Topic #39: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands (continue part 2...)

Next Farecery

Chapter 6. Fallen Lands (continue part 2...) 

 

ทุกคนวิ่งลงไปที่ชายหาดซึ่งท้องทะเลกำลังเปล่งแสงสว่างไสว 

นอร์ม่า – หรือว่าเนซซี่พยายามจะคุยกับพวกเราเหรอ? 

เจย์ – เนลเฟสรู้ว่าพวกเราไม่ได้ยินเสียงของเขา เขาไม่ได้พยายามพูดกับพวกเรา แต่ถ้าจะมีอะไรล่ะก็คงเป็นในทางกลับกันมากกว่า ครั้งนี่ ผมคิดว่าเขาต้องการคำตอบจากพวกเรา 

วิล – เธอจะพูดว่าเขาอยากรู้ว่าพวกเราจะทำอะไรหรือ? 

เจย์ – เขาอยากให้พวกเราตัดสินใจให้แน่ชัด 

เล็บของวิลส่องแสงออกมา 

นอร์ม่า – วิลจิ เล็บของคุณเรืองแสงออกมาเหรอ 

กริวเน่ –ดูเหมือนเนลเฟสอยากจะคุยกับวิลนะ 

วิล – ฉันหรือ? 

เขาเดินลงไปที่ริมหาด แล้วพูดความตั้งใจของตัวเอง “ผมถูกขับไล่มาจากแผ่นดินใหญ่ ผมไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกับมันแล้ว และฮาริเอทก็อยู่บนเลกาซี่เหมือนกัน” 

“อย่างไรก็ตาม ผมจะยืนเฉยๆแล้วเฝ้าดูภัยพิบัติเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้อ้างการทำลายล้างชีวิตของผู้บริสุทธิ์ได้ ไม่มีหรอก!” 

“ผมขอสาบานว่าจะหยุดภัยมหาวิบัติให้ได้ มันเป็นหน้าที่ของผม.... หน้าที่ของคนผู้หนึ่งซึ่งได้รับรู้ความจริง” 

วิ้ง...แสงจากปลายเล็บของวิลเจิดจ้ากว่าเดิม 

โคลเอ้ – เล็บของเรย์นาร์ดส่องสว่างกว่าเดิมอีก! 

โมเซส – นี่มันศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์เหรอ?! 

วิล - อะไรกัน?! ฉันรู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่น่าเชื่อไหลผ่านร่างกายไป! ความแข็งแกร่งนี้มันยิ่งใหญ่มาก ฉันรู้สึกได้” 

โมเซส – ศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์ไงล่ะ! อั๊วะบอกแล้วว่ามันมีจริง! 

 

เล็บของเขาส่องแสงบ้าง 

โมเซส – วู้! ดูเหมือนอั๊วะเป็นคนต่อไปนะ! 

เขาเดินไปแทนที่วิล “อั๊วะรู้ว่าอั๊วะสามารถจัดการเมาริทซ์กับวอลเตอร์แล้วเอาตัวเชอรี่คนเดิม กลับมาได้! และนายก็ต้องเชื่อว่าอั๊วะไม่ยอมให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นหรอก!” 

วิ้ง...... 

โมเซส – นี่ล่ะ! นี่ล่ะศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์! อั๊วะได้มาแล้ว! ย้าฮู้! ตัวอั๊วะแน่นเปรี้ยะไปด้วยพลังแน่นปึ้กเลย! ถ้าเล็บอั๊วะมันส่องแสงสีรุ้งได้ก็เหมือนกับในตำนานเลยนะเนี่ย! โอย แต่ใครจะสนใจเรื่องรายละเอียดละ ฮ่าห์! 

 

เล็บของนอร์ม่าส่องแสงบ้าง “ฉันเหรอ?....” 

นอร์ม่า – อ่า... แหะๆ...อืม... คือ ฉันหมายความว่าฉันแค่ต้องการตามหาเอเวอร์ไลท์ ฉันไม่ได้คาดหวังจะทำอะไรใหญ่โต มันไม่ใช่แบบของฉันน่ะนะ รู้ไหม?” 

“แต่ฉันก็เดาว่ามันคงจะแย่ถ้าเกิดภัยพิบัติขึ้นจริงๆ มันก็ใช่ที่ฉันหนีออกมาจากบ้าน แต่ก็นะ พ่อแม่ของฉันก็ยังอยู่ที่นั่น แล้วฉันคงจะรู้สึกแย่ถ้าไม่.....” 

โคลเอ้เข้าไปซุบซิบกับเซเนล “นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้ยินว่าเธอหนีออกจากบ้านน่ะ” 

นอร์ม่า – ยังไงก็เถอะ ฉันอยากจะสนุกไปกับการตามหาเอเวอร์ไลทต่อไป รู้ไหม? ถ้ามันหมายถึงต้องหยุดยั้งภัยมหาวิบัติก็นะ เอาเลยสิ! 

พลังหลั่งไหลเข้าสู้ตัวเธอ “โอ้! รู้สึกอย่างกับได้ใกล้ชิดกับเนซซี่ขึ้นอีกเยอะเลย! หมายความว่าฉันเป็นนักรบที่ถูกเลือกแล้วเหรอ? ขอเถอะน่า มันไม่เหมาะกับฉันหรอกนะ!” 

 

หลังจากนั้นก็ถึงตาเจย์ 

เจย์ – ดูเหมือนผมจะเป็นคนต่อไปนะ 

“มันก็นานมาแล้วตั้งแต่ผมมาที่เลกาซี่ ที่นี่คือบ้านของผม ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรของผมหรอกถ้าจะเกิดอะไรกับแผ่นดินใหญ่ แต่ผมสงสัยว่าชาวราเดี้ยนจะปล่อยเลกาซี่เอาไว้เฉยๆหลังจากที่เกิดภัยพิบัติ เหรือ?” 

“ดังนั้นผมจะไปหยุดมัน... เพื่อเลกาซี่ และทุกสิ่งที่สำคัญต่อผม 

วิ้ง.... 

เจย์ – ถ้ามีพลังมากขนาดนี้ พวกเราอาจจะใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้แม้จะอยู่ข้างบนก็เถอะ และมันก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เป้าหมายของผมเสร็จสิ้นได้ ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าคุณหมายความว่าอย่างไรที่ว่ารู้สึกใกล้ชิดกับเนลเฟสมา กขึ้นน่ะ 

นอร์ม่า – ก็บอกแล้วไง! 

เจย์ – บางทีศาสตร์แห่งเขี้ยวอาจจะเป็นสิ่งจำเป็นในการสื่อสารกับเนลเฟส 

วิล – และเมลเนสคงจะเป็นรูปแบบสุดยอดของมัน 

เจย์ – ครับ 

นอร์ม่า – โอเค ใครต่อล่ะ? 

 

เล็บของกริวเน่ส่องแสงออกมาบ้าง 

กริวเน่ – หืม? ทำไมเล็บของฉันถึงส่องแสงได้ล่ะ? 

นอร์ม่า – เจ๊ไม่ได้สนใจอะไรเลยเหรอเนี่ย? 

โมเซส – ไปพูดอะไรก็ทะเลก็ได้ เจ๊! 

กริวเน่ – สวัสดีจ้ะ เนลเฟส! 

นอร์ม่า – พี่พูดได้แค่นั้นเหรอค้า? 

วิ้ง....ถึงจะแค่นั้นแต่กริวเน่ก็รู้สึกไก้ถึงพลังใหม่ถึงวิ่งเข้ามา 

กริวเน่ – แหมๆ เล็บของฉันสว่างไปหมดแล้ว สวยจังเลย! ใช้ได้ไหม นอร์ม่า โมเซส? 

โมเซส – เจ๊ได้ศาสตร์เขี้ยวศักดิ์สิทธิ์เพราะแค่พูดสวัสดีได้ไงน่ะ? 

 

และแล้วเล็บของโคลเอ้ก็ส่องแสงบ้าง “ตาฉันสินะ....” 

โคลเอ้ – ฉัน..... ฉันยังไม่ยอมแพ้เรื่องสันติสุขระหว่างมนุษย์กับชาวราเดี้ยนหรอกนะ ฉันไม่ต้องการพลังที่มีไว้เพื่อสังหารเชอรี่ ผู้คนอาจจะหัวเราะว่าฉันเป็นนักอุดมคติ แต่มนุษย์จะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีอุดมคติ? 

“สิ่งที่ฉันต้องการคือพลังที่จะยับยั้งหายนะ และเพื่อเปิดทางสู่สันติภาพหากท่านเห็นว่าฉันมีค่าเพียงพอ ได้โปรดมอบพลังให้ฉันด้วย! 

วิ้ง.... 

โคลเอ้ – เนลเฟส! ท่านยอมรับฉันเหรอ?! พลังของเนลเฟส...... ความรู้สึกที่เต็มอื่มนี้ ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย แต่....ฉันก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบ....” 

เธอเดินกลับเข้ามา 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! นายเป็นคนสุดท้ายแล้วนะ ทำให้ดีๆล่ะ! 

เซเนล -....... 

ไม่เหมือนคนอื่น เล็บของเขาไม่ได้ส่องแสงขึ้นมาเลย 

นอร์ม่า – เอ่อ.... 

ทุกคนยืนเงียบเพราะไม่เข้าใจ 

วิล – เซเนล.... 

โมเซส – ทำไมล่ะ.... 

โคลเอ้ – ทำไมเล็บของนายไม่ส่องแสงล่ะ?! 

เซเนล – ชั้นไม่รู้... บ้าจริง เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! เนลเฟส! เลิกล้อเล่นซะที! 

ทุกสิ่งยังคงเงียบสงบ... 

เซเนล – เฮ้ เดี๋ยวสิ! นายจะบอกว่านายไม่ยอมรับชั้นเหรอ?! แค่ชั้นน่ะเหรอ?! ไม่ได้เอาจริงใช่มั้ย! ชั้นเป็นคนเดียวที่จะกล่อมเชอรี่ได้นะ! 

โคลเอ้ – คูลริดจ์.... 

เซเนล – ชั้นต้องไปนะ! ชั้นน่ะ! ถ้าไม่มีชั้น เชอรี่ก็..... 

เขาวิ่งลงไปในทะเล ขณะแสงจากมหาสมุทรจางหายไป.... 

เซเนล – เดี๋ยวก่อน เนลเฟส! ได้โปรดเถอะ! 

ทะเลกลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง... 

เซเนล – ทำไม...... 

นอร์ม่า – เอ่อ....แป๊บนะ 

โมเซส – ทำไมมาลงเอยแบบนี้ล่ะ? 

วิล – ฉันไม่ได้คาดว่าจะเป็นแบบนี้เลย 

โคลเอ้ – มันเป็นไปได้ยังไงน่ะ? 

เซเนล – กรอด.... บ้าเอ้ย! ทำไม?! ทำไมมันต้องเกิดกับชั้นคนเดียวล่ะ?! 

เขาหันมามองทุกคน “อะไรล่ะ?! ชั้นมีอะไรผิดเหรอ? ชั้นยังขาดอะไรเหรอ?!” 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่.... 

เซเนล – ไงล่ะ?! 

นอร์ม่า – ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ..... 

ทุกส่ายศีรษะอย่างลำบากใจ 

เซเนล – ชั้นไม่มีเวลากับเรื่องนี้นะ! ชั้นต้องไปหยุดเชอรี่! ทำไมล่ะ?! ทำไมถึงเป็นแบบนี้! 

วิลเดินลงไปปรามเขา “เซเนล!” 

เซเนล - ........วิล..... 

วิล – ใจเย็นก่อน เข้าใจไหม? 

เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

วิล – พวกเราจะกลับไปที่ค่ายแล้วค่อยว่ากันเรื่องเป้าหมายต่อไป เข้าใจไหม? 

โคลเอ้ – ด...ได้ 

นอร์ม่า – โอเค...... 

โมเซส – อ....อือ 

 

กลับมาถึงค่ายแล้วบรรยากาศก็ยังอึมครึมอยู่ 

นอร์ม่า – เอ่อ ถ้างั้นฉันคิดว่าจะไปเดินเล่นหน่อยนะ ทำใจให้สบายล่ะ เซเนเซเน่! 

เธอเดินแยกตัวไปก่อน 

โคลเอ้ – ฉันว่าจะไปฝึกฝนซักหน่อยนะ ไม่ได้ทำมาซักพักแล้ว คูลริดจ์ ไปพักเถอะ 

ทุกคนค่อยๆแอบชิ่งหนีไปเพราะทำตัวไม่ถูก 

โมเซส – กีท! ไปวิ่งกันจนกว่าอาทิตย์จะตกเถอะ! เซโนจิก็ใจเย็นๆแล้วกัน ได้ยินไหม? 

เจย์ – ผมจะไปคุยหับพวกโมฟุโมฟุซักหน่อย ตอนนี้ไปพักเถอะครับ คุณเซเนล 

วิล – ฉันคิดว่าจะไปวิจัยอะไรซักหน่อย เธอก็พักซะเถอะ 

สุดท้ายก็เหลือเขาคนเดียว.... 

เซเนล – พวกนายนี่.... 

 

เขาตัดสินใจพักคนเดียว ขณะที่คนอื่นๆไปรวมตัวกันที่ลิฟต์ 

โคลเอ้ – เป็นยังไงบ้างทุกคน 

นอร์ม่า – สมบูรณ์แบบ ฉันใช้เวทย์ได้แม้แต่ข้างบนก็ตาม 

โมเซส – ไม่มีอะไรทำให้พวกเรากลัวได้แล้ว! 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มประชุมกันเถอะครับ 

 

นอร์ม่า – ฉันสงสัยว่าทำไมเนซซี่ถึงใจดำกับเซเนเซเน่จัง 

โมเซส – นั่นสิ ทั้งที่เขาพูดว่าอยากจะเกลี้ยกล่อมเชอรี่จะตาย 

วิล – เดาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกว่าทำไมเนลเฟสถึงปฏิเสธเซเนล ที่พวกเราต้องคิดก็คือว่าจะหยุดภัยพิบัติได้อย่างไร 

นอร์ม่า – ใช่ ปีกแห่งแสงอาจจะเริ่มเดินเครื่องแล้วก็ได้ 

โคลเอ้ - ....แต่ว่า... พวกเราจะเกลี้ยกล่อมเชอรี่ได้โดยไม่มีคูลริดจ์เหรอ? 

วิล – พวกเราจะทำทุกอย่างที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม.... 

เจย์ – พวกเราควรดูตัวเองว่าสามารถทำอะไรที่จำเป็นได้บ้างที่จะทำให้มันเป็นไปได้ 

โคลเอ้ – นายหมายถึงฆ่าเชอรี่เหรอ?! 

เจย์ – อย่าห่วงเลยครับ ถ้าถึงตอนนั้นผมจะลงมือเอง ผมปล่อยหน้าที่สำคัญแบบนั้นให้คนที่เบี่ยงเบนไปตามอารมณ์ไม่ได้ 

โมเซส – เอ็งพูดมาโดยไม่กระพริบตาเลยนะ เอาน่า มันต้องรบกวนใจเอ็งบ้างสิ 

เจย์ – ไม่จริงเท่าไหร่หรอกครับ ถ้าผมตั้งใจว่าจะทำ ผมก็จะทำ 

โมเซส – เอ็งนี่คงมีน้ำแข็งไหลอยู่ในเส้นเลือดแน่ๆ 

เจย์ – ไม่อยากจะคิดว่าคำกล่าวหาแบบนั้นจะมาจากคุณนะครับ โมเซส เลิกประชุมได้แล้วใช่ไหมครบ? ผมมีเรื่องที่ต้องทำอยู่ 

เขาเดินแยกตัวออกไป 

โมเซส – อั๊วไม่รู้เลยว่าเจโบมันเลือดเย็นขนาดนี้ ผิดหวังจริงๆ 

กริวเน่ – ไม่หรอกจ้ะ เจย์เป็นเด็กดีจะตาย 

โมเซส – เจ๊พูดแบบนั้นได้ยังไงน่ะ? 

กริวเน่ – ไม่มีใครอยากจะทำสิ่งที่พวกเขาไม่อยากทำ ดังนั้นเจย์เลยบอกว่าเขาจะทำเองไงจ้ะ 

โมเซส – เจย์ ...อย่าบอกนะว่าเอ็ง!..... 

 

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เจย์นั่งอยู่บนชายหาดโดยพวกคิวโป้อยู่ใกล้ๆ 

เจย์ – ฉันไม่เป็นอะไรหรอก อย่าห่วงเลย 

วิลเดินเข้ามาหา “อย่าพยายามแบกภาระคนเดียวสิ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะมาที่นี่ทำไมกัน??” 

เจย์ – คุณวิล... 

วิล – พวกเราจะไม่ให้เธอแบกรับความรับผิดชอบนี้คนเดียวหรอก นี่เป็นปัญหาที่พวกเราต้องเผชิญร่วมกัน 

โมเซส – ถูกแล้ว 

เจ้าของเสียงเดินเข้ามาอีกคน “เจโบ อั๊วะของถามเรื่องนึง” 

เจย์ – อะ....อะไรครับ? 

โมเซส – เอ็งชอบเซโนจิมั้ย? 

เจย์ - ...คุณคิดว่าผมจะยอมเดินทางกับคนที่ไม่ชอบหรือ? 

โมเซส - โอเค!นั่นล่ะที่อั๊วะอยากได้ยิน! นับอั๊วะไปอีกคนได้เลยวิล! อั๊วะไม่ยอมนั่งเฉยๆให้ทั้งสองคนทรมานกันเองหรอก! 

เจย์ – โมเซส.... 

 

ขณะนั้น เซเนลนั่งอยู่ริมหาดคนเดียว ในจิตสำนึกของตัวเอง สเตล่ากำลังพูดกับเขาอยู่ 

“เธอทำดีที่สุดแล้วล่ะเซเนล ไม่ต้องฝืนตัวเองไปไกลกว่านี้อีกแล้ว” 

“เธอยังมีฉัน ฉันจะอยู่กับเธอนะ” 

โคลเอ้เดินเข้ามาที่ชายหาดเพื่อพบเขาตามลำพัง “คูลริดจ์! นายมีอะไรคาใจอยู่หรือเปล่า?” 

ตึกๆ ตึกๆ... 

เซเนล – ทำไมเธอถึงพุดแบบนี้ล่ะ? 

โคลเอ้ - ทุกคนบอกว่าเนลเฟสปฏิเสธนาย แต่ฉันสงสัยว่ามันอาจจะเป็นในทางกลับกันก็ได้ 

เซเนล – เธอคิดว่าชั้นปฏิเสธเนลเฟสเหรอ? 

โคลเอ้ – ฟังนะ คูลริดจ์.... ถ้ามีอะไรรบกวนใจนายอยู่ล่ะก็ ทำไมไม่บอกฉันล่ะ? ฉันรู้ว่าอาจจะจุ้นจ้านไปหน่อย แต่ฉันทนไม่ได้หรอก ที่จะยืนดูนายทรมานอย่างเดียว 

เซเนล - .... ถ้าธรรมชาติที่แท้จริงของศาสตร์แห่งเขี้ยวคือการสื่อสารกับเนลเฟสแบบที่เจย์พูดล่ะก็.... ฉันก็พอจะคิดออกว่าเกิดอะไรขึ้น 

โคลเอ้ – โอ๋? 

เซเนล – ชั้นไม่เคยมองว่าการได้เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวเป็นสิ่งที่ดี 

เขายื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้เธอ มันคือรายงานที่เขาขอเจย์มาเก็บไว้เมื่อตอนที่ไปป้อมปราการที่เหลืออยู่ของวากรัฟนั่นเอง 

โคลเอ้ – “รายงานปฏิบัติการ : การจับกุมเมลเนส” 

เธอเปิดอ่านแล้วก็ชะงัก 

เซเนล – ชื่อของชั้นอยู่ในนั้น 

โคลเอ้ - ? 

เซเนล –อยู่ในรายชื่อของผู้มีส่วนร่วมกับปฏิบัติการนี้ 

โคลเอ้ – อะไรนะ?! 

เซเนล – ชั้นเคยเป็น.... ทหารคนหนึ่งของวากรัฟ 

เธอตกใจอย่างมากเมื่อเขายอมเปิดปากพูดความจริงในอดีต 

เซเนล – ชั้นเป็นเด็กกำพร้าเพราะสงคราม แล้วก็มีคนพบว่าชั้นใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยวได้ ชั้นเลยถูกส่งไปที่ค่ายฝึกทหาร ที่นั่น ศาสตร์แห่งเขี้ยวของชั้นก็เติบโตและพัฒนายิ่งขึ้น 

โคลเอ้ – งั้นเหรอ..... 

เซเนล – ชั้นถูกส่งเข้ารบเมื่ออายุ 12 ภารกิจแรกก็คือการจับตัวเชอรี่ มันเป็นปฏิบัติการเดี่ยว ชั้นลักลอบผ่านเกราะกำบังแล้วเข้าไปในหมู่บ้านเฟลเนส ชั้นปิดบังเอาไว้ว่าเป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยว และเพราะว่ายังเป็นเด็กอยู่ ทุกคนก็เลยไม่สงสัยอะไร” 

โคลเอ้ – เพราะแบบนั้นนายเลยได้พบเชอรี่เหรอ? 

เซเนล – การเข้าไปใกล้เธอน่ะง่ายดายมาก ที่เหลือก็แค่จับตัวเธอแล้วหนีออกมา แต่ว่า...... 

โคลเอ้ – แต่นายทำไม่ได้ 

เซเนล - .... ชีวิตในหมู่บ้านเป็นความสงบสุขครั้งแรกที่ชั้นเคยได้รับมาในชีวิต วันเวลาที่ผ่านไปกับสเตล่าและเชอรี่ แล้วกว่าชั้นจะรู้ ชั้นก็ลืมเรื่องภารกิจไปซะแล้ว สเตล่ากับชั้น เป็นต้นเหตุที่ทำให้หมู่บ้านถูกโจมตี 

โคลเอ้ – นายหมายความยังไง?! 

เซเนล – เชอรี่อยู่ในอาการสาหัสหลังจากทำพิธีเข้ารับสิทธิล้มเหลว เราสองคนเลยไปหาทางช่วย พวกเราออกไปนอกหมู่บ้านเพื่อหาแร่ที่ว่ากันว่าจะช่วยรักษาโรคทุกโรค 

โคลเอ้ – แล้ว? 

เซเนล – พวกเราได้แร่นั้นมาแล้วก็ช่วยเชอรี่ได้ แต่พวกเราถูกสะกดรอยตามมาด้วย พวกนั้นเห็นพวกเราเข้าไปในหมู่บ้าน 

โคลเอ้ – มีทหารคนอื่นตามล่าเชอรี่ด้วยหรือ? 

เซเนล - ใช่.... แล้วจากนั้นการโจมตีก็เริ่มขึ้น สเตล่าตาย เชอรี่ก็เปลี่ยนไป.... พอย้อนกลับไปดูแล้ว มันเป็นความผิดของชั้นทั้งหมด 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ นายคิดแบบนั้นไม่ได้นะ 

เซเนล – แต่มันจริงนะ! ถ้าชั้นไม่ได้ไปที่หมู่บ้านของพวกเธอ! ชั้นภาวนาว่าถ้าชั้นไม่เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยว! บางทีทุกอย่างอาจไม่มาลงเอยแบบนี้ก็ได้! 

โคลเอ้ - ... แล้วเชอรี่รู้เรื่องอดีตของนายหรือเปล่า? 

เซเนล - ... ชั้นไม่เคยบอกเธอ 

โคลเอ้ – นายตั้งใจจะเงียบแบบนี้ไปตลอดเหรอ? 

เซเนล – ชั้นสัญญากับสเตล่าไว้แล้ว 

โคลเอ้ – คุณสเตล่าเหรอ? 

เซเนล – สเตล่ารู้ว่าชั้นเป็นใคร แต่เธอก็ยังฝากฝังเชอรี่ไว้กับชั้น ชั้นต้องรักษาสัญญาเอาไว้.... เพราะชั้นเลือกสเตล่าแล้ว 

โคลเอ้ – เลือกหรือ? หมายความยังไงน่ะ? 

เซเนล – มัน..... 

เขาเบือนหน้าหนี เธอเดินไปมองหน้าเขาอีก “คูลริดจ์ บอกฉันสิ” 

เซเนล – ตอนที่พวกเราไปหมู่บ้านชาววาวี เชอรี่บอกชั้นว่าเธอรักชั้น 

โคลเอ้ – แล้วไงล่ะ? นายทำยังไงล่ะ?! 

เซเนล – ชั้นบอกไปว่าชั้นต้องอยู่กับสเตล่า 

โคลเอ้ – อะไรนะ?! นายพูดจริงหรือ?! 

เขาตะโกนออกมาอย่างรั้งไม่อยู่ “เธอคิดว่าชั้นล้อเล่นเหรอ?! สเตล่าตายไปเพราะชั้นนะ! ตายหลังจากรอให้ชั้นไปช่วยถึงสามปี!” 

เขาหันหลังกลับไปมองทะเล “ดังนั้น.... อย่างน้อยก็นับแต่นี้ไป...” 

โคลเอ้ – คูลริดจ์.....นาย... 

เธอเดินไปข้างหน้า โน้มตัวไปหาเขา.... 

เพี้ยะ! 

เซเนล – โอ้ย! ทำไปทำไมน่ะ?! 

โคลเอ้ - ตาบ้า! 

เซเนล – อะไรนะ?! 

โคลเอ้ – ฉันรู้แล้วว่าทำไมเนลเฟสปฏิเสธนาย เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยซักนิด! 

เซเนล – เธอพูดอะไรน่ะ?! 

โคลเอ้ – นายกำลังปิดบังความรู้สึกของตัวเอง! เลือกคุณสเตล่าเพราะแค่ต้องการไถ่โทษ! 

เซเนล – เงียบนะ! เธอรู้จักชั้นดีขนาดไหนกัน! 

เพี้ยะ!... เธอตบเขาอีกครั้งหนึ่ง.... 

โคลเอ้ – ตาบอดหรือไงน่ะ! ฉันรู้จักนายดีสิ! 

เซเนล – โคลเอ้? 

โคลเอ้ – ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ แต่ตอนนั้นฉันมั่นใจว่ารู้แล้ว! ฉันรู้จักดีจนมันเจ็บปวดมากเลย! 

เซเนล – อะไร? 

โคลเอ้ – คูลริดจ์ นายมีเรื่องเดียวที่ต้องทำนะ ไปพบเชอรี่เดี๋ยวนี้ แล้วบอกทุกอย่างกับเธอ 

เซเนล – ทุกอย่าง? 

โคลเอ้ – ใช่ ทุกอย่าง! อดีตของนาย และความรุ้สึกของนายด้วย! อย่าปิดบังอะไรเธออีก! 

เซเนล – ชั้นทำไม่ได้..... 

โคลเอ้ – ไม่ได้เหรอ? ขี้ขลาดจริงๆ 

เซเนล – พูดอะไรมาน่ะ?! 

เธอตบเขาอีกครั้งหนึ่ง 

โคลเอ้ - “ชั้นภาวนาว่าถ้าชั้นไม่เป็นผู้ใช้ศาสตร์แห่งเขี้ยว!” “ชั้นเลือกสเตล่า! “ พอทีเถอะน่า! นายแค่กำลังหนีจากการต้องเจอหน้าเชอรี่! 

เซเนล – หึ เธอจะรู้อะไรล่ะ? 

โคลเอ้ – ฉันรู้ว่าเชอรี่มีคุณค่ากับนายมากกว่านั้น! ฉันพูดผิดหรือเปล่า ว่าไงล่ะ เซเนล?! 

เซเนล – ....ใช่ เธอพูดถูกแล้ว ชั้นน่าจะเห็นมันมานานแล้ว มันอยู่ต่อหน้าชั้นนี่เอง...! 

เขาหันหน้าสู่ทะเล “สิ่งที่ชั้นอยากจะรู้ไม่ใช่ความจริงของอดีต..... ...แต่.... มันคือความจริงเกี่ยวกับตัวชั้น...” 

เสียงของสเตล่าดังกังวานในจิตสำนึกของเซเนล 

“เซเนล พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดใช่ไหม?” 

ไม่.... 

“มาอยู่ด้วยกันตลอดไปเถอะนะ” 

เธอไม่ใช่สเตล่า 

“เซเนล.....” 

เธอคือ..... 

เธอคือ.....ตัวชั้น! ความกังขา ความกลัวของชั้นเอง 

เซเนล - ถึงจะยากลำบากขนาดไหน ชั้นก็อยู่กับอดีตไม่ได้ ในจิตใจของชั้นก็รู้ดี 

โคลเอ้ – เซเนล...... 

เซเนล – ชั้นแบกรับช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี และต้องมุ่งหน้าต่อไป ชั้นเดาว่า..... นั่นเป็นความหมายของการมีชีวิต..... ใช่ และชั้นก็ยังมีชีวิต ตราบใดที่ชั้นยังมีชีวิต สิ่งเดียวที่ชั้นทำได้ก็คือการเดินหน้าต่อไป 

“สเตล่า.... ชั้นไปล่ะนะ ชั้นจะไปหาเชอรี่” 

ท้องทะเลยามราตรีเปล่งแสงออกมาอีกครั้ง... 

โคลเอ้ – ทะเลมัน! 

เล็บของเขาเปล่งแสงเหมือนเป็นการเรียกหา เซเนลเดินลงไปในทะเลเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้น เล็บส่องสว่างแรงกล้าเมื่อพลังหลั่งไหลเข้ามา 

เซเนล – นี่คือ...พลังของเนลเฟสเหรอ?! 

โคลเอ้ – นายทำได้แล้ว 

เซเนล – ชั้นเป็นหนี้เธอนะ 

โคลเอ้ – อย่าพูดถึงเลยน่า... 

เสียงคนเรียกชื่อดังมาแต่ไกล โมเซสนั่นเอง “เซโนจิ?!” ทุกคนวิ่งเข้ามาหมด 

วิล – เกิดอะไรขึ้นน่ะ? 

นอร์ม่า – เซเนเซเน่! อย่าบอกว่านายได้พลังแล้วนะ ใช่ไหม? 

เซเนล – ใช่! 

 

ทุกคนยืนล้อมหน้ากองไฟเพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้าย 

เซเนล – ได้โปรดให้โอกาสชั้นอีกครั้ง ชั้นจะไปเกลี้ยกล่อมเชอรี่ 

ทุกคนยืนอึ้งกับความเปลี่ยนแปลงของเขา 

เซเนล – ชั้นจะบอกเชอรี่ทุกอย่างที่ชั้นไม่เคยบอกได้มาก่อน 

เจย์- ถ้าเป็นคุณเชอรี่ เธออาจจะฟังที่คุณพูดนะ คุณเซเนล... แต่ว่า... 

นอร์ม่า – แต่คงไม่ใช่ถ้าเธอเป็นเมลเนสเหรอ? 

เซเนล - .... ถ้าเชอรี่เป็นเมลเนสจริงๆและไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้.... ถ้าอย่างนั้นชั้นก็จะทำให้มันจบลงด้วยมือของชั้นเอง 

โคลเอ้ – นายแน่ใจเหรอ? 

เซเนล – ชั้นรู้ว่ามันหมายความว่ายังไงที่ได้รับพลังจากเนลเฟส แล้วชั้นก็เข้าใจความคิดและความรู้สึกของทุกคนที่นี่ 

โมเซส – เซโนจิ! 

เขาเข้ามากอดเซเนลไว้แล้วไปเต้นแร้งเต้นกาอย่างคึกคัก “อั๊วะรู้ว่าเอ็งจะกล่อมเธอได้! แล้วอั๊วะก็จะไปที่นั่นกับเอ็งด้วย!” 

เซเนล – ว่าไงล่ะ เจย์? 

เจย์ - .... ผมจะรอดูคุณทำตามคำพูดนะครับ 

เขาถอนหายใจ หันหลังไปพูดอย่างเซ็งๆ “เฮ้อ ทั้งที่ผมลำบาวางแผนปฏิบัติการโดยไม่มีคุณเซเนลไว้แล้วเชียว ตอนนี้ผมต้องเริ่มใหม่หมดอีกแล้ว 

กริวเน่ – ไม่ดีเหรอจ้ะ เจย์? 

เจย์ - ไม่ใช่ว่าผมเป็นห่วงนะ 

เขาเดินออกไป เซเนลเอ่ยปากเรียกไว้ก่อนวิ่งเข้ายื่นมือให้ “เจย์ ชั้นขอโทษที่ทำให้นายกังวลนะ จากตอนนี้พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้ว” 

เจย์ - ....ผมไม่ใจอ่อนกับคุณหรอกนะ 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เจย์ก็ยอมจับมือด้วย 

นอร์ม่า – โอ้! อดีตศัตรูทั้งสอง ต่างเก็บความแตกต่างไว้ข้างแล้วฉากแห่งสันติภาพในอุดมคติและ---- 

โมเซสวิ่งเข้าไปขัดจังหวะ “โอ้ว! ซึ้งจริงๆ!” 

นอร์ม่า - ......โมสุเกะ 

เจย์ – คุณทำอะไรน่ะครับ? ไม่มีใครเรียกซักหน่อย 

เซเนล – จริงด้วย 

โมเซส – ฮี่ๆ~! อย่าอายเลยน่า! 

เซเนล+เจย์ - อายเหรอ?! 

ทุกคนเฮฮาเมื่ออะไรๆเริ่มลงตัวขึ้น 

 

วันรุ่งขึ้น 

เจย์ – เอาล่ะครับ กลับไปที่เรื่องกลยุทธ์กัน 

เซเนล+โคลเอ้ – ได้! 

นอร์ม่า – โอเค! 

โมเซส – เย้! 

วิล – แล้วพวกเราจะไปที่ปราสาทลวงตาได้ยังไงล่ะ? 

เจย์ – ทุกคนจำทางเดินลับใต้ดินได้ไหมครับ? 

นอร์ม่า – ที่ๆพวกเราปะทะกับอสูรย้าวยาวน่ะเหรอ? มันนานแล้วนะนั่น 

เจย์ – ผมลองตรวจสอบมันดูบ้างแล้ว ปรากฏว่ามันมีทางเดินลับที่เหมือนกับที่นั่นอีกแห่งหนึ่ง โดยคร่าวๆแล้วมันอยู่ใกล้ๆกับหัวเรือ 

นอร์ม่า – ว้าว! แจ๋วนี่! ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปถึงปราสาทลวงตาได้ถ้าเดินทะลุทางเดินลับไป 

โคลเอ้ – แล้วถ้าทางเดินนะนั่นถูกปิดกั้นกลางทางล่ะ? 

เจย์ - หึๆๆ 

โมเซส – หัวเราะกิ๊กกั๊กอะไรน่ะ? 

เจย์ – ผมมีเรื่องจะประกาศครับ ทุกคนไปที่ลิฟท์ด้วยกันได้ไหมครับ? 

เซเนล – มีอะไรอยู่ที่นั่นเหรอ? 

เจย์ – ตามข้อเท็จจริงแล้วมีครับ ถ้าไปถึงก็จะเห็นเอง 

ทุกคนมึนตึ้บกับคำพูดกำกวมของเขา ถึงจะไปที่ลิฟต์แล้วแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกไปจากปกติ 

โมเซส – เจโบ พวกเรามาที่นี่ทำไมน่ะ น่าจะมีอะไรดีกว่านี้หน่อยนะ 

เจย์ – ทุกคนที่ฉลาดหน่อยคงจะดีใจกับมันครับ แต่ผมว่าต้องยกเว้นคุณคนนึงนะ โมเซส ทุกคนยืนอยู่ที่นี่นะครับ 

เขาเดินไปที่ข้างๆลิฟต์ ซึ่งมีแท่นบังคับที่ทุกคนไม่เคยลองตรวจสอบอยู่ 

เจย์ – พร้อมนะครับ? เอาล่ะ 

เขากดปุ่มที่แท่นนั้น แล้วพื้นดินก็สั่นสะเทือนเมื่อพื้นราบเรียบข้างหน้าค่อยๆเลื่อนลงไปข้างล่าง ก่อนที่รางสีขาวจะสลับขึ้นมาแทน 

วิล - เจย์ เธอพาพวกเรามาที่นี่เพื่อให้ดูรางนี้หรือ? 

นอร์ม่า – มันก็น่าประหลาดใจนะ แต่ว่า... 

เจย์ – ยังมีอีกนะครับ 

เซเนล – นายทำอะไรน่ะ? 

เจย์ – ดูนะครับ! 

เขากดอีกปุ่มหนึ่ง แล้วเดินไปยกมือขึ้น กำแพงสีขาวที่อยุ่ปลายของรางนั้นเลือนเปิดขึ้นทำให้รู้ว่ารางเชื่อมเข้าไปถึงภายใน 

คิวโป้ – คิ่ว~~ 

ปิ้ปโป้ – คิว~~ 

ป้อปโป – คิ้ว~~ 

เสียงของพี่น้องทั้งสามตัวดังมาจากข้างใน ก่อนที่พาหนะสีขาวยาว ขนาดใหญ่จะวิ่งออกมาตามราง! 

ทั้งสามตัว – คิวคิ๊ว! 

โมเซส – โว้ว! อะไรเนี่ย?! 

ประตูของมันเปิดออก จณะที่คนอื่นๆตะโกนออกมา “รถรางเหรอ?!” 

เจย์ – พวกเขาไปพบมันเข้าครับ น่าตื่นตาใช่ไหมล่ะ? 

พวกป้อปโป้เดินออกมาที่ประตูของรถราง 

วิล – ไม่คิดเลยว่าจะมีรถรางอยู่ข้างล่างนี้ 

เจย์ – เข้าไปสิครับทุกคน! 

 

เขานำทุกคนเข้าไปภายใน ก่อนเข้าไปควบคุมระบบ “ที่ไหนซักที่บนแผ่นดินที่เงียบสงบ อาจจะมีทางขึ้นไปข้างบนอยู่ครับ” 

เซเนล – นายรู้ได้ยังไงน่ะ? 

เจย์ – เพราะในทางเดินลับที่พึ่งพบใหม่นั้นมีรางอยู่ด้วยครับ การออกแบบของรางนั้นเหมือนกับรางที่อยู่บนแผ่นดินที่เงียบสงบ แม้เส้นทางจะถูกขวาง แต่ถ้ามีรถรางพวกเราก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 

ป้อปโป้ – ครับ มันมีแม้กระทั่งหัวสว่านเอาไว้เจาะทะลุผนังด้วย! แจ๋วจริงๆ! 

โคลเอ้ – เข้าใจแล้ว หมายความแบบนี้นี่เอง 

เจย์ – ขั้นแรก มามองหาทางออกไปยังพื้นผิวโลกก่อนเถอะครับ ทุกคนพร้อมไหม? 

นอร์ม่า +กริวเน่ – โอเค! 

โมเซส – เย้! 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางได้! 

 

ที่ห้องบัลลังก์ของปราสาท ชาววารีเข้ามากระซิบเมาริทซ์ 

เมาริทซ์ – พบแล้วหรือ? ดีมาก เราจะไปทันที” 

เขาเดินออกไป เหลือเชอรี่ที่นั่งอย่บนบังลังก์เพื่อเปิดการทำงานของปีกแห่งแสงคนเดียว เธอหอบด้วยความเหนื่อยล้า 

เชอรี่ –แฮ่กๆ..... ทำให้โลกนี้กลับคืนสู่รูปแบบที่แท้จริง... นั่นคือความปรารถนาของเนลเฟส ฉันคือเมลเนส ฉันได้ยินเสียงของเนลเฟส...... 

วอลเตอร์ – มีทหารคนหนึ่งในกองทัพวากรัฟที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุมาครับ 

เมาริทซ์ - ดีมาก 

นักโทษ – อ๊า! 

เมาริทซ์ – ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวหรอก เรามาที่นี่เพื่อคุยกับเจ้าเท่านั้น ใช่..... คุยกันดีๆ นานๆ...... 

 

 

รถรางวิ่งมาจนสุดปลายทางที่มีกำแพงสีแดงสลักลวดลายมากมายอยู่ ขวางอยู่ 

เจย์ – นั่นอาจจะเป็นทางออกไปสู่พื้นข้างบนครับ 

โมเซส – แจ๋ว! พวกเราเจอแล้ว! 

เจย์ – ผนึกนี้เป็นของอาณาจักรเทลเซส 

นอร์ม่า – หมายความว่ามันเปิดได้ด้วยศาสตร์แห่งเขี้ยวเหรอ? 

โมเซส – เรื่องนั้นไม่มีปัญหากับพวกเราหรอก! 

โคลเอ้ – ใช่ 

นอร์ม่า – งั้นก็เอาเลย! 

ทุกคนเอามือไปแตะมัน เล็บแต่ละคนส่องสว่างขึ้นก่อนผนึกของประตูจะหายไปเปิดเป็นทางเข้า 

เจย์ – พวกเรามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ที่เหลือก็เป็นทางตรงอย่างเดียวครับ 

เซเนล – ตกลง 

วิล – ปกติแล้วนี่เป็นเวลาที่จะพูดอะไรที่เกี่ยวกับการช่วยโลกนะ 

นอร์ม่า – ฮ่าๆ อย่างกับว่าจะมีใครซักคนพูดงั้นล่ะ 

วิล – ณ จุดนี้ ฉันไม่สนใจหรอกว่าแรงกระตุ้นของพวกเราคืออะไร ที่สำคัญคือพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน 

โคลเอ้ – เพื่อหยุดยั้งภัยมหาวิบัติ! 

เจย์ – เพื่อทำให้ทุกอย่างมันจบลง 

เซเนล – ได้เวลาบุกปราสาทลวงตาแล้ว! 

ทุกคนชูมือขึ้น ร้องออกมาพร้อมกับ “ใช่แล้ว” 

 

รถรางเริ่มเคลื่อนไปอีกครั้ง 

เซเนล – มีทั้งเนลเฟสที่พื้นโลก กับเนลเฟสที่แผ่นที่ที่เงียบสงบ 

วิล – คงจะสับสนนะถ้าพูดถึงพวกเขาแบบนั้น 

โคลเอ้ – แล้วถ้าพวกเราเปลี่ยนวิธีที่จะเรียกพวกเขาล่ะคะ? 

นอร์ม่า – ก็ตกลงกันได้แล้วนี่ ฝ่ายที่อยู่ข้างพวกเราคือเนซซี่ 

โมเซส – แล้วอีกด้านล่ะ? 

นอร์ม่า – หืม....เนลลี่มั้ง? 

วิล – ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่า “เนลเฟสผู้เกรี้ยวกราด” กับ “เนลเฟสผู้เงียบสงบ” เถอะ 

นอร์ม่า – ไม่ความว่าไงน่ะ ที่ว่า “ตกลง” น่ะ? ได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย?! 

 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:41 pm----------

KarokKung

หุหุ มาเยี่ยมงับ ขยันแปลจัง เว็บสวยขึ้นเยอะเลย ค่อยดูเป็นเว็บบอร์ดเทลส์ขึ้นมาหน่อย *-*

YunaSung

เวปสวยกว่าเดิมเยอะเลยแฮะ 

 

ไม่ค่อยได้แวะเข้ามาเลยเท่าไหร่ 

/me ปั่นงานต่อ 

กลับมาติด Tales of อีกรอบ

Nallu

โฮ่ อัพเดทเว็บเป็นอย่างนี้นี่เอง *-* 

พยายามเข้าเน่อ 

/me ตะลุย TOD2 ต่อไป

cless

เว็บสวยดีคับ พยายามแปลเข้าคับ 

แต่เหลืออีกเเค่นิดหน่อยเองกับ 

ภาคLegendia ถ้ายังไงก็รีบลงนะคับ 

อยากอ่านต่อ 

Next Farecery

มันก็ไม่นิดนะครับ ยังเหลือ Character quest อีกกระตั้กนึงแหน่ะ >_>' 

กะทำเวปให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปแปละต่อ ไมใ่งั้นเดี๋ยวไฟดับอีก

Seraphina

ชอบช่วงที่ลงไป Fallen Land ชะมัด...เนื้อเรื่องช่วงนี้เข้มข้นดี ตำนานแห่งโบราณกาลกับปัจจุบันยุคได้หวนมาบรรจบกัน...

Icys

ยังไม่ได้เล่นเลย ไม่คิดว่าจะมันส์แบบนี้>< หนุกงับ

Topic #39 Write a reply for: Tales of Legendia - Chapter 6. Fallen Lands (continue part 2...)