Tales of Legendia : Character Quest - Introduction
- Posts : 786
- G. : 2566737
- my website
September 8th, 2006 09:51PM, Next Farecery said,
ท่ามกลางหาดทรายซึ่งเกลียวคลื่นพัดเข้ามาอย่างเงียบสงบ พลันพื้นดินก็เหมือนจะสั่นสะเทือนพร้อมหมอกสีดำไหลทะลักขึ้นมาจากพื้นดิน ร่างของหญิงนางหนึ่งปรากฏขึ้นกลางหมอกควันนั้น เธอไม่ได้กล่าวคำใดๆออกมาก่อนที่ร่างจะเลือนหายไปกับสายหมอก
เวลาเดียวกัน เซเนลและเชอรี่กำลังปะทะกับเอ้กแบร์ตัวหนึ่ง
เซเนล - เชอรี่ หลบไปข้างหลังแล้วระวังตัวด้วย
เชอรี่ - ไม่ หนูก็จะสู้ด้วย”-
เขาหันกลับมามอง แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เชอรี่ก็พูดขึ้นมาก่อนว่าจะระวังตัวเอง
เซเนล - ...ถ้างั้นก็ได้
เชอรี่ - มันเข้ามาแล้วค่ะ!
เชอรี่ - เห็นไหมล่ะ? หนูก็สู้ได้เหมือนกันนะ
หลังจัดการศัตรูลงไปได้ เชอรี่ก็ยิ้มแป้น แต่ไม่ทันไร เธอก็ต้องตกใจแล้วชี้ไปที่ด้านหลังของเขา “พี่เซเนล ระวัง!”
เซเนลหันกลับไปมอง และพบว่าเอ้กแบร์ที่น่าจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว กลับพุ่งตรงเข้ามาหาอย่างไร้อาการบาดเจ็บ!
เซเนล - อะไรน่ะ?!...
เซเนลปาดเหงื่อเมื่ออัดมันล้มคว่ำลงไปได้
เซเนล - คราวนี้คงจะเรียบร้อยแล้วนะ...
แต่ผิดความคาดหมาย หมีสีน้ำตาลนั้นก็ยังคงลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง! ประกายแสงส่องวูบขึ้นมาจากตัวมัน
เซเนล - ยังจะลุกขึ้นมาได้อีกเหรอ?!
เชอรี่ - บาดแผล...ก็หายไปหมดเลยด้วย!
เชอรี่มองไปยังร่างของมันที่อาการบาดเจ็บของเอ้กแบร์เลือนหายไปหมดสิ้น เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เซเนลจึงกำหมัดขึ้นมา
เซเนล - คอยช่วยชั้นด้วยล่ะ เราจะได้จัดการมันได้!
เชอรี่ - ค่ะ! เอาล่ะนะ!
เธอวาดปากกาของนกไปกลางอากาศ ปรากฏเทลเคสของเธอในรูปผีเสื้อตัวเล็กๆพุ่งเข้าหาศัตรู พร้อมกับที่เซเนลเหวี่ยงหมัดปล่อยมาจินเกน เอ้กแบร์ฟุบร่างลงเมื่อโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ
เซเนล - คงไม่มีอะไรทนการโจมตีแบบนั้นได้ล่ะนะ...
เชอรี่โค้งตัวหอบแฮ่กๆด้วยความเหนื่อยล้า ขณะเซเนลหันมามอง “เจ้านี่ไม่ยอมแพ้เลยจริงๆนะ”
เชอรี่ – เฮ้อ...
เซเนล – รู้ไหม เธอไม่ต้องมาปราบปีศาจกับชั้นเพราะว่าวิลบอกก็ได้นะ
เชอรี่ – หนูเป็นตัวเกะกะงั้นเหรอคะ?
เซเนล – ไม่ใช่หรอกน่า เธอน่ะช่วยได้มากเลย
เชอรี่ – อ้ะ... ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ
เธอพยักหน้าหงึกๆด้วยความดีใจ
เซเนล – แต่พูดจริงๆนะ อย่าฝืนตัวเองมากล่ะ ชั้นหมายถึงว่าเธอน่ะมีงานเต็มมืออยู่แล้ว ต้องเป็นสื่อกลางระหว่างโอเรลเนสกับเฟลเนสน่ะ
เชอรี่ – หนูรู้สึกขอบคุณคุณวิลนะคะ
เซเนล – เหอ?
เชอรี่ – เขาให้โอกาสหนูได้ใช้เวลาร่วมกับพี่บ้างนี่
เซเนล – ถ้าหมอนั่นอยากจะทำแบบนั้นจริงๆ เขาคงให้งานอื่นกับพวกเราแล้วล่ะ
เชอรี่ – มาปราบปีศาจหนูก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ
เขาทำหน้าตาสงสัยกับคำพูดนั้น
เชอรี่ – พวกเรากำลังช่วยป้องกันผู้คนไม่ให้บาดเจ็บอยู่
เซเนล – เชอรี่....
เชอรี่ – หนูอยากจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ หนูไม่อยากนั่งรอให้อะไรๆมันดีขึ้น แล้วก็มานั่งเสียใจว่าหนูไม่ได้ทำอะไรเลย
เซเนล - ... นั่นสินะ
ทั้งสองคนหันกลับมามองที่ซากของศัตรู ซึ่งจู่ๆหมอกสีดำระเหยออกมาจากร่างของมันก่อนจะจางหายไป
เชอรี่ - ... เมื่อกี้พี่เห็นหมอกดำหรือเปล่าคะ?
เซเนล - ชั้นเดาว่าคงไม่ได้ตาฝาดไปล่ะนะ... คงต้องรายงานเรื่องนี้ให้วิลรู้แล้วล่ะ กลับไปที่เมืองกันเถอะ
ทั้งสองคนกลับไปถึงเมืองเวลเทส และพบกับฮาริเอทที่กำลังดิ้นๆด้วยท่าทางไม่พอใจอย่างแรง
ฮาริเอท – ไม่อยากจะเชื่อหมอนั่นเลยจริงๆ! เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกันนะ?!
ทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน “หนูสงสัยจังว่าฮาริเอทไปโดนอะไรยั่วมานะ”
เซเนล – ชั้นคิดว่าคงเกี่ยวกับวิลแน่ๆล่ะ
ทั้งสองคนเดินเข้าไปหา “เธอรู้หรือเปล่าว่าวิลอยู่ที่ไหนน่ะ?”
ฮาริเอท – ฮึ! คิดว่าฉันจะควรรู้หรือสนใจเรื่องอะไรแบบนั้นหรือไงกัน?
เชอรี่ – มีเรื่องอะไรระหว่างเธอกับคุณวิลหรือเปล่าจ๊ะ?
ฮาริเอท – หมอนั่นไปโผล่หัวที่บ้านคุณมิวเซต แล้วจู่ๆก็บอกว่า “ฉันมีงานต้องทำที่นี่ ออกไปข้างนอกก่อนไป” เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกันน่ะ?!
เซเนล – ยังไงเราก็รู้แล้วล่ะนะว่าเขาอยู่ที่ไหน
เชอรี่ – แฮตตี้ จะไปกับพวกเราด้วยไหมเอ่ย?
ฮาริเอท – ไม่มีทาง! ที่เขาทำทั้งหมดก็แค่ตะโกนสั่งนู่นนี่เมื่อกับเป็นหัวหน้าหรืออะไรเทือกนั้น ใครจะไปอยากฟังคนงี่เง่าแบบนั้นล่ะ?!
เชอรี่ – แฮตตี้ พูดแบบนั้นไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะ
ฮาริเอท – หมอนั่นน่ะเห็นแก่ตัว! หยาบคาย! แล้วเขาก็ใส่แว่นด้วย!
เซเนล – แล้วแว่นมันไปเกี่ยวอะไรด้วยน่ะ...
เชอรี่ – คุณวิลเขาก็มีงานยุ่ง เธอก็รู้นี่? เขาอาจจะไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่กับเธอก็ได้นะ
เซเนล – เธออยู่ที่นี่มาซักพักแล้วนะ ก็น่าจะเคยเห็นนี่ว่าผู้คนน่ะพึ่งพาเขามากแค่ไหน
ฮาริเอท - ...แต่เขาน่ะมีแต่เย็นชากับฉันตลอดเลยนี่....
ทั้งสองคนเริ่มปวดหัวกับการพยายามเกลี้ยกล่อม
ฮาริเอท – นี่ทุกคน ไปหาอะไรเล่นกันซักที่เถอะนะ
เซเนล – พวกเราต้องไปหาวิลก่อน ถ้าหลังจานั้นล่ะก็อาจจะได้
ฮาริเอท – นายรู้ไหม เซเนล ตั้งแต่นายได้เป็นนายอำเภอเนี่ย นายก็น่าเบื่อขึ้นจมหูเลย
เซเนล – ชั้นอาจจะช่วยวิลก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าชั้นจะเป็นนายอำเภอนะ
ฮาริเอท – เอาเถอะ ยังไงฉันก็เบื่อนายแล้วล่ะ
เซเนล - ....
เธอเดินไปหาเชอรี่ “แล้วถ้าเราไปกันแค่สองคนล่ะคะ?”
เชอรี่ – เอ๋?...
ฮาริเอท – เซเนลก็ไปหาตาบ้านั่นเองแล้วกัน ใช่แล้ว ถ้างั้นก็ตกลงล่ะนะ!
เธอม้วนตัวหันไปกอดเชอรี่รี่แน่นจนเธอหน้าแดง
เซเนล – ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะตัดสินใจซะหน่อย ไปกันเถอะ เชอรี่
เขาเดินไปลากเธอออกมา ฮาริเอททำท่าทางโมโหโทโสใหญ่เมื่อเห็นแบบนั้น “นี่ ! เซเนล ตาบ้านี่!” เธอตะโกนลั่นก่อนพุ่งเข้ามาผลักเขาจนล้มแล้ววิ่งหนีไป เชอรี่มองตามด้วยรอบยิ้มหน่อยๆ
เชอรี่ – หนูรู้สึกเสียใจกับแฮตตี้นิดหน่อยนะ
เซเนล – แต่เสียงเธอน่ะดูดีใจอยู่ไม่ใช่หรือไงน่ะ
เชอรี่ – ถ้าฟังดูเหมือนแบบนั้นก็คงเป็นแบบนั้นล่ะค่ะ~ ไปที่บ้านคุณมิวเซตกันเถอะนะ!
ที่บ้านของมิวเซตซึ่งตั้งอยู่ทางขวาบนสุดของเมืองเวลเทส เมื่อเซเนลและเชอรี่เดินไปถึง วิลก็กำลังก้าวออกมานอกบ้านพอดี
วิล – อ้อ กลับมากันแล้วสินะ ต้องขอบใจจริงๆที่ช่วยทำงานให้
เขาเดินเข้ามาหาเชอรี่ “เชอรี่ ขอเวลาเธอหน่อยได้ไหม? ดูเหมือนว่าท่านทูตต้องการจะสนทนากับเธอซักหน่อย”
เชอรี่ – ได้ค่ะ ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้
ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าไปในบ้านมิวเซต เหลือเพียงวิลและเซเนล
วิล – เธอแน่ใจแล้วหรือว่าพอใจกับเวลานี้น่ะ?
เขากันมามองอย่างไม่เข้าใจคำถาม
วิล – ฉันหมายถึงที่ให้เชอรี่เป็นทูตน่ะ พวกเธอได้อยู่ในเมืองเดียวกัน แค่เธอก็ไม่มีเวลาที่จะได้พบกันเลย
เซเนล – ชั้นเป็นโอเรลเนส เชอรี่เป็นเฟลเนส ยังไงพวกเราก็เปลี่ยนเรื่องนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แค่พวกเราสามารถอยู่เคียงข้างกันได้ นั่นล่ะคือโลกที่เชอรี่อยากจะเห็น ตอนนี้ เธอต้องการทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
วิล - ...
เซเนล – ชั้นไปห้ามเธอไม่ได้หรอก แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่ชั้นก็ต้องการด้วย
วิล – ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงต้องแยกกันอยู่ด้วยล่ะ? คงจะดีกับพวกเธอมากกว่าถ้าเธอทั้งสองคนทำหน้าที่เป็นสะพานร่วมกันน่ะ
เซเนล – นั่นน่ะเป็นความคิดของเชอรี่
วิล - ?
เซเนล – เธอบอกว่าเธออยากดูแลตัวเองจนกว่าเธอจะสามารถเติมเต็มความรับผิดชอบของเธอได้
วิล – ฉันเดาว่าคงเป็นความรับผิดชอบในฐานะเมลเนสสินะ
เซเนล – มันเป็นการตัดสินใจของเธอ ชั้นอยากจะสนับสนุนเธอ
วิล – หือ ฉันรู้สึกว่าเธอเติบโตขึ้นอีกหน่อยแล้วใช่ไหมน่ะ?
เขาฟังแล้วก็หัวเราะร่วนจนเจ้าตัวต้องห้าม “อย่าหัวเราะสิ”
ตอนนั้นเชอรี่ก็เดินออกมาเห็นพอดี เธอมองอาการของทั้งสองคนแล้วก็ถามอมยิ้มนิดๆ “ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลังสนุกกันนะ กำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เหรอคะ?”
เซเนล – แค่คุยกันเล่นๆน่ะ แล้วคุณมิวเซตพูดอะไรกับเธอหรือ?
เธอเดินเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดี “ก็เรื่องอพยพที่คุยกันมาตั้งนานแล้วน่ะค่ะ”
วิล – ฉันเดาว่าคงจะได้รับการตอบรับแล้วสินะ ดูจากสีหน้าของเธอแล้ว
เชอรี่ – ค่ะ ตอนนี้พวกเราสามารถเรียกชาวเฟลเนสทุกคนที่แยกย้ายกันอาศัยบนแผ่นดินใหญ่ได้แล้ว
เซเนล – เยี่ยมเลย
เชอรี่ - ค่ะ!
วิล – ทุกอย่างเป็นเพราะเธอทำงานหนักนะ เชอรี่ ดูจากความเกลียดชังทั้งหมดที่เคยปรากฏขึ้นมานั่นแล้ว ใครๆก็คงคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้
เชอรี่ – ไม่ใช่แค่ฉันหรอกค่ะ ฉันคงทำอะไรไม่ได้หากทำงานคนเดียว สาเหตุที่ฉันสามารถอยู่ที่เมืองเวลเทสได้ก็เพราะคุณเมาริทซ์คอยดูแลหมู่บ้าน เฟลเนส..
เธอเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้า นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
เชอรี่ – และฉันก็ยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของผู้คนในเมืองเวลเทสอยู่เป็นประจำ
วิล – เธอน่าจะภาคภูมิใจในความสำเร็จของเธอนะ เชอรี่ มันจะทำให้เธอมีความมั่นใจในอนาคต
เชอรี่ – ก็ถูกอย่างที่ว่าค่ะ ฉันจะจำมันเอาไว้
วิล – เอาล่ะ ถ้างั้นทำไมไม่เข้าเรื่องกันเลยล่ะ? บอกมาซิว่าการปราบปีศาจเป็นยังไงบ้าง
เซเนล – พวกเราก็ปราบมันไปแล้ว เหมือนที่นายขอมา แต่...
วิล – แต่อะไรรึ?
เซเนล - ...ข่าวลือที่ว่าปีศาจแข็งแกร่งขึ้นคงจะเป็นเรื่องจริง
วิลทำท่าทางตกใจแล้วหันไปมองเชอรี่เพื่อขอคำยืนยัน ซึ่งเธอก็พยักหน้ากลับมา “เธอแน่ใจหรือว่าไม่ได้ฝีมือตกเพราะสนุกสนานไปกับความสงบสุขนี่น่ะ”
เซเนล – ชั้นไม่มีเวลาไปสนุกสนานหรอก ชั้นต้องออกไปปราบปีศาจตลอดเวลา
วิล – ขอรายละเอียดหน่อยซิ
เซเนล – ก็คือ พวกเราฆ่ามันไปแล้ว ชั้นแน่ใจว่ามันตายแน่ๆ แต่มันก็ลุกขึ้นแล้วเข้าโจมตีเราอีก
วิล – ไม่น่าเชื่อเท่าไหร่นะ
เซเนล – ชั้นก็คงคิดแบบนั้นถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง
เชอรี่ – ฉันก็เห็นด้วยค่ะ ไม่ต้องสงสัยเลย และหลังจากที่มันลุกขึ้นมา ดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
วิล – เธอแน่ใจหรือ?
เซเนล – ใช่สิ แล้วพวกเราก็เห็นบางอย่างเหมือนหมอกดำออกมาจากปีศาจตัวนั้น
วิล – ฉันจะไปดูว่าจะพอหาข้อมูลอะไรมาได้บ้าง แล้วก็ขอโทษนะ ฉันจะขออะไรอีกอย่างได้หรือเปล่า?
เมื่อได้ยินดังนั้น เชอรี่และเซเนลก็มองหน้ากัน
เซเนล – ท่าทางพวกเราคงไม่มีเวลาไปเล่นกับฮาริเอทแล้วล่ะ
วิล – ฮาริเอททำไมหรือ?
เซเนลชี้นิ้วผ่างไปยังวิล “นายน่าจะทำตัวให้สมเป็นพ่อนับจากนี้ไปนะ”
เชอรี่ – ก็นั่นล่ะค่ะ
ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังงงอยู่
เซเนล – เอ้า นายต้องการอะไรล่ะ?
วิล – เรือจากแผ่นดินใหญ่น่าจะเข้าเทียบท่าเร็วๆนี้แล้ว ช่วยไปที่นั่นแล้วคอยรับโคลเอ้เมื่อเธอมาถึงได้ไหม?
เซเนล – อ้ะ นั้นสิ... มันตั้งสองเดือนแล้วใช่ไหม? เธอก็น่าจะกลับมาได้แล้วนี่นะ
เชอรี่ – แล้วพวกเราก็สัญญาเอาไว้ด้วยว่าจะกลับมารวมตัวกันเมื่อเธอมาถึงเลกาซี่
เซเนล – เข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ เชอรี่
ที่ท่าเรือแห่งความเกรี้ยวกราด ผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่
เชอรี่ – ดูสิคะ เรือมาถึงที่นี่แล้วล่ะ
เซเนลมองไปยังท่าเรือซึ่งผู้คนจำนวนมากเดินลงมาจากเรือที่ลอยเทียบอยู่
เซเนล – ว้าว..
เชอรี่ – มีคนมากมายมาที่เลกาซี่อีกแล้ว หนูสงสัยว่าจะหาคุณโคลเอ้เจอไหมนะ
เขาส่ายหน้าหงึกๆ “ชั้นว่าพวกเรารออยู่ตรงนี้แทนที่จะไปตามหาดีกว่ามั้ง”
ที่สองคนมองผู้คนที่เดินผ่านไปรายแล้วรายเล่า โดยไม่สังเกตว่ามีชายคนหนึ่งหันกลับมามองเซเนลซักพักก่อนที่จะเดินจากไป เมื่อรอไปอีกครู่หนึ่ง เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมา “คูลริดจ์! เชอรี่!”
เจ้าของเสียงในชุดคลุมสีน้ำเงินคุ้นตาเดินเข้ามา โคลเอ้นั่นเอง “ฉันไม่คิดว่าทั้งสองคนจะมาเจอฉันที่นี่เลยนะ ดูท่าทางสบายกันดีนี่”
เซเนล – เธอก็ด้วย
เชอรี่ – ฉันคิดว่าคุณคงเหนื่อยจากการเดินทางสินะคะ
โคลเอ้ – จริงๆแล้วมันเยี่ยมเลยล่ะ ทะเลก็สงบมาก
เซเนล – เอาล่ะ ชั้นก็ไม่อยากเร่งเธอหรอก แต่พวกเราน่าจะกลับไปที่เมืองได้แล้ว วิลกำลังรออยู่น่ะ
ทั้งสองคนหันหลังไป ส่วนโคลเอ้กลับถอนหายใจเฮือกใหญ่
เซเนล – มีอะไรเหรอ?
โคลเอ้ – อ้ะ ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ
ทั้งสามคนเดินไปตามทางกลับสู่เมืองพลางคุยเรื่องต่างๆไปพลาง
เซเนล – แล้วที่กลับไปเป็นยังไงบ้างล่ะ?
โคลเอ้ – ฉันกลับไปที่นั่นก็เพราะวันครบรอบวันตายของพ่อแม่ของฉันเท่านั้น ไม่ค่อยมีเวลาพักเท่าไหร่หรอก
เซเนล – อ้อ ไม่ได้ไปพักร้อนสินะ...
โคลเอ้ – แต่มันก็เป็นโอกาสดีนะที่ได้คิดถึงทุกเรื่องที่เกิดบนเลกาซี่
เซเนล – ใช่ มีอะไรเกิดขึ้นมากมายนี่
โคลเอ้ - ....แล้วคนอื่นๆล่ะ? ทุกคนอยู่ที่เมืองเวลเทสหรือเปล่า?
เชอรี่ – ตอนนี้มีแค่เราสองคนกับคุณวิลค่ะ
เซเนล – พวกเรายังไม่ได้เจอหน้าคนอื่นๆเลยตั้งแต่การต่อสู้ครั้งนั้น
เชอรี่ – คุณนอร์ม่าก็กำลังยุ่งกับการวิ่งไปวิ่งมาตามที่ต่างๆ...
เซเนล – โมเซสก็เดินทางไปเรื่อยๆกับกีท
โคลเอ้ – แล้วทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ คุลริดจ์?
เซเนล – ชั้นติดแหงกอยู่ที่นี่คอยช่วยวิลน่ะ เพราะแบบนั้นพวกเขาเลยทำเหมือนชั้นเป็นนายอำเภอไปแล้ว
ได้ยินแบบนั้น โคลเอ้ก็ขำพรืดขึ้นมาทันที “นายน่ะนะ? นายอำเภอ?”
เซเนล – อย่าหัวเราะสิ
โคลเอ้ – อ้ะ เอ่อ... ไม่หรอก ฮะๆ ฉันคิดว่าก็เหมาะกับนายดีนี่
เธอพูดไปพลางหัวเราะไปพลางจนเขาหน้าแดง “ถ้าอย่างนั้นก็อย่างหัวเราะเวลาพูดสิ!”
เชอรี่มองการสนทนาของทั้งสองคนอย่างเงียบๆ
เซเนล – มีอะไรหรือ เชอรี่?
เชอรี่ – หนูแค่คิดว่าพี่น่ะหัวเราะบ่อยเวลาที่มีคุณวิลหรือคุณโคลเอ้อยู่ใกล้ๆ
ได้ยินคำว่า “พี่” หลุดออกมา โคลเอ้ก็ก้มหน้าคิด “....ทั้งสองคนนี้ยังไปไม่ถึงไหนกันสินะ..”
เซเนล – หมายถึงอะไรน่ะ?
โคลเอ้ – ไม่...มีอะไรหรอก
เธอหันขวับไปโดยทิ้งความสงสัยเอาไว้ ขณะที่เชอรี่ก็เฝ้ามองอยู่เงียบๆ
“อ๊า!” เสียงกรีดร้องดังมาจากบริเวณใกล้ๆ เรียกความสนใจทุกคนไปหมด
โคลเอ้ – ทางนี้นี่!
ทิศทางของเสียงนั้น ชายคนหนึ่งกำลังยืนประจันหน้ากับลิซาร์ดแมนสองตัวอยู่ เบื้องหลังเขามีสาวรุ่นคนหนึ่งนั่งทรุดตัวสั่นระริกอยู่
“เอลซ่า! หนีไปซะ!”
เขาเหวี่ยงอาวุธในมือจัดการศัตรูลงไปได้ตัวหนึ่ง
เอลซ่า – แต่ว่าพ่อคะ!
ศัตรูอีกตัววิ่งเข้ามาสมทบอีก
“พวกมันมีมากจริงๆ... เอลซ่า หนีไปเด็ยวนี้!”
ยังไม่ทันทำอะไร หญิงสาวที่ชื่อว่าเอลซ่าก็ไอออกมาพร้อมทำสีหน้าทรมาน
เอลซ่า – แค่กๆ! แฮ่กๆ..... อึ่ก...
“ไม่นะ ไม่ใช่เวลานี้สิ!..”
กิ้งก่าสีเขียวทั้งสองตัวพุ่งเข้ามาหาเขา แต่ด้วยการสวนกลับเพียงครั้งเดียวพวกมันก็ถูกจัดการหมดสิ้น เมื่อเขาหันกลับไปหาลูกสาว ก็พบว่าปีศาจอีกสองตัวกำลังพุ่งเข้าใส่เธอแล้ว!
เอลซ่า – ม... ไม่.. แค่กๆ..
“ไม่นะ! เอลซ่า! วิ่ง!”
อาวุธของมันพุ่งเข้าใส่เอลซ่าซึ่งไม่อาจะทำอะไรได้ทัน!
เอลซ่า – อ๊า!!!
เซเนล – มาจินเกน!
โคลเอ้ – มาจินเคน!
คลื่นพลังพุ่งเข้าโจมตีพวกมันจากด้านหลังจนล้มกลิ้ง พวกมันลุกขึ้นมามองผู้เข้ามาขัดจังหวะและเห็นเซเนล โคลเอ้ และเชอรี่วิ่งมาทันพอดี!
เซเนล – เชอรี่! ช่วยสนับสนุนพวกเราด้วยนะ!
เชอรี่ – ค่ะ!
หลังจัดการศัตรูลงไปอย่างง่ายดาย เซเนลก็หันมาชมโคลเอ้ “ท่าทางเธอยังฝีมือไม่ตกนี่”
โคลเอ้ – แหงล่ะ
ทั้งสองคนคงไม่สังเกตเห็นว่าเชอรี่ยังคงจับตาดูทั้งสองอย่างเงียบๆ โคลเอ้เดินไปหาเด็กสาวคนนั้นแล้วยื่นมือไปหา “ลุกขึ้นได้ไหมคะ?”
เอลซ่า – อ้ะ..ค..ค่ะ!
เธอลุกขึ้นแต่ก็ยังมีท่าทีตื่นตกใจอยู่จนโคลเอ้ต้องปลอบ “ไม่เป็นอะไรหรอก ทำใจเย็นๆไว้”
เอลซ่า – ขอบ....ขอบคุณค่ะ
ชายอีกคนเดินเข้ามาหาทุกคน “พวกเราเป็นหนี้พวกเธอแล้ว”
โคลเอ้ – อัศวินย่อมต้องให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบากค่ะ
เชอรี่ – ทั้งสองคนกำลังจะไปที่ไหนหรือคะ?
ชายในชุดแดงคนนั้นกอดอกตอบกลับมา “พวกเรากำลังจะไปที่เมืองเวลเทส แต่ก็ถูกปีศาจโจมตีซะก่อน...”
เซเนล – พวกเราก็กำลังไปที่เวลเทสเหมือนกัน
เชอรี่ – ทำไมไม่ไปกับพวกเราเลยล่ะคะ?
??? – หากไม่เป็นการรบกวนล่ะก็พวกเราก็ขอน้อมรับเอาไว้ เราชื่ออาร์โนลด์ อัลคอตท์ นี่คือลูกสาวของเรา เอลซ่า
เอลซ่า – ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ทั้งห้าคนมุ่งสู่เมืองเวลเทสโดยพูดคุยไปเรื่อยๆระหว่างทาง
โคลเอ้ – งั้นหรือคะ ทั้งสองคนเคยมาที่เลกาซี่หลายครั้งแล้วสินะ
อัลคอตท์ – พวกเราพเนจรไปทั่วเลกาซี่โดยไม่มีที่อย่าถาวร แต่...
เอลซ่า – แค่กๆ
อัลคอตท์ – อย่างที่พวกเธอเห็น ลูกสาวของเราอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราจึงตัดสินใจที่จะให้เธอพักในโรงพยาบาล
เชอรี่ – งั้นหรือคะ....
อัลคอตท์ – มันเป็นโรคที่ร้ายแรงน่ะ
เอลซ่า – อ้ะ แต่อย่างห่วงฉันเลยค่ะ มันอาจจะทรมานซักหน่อยตอนที่อาการกำเริบ แต่ปกติแล้วฉันก็ไม่เป็นอะไร
โคลเอ้ – มันจะไม่ดีกว่าหรือคะถ้าคุณจะกลับไปที่แผ่นดินใหญ่?
อัลคอตท์ – หากจะรักษาโรคนี้ เราต้องใช้สมุนไพรพิเศษที่พบบนเลกาซี่เท่านั้น
โคลเอ้ – เข้าใจแล้วค่ะ ฉันหวังว่าเธอคงหายโดนเร็ว
เอลซ่า – ขอบคุณค่ะฉันมั่นใจว่าพ่อจะปรุงยาได้เร็วๆนี้ แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง
เชอรี่ – คุณเป็นแพทย์หรือคะ?
อัลคอตท์ – อ้อ ไม่ใช่หรอก เป็นแค่นักปรุงยาน่ะ เราคอยเตรียมยาต่างๆที่ใช้ในชีวิต
โคลเอ้ – นั่นก็เป็นอาชีพที่น่าชื่นชมพอๆกับแพทย์นั่นล่ะค่ะ
อัลคอตท์ – ขอบคุณมาก
เซเนล – คุณก็มีฝีมือทางดาบเหมือนกันนี่ครับ
อัลคอตท์ – ใช่ งานของเราต้องเข้าไปในที่ๆมีปีศาจอยู่เยอะน่ะ เราจึงต้องเรียนรู้มันเพราะความจำเป็น
โคลเอ้ – งั้นหรือคะ เธอมีพ่อที่ดีนะ คุณเอลซ่า
เอลซ่า – ค่ะ ฉันภูมิใจมาก
อัลคอตท์ – พอเถอะน่า เอลซ่า...
เอลซ่า- พ่อเขินเหรอคะ?
อัลคอตท์ – เอ... พ่อไม่รู้จะพูดว่าไงดีนะ....
เขาเกาศีรษะเพราะทำอะไรไม่ถูกท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน
เมื่อถึงประตูทางเข้าเมืองเวลเทส อัลคอตท์ก็หันมาหาทุกคน
อัลคอตท์ – ต้องขอบคุณพวกเธอ พวกเราจึงสามารถมาถึงที่นี่ได้ ต้องขอขอบคุณจริงๆ
จู่ๆเอลซ่าก็เดินมาหาโคลเอ้ “ถ้ามีเวลาว่าง ช่วยมาเล่นกับฉันที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ?”
โคลเอ้ถอยกรูดหน้าแดงแป๊ดเพราะตั้งตัวไม่ทัน ดีที่อัลคอตท์พูดแทรกมาก่อน “โรงพยาบาลน่ะไม่ใช่ที่ๆเอาไว้เล่นกันนะ”
เธอเริ่มโบกแขนโหวกเหวกโวยวาย “ก็มันน่าเบื่อนี่คะ ที่ต้องนั่งอยู่บนเตียงตลอดเวลาน่ะ!”
เซเนล – โคลเอ้ เธอวางแผนจะขอใช้ห้องในโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ?
โคลเอ้ – ฉันก็ตั้งใจแบบนั้นนะ แต่... ตอนนี้เอลซ่าอยู่นี่แล้ว บางทีอาจไม่มีห้องว่างก็ได้
เอลซ่า – หมายความว่าอย่างไรหรือคะ?
โคลเอ้ – ช่วงที่ฉันอยู่ที่เลกาซี่ ฉันจะเช่าห้องที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ
เอลซ่า – อะไรกัน? จริงหรือคะ?!
เธอทำท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า
อัลคอตท์ – อย่าตื่นเต้นสิ เอลซ่า มันไม่ดีกับร่างกายของลูกนะ
เอลซ่า – หนูไม่เป็น--- แค่กๆ
ไม่ทันขาดคำเธอก็ไอออกมาอีกครั้ง
โคลเอ้ – ท่าทางฉันคงต้องไปหาที่อื่นอยู่แล้วล่ะ จะได้ไม่ทำให้เอลซ่าตื่นเต้นมากไป
ได้ยินแบบนั้น เอลซ่าก็รีบหันขวับมาทันที “ฉัน... ฉันจะพยามสงบๆและเงียบๆไว้ค่ะ! สัญญาเลยค่ะ!”
โคลเอ้ – แต่...
อัลคอตท์ – เอาล่ะ ท่าทางเธอคงจะตัดสินใจแล้วล่ะ คุณโคลเอ้ จะเป็นอะไรไหมถ้าจะช่วยเข้ามาเล่นกับเอลซ่านานๆครั้ง?
โคลเอ้ – ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ได้
เอลซ่ายิ้มแป้นเมื่อยินคำตอบรับ “ฉันจะรอพบคุณที่หลังนะคะ คุณโคลเอ้!”
เธอหน้าแดงเมื่อได้ยินแบบนั้นระหว่างมองทั้งสองคนเดินเข้าไปในเมือง
โคลเอ้ – ฉันสงสัยแล้วสิว่ามันจะดีกว่าหรือเปล่าถ้าจะหาที่พักที่อื่นน่ะ..
เซเนล – ช้าไปแล้วล่ะ เธอคนนั้นคาดหวังว่าจะเจอเธออยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว
เธอทำคอตกวูบ “ฉันว่าคงต้องระวังไม่ให้เธอต้องถูกหามออกไปล่ะนะ...”
โคลเอ้ – ไปที่บ้านของเรย์นาร์ดเถอะ คนอื่นๆอาจจะรอพวกเราอยู่
เซเนล – ใช่
ทุกคนเดินเข้าไปในบ้านของวิล ซึ่งเจ้าของบ้านกำลังรออยู่พอดี
โคลเอ้ – เรย์นาร์ด ไม่ได้พบกันนานนะคะ
วิล – เธอดูสบายดีนี่
เซเนลหันไปมองในบ้านซึ่งว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของคนอื่น “โมเซสกับเจย์ไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ?”
วิล – ฉันไม่ได้หวังว่าโมเซสตรงต่อเวลาอยู่แล้วล่ะ
เขาส่ายหน้าแล้วหันมาทางโคลเอ้ “ทำไมเธอไม่ไปเดินดูรอบๆเมืองล่ะ? มีอะไรเปลี่ยนไปตั้งหลายอย่างช่วงที่เธอไม่อยู่ “
โคลเอ้ - เป็นความคิดที่ไม่เลวนี่ ไปกันเถอะ คูลริดจ์
ทั้งสามคนเดินออกมานอกบ้าน คูลริดจ์ยกแขนขึ้นกอดอกแล้วคิด “หืมม.. ฉันสงสัยว่ามันมีอะไรที่เปลี่ยนตั้งแต่เธออยู่ที่นี่ครั้งสุดท้ายนะ..”
โคลเอ้เดินออกไปนอกรั้วบ้าน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “หืม ดูสดใสขึ้นนะ”
เซเนล – ใช่ เมืองน่ะดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลย
โคลเอ้ – ไม่ใช่
เธอหันกลับมามองเขาแล้วยิ้มนิดๆ “ฉันหมายถึงนายน่ะ”
เซเนล – ชั้นเหรอ? มันยากนะที่จะบอกว่าชั้นเปลี่ยนไปหรือเปล่า แต่ฉันพูดได้ว่าฉันก็ยังเหมือนตัวเองในแบบที่เคยเป็น แล้วชั้นก็คิดว่าอะไรๆมันก็ไปได้ด้วยดี
โคลเอ้ – งั้นหรือ...
ชายแก่ผมสีขาวโพลนในชุดคลุมสีฟ้า เดินเข้ามาบริเวณใกล้ๆ เขาหยุดเท้ามองไปมองมาซักพัก แล้วก็เดินย้อนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น
เชอรี่ – มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ?
ชายแก่ – ช่วยบอกฉันได้ไหมสุสานอยู่ที่ไหน? เมืองนี้เปลี่ยนไปมากตั้งแต่ที่มาครั้งสุดท้าย ฉันเลยหามันไม่เจอ
เซเนล – มันอยู่ทางนั้นครับ
ชายแก่ – ขอโทษนะ แต่ฉันมองเห็นได้ไม่ดีเท่าไหร่ ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอหมายความว่ายังไงที่ว่า “ทางนั้น” น่ะ
โคลเอ้ – ขออภัยด้วยค่ะ
เชอรี่ – มันอยู่ใกล้ๆนี่เองค่ะ พวกเราจะพาคุณไปส่งเอง
ชายแก่ – อา ขอบใจมาก
ทุกคนพาชายแก่คนนั้นขึ้นไปที่สุสานบนยอดเขา เมื่อเข้าไป เซเนลก็เห็นเงาร่างคุ้นตาในชุดสีส้มยืนอยู่หน้าหลุมศพหนึ่ง
เชอรี่ – เอ... นั่นใช่...
เซเนล – นอร์ม่า?
ชายแก่ - !
โคลเอ้ – ท่าทางเธอจะรู้จักใครซักคนที่ถูกฝังอยู่ที่นั่นนะ
ทุกคนเดินเข้าไปหา เมื่อนอร์ม่าสังเกตเห็นเธอก็เปลี่ยนท่าทีมาทักทายอย่างปกติ “อ้ะ ไงจ๊ะ! ไม่ได้เจอกันนานเลยน! แล้วทุกคนมาทำอะไรที่นี่น่ะ?”
โคลเอ้ – พวกเราน่าจะเป็นคนถามแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?
นอร์ม่า – ไหนๆ... เซเนเซเน่, คู , ริจจัง....
เธอหันมามองชายแก่ที่เดินมาด้วยแล้วชะงักกึก
เซเนล – พวกพาเขามาส่งที่นี่น่ะ
โคลเอ้ – จ้องเขาแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ
นอร์ม่า – หืม ฉันว่าเคยเห็นหน้าตาแบบนี้จากที่ไหนนะ...
เธอเงียบไปซักพักแล้วชี้หน้าเขาตะโกนลั่น “อ๊า!”
เชอรี่และโคลเอ้สะดุ้งเฮือกร้องลั่นตาม “อ๊า!”
โคลเอ้ – จ...จู่ๆอย่าตะโกนแบบนี้สิ!
ชายแก่คนหน้าส่ายหัวไปมาอย่างเยื่อหน่าย “ยังเสียงดังเหมือนเคยสินะ”
นอร์ม่า – ทำไม....จะบ้าอะไรเนี่ย ทำไมตาแก่ซามารันถึงมาอยู่หน้าฉันได้อ๊ะ!! เซเนเซเน่!”
เธอเดินมากระชากคอเสื้อเขา
เซเนล – น...นี่!
นอร์ม่า - นายน่าจะอธิบายให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย! ที่นี่! ว่ามันเกิดอะไรขึ้น! คำตอบของนายจะเป็นตัวบอกว่าฉันจะปราณีนายหรือเปล่า!
ซามารัน – ไม่มีมารยาทเลยจริงๆนะ เจ้าจ๋อนี่
นอร์ม่า - ตะกี้ว่าอะไรนะ!
ซามารัน – ลิงไง ลิ-ง เจ้าน่ะเหมือนลิงไม่มีผิด
นอร์ม่าดิ้นๆอย่างโมโห “นี่! ใครหาว่าฉันเหมือนลิงกันค๊า!”
เซเนล .oO(ใช่เลย เธอเหมือนลิงจริงๆ)
โคลเอ้ .oO(ไม่ต้องสงสัย เธอเป็นลิงแหงๆ)
ซามารัน .oO(ลิงจนหยดสุดท้ายเลยล่ะ)
เชอรี่ – ก็เหมือนลิงจริงๆนี่คะ
ทุกคนหันมามองเธอกันหมด
เซเนล – เชอรี่ เธอไม่ควรพูดมาดังๆแบบนั้นนะ
เชอรี่ – อ้ะ นั่นสิ ขอโทษนะคะ ลืมที่ฉันพูดไปเถอะ
นอร์ม่า - เดี๋ยวสิ!
ซามารัน – พฤติกรรมของเจ้าน่ะไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้หรอก
นอร์ม่า – อะไรยะ! คุณเป็นหัวหน้าฉันตั้งกะเมื่อไหร่! ไปกันเถอะ ทุกคน!
เธอเดินออกไป แต่ทุกคนก็ยังนิ่งอยู่ จนเธอค้องหันมาโวยวายอีก “นี่! ทำไมถึงไม่สนใจฉันเลยล่ะ!”
เซเนล – เอ่อ.. ก็...
นอร์ม่า – ไปเถอะ ริจจัง พวกเราจะไปกันแล้ว!
เชอรี่ – ด..เดี๋ยวสิคะ คุณนอร์ม่า~!
ไม่ต้องฟังเสียงอะไร นอร์ม่าลากแขนเชอรี่ออกไปจากสุสานเรียบร้อย
โคลเอ้ – นอร์ม่าไม่เปลี่ยนไปเลยนะ
ซารามัน – ขอบใจมากที่พาฉันมาที่นี่ พวกเธอรีบตามพวกเขาไปเถอะ
โคลเอ้โค้งตัวใหญ่เขาแล้วววิ่งออกไป
เซเนล – แล้ว....คุณรู้จักนอร์ม่าหรือครับ?
ซามารัน – ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ฉันอยากอยู่ตามลำพัง บางทีเธอน่าจะถามเจ้าจ๋อนั่นเอาเอง
ที่บันไดทางขึ้นสุสานนั้น นอร์ม่ากำลังโวยวายอย่างโมโหสุดๆ
นอร์ม่า – ทำไมตาแก่นั่นถึงมาอยู่นี่เนี่ย?! ฉันขอคำฮธิบายหน่อย! ทำไมถึงพาเขามาที่นี่! ไม่เห็นหรือไงว่าฉันเกลียดเขาแค่ไหน!? พวกนายไม่เคารพความรู้สึกคนอื่นเลย!
เซเนล – นี่ ตอนเขาขอให้พามาที่นี่ เธอไม่ได้อยู่ด้วยซักหน่อยนะ
โคลเอ้ – ผู้เฒ่าคนนั้นเป็นใครกันน่ะ?
เชอรี่ – คุณรู้จักเขาใช่ไหมคะ นอร์ม่า
เธอทำหน้าลำบากใจ “..เอ่อ... รู้ไหม?..”
โคลเอ้ – หือ?
นอร์ม่า – เอ่อ...คือ....
เชอรี่ – คะ?
เซเนล – พูดมาได้แล้ว
นอร์ม่า - ...
โคลเอ้ – ...เอาล่ะ พอแค่นั้นล่ะ ทุกคน
เซเนล – หือ?
โคลเอ้ – ทุกคนก็มีเรื่องในอดีตที่ไม่อยากจะพูดถึงทั้งนั้นนะ
เซเนล - .... นั่นสินะ ขอโทษด้วยที่คาดคั้นเธอ นอร์ม่า
นอร์ม่า – อ่ะ เอาน่า อย่าห่วงเลย เรื่องเครียดๆน่ะพอดีกว่านะ!
โคลเอ้ – บัคลิกแบบนั้นน่ะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะ
เซเนล – ใช่เลยล่ะ
นอร์ม่าฉุกคิดอะไรได้ มองหน้าทั้งสามคนไล่กันไปแล้วเกาหัวแกร่กๆ “หืมม...”
เชอรี่ – อะไรหรือคะ?
นอร์ม่า – ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้นะ
ทั้งสามคนยังงงงันอยู่ นอร์ม่าเดินเข้าไปหาโคลเอ้แล้วกระซิบ
นอร์ม่า – (จะให้ดีก็อย่างไปฝืนล่ะ)
โคลเอ้ - ....พูดเรื่องอะไรน่ะ?
นอร์ม่า - ...อ่ะ... เอาเถอะ ถ้าเธอแน่ใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็ไม่เป็นอะไร
เซเนล – เธอพูดถึงอะไรกันน่ะ
นอร์ม่า – บางเรื่องที่เป็นเพราะนายน่ะล่ะ
เซเนล – ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย
นอร์ม่า – นั่นล่ะปัญหา ตาบื้อเอ๊ย เพราะนายไม่ได้ทำอะไรเลย! ฮึ่ย นายนี่มันทึ่มจริงๆ!
โคลเอ้และเชอรี่หันไปมองเซเนลเหมือนจะเข้าใจที่นอร์ม่าพูด
จู่ๆจังหวะดนตรีที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น ทุกคนมองไปมองมาเลิ่กลั่ก
เซเนล – นอร์ม่า เธอรู้สึกไหม?
นอร์ม่า – เพคะ เอ้ย ใช่ รู้สึกสิ
มีเพียงเชอรี่ที่ยังงงอยู่คนเดียวเพราะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้
เซเนล+โคลเอ้+นอ์ม่า – ความรู้สึกแบบนี้... มีเพียงแต่!...
เคอร์ติส – เฮ้ย์ โย่ว์! เจ้าหนูทั้งหลายตรงนั้นน่ะ! เจ้าน่าจะรู้นามเราดีแล้ว~
นอร์ม่า – ให้ฉันบอกพวกเขาเอง!! ให้ฉันบอกพวกเขาเอง!! ให้ฉันบอกพวกเขาเอง!!~ คุณคือฟีบี้ใช่ไหมเอ่ย~?
เจ้าของเสียงวิ่งแจ้นมาชี้หน้าใส่นอร์ม่าทันที “ก็บอกแล้วไงว่าอย่าย่อ!”
นอร์ม่า – เอ๋? หรืออยากให้เรียกว่าฟีฟี้ดีล่ะเจ้าคะ?
เคอร์ติส – ใครที่ไหนจะเข้าใจเล่า!
นอร์ม่า – สำหรับผู้ชายไซส์แบบคุณนี่ ท่าทางคุณจะกังวลกับอะไรนิดๆหน่อยมากไปนะ
เคอร์ติส – ไม่เกี่ยวกับไซส์ซักหน่อย มันคือหัวใจต่างหาก!
เซเนล –ทำไมนายไม่ไปทำงานแทนที่จะมานั่งร้องเพลงไปทั่วแบบนี้ล่ะ?
เคอร์ติส – ก็เพราะงานของเรานั่นล่ะ เราจึงมาตามหาเจ้า น้องชาย~!
เชอรี่ – น้องชายเหรอคะ?
เซเนล – ช่างเขาเถอะนะ
เคอร์ติส – และมันก็เป็นเรื่องด่วนมากด้วย!
นอร์ม่า – มันจะด้วนได้ไงล่ะถ้าคุณมีเวลามาร้องเพลงน่ะ?
เคอร์ติส - เรามีศรัทธาว่าเพลงของเราจะนำพาเราไปหาผู้อื่น!
โคลเอ้ – ฉันเริ่มปวดหัวแล้วสิ...
เซเนล – แล้วนายต้องการอะไรล่ะ?
เคอร์ติส – มันเป็นเรื่องด้วน! เจ้าต้องรีบนะน้องชาย! เพื่อความรัก!
เซเนล – จะอธิบายหน่อยไม่ได้หรือไง
เคอร์ติส – ไม่มีเวลาแล้ว ไปโรงแรมโลด น้องชาย! ไปที่ชั้นใต้ดินของโรงแรม! เจ้าจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อไปถึงที่นั่น! ไปเลย!ไปเลย! เพื่อความรัก!
เซเนล - ..ก็ได้ ก็ได้
เซเนล โคลเอ้ และเชอรี่เดินลงไปตามบันไดซึ่งนำไปสู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม ที่ชั้นล่างนั้น กีทนั่งรออยู่ มันส่งเสียงร้องเมื่อเห็นทั้งสามคนลงมาถึง
นอร์ม่า – ทำไมกีทมาอยู่นี่เนี่ย
เซเนล - แล้วทำไมโมเซสไม่อยู่กับเขาล่ะ?
มันส่งเสียงครางหงิงๆออกมา นอร์ม่าทำท่าทางคิดเหมือนเข้าใจ “อืมๆ เข้าใจแล้ว...”
เชอรี่ – คุณเข้าใจด้วยเหรอคะ?
นอร์ม่า – ไม่ซักนิดอ๊ะ
ประชาสัมพันธ์ – โอ้ ยอดไปเลย! พวกเรากำลังหาคนมีฝีมือมาเข้าร่วมพิธีเปิดงานไม่ได้อยู่เชียวค่ะ!
เซเนล+โคลเอ้+นอร์ม่า – พิธีเปิดงาน?
หล่อนโบกมือสะบัดกว้าง “ยินดีต้อนรับสู้สถานที่ซึ่งความแข็งแกร่งและศาสตร์แห่งเขี้ยวจะรวมเข้าด้วย กันในการทดสอบอันสุดยอด! ยินดีต้อนรับสู่ลานประลอง!
เซเนล+โคลเอ้+นอร์ม่า – ลานประลอง?!
ประชาสัมพันธ์ – โปรดให้ดิฉันได้อธิบายถึงกติกา กรุณามองไปที่สังเวียนทางนั้นค่ะ
เซเนล+โคลเอ้+นอร์ม่า – สังเวียน?
อีกด้านหนึ่งนั้น มีลานประลองซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกรงขังอยู่
ประชาสัมพันธ์ – คุณจะเข้าไปในสังเวียนผ่านทางเข้าที่อยู่ตรงหน้า เข้าไปเลยค่ะ! อย่าได้อาย!
เซเนล - นี่! อย่าผลักสิ!
เคอร์ติส – อย่าห่วงเลย น้องชาย! นี่ก็เพื่อความรัก!
เซเนล – พูดเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!
ไม่ทันจบคำ เคอร์ติสก็ดันหลังเซเนลเข้าไปในลานประลองก่อนจะถอยตัวเองออกมา อิซาเบลล่ารีบปิดประตูกรงทันที
ประชาสัมพันธ์ – ปีศาจตนแล้วตนเล่า จะเยื้องย่างเข้ามาหาคุณขณะที่คุณต่อสู้สู่หนทางแห่งความเป็นหนึ่ง!
นอร์ม่า – หล่อนเป็นอะไรน่ะ? ยิ่งพูดยิ่งท่าทางตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ
โคลเอ้ – เธอพูดหรือเปล่าว่า “ปีศาจ” น่ะ?
เชอรี่ – คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่คะ?
ไม่พูดพล่ามทำเพลง อิซาเบลล่าก้าวไปข้างหน้าแล้วร้องเพลงเปิดงาน(?) ทุกคนอึ้งสนิท
นอร์ม่า – เหอ?
ประชาสัมพันธ์ – ดิฉันจะแนะนำคู่ต่อสู้ในครั้งนี้!
เซเนล – เดี๋ยวสิ! ชั้นยังไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะเข้าร่วมน่ะ!
เคอร์ติส – บางทีลูกผู้ชายก็ต้องสู้ ถึงแม้นเขาจะรู้ว่าอาจต้องแลกด้วยชีวิต นั้นล่ะคือความรัก!
เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลาแบบนั้นแหงๆล่ะ!
โคลเอ้ – คูลริดจ์ ! ดูสิ!
ประชาสัมพันธ์ – ปีศาจที่คุณจะสู้ด้วยก็คือ...เขา!
โจรป่าท่าทางหน้าตาคุ้นๆโผนลงมาในสังเวียน...
นอร์ม่า- ฉันว่าเคยเห็นปีศาจนี่ที่ไหนมาก่อนนะ..
โคลเอ้ – ช...ใช่..
โมเซส – นี่! อั๊วะไม่ใช่ปีศาจนะ! แม่ไก่นี่! เอ้า เอาเต๊อะ ถ้าอั๊วะได้สู้กับเซโนจิก็ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว!
เซเนล – ชั้นไม่ชอบถูกลากเข้ามาร่วมกับอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่ชั้นก็ไม่ยอมแพ้หรอก!
เชอรี่ – พี่ทำได้แน่ค่ะ พี่เซเนล!
โคลเอ้ – คูลริดจ์ อย่าเผลอล่ะ!
เคอร์ติส – จัดการสอยมันเลย น้องชาย!
โมเซส – ไม่มีใครเชียร์อั๊วะเลยเหรอไงเนี่ย~!
??? – เอาเลยครับ คุณโมเซส! ออกไปสู้แล้วก็ตายๆไปเลย!
โมเซส – โอเค! เชื่อใจอั๊วะ—เฮ้ย! ใครแช่งฟะ!
ประชาสัมพันธ์ – เริ่มได้!
และแล้ว เซเนลก็กระทืบโมเซสเรียบร้อย เป็นอันจบพิธี
นอร์ม่า – นายก็ถูกฟีบี้หลอกเหมือนกันสินะ?
โมเซส – ช่าย เซโนจิก็ด้วยสินะ
ทุกคนพยักหน้าขณะโมเซสลุกขึ้นมาหลังนอนแผ่หลาบนพื้นซักพัก
นอร์ม่า – พูดถึงแล้ว ฉันไม่เห็นพวกฟีบี้ที่ไหนเลยแฮะ
??? – พวกเขาออกไปตอนที่คุณโมเซสกับคุณเซเนลกำลังสู้กันอยู่ครับ
เจ้าของเสียงเดินลงมาจากบันได
เซเนล+โคลเอ้ – เจย์!
โมเซส – เจโบ!
เมื่อได้ยินเสียงนั้น มเซสก็นึกอะไรได้ “เจโบ อั๊วะคุ้นๆว่าได้ยินเสียงเอ็งแช่งอั๊วะให้ตายอยู่ตะกี้นี่นะ”
เจย์ – ยินดีที่ได้พบทุกคนอีกครั้งครับ
โมเซส – เฮ้ย! อั๊วะกำลังพูดด้วยนะ!
เจย์-แต่ผมก็ต้องพูดว่าคุณยังยั้งมืออยู่นะครับคุณเซเนล ถ้ามีโอกาสล่ะก็น่าจะจัดการเขาให้พ้นๆไปเลยนะ
โมเซส – เดี๋ยวเซ่! นั่นมันไม่ถูกนะ!
โคลเอ้ – เจย์ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?
เจย์ – ผมเห็นพวกคุณในเมือง เลยตัดสินใจตามมาครับ
นอร์ม่า – นายน่าจะพูด “ไงครับ” ซักหน่อยสิ
เจย์ – แล้วดูสิครับว่าผมได้เห็นอะไร ช่างรู้สึกดีจริงๆ ที่ได้ดูคุณโมเซสถูกกระโดดถีบแบบนั้น
โมเซส – อ้าวๆ อยากเจอกันในสังเวียนหน่อยไหมล่ะ ไอ้หนู? มาเล้ย
เจย์ – ขอผ่านล่ะครับ ขอบคุณ
นอร์ม่า – สองหน่อนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกัน
โคลเอ้ – ตอนนี้พวกเราก็เจอแซนเดอร์กับเจย์แล้ว กลับไปที่บ้านเรย์นาร์ดกันเถอะ
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ทุกคนจึงเดินกลับขึ้นไป คล้อยหลังไม่นาน เคอร์ติสและอิซาเบลล่าก็ไปปรากฏตัวในลานประลอง
เคอร์ติส – เฮ้ย์ โย่ว์! เจ้าหนูทั้งหลายตรงนั้นน่ะ! เจ้าน่าจะรู้นามเราดีแล้ว~
อิซาเบลล่า – ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยค่ะ
เคอร์ติส – หืม ใช่เลยๆ
ทั้งสองคนเงียบไป...
เคอร์ติส – อิซาเบลล่าคุง!
อิซาเบลล่า – ค่ะ เคอร์ติส
เคอร์ติส – ในเวลาเช่นนี้มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำได้!
อิซาเบลล่า – ค่ะ เคอร์ติส
เคอร์ติส – มาร้องเพลงกันเถอะ!
อิซาเบลล่า – ค่ะ เคอร์ติส
หน้าบ้านของวิล กริวเน่กำลังทำสวนอยู่คนเดียวอย่างสนุกสนาน
กริวเน่ – พวกเรามาหว่านเม็ดพืช~ วางมันเบาๆ~ รดน้ำมันดีๆ~ เมล็ดน้อยๆ ผลิบานอยู่ใต้ดิน เติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแรง~
นอร์ม่า – อ้ะ นั่นเจ๊กริวนี่หน่า
เธอเหงื่อตกเมื่อมองอีกฝ่ายที่กำลังฮัม “ท่าทางเจ๊แกกำลังอารมณ์ดีมากๆเลย ฉันไม่อยากกวนเลยแฮะ...”
เชอรี่ – สงสัยจังเลยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่
ทุกคนเดินเข้าไปหา เมื่อรู้สึกตัว กริวเน่หันมาทักทายทุกคน “อ้าว สวัสดีจ๊ะทุกคน ไปไหนกันมาเหรอ?”
นอร์ม่า- จริงๆมันก็นานชาติแล้วที่พวกเราได้เห็นหน้ากัน แต่เจ๊กริวยังทักเหมือนพึ่งออกไปเมื่อเช้าเอง..
โมเซส – เฮะๆ นั่นล่ะเจ๊ของเรา!
กริวเน่ – อ้ะ มันซักพักแล้วสินะ?
นอร์ม่า- เจ๊น่าจะพูดอันนั้นตั้งแต่แรกแล้วนะ!
กริวเน่ - จริงเหรอจ๊ะ? มันผ่านมานานขนาดนั้นแล้วเหรอ?
ทุกคนยิ่งไปจับกลุ่มซุบซิบกัน
เซเนล – ความทรงจำของเธอไปอีกแล้วล่ะ
โคลเอ้ – ฉันว่าเธอมีปัญหามากกว่านั้นอีกนะ
เชอรี่ – ฉันก็คิดอย่างนั้นค่ะ
เจย์ – หากความทรงจำของเธอคงเสื่อมถอยแบบนี้ ซักวันเธอคงลืมพวกเราครับ...
นอร์ม่า – แบบนั้นก็แย่เลยนะ...
โมเซส – เอาน่ะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
กริวเน่ – ความทรงจำของพี่ไม่ได้ไปที่ไหนซักหน่อยนี่จ๊ะ! พูดแบบนั้นไม่ดีเท่าไหร่เลยนะ
เซเนล – (เธอได้ยินพวกเราด้วย!)
ทุกคนรีบเฉไฉไปเรื่องอื่นกันใหญ่
เชอรี่ – แล้วคุณกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ คุณกริวเน่?
เซเนล – ใช่ๆ พอคิดๆดูแล้วผมไม่เห็นคุณอยู่แถวๆเมืองเลย
กริวเน่ – พี่ตัดสินใจไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ เผื่อจะช่วยให้จำอะไรได้น่ะจ้ะ
นอร์ม่า – ฟังแล้วเหมือนเจ๊จะสุขสบายกับชีวิตจังนะคะ
เซเนล – แล้วมันช่วยได้ไหมครับ?
กริวเน่ – หืม พี่คิดว่าจำอะไรได้ขึ้นมาบ้าง หรือไม่ก็ไม่ได้นี่ล่ะ
โมเซส – อันไหนกันแน่ล่ะเจ๊!
เจย์ – อย่างน้อยก็ยังสบายดีใช่ไหมล่ะครับ?
นอร์ม่า – เลิกตักบทกันทีเถอะน่า เจเจ
โคลเอ้ – ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้คุณกำลังทำอะไรอยู่นะคะ มันเกี่ยวกับความทรงจำของคุณหรือเปล่า?
กริวเน่ – ฉันตั้งใจว่าจะปลูกเมล็ดของเซลเซียสจ๊ะ ฉันรู้ว่าเธอไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ถ้าจะต้องอยู่ในไหตลอดเวลาน่ะ
นอร์ม่า – เข้าใจละ ถ้างั้นเจ๊กริวก็เป็นสมาชิกของชมรมปลูกป่าสินะ?
โคลเอ้ – มันคืออะไรน่ะ?
นอร์ม่า – ก็อย่างที่ว่าไง ชมรมปลูกป่า!
โคลเอ้ – แล้วฉันก็ถามว่ามันคืออะไรไง?
นอร์ม่า – ก็บอกว่า!....
เซเนล – ชั้นไม่อยากรู้หรอกนะ อย่าพยายามอธิบายเลย วิลกำลังรอพวกเราอยู่ข้างในบ้าน
นอร์ม่า- จริงด้วยแฮะ แล้วพวกเราก็รวมตัวกันได้แล้ว!
กริวเน่ – อ้ะ มันเยี่ยมเลยใช่ไหมล่ะจ๊ะ!
เสียงประตูห้องเปิดออกเรียกให้เจ้าของบ้านหันไปบ่น
วิล – พวกเธอมาสายนะ...หืม? อะไรเนี่ย
เขามองด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
วิล – อยู่ด้วยกันทั้งหมดแล้วหรือ
เจย์ – ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ คุณวิล
วิล – ทางนี้ก็เหมือนกัน เธอไม่เปลี่ยนไปเลยนะ
นอร์ม่า – ช่าย ยังไม่ชอบเข้าสังคมเหมือนเดิม
เจย์ – คุณก็ยังไม่เต็มบาทเหมือนเดิมครับ
นอร์ม่า – หมายความว่าไงยะ?!
วิล – สำรวมตัวเองหน่อย
โครม! เขาโขกกะบาลเจย์ไปหนึ่งครั้ง นอร์ม่ากำลังจะหัวเราะสมน้ำหน้า แต่ก็โดนไปอีกคน
นอร์ม่า – โอ๊ย! ถ้าไม่ได้เขกกะโหลดฟ้าประทานจากวิลจินี่ก็เหมือนไม่ได้กลับบ้านเลยนะเนี่ย!
เจย์ – ขอโทษทีนะครับ แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย...
เซเนล – แล้วนายก็อยู่กับพวกโอเรโซเรนตลอดเวลานี่เลยเหรอ?
เจย์ – ครับ สงครามพึ่งจบไป แล้วผมก็อยากจะพักซักหน่อยด้วย
นอร์ม่า – ฮึ่ย นายพูดยังกับคนแก่เลยนะ! รู้ไหม นายน่ะไม่หนุ่มตลอดไปหรอก! มัวมาเสียเวลาแบบนี้น่ะมันเป็นการลบหลู่วิลจินะ!
วิล – หมายความว่ายังไงน่ะ?
นอร์ม่า – ถ้านายเอาแต่นั่งเล่นในบ้าน กว่านายจะรู้ตัว นายก็กลายเป็นตาแก่แบบวิลจินี่ไง!
วิล – ต้องขอโทษด้วยนะ ที่ ”แก่” น่ะ
นอร์ม่า – เอาเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า ดูนี่สิพวกเรา!
เซเนล – แล้วนายไปทำอะไรมาล่ะ โมเซส? นายไม่ค่อยอยู่ในเมืองเลยนี่
โมเซส – อั๊วะไปเตร็ดเตร่ในป่าซักพัก กีทจะได้ยืดเส้นยืดสายหน่อยน่ะ
เจย์ – คุณแค่คิดถึงแมลงคั่ว อยากนอนกลางดินกินกลางทรายใช่ไหมล่ะครับ?
โมเซส – ฮี่ๆ นั่นก็ใช่
เจย์- เพราะแบบนี้ล่ะ ผมถึงไม่ชอบยุ่งกับคนป่าเท่าไหร่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังโดนประชดอยู่น่ะ
นอร์ม่าอ้าปากค้างมองไปมองมา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจที่ตัวเองจะพูดเลย
นอร์ม่า – ฉันยืนขึ้นเตรียมพร้อมจะพูดอะไรดีๆซักหน่อย แล้วพวกนายก็ไม่สนใจฉัน! ไม่อยากเชื่อเลยเจ้าค่ะ...
เธอหันไปหากริวเน่ “เจ๊รู้สึกเสียใจกับฉันใช่ไหมคะ ฉันรู้นะ”
กริวเน่ – แหมๆ นอร์ม่าจ๊ะ~
นอร์ม่า – เจ๊กริวค๊า~~!
เธอโผกอดกริวเน่ เอาหน้าซุกไซ้ไปกับหน้าอกของอีกฝ่าย
กริวเน่ - ไม่เป็นไรจ๊ะ ไม่เป็นไร
แค่เหลือบตามอง นอร์ม่าก็รู้ว่าเซเนลกำลังหน้าแดงอยู่เมื่อมองทั้งสองคน
นอร์ม่า – ฮี่ๆ ฉันรู้นะว่าพวกนายอยากจะเป็นฉันบ้างน่ะ ใช่ไหม? หือ?
ผู้ชายทั้งสี่คนในกลุ่มหันควับหลบหน้าหลบตา โดยมีสายตาของเหล่าผู้หญิงจับจ้องเป็นแถบ นอร์ม่าหันไปซบกริวเน่อีก
นอร์ม่า – โอ้ รู้สึกดีจังเลย....
วิล – เอาล่ะ? เธออยากจะพูดเรื่องอะไรล่ะ นอร์ม่า
นอร์ม่า – เดี๊ยนไปตามหาเอเวอร์ไลท์มาค่า!
โคลเอ้ – เจอแล้วงั้นหรือ?
นอร์ม่า – ไม่อ๊ะ
เจย์ – งั้นคุณก็ไม่มีอะไรจะรายงานสินะครับ
โมเซส – แล้วมีอะไรเกิดในเมืองหรือเปล่า?
วิล – นั่นล่ะที่ชั้นกำลังจะพูดถึง
โมเซส – ทำไมทำหน้าตาจริงจังแบบนั้นล่ะ?
เจย์ – ดูเหมือนคุณจะมีอะไรจะบอกพวกเรานะครับ แน่นอน ผมคิดว่าผมรู้ว่าเรื่องอะไร
กริวเน่ – เอ เรื่องอะไรน้า
วิล – ปีศาจบางตัวที่อยู่บนเลกาซี่เริ่มแข็งแกร่งและดุร้ายมากขึ้น
โคลเอ้+โมเซส - !
กริวเน่ – แหม แย่จังเลยนะจ๊ะ
เจย์ – คุณกริวเน่ เวลาที่พูดแบบนั้นแล้วเหมือนว่ามันไม่มีอะไรแย่เลยนะครับ
โคลเอ้ – พวกมันแข็งแกร่งขึ้นจริงๆหรือคะ?
เซเนล – ใช่ ชั้นเห็นมากับตาตัวเองเลย
เจย์ – ผมก็ได้รับรายงานมาบ้างเหมือนกันครับ ดูจากจำนวนของแหล่งข่าวที่ส่งข้อมูลมาแล้ว เราคงมองข้ามมันไปไม่ได้
วิล – ฉันหวังว่ามันคงไม่เป็นอะไรมากกว่าการกลายพันธุ์ตามธรรมชาตินะ จนกว่าพวกเราจะรู้อะไรมากกว่า ฉันอยากให้ระวังตัวให้มากขึ้นเวลาที่ออกจากเมือง
โมเซส – โอย ไม่เอาน่า! มีอั๊วะกับกีทที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว!
เจย์ – ใครที่พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ที่มักจะเป็นคนสร้างปัญหาในที่สุด
จู่ๆแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ก็สั่นสะเอนขึ้นมาอย่างรุนแรงอยู่ซักพัก!
เจย์ – นั่นไม่ใช่แผ่นดินใหญ่ปกติเลยนะครับ
วิล – ใช่...
เคอร์ติส – เฮ้ย์ โย่ว์! เจ้าหนูทั้งหลายตรงนั้นน่ะ! เจ้าน่าจะรู้นามเราดีแล้ว~
นอร์ม่า – พวกเรารู้แล้วน่าว่าคือพวกฟีบี้น่ะ!
เคอร์ติสเปิดประตูผางเข้ามาในห้อง แต่ก็ไม่พูดอะไร หันหลังกลับไปเหม่อมองเพดาน
โมเซส – เธอทำร้ายจิดใจเขาเข้าแล้วล่ะ
อิซาเบลล่า – ดิฉันมาเรื่องงานค่ะ
เคอร์ติส – ใช่! เอาเลย อิซาเบลล่าคุง!
นอร์ม่า – เหวอ! เขาปรับตัวเร็วชะมัด!
อิซาเบลล่า – เราได้รับคำขอร้องเนื่องมาจากแผ่นดินไหวเมื่อครู่ พวกเราอยากให้คุณไปสำรวจที่จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวค่ะ
เคอร์ติส – ท่านราชทูตได้ร้องขอความช่วยเหลือมาเป็นการส่วนตัว!
วิล – แผ่นดินไหวนี่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ ไม่แปลกเลยที่ท่านจะเป็นกังวล... เข้าใจแล้วครับ พวกเราจะไปทันที ฉันขอแรงพวกเธอด้วยได้ไหม?
ทุกคนพยักหน้าแทนการตอบรับ
เคอร์ติส – เรารู้ว่าเราเชื่อเจ้าได้ น้องชาย!
อิซาเบลล่า – แรงสั่นสะเทือนดูเหมือนจะมีที่มาจากที่ตั้งของน้ำพุลูเมนค่ะ
เคอร์ติส – ก่อนที่จะออกไป เรามีของให้น้องชายด้วย
เซเนล – มันคืออะไรล่ะ?
เคอร์ติส – อิซาเบลล่า! ขอสิ่งนั้นด้วย!
อิซาเบลล่า – มันคือซอเซอร์เรอร์สแกนเนอร์ค่ะ มันสามารถตรวจพบสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นได้ ท่านราชทูตหวังว่ามันคงมีประโยชน์กับคุณ
เซเนล – ขอบคุณครับ
เคอร์ติส – ไปเลย น้องชาย เพื่อความรัก!
นอร์ม่า – ไม่เห็นเกี่ยวกับความรักเลยอ๊ะ
ทั้ง 8 คนกับอีก 1 ตัว เดินไปจนถึงทางเชื่อมระหว่างเมืองกับน้ำพุลูเมน
นอร์ม่า – นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เดินทางด้วยกันทั้ง 8 คนเลยนะ อ้อ มีกีทด้วยก็ 9 สินะ!
โมเซส – พอหล่อนพูดมาแบบนั้นแล้วก็ใช่แฮะ
เชอรี่ – ได้มาอยู่ในกลุ่มแบบนี้ก็รู้สึกดีนะคะ
นอร์ม่า – ดีจังที่มีเธออยู่ด้วยนะ ริจจัง
นอร์ม่ายื่นมือมาหาเชอรี่ เธอเขินนิดหน่อยก่อนยื่นมือมาจับมือของอีกฝ่าย
กริวเน่ – ยินดีต้อนรับจ๊ะ!
กริวเน่ก็เอาบ้าง เล่นเอาเชอรี่เขินไปกันใหญ่
โมเซส – ทางนี้ด้วยสิ!
ทันทีที่โมเซสยื่นมือไปปุ๊บ เชอรี่ก็ถอยหลังไปสองสามก้าวทันที
โมเซส – มีอะไรงั้นรึ?
เจย์ – ก่อนจะขออะไรแบบนั้นคุณน่าจะไปหาเสื้อผ้าใส่หน่อยนะครับ
โมเซส – แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ?!
โคลเอ้ – รู้ไหม ถึงฉันจะชินแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่หรอกนะ
โมเซส – ขอทีเหอะน่า! จะบอกว่าเป็นปัญหาหรือไงกัน?!
เชอรี่ – อ้ะ ไม่ใช่หรอกค่ะ แค่... ฉันนึกไปถึงเรื่องที่เกิดตอนที่มาเลกาซี่ครั้งแรกน่ะค่ะ
วิล – อ้อ ใช่ โมเซสลักพาตัวเธอไปนี่นะ
นอร์ม่า – เถียงไม่ขึ้นเลยสินะ โมสุเกะ
เสียงกีทร้องหงิงๆดังขึ้นมา
เชอรี่ – เป็นไงจ๊ะ กีท!
โมเซส – อ้อ ถ้ากีทก็ไม่เป็นไร แต่อั๊วะนี่ไม่ได้เลยสินะ?!
เชอรี่ -..... ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ คุณโมเซส
โมเซส – เสียงเธอฟังไม่เหมือนอย่างที่พูดเลยนะ
วิล – เลิกเล่นกันได้แล้ว พวกเราต้องไปก่อนต่อแล้วล่ะ
ทุกคนเริ่มเดินออกไป เหลือโมเซส เชอรี่ และกีท
โมเซส – อั๊วะไม่ได้เล่นซักหน่อย?!
เมื่อเดินไปจนถึงบริเวณที่เป็นหน้าผาเล็กๆ นอร์ม่าก็หยุดฝีเท้าลง แล้วมองไปมองมาอย่างสงสัย
โมเซส – อยู่ๆทำไมหยุดซะเฉยๆละ?
วิล – อย่าก่อปัญหาอะไรขึ้นมาอีกล่ะ
นอร์ม่า – ขอทีเถอะน่า วิลจิ ไม่ดีเลยนะ! ทำอย่างกับว่าฉันสร้างแต่ปัญหาหรืออะไรตลอดเวลาเลย!
เจย์ – ผมว่านั่นน่ะถูกเผงเลยล่ะครับ
นอร์ม่า – นี่!
โคลเอ้ – แล้วมีอะไรงั้นเหรอ?
แทนคำตอบ เธอเดินไปที่หน้าผานั้น “นี่ไง ดูตรงนี้สิ”
เชอรี่ – ฉันไม่เห็นอะไรที่แปลกจากปกติเลยนี่คะ?
นอร์ม่า – ฉันรู้แล้ว! เซเนเซเน่ ขอฉันดูของที่พวกฟีบี้ให้นายหน่อยสิ!
เซเนล – ซอเซอร์เรอร์สแกนเนอร์น่ะเหรอ?
เขาโยนสิ่งที่ว่าไปให้เธอ นอร์ม่ารับมาแล้วชันเข่าลงกับพื้น “เอาล่ะนะ!”
เมื่อพูดจบ อุปกรณ์นั้นก็สร้างเส้นวงกลมลอยขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนที่บางสิ่งจะส่งสว่างขึ้นมาจากพื้น
นอร์ม่า – ว้าว! ดูนี่สิ!
เธอหยิบสิ่งของดังกล่าวขึ้นมา มันคือกุญแจดอกหนึ่ง
วิล - นี่สินะ ความหมายที่ว่าใช้หาของที่ซ่อนอยู่
เจย์ – เราอาจจะสามารถหาของในที่อื่นๆได้ด้วยนะครับ
วิล – งั้นก็ใช้มันให้ดีเถอะ
เมื่อเดินขึ้นไปอีกหน่อยก็ถึงหน้าผาอีกจุดหนึ่ง นอร์ม่าสะดุดกึ้กเหมือนคราวที่แล้ว
นอร์ม่า – อ้ะ! ที่นี่ก็น่าสนใจนะเนี่ย ฉันรู้สึกได้เลย!
เธอเดินไปแถวๆนั้นอย่างสนอกสนใจ “ที่นี่ต้องมีสมบัติซ่อนอยู่อีกแหงๆ!”
เจย์ – ไม่รู้สินะครับ แต่มันฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริงนะ
วิล – นอร์ม่า คิดก่อนจะทำอะไรด้วยนะ
นอร์ม่า – ทำไมฉันต้องถูกเตือนอยู่คนเดียวเนี่ย? โมสุเกะน่ะซี้ซั้วกว่าฉันอีกนะ!
โมเซส – ฮี่ๆ ยังไงก็เถอะ รีบเก็บสมบัติดีกว่าน่า!
นอร์ม่า – ก็ได้ เอาล่ะนะ!
เธอเปิดซอเซอร์เรอร์สแกนเนอร์อีกครั้ง แต่คราวนี้สิ่งที่โผล่ออกมากลับเป็นลิซาร์ดแมนสีเหลืองตัวหนึ่ง... ทุกคนอึ้งไปหมด
นอร์ม่า – เอ่อ... นี่อะไรอ๊ะ?
เจ้าตัวเหงื่อตกแล้วรีบเผ่นกลับมาเข้ากลุ่ม
กริวเน่ – แหม เป็นปีศาจที่ดีจังเลย ยินดีที่ได้พบนะจ๊ะ!
เชอรี่ – ฉันไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่หรอกนะคะ...
เจย์ – ผมก็ด้วยครับ
ว่าแล้วทุกคนก็เข้าไปมะรุมมะตุ้มกับศตรูจนราบ
เซเนล – เฮ้อ เธอนี่รู้วิธีสร้างปัญหาดีจริงๆเลยนะ
นอร์ม่า – อ้ะ อย่างห่วงเลย พวกเราจัดการได้น่า
ทุกคนหันควับมาหาคนพูดซึ่งยืนอยู่กลางวง โคลเอ้กับเซเนลโวยวายใหญ่ “เธอไม่มีสิทธิตัดสินใจหรอกน่า!”
นอร์ม่า – ระวังเจ้าค่า! ท่าประสานคู่รักจิตป่วน!
ได้ยินดังนั้นทั้งสองคนก็หน้าแดง หันหน้าหนีไปคนละทิศคนละทาง
เชอรี่ - ...
วิล – พวกเราเสียเวลาไปมากพอแล้ว ไปกันต่อเถอะ
โมเซส – ดูท่าทางไม่รำคาญเลยนี่หน่า
วิล – ใช่ เพราะฉันเก็บตัวอย่างดีๆได้นี่นะ
เจย์ – แล้วพวกเราก็ได้เข้าใจว่าซอเซอร์เรอร์สแกนเนอร์ทำงานอย่างไรด้วย
โคลเอ้ – มันสามารถหาปีศาจหรือไม่ก็สิ่งของได้
วิล – จะใช้มันก็ระวังด้วยล่ะ โดยเฉพาะเธอ นอร์ม่า
นอร์ม่า – เห็นไหมล่ะๆ เอาอีกแล้วอ๊ะ! ทำไมต้องลงที่ฉันเรื่อยเลย!
การตรวจสอบดำเนินไปถึงน้ำพุลูเมนซึ่งก็ไม่มีอะไร ทุกคนจึงเดินลงมาที่ชายหาดใกล้ๆซึ่งก็ปกติดีอยู่
เจย์ – ที่นี่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ
วิล – มันดูเหมือนจะไม่โดนผลกระทบจากแผ่นดินไหวด้วย
โมเซส – เฮ้อ อั๊วะนึกว่าอั๊วะกับกีทจะได้กระทืบปีศาจซักหน่อย
นรอ์ม่า- โมสุเกะ อย่าพูดแย่ๆสิ ถ้าพูดอะไรแบบนั้นแล้ว มันจะต้องมี--
ไม่ทันขาดคำ พื้นดินก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง
นอร์ม่า – อ๊า! แผ่นดินไหวอีกแล้วอ่ะ!
จู่ๆทุกคนก็หันไปมองด้านหลังของโมเซสกันหมด
โมเซส – มีอะไรเรอะ? แผ่นดินไหวตะกี้ก็ไม่หนักหนานี่
กริวเน่ – โมเซสจ๊ะ หันไปดูข้างหลังสิ น่าสนใจจริงๆนะ
เขาทำตามที่แล้ว แล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเอ้กแบร์ตัวหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น!
โมเซส – อะไรเนี่ย~!
วิล – ปีศาจตัวนี้มีอะไรแปลกๆนะ
หมอกสีดำเริ่มไหลพุ่งออกมาจากตัวของมัน!
เซเนล – นี่ล่ะที่พวกเราเห็นเมื่อครั้งที่แล้ว
โคลเอ้ – ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วสิ
นอร์ม่า - ความรู้สึกมันเหมือน...หนืดๆพิกล
หมอกนั้นรวมตัวกันหน้าเอ้กแบร์ กลายเป็นปีศาจสีดำตัวเล็กๆอีกตัว
วิล – มันกลายเป็นปีศาจอีกตัวแล้ว!
เซเนล – คราวที่แล้วมันไม่ใช่แบบนี้นะ!
ทั้งสองตัวเริ่มย่างก้าวเข้ามาใกล้ๆ
นอร์ม่า – อ๊า! มันตรงเข้ามาแล้วอ่ะ!
หมอกดำลอยออกมาจากปีศาจตัวเล็กอีกครั้ง ขณะที่ร่างของมันผสานเข้ากับเอ้กแบร์
เซเนล – เมื่อกี้พวกมัน...รวมตัวกันเหรอ?
การรวมตัวกันของศัตรูทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก เทียบกันไม่ได้เลยกับคราวที่เซเนลสู้ร่วมกับเชอรี่
นอร์ม่า – จบซะที! โอย เหนื่อยแทบตายเลยชั้น
โคลเอ้ – มันกลับเป็นเหมือนเดิมแล้วด้วย...
วิล – มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?
เซเนล – ยังไม่จบนะ! อย่าเผลอล่ะ!
แสงสว่างส่องออกมาจากตัวของมัน เอ้กแบร์ลุกขึ้นอีกครั้ง!
โคลเอ้ – เป็นไปไม่ได้! แผลมันหายไปหมดแล้ว!
โมเซส - งั้นจะมานั่งทำบื๊ออะไรอยู่อีกล่ะ! เอาเลย กีท!
ทั้งคู่พุ่งเข้าโจมตีใส่ศัตรูพร้อมกันจนมันล้มอีกครั้ง หมอกสีดำไหลอกมาจากร่างของมันพร้อมๆกับการสั่นสะเทือนของพื้นดิน
เซเนล – อีกแล้วเหรอ?!
หมอกดำนั้นรวมตัวเข้าหากันที่จุดศูนย์กลางแล้วหายไปหมดสิ้น
เจย์ – ไม่เคยมีแผ่นดินไหวติดต่อกันขนาดนี้มาก่อนเลยครับ
กริวเน่ - ...
วิล – หมอกนั่นคืออะไรกัน? แล้วปีศาจนี่ล่ะ?
กริวเน่ – หมอกนั่น...
ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียง
เจย์ – คุณรู้อะไรเกี่ยวกับมันหรือครับ?
กริวเน่ – สงสัยจะเลยนะว่ามันคืออะไร
ทุกคนทรุดฮวบเมื่อได้ยินคำตอบ
นอร์ม่า – โอย ที่เจ๊จะพูดนี่แค่นั้นเองเหรอค๊า~?!
เชอรี่ – ปีศาจจากหมอกดำนั่นทำให้ปีศาจตัวอื่นแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่าคะ?
วิลเดินไปที่ซากร่างของศัตรูพร้อมเสียงเตือนของโคลเอ้ “เรย์นาร์ด ระวังนะ”
โมเซส – สำคัญตรงไหนล่ะว่าพวกมันเก่งขึ้น? ยังไงก็ไม่มีอะรที่พวกเราจัดการไม่ได้นี่
โคลเอ้ – ไม่ใช่ ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะระวังไว้ มันชัดเจนแล้วนี่ว่ามันแตกต่างจากอะไรที่พวกเราเคยเผชิญหน้ามาทั้งหมด
เจย์ – มันก็ทรงพลังจริงๆนั่นล่ะครับ
เซเนล – วิล นายพอบอกอะไรได้บ้างไหม
เขายันตัวขึ้นจากการตรวจสอบร่างของศัตรู “ก็มีนะ แต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีนักหรอก”
เจย์ – อะไรหรือครับ?
วิล – ปีศาจตัวนี้ไม่ได้เกิดการกลายพันธุ์ มันเป็นสายพันธ์ปกติที่มีอยู่บนเลกาซี่
กริวเน่ – งั้นก็หมายความว่า... อะไรกันนะ?
เจย์ – หมายความว่าปีศาจทุกตัวบนเลกาซี่ มีโอกาสที่จะได้รับพลังขนาดนั้นหรือครับ?
เขาพยักหน้าแทนคำตอบ คนอื่นๆได้แต่นิ่งเงียบ
วิล – เอาล่ะ เพวกเราก็ยังแน่ใจไม่ได้หรอก
เซเนล – แล้วเรื่องปีศาจที่เกิดจากหมอกดำล่ะ?
วิล – ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องของสัตว์ที่มีลักษณะแบบนั้นมาก่อนเลยนะ
เซเนล – พวกเราน่าจะลองสืบสวนดูอีกหน่อยหรือเปล่า?
วิล – ไม่ ตอนนี้พอแค่นี้เถอะ พวกเราก็ได้รู้อะไรมาบ้างแล้ว
เจย์ – แผ่นดินไหว, หมอกดำ, ปีศาจที่เกิดจากหมอก... ผมสงสัยว่ามันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เกิดพร้อมกันหรือเปล่านะ?
วิล – ใช่ มันคงจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าพวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เราคงต้องไปรายงานเรื่องที่พบก่อน กลับไปที่เมืองกันเถอะ
เจย์ – ที่นั่นอาจจะมีข้อมูลใหม่ๆรอพวกเราอยบู่เหมือนกันครับ
เมื่อได้ข้อสรุป ทุกคนก็เดินออกไปจากที่แห่งนั้น เหลือกริวเน่ที่ค่อยๆเดินไปยังซากร่างของศัตรู จู่ร่างนั้นก็สลายไปเหลือแต่หมอกดำ ร่างของผู้หญิงผมเขียวคนหนึ่งปรากฏออกมาจากหมอกนั้น
กริวเน่ – แหม เธอเป็นใครจ๊ะ? ชื่อของฉันคือกริวเน่จ๊ะ!
ร่างนั้นไม่ตอบอะไรกลับมา ก่อนจะแวบหายไปพร้อมกับหมอกดำนั้น กริวเน่นิ่งเงียบก่อนจะหันหน้ามองท้องฟ้าพูดเบาๆอยู่คนเดียว “มันจะเริ่มอีกแล้วหรือ? เจ้าหรือเรา ....ฝ่ายไหนกันนะที่จะ...”
เชอรี่เดินย่ำทรายเข้ามาหา “คุณกริวเน่ มีอะไรหรือคะ?”
อีกฝ่ายไม่พูดใดๆกลับมา
เชอรี่ – คุณกริวเน่คะ?
กริวเน่ – เอ้ะ...พี่กำลังทำอะไรอยู่นะ?
เชอรี่ – อะไรนะคะ?
กริวเน่ - พี่พูดอะไรซักอย่างเกี่ยวกับ “การเริ่มต้น” หรือเปล่าจ๊ะ?
เจอคำถามไปแบบนั้น เชอรี่ก็ยังงงๆอยู่
กริวเน่ – พี่รู้สึกเหมือนจำอะไรบางอย่างที่สำคัญมากได้... แต่ตอนนี้พี่ก็ลืมไปแล้ว
เชอรี่ – เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?
กริวเน่ – หืมม คงจะใช้ล่ะมั๊ง... แต่รู้ไหมจ๊ะ ถ้าเธอลืมอะไรไปทันที มันคงจะไม่สำคัญอะไรตั้งแต่แรกแล้วล่ะ
เชอรี่ – หืมม... คิดว่าอย่างนั้นหรือคะ?
กริวเน่ – เอาล่ะ กลับบ้านกันเถอะจ๊ะ!
ทั้งสองคนหันหลังให้ทะเลแล้วเดินกลับสู่เมืองเวลเทสอีกครั้ง
นอร์ม่า – งั้นฉันว่าวันนี้คงพอแค่นี้ล่ะนะ
วิล – ฉันจะไปรายงานให้ท่านราชทูตทราบ
เซเนล – ตกลง
วิล – เซเนล ทำไมไม่กลับไปที่บ้านฉันก่อนล่ะ? ถ้าพวกเรารู้อะไรใหม่ๆ ฉันอยากให้เธอเป็นคนส่งข่าวของเรา
นอร์ม่า – เซเนเซเน่ นายอยู่กับวิลจิเหรอ?
เซเนล – ใช่
เชอรี่ – มี...มีอะไรเหรอคะ?
นอร์ม่า – แยกกันอยู่สินะ หือ...
เธอทำท่าทางกรุ่มกริ่ม เชอรี่กับเซเนลตะหวาดแว๊ดขึ้นมาทันที “พูดเรื่องอะไรน่ะ?!”
นอร์ม่าไม่สนใจ เข้าไปกระซิบกับโคลเอ้ “ได้ยินไหม? เขาแยกกันอยู่แล้วนะ”
โคลเอ้ – ....ทำไมต้องมาบอกฉันด้วยล่ะ?
นอร์ม่า – ถ้างั้น... แล้วริจจังอาศัยที่ไหนล่ะ?
เชอรี่ – คุณมิวเซตอนุญาตให้พักอยู่กับท่านได้ค่ะ
นอร์ม่า – งั้นหรือๆ ฉันแปลกใจนะเนี่ยเซเนเซเน่ ที่นายทำใจได้น่ะ
เซเนล – เธอน่ะหุบปากไปซักครั้งไม่ได้หรือไง?
วิล - วันนี้ก็พอแค่นี้ล่ะ ทำได้ดีมากทุกคน
เซเนล – ฉันจะบอกนายเองถ้ามีอะไรเกิดขึ้น
ทุกคนแยกย้ายกันไปในที่สุด เหลือเชอรี่และเซเนลสองคน
เชอรี่ - หนูก็จะกลับไปที่บ้านล่ะค่ะ
เซเนล – ตกลง งั้นไว้เจอกันที่หลังนะ
เธอวิ่งข้ามสะพานตามคนอื่นๆไปแล้วหันหลังมาโบกมือลาเขาอยู่ลิบๆ.....
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:47 pm----------
