Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands (continue...)
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
May 6th, 2006 02:35PM, Next Farecery said,
Chapter 6. Fallen Lands (continue...)
ทั้งสองคนนั่งตรงข้ามกันบนโต้ะอาหารในบ้านหลังนั้น....
เชอรี่ – พี่เซเนล.... พี่ต้องไปทำงานเป็นมารีนทรูปเปอร์จริงๆหรือคะ? ถ้าพวกเราต้องการเงิน หนูก็จะทำงานด้วย พี่ไม่ต้องในมากก็ได้นะ
เซเนล – ขอโทษนะ พี่คิดว่าถ้าเธออยู่ในนี้อย่างเดียวคงจะดีที่สุด อย่างน้อยก็ตอนนี้ นอกจากนั้นชั้นก็ชอบที่เวลากลับมาบ้านแล้วยังเห็นไฟเปิดอยู่.... มันน่าสบายใจดี จนคิดว่าสามารถทำต่อไปได้อีกวัน
เชอรี่ – ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงค่ะ
เซเนล – ขอโทษนะ....
เชอรี่ – ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ให้หนูทำงานบ้านกับเรื่องอื่นๆก็แล้วกัน
เซเนล – รู้สึกเหมือนว่าเราสองคนกลายเป็นครอบครัวกันจริงๆแล้วนะ
เชอรี่ - ....ค่ะ ใช่จริงๆ
ภาพของสเตล่าในกรงขังลอยเข้ามา...
สเตล่า – เซเนล....
เซเนล.oO(สเตล่า!....)
สเตล่า – เซเนล.... เธอไม่ได้ลืมคำสัญญาของเราสองคนใช่ไหม? เธอไม่ได้ลืมฉันใช่ไหม?
เซเนล .oO(ชั้นไม่มีวันลืมเธอหรอก! ใช่แล้ว... เชอรี่น่ะเป็นแค่...)
.......
เชอรี่ – ฉันจะเริ่มเตรียมการเพื่อเปิดระบบปีกแห่งแสงเดี๋ยวนี้
บัลลังก์ที่เธอนั่งอยู่ส่องแสงออกมาขณะระบบเริ่มทำงานอีกครั้งหลังผ่านเวลามายาวนาน เมาริทซ์หันไปที่ประตูเมื่อเห็นมีใครเข้ามา
เมาริทซ์ – วอลเตอร์ เธอไปไหนมาน่ะ?
วอลเตอร์ – ท่านเมลเนส ทำไมท่านถึงหยุดการต่อสู้ล่ะครับ? เป็นโอกาสดีที่จะจัดการเซเนลแล้วแท้ๆ!
เชอรี่ – คุณเชื่อเช่นนั้นจริงๆหรือ?
เมาริทซ์ – ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะครับ?
เชอรี่ – วอลเตอร์ตามพวกเขาลงไปที่ดินแดนที่ถูกละทิ้ง
เมาริทซ์ – พวกเขา? หมายถึงกลุ่มของเซเนลหรือ? ปลอดภัยหรือเปล่า?
วอลเตอร์ - .... พลังของผมอ่อนแอกว่าปกติครับ
เมาริทซ์ – เหมือนที่เราคิดเอาไว้...
วอลเตอร์ – ท่านรู้หรือครับว่าทำไม?
เมาริทซ์ – ที่นั่นเป็นที่เดียวที่พรแห่งเนลเฟสไปไม่ถึง เพราะเช่นนั้นบรรพบุรุษของพวกเราจึงเรียกที่นั่นว่าดินแดนที่ถูกละทิ้ง ตราบใดที่ยังอยู่ที่นั่นจงอย่าไปปรากฏตัวต่อหน้าพวกอีก
วอลเตอร์ – กรอด......
เขาเดินออกไปจากห้องอย่างฉุนเฉียว
เชอรี่ – เริ่มระบบการเตรียมการได้
….
เซเนล – ที่นี่งั้นเหรอ?
สถานที่นั้นเต็มไปด้วยฟ้าผ่าฟ้าร้องตลอดเวลา ทุกคนก้าวเท้าไปถึงพร้อมเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น!
โคลเอ้ – อ๊า!
โมเซส – ว้าก!
ทั้งสองคนตะโดนลั่น โดยเฉพาะโคลเอ้ถลันเข้าไปกอดนอร์ม่าเพราะความกลัว
เจย์ – โมเซส เลิกทำตัวเหมือนเด็กซะทีเถอะครับ
นอร์ม่า – นี่คู! ฮัลโหล? เธอจะอยู่แบบนี้อีกนานขนาดไหนน่ะ?
เธอพึ่งรู้ตัวรีบผละออกมา “ขอ...ขอโทษนะ มันกะทันหันไปหน่อยน่ะ”
นอร์ม่า – เป็นเสียงร้องที่น่ารักดีนะ
โคลเอ้ – เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?
นอร์ม่า – อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เลยน่า ฉันได้ยินเธอชัดแจ๋วเลย
โมเซส – นี่แม่ฟองสบู่ เรื่องประตูล่ะว่าไง หล่อนจะเตะมันหรือเปล่า?
นอร์ม่า – เตะประตู เอ้า!
เธอวิ่งเข้าไปหวดเปิดทางเข้าเหมือนเคย “โอเค ไปกันเลย!”
ภายในห้องเล็กห้องแรกซึ่งคราวก่อนๆไม่ร้อนตับแลบก็หนาวจนจะแข็งตาย
นอร์ม่า – ว้าว คราวนี้มันชื้นๆเหนอะๆนะ
ฟ้าผ่าครืนหนึ่งลงมาในห้องทั้งที่มีเพดานอยู่ ถึงจะไม่แรงนักแต่โคลเอ้ก็คู้ตัวงอเป็นกุ้ง
เซเนล – ฟ้าผ่ามันมีในอาคารด้วยเหรอ?
วิล – เพราะว่ามันชื้นแบบนี้ เลยทำให้มันเหมาะกับการที่จะเกิดพายุสายฟ้าก็ได้
นอร์ม่าเดินไปหาโคลเอ้แล้วกระซิบ “คู เธอกลัวฟ้าผ่าเหรอ?
โคลเอ้ – ฉันไม่ได้กลัวฟ้าผ่านะ แค่ไม่ชอบที่จู่ๆมันก็เกิดขึ้นมาทันทีน่ะ
นอร์ม่า – ก็เหมือนๆกันนั่นล่ะ อ้ะ ฉันมีความคิดดีๆแล้ว!
โคลเอ้หันมาฟังความคิดที่ว่า “คราวต่อไปที่ฟ้าผ่าลงมา เข้าไปกอดเซเนเซเน่สิ”
โคลเอ้ – อะไรนะ?
นอร์ม่า – (แล้วก็ร้องดังๆ บอกว่าเธอกลัว)
โคลเอ้ - (ฉันทำไม่ได้หรอก!)
นอร์ม่า – (นี่เป็นโอกาสของเธอแล้วนะ ยัยโง่ จะยอมเสียไปเปล่าๆเหรอ? ผู้ชายน่ะชอบปกป้องนะเวลาเห็นด้านที่อ่อนแอของผู้หญิงน่ะ)
โคลเอ้ – (จริง....จริงเหรอ?)
ทั้งสองคนซุบซิบกันจนไม่รู้ว่าทุกคนกำลังจ้องอยู่ “เอ่อ....”
เซเนล - ....ท่าทางเธอสองคนกำลังสนุกอยู่นะ
นอร์ม่า – นิดหน่อยน่ะ....
โคลเอ้ลงไปนั่งกุมหัวกับพื้นเพราะความอับอาย “โธ่....”
ภายในนั้น ผลึกสีผ้าอันแรกกำลังรออยู่
เจย์ – ผมมั่นใจว่าภาพที่พวกเราจะเห็นตอนที่สัมผัสมันคงไม่น่ายินดีแน่ๆ คุณแน่ใจว่าจะไม่เป็นอะไรแน่นะครับ คุณเซเนล?
เซเนล – ทำไมนายถึงเอาแต่ถามชั้นอยู่นั่นน่ะ?
เจย์ – เพราะว่าคุณมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชาวราเดี้ยนนี่ครับ
เขาไม่ตอบ ก่อนเดินไปที่ผลึก
โคลเอ้ – เดี๋ยวสิ คูลริดจ์ ฉันจะช่วยนายด้วย
ภาพของดาวตกพุ่งผ่านฟากฟ้าปรากฏขึ้น
โมเซส – เจย์ เอ็งเห็นอะไรน่ะ?
เจย์ – ดาวตกครับ คุณไม่เคยเห็นหรือ?
โมเซส – เคยเห็นสิ! อั๊วอยากรู้เฉยๆว่าทำไมพวกเราเห็นมันเท่านั้น
เจย์ – ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะ?
จากนั้นก็ผลึกถัดมา
นอร์ม่า – นั่นไงอันที่สอง!
ทั้งสองคนเข้าไปแตะ ภาพของท้องทะเลที่กว้างใหญ่แวบเข้ามา
นอร์ม่า – ทะเลเหรอ?
กริวเน่ – ใช่จ้ะ นั่นคือทะเล
โมเซส – ตอนแรกก็ดาวตก คราวนี้ก็ทะเล อั๊วะไม่เข้าใจเลย
เซเนล – เฮ้อ
กริวเน่ – เซเนลคุง ผ่อนคลายหน่อยเถอะจ้ะ ไม่เป็นอะไรหรอก พวกเราอยู่กับเธอนะ
เซเนล – ขอบคุณครับ ผมไม่เป็นอะไร
และอันต่อมา
เซเนล – อันนี้ก็อันที่สามแล้ว
ภาพของคลื่นยักษฺปรากฏให้เห็น
โคลเอ้ – เสาน้ำขนาดใหญ่เหรอก? หมายความว่าไงกันน่ะ?
นอร์ม่าเดินไปข้างหน้า ตะโกนไปรอบๆ “นี่! ใครก็ตามที่แสดงของพวกนี้ให้ดูน่ะ! ทำให้มันเข้าใจง่ายกว่านี้หน่อยได้ไหม?
เงียบสนิท...
นอร์ม่า – หืม ไม่มีการตอบรับแฮะ
วิล – ไปกันต่อเถอะ พวกเราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ก่อนที่จะสรุปอะไรได้
ทุกคนเข้าไปถึงห้องเล็ก และเสียงครืนก็เริ่มดังเป็นระยะ นอร์ม่าเข้าไปกระซิบกับโคลเอ้ “เริ่มปฏิบัติการณ์ได้ คู!”
โคลเอ้ – (ฉัน.....ฉันต้องทำจริงๆเหรอ?)
นอร์ม่า – เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความกล้าและจังหวะนะ เอาล่ะ ไปเลย!
โคลเอ้ตัดสินใจรวบความกล้าไปยืนรอข้างๆเซเนลจนเจ้าตัวสงสัย และเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นก็มาได้ถูกจังหวะพอดี! เธอร้องกรี้ดมาอย่างตั้งใจสุดๆ “อ๊า.....”
เมื่อแสงจากฟ้าผ่าหายไป เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อคนที่กอดเซเนลอยู่กลับกลายเป็นโมเซส.....
โคลเอ้ – อา......
เซเนล - ......โมเซส นายทำบ้าอะไรอยู่น่ะ?
โมเซส – อ่า.....อั๊วะไม่ค่อยถูกกับเสียงดังๆน่ะ แฮะๆ
โคลเอ้ทำหน้าบูดอย่างเซ็งสุดๆ “เฮ้อ....” เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนไปนั่งหงิมอยู่ที่มุมห้อง
เซเนล – โคลเอ้ดูกดดันจังนะ
โมเซส – ไม่รู้อะไรไปกระทบเธอเข้านะ
นอร์ม่า – ให้พูดดังๆเลยนะ เจ้าโจรงี่เง่า! ทำไมนายถึงกลัวฟ้าผ่าได้น่ะ?! เจ้าคนป่านี่!
โมเซส – แล้วจู่ๆหล่อนมีปัญหาอะไรขึ้นมาล่ะ?!
โคลเอ้ – ฮือ....อย่าสนใจเลย.....
โมเซส – ใครก็ได้บอกอั๊วะทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น!
ภายในสุด กับผลึกลูกบาศก์ที่สี่
นอร์ม่า – อันที่สี่แล้ว! เซเนเซเน่ คู ไปเลย!
วิล – เตรียมตัวไว้ล่ะ พวกเราไม่รู้หรอกว่ามันจะพาไปที่ไหน
โคลเอ้และเซเนลเข้าไปสัมผัสมัน แสงแวบขึ้นมาเช่นเคย และทุกคนก็พบว่าตัวเองยืนอยู่เหนือผืนน้ำอันกว้างใหญ่
โคลเอ้ – พวกเรา....อยู่บนมหาสมุทรเหรอ?
เธอกรี้ดลั่น โผเข้าไปกอดเซเนลที่อยู่ใกล้ๆทันที
เซเนล – ใจเย็นเอาไว้ โคลเอ้ พวกเราไม่ได้จมไปหรอก ไม่เป็นอะไร
โคลเอ้ – เอ้ะ นั่นสินะ ทำไมกันล่ะ?
เจย์ – พวกเราอาจจะไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความจริงครับ
โคลเอ้ – เฮ้อ ไม่ใช่เรื่องจริง.... ดีจัง
เธอพึ่งรู้สึกตัวว่ายังคงกอดเขาเอาไว้อยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอรีบผละถอยออกมา เซลงไปนั่งกับพื้น “อ๊า!”
โคลเอ้ – อะแฮ่ม ฉันขอโทษนะที่แตกตื่นไป
ทุกคนเหงื่อตก
นอร์ม่า - ...เอาเถอะ ฉันเดาว่ายังไงมันก็ได้ผลแล้วนี่นะ
เซเนลหันไปที่ด้านหนึ่ง ด่อนจะวิ่งออกไป ที่นั่นร่างของเชอรี่ยืนอยู่เหนือผิวน้ำเช่นกัน “เชอรี่!”
เมื่อเขาก้าวเข้าไป เธอก็ก็หายไปอีก “หายไปแล้ว!”
โมเซส – เธอจ้องขึ้นไปข้างบนอยู่นะ มีอะไรหรือไงกัน?
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง และจู่ๆก็มาอยู่ในดินแดนไร้อาณาเขตอีก แกรนด์เกทมุ่งตรงมาอย่างเคย! ตัวของมันมีประกายไฟฟ้าอยู่โดยรอบ!
เจย์ – เกทนี่ครับ!
โมเซส – เอาเล้ย! อั๊วะจะรอไม่ไหวแล้ว!
วิล – โอ! ชนิดใหม่นี่! โชคดีจริงๆ!
เมื่อมันถูกปราบลง เสียงผู้คนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“นั่นอะไรกันนะ?”
“ดาวตก”
“ไม่ใช่ นั่นมันเรือนี่ เรือลำใหญ่สีขาว”
ดาวตกดวงนั้นพุ่งลงมากระแทกกับมหาสมุทร ทำให้เกิดคลื่นยักษ์แผ่กระจายไปทั่ว แม้จริงแล้วมันคือเรือสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นเอง หลังจากนั้นทุกคนก็ถูกนำกลับมาที่ทางเข้า
โคลเอ้ – ในที่สุดพวกเราก็เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทะเล ดาวตก และเสาน้ำแล้ว
เจย์ – สุดท้ายแล้วข้อมูลทั้งหมดก็เข้ามารวมกัน
วิล – แต่....มันยากที่จะเชื่อนะ
นอร์ม่า – จริงๆนะ! ดาวตกนั่นคือเรือสีขาวรูปสี่เหลี่ยมนั่นน่ะเหรอ?!
ศิลาครึ่งวงกลมปรากฏออกมาอีกเป็นอันที่สาม
เซเนล – ศิลาอีกอันแล้ว
เจย์ – อันนี้มีเขียนอะไรไว้นะ?....เข้าใจแล้วครับ คงจะเป็นวินาทีที่ดาวตก หรือเรือลำนั้นตกลงมา
วิล – เอาไว้คุยกันตอนกลับถึงค่ายเถอะ
ที่ค่ายริมหาดนั้น พวกป้อปโป้เข้ามาต้อนรับกลับ
นอร์ม่า – ราตรีสวัสดิ์ค่า....
เข้ามาถึงทุกคนก็ลงไปนอนแผ่หลับไปทันที
ตกดึก ทุกคนล้อมวงล้อบกองไฟขณะเจย์กำลังรับข่าวจากชาวโมฟุโมฟุอยู่ ส่วนกริวเน่ก็นั่งเล่นทรายห่างออกไปหน่อย เขาเดินกลับมาก่อนเริ่มสนทนากัน
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็มาสรุปเรื่องที่พวกเราเห็นอีกครั้งครับ
วิล – เป็นไปได้หรือเปล่าว่าชาวราเดี้ยนเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มาจากโลกอื่น?
เจย์ – ผมก็มองหาคำอธิบายอื่นไม่ได้ครับ เพราะเรือสีขาวก็ตกลงมาจากฟ้าจริงๆ...
โคลเอ้ – ไม่น่าเชื่อเลยนะ มันฟังดูบ้าไปหน่อย
นอร์ม่า - ....แต่รู้ไหม พอคิดๆดูแล้วราเดี้ยนก็แตกต่างจากพวกเรามากนะ ผมของพวกเขาเรืองแสง พวกเขาหายใจใต้น้ำได้ พวกเราสร้างเทลเคสแล้วก็บินไปในอากาศ....
เขย์ – ครับ ชาวราเดี้ยนเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างจากพวกเราอย่างสิ้นเชิง พวกเราน่าจะพิจารณาความหมายของมันอย่างระมัดระวัง
เซเนล - ...ทั้งสองคนเน้นจริงๆเลยนะกับคำว่า “แตกต่าง” น่ะ
เจย์ – ผมคิดแบบนั้นเพราะ “ใครบางคน” คนนั้นก็คิดเหมือนกันครับ ลองคิดย้อนกลับไปสิ สิ่งที่พวกเราอยากรู้คือสาเหตุว่าทำไมมนุษย์กับราเดี้ยนจึงเกลียดชังกันและ กัน
นอร์ม่า – แล้วพวกเราก็เห็นสิ่งที่ได้เห็น
เจย์ – ถ้า “ใครบางคน” นั้นจะบอกว่ามนุษย์กับราเดี้ยนนั้นแตกต่างกันเกินไปล่ะครับ?
วิล – และนั่นคือต้นเหตุแห่งความเกลียดชังงั้นหรือ?
นอร์ม่า – งั้นเขาจะบอกว่าไม่มีความหวังที่จะเกิดสันติภาพเลยเหรอ
เซเนล – ไม่ใช่!
โคลเอ้ – อย่าพูดแบบนั้นสิ!
โมเซส – ให้ตายก็ไม่ใช่!
ทั้งสามคนลุกขึ้นมาตะโกนพร้อมกัน
เจย์ - .... ชาวราเดี้ยนเป็นคนประกาศเองว่าพวกเราเป็นศัตรู พวกเราจะมองข้ามสถานการณ์นี้ไปไม่ได้นะครับ
โคลเอ้ – แต่ว่า...
เจย์ – พูดจริงๆแล้ว ตอนที่รู้ว่าชาวราเดี้ยนมาจากโลกอื่น มันก็ทำให้ผมกลัวยิ่งกว่าอะไรอีกนะครับ อย่าบอกนะครับว่าพวกคุณที่เหลือไม่รู้สึกอะไรแบบนั้น?
โคลเอ้ – ก็...
เซเนล – มันไม่เกี่ยวหรอกว่าชาวเฟลเนสมาจากไหนน่ะ!
เจย์ – แล้วทั้งสองคนล่ะครับ? คุณโคลเอ้? โมเซส? คิดว่ามันไม่เกี่ยวหรือ?
ทั้งสองคนได้แต่ยืนอึ้ง
เจย์ – ในหัวใจของพวกคุณแล้ว คุณไม่ได้คิดแบบเดียวกับผมหรือ?
โมเซส – เจโบ! พอได้แล้ว!
เซเนลเดินออกไปเล็กน้อยแล้วตะโกนลั่น “ใครก็ตามที่แสดงภาพพวกนั้นให้พวกเราเห็น นายอยู่ที่ไหนน่ะ?! ออกมาสิ! ถ้านายมีอะไรจะพูดก็ออกมาพูดสิ! เลิกเล่นซ่อนแอบซะที!”
ไม่มีอะไรอื่นนอกจากเสียงลมและคลื่น
เซเนล – ไงล่ะ?! นี่! บ้าจริง!
เขาหันกลับมาหาเจย์ “เจย์! นายรู้ใช่ไหมว่า ใครบางคน น่ะคือใคร?”
เจย์ – ครับ.....ถ้างั้น... อาจจะถึงเวลาที่พวกเราต้องคุยกันเรื่องนั้นแล้ว ครั้งแรกที่พวกเรามาถึงแผ่นดินที่เงียบสงบ คุณจำได้ไหมครับว่าผมพูดว่าพวกเราต้องทำอะไร?
วิล – เธอบอกว่าพวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าเนลเฟสคืออะไร?
เจย์ – ครับ แล้วทีนี้ ตอนนี้พวกเรารู้อะไรบ้างกับสิ่งที่เรียกว่า “เนลเฟส” นี้?
เซเนล - ....พวกเรารู้ว่าเมลเนสเป็นผู้แทนของสิ่งนั้น
เจย์ – ถูกต้อง และเชอรี่เป็นคนพูดว่าเธอได้ยินเสียงของเนลเฟส
นอร์ม่า – ถ้ามันมีอะไรอย่างอื่นเกี่ยวกับเนลเฟส... มันคืออะไรล่ะ?
โคลเอ้ - .... ราเดี้ยนตั้งใจจะกวาดล้างมนุษย์ตามความต้องการแห่งเนลเฟส
เจย์ – ถูกแล้วครับ
นอร์ม่า - แบบนั้นมันฟังดูเหมือนภาพที่ “ใครบางคน” แสดงให้พวกเราดูหรือเปล่า?
เจย์ – ใช่ครับ ละเอียดละออจริงๆ ถ้าชาวราเดี้ยนขึ้นตรงกับเนลเฟส พวกเราก็ขึ้นตรงกับ “ใครบางคน” นั้น
โมเซส – แล้วจริงๆมันหมายความว่าไงน่ะ? “ใครบางคน” นั่นคือ...
เซเนล – ก็คือเนลเฟสเหรอ?!
โคลเอ้ – แต่มันดูไม่เข้าท่าเลยนะ
วิล – หาก “ใครบางคน” นั้นคือ “เนลเฟส” มันก็คงแปลกที่มันจะมาสนับสนุนพวกเรานะ
เจย์ – ใช่ครับ แล้วมันหมายความว่ายังไงกัน?
เซเนล - ..... มีเนลเฟสอีกตนบนแผ่นดินที่เงียบสงบนี้ แยกออกมาจากเนลเฟสที่อยู่ข้างบนเหรอ?
เจย์ – ผมเชื่อแบบนั้นครับ
โคลเอ้ – ถ้าอย่างนั้นเนลเฟสอีกตนนี้เป็นผู้นำทางพวกเราเหรอ?
เจย์ – ครับ
โมเซส – เอ็งแน่ใจเรื่องนี้เหรอ?
นอร์ม่า – เดี๋ยวนะ แล้วเฟลเฟสที่ว่านี่คืออะไรกันล่ะ?
เจย์ชี้ไปที่ชายหาด ซึ่งกริวเน่กำลังเล่นทรายอยู่ เธอลุกขึ้นหันมามองทุกคน
เซเนล – คุณกริวเน่?
กริวเน่ - .....
โคลเอ้ – ไม่มีทาง.....
เจย์ – ไม่ใช่ครับ ดูด้านหลังเธอสิ
นอร์ม่า – ก็ไม่มีอะไรนี่ มีแต่...
เจย์ – ครับ
เขาชี้ไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่และเงียบสงบ “เนลเฟส คือเจตจำนงแห่งท้องทะเล มันคือทะเลนั่นเอง”
ทุกคนคงจะตกใจกับสิ่งที่ได้รับฟัง
เจย์ – ตัวตนที่พวกเราอ้างถึงในชื่อ “ใครบางคน” คงจะอยู่ข้างๆพวกเรามาตลอดเวลา การคงอยู่ของจักรวาลมันคือการส่งผลเชื่อมโยงกันอย่างมากมาย และลองคิดว่าอะไรที่จะช่วยปลอยโยนชาวราเดี้ยน ชาวเฟลเนส หรือผู้คนชาววารีล่ะครับ?
วิล – ทะเล...
เจย์ – พลังที่แท้จริงของเมลเนสอาจจะเป็นความสามารถในการสื่อสารกับเนลเฟส
วิล – ใช่ เธอเป็นผู้แทนของมันนี่
นอร์ม่า – จริงสิ ริจจังบอกว่าเธอ “ได้ยินเสียงทะเล”
เจย์ – คุณเชอรี่วางแผนจะใช้พลังของเนลเฟสเพื่ออำอะไรบางอย่าง พวกเราค่อนข้างแน่ใจได้ถึงเรื่องนี้
โคลเอ้ – กวาดล้างมนุษย์...
เจย์ – เนลเฟสที่อยู่ที่แผ่นดินที่เงียบสงบคงจะรู้สึกถึงภัยอันตรายนั้นได้ จึงนำทางพวกเรามาที่นี่
โมเซส – เป็นทฤษฎีที่ดีนะ แต่เอ็งมีข้อพิสูจน์หรือเปล่า?
เจย์ – ไม่มีครับ
โมเซส – ก็ว่างั้นล่ะ
เจย์ – ดังนั้นพวกเราจึงต้องถามครับ
เขาหันหน้าตะโกนสู่ท้องทะเล “ท่านผู้รับฟังเสียงของเรา หากเราพูดถูกต้อง ได้โปรดส่งสัญญาณให้พวกเราด้วย! บอกพวกเราว่าชาวราเดี้ยนตั้งใจจะทำอะไร!”
ภาพของสถานที่ต่อไปแวบเข้ามาอีกครั้ง
โคลเอ้ – นั่นเป็นเป้าหมายต่อไปสินะ
เจย์ – ท่าทางพวกเราจะมาถึงบทโหมโรงแล้วครับ ผมสงสัยจริงว่าจะได้เห็นอะไร
เซเนลลุกขึ้นยืน เจย์เอ่ยปากทักไว้ก่อน “อย่าพึ่งหนีไปนะครับคุณเซเนล คุณอยากจะรู้ความจริงไม่ใช่หรือ?”
เซเนล – ไม่มีใครหนีไปหรอกน่า!
เจย์ – ผมจะจำเอาไว้ว่าคุณพูดแบบนั้นนะ
เขาเดินแยกตัวออกไป
โมเซส – อย่าไปหลงกลเขานะ เซโนจิ เอ็งต้องมั่นใจกับเวลาสามปีที่เอ็งมีร่วมกับเชอรี่
เซเนล – ความมั่นใจ...
โมเซส – ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเอ็ง!
เซเนล – ใช่ ชั้นรู้
.....
ในบ้านหลังเดิมนั้น เขากับเธอยืนอยู่กันลำพัง
เชอรี่ – ผ่านไปตั้งสามปีแล้วนะคะที่พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่
เซเนล – เวลาผ่านไปเร็วนะ....
เชอรี่ - ....... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่พี่ทำให้หนูนะคะ พี่เซเนล
เซเนล - เป็นอะไรไปน่ะ? พวกเราไม่ได้จะกล่าวลากันซักหน่อย
เชอรี่ – หนูอยากจะพูดแบบนั้นมานานแล้ว หนูคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ถ้าไม่มีพี่
ภาพสเตล่าซึ่งถูกขังอย่างเดียวดายแทรกขึ้นมาอีก
สเตล่า – ฉันเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเธอ เธอไม่ได้ลืมสินะ?
คืนนั้น เจย์เฝ้ามองทะเลอันเวิ้งว้าง ใกล้ๆกัน พวกคิวโป้ยืนอยู่เงียบๆ
คิวโป้ – เจย์...
เจย์ – พวกนายยังตื่นอีกเหรอ
ปิ้ปโป้ – เจย์ นายดูน่ากลัวจัง
เจย์ – จริงเหรอ?
ป้อปโป้ – แววตาของเธอเหมือนกับเจย์เมื่อนานมาแล้ว......
คิวโป้ – เจย์ เธอวางแผนจะทำอะไรซักอย่างกับคุณเชอรี่ด้วยตัวเองใช่ไหม?
เจย์ – ฉันเป็นห่วงที่จะให้พวกเขาจัดการกันเอง ฉันมีประสบการณ์มากกว่า....กับบางเรื่องน่ะ.... ใช่... ประสบการณ์มากมาย.....
บนห้องบัลลังก์ในปราสาทลวงตา วอลเตอร์เดินเข้ามา “ท่านเมลเนสเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
เมาริทซ์ – ปีกแห่งแสงยังไม่ส่งสัญญาณตอบกลับมาเลย เราคาดไม่ถึงว่ามันจะนานขนาดนี้
วอลเตอร์ - .....
เมาริทซ์ – เป็นไปได้ว่าท่านเมลเนสยังไม่ได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
วอลเตอร์ – อะไรนะ?
เมาริทซ์ – ถ้าเป็นเช่นนั้น เซเนลก็คงเป็นต้นเหตุ.....
วอลเตอร์ – เซเนลหรือ? เจ้านั่น....
เมาริทืซ์ – พวกเราต้องเตรียมการเผื่อเอาไว้ก่อน วางแผนกันเดี๋ยวนี้เถอะ
ณ เป้าหมายต่อไป รอบๆอุดมไปด้วยป่าสีเขียว
นอร์ม่า – ที่นี่ดูดีกว่าที่อื่นเยอะเลยนะ ฉันไม่อยากทำเหมือนเจ๊กริวหรอกนะ แต่นี่มันอย่างกับมาปิคนิคจริงๆ ใช่ไหม เซเนเซเน่?
เซเนล – ไม่
เธอเหงื่อตกก่อนได้ไอเดีย “รู้แล้ว! ที่นี่ก็บรรยากาศดีขนาดนี้ ทำไมพวกเราไม่พักกินข้าวเที่ยงก่อนล่ะ?”
เจย์ – นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องนั้นครับ”
โมเซส – แม่ฟองสบู่! เปิดประตูสิ!
นอร์ม่า – ก็ได้ เอาก็เอา!
ทุกคนเข้าไปยังห้องเล็กห้องแรก ซึ่งบรรยากาศกำลังสบาย
วิล – ที่นี่สร้างบรรยากาศจำลองได้ด้วยหรือ?
นอร์ม่า – ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นเกินไป.... ที่นี่แจ๋วเลย~!
เซเนลกับเจย์ต่างนิ่งเงียบ
นอร์ม่า – พวกนายนี่ไม่สนุกเลยนะ เจ๊กริว ช่วยหนูหน่อยสิคะ มีแต่พวกเราที่จะช่วยไล่ความอึดอัดไปได้นะ!
โมเซส – อันแรกอยู่นี่แล้วไง
ภาพของหอคอยขนาดใหญ่ปรากฏเหนือท้องทะเล รอบข้างมีเสาสูงไล่ๆกันล้อมรอบมันอยู่
เจย์ – นี่คงจะเป็นสิ่งที่ชาวราเดี้ยนกำลังวางแผนจะทำอยู่ครับ
นอร์ม่า – ฉันไม่เคยเห็นหอคอยแบบนั้นเลยนะ
เจย์ – มันอาจจะเป็นอาวุธลับที่พวกเรายังไม่รู้จัก
วิล – ฉันสงสัยว่ามันสามารถทำอะไรได้
เจย์ – ถ้ามันคงจะชัดเจนขึ้นถ้าไปต่อครับ
ที่ผลึกที่สอง
นอร์ม่า – พบแสงน่าสงสัยข้างหน้าค่า!
ภาพที่เห็นทำให้รู้ว่าหอคอยและเสาที่เห็นเมื่อครู่นั้นตั้งอยู่ที่อ่าวแห่งความเกรี้ยวกราด
โคลเอ้ – ดูเหมือนว่ามหาสมุทรรอบๆเลกาซี่กำลังส่องแสงอยู่....
วิล – นั่นเป็นเวลาที่อาวุธนั่นทำงานหรือเปล่า?
เจย์ – ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นครับ
เซเนล – ไปกันต่อเถอะ
และผลึกที่สาม
โคลเอ้ – นี่เป็นแสงอันที่สามนะ
ทั้งสองคนเข้าไปแตะ แต่ภาพที่เห็นกลับดูน่ากลัวที่สุด คลื่นยักษ์ที่มีขนาดใหญ่โดมากๆกำลังถาโถมเข้าหาแผ่นดินโดยมีเลกาซี่เป็นจุด ศูนย์กลาง
วิล – นั่นมันคลื่นยักษ์หรือ?
โมเซส – งั้นพวกเขาก็ใช้พลังของเลกาซี่ สร้างคลื่นยักษ์นั่นเหรอ?
เจย์ – ถ้าอย่างนั้น หมายความว่าพลังงานมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมา อาวุธลับนั่นอาจจะมีพลังมากกว่าปืนใหญ่เนลเฟสมากๆ
เซนล – ชั้นมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ชั้นจะไปดูให้ถึงจุดจบเลย
โคลเอ้ - .........
ทุกคนเข้าไปถึงห้องเล็กห้องสุดท้าย แล้วนอร์ม่าก็ตะโกนขึ้นมา
นอร์ม่า – นี่ ทุกคน!
เธอกับกริวเน่ไปยืนขวางทางไปต่อก่อนก้มหัว “พวกเราคือ...กองพันฮากลิ้ง!”
เจย์ - .....หา?
เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตลกนะ
นอร์ม่า – เงียบแล้วดูไปเถอะน่า! นี่ เจ๊กริวคะ!
กริวเน่ – จ้ะ?
นอร์ม่า – ค่อนข้างน่าแปลกใจที่ “ใครบางคน” กลายเป็นเนลเฟสนะ!
กริวเน่ – อ้อ นั่นสินะ
นอร์ม่า – แล้วมันก็กลายเป็นว่าสิ่งนั้นก็คือเจตจำนงแห่งท้องทะเล พี่เชื่อไหมคะ?
กริวเน่ – แหม...เอ.... ฉันควรจะเชื่อไหมนะ?
นอร์ม่า - เชื่อไว้ดีกว่านะ! เอาล่ะ ที่นี้ ฉันมีคำถามให้เนซซี่เพื่อนของเราตอบ!
เซเนล .oO(...เนซซี่?)
นอร์ม่า – บอกเราสิคะ เนซซี่! วันนี้เจ๊กริวของพวกเราใส่ชั้นในสีอะไรเอ่ย?
โคลเอ้ – อะ....เธอคิดอะไรอยู่นะ?! เธอล้อเล่นกับเนลเฟสเหรอ?!
นอร์ม่า – อ้ะ ได้จังหวะพอดีเลย คู ช่วยกันหน่อยสิ
กริวเน่ – ไหนดูสิ วันนี้....โอ ดูเหมือนวันนี้ฉันจะลืมใส่มาจ้ะ
ทุกคนอึ้ง....
นอร์ม่า – อะไรน้า!? เอ่อ....โอเค! ขอบพระคุณท่านผู้ชมที่เยี่ยมยอดค่ะ! กองพันฮากลิ้ง ขอจรลี!
เธอผลักกริวเน่เข้าไปในประตูซักพักแล้วก็ออกมาใหม่
นอร์ม่า – เอ่อ.... ฮาย—
ทุกคนนั่งคงเงียบกันอยู่
นอร์ม่า – ไม่พอสินะ หือ?.... ก็ได้ ไหนดูซิ เอาไงต่อดี....
วิลเดินเข้าไปหา เธอถอยกรูดเพราะรับรู้ถึงอันตราย แต่ก็ผิดคาด
วิล – ขอบใจที่พยายามเชียร์พวกเรานะ
นอร์ม่า – อ๋า ไม่เป็นไรหรอกค่า
ณ ผลึกสุดท้าย
เจย์ – คุณเซเนล สิ่งที่พวกเราอยากรู้ก็คือราเดี้ยนตั้งใจจะทำอะไรนะครับ
เซเนล – ชั้นรู้แล้ว
เจย์ – หรือพูดได้อีกอย่างนึงก็คือ คุณเชอรี่ในฐานะเมลเนสตั้งใจจะทำอะไร
โมเซส – เจโบ! เลิกพูดแบบนั้นซะที!
เจย์ – เป็นนิสัยของผมอยู่แล้วครับ
เซเนลกับโคลเอ้เข้าไปแตะผลึก ทุกคนไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตา
โคลเอ้ – พวกเราอยู่ที่ไหนกันน่ะ ?!
เซเนล – เชอรี่! เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า?เบื้องหน้าทุกคน เชอรี่ยืนอยู่บนแท่นหน้ากระจกซึ่งมองออกไปเห็นก้อนเมฆลอยอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าเธอมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่สูงขึ้นไป ปีกแสงสีฟ้าขนาดใหญ่กางออกเป็นรัศมีกว้างอยู่เบื้องหลัง
โมเซส – ที่เรืองแสงอยู่รอบๆเธอมันอะไรน่ะ?
เจย์ - ....มีใครอยู่ตรงนั้นด้วยครับ
เซเนล – เธอใส่ชุดเหมือนเชอรี่เลย!
วิล – เธอก็เป็นเมลเนสด้วยหรือ?
ทั้งสองคนหันมามองทุกคน
เซเนล - เชอรี่!
นอร์ม่า – ริจจัง!..... ทำไมจ้องมาเย็นชาแบบนั้นล่ะ?!
ร่างของเชอรี่หายไป
เซเนล – เชอรี่ เดี๋ยวก่อน!
ร่างของเมลเนสคนนั้นเลือนหายไปก่อนทุกคนจะไปอยู่ที่ดินแดนไร้ขอบเขต แกรนด์เกทซึ่งมีกลีบดอกไม้โปรยปรายทั่วตัวเคลื่อนตัวเข้ามาหา
วิล – เกทนี่!
เสียงของเมลเนสดังขึ้นมา
“เราจะใช้ปีกแห่งแสงแล้วกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส”
เซเนล.oO(ปีกแห่งแสง....)
“เราจะลบดินแดนที่แปดเปื้อนออกไปจากโลกของพวกเรา!”
เซเนล.oO(เป็นหนึ่งเดียวกับเนลเฟส?....)
หอคอยปรากฏที่ใจกลางเลกาซี่ก่อนที่มหาสมุทรรอบๆเรือจะเรืองแสง อาณาเขตของมันแผ่นกระจายเป็นรูปหกแฉกไปถึงส่วนหนึ่งแผ่นดินใหญ่ คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำไปตามอาณาเขตนั้น และเมื่อน้ำลดลง แผ่นดินที่อยู่ในขอบเขตก็หายไปกับท้องทะเล....
“ไม่!...... ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง.... สติของเรา... กำลังเลือนหายไป....”
“มันยังไม่จบหรอก... วันหนึ่ง เมลเนสคนใหม่ก็จะปรากฏขึ้น จากนั้น.....”
ทุกคนยืนนิ่งเงียบเมื่อถูกส่งกลับมา
นอร์ม่า – ทะเล..... มัน.... มันกลืนกินแผ่นดิน! มันเคลื่อนไหวเหมือนกับมีชีวิตเลย!
โคลเอ้ – นั่นเป็นพลังของอาวุธลับเหรอ?
เจย์ – เข้าใจแล้ว...... สิ่งที่พวกเราเห็นคือวินาทีที่เกิดภัยมหาวิบัติครับ
โมเซส – เซโนจิ ภัยมหาวิบัติคืออะไรอ่ะ?
เซเนล - .....
โคลเอ้ – หายนะในตำนานซึ่งทำให้ครึ่งหนึ่งของโลกจมลงไปใต้น้ำ
วิล – จนถึงตอนนี้ไม่เคยมีหลักฐานที่หนักแน่นพอที่จะบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง
เจย์ – แต่ตอนนี้พวกเรารู้แล้ว ภัยมหาวิบัติเกิดขึ้นจริงๆ และเมลเนสเป็นคนทำให้เกิดขึ้น แล้วตอนนี้พวกเขากำลังจะทำมันอีกครั้ง!
เซเนล - !
เจย์ – ไงครับ คุณคิดยังไงล่ะ คุณเซเนล?
เซเนล – กรอด....
เจย์ - .....
วิล – เจย์ หยุดเถอะ เอาไว้พูดกันเรื่องนี้เมื่อถึงค่ายเถอะ
เจย์ – ครับ ผมจะรอการตัดสินใจของทุกคน
โคลเอ้ – คูลริดจ์ นายเป็นอะไรไหม?
เซเนล - ..... โคลเอ้ เธอก็เห็นการแสดงออกของเชอรี่สินะ?
เจย์ - ....
โคลเอ้ - ... ใช่
เซเนล – ก็ดี...
โคลเอ้ – นี่หรือเปล่าที่เธอตกใจเมื่อครั้งที่แล้ว?
เซเนล – ใช่ เป็นความรู้สึกเดียวกัน ชั้นเห็นมันเป็นครั้งที่สองแล้ว
โคลเอ้ - ......... คูลริดจ์ มีศิลาอยู่ที่ปลายเท้าของนายนะ
ศิลาแผ่นที่สี่ปรากฏขึ้น เมื่อลองดูก็เห็นเส้นตรง 3 เส้นที่ตัดกันเป็นรูป 6 แฉก แต่ละแฉกก็มีปลายแตกสาขาออกไปอีก
โคลเอ้ – ตรงกลางนั่นมีเลกาซี่อยู่ แล้วรูปแบบรอบๆนี่คือ...แสงที่เห็นเมื่อกี้?
เมื่อกลับไปถึงค่าย ทุกคนก็ล้อมวงสนทนากันทันที
นอร์ม่า – ถ้ามีภัยมหาวิบัติเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งทวีปจะหายไปในทะเลเลยหรือเปล่า?
เจย์ – ถ้าเหมือนกับครั้งที่แล้วก็ใช่ครับ
วิล – ปืนใหญ่เนลเฟสน่ะแพ้ขาดเลยถ้าเทียบกับอันนี้แล้ว
เจย์ – ปืนใหญ่เนลเฟสามารถทำลายภูเขาได้ แต่สิ่งนี้สามารถลบได้ทั้งทวีป
โคลเอ้ – นี่สินะที่เมาริทซ์พูดว่า “กวาดล้างโอเรลเนส”
นอร์ม่า – ถ้าไม่มีพื้นดินพวกเราก็ใช้ชีวิตไม่ได้นะ พวกเราก็เสร็จแน่
โมเซส – ที่เหมือนหอคอยนั่นคือปีกแห่งแสงเหรอ?
เจย์ – เป็นไปได้ครับ ปีกแห่งแสงอาจจะเป็นอาวุธลับของศัตรูก็ได้
เซเนล .oO(ศัตรู?...)
วิล – อุปกรณ์ที่ใช้สร้างหายนะ
นอร์ม่า – ริจจังจะทำแบบนั้นจริงเหรอ?
เจย์ – ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม การได้รู้เป้าหมายของศัตรูก็เป็นก้าวที่ดีแล้วครับ พวกเราไม่รู้เลยจนถึงตอนนี้
เซเนล – รอเดี๋ยวสิ ทำไมนายถึงเรียกชาววารีว่าศัตรูล่ะ? นายไม่เคยใช้คำนี้มาก่อนนี่?
เจย์ – ผมคิดว่าคงจะดีที่สุดถ้าจะเรียกให้ถูกกับสถานการณ์ครับ
เซเนล - นี่! พวกนายทุกคนคิดจริงๆเหรอว่าเชอรี่จะสร้างภัยพิบัติครั้งใหม่น่ะ?
โคลเอ้ – ก็.....
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เซเนล – ไม่มีทางที่เธอจะทำได้หรอก! นี่พวกเรากำลังพูดถึงเชอรี่นะ!
เจย์ – พวกเราไม่ได้รู้จักเธอดีขนาดนั้นครับ
เซเนล – งั้นชั้นจะบอกให้ฟังเอง เชอรี่น่ะทำร้ายแมลงวันไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่เธอจะจมทั้งทวีปแล้วกวาดล้างมนุษย์หรอก!
ทุกคนนิ่งเงียบ...........
เซเนล – เฮ้.... อะไรกันน่ะ? พวกนายไม่เชื่อชั้นเหรอ? มันจะไม่เป็นอะไรหรอก มันจะต้องแก้ไขได้!
เจย์ – ลองหยุดแล้วมองดูความเป็นจริงของสถานการณ์สิครับ! คุณแน้ใจได้ยังไงว่ามันจะแก้ได้? แล้วเชอรี่น่ะคืออะไรของคุณกันแน่?!
เซเนล – อะไรนะ?
เจย์ – และอย่าอ้างว่าเธอเป็นน้องสาวของคุณ คุณเชอรี่น่ะบอกออกมาด้วยตัวเองแล้วว่าเธอไม่เกี่ยวข้องกับคุณ!
โคลเอ้+โมเซส – เจย์!
เจย์ – เวลาที่จะเล่นบทพี่ชายกับน้องสาวน่ะมันจบไปนานแล้วครับ!
เซเนล - แก.....
โมเซสเข้าไปกระชากคอเสื้อของเจย์ “เลิกซะที! เอ็งไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นนี่!”
เจย์ – ตอนนี้ไม่มีเวลามาปรุงแต่งคำพูดแล้วครับ หรือคุณไม่สนใจว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอีกงั้นหรือ?
ทุกคนอึ้งไป ยกเว้นเซเนลที่นึกออกมาได้ “ใช่แล้ว.....นั่นไงล่ะ! พวกเราไม่เห็นต้องมากังวลแบบนี้เลย!”
โคลเอ้ – นายหมายความว่ายังไงน่ะ?
เซเนล – ทุกอย่างจะไม่เป็นอะไรถ้าภัยมหาวิบัติไม่เกิดขึ้นอีก ใช่ไหม? ชั้นจะไปเกลี้ยกล่อมเชอรี่เอง
วิล – เซเนล....
เซเนล – ถ้าชั้นพูดกับเธอ ชั้นเชื่อว่าเธอต้องเข้าใจ
เจย์ – ผมอยากรู้ว่าอะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น
วิ้ง.....
บางสิ่งเรียกให้ทุกคนหันไป
นอร์ม่า – นี่ มีแสงจากตรงนั้นด้วย!
ทิศทางตรงข้ามกับชายหาด แสงสีขาวส่องออกมาจาทุกคนเห็นได้ชัด
วิล – อะไรกันนะ?
กริวเน่ – ดูเหมือนว่าเนลเฟสกำลังเรียกพวกเรานะจ้ะ
เซเนล – เขากำลังพยายามช่วยพวกเราแน่ ไปดูกันเถอะ!
นอร์ม่า – ทำไงกันดีล่ะ?
วิล – ฉันคิดว่าพวกเราควรจะไป พวกเรามองข้ามมันไม่ได้
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะครับ
เซเนล .oO(ชั้นต้องทำอะไรบ้าง..... ใช่....ชั้น ..)
ขณะเดียวกัน วอลเตอร์ก็เข้าไปที่ห้องโถงอีกครั้ง “ท่านเมลเนสเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
เมาริทซ์ – ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย เมื่อศึกครั้งที่แล้ว เธอจับทหารของวากรัฟมาได้บ้างใช่ไหม?
วอลเตอร์ – พวกมันถูกกักขังอยู่ในปราสาทครับ
เมาริทซ์ – เราอยากให้เธอถามพวกนั้น แล้วหาคนที่มีลักษณะตรงกับรายละเอียดบางอย่าง ที่เรากำลังมองหาคือ.....
ที่มาของแสง เป็นชายหาดที่มีลานหินซึ่งส่องแสงระยิบระยับ เมื่อทุกคนมาถึง แสงนั้นก็หายไป
กริวเน่ – โอ มันหายไปแล้วล่ะ
นอร์ม่า – มีรูปอยู่ที่นี่ด้วย
เจย์เดินเข้าไปดูที่ลานหินนั้นซึ่งมีรูปสลักไว้อยู่ และเห็นว่ามีช่องว่างสี่ช่อง “ผมสงสัยว่าส่วนเขาตั้งใจให้ขาดส่วนที่หายไปนี้ หนึ่ง สอง สาม.... สี่ที่ เดี๋ยวก่อนนะ สี่เหรอ?”
เขาหันกลับมาหาเซเนล “คุณเซเนล ช่วยเอาศิลาที่เห็บมาได้มาไว้บนพื้นได้ไหมครับ?”
เมื่อลองวางพวกมันเรียงกันดูแล้วถึงพบว่ามันมีลักษณะเหมือนกับภาพที่อยู่บนหินนั้น
นอร์ม่า – ดูเหมือนว่าศิลาที่พวกเราเจอจะเป็นส่วนหนึ่งของหินนี่นะ
วิล – หืม ดูเหมือนว่าเนลเฟสกำลังทดสอบพวกเราอยู่
เซเนล – หมายความว่ายังไงน่ะ?
เจย์ – พวกเราควรจะวางศิลาเหล่านี้ในตำแหน่งที่ถูกต้องครับ
เขาเดินไปที่ศิลาอันแรก “นี่คือศิลาก้อนแรกที่พวกเราเก็บได้ มันระบุถึงแผ่นดินที่ปรากฏบนเรือรูปสี่เหลี่ยม “
เจย์ - ส่วนนี่ก็ศิลาอันที่สอง เป็นรูปผู้คนมุ่งหน้าสู่สี่เหลี่ยมสีขาวกลางทะเล ส่วนอันที่สาม คือตอนที่เรือตกลงมาจากท้องฟ้า”
หลังจากนั้นก็อันสุดท้าย “นี่เป็นศิลาอันสุดท้ายที่พวกเราได้มา มันอธิบายถึงแสงที่ห้อมล้อมเลกาซี่ ณ วินาทีที่ภัยมหาวิบัติเกิดขึ้น”
โมเซส – แล้วจะเรียงมันยังไงล่ะ?
นอร์ม่า – หืมม...
เซเนลนำศิลาอันที่สามไปไว้ช่องแรก อันที่แรกไว้ช่องที่สอง ศิลาที่สองไว้ช่องที่สาม และอันสุดท้ายไว้ช่องที่สี่ “...แบบนี้เป็นไงบ้าง?”
วิล – ใช่....
เจย์ – มันเรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
วิล – แบบนี้สมเหตุผลที่สุดแล้ว
ศิลาทั้งหมดส่องแสงสีฟ้าออกมา
โคลเอ้ – ศิลาเรืองแสงแล้ว!
นอร์ม่า – อาจจะหมายความว่าพวกเราเข้าใจถูกแล้วก็ได้
โมเซส – ทำได้แจ๋ว เซโนจิ!
วิล – เนลเฟสคงจะพยายามสอนพวกเราถึงความจริงของประวัติศาสตร์
เจย์ – ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เมื่อเรือสี่เหลี่ยมสีขาวตกลงมาจากฟากฟ้า”
วิล – นั่นเป็นการพบกันระหว่างราเดี้ยนกับมนุษย์
เจย์ – โชคไม่ดีที่ทั้งสองเผ่าพันธุ์กลับเดินไปตามเส้นทางแห่งสงคราม
โมเซส – แล้วมนุษย์ บรรพบุรุษของพวกเราชนะ
เจย์ – เพราะแพ้สงคราม ชาวราเดี้ยนจึงค้นหาชีวิตใหม่โดยการขึ้นเรือเลกาซี่
โคลเอ้ – แล้วอาณาจักรเทลเซสก็กำเนิดขึ้น
เจย์ – แต่ชาวราเดี้ยนก็ยังคงยึดติดกับความเกลียดชังที่พวกเขามีต่อมนุษย์
นอร์ม่า – แล้วในที่สุดพวกเขาก็ทำให้เกิดภัยมหาวิบัติ
แสงจากศิลาหายไป แต่ทะเลอันกว้างใหญ่กลับส่องแสงแทน!
นอร์ม่า – ทะเลกำลังเรืองแสงแล้ว!
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:39 pm----------
