจากเนลเฟสที่อยู่ข้างบนเหรอ? 

เจย์ – ผมเชื่อแบบนั้นครับ 

โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นเนลเฟสอีกตนนี้เป็นผู้นำทางพวกเราเหรอ? 

เจย์ – ครับ 

โมเซส – เอ็งแน่ใจเรื่องนี้เหรอ? 

นอร์ม่า – เดี๋ยวนะ แล้วเฟลเฟสที่ว่านี่คืออะไรกันล่ะ? 

เจย์ชี้ไปที่ชายหาด ซึ่งกริวเน่กำลังเล่นทรายอยู่ เธอลุกขึ้นหันมามองทุกคน 

เซเนล – คุณกริวเน่? 

กริวเน่ - ..... 

โคลเอ้ – ไม่มีทาง..... 

เจย์ – ไม่ใช่ครับ ดูด้านหลังเธอสิ 

นอร์ม่า – ก็ไม่มีอะไรนี่ มีแต่... 

เจย์ – ครับ 

เขาชี้ไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่และเงียบสงบ “เนลเฟส คือเจตจำนงแห่งท้องทะเล มันคือทะเลนั่นเอง” 

ทุกคนคงจะตกใจกับสิ่งที่ได้รับฟัง 

เจย์ – ตัวตนที่พวกเราอ้างถึงในชื่อ “ใครบางคน” คงจะอยู่ข้างๆพวกเรามาตลอดเวลา การคงอยู่ของจักรวาลมันคือการส่งผลเชื่อมโยงกันอย่างมากมาย และลองคิดว่าอะไรที่จะช่วยปลอยโยนชาวราเดี้ยน ชาวเฟลเนส หรือผู้คนชาววารีล่ะครับ? 

วิล – ทะเล... 

เจย์ – พลังที่แท้จริงของเมลเนสอาจจะเป็นความสามารถในการสื่อสารกับเนลเฟส 

วิล – ใช่ เธอเป็นผู้แทนของมันนี่ 

นอร์ม่า – จริงสิ ริจจังบอกว่าเธอ “ได้ยินเสียงทะเล” 

เจย์ – คุณเชอรี่วางแผนจะใช้พลังของเนลเฟสเพื่ออำอะไรบางอย่าง พวกเราค่อนข้างแน่ใจได้ถึงเรื่องนี้ 

โคลเอ้ – กวาดล้างมนุษย์... 

เจย์ – เนลเฟสที่อยู่ที่แผ่นดินที่เงียบสงบคงจะรู้สึกถึงภัยอันตรายนั้นได้ จึงนำทางพวกเรามาที่นี่ 

โมเซส – เป็นทฤษฎีที่ดีนะ แต่เอ็งมีข้อพิสูจน์หรือเปล่า? 

เจย์ – ไม่มีครับ 

โมเซส – ก็ว่างั้นล่ะ 

เจย์ – ดังนั้นพวกเราจึงต้องถามครับ 

เขาหันหน้าตะโกนสู่ท้องทะเล “ท่านผู้รับฟังเสียงของเรา หากเราพูดถูกต้อง ได้โปรดส่งสัญญาณให้พวกเราด้วย! บอกพวกเราว่าชาวราเดี้ยนตั้งใจจะทำอะไร!” 

ภาพของสถานที่ต่อไปแวบเข้ามาอีกครั้ง 

โคลเอ้ – นั่นเป็นเป้าหมายต่อไปสินะ 

เจย์ – ท่าทางพวกเราจะมาถึงบทโหมโรงแล้วครับ ผมสงสัยจริงว่าจะได้เห็นอะไร 

เซเนลลุกขึ้นยืน เจย์เอ่ยปากทักไว้ก่อน “อย่าพึ่งหนีไปนะครับคุณเซเนล คุณอยากจะรู้ความจริงไม่ใช่หรือ?” 

เซเนล – ไม่มีใครหนีไปหรอกน่า! 

เจย์ – ผมจะจำเอาไว้ว่าคุณพูดแบบนั้นนะ 

เขาเดินแยกตัวออกไป 

โมเซส – อย่าไปหลงกลเขานะ เซโนจิ เอ็งต้องมั่นใจกับเวลาสามปีที่เอ็งมีร่วมกับเชอรี่ 

เซเนล – ความมั่นใจ... 

โมเซส – ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเอ็ง! 

เซเนล – ใช่ ชั้นรู้ 

 

..... 

ในบ้านหลังเดิมนั้น เขากับเธอยืนอยู่กันลำพัง 

เชอรี่ – ผ่านไปตั้งสามปีแล้วนะคะที่พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่ 

เซเนล – เวลาผ่านไปเร็วนะ.... 

เชอรี่ - ....... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่พี่ทำให้หนูนะคะ พี่เซเนล 

เซเนล - เป็นอะไรไปน่ะ? พวกเราไม่ได้จะกล่าวลากันซักหน่อย 

เชอรี่ – หนูอยากจะพูดแบบนั้นมานานแล้ว หนูคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ถ้าไม่มีพี่ 

ภาพสเตล่าซึ่งถูกขังอย่างเดียวดายแทรกขึ้นมาอีก 

สเตล่า – ฉันเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเธอ เธอไม่ได้ลืมสินะ? 

 

คืนนั้น เจย์เฝ้ามองทะเลอันเวิ้งว้าง ใกล้ๆกัน พวกคิวโป้ยืนอยู่เงียบๆ 

คิวโป้ – เจย์... 

เจย์ – พวกนายยังตื่นอีกเหรอ 

ปิ้ปโป้ – เจย์ นายดูน่ากลัวจัง 

เจย์ – จริงเหรอ? 

ป้อปโป้ – แววตาของเธอเหมือนกับเจย์เมื่อนานมาแล้ว...... 

คิวโป้ – เจย์ เธอวางแผนจะทำอะไรซักอย่างกับคุณเชอรี่ด้วยตัวเองใช่ไหม? 

เจย์ – ฉันเป็นห่วงที่จะให้พวกเขาจัดการกันเอง ฉันมีประสบการณ์มากกว่า....กับบางเรื่องน่ะ.... ใช่... ประสบการณ์มากมาย..... 

 

บนห้องบัลลังก์ในปราสาทลวงตา วอลเตอร์เดินเข้ามา “ท่านเมลเนสเป็นอย่างไรบ้างครับ?” 

เมาริทซ์ – ปีกแห่งแสงยังไม่ส่งสัญญาณตอบกลับมาเลย เราคาดไม่ถึงว่ามันจะนานขนาดนี้ 

วอลเตอร์ - ..... 

เมาริทซ์ – เป็นไปได้ว่าท่านเมลเนสยังไม่ได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ 

วอลเตอร์ – อะไรนะ? 

เมาริทซ์ – ถ้าเป็นเช่นนั้น เซเนลก็คงเป็นต้นเหตุ..... 

วอลเตอร์ – เซเนลหรือ? เจ้านั่น.... 

เมาริทืซ์ – พวกเราต้องเตรียมการเผื่อเอาไว้ก่อน วางแผนกันเดี๋ยวนี้เถอะ 

 

ณ เป้าหมายต่อไป รอบๆอุดมไปด้วยป่าสีเขียว 

นอร์ม่า – ที่นี่ดูดีกว่าที่อื่นเยอะเลยนะ ฉันไม่อยากทำเหมือนเจ๊กริวหรอกนะ แต่นี่มันอย่างกับมาปิคนิคจริงๆ ใช่ไหม เซเนเซเน่? 

เซเนล – ไม่ 

เธอเหงื่อตกก่อนได้ไอเดีย “รู้แล้ว! ที่นี่ก็บรรยากาศดีขนาดนี้ ทำไมพวกเราไม่พักกินข้าวเที่ยงก่อนล่ะ?” 

เจย์ – นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องนั้นครับ” 

โมเซส – แม่ฟองสบู่! เปิดประตูสิ! 

นอร์ม่า – ก็ได้ เอาก็เอา! 

ทุกคนเข้าไปยังห้องเล็กห้องแรก ซึ่งบรรยากาศกำลังสบาย 

วิล – ที่นี่สร้างบรรยากาศจำลองได้ด้วยหรือ? 

นอร์ม่า – ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นเกินไป.... ที่นี่แจ๋วเลย~! 

เซเนลกับเจย์ต่างนิ่งเงียบ 

นอร์ม่า – พวกนายนี่ไม่สนุกเลยนะ เจ๊กริว ช่วยหนูหน่อยสิคะ มีแต่พวกเราที่จะช่วยไล่ความอึดอัดไปได้นะ! 

 

โมเซส – อันแรกอยู่นี่แล้วไง 

ภาพของหอคอยขนาดใหญ่ปรากฏเหนือท้องทะเล รอบข้างมีเสาสูงไล่ๆกันล้อมรอบมันอยู่ 

เจย์ – นี่คงจะเป็นสิ่งที่ชาวราเดี้ยนกำลังวางแผนจะทำอยู่ครับ 

นอร์ม่า – ฉันไม่เคยเห็นหอคอยแบบนั้นเลยนะ 

เจย์ – มันอาจจะเป็นอาวุธลับที่พวกเรายังไม่รู้จัก 

วิล – ฉันสงสัยว่ามันสามารถทำอะไรได้ 

เจย์ – ถ้ามันคงจะชัดเจนขึ้นถ้าไปต่อครับ 

 

ที่ผลึกที่สอง 

นอร์ม่า – พบแสงน่าสงสัยข้างหน้าค่า! 

ภาพที่เห็นทำให้รู้ว่าหอคอยและเสาที่เห็นเมื่อครู่นั้นตั้งอยู่ที่อ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด 

โคลเอ้ – ดูเหมือนว่ามหาสมุทรรอบๆเลกาซี่กำลังส่องแสงอยู่.... 

วิล – นั่นเป็นเวลาที่อาวุธนั่นทำงานหรือเปล่า? 

เจย์ – ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นครับ 

เซเนล – ไปกันต่อเถอะ 

 

และผลึกที่สาม 

โคลเอ้ – นี่เป็นแสงอันที่สามนะ 

ทั้งสองคนเข้าไปแตะ แต่ภาพที่เห็นกลับดูน่ากลัวที่สุด คลื่นยักษ์ที่มีขนาดใหญ่โดมากๆกำลังถาโถมเข้าหาแผ่นดินโดยมีเลกาซี่เป็นจุด ศูนย์กลาง 

วิล – นั่นมันคลื่นยักษ์หรือ? 

โมเซส – งั้นพวกเขาก็ใช้พลังของเลกาซี่ สร้างคลื่นยักษ์นั่นเหรอ? 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้น หมายความว่าพลังงานมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมา อาวุธลับนั่นอาจจะมีพลังมากกว่าปืนใหญ่เนลเฟสมากๆ 

เซนล – ชั้นมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ชั้นจะไปดูให้ถึงจุดจบเลย 

โคลเอ้ - ......... 

 

ทุกคนเข้าไปถึงห้องเล็กห้องสุดท้าย แล้วนอร์ม่าก็ตะโกนขึ้นมา 

นอร์ม่า – นี่ ทุกคน! 

เธอกับกริวเน่ไปยืนขวางทางไปต่อก่อนก้มหัว “พวกเราคือ...กองพันฮากลิ้ง!” 

เจย์ - .....หา? 

เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตลกนะ 

นอร์ม่า – เงียบแล้วดูไปเถอะน่า! นี่ เจ๊กริวคะ! 

กริวเน่ – จ้ะ? 

นอร์ม่า – ค่อนข้างน่าแปลกใจที่ “ใครบางคน” กลายเป็นเนลเฟสนะ! 

กริวเน่ – อ้อ นั่นสินะ 

นอร์ม่า – แล้วมันก็กลายเป็นว่าสิ่งนั้นก็คือเจตจำนงแห่งท้องทะเล พี่เชื่อไหมคะ? 

กริวเน่ – แหม...เอ.... ฉันควรจะเชื่อไหมนะ? 

นอร์ม่า - เชื่อไว้ดีกว่านะ! เอาล่ะ ที่นี้ ฉันมีคำถามให้เนซซี่เพื่อนของเราตอบ! 

เซเนล .oO(...เนซซี่?) 

นอร์ม่า – บอกเราสิคะ เนซซี่! วันนี้เจ๊กริวของพวกเราใส่ชั้นในสีอะไรเอ่ย? 

โคลเอ้ – อะ....เธอคิดอะไรอยู่นะ?! เธอล้อเล่นกับเนลเฟสเหรอ?! 

นอร์ม่า – อ้ะ ได้จังหวะพอดีเลย คู ช่วยกันหน่อยสิ 

กริวเน่ – ไหนดูสิ วันนี้....โอ ดูเหมือนวันนี้ฉันจะลืมใส่มาจ้ะ 

ทุกคนอึ้ง.... 

นอร์ม่า – อะไรน้า!? เอ่อ....โอเค! ขอบพระคุณท่านผู้ชมที่เยี่ยมยอดค่ะ! กองพันฮากลิ้ง ขอจรลี! 

เธอผลักกริวเน่เข้าไปในประตูซักพักแล้วก็ออกมาใหม่ 

นอร์ม่า – เอ่อ.... ฮาย— 

ทุกคนนั่งคงเงียบกันอยู่ 

นอร์ม่า – ไม่พอสินะ หือ?.... ก็ได้ ไหนดูซิ เอาไงต่อดี.... 

วิลเดินเข้าไปหา เธอถอยกรูดเพราะรับรู้ถึงอันตราย แต่ก็ผิดคาด 

วิล – ขอบใจที่พยายามเชียร์พวกเรานะ 

นอร์ม่า – อ๋า ไม่เป็นไรหรอกค่า 

 

ณ ผลึกสุดท้าย 

เจย์ – คุณเซเนล สิ่งที่พวกเราอยากรู้ก็คือราเดี้ยนตั้งใจจะทำอะไรนะครับ 

เซเนล – ชั้นรู้แล้ว 

เจย์ – หรือพูดได้อีกอย่างนึงก็คือ คุณเชอรี่ในฐานะเมลเนสตั้งใจจะทำอะไร 

โมเซส – เจโบ! เลิกพูดแบบนั้นซะที! 

เจย์ – เป็นนิสัยของผมอยู่แล้วครับ 

เซเนลกับโคลเอ้เข้าไปแตะผลึก ทุกคนไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตา 

โคลเอ้ – พวกเราอยู่ที่ไหนกันน่ะ ?! 

เซเนล – เชอรี่! เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า?เบื้องหน้าทุกคน เชอรี่ยืนอยู่บนแท่นหน้ากระจกซึ่งมองออกไปเห็นก้อนเมฆลอยอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าเธอมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่สูงขึ้นไป ปีกแสงสีฟ้าขนาดใหญ่กางออกเป็นรัศมีกว้างอยู่เบื้องหลัง 

โมเซส – ที่เรืองแสงอยู่รอบๆเธอมันอะไรน่ะ? 

เจย์ - ....มีใครอยู่ตรงนั้นด้วยครับ 

เซเนล – เธอใส่ชุดเหมือนเชอรี่เลย! 

วิล – เธอก็เป็นเมลเนสด้วยหรือ? 

ทั้งสองคนหันมามองทุกคน 

เซเนล - เชอรี่! 

นอร์ม่า – ริจจัง!..... ทำไมจ้องมาเย็นชาแบบนั้นล่ะ?! 

ร่างของเชอรี่หายไป 

เซเนล – เชอรี่ เดี๋ยวก่อน! 

ร่างของเมลเนสคนนั้นเลือนหายไปก่อนทุกคนจะไปอยู่ที่ดินแดนไร้ขอบเขต แกรนด์เกทซึ่งมีกลีบดอกไม้โปรยปรายทั่วตัวเคลื่อนตัวเข้ามาหา 

วิล – เกทนี่! 

 

เสียงของเมลเนสดังขึ้นมา 

“เราจะใช้ปีกแห่งแสงแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส” 

เซเนล.oO(ปีกแห่งแสง....) 

“เราจะลบดินแดนที่แปดเปื้อนออกไปจากโลกของพวกเรา!” 

เซเนล.oO(เป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส?....) 

หอคอยปรากฏที่ใจกลางเลกาซี่ก่อนที่มหาสมุทรรอบๆเรือจะเรืองแสง อาณาเขตของมันแผ่นกระจายเป็นรูปหกแฉกไปถึงส่วนหนึ่งแผ่นดินใหญ่ คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำไปตามอาณาเขตนั้น และเมื่อน้ำลดลง แผ่นดินที่อยู่ในขอบเขตก็หายไปกับท้องทะเล.... 

“ไม่!...... ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง.... สติของเรา... กำลังเลือนหายไป....” 

“มันยังไม่จบหรอก... วันหนึ่ง เมลเนสคนใหม่ก็จะปรากฏขึ้น จากนั้น.....” 

 

ทุกคนยืนนิ่งเงียบเมื่อถูกส่งกลับมา 

นอร์ม่า – ทะเล..... มัน.... มันกลืนกินแผ่นดิน! มันเคลื่อนไหวเหมือนกับมีชีวิตเลย! 

โคลเอ้ – นั่นเป็นพลังของอาวุธลับเหรอ? 

เจย์ – เข้าใจแล้ว...... สิ่งที่พวกเราเห็นคือวินาทีที่เกิดภัยมหาวิบัติครับ 

โมเซส – เซโนจิ ภัยมหาวิบัติคืออะไรอ่ะ? 

เซเนล - ..... 

โคลเอ้ – หายนะในตำนานซึ่งทำให้ครึ่งหนึ่งของโลกจมลงไปใต้น้ำ 

วิล – จนถึงตอนนี้ไม่เคยมีหลักฐานที่หนักแน่นพอที่จะบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง 

เจย์ – แต่ตอนนี้พวกเรารู้แล้ว ภัยมหาวิบัติเกิดขึ้นจริงๆ และเมลเนสเป็นคนทำให้เกิดขึ้น แล้วตอนนี้พวกเขากำลังจะทำมันอีกครั้ง! 

เซเนล - ! 

เจย์ – ไงครับ คุณคิดยังไงล่ะ คุณเซเนล? 

เซเนล – กรอด.... 

เจย์ - ..... 

วิล – เจย์ หยุดเถอะ เอาไว้พูดกันเรื่องนี้เมื่อถึงค่ายเถอะ 

เจย์ – ครับ ผมจะรอการตัดสินใจของทุกคน 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ นายเป็นอะไรไหม? 

เซเนล - ..... โคลเอ้ เธอก็เห็นการแสดงออกของเชอรี่สินะ? 

เจย์ - .... 

โคลเอ้ - ... ใช่ 

เซเนล – ก็ดี... 

โคลเอ้ – นี่หรือเปล่าที่เธอตกใจเมื่อครั้งที่แล้ว? 

เซเนล – ใช่ เป็นความรู้สึกเดียวกัน ชั้นเห็นมันเป็นครั้งที่สองแล้ว 

โคลเอ้ - ......... คูลริดจ์ มีศิลาอยู่ที่ปลายเท้าของนายนะ 

ศิลาแผ่นที่สี่ปรากฏขึ้น เมื่อลองดูก็เห็นเส้นตรง 3 เส้นที่ตัดกันเป็นรูป 6 แฉก แต่ละแฉกก็มีปลายแตกสาขาออกไปอีก 

โคลเอ้ – ตรงกลางนั่นมีเลกาซี่อยู่ แล้วรูปแบบรอบๆนี่คือ...แสงที่เห็นเมื่อกี้? 

 

เมื่อกลับไปถึงค่าย ทุกคนก็ล้อมวงสนทนากันทันที 

นอร์ม่า – ถ้ามีภัยมหาวิบัติเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งทวีปจะหายไปในทะเลเลยหรือเปล่า? 

เจย์ – ถ้าเหมือนกับครั้งที่แล้วก็ใช่ครับ 

วิล – ปืนใหญ่เนลเฟสน่ะแพ้ขาดเลยถ้าเทียบกับอันนี้แล้ว 

เจย์ – ปืนใหญ่เนลเฟสามารถทำลายภูเขาได้ แต่สิ่งนี้สามารถลบได้ทั้งทวีป 

โคลเอ้ – นี่สินะที่เมาริทซ์พูดว่า “กวาดล้างโอเรลเนส” 

นอร์ม่า – ถ้าไม่มีพื้นดินพวกเราก็ใช้ชีวิตไม่ได้นะ พวกเราก็เสร็จแน่ 

โมเซส – ที่เหมือนหอคอยนั่นคือปีกแห่งแสงเหรอ? 

เจย์ – เป็นไปได้ครับ ปีกแห่งแสงอาจจะเป็นอาวุธลับของศัตรูก็ได้ 

เซเนล .oO(ศัตรู?...) 

วิล – อุปกรณ์ที่ใช้สร้างหายนะ 

นอร์ม่า – ริจจังจะทำแบบนั้นจริงเหรอ? 

เจย์ – ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม การได้รู้เป้าหมายของศัตรูก็เป็นก้าวที่ดีแล้วครับ พวกเราไม่รู้เลยจนถึงตอนนี้ 

เซเนล – รอเดี๋ยวสิ ทำไมนายถึงเรียกชาววารีว่าศัตรูล่ะ? นายไม่เคยใช้คำนี้มาก่อนนี่? 

เจย์ – ผมคิดว่าคงจะดีที่สุดถ้าจะเรียกให้ถูกกับสถานการณ์ครับ 

เซเนล - นี่! พวกนายทุกคนคิดจริงๆเหรอว่าเชอรี่จะสร้างภัยพิบัติครั้งใหม่น่ะ? 

โคลเอ้ – ก็..... 

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก 

เซเนล – ไม่มีทางที่เธอจะทำได้หรอก! นี่พวกเรากำลังพูดถึงเชอรี่นะ! 

เจย์ – พวกเราไม่ได้รู้จักเธอดีขนาดนั้นครับ 

เซเนล – งั้นชั้นจะบอกให้ฟังเอง เชอรี่น่ะทำร้ายแมลงวันไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่เธอจะจมทั้งทวีปแล้วกวาดล้างมนุษย์หรอก! 

ทุกคนนิ่งเงียบ........... 

เซเนล – เฮ้.... อะไรกันน่ะ? พวกนายไม่เชื่อชั้นเหรอ? มันจะไม่เป็นอะไรหรอก มันจะต้องแก้ไขได้! 

เจย์ – ลองหยุดแล้วมองดูความเป็นจริงของสถานการณ์สิครับ! คุณแน้ใจได้ยังไงว่ามันจะแก้ได้? แล้วเชอรี่น่ะคืออะไรของคุณกันแน่?! 

เซเนล – อะไรนะ? 

เจย์ – และอย่าอ้างว่าเธอเป็นน้องสาวของคุณ คุณเชอรี่น่ะบอกออกมาด้วยตัวเองแล้วว่าเธอไม่เกี่ยวข้องกับคุณ! 

โคลเอ้+โมเซส – เจย์! 

เจย์ – เวลาที่จะเล่นบทพี่ชายกับน้องสาวน่ะมันจบไปนานแล้วครับ! 

เซเนล - แก..... 

โมเซสเข้าไปกระชากคอเสื้อของเจย์ “เลิกซะที! เอ็งไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นนี่!” 

เจย์ – ตอนนี้ไม่มีเวลามาปรุงแต่งคำพูดแล้วครับ หรือคุณไม่สนใจว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอีกงั้นหรือ? 

ทุกคนอึ้งไป ยกเว้นเซเนลที่นึกออกมาได้ “ใช่แล้ว.....นั่นไงล่ะ! พวกเราไม่เห็นต้องมากังวลแบบนี้เลย!” 

โคลเอ้ – นายหมายความว่ายังไงน่ะ? 

เซเนล – ทุกอย่างจะไม่เป็นอะไรถ้าภัยมหาวิบัติไม่เกิดขึ้นอีก ใช่ไหม? ชั้นจะไปเกลี้ยกล่อมเชอรี่เอง 

วิล – เซเนล.... 

เซเนล – ถ้าชั้นพูดกับเธอ ชั้นเชื่อว่าเธอต้องเข้าใจ 

เจย์ – ผมอยากรู้ว่าอะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น 

วิ้ง..... 

บางสิ่งเรียกให้ทุกคนหันไป 

นอร์ม่า – นี่ มีแสงจากตรงนั้นด้วย! 

ทิศทางตรงข้ามกับชายหาด แสงสีขาวส่องออกมาจาทุกคนเห็นได้ชัด 

วิล – อะไรกันนะ? 

กริวเน่ – ดูเหมือนว่าเนลเฟสกำลังเรียกพวกเรานะจ้ะ 

เซเนล – เขากำลังพยายามช่วยพวกเราแน่ ไปดูกันเถอะ! 

นอร์ม่า – ทำไงกันดีล่ะ? 

วิล – ฉันคิดว่าพวกเราควรจะไป พวกเรามองข้ามมันไม่ได้ 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะครับ 

เซเนล .oO(ชั้นต้องทำอะไรบ้าง..... ใช่....ชั้น ..) 

 

ขณะเดียวกัน วอลเตอร์ก็เข้าไปที่ห้องโถงอีกครั้ง “ท่านเมลเนสเป็นอย่างไรบ้างครับ?” 

เมาริทซ์ – ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย เมื่อศึกครั้งที่แล้ว เธอจับทหารของวากรัฟมาได้บ้างใช่ไหม? 

วอลเตอร์ – พวกมันถูกกักขังอยู่ในปราสาทครับ 

เมาริทซ์ – เราอยากให้เธอถามพวกนั้น แล้วหาคนที่มีลักษณะตรงกับรายละเอียดบางอย่าง ที่เรากำลังมองหาคือ..... 

 

ที่มาของแสง เป็นชายหาดที่มีลานหินซึ่งส่องแสงระยิบระยับ เมื่อทุกคนมาถึง แสงนั้นก็หายไป 

กริวเน่ – โอ มันหายไปแล้วล่ะ 

นอร์ม่า – มีรูปอยู่ที่นี่ด้วย 

เจย์เดินเข้าไปดูที่ลานหินนั้นซึ่งมีรูปสลักไว้อยู่ และเห็นว่ามีช่องว่างสี่ช่อง “ผมสงสัยว่าส่วนเขาตั้งใจให้ขาดส่วนที่หายไปนี้ หนึ่ง สอง สาม.... สี่ที่ เดี๋ยวก่อนนะ สี่เหรอ?” 

เขาหันกลับมาหาเซเนล “คุณเซเนล ช่วยเอาศิลาที่เห็บมาได้มาไว้บนพื้นได้ไหมครับ?” 

เมื่อลองวางพวกมันเรียงกันดูแล้วถึงพบว่ามันมีลักษณะเหมือนกับภาพที่อยู่บนหินนั้น 

นอร์ม่า – ดูเหมือนว่าศิลาที่พวกเราเจอจะเป็นส่วนหนึ่งของหินนี่นะ 

วิล – หืม ดูเหมือนว่าเนลเฟสกำลังทดสอบพวกเราอยู่ 

เซเนล – หมายความว่ายังไงน่ะ? 

เจย์ – พวกเราควรจะวางศิลาเหล่านี้ในตำแหน่งที่ถูกต้องครับ 

เขาเดินไปที่ศิลาอันแรก “นี่คือศิลาก้อนแรกที่พวกเราเก็บได้ มันระบุถึงแผ่นดินที่ปรากฏบนเรือรูปสี่เหลี่ยม “ 

เจย์ - ส่วนนี่ก็ศิลาอันที่สอง เป็นรูปผู้คนมุ่งหน้าสู่สี่เหลี่ยมสีขาวกลางทะเล ส่วนอันที่สาม คือตอนที่เรือตกลงมาจากท้องฟ้า” 

หลังจากนั้นก็อันสุดท้าย “นี่เป็นศิลาอันสุดท้ายที่พวกเราได้มา มันอธิบายถึงแสงที่ห้อมล้อมเลกาซี่ ณ วินาทีที่ภัยมหาวิบัติเกิดขึ้น” 

โมเซส – แล้วจะเรียงมันยังไงล่ะ? 

นอร์ม่า – หืมม... 

เซเนลนำศิลาอันที่สามไปไว้ช่องแรก อันที่แรกไว้ช่องที่สอง ศิลาที่สองไว้ช่องที่สาม และอันสุดท้ายไว้ช่องที่สี่ “...แบบนี้เป็นไงบ้าง?” 

วิล – ใช่.... 

เจย์ – มันเรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

วิล – แบบนี้สมเหตุผลที่สุดแล้ว 

ศิลาทั้งหมดส่องแสงสีฟ้าออกมา 

โคลเอ้ – ศิลาเรืองแสงแล้ว! 

นอร์ม่า – อาจจะหมายความว่าพวกเราเข้าใจถูกแล้วก็ได้ 

โมเซส – ทำได้แจ๋ว เซโนจิ! 

วิล – เนลเฟสคงจะพยายามสอนพวกเราถึงความจริงของประวัติศาสตร์ 

เจย์ – ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เมื่อเรือสี่เหลี่ยมสีขาวตกลงมาจากฟากฟ้า” 

วิล – นั่นเป็นการพบกันระหว่างราเดี้ยนกับมนุษย์ 

เจย์ – โชคไม่ดีที่ทั้งสองเผ่าพันธุ์กลับเดินไปตามเส้นทางแห่งสงคราม 

โมเซส – แล้วมนุษย์ บรรพบุรุษของพวกเราชนะ 

เจย์ – เพราะแพ้สงคราม ชาวราเดี้ยนจึงค้นหาชีวิตใหม่โดยการขึ้นเรือเลกาซี่ 

โคลเอ้ – แล้วอาณาจักรเทลเซสก็กำเนิดขึ้น 

เจย์ – แต่ชาวราเดี้ยนก็ยังคงยึดติดกับความเกลียดชังที่พวกเขามีต่อมนุษย์ 

นอร์ม่า – แล้วในที่สุดพวกเขาก็ทำให้เกิดภัยมหาวิบัติ 

แสงจากศิลาหายไป แต่ทะเลอันกว้างใหญ่กลับส่องแสงแทน! 

นอร์ม่า – ทะเลกำลังเรืองแสงแล้ว! 

 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:39 pm----------

Topic #38 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands (continue...)