Tales of Legendia : Character Quest - A flower and promise. part2
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
September 8th, 2006 09:55PM, Next Farecery said,
เมื่อเดินพ้นประตูเข้าไป สายตาทุกคนก็เห็นปีศาจตัวเล็กๆยืนอยู่ใกล้ๆกันนั้น
ฮาริเอท – อ๊ะ! นั่นไง!
มันคงตกใจที่เห็นผู้คน จึงวิ่งหนีเข้าไปด้านในอีก
โมเซส – กลับมานะ!
ทุกคนเริ่มวิ่งไล่จับกันใหญ่
นอร์ม่า – เจ้าเปี๊ยกนี่มันไวชะมัดเลย!
เชอรี่ – พี่คะ มันไปทางนั้นแล้ว!
เซเนล – ได้เลย!
โมเซส – ให้อั๊วลุยเอง!
เชอรี่+โคลเอ้ – ระวัง!
โครม! ทั้งสองคนวิ่งมาชนกันเองอย่างสวยงาม...
โคลเอ้ – เป็นอะไรไหม?
โมเซส – เซโนจิ...เอ็งนี่หัวแข็งชะมัด...
เซเนล – ใครควรจะพูดแบบนั้นกันแน่ โอย....
ทั้งสองคนลุกขึ้นมาจากการไล่จับที่ล้มเหลว ตอนนี้ทุกคนมากันถึงทางเดินก่อนเข้าสู่ห้องชั้นในสุดแล้ว
เจย์ – นี่เป็นเพราะคุณโมเซสครับ จังหวะที่ลงตัว แล้วก็ตูม…..
โมเซส – อั๊วมีความภาคภูมิใจในฐานะนักฝึกสัตว์นะ อั๊วไม่ยอมให้เซโนจิได้คำชมไปหรอก แล้วดูสิ มันกำลังกลับมาเล่นกับอั๊วแล้ว
เขาชี้ไปที่ปีศาจตัวน้อยซึ่งบินกลับมาด้วยท่าทางร้อนรน
ฮาริเอท – ดูมันท่าทางแปลกๆนะ
กริวเน่ – ดูเหมือนมันกลัวอยู่เลยจ๊ะ
เจย์ – ถ้าผมไม่ได้ตาฝาด ข้างหลังมันมีปีศาจอีกตัวครับ เป็นตัวที่ท่าทางจะโหดด้วย
เชอรี่ – ฉันก็เห็นค่ะ
เจ้าของเสียงเท้าตึงๆย่างสามขุมเข้ามาหาทุกคน
โคลเอ้ – โชคร้ายนะ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาซะด้วย
มังกรขนาดย่อมตัวหนึ่งจ้องมาที่ทุกคนอย่างดุร้าย!
โมเซส – เอาล่ะ ลุยเลยสิ!
ร่างของมังกรฟาฟเนิร์ตัวนั้นกองลงกับพื้นเมื่อจบการต่อสู้
โมเซส – เย้! พวกเราอัดมันจบแล้ว! ฮ่า!
เจย์ – คุณโมเซส คุณช่วยนิ่งๆหน่อยเป็นไหมครับเนี่ย?
โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ?!
เซเนล – เงียบได้แล้ว ทั้งสองคน พวกนายจะทำให้มันกลัวนะ
ฮาริเอทเดินเข้าไปหาเลเธอร์ปั๊ปปี้ที่ยืนอยุ่ใกล้ๆซากของศัตรู
ฮาริเอท – อย่าหนีไปอีกนะ นิ่งๆ.. นิ่งๆ.... เยี่ยม! ฉันจับได้แล้ว!
เชอรี่ – แฮตตี้ดูดีใจจริงๆคะ
นอร์ม่า – เธอพึ่งทำให้ขั้นแรกของแผนวิลอึ้งสำเร็จนี่นะ
เจย์ – ผมว่ามันคือ “ปฏิบัติการเซอร์ไพรส์วิล” ไม่ใช่หรือครับ?
โคลเอ้ – สำคัญด้วยเหรอ? ยังไงนอร์ม่าก็เป็นคนพูดเองเออเองนี่
นอร์ม่า – คู พูดแบบนั้นมันไม่หยาบคายไปหน่อยเหรอ?
ฮาริเอท – อ้ะ นี่ หยุดนะ! อยู่นิ่งๆสิ!
ปีศสจในแขนเธอดิ้นรุนแรงจนหลุดรอดไปได้ พร้อมๆกับปิ่นปักผมของเธอหลุดไปกลิ้งอยู่บนพื้น
ฮาริเอท – ดูซิ...ปิ่นฉันหลุดออกไปเลย นี่เป็นของดูต่างหน้าแม่นะ! ถ้ามันแตกไปแกจะทำยังไงล่ะ หือ?
จู่ๆ ร่างของปีศาจที่ทุกคนพึ่งจัดการไปก็ยันตัวลุกพรวดขึ้นมาอีก!
เชอรี่ – แฮตตี้!
มันพุ่งเข้าโจมตีใส่ฮาริเอท จังหวะเดียวกับที่เชอรี่เข้าไปโดดขวางไว้พอดี!
เซเนล – เชอรี่!
ทุกคนวิ่งเข้าไปจัดการจนดาวดิ้น ส่วนนอร์ม่ารีบรักษาเชอรี่เป็นการด่วน
โคลเอ้ – นี่มันทนผิดปกติแล้วนะ อย่าบอกนะว่า....
หมอกดำระเหยออกมาจากตัวมันอย่างที่ทุกคนกำลังนึกอยู่ ก่อนที่จะสลายไปหมดสิ้น
เจย์ – หมอกดำอีกแล้วครับ
แสงจากการรักษาของนอร์ม่าแวบดับลง บอกให้รู้ว่าเสร็จแล้ว
เซเนล – เชอรี่ เป็นอะไรหรือเปล่า?
ด้วยความโล่งใจของทุกคน เธอยันตัวลุกขึ้นมาได้ “หนูไม่เป็นไรค่ะ แต่...”
ทุกคนหันไปที่ฮาริเอท ซึ่งกำลังเดินไปที่ปิ่นปักผมของเธอซึ่งแตกเป็นสองเสี่ยงอยู่บนพื้น... คงเพราะตอนที่ปีศาจตัวนั้นอาละวาดเมื่อครู่
ฮาริเอท – อ๊ะ.... อา....
เชอรี่ – แฮตตี้...
ฮาริเอท – ปิ่นของฉัน... ดอกไม้มันหักแล้ว...
เจย์ – อยู่ที่นี่คงจะอันตรายครับ
เซเนล – กลับเมืองกันก่อนเถอะ
เชอรี่ – แฮตตี้ ยืนไหวไหมจ๊ะ?
ฮาริเอท - ............
พระอาทิตย์ได้ตกดินไปแล้ว เมื่อทุกคนกลับมาสู่เบื้องบน ที่นั่น วิลกำลังยืนรออยู่
วิล – ลูกออกไปนอกเมืองจริงๆสินะ
ทุกคนอึกอัก รีบแก้ตัวให้ทันที
เซเนล – ชั้นขอโทษที่พาฮาริเอทไปโดยไม่บอกนายนะ วิล
โคลเอ้ – พวกเราน่าจะปรึกษาคุณก่อน ถึงพวกเราจะแค่ไปเดินเล่นกันก็เถอะ
โมเซส – เป็นความผิดพวกอั๊วเองล่ะ คูณหนูของเอ็งไม่ได้ทำอะรผิดหรอก
วิล – พวกเธอรู้ว่านอกเมืองเวลเทสน่ะอันตรายแค่ไหน ก็ไม่น่าจะพาเด็กออกไปโดยไม่มีเหตุผลที่ดีหรอกนะ
นอร์ม่า – แหม ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก
เขาเดินเข้าไปหาลูกสาว “ฮาริเอทคงจะขอร้องอะไรที่พวกเธอปฏิเสธไม่ได้”
ฮาริเอท – อะ...อะไร? มันไม่ดีเหรอ?
เขาลากเธอออกมาจากกลุ่มโดยไม่สนใจอะไร
ฮาริเอท – โอ้ย! นี่ หยุดนะ!
เชอรี่ – ได้โปรดรอก่อนเถอะค่ะ คุณวิล! แฮตตี้ทำแบบนี้เพื่อคุณนะคะ!
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ฟัง ยังคงลากตัวฮาริเอทต่อไป “หยุดนะ! คุณทำหนูเจ็บแล้ว!”
เซเนล - ...
นอร์ม่า – วิลจิคงมองพวกเราทะลุปรุโปร่งหมดเลยล่ะ
โมเซส – ท่าทางพวกเราคงทำเขาฉุนแล้วมั้ง
โคลเอ้ – ฉันเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงนะ แต่อย่างน้อยเขาก็น่าจะฟังที่พวกเราพูดบ้างสิ
เจย์ – พวกเราควรจะรอให้อะไรๆมันเย็นลงซักหน่อยก่อนครับ
เชอรี่ - ....
ทุกคนแยกย้ายกลับไปกันหมดแล้ว เหลือแต่เซเนลและเชอรี่เท่านั้น
เซเนล – พวกเราก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ไปที่บ้านวิลแล้วดูว่าจะพูดอะไรได้บ้างเถอะ
เชอรี่ – ค่ะ
วิล – ต้องให้พ่อบอกอีกกี่ครั้งว่าอย่าออกนอกเมืองน่ะ?
เขาพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก แต่ผู้เป็นลูกสาวก็หันหลัง มีทีท่าไม่สนใจที่เขาพูด
วิล – ลูกไม่มีอะไรจะพูดเลยเหรอ? ทำไมถึงไม่เชื่อฟังพ่อเลย?
ฮาริเอท - ...
ประตูบ้านเปิดออก พร้อมกับที่เซเนลและเชอรี่เดินเข้ามา
เซเนล – วิล พอเถอะ
เชอรี่ – มันมีเหตุผลนะคะ
วิล – เธอสองคนอย่างยุ่งเลย ฉันกำลังพูดกับฮาริเอทอยู่
เขาพึ่งสังเกตเห็นรอยคราบเลือดที่อยู่บนเสื้อของเธอ “เชอรี่? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
เชอรี่ – อ๋อ นี่เหรอคะ?... ฉันแค่ซุ่มซ่ามนิดหน่อยค่ะ
วิล – ฉันเดาว่าคงเป็นความผิดของฮาริเอทสินะ?
เชอรี่ – อึ้ก..
วิล – คิดแล้วเชียว
เขาหันกลับมาหาลูกสาว “เพื่อนของพ่อคนหนึ่งต้องบาดเจ็บเพราะลูก ลูกคิดว่าจะรับผิดชอบมันยังไงล่ะ?”
เซเนล – วิล นายพูดเกินไปแล้วนะ
เขาหันมาชี้หน้าพูดเสียงแข็ง “ฉันบอกว่าอย่าเข้ามายุ่ง ไม่ได้ยินหรือ?” เจอแบบนี้เซเนลก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
วิล – นี่เป็นผลจากพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวของลูก ลูกสร้างปัญหาให้กับทุกคน
เธอทำหน้าเหมือนกับพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ “หนูแค่อยาก....”
วิล – ลูกดึงทุกคนให้อยู่ในอันตราย แล้วยังทำให้เขาบาดเจ็บโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพออีก
ฮาริเอท – แต่......หนูไม่อยากเสียปิ่นปักผมไป....
วิล – ปิ่นปักผมเหรอ?
สีหน้าของวิลดูจะไม่พอใจมากยิ่งขึ้น “ลูกพาคนที่พ่อห่วงใยไปเจออันตรายเพื่อของแค่นั้นหรือ?!”
ฮาริเอท – นี่! อย่าพูดถึงปิ่นของหนูแบบนั้นนะ!
วิล – หืม?...
ฮาริเอท – “คนที่คุณห่วงใย” ?! ขอทีเถอะน่า! หนูก็มีสิ่งที่หนูห่วงใยเหมือนกัน!
วิล - .......
ฮาริเอท – ใช่ว่าคุณจะห่วงว่าจะเกิดอะไรกับหนูเมื่อไหร่ล่ะ! ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ใช่เวลาที่แสนมีค่าของคุณอยู่กับเพื่อนที่แสนสำคัญของ คุณไปเลยล่ะ?! หนูเกลียดคุณ! ไปตายซะได้ก็ดีหรอก!
เธอตะเบ็งเสียงสุดแรงแล้วชี้หน้าผู้เป็นพ่อ “แม่น่ะไม่ควรตายหรอก คุณต่างหาก!”
พูดจบเธอก็วิ่งหนีออกไปทันที... เขาหันมาหาพวกเซเนลแล้วพูดด้วยเสียงเรียบๆเช่นเคย
วิล – ขอโทษนะที่เธอต้องมาเห็นอะไรแบบนี้
เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำตัวเข้มแข็งอยู่นะ วิล
เชอรี่ – หนูจะตามเธอไปนะคะ
เชอรี่วิ่งออกไป ส่วนวิลก็ยังคงเงียบอยู่ จนเขาไปเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงบนพื้น... ปิ่นปักผมที่ลูกสาวเขาพูดถึงนั่นเอง
วิล – นี่เป็นปิ่นที่ฮาริเอทพูดถึงหรือ?
เซเนล – เธอบอกว่าแม่ของเธอมอบให้เธอ มันเป็นของที่สำคัญมากของฮาริเอทน่ะ
วิล - .....
ที่บ้านของมิวเซต เชอรี่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ซึ่งมีเสียงฮาริเอทโวยวายดังลอดออกมา
ฮาริเอท – หนูไม่ต้องการเขา! หนูไม่ต้องการเขาแล้ว!
เชอรี่ – แฮตตี้ ฟังฉันนะ
ฮาริเอท – หนูไม่ต้องการใครนอกจากแม่!
เชอรี่ - ...
เสียงปึงปังดังผ่านประตูนั้น “หนูไม่ต้องการเขา! หนูไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว!”
เชอรี่ – แฮตตี้....
ฮาริเอท – ทำไมเขาต้องมีชีวิตอยู่ด้วย! แล้วทำไมแม่ต้องตายล่ะ!
ได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้ว เชอรี่ก็ไม่อาจทำอะไรเดิน เธอจึงเดินลงมาข้างล่างซึ่งเซเนลและวิลรออยู่
เซเนล – เธอเป็นยังไงบ้าง?
ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพียงแค่การส่ายศีรษะของน้องสาวเขาก็รู้คำตอบหมดแล้ว เขาหันไปหาวิล “นายไม่คิดว่าอย่างน้อยน่าจะฟังที่เธอพูดหน่อยเลยเหรอ?”
เชอรี่ – รู้ไหมค่ะ ทั้งหมดน่ะก็เหมือนคุณนะ
เซเนล – ฮาริเอทขอให้พวกเราไปที่อนุสรณ์สายฟ้า นายน่าจะคิดออกนะว่าเพื่ออะไร
วิล - ...
เชอรี่ – ฉันคิดว่าเธอมองหาบางอย่างที่จะช่วยละลายน้ำแข็งที่อยู่ระหว่างคุณสองคน เธอไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับคุณ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรค่ะ
เซเนล – นั่นเป็นหน้าที่ที่นายจะต้องคอยสังเกตไม่ใช่เหรอ?
วิล - ....
เชอรี่ – ได้โปรดพูดกับเธอเถอะค่ะ คุณวิล พูดจริงๆกับเธอ
วิล - ....ฉันพึ่งนึกได้ว่ามีบางอย่างที่ต้องทำที่บ้าน ขอตัวก่อนนะ
เชอรี่ – คุณวิล รอก่อนค่ะ!
แต่ก็ช้าไปแล้ว เมื่อร่างนั้นหายลับไปพร้อมๆประตูบ้านที่ปิดลง
เซเนล – ตามเขาไปเถอะ
ที่บ้านของวิล ทั้งสองคนเปิดประตูเข้าไปแล้วมองหาเขา
เซเนล – วิล? อยุ่ที่นี่หรือเปล่า?
เชอรี่ – บางทีเขาอาจอยู่ที่ชั้นสองมั้งคะ
ดังนั้นเซเนลและเชอรี่จึงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ที่ห้องซึ่งตรงอยู่หน้าบันไดนั้น ห้องซึ่งประตูถูกล็อกอยู่เสมอ ประตูบานนั้นเปิดอ้าอยู่
เซเนล – ประตูนั่นเปิดอยู่... มันถูกลงกลอนตลอดจนถึงตอนนี้นี่
ทั้งสองคนหันมาพยักหน้ากันแล้วก้าวเข้าไปในห้อง
เซเนล – นี่อะไรน่ะ?
ในห้องนั้น วิลยืนอยู่กลางแสงสลัวๆจากโคมไฟที่ตั้งบนโต๊ะ
วิล – น่าสมเพชนะ ทั้งที่ฉันมาสร้างที่นี่ได้เยอะขนาดนี้แล้ว
เชอรี่ – คุณวิล.. นี่คือ....
วิล – ฉันก็อยากทำลายน้ำแข็งที่ว่าอยู่แล้ว
เชอรี่ – หมายความว่ายังไงคะ?
วิล – ฉันแค่พูดกับเธอแบบปกติไม่ได้ ที่ทำได้ก็มีแต่เย็นชากับเธอ... ตักเตือนเธอ... อะไรแบบนั้น
เซเนล – ถ้านายเข้าใจถึงขนาดนั้นแล้ว ที่เหลือก็ง่ายๆ นายก็แค่บอกฮาริเอทเหมือนที่บอกพวกเราสิ
เชอรี่ – ใช่ค่ะ แฮตตี้ก็คิดถึงคุณอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน
วิล – ฉันเป็นพ่อของเธอ แต่ฉันก็ไม่เคยทำอะไรให้สมกับความเป็นพ่อเลย
เซเนล – นายยังเริ่มต้นตอนนี้ได้นะ ทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่แล้ว
เชอรี่ – คุณห่วงใยเธออย่างมากไม่ใช่เหรอคะ?
เซเนล - ห้องนี่น่ะบ่งบอกถึงความรู้สึกของนายไม่ใช่เหรอ?
วิล - ....บางครั้งฉันก็ถามตัวเองถึงทางที่ฉันเลือกเหมือนกัน บางทีฉันไม่น่ากลับมาที่เลกาซี่เลย
เซเนล – .... หมายความว่ายังไงน่ะ? นายไม่ได้อยู่บนเลกาซี่มาตลอด 10 ปีเหรอ? นายบอกว่านายคงถูกจับทันทีที่กลับไปที่แผ่นดินใหญ่นี่
วิล – จากมุมมองของพ่อแม่ของอาเมเรีย ฉันมีความผิดฐานลักพาตัวบุตรสาวของตระกูลอริสโตแครท ถ้าฉันถูกจับ ฉันคงได้รับโทษถึงตาย
เซเนล – แต่นายก็ยังไปที่แผ่นดินใหญ่เหรอ? ทำไมล่ะ?
วิล - ....เธอจะทนได้หรือ? เธอจะสามารถอาศัยอยู่บนเลกาซี่โดยที่ต้องพรากจากผู้เป็นที่รักได้หรือ?
ได้ฟังดังนั้น เขาก็เข้าใจดีแล้ว
วิล – ฉันตัดสินใจที่จะตามพวกเขาไปที่แผ่นดินใหญ่ทันที ฉันต้องการอยู่กับภรรยาและลูกสาว หรืออย่างน้อยก็อยู่ใกล้ๆเท่าที่ฉันจะทำได้
เชอรี่ – ทำไมตอนนี้คุณถึงอยู่บนเลกาซี่ล่ะคะ?
วิล - .... เวลานั้น มีเพียงสองสิ่งที่สำคัญต่อฉัน หากฉันสูญเสียสิ่งหนึ่งไป การตัดสินใจของฉันก็คงพังทลายลงเช่นกัน
เซเนล – เป็นเพราะการตายของคุณอาเมเรียเหรอ?
วิล – ร่างกายของเธอน่ะอ่อนแอมาตั้งแต่ต้นแล้ว ฉันอาจทำให้ชีวิตเธอสั้นลงด้วยการพามาที่เลกาซี่นี่ก็ได้
เชอรี่ – แต่สิ่งที่สำคัญต่อคุณอีกสิ่งหนี่ง “แฮตตี้” ยังอยู่บนแผ่นดินใหญ่ แน่นอนว่าเธอต้องการคุณมากขึ้นหลังการตายของแม่นี่คะ
เขาถอนหายใจเมื่อนึกภึงภาพในอดีต
วิล – ฉันไปที่พิธีศพ ทั้งที่รู้อยู่ว่าฉันอาจจะถูกจับได้ ฮาริเอทร้องไห้ตลอดเวลาต่อหน้าหลุมศพของอาเมเรีย.... ขณะที่กรีดร้องถึงความชิงชังที่มีต่อฉัน
ทั้งสองคนยืนฟังอย่างสงบนิ่ง เพราะไม่อาจแทรกอะไรได้
วิล – ฉันไม่เคยคิดว่าวันนั้นจะมาถึงอีกครั้ง วันที่ฉันได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของเธออีก คำที่ว่าฉันน่าจะตายแทนที่จะเป็นอาเมเรีย....
เขาก้มหน้าลงไปด้วยความเศร้า “แม้แต่ฉัน นั่นก็ยากเกินกว่าที่จะรับได้.....”
เชอรี่ – คุณวิล..
เซเนล – เพราะอย่างนั้นนายเลยกลับมาที่เลกาซี่?
วิล – ฉันถูกจับที่พิธีศพ แล้วพวกเขาก็เนรเทศฉันมาที่นี่
เซเนล – ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คิดประหารชีวิตนายสินะ
วิล – คงจะเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของอาเมเรียที่ให้พวกเขาไว้ชีวิตฉัน
เซเนลและเชอรี่ได้ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอะไรออกไปดี
วิล – เฮ้อ... ฉันไม่แน่ใจว่าทำไมถึงบอกพวกเธอนะ
เขาเดินออกไปจากห้องโดยพูดทิ้งท้ายเอาไว้ “ฉันจะออกไปเดินสงบสติอารมณ์ซักหน่อย ช่วยดูฮาริเอทให้ซักพักนะ”
เชอรี่ – ทั้งสองคนจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?
เซเนล – แน่นอน พวกเขารู้สึกถึงอีกฝ่ายเหมือนกันนี่... ชั้นคิดว่าทั้งสองคนน่ะจะรู้ได้ดีกว่าใครๆ
เชอรี่ - ....ค่ะ หนูก็คิดแบบนั้น
เซเนล – กลับไปดูฮาริเอทเถอะ
เชอรี่ – แฮตตี้ ออกมาเถอะจ๊ะ
ฮาริเอท – หนูไม่อยากพูดกับใคร หนูไม่อยากเห็นหน้าใคร
เสียงของเด็กสาวลอดผ่านประตูที่ปิดสนิทออกมา
เซเนล – อยู่ในนั้นน่ะไม่ช่วยแก้อะไรหรอกนะ
เสียงโครมเพราะบางอย่างกระทบกับประตูดังขึ้นมา ตามด้วยเสียงของฮาริเอท “หนูไม่สน!”
ฮาริเอท – ถ้าหนูรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ หนูก็คงอยู่กับแม่ไปแล้ว!
เซเนล - ....
ฮาริเอท – หนูไม่น่ามาที่นี่เลย!
เธอปาอะไรใส่ประตูอีกครั้ง
ฮาริเอท – หนูจะกลับไปที่แผ่นดินใหญ่! หนูจะลืมทุกเรื่องให้หมดเลย!
เซเนล – ชั้นจะเข้าไปล่ะนะ
ฮาริเอท – หนูจะไปอยู่ที่ๆแม่อยู่!ใครก็ห้ามไม่ได้หรอก!
เขาใช้กำลังเปิดประตูเข้าไป ฮาริเอทยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าที่ทั้งโกรธและเสียใจ
ฮาริเอท – อะ...ต้องอะไรล่ะ? ออกไปซะ
เซเนล – พวกเราจะออกไปด้วยกัน
ฮาริเอท – ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!
เซเนล – ชั้นมีบางอย่างอยากให้เธอดู มาเถอะน่า...
ฮาริเอท – อะไรล่ะ?
เชอรี่ – เราจะพาเธอไปที่ห้องนั้นใช่ไหมคะ?
เซเนล – ใช่
ฮาริเอทตามทั้งสองคนมาถึงหน้าบ้านวิล เธอหยุดมองซักครู่หนึ่ง
ฮาริเอท – เซเนล... อย่าบอกนะว่าที่จะให้ดูก็คือ....
เซเนล – ใจเย็นสิ ตอนนี้วิลไม่อยู่ในบ้านหรอกนะ
กระนั้น เธอก็หันหลังควับ ทำท่าทางจะเดินหนีไป
ฮาริเอท – ฉันไม่ยอมเข้าไปในบ้านตางี่เง่านั่นหรอก! ขอปฏิเสธ!
เซเนล – ถ้าเธอหนีตอนนี้ เธอก็จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
เชอรี่ – พวกเราก็อยู่กับเธอด้วย ตกลงไหมจ๊ะ?
เธอพูดก่อนเข้าไปจับไหล่ของอีกฝ่าย
ฮาริเอท – ก็....ก็ได้..
เธอมองประตูห้องที่เคยลงกลอนตลอดเวลา “ที่นี่มีอะไรเหรอ?”
เซเนล – พออยู่ข้างในแล้วก็จะเข้าใจเองล่ะ
เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นแล้วเหลือบมองเข้าไป “มันมืดตื๋อเลย ฉันมองไม่เห็นหรอก”
ทั้งสามคนเข้าไปในห้อง ขณะที่เซเนลจุดไฟที่โคมไฟเล็กๆ
ฮาริเอท – มีอะไรเหรอ เซเนล? ไม่เข้าใจเลย
เซเนล – ชั้นจะแสดงให้เธอดู
ห้องเริ่มสว่างขึ้นเมื่อโคมไฟติดอย่างสมบูรณ์ แสงไฟเผยให้ที่ด้านหนึ่งของห้องซึ่งเป็นบริเวณที่ยกพื้นสูง มีรั้วไม้เล็กๆกั้นไว้ บนพื้นส่วนนั้นมีเตียงสีขาวนวล คลุมไว้รอบๆด้วยผ้าม่านสีชมพูใส ด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยตุ๊กตาและของตกแต่งตามกำแพงลายทาง สีขาว-น้ำตาลมากมาย อีกด้านหนึ่งก็มีตู้เสื้อผ้าสีขาววางซ้อนกันเป็นชั้นๆอยู่
ฮาริเอท - ....อะไร...นี่อะไรน่ะ?.... ทำไม?
เซเนล – เธอบอกได้ไม่ใช่เหรอว่าใครเป็นคนสร้างห้องนี้น่ะ?
ฮาริเอท – อึ้ก
เธอกุมหัว ทรุดตัวลงอย่างสับสนกับสิ่งที่ได้เห็น “เป็นไปไม่ได้...มันไม่ใช่เรื่องจริง!”
เซเนล – อย่าหันหน้าหนี อย่าหันหลังจากความรู้สึกของวิลสิ
ฮาริเอท – ความรู้สึก...ของเขา
เธอเดินไปที่ปลายเตียงมองไปมองมา
เชอรี่ – เธอบอกได้ใช่ไหมว่านี่เป็นห้องของใคร แฮตตี้จ๊ะ? บอกได้ไหมว่าเขาสร้างมาเพื่อใคร
ฮาริเอท – ทำ....ทำไมอะไรแบบนี้ต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย...
เซเนล – วิลมีความฝันมาตลอดว่าจะได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัวของเขาที่นี่
ฮาริเอท - ....ไม่ยุติธรรมเลย... นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!
เชอรี่ – คุณวิลคอยดูแลและปกป้องบ้านของครอบครัวของเขามาตลอดด้วยตัวเอง
ฮาริเอท - .. หนูไม่เข้าใจ! เขาไม่เคยพูดอะไรเลย!
เชอรี่ – ถึงแม้จะไม่มีใครคอยรอเขากลับบ้าน เขาก็ยังคอยดูแลมันอยู่
ฮาริเอท – แต่เขาเย็นชากับหนูตลอดเลย!
เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เชอรี่ – อย่าปิดตาของตัวเองสิ แฮตตี้ ความรู้สึกของคุณวิลอยู่ที่นี่ พวกมันทุกชิ้น ต่อหน้าเธอ
ฮาริเอท – แต่ว่า....แต่ว่า...
เชอรี่ – เธอบอกได้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ? เธอบอกได้ว่าคุณวิลรู้สึกยังไง ใช่ไหม?
ฮาริเอท - ...ไม่ยุติธรรมเลย...
เชอรี่ – เขารู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก
ฮาริเอท – ไม่ยุติธรรมเลย! ไม่ยุติธรรมซักนิด! ทำไมเขาต้องสร้างห้องแบบนี้ด้วยล่ะ?! ทีนี้ฉัน...ฉัน.....
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น
เซเนล – ชั้นว่าเธอคงจัดการที่เหลือได้แล้วนะ
ฮาริเอท - ...อื้อ...
เชอรี่ – ถ้าเธอซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ไม่มีทางที่เธอจะไม่พบความสุขหรอกนะ ที่เธอต้องการก็แค่ความกล้านิดหน่อย ฉันรู้ว่าเธอทำได้นะ แฮตตี้
ฮาริเอท - ...พี่คิดว่าพวกเรายังพอมีความหวังอีกเหรอคะ?
เชอรี่ – แน่นอน ไม่เป็นอะไรแน่จ้ะ ดูสิ แฮตตี้ เห็นห้องนี้ไหม? เธอมีที่ๆที่ควรอยู่ ที่ๆเรียกว่าบ้าน
ฮาริเอท - ...ใช่... ฉันมี....ฉันมีบ้าน....บ้านที่ฉันควรอาศัยอยู่…
เชอรี่ – เห็นไหมล่ะ? เธอต้องเปิดตัวเองให้กับเขา
เธอเดินไปหาเด็กสาวที่กำลังร่ำไห้ “เธอมีพ่อที่ห่วงใยเธอมากถึงขนาดนี้”
ฮาริเอท – ใช่ ใช่ ...พี่พูดถูกแล้ว หนูจะพยายาม จะพยายามจริงๆ.....
ช่วงนั้นเอง วิลเดินอยู่บนลานกว้างซึ่งมีดอกไม้บานสะพรั่งไปหมด เขาก้มลงตรงนั้นทีตรงนี้ที
วิล - มีบางอย่างไม่ถูกต้องแล้ว ยอดอ่อนมันน่าจะเริ่มบานแล้วนี่
เขามองไปมองมา หาบางสิ่งบางอย่าง
วิล – ดอกไม้บางส่วนก็เฉาไปแล้ว.... เป็นเพราะดินหรือเปล่านะ? หรือว่าน้ำ?
หมอกดำพวยพุ่งขึ้นมาจากดินโดยไม่ทันรู้ตัว!
วิล – หมอกนั่น! เหมือนกับที่พวกเราเห็นที่น้ำพุลูเมน
กลางหมอกนั้น ร่างของหญิงผมเขียวยาวรวบไว้ด้านบนปรากฏขึ้น นางมีผ้าสีดำคาดตาตัวเองจนมิดชิด
??? - ....
วิล - ...อะไรน่ะ?
ร่างนั้นสลายหายไปพร้อมกับหมอกดำ
วิล – นั่นเป็นภาพลวงตาหรือ?...
ซักครู่หนึ่ง เขาก็หันความสนใจไปกับเรื่องที่กำลังคิดอยู่
วิล – พื้นดินค่อนข้างเย็น เป็นเพราะหมอกหรือ? ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ดอกไม้ทั้งหมดต้องเฉาแน่...
เขาเดินไปเดินมาซักพัก “ฉันจะปกป้องดอกไม้เหล่านี้ ฉันจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ”
ในวันวานที่ผ่านพ้นไป วิลกับอาเมเรียนั่งอยู่เคียงข้างกันกลางทุ่งดอกไม้เหมือนเช่นเคย
อาเมเรีย – ฉันเดาว่าคุณคงรู้สึกผิดที่หนีไปที่เลกาซี่กับฉันสินะคะ
วิล - จู่ๆทำไมพูดแบบนี้ขึ้นมาล่ะ?
อาเมเรีย – ก็ ถ้าคุณอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ คุณคงได้มีอนาคตที่สดใสในฐานะนักวิชาการ แต่ตอนนี้ เพราะพ่อของฉัน คุณเป็นอมนุษย์ที่ลักพาตัวสาวน้อยอย่างฉัน
วิล – เอาเถอะ จะเรียกฉันแบบนั้นก็ได้
อาเมเรีย - .... ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่ขอให้คุณพาฉันหนีไป... ฉันขอโทษค่ะ
วิล – โอย ฉันคิดว่าชีวิตที่ต้องติดตามเธอไปทุกย่างก้าวน่ะก็สนุกสนานในแบบพิเศษของมันเองอยู่แล้วน่า
อาเมเรีย – นี่ แบบนั้นหมายความว่าไงน่ะ?
วิล – ไม่รู้สินะ
อาเมเรีย – ฮึ คุณคิดว่าฉันไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจถึงแม้คุณจะบอกฉันใช่ไหมล่ะ?
วิล – ฉันไม่มีทางพูดแบบนั้นหรอกน่า
อาเมเรีย – คุณไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้ว่าคุณคิดอยู่!
วิล – อาเมเรีย เธอไม่ควรพูดเร็วแบบนั้นนะ....
อาเมเรีย - จู่ๆมาทำใจดีน่ะไม... แค่กๆๆ
วิล – บอกแล้วไง
อาเมเรีย – แฮ่กๆ...
วิล – เป็นอะไรไหม?
อาเมเรีย – เฮ้อ....นึกว่าจะตายที่นี่แล้วซะอีก
วิล – นี่ สัญญาแล้วใช่ไหมว่าจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก ถึงจะเป็นแค่เรื่องตลกก็เถอะ
อาเมเรีย - ....
วิล – มีอะไรหรือ? เจ็บหรือเปล่า?
อาเมเรีย – ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่อยากตาย คุณจะทำอย่างไรคะ?
วิล – อาเมเรีย....
อาเมเรีย – ถ้าฉันบอกว่าต้องการจะอยู่กับคุณตลอดไป คุณจะทำอย่างไรคะ?
วิล - ....
อาเมเรีย – ฮะๆ ฉันล้อเล่นหรอกน่า คุณน่ะดูตลกจะตายเวลาที่ทำหน้าเครียดๆน่ะ
วิล – นี่....
อาเมเรีย – งั้น อาจารย์... สัญญาครั้งสุดท้ายกับฉันหน่อยสิตะ
วิล – “สัญญาครั้งสุดท้าย” นี่จะมีซักกี่ครั้งกันล่ะ?
อาเมเรีย – เดี๋ยวนะคะ..... นับวันนี้ด้วย ก็ 53 ครั้งรวมกับ “คำขอร้องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน” อีก 102 ครั้ง
วิล – แล้วจะขออะไรล่ะ?
อาเมเรีย – ได้โปรดปกป้องดอกไม้เหล่านี้ พวกมันเป็นดอกไม้สำคัญของพวกเราค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้โปรดปกป้องพวกมัน ถึงแม้ฉันจะตาย ก็ได้โปรดคอยดูแลพวกมัน
วิล - ....ตกลง
อาเมเรีย – ขอบคุณค่ะ
วิล – ไม่ต้องให้ฉันเกี่ยวก้อยสัญญาหรือ?
อาเมเรีย – ฉันรู้ว่าคุณจะรักษามันไว้ได้แน่ ฉันเชื่อคุณค่ะ วิล
เขากลับมาที่บ้าน และพบว่าเชอรี่นั่งหลับอยู่บนโซฟา ด้านหลังโซฟานั้น เซเนลก็นอนหลับปุ๋ยอยู่ เขาเตะพลั่กไปเพื่อเป็นการปลุก “เซเนล ตื่นได้แล้ว”
เซเนล - ...ชั้นฝันว่ามีอะไรมาเตะชั้น....
วิล – แย่จริงๆ
เซเนล – ชั้นรู้ว่ามันเป็นแค่ผันแต่มันยังเจ็บอยู่เลยนะ
เชอรี่สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินทั้งสองคุยกัน เธอหน้าแดงขึ้นมาเพราะรู้ว่าเผลอหลับไป “อ้ะ...ฉันคงผลอยหลับไปน่ะค่ะ”
วิล – ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย เซเนล
เซเนล – นายจะไม่ไปพบฮาริเอทหน่อยเหรอ? เธอรอให้นายกลับบ้านมาตลอดนะ
วิล – เธอบอกเรื่องห้องนั้นไปแล้วหรือ?
เซเนล – ใช่
เมื่อได้ยินคำตอบ เขาก็ทำท่าทางแบบผิดหวังๆนิด ก่อนจะครุ่นคิดอะไรซักครู่
วิล – ก่อนอื่นฉันต้องให้เธอช่วย พวกเราต้องรีบแล้ว
เซเนล - ...พวกเราต้องทำอะไรล่ะ?
วิล – ฉันอยากไปตรวจสอบทางน้ำ มันมีอะไรบางอย่างผิดปกติกับน้ำและดิน
เซเนล – ตกลง พวกเราจะไปบอกคนอื่นด้วย
เชอรี่ – ฉันจะไปตามพวกเขาค่ะ
วิลเดินนำทุกคนเข้าไปในทางน้ำใต้ดินโดยไม่รอใคร
นอร์ม่า – วิลจิท่าทางจะทุ่มเทมากเลยนะเนี่ย
โคลเอ้ – ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายของพวกเราคืออะไรน่ะ?
เจย์ – บางทีอาจจะมีปีศาจสายพันธุ์หายากอยู่ที่นี่มั้งครั้ง?
เซเนล – เขาบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับดินและน้ำน่ะ
โมเซส – อั๊วมองไม่เห็นเขาแล้วนา
กริวเน่ – แหม ไม่ดีเลยนะจ๊ะ
ทุกคนตามวิลเข้าไปภายใน และพบกับเอ้กแบร์หายากตัวหนึ่ง แทนที่มันจะเข้ามาโจมตี มันกลับเดินหนีหายไปอีกทางหนึ่ง
นอร์ม่า – วิลจิ! ดูสิ นั่นไง!
วิล – เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?
โมเซส – พวกเราจะจับมันไงล่ะ!
นอร์ม่า – เร็วสิ! ช่วยกันหน่อย!
วิล – นี่ไม่ใช่เวลาจะมาวิ่งเล่นกันนะ
เขาพูดจบแล้วก็เดินต่อไป ทิ้งให้ทุกคนงงไปหมดเพราะผิดวิสัยของวิล
นอร์ม่า – เหอ?
เจย์ - แปลกนะครับ
โมเซส – เมื่อกี้มันอะไรน่ะ?
โคลเอ้ – ฉันไม่เข้าใจเลย
กริวเน่ – พี่ว่าเขาไม่ได้สนใจเจ้าหมีตัวน้อยนั่นหรอกจ้ะ
นอร์ม่า – เป็นไปไม่ได้อ๊ะ!
เซเนล - ....เขาคงไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้นน่ะ เขายังไม่แสดงออกให้รู้ แต่เขาคงกังวลตลอดเวลามานี่
นอร์ม่า – เรื่องแฮตตี้น่ะเหรอ?
เซเนล – มันลำบากที่จะทำสุขุมไว้นะ พอคิดว่าตัวเองอาจจะเลือกทางเดินผิดแล้ว หัวใจของเขาก็จะเต็มไปด้วยความเสียใจ และนั่นล่ะที่เจ็บปวดอย่างที่สุด
เชอรี่ – พี่เซเนล - ....
เซเนล – ชั้นมาถึงนี่ได้ก็เพราะมีทุกคน ตอนนี้ชั้นจึงอยากจะตอบแทนบ้าง
เชอรี่ – ค่ะ
กลิ่นฉุนกึ้กลอยเข้ามาเตะจมูกทุกคน
กริวเน่ – แหม อะไรกันเนี่ย ได้กลิ่นกันไหมจ๊ะ?
เจย์ – คุณโมเซส คุณจะบังคับตัวเองหน่อยไม่ได้เลยหรือครับ ทั้งที่คุณเซเนลพึ่งพูดไปแท้ๆ
ทุกคนถอยกรูด
โมเซส – ไม่ใช่อั๊วนะ!
นอร์ม่า – น่าเศร้าจังเลย แก้ตัวแบบนั้นน่ะ
โคลเอ้ – น่ารังเกียจ
โมเซส – เฮ้ย! กลิ่นน่ะมาจากด้านหลังนั้น ใช่ไหม กีท?
โคลเอ้ – บางทีคงมีอะไรเกี่ยวกับเป้าหมายของเรย์นาร์ดด้วย
ด้านในสุดนั้น กลิ่นเหม็นนั้นก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น ใจกลางของที่แห่งนั้นมีหมอกสีดำลอยฟุ้งอยู่
นอร์ม่า – โอ้ย เหม็นอี๋สุดๆเลยในนี้! ที่นี่มันอะไรกันเนี่ย?!
เจย์ – ดูเหมือนว่าน้ำและดินในบริเวณนี้จะเน่าเสียครับ
กริวเน่ – แหม กลิ่นแรงจริงๆเลยนะจ๊ะ
นอร์ม่า – นี่! หมอกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วล่ะ!
ไอสีดำเหล่านั้นหมุนควงซึ่งกันและกัน ก่อนจะรวมตัวกลายเป็นร่างมนุษย์... ร่างของวิล
โมเซส – หมอกมันกลายเป็นวิลโนจิแล้ว!
นอร์ม่า – นี่มันบ้าอะไรเนี่ย?!
เจย์ – ท่าทางนั่นคงเป็นอะไรที่พวกเราคุยด้วยดีๆไม่ได้ครับ
โมเซส – ใครบอกล่ะว่าจะคุยด้วย? ที่ต้องทำก็แค่ตบไอ้นี่ลงไปเอง!
ถึงจะต่อสู้กับมันเท่าไหร่ แต่หมอกดำนั้นก็ดูจะไม่ลดลงเลย หนำซ้ำยังดูเหมือนว่าจะยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น
วิล – หมอกนี่มันไม่ยอมไปไหนเลย
นอร์ม่า – ฉันนึกว่าเราจัดการมันได้แล้วนะเนี่ย!
เจย์ – ดูสิครับ หมอกมันกัดกินทุกอย่างที่สัมผัสมัน ถ้ามันกระจายไปจนทั่วเรือล่ะก็...
วิล – มันจะทำลายพืชพรรณทุกอย่างบนเรือ
นอร์ม่า – งั้นพวกเราต้องหยุดมันสิ!
โมเซส – อั๊วไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะ แต่พวกเราควรจะยืนอยู่กลางหมอกแบบนี้น่ะเหรอ?
เชอรี่ – แค่ฉันคนเดี๋ยวหรือเปล่าคะ ที่เริ่มรู้สึกว่าหายใจลำบากน่ะ?
เจย์ – คงจะสมเหตุสมผลถ้าจะสรุปว่ามันเป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกันครับ
นอร์ม่า – แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า!
โคลเอ้ – ตอนนี้พวกเราน่าจะถอยก่อนนะ เพราะพวกเรายังไม่มีทางหยุดมันได้
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเริ่มถอยไปตั้งหลัก แต่วิลยังคงนิ่งเฉยอยู่
เซเนล – วิล! พวกเราต้องไปแล้วนะ!
วิล – เซเนล เธอคิดว่าสัญญาน่ะมีไว้เพื่ออะไรกัน?
เซเนล – พูดอะไรน่ะ? พวกเราต้องไปแล้วนะ!
วิล – เธอไม่คิดหรือว่าสัญญาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันถูกรักษาไว้ได้ ไม่คิดหรือมันหมายถึงว่าเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาสัญญานั้นไว้
เขาย่างเท้าเข้าไปหาร่างมืดของตัวเองในสายหมอกนั้น “นี่เป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ฉันสามารถให้กับคนที่เชื่อมั่นในตัวฉันได้” เขาพูดก่อนรวมพลังไว้ที่ทั้งสองมือ เล็บส่องแสงแวววาวขึ้นมา
เซเนล – วิล!
เขาจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกปรามไว้ก่อน “ถอยไปซะ เดี๋ยวเธอจะติดร่างแหไปด้วย”
หมอกดำนั้นฟุ้งออกมาอย่างหนักจนแทบมองอะไรเบื้องหน้าไม่เห็น
เซเนล – บ้าจริง!
เชอรี่และเซเนลตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนผู้อยู่ใต้เงื้อมมือของหมอกดำนั้น...
ท่ามกลางความมืดมิด เขายืนอยู่เพียงผู้เดียว มีเพียงแสงสีเหลืองทองที่เปล่งจากตัวเขาส่องสว่างอยู่ เบื้องหลังของเขา ร่างของหญิงลึกลับก็ปรากฏขึ้น
??? – เจ้ารู้ว่ามันไร้ประโยชน์ แล้วทำไมจึงรั้นที่จะตัดทอนชีวิตของเจ้าอีก?
เสียงนั้นเรียกให้เขาหันกลับไปเผชิญหน้า
??? – จงรู้ไว้ ว่านี่คือหนทางที่ทุกสิ่งในจักรวาลจะสูญสิ้น มันไม่ใช่สิ่งที่บุตรของมนุษย์จะสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้
วิล – คุณคือใครกัน?
??? – จงอย่าต่อต้านอีกเลย จงน้อมรับความพ่ายแพ้แก่ข้า
วิล – ฉันไม่สามารถไปโดยไม่ได้เติมเต็มซึ่งสัญญา.... โดยที่ไม่ได้ปกป้องดอกไม้เหล่านั้น
??? – เช่นนั้นเราจะบันดาลให้กับความปรารถนาของเจ้า เด็กน้อยเอ๋ย ความเศร้าเสียใจของเจ้า จะเลือนหายไปในอ้อมอกของข้า และข้าจะปลดปล่อยเจ้าสู่ความว่างเปล่า
วิล – คุณจะบอกว่าคุณจะช่วยรักษาดอกไม้ไว้หรือ?
??? – จงมอบทุกสิ่งของเจ้าให้แก่ข้า เด็กน้อยเอ๋ย แล้วความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริง
วิล – ถ้านั่นจะช่วยให้สัญญาของฉันเป็นจริงได้ก็คงไม่เป็นอะไร เธอก็อาจจะกำลังรอฉันอยู่เหมือนกัน...
แสงสีทองจากร่างของเขาเริ่มดับวูบลง....
“วิล! ได้ยินชั้นไหม?!”
เสียงของเพื่อนดังเข้ามาผ่านความมืดมิดนั้น
“นายตั้งใจจะทิ้งให้ฮาริเอทต้องอยู่ตามลำพังอีกหรือไง?!”
??? – จงอย่าเอนหูของเจ้าไปกับเสียงที่มาชักจูงเจ้าจากความเป็นจริง เจ้าอยู่กับข้า เด็กน้อยเอ๋ย
“ถ้านายไม่กลับมาหาพวกเรา ชั้นจะไม่ให้อภัยนายเลย! ฮาริเอทกำลังรอนายอยู่ จำได้ไหม?!”
วิล - ...ใช่... ฉันเกือบละสายตาไปจากสัญญาที่สำคัญยิ่ง....
“ได้โปรดปกป้องดอกไม้เหล่านี้ พวกมันเป็นดอกไม้สำคัญของพวกเราค่ะ”
ไอแสงสีทองเริ่มปรากฏออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง
??? – เจ้าไม่ต้องการการปลดปล่อยที่เรามอบให้หรือ? กลับสู่ความว่างเปล่า แล้วความทุกข์ทรมานของเจ้าก็จะมลายไปสิ้น บุตรของมนุษย์ควรสละซึ่งทุกอย่าง เพื่อความทุกข์ของเขาจะได้เลือนหายไป
วิล – ฉันสัญญาว่าฉันจะปกป้องดอกไม้เหล่านั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันสัญญาไว้กับผู้เป็นที่รัก
??? – เจ้าเด็กผู้โง่เขลา
เขาวาดมือไปด้านหน้าพร้อมกับความเชื่อมั่น “สัญญาคงอยู่เพื่อถูกรักษา! พวกเราต่างเชื่อมั่นซึ่งกันและกันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อเติมเต็มมัน!”
??? – ทำไมเจ้าจึงยอมแพ้พ่ายให้แก่ความเจ็บปวด การก้าวย่างไปสู่เส้นทางที่ไม่อาจชดเชยได้?
วิล – คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะมีใครบางคน...
“ฉันรู้ว่าคุณจะรักษาสัญญาค่ะ…”
คำๆนั้นในความทรงจำผุดขึ้นมา พร้อมๆกับที่เขาชี้ไปยังร่างที่อยู่เบื้องหน้า “ใครบางคนที่เชื่อมั่นในตัวฉัน!”
??? – เจ้า.... ด้วยคำสาปของเจ้า ดวงวิญญาณที่เปล่งประกาย เจ้าจะถูกกลืนกินด้วยความมืดของเจ้า
ร่างของนางหายไป ปรากฏเป็นร่างมือของวิล
วิล – อาเมเรีย ฉันจะทำตามสัญญาของฉัน
สองแขนของเขาเปล่งประกายออกมา รัศมีสีรุ้งทอแสงระยิบระยับ “และฮาริเอท พ่อจะให้ลูกเห็นเช่นกัน ให้ลูกได้เห็นว่าอะไรที่อาเมเรียและพ่อรักมาก” เขาชูมือขึ้น ทั้งร่างส่งประกายสีรุ้งเจิดจ้า....
เมื่อประกายนั้นดับวูบลง เขาก็ยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนซึงตั้งท่าระวังตัวกันอยู่ หมอกสีดำนั้นก็สลายไปหมดสิ้นแล้ว
วิล – ขอโทษนะที่ทำให้ต้องกังวล
ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อไม่ต้องต่อสู้กับเพื่อนของตน
เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก แต่อย่าพูดอะไรสบายๆแบบนั้นเลย มันสมกับเป็นนายน่ะ
นอร์ม่า – แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับหมอกนั่นน่ะ?
เจย์- ดูจากที่พวกเราเห็นมาทั้งหมดแล้ว มันต้องเกี่ยวข้องกับที่ปีศาจดุร้ายขึ้นแน่นอนครับ แต่พวกเราก็ยังปะติดปะต่ออะไรที่เกี่ยวกับแผ่นดินไหวไม่ได้เลย
โมเซส – แล้วเรื่องที่หมอกกลายเป็นวิลโนจิอีกล่ะ?
เจย์ – ตอนนี้พวกเรายังพูดอะไรไม่ได้ครับ ยังต้องการข้อมูลอีกมาก
จู่ๆ กริวเน่ก็กุมศีรษะตัวเองแล้วคู้ตัวลงไป
เซเนล – คุณกริวเน่!
กริวเน่ – ขอโทษจ๊ะ จู่ๆก็รู้สึกปวดหัวมาก... หืม พี่คิดว่าพี่จำอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
นอร์ม่า – อ๊ะ แจ๋วเลย!
กริวเน่ – หืม หรือว่าไม่กันนะ?
นอร์ม่า – เลือกซักอย่างสิค้า!
กริวเน่ – หืม สงสัยจังเลยว่ามันคืออะไรนะ
“เราคืออิฟรีท เราปรากฏกายตามคำบัญชาของท่าน”
กริวเน่ – เอ๋? แล้วเธอคือใครจ๊ะ?
ทุกคนงงกันเป็นแถบเพราะเห็นเธอคุยกับอากาศอยู่คนเดียว ในสายตาของเธอ ลูกแก้วสีแดงกำลังลอยอยู่เบื้องหน้า
“ท่านลืมเราไปแล้วหรือ นายท่าน? ความทรงจำของท่านยังไม่กลับมาสินะ...”
โมเซส – เจ๊กำลังคุยกับใครน่ะ?
เจย์ – เธออาจกำลังคุยกับอากาศครับ
โคลเอ้ – พวกเราพยายามไม่พูดแบบนั้นแท้ๆ...
“เราจะกลับสู่การหลับใหลอีกครั้ง จนถึงวันที่พลังของท่านกลับมา”
ลูกแก้วนั้นลอยลงไปอยู่บนพื้น กริวเน่หยิบมันขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ อิฟรีท”
นอร์ม่า – พวกนายคิดว่าควรจะพาเจ๊ไปหาหมอหรือเปล่า?
เชอรี่ – หืมม....
กริวเน่ - อ๊ะ รู้แล้ว! ฉันฝังเมล็ดของอิฟรีทไว้ที่นี่ดีกว่านะจ๊ะ!
ว่าแล้วเธอก็มองไปมองมา แล้วเดินไปที่พื้นดินบริเวณใกล้ๆ ก้มลงขุดพื้นเพื่อปลูกเมล็ดนั้นอย่างสนุกสนาน
กริวเน่ – พวกเรามาหว่านเม็ดพืช~ วางมันเบาๆ~ รดน้ำมันดีๆ~ เมล็ดน้อยๆ ผลิบานอยู่ใต้ดิน เติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแรง~
โคลเอ้ – พวกเราจะทำไงดีน่ะ?...
วิล – อ้ะ! ฉันมาเสียเวลาที่นี่ไม่ได้แล้ว! ฉันต้องกลับไปที่เมืองเดี๋ยวนี้ แล้วจะอธิบายที่หลังนะ
เมื่อมาถึงเมืองเวลเทสซึ่งมืดค่ำแล้ว มิวเซตกำลังเดินไปเดินมารอพวกอยู่บริเวณด้านหน้าเมือง
เชอรี่ – คุณมิวเซต...
วิล – ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ? มีอะไรหรือ?
มิวเซต – ฮาริเอทหายไปจ้ะ
เขาได้ยินแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ทันที “ฉันรู้ว่าเธออาจจะอยู่ที่ไหน” เขาพูดก่อนจะเดินออกไปนอกเมืองคนเดียว
เซเนล – พวกเราจะตามเขาไปล่ะนะ
บนยอดเขาซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งนั้น ฮาริเอทนั่งอยู่บนพื้นหญ้าคนเดียว วิลเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้างๆเธอ
วิล – อ้เมเรียก็ชอบที่แห่งนี้เหมือนกัน
ฮาริเอท – อื้ม หนูก็ว่าอย่างนั้น มันสวยมากนี่
วิล – เธอรักที่แห่งนี้จริงๆ เมื่อเธอมีความสุข เมื่อเธอเศร้า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะมาที่นี่ แม้แต่หลังจากที่พวกเราทะเลาะกันก็ก็มาที่นี่เสมอ
ฮาริเอท – ทำไมถึงทะเลาะกันล่ะ?
วิล – อา หลายเรื่องน่ะ เยอะจนอธิบายไม่ได้ อาเมเรียน่ะค่อนข้างโกรธง่ายนะ
ฮาริเอท – แม่น่ะใจดีกับหนูนะ
วิล – พ่อคิดว่าเธอโกรธที่สุดก็ตอนที่พ่อบอกว่าอาหารของเธอรสชาติแย่
ฮาริเอท – แม่ทำอาหารไม่เอาไหนอยู่แล้วนี่นะ
วิล – ใช่ เธอกับห้องครัวน่ะไปกันไม่ได้หรอก
ฮาริเอท – แต่หนูชอบเวลาที่ท่านทำอาหารนะ
วิล – เธอมักจะดูท่าทางสนุกสนานเสมอ ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ตาม
ฮาริเอท – หนูชอบตอนที่เธอยิ้มแล้วก็หัวเราะ
วิล - ....
ฮาริเอท – หนูชอบมัน......
วิล – ฮาริเอท มาอยู่กับพ่อเถอะ
ฮาริเอท – แหงล่ะ ถ้าไม่ไปอยู่ ห้องนั้นก็เสียเปล่าน่ะสิ
เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ฮาริเอท – อะ....ตะกี้มันหมายความว่าไงน่ะ?
วิล – พ่อแค่โล่งใจน่ะ พ่อคงเจ็บปวดถ้าลูกตอบว่าไม่
ฮาริเอท –ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากหน้าแบบนั้นแล้วมันแปลกจริงๆนะ
วิล – จะถึงเวลาแล้วล่ะ
เขายันตัวขึ้นยืน เงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เคยสว่างเพราะแสงจันทร์เริ่มมืดลง
ฮาริเอท - หือ? ทำไมมันมืดลงล่ะ?
วิล – คืนนี้จะมีจันทรุปราคาเกิดขึ่น พ่อมีเรื่องให้ลูกแปลกใจด้วย
ฮาริเอท – เรื่องแปลกใจเหรอ?
วิล – สิ่งที่พ่อกับอาเมเรียรักมากที่สุด
ฮาริเอท – มีอะไรจะเกิดขึ้นงั้นเหรอ?
วิล – อยู่เงียบๆแล้วเฝ้ามองเถอะนะ
ฮาริเอท – ฮึ ไม่ต้องมาสั่งก็ได้น่า
วิล – มีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ที่บานเฉพาะช่วงจันทรุปราคาเท่านั้น
ฮาริเอท – ว้าว....
วิล – อาเมเรียกับพ่อค้นพบมัน ดอกไม้นั้นจะบาน ณ ที่นี่แห่งเท่านั้น
ฮาริเอท – หมายถึงช่อดอกไม้ที่หนูเจอน่ะเหรอ? มันชื่อว่าอะไรเหรอ? คุณมิวเซตบอกว่ามันมีชื่อที่น่ารักมาก
วิล – ชื่อของมันคือ....
เขาหันกลับมามองลูกสาว “อาเมเรียกับพ่อเป็นคนตั้งชื่อให้มันเอง”
ฮาริเอท – จริงเหรอ?!
วิล – ใช่...
ฮาริเอท – บอกหน่อยสิว่าชื่ออะไร?!
วิล – พ่อไม่อยากให้ลูกร้องไห้ตอนที่ได้ยินหรอกนะ
ฮาริเอท – หือ? ทำไมต้องร้องด้วยล่ะ?
วิล – มันน่าจะเริ่มได้แล้วล่ะ
รอบๆเริ่มมืดลงๆ เมื่อดวงจันทร์เริ่มถูกบดบังทีละนิดๆ
วิล – ดอกไม้นี้เป็นที่รู้จักกันเมื่อยามที่มันส่องประกายสว่างที่สุด เพียงช่วงเวลานั้น แค่ช่วงเวลาหนึ่งนั้น ที่มันจะผลิบานแล้วอวดโฉมความงามของมันที่ไม่มีใครเหมือน
ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ช่อดอกไม้สีชมพูที่ไม่เคยเบ่งบานในช่วงเวลาอื่น มันผลิบานสะพรั่งไปทั่ว
“อาจารย์คะ คิดชื่อของดอกไม้นี้ได้หรือยังล่ะ?”
ฮาริเอทอุทานออกมาเบาๆ เมื่อดอกไม้เหล่านั้นเริ่มปลดปล่อยละกองเกสรสีชมพูออกมา เกสรซึ่งเรืองแสงอ่อนๆ
“นับสามแล้วพูดพร้อมๆกันนะคะ หนึ่ง สอง….”
ท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มถูกย้อมด้วยละอองแสงสีชมพูดที่ปลิวไสวไปทั่วฟ้า นัยน์ตาเธอเริ่มสั่นคลอเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
“ฮาริเอท”
ราวกับว่าเสียงพูดชื่อดอกไม้ที่หลุดออกมาจากปากของพ่อนั้นจะมีเสียงของแม่ เธอซ้อนอยู่ด้วย น้ำตาของเด็กสาวผู้มีชื่อเดียวกับดอกไม้นั้นไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจจะห้าม ไว้อยู่ได้
ฮาริเอท – แม่ขา.... หนูไม่รู้ว่าจะพูดอะไร.... หนูไม่รู้ว่าจะพูดอะไร.... แต่... แต่... ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณ
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะที่วิลเข้าไปโอบกอดเธอไว้ “ตอนนี้หนูมีความสุข..... มีความสุขมาก.... ขอบคุณมากค่ะ... ขอบคุณ”
วิล – พ่อก็ว่าแล้วว่าต้องร้องไห้แน่ๆ
ฮาริเอท – ช่วยไม่ได้นี่... หนูมีความสุข แต่น้ำตามันก็ไหลออกมาอยู่ดี
วิล – อย่าพึ่งหลับตาล่ะ มันยังไม่จบนะ
ฮาริเอท – อะไรนะ?
วิล – คอยเฝ้าดูจนกว่ามันจะจบเถอะนะ
ละอองเกสรเหล่านั้นเริ่มเบาบางลง เมื่อแสงจันทร์เริ่มปรากฏอีกครั้ง ดอกไม้ทั้งหมดก็เหมือนจะเปล่งแสงแวววาว วิลก้มตัวลงไปหยิบดอกหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะนำมันไปทัดผมของลูกสาว จากดอกไม้ที่เคยบอบบาง ตอนนี้มันแข็งราวกับไม่ใช่ดอกไม้นั้น
วิล – ดอกไม้นี้จะกลายเป็นคริสตัลเมื่อต้องแสง แม้แต่ใต้แสงอ่อนๆเช่นแสงจันทร์ก็ตาม
ฮาริเอท – ว้าว...อย่างกับมันกลายเป็นแก้วเลย
วิล – ลูกรู้ไม่ใช่หรือว่ามันคืออะไรน่ะ?
ฮาริเอท – ปิ่นปักผมของหนู...ก็คือดอกไม้นี้....
วิล - ลูกไม่เคยคิดว่ามันเป็นของจริงใช่ไหมล่ะ? ลูกคิดว่าใครซักคนสร้างมันขึ้น
ฮาริเอท – แหงล่ะ! ใครจะไม่คิดว่าจะมีดอกไม้แบบนี้ด้วย!
วิล – พ่อน่าจะดีใจนะ
เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ขณะที่ลูกสาวกำลังสงสัย “อะไรนะ?”
วิล – ถ้าพ่อไม่ได้พบอาเมเรีย พ่อก็คงไม่ได้รู้จักอาริเอททั้งสองนี้
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยอีกคน “ใช่...”
วิล – ฉันคงได้รับพรจริงๆที่ได้พบกับเธอ
ห่างไปไม่ไกลนัก ทุกคนยืนดูภาพเหล่านั้นร่วมกันโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก วิลและฮาริเอทกลับมาที่เมือง เขาสังเกตเห็นบางอย่างในมือเธอ
วิล – ลูกเอาดอกไม้กลับมาด้วยนี่ พ่อแน่ใจว่าอาเมเรียคงไม่ว่าอะไรถ้าพ่อจะเก็บไว้ซักอันนะ
เขารับดอกไม้ซึ่งกลายเป็นคริสตัลมาจากมือก่อนจะเดินไปที่ประตูบ้าน
ฮาริเอท – อ้ะ เดี๋ยวก่อนสิ!
เธอเรียกเขาไว้แล้ววิ่งไปดักหน้า “ให้หนูเข้าไปก่อนนะ” ฮาริเอทเดินไปสองสามก้าวแล้วหันกลับมาสั่งด้วยรอยยิ้ม “อย่าพึ่งเข้าไปจนกว่าหนูจะบอกว่าได้ล่ะ!”
เธอเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูซักพัก ก่อนจะพูดผ่านประตูออกมา “เข้ามาเลย!”
เขาเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ซึ่งเด็กสาวตัวน้อยๆเดินเข้ามาหาด้วยความร่าเริง พูดด้วยเสียงดังฟังชัด
“กลับมาแล้วเหรอคะ พ่อ!”
วิลเอื้อมมือไปกอดเธอเอาไว้ขณะพูดเบาๆ “กลับมาแล้วจ๊ะ ฮาริเอท”
หลายวันต่อมา พวกผู้ชายทั้งหลายรวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง
เจย์ – คงจะครบแล้วนะครับ
เซเนลกวาดสายตาไปรอบบ้านซึ่งมีชั้นลอยด้านบนเป็นห้องนอน
โมเซส – เซโนจิ เอ็งมีปราสาทของตัวเองแล้วล่ะ
วิล – เธอไม่จำเป็นต้องย้ายออกมาก็ได้นี่
เซเนล – ชั้นไม่อยากไปขวางทางชีวิตของนายกับฮาริเอทหรอกนะ
วิล – อ้อ อย่ากังวลเรื่องนั้นเลย
โมเซส – เกือบได้เวลาข้าวเที่ยงแล้ว พวกเราน่าจะรอจนกว่าสาวๆจะมาที่นี่ดีกว่ามั๊ง
ที่บ้านของวิล เชอรี่และโคลเอ้ กำลังเตรียมอาหารกันใหญ่ โดยมีฮาริเอทมองอยู่ใกล้ๆ
ฮาริเอท – สงสัยจังเลยว่าพวกเขาจะเสร็จกันหรือยังนะ
เชอรี่ – พี่ว่าตอนนี้น่าจะทำกันเสร็จแล้วล่ะ
โคลเอ้หันมาจ้องเชอรี่ซักพัก แต่พอสายตาประสานกัน เธอก็เฉไฉไปอีกด้านเพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับอีกฝ่ายดี เชอรี่เองก็เช่นกัน ฮาริเอทเดินไปหาเธอ
ฮาริเอท – หนูว่าพวกเขาต้องหิวแน่ พวกเรารีบเอาข้าวกลางวันไปให้เถอะค่ะ
โคลเอ้ทำท่าทางลังเลใจ พูดไม่เต็มปากเท่าไหร่ “อื้ม ฉันก็ว่าอย่างนั้น” เธอเดินไปเตรียมอาหารต่อ แต่ก็ต้องไปเจอหน้าเชอรี่อีก ทั้งสองคนได้แต่ก้มหน้างุดๆ
ฮาริเอท – ท่าทางเราจะคุยกันยาวๆไม่ได้เลยนะเนี่ย ทั้งสองคนน่าจะตั้งใจไปกับการทำอาหารนะคะ
เชอรี่ – อ้ะ ...อื้อ!
โคลเอ้ - ได้สิ ! ฮะๆ...
กริวเน่เดินเข้ามาในบ้านพอดี “สวัสดีจ๊ะ”
ฮาริเอท – สวัสดีค่า! พี่กริวเน่!
เจ้าตัวมองไปที่โซฟา และเห็นนอร์ม่าหลับสบายอยู่บนนั้น
โคลเอ้ - ก็ว่าอยู่เชียวว่าทำไมมันเงียบจัง เพราะเธอไปหลับอยู่นั่นเอง
ทุกคนเดินเข้าไปใกล้ๆโดยมีเชอรี่เป็นคนปลุก “คุณนอร์ม่า เร็วสิ ได้เวลาตื่นแล้ว”
นอร์ม่า – ฟี้....พี่ชาย... พี่ชาย... หมอนั่นก็เป็นพี่ชายเธอตลอดแหล่ะ...
ปื้ด เชอรี่ฉุนกึ๊กขึ้นมา เธอเอื้อมมือไปบิดหูนอร์ม่าแทบจะขาดจากกัน
นอร์ม่า – โอ้ย พอได้แล้ว ...อย่าบิดสิ...อย่าบิด.... คร่อก....
เชอรี่โมโหกว่าเดิม ตะโดนกรอกใส่หูเต็มหลอดเสียง “ตื่นได้แล้ว!”
พรวด เจ้าตัวสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันใด “อา...มีอะไรเกิดขึ้นตั้งเยอะนี่ ฉันไม่ค่อยได้นอนเท่าไหร่เลยนะ!”
เธอลุกจากโซฟา บิดขี้เกียจไปมา “ฮ้าว... อรุณสวัสดิ์จ้า อาหารกลางวันเสร็จหรือยังเอ่ย?”
โคลเอ้ – นอร์ม่า เธอน่าจะช่วยหน่อยนะ รู้ไหม
นอร์ม่า –ฉันไม่เหมือนเธอสองคนนี่ ฉันไม่มีคนพิเศษที่ต้องทำอาหารให้ซักหน่อย
“สองคน” ที่ว่าหน้าแดงแป๊ด
กริวเน่ – แหม แย่จังนะจ๊ะ
โคลเอ้ – งั้นเธอก็ช่วยยกไปก็แล้วกัน
นอร์ม่า – น่าจะทำเป็นว่าฉันไมได้อยู่ที่นี่นะเนี่ย เอาเถอะ เอาอาหารไปเล้ย!
ที่บ้านของเซเนล ทุกคนนั่งกระจัดกระจายอยู่บนพื้นบ้าน ต่างคนก็ต่างกินอาหารที่สาวๆเอามาให้
เชอรี่ – นี่ค่ะ พี่เซเนล
เขารับอาหารมาเข้าปากแล้วชมว่าอร่อย จนเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณค่ะ!”
โคลเอ้มองทั้งสองคนเงียบ ทำหน้ามุ่ย
กริวเน่ – แหม แซนด์วิชนี่อร่อยจังเลย!
โคลเอ้ – ค่ะ....
นอร์ม่า – คู นี่เธอยังไม่ได้ลองกินเลยเหรอไง?
ส่วนโมเซสและเจย์ก็กัดกันตามปกติ
โมเซส – อย่าลืมเคี้ยวก่อนละ เจย์โบ
เจย์ – ได้ยินแบบนั้นจากปากคุณแล้วทำเอาผมแทบคลั่งเลยครับ
ส่วนฮาริเอทก็หยิบอาหารส่งให้วิลเหมือนกัน “นี่ค่ะ พ่อ”
เขารับมากินอย่างสบายใจ... และทันทีที่รับรู้ถึงรสสัมผัส เหมือนเวลาจะหยุดลงแวบหนึ่ง วิลทำหน้าตาอย่างกลืนไม่เข้า คายไม่ออก
ฮาริเอท – ไงคะ? เป็นไงบ้าง?
วิล – ตั้งแต่รสชาติจนถึงผิวสัมผัส ในทุกๆทาง นี่เป็นรสชาติที่แย่ที่สุดที่พ่อเคยกินมา
ปึ้ด เธอหน้าบูดขึ้นมาก่อนจะกลายเป็นหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ “ทั้งที่หนูพยายามขนาดนี้แล้วนะ?! ได้ งั้นเอาคืนมาเลย!”
เขาเห็นอารมณ์ลูกสาวแบบนั้นก็ตะลึง วิลนิ่งไปพักนึงก่อนพูดออกมา “พ่อมีความรับผิดชอบที่ต้องกินมันให้หมด จะยอมแพ้กลางคันไม่ได้หรอก” ว่าแล้วเขาก็จับอาหารฝีมือลูกสาวเข้าปากต่อไป
ฮาริเอท - มะ....หมายความว่าไงน่ะ?.... อย่าห่วงนะ มีพอสำหรับทุกคนเลย
ทุกคนเหงื่อแตกผลั่ก เด้งตัวผึงหันหลังให้ทันที ยกเว้นกีทที่ยังมองเธออยู่
ฮาริเอท – ทำไมถึงหันหน้าหนีไปกันหมดเลยล่ะ?! นี่ กีท ฉันทำให้แกด้วยนะ กินสิ!
มันเดินเข้าไปใกล้ ดมกลิ่นฟุดฟิดแล้วก็เผ่นหนีออกมา
เจย์ – สัตว์น่ะซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองครับ
เธอโกรธหนักกว่าเดิม ถือขนมปังเดินไปหาโมเซส “นายเป็นเจ้าของมันนี่! ต้องรับผิดชอบกินเข้าไปด้วย!”
โมเซส – ทำไมต้องเป็นอั๊วด้วยล่ะเนี่ย?... บางทีอั๊วก็สงสัยว่าเกิดมาเพื่อเจอกว่าความทรมานหรือเปล่านะ....
กร๊วม! เขารับขนมปังนั้นมากัดคำโต
ฮาริเอท – อร่อยไหม?
เขากระเดือกลงไปแล้วนิ่งสนิท ก่อนร้องลั่นควันออกหู วิ่งไปรอบบ้านแล้วเผ่นออกนอกประตูไปอย่างรวดเร็ว “ย๊าฮู้~~~!”
ทุกคนมองตามไปอย่างวิตกสุดๆ ยกเว้นกริวเน่ “แหม โมเซสคุงดูท่าทางจะสนุกนะจ๊ะ คงจะเยี่ยมมากขนาดที่ทำให้เขาต้องกระโดดแล้ววิ่งไปมา!”
เธอรับขนมปังของฮาริเอทมาลองชิมบ้าง
เชอรี่ – คุณกริวเน่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?
ฮาริเอทรีบวิ่งมาโวยวายกับเธอใหญ่เมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ก็ผิดคาด
กริวเน่ – อร่อยจริงๆจ้ะ!
ทุกคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ฮาริเอท – เห็นไหมล่ะ? บางคนก็ชอบมันนะ
โมเซสเดินโซเซกลับเข้ามาอย่างอ่อนเพลีย “อั๊วนึกว่าจะตายแล้วสิ...” ฮาริเอทสีหน้าบูดบึ้งไปกันใหญ่
โครม! วิลเขกหัวโมเซสเต็มแรงฐานทำให้ลูกสาวเสียใจ!
โมเซส – โอ๊ย!
หลังเวลาอาหารจบลง ทุกคนก็นั่งพักผ่อนกันโดยวิลและฮาริเอทไปล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน เสียงเรียกดังผ่านเข้ามาในบ้าน
“ขอโทษนะคะ!ะ มีใครอยู่หรือเปล่า?”
ประตูบ้านเปิดออก เจ้าของเสียงนั้นคือเอลซ่านั่นเอง
เอลซ่า – สวัสดีค่ะ ทุกคน
โคลเอ้ – เธอมาที่นี่จะไม่เป็นอะไรหรือ?
เอลซ่า – วันนี้ฉันรู้สึกดีมากค่ะ
ทั้งสองคนสนทนากันสนุกสนาน โดยมีนอร์ม่าเข้าร่วมวงด้วย
เอลซ่า – รู้สึกว่าจะมีเสียงเอะอะที่หน้าเมืองค่ะ รู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น?
ทุกคนลุกขึ้นฟังอย่างสนใจ
เอลซ่า – ที่นั่นมีคนมากมาย แล้วบางคนก็ตะโกน...
เจย์ – พวกเราควรไปดูหน่อยไหมครับ?
วิล – ถ้าจะไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นก็คงดีที่สุดนะ
ที่ประตูทางเข้าเมืองนั้น ชาวเมืองมากมายจับกลุ่มคุยกันอยู่
??? – มีใครตอบฉันได้บ้างไหมคะ
เมื่อทุกคนไปถึง ชาวเมืองก็เริ่มสลายตัวกลับไปกันแล้ว วิลกันไปหาชาวเมืองสองคนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันนั้น “มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ?”
??? – คงจะไม่มีใครสามารถเข้าใจฉันได้เลยนะคะ
เจ้าของเสียงนั้นเดินเข้ามา เธอเป็นหญิงสาวในชุดฟ้า-ขาวของชาวเผ่าวารี ผมบลอนด์ยาวซึ่งมัดเป็นหางม้าอยู่ทั้งสองด้าน รูปหน้าที่คุ้นเคยทำให้เชอรี่แล้วเซเนลวิ่งออกไปหา แล้วเรียกด้วยความตกใจ “เฟนิมอร์!”
??? – ดีจริง ที่คุณยังจำชื่อพี่สาวของฉันได้
เชอรี่ – พี่สาว....คุณเป็นน้องของเฟนิมอร์เหรอคะ?
นอร์ม่า – อ้ะใช่ๆ เฟนเฟนมีน้องฝาแฝดนี่
เธอคุกเข่าลงทำความเคารพเชอรี่แล้วแนะนำตัว “ฉันเป็นน้องสาวของพี่เฟนิมอร์ ชื่อทิวล่าค่ะ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบเมลเนส”
ทิวล่าลุกขึ้นแล้วมองไปมองมารอบๆตัว เธอทำท่าทางไม่พอใจ “ตอนที่ฉันได้ยินว่าคุณอาศัยอยู่ที่นี่กับคนพวกนี่ ฉันสรุปไปว่าคุณคงลืมเรื่องของพี่ไปแล้ว”
เชอรี่ – ฉันลืมเธอไม่ได้หรอก...
ทิวล่า – ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณจึงลืมหน้าที่ แล้วเลือกที่จะมาอยู่ในที่แบบนี้ล่ะคะ?! คุณคิดว่ากำลังทำอะไรกับพวกโอเรลเนสที่นี่?! คุณยังมีอะไรอีกมากที่ควรจะทำ
โมเซส – เดี๋ยวก่อนซักแป๊บนะ
วิล – เชอรี่อยู่ที่นี่ในฐานะฑูต ในฐานะผู้แทนของชาวเฟลเนส หากเธอเป็นชาวเฟลเนสเธอก็ควรจะรู้เรื่องนี้แน่ๆ
ทิวล่า – ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะมาอาศัยอยู่กับพวกโอเรลเนส จนฉันได้มาเห็นด้วยสายตาตัวเองนี่ล่ะ
เชอรี่ – ฉัน....
ทิวล่า – ตอนแรก คุณฆ่าพี่เฟนิมอร์ แล้วตอนนี้ก็มาอยู่ที่นี่ ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านเวลาที่อยู่ร่วมกับโอเรลเนสพวกนี้สินะ?!
เธอชี้หน้าเชอรี่อย่างโกรธเกรี้ยว “คุณเป็นอะไรไปน่ะ?!”
เซเนล – นี่ หยุดนะ! เธอเข้าใจผิดแล้ว!
ทิวล่า – พี่เฟนิมอร์ตายเพราะปกป้องเมลเนสไม่ใช่เหรอคะ? นั่นก็เหมือนกับว่าเมลเนสฆ่าพี่ด้วยตัวของนางเองนั่นล่ะ!
เขากัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ “เธอนี่....”
เชอรี่ – พี่คะ ไม่เป็นอะไรหรอก
ทิวล่า - คุณเป็นความหวังของพวกเรา แล้วคุณก็ทรยศพวกเรา! แล้วก็ยังทรยศมาจนถึงวันนี้!
เชอรี่ - ....
ทิวล่า – แทนที่จะกลับไปที่บ้าน คุณกลับมาที่เมือง แล้วอาศัยร่วมกับพวกโอเรลเนสที่น่ารังเกียจพวกนี้! คุณแค่วิ่งหนีไปเองคนเดียว!
เซเนล – นี่!
เชอรี่ – ไม่เป็นไรค่ะ...
ทิวล่า – ที่คุณควรทำคือต้องให้คนพวกนี้ชดใช้ไม่ใช่เหรอ! เป็นหน้าที่ของคุณที่จะกวาดล้างพวกมัน!
เชอรี่ - ....
ทิวล่า – พวกโอเรลเนสฆ่าพวกเราไปตั้งมากมาย พวกมันฆ่าพี่ของฉัน! พี่เฟนิมอร์ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาของคุณเอง! แล้วคุณก็ยังไม่ยอมใช้พลังของคุณอีกเหรอ?!
เชอรี่ – นั่นเพราะว่า...
ทิวล่า – เพราะว่าชีวิตของพี่สาวของฉันมันไม่มีค่าอะไรกับคุณเลยใช่ไหมล่ะ?!
เชอรี่ – ไม่ใช่นะ!
ทิวล่า – แต่คุณห่วงใยพวกโอเรลเนสมากกว่าใช่ไหมล่ะ? โอเรลเนสที่อยู่ที่นี่ พวกที่คุณควรจะเกลียดมากกว่าอะไรทั้งหมด!
เชอรี่ - ....นั่น... เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ยุติธรรมเลยนะ
เธอหันหลังให้อย่างไม่ใยดี “คุณใช้วิธีแบบนั้นมาเปลี่ยนเรื่องล่ะสิ?”
ทิวล่า - ตอนที่ฉันได้รู้ว่าพี่เฟนิมอร์ยังมีชีวิตอยู่ ฉันดีใจมาก ตั้งแต่ที่พวกเราถูกโอเรลเนสโจมตีแล้วต้องพรากจากกัน มันก็ไม่มีเคยมีช่วงเวลาที่น่ายินดีกับฉันเลย ฉันดีใจมากๆ คิดว่าพวกเราคงได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง แต่....เพราะคุณ...
เธอยกมือปาดน้ำตาที่ซึมออกมาแล้วหันกลับมา “เพราะคุณ ฉันถึงไม่ได้เห็นเธออีกเลย!! คุณพรากพี่ไปจากฉัน! คุณฆ่าเธอ!”
เชอรี่ – เธอ...พูดถูกแล้ว...
เซเนล – เชอรี่?!
เธอหลับตาพูดอย่างเศร้าๆ “หากฉันได้ทำอะไรที่สมควรทำ เฟนิมอร์ก็คงไม่ต้องมาอยู่บนเลกาซี่ เธอคงไม่ต้องสละชีวิตเพื่อปกปิองฉัน”
ทิวล่า – “ทำเรื่องที่คุณสมควรทำ?” คิดจะทดสอบฉันหรือไงกัน? ถ้าคุณเข้าใจได้ขนาดนั้นแล้ว งั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าคุณต้องทำอะไรสิ! อย่ามัวแต่มานั่งขอโทษฉัน หรือมานั่งจับมือกับโอเรลเนสน่ารังเกียจพวกนี้!
เธอกราดนิ้วชี้ไปยังทุกคน “ที่คุณต้องทำก็คือทำลายพวกมัน!”
เชอรี่ - ...ไม่ใช่ เธอผิดแล้ว
ทิวล่า – ฉันไม่ผิด!
เชอรี่ – ไม่ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้แน่นอน
ทิวล่า - ....ฉันคิดว่าคงจะเสียเวลาเปล่าแล้ว
เชอรี่ได้แต่ก้มหน้านิ่ง
ทิวล่า – ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูดด้วยอีกแล้ว แค่มองหน้าคุณฉันก็จะป่วยแล้ว ขอตัวล่ะ ถ้าอยู่ในเมืองโอเรลเนสนานไปกว่านี้ ฉันคงติดโรคอะไรแบบที่คุณเป็นอยู่แน่
นอร์ม่า – โอย มองกันแง่ลบสุดๆเลยนะเนี่ย
โมเซส – น่าจะอ่อนหวานกว่านี้หน่อยนะ ยาหยี
ทิวล่า – ถ้าได้ยินนายเรียกฉันว่ายาหยีอีกที ฉันคงสำรอกแน่
เจย์ – คุณโมเซส ก่อนจะพูดอะไรก็คิดก่อนเถอะครับ
เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจพวกเข่อีกต่อไป
นอร์ม่า - นี่ทิวลี่มาที่นี่เพื่อบ่นแค่นั้นน่ะเหรอ?
โคลเอ้ – เธอดูน่ากลัวมากเลยนะ
นอร์ม่า – น่ากลัว หือ...ฉันน่าจะเรียนรู้อีกซักหน่อยก่อนที่จะไปไหนมาไหนนะเนี่ย
เธอพูดเปรยๆออกมาจนโคลเอ้สงสัย
นอร์ม่า – อ้ะ ขอโทษที แค่พูดกับตัวเองน่ะ
กริวเน่โอบกอดเชอรี่ซึ่งยังคงก้มหน้าเงียบอยู่ “เข้มแข็งไว้นะจ๊ะ เชอรี่”
เชอรี่ – ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้เข้าซักวัน ไม่ช้าก็เร็ว
เซเนล – เชอรี่...
เชอรี่ – จริงๆแล้ว ฉันคิดว่าจะไปหาเธอด้วยตัวเองค่ะ ฉันปล่อยหมู่บ้านเฟลเนสให้คุณเมาริทซ์ดูแล โดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้คนที่อาศัยที่นั่น ฉันน่าจะรู้ว่าจะต้องมีใครบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับที่ฉันทำ....
เธอเดินหันหลังออกมาจากทุกคน “ทิวล่าเป็นคนที่เข้มแข็ง เธอมาที่นี่ด้วยตัวของเธอเอง”
เซเนล – เธอไม่ต้องทนอยู่คนเดียวหรอกนะ นี่เป็นปัญหาที่พวกเราทุกคนต้องจัดการ พวกเราต้องช่วยกัน เพื่อปิดช่องว่างระกว่างโอเรลเนสและเฟลเนส ทีละนิดๆ ทีละก้าวๆ
วิล – ปัญหาที่อ่อนไหวเช่นนี้น่ะไม่มีทางแก้ได้ง่ายๆหรอก นี่เป็นปัญหาที่มีต้นตอฝังลึกซึ่งคงอยู่มายาวนาน
โมเซส – ใช่ แต่พวกเราทุกคนควรอยู่กันให้เป็นครอบครัวสุขสันต์ใหญ่ๆครอบครัวหนึ่ง!
เชอรี่ – ครอบครัว...
วิล – โมเซสน่ะพูดได้ดีเสมอถ้าเกี่ยวกับครอบครัวนะ
นอร์ม่า – แต่แย่หน่อยว่าหมอนี่มีดีแค่เรื่องนั้นน่ะล่ะ
โมเซส – เฮ้ย!
การหยอกล้อกันเรียกเสียงหัวเราะจากหลายๆคน
เชอรี่ - ...ขอบคุณนะคะ ทุกคน ฉันดีใจจริงๆ...
เธอก้มหน้าปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา...
เชอรี่ยืนภาวนาอยู่เงียบๆที่หน้าหลุมศพของสเตล่า พี่สาวของเธอ
เซเนล – คิดแล้วเชียวว่าต้องอยู่ที่นี่
เชอรี่ – พี่....รู้ได้ยังไงคะ?
เซเนล – ชั้นแค่รู้สึกน่ะ
เชอรี่ - ...หนูต้องเข้มแข็ง พี่สเตล่าจะได้ดีใจกับหนู หนูไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ กลับบ้านกันเถอะ
เซเนล - ...ได้สิ
ทั้งสองคนเดินออกมา สวนทางกับนอร์ม่าที่เดินเข้าไปพอดีโดยที่เจ้าตัวไม่เห็น
เชอรี่ – นั่นคุณนอร์ม่าหรือเปล่าคะ?
พวกเขาเดินตามไปเธอยืนหลับตาประสานสองมืออยู่หน้าหลุมศพที่พวกเขาเคยเห็นเมื่อวันก่อนนั้นเอง
นอร์ม่า – คอยดูนะ อาจารย์ ฉันสัญญาว่าจะหามันให้พบ ช่วยเป็นกำลังใจซักนิดให้ฉันเดินหน้าไปด้วยนะ ได้ไหม?
เธอลืมตาขึ้น กำมือแล้วพูดออกมา “เอาล่ะ! ด้วยทุกอย่างที่คุณสอนมา ต้องหาเจอแน่ๆ!”
เซเนล – หาอะไรเหรอ?
เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียง “อ้ะ...ไง... พวกนาย.. เอ้อ... นี่... มาเดทกันที่นี่ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?”
เซเนล – ไม่ใช่เดทซักหน่อย
นอร์ม่า – ฉันไม่อยากเป็น กขค. หรอกนะ งั้นไปล่ะ ไว้เจอกันนะ!
หลังเฉไฉจบ นอร์ม่าก็เผ่นแนบออกไป
เซเนล – เธอตื่นเต้นอะไรของเธอกันน่ะ?
เชอรี่ – เธอคงไม่อยากให้พวกเราเห็นเธอที่นี่มั้งคะ
เขาเดินไปที่หลุมศพนั้น “นี่เป็นหลุมศพของคนที่เธอรู้จักเหรอ? ชื่อเขาคือ....”
”สเวน”?
--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:48 pm----------
- Posts : 791
- G. : 2566737
- my website
September 8th, 2006 10:00PM, Next Farecery said,
September 8th, 2006 10:06PM, Nallu said,
CQ มาแล้ว สนุกสนานเฮฮา มีหลายเรื่องอยากอ่านอยู่เลย XD
(ศึกรักสามเส้าแอบสนุก เนื้อเรื่องแอบรันทด แต่เอนจอยสุดๆ เลย)
/me ตะลุย CQ โมเซสต่อ
- Posts : 689
- G. : 52873
- my website
September 9th, 2006 10:30PM, Icys said,
โอ้ว นี่คือวิธีเก็บเลเวลแบบใหม่ใช่มั้ยคะ:sweat:
/me จ้องหามาลงมั่ง
September 10th, 2006 08:41PM, MaNiAs said,
เหอๆ อยากทำมั่งแต่มะมีความรู้ซักเท่าไหร่ TwT
อ่านแล้วแทบจะร้องอีกรอบเรย (ร้องไปแย้วตอนเล่นเกม =w=)
/me รอของนอร์ม่าต่อปาย :thumbup:


