Topic #427: Tales of Legendia : Character Quest - Chasing a Dream, part 1

Next Farecery

เมื่อเดินพ้นประตูเข้าไป สายตาทุกคนก็เห็นปีศาจตัวเล็กๆยืนอยู่ใกล้ๆกันนั้น 

ฮาริเอท – อ๊ะ! นั่นไง! 

มันคงตกใจที่เห็นผู้คน จึงวิ่งหนีเข้าไปด้านในอีก 

โมเซส – กลับมานะ! 

ทุกคนเริ่มวิ่งไล่จับกันใหญ่ 

นอร์ม่า – เจ้าเปี๊ยกนี่มันไวชะมัดเลย! 

เชอรี่ – พี่คะ มันไปทางนั้นแล้ว! 

เซเนล – ได้เลย! 

โมเซส – ให้อั๊วลุยเอง! 

เชอรี่+โคลเอ้ – ระวัง! 

โครม! ทั้งสองคนวิ่งมาชนกันเองอย่างสวยงาม... 

โคลเอ้ – เป็นอะไรไหม? 

โมเซส – เซโนจิ...เอ็งนี่หัวแข็งชะมัด... 

เซเนล – ใครควรจะพูดแบบนั้นกันแน่ โอย.... 

ทั้งสองคนลุกขึ้นมาจากการไล่จับที่ล้มเหลว ตอนนี้ทุกคนมากันถึงทางเดินก่อนเข้าสู่ห้องชั้นในสุดแล้ว 

เจย์ – นี่เป็นเพราะคุณโมเซสครับ จังหวะที่ลงตัว แล้วก็ตูม….. 

โมเซส – อั๊วมีความภาคภูมิใจในฐานะนักฝึกสัตว์นะ อั๊วไม่ยอมให้เซโนจิได้คำชมไปหรอก แล้วดูสิ มันกำลังกลับมาเล่นกับอั๊วแล้ว 

เขาชี้ไปที่ปีศาจตัวน้อยซึ่งบินกลับมาด้วยท่าทางร้อนรน 

ฮาริเอท – ดูมันท่าทางแปลกๆนะ 

กริวเน่ – ดูเหมือนมันกลัวอยู่เลยจ๊ะ 

เจย์ – ถ้าผมไม่ได้ตาฝาด ข้างหลังมันมีปีศาจอีกตัวครับ เป็นตัวที่ท่าทางจะโหดด้วย 

เชอรี่ – ฉันก็เห็นค่ะ 

เจ้าของเสียงเท้าตึงๆย่างสามขุมเข้ามาหาทุกคน 

โคลเอ้ – โชคร้ายนะ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาซะด้วย 

มังกรขนาดย่อมตัวหนึ่งจ้องมาที่ทุกคนอย่างดุร้าย! 

โมเซส – เอาล่ะ ลุยเลยสิ! 

 

ร่างของมังกรฟาฟเนิร์ตัวนั้นกองลงกับพื้นเมื่อจบการต่อสู้ 

โมเซส – เย้! พวกเราอัดมันจบแล้ว! ฮ่า! 

เจย์ – คุณโมเซส คุณช่วยนิ่งๆหน่อยเป็นไหมครับเนี่ย? 

โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ?! 

เซเนล – เงียบได้แล้ว ทั้งสองคน พวกนายจะทำให้มันกลัวนะ 

ฮาริเอทเดินเข้าไปหาเลเธอร์ปั๊ปปี้ที่ยืนอยุ่ใกล้ๆซากของศัตรู 

ฮาริเอท – อย่าหนีไปอีกนะ นิ่งๆ.. นิ่งๆ.... เยี่ยม! ฉันจับได้แล้ว! 

เชอรี่ – แฮตตี้ดูดีใจจริงๆคะ 

นอร์ม่า – เธอพึ่งทำให้ขั้นแรกของแผนวิลอึ้งสำเร็จนี่นะ 

เจย์ – ผมว่ามันคือ “ปฏิบัติการเซอร์ไพรส์วิล” ไม่ใช่หรือครับ? 

โคลเอ้ – สำคัญด้วยเหรอ? ยังไงนอร์ม่าก็เป็นคนพูดเองเออเองนี่ 

นอร์ม่า – คู พูดแบบนั้นมันไม่หยาบคายไปหน่อยเหรอ? 

ฮาริเอท – อ้ะ นี่ หยุดนะ! อยู่นิ่งๆสิ! 

ปีศสจในแขนเธอดิ้นรุนแรงจนหลุดรอดไปได้ พร้อมๆกับปิ่นปักผมของเธอหลุดไปกลิ้งอยู่บนพื้น 

ฮาริเอท – ดูซิ...ปิ่นฉันหลุดออกไปเลย นี่เป็นของดูต่างหน้าแม่นะ! ถ้ามันแตกไปแกจะทำยังไงล่ะ หือ? 

จู่ๆ ร่างของปีศาจที่ทุกคนพึ่งจัดการไปก็ยันตัวลุกพรวดขึ้นมาอีก! 

เชอรี่ – แฮตตี้! 

มันพุ่งเข้าโจมตีใส่ฮาริเอท จังหวะเดียวกับที่เชอรี่เข้าไปโดดขวางไว้พอดี! 

เซเนล – เชอรี่! 

ทุกคนวิ่งเข้าไปจัดการจนดาวดิ้น ส่วนนอร์ม่ารีบรักษาเชอรี่เป็นการด่วน 

โคลเอ้ – นี่มันทนผิดปกติแล้วนะ อย่าบอกนะว่า.... 

หมอกดำระเหยออกมาจากตัวมันอย่างที่ทุกคนกำลังนึกอยู่ ก่อนที่จะสลายไปหมดสิ้น 

เจย์ – หมอกดำอีกแล้วครับ 

แสงจากการรักษาของนอร์ม่าแวบดับลง บอกให้รู้ว่าเสร็จแล้ว 

เซเนล – เชอรี่ เป็นอะไรหรือเปล่า? 

ด้วยความโล่งใจของทุกคน เธอยันตัวลุกขึ้นมาได้ “หนูไม่เป็นไรค่ะ แต่...” 

ทุกคนหันไปที่ฮาริเอท ซึ่งกำลังเดินไปที่ปิ่นปักผมของเธอซึ่งแตกเป็นสองเสี่ยงอยู่บนพื้น... คงเพราะตอนที่ปีศาจตัวนั้นอาละวาดเมื่อครู่ 

ฮาริเอท – อ๊ะ.... อา.... 

เชอรี่ – แฮตตี้... 

ฮาริเอท – ปิ่นของฉัน... ดอกไม้มันหักแล้ว... 

เจย์ – อยู่ที่นี่คงจะอันตรายครับ 

เซเนล – กลับเมืองกันก่อนเถอะ 

เชอรี่ – แฮตตี้ ยืนไหวไหมจ๊ะ? 

ฮาริเอท - ............ 

 

พระอาทิตย์ได้ตกดินไปแล้ว เมื่อทุกคนกลับมาสู่เบื้องบน ที่นั่น วิลกำลังยืนรออยู่ 

วิล – ลูกออกไปนอกเมืองจริงๆสินะ 

ทุกคนอึกอัก รีบแก้ตัวให้ทันที 

เซเนล – ชั้นขอโทษที่พาฮาริเอทไปโดยไม่บอกนายนะ วิล 

โคลเอ้ – พวกเราน่าจะปรึกษาคุณก่อน ถึงพวกเราจะแค่ไปเดินเล่นกันก็เถอะ 

โมเซส – เป็นความผิดพวกอั๊วเองล่ะ คูณหนูของเอ็งไม่ได้ทำอะรผิดหรอก 

วิล – พวกเธอรู้ว่านอกเมืองเวลเทสน่ะอันตรายแค่ไหน ก็ไม่น่าจะพาเด็กออกไปโดยไม่มีเหตุผลที่ดีหรอกนะ 

นอร์ม่า – แหม ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก 

เขาเดินเข้าไปหาลูกสาว “ฮาริเอทคงจะขอร้องอะไรที่พวกเธอปฏิเสธไม่ได้” 

ฮาริเอท – อะ...อะไร? มันไม่ดีเหรอ? 

เขาลากเธอออกมาจากกลุ่มโดยไม่สนใจอะไร 

ฮาริเอท – โอ้ย! นี่ หยุดนะ! 

เชอรี่ – ได้โปรดรอก่อนเถอะค่ะ คุณวิล! แฮตตี้ทำแบบนี้เพื่อคุณนะคะ! 

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ฟัง ยังคงลากตัวฮาริเอทต่อไป “หยุดนะ! คุณทำหนูเจ็บแล้ว!” 

เซเนล - ... 

นอร์ม่า – วิลจิคงมองพวกเราทะลุปรุโปร่งหมดเลยล่ะ 

โมเซส – ท่าทางพวกเราคงทำเขาฉุนแล้วมั้ง 

โคลเอ้ – ฉันเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงนะ แต่อย่างน้อยเขาก็น่าจะฟังที่พวกเราพูดบ้างสิ 

เจย์ – พวกเราควรจะรอให้อะไรๆมันเย็นลงซักหน่อยก่อนครับ 

เชอรี่ - .... 

 

ทุกคนแยกย้ายกลับไปกันหมดแล้ว เหลือแต่เซเนลและเชอรี่เท่านั้น 

เซเนล – พวกเราก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ไปที่บ้านวิลแล้วดูว่าจะพูดอะไรได้บ้างเถอะ 

เชอรี่ – ค่ะ 

 

วิล – ต้องให้พ่อบอกอีกกี่ครั้งว่าอย่าออกนอกเมืองน่ะ? 

เขาพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก แต่ผู้เป็นลูกสาวก็หันหลัง มีทีท่าไม่สนใจที่เขาพูด 

วิล – ลูกไม่มีอะไรจะพูดเลยเหรอ? ทำไมถึงไม่เชื่อฟังพ่อเลย? 

ฮาริเอท - ... 

ประตูบ้านเปิดออก พร้อมกับที่เซเนลและเชอรี่เดินเข้ามา 

เซเนล – วิล พอเถอะ 

เชอรี่ – มันมีเหตุผลนะคะ 

วิล – เธอสองคนอย่างยุ่งเลย ฉันกำลังพูดกับฮาริเอทอยู่ 

เขาพึ่งสังเกตเห็นรอยคราบเลือดที่อยู่บนเสื้อของเธอ “เชอรี่? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” 

เชอรี่ – อ๋อ นี่เหรอคะ?... ฉันแค่ซุ่มซ่ามนิดหน่อยค่ะ 

วิล – ฉันเดาว่าคงเป็นความผิดของฮาริเอทสินะ? 

เชอรี่ – อึ้ก.. 

วิล – คิดแล้วเชียว 

เขาหันกลับมาหาลูกสาว “เพื่อนของพ่อคนหนึ่งต้องบาดเจ็บเพราะลูก ลูกคิดว่าจะรับผิดชอบมันยังไงล่ะ?” 

เซเนล – วิล นายพูดเกินไปแล้วนะ 

เขาหันมาชี้หน้าพูดเสียงแข็ง “ฉันบอกว่าอย่าเข้ามายุ่ง ไม่ได้ยินหรือ?” เจอแบบนี้เซเนลก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน 

วิล – นี่เป็นผลจากพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวของลูก ลูกสร้างปัญหาให้กับทุกคน 

เธอทำหน้าเหมือนกับพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ “หนูแค่อยาก....” 

วิล – ลูกดึงทุกคนให้อยู่ในอันตราย แล้วยังทำให้เขาบาดเจ็บโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพออีก 

ฮาริเอท – แต่......หนูไม่อยากเสียปิ่นปักผมไป.... 

วิล – ปิ่นปักผมเหรอ? 

สีหน้าของวิลดูจะไม่พอใจมากยิ่งขึ้น “ลูกพาคนที่พ่อห่วงใยไปเจออันตรายเพื่อของแค่นั้นหรือ?!” 

ฮาริเอท – นี่! อย่าพูดถึงปิ่นของหนูแบบนั้นนะ! 

วิล – หืม?... 

ฮาริเอท – “คนที่คุณห่วงใย” ?! ขอทีเถอะน่า! หนูก็มีสิ่งที่หนูห่วงใยเหมือนกัน! 

วิล - ....... 

ฮาริเอท – ใช่ว่าคุณจะห่วงว่าจะเกิดอะไรกับหนูเมื่อไหร่ล่ะ! ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ใช่เวลาที่แสนมีค่าของคุณอยู่กับเพื่อนที่แสนสำคัญของ คุณไปเลยล่ะ?! หนูเกลียดคุณ! ไปตายซะได้ก็ดีหรอก! 

เธอตะเบ็งเสียงสุดแรงแล้วชี้หน้าผู้เป็นพ่อ “แม่น่ะไม่ควรตายหรอก คุณต่างหาก!” 

พูดจบเธอก็วิ่งหนีออกไปทันที... เขาหันมาหาพวกเซเนลแล้วพูดด้วยเสียงเรียบๆเช่นเคย 

วิล – ขอโทษนะที่เธอต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ 

เซเนล – นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำตัวเข้มแข็งอยู่นะ วิล 

เชอรี่ – หนูจะตามเธอไปนะคะ 

เชอรี่วิ่งออกไป ส่วนวิลก็ยังคงเงียบอยู่ จนเขาไปเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงบนพื้น... ปิ่นปักผมที่ลูกสาวเขาพูดถึงนั่นเอง 

วิล – นี่เป็นปิ่นที่ฮาริเอทพูดถึงหรือ? 

เซเนล – เธอบอกว่าแม่ของเธอมอบให้เธอ มันเป็นของที่สำคัญมากของฮาริเอทน่ะ 

วิล - ..... 

 

ที่บ้านของมิวเซต เชอรี่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ซึ่งมีเสียงฮาริเอทโวยวายดังลอดออกมา 

ฮาริเอท – หนูไม่ต้องการเขา! หนูไม่ต้องการเขาแล้ว! 

เชอรี่ – แฮตตี้ ฟังฉันนะ 

ฮาริเอท – หนูไม่ต้องการใครนอกจากแม่! 

เชอรี่ - ... 

เสียงปึงปังดังผ่านประตูนั้น “หนูไม่ต้องการเขา! หนูไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว!” 

เชอรี่ – แฮตตี้.... 

ฮาริเอท – ทำไมเขาต้องมีชีวิตอยู่ด้วย! แล้วทำไมแม่ต้องตายล่ะ! 

ได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้ว เชอรี่ก็ไม่อาจทำอะไรเดิน เธอจึงเดินลงมาข้างล่างซึ่งเซเนลและวิลรออยู่ 

เซเนล – เธอเป็นยังไงบ้าง? 

ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพียงแค่การส่ายศีรษะของน้องสาวเขาก็รู้คำตอบหมดแล้ว เขาหันไปหาวิล “นายไม่คิดว่าอย่างน้อยน่าจะฟังที่เธอพูดหน่อยเลยเหรอ?” 

เชอรี่ – รู้ไหมค่ะ ทั้งหมดน่ะก็เหมือนคุณนะ 

เซเนล – ฮาริเอทขอให้พวกเราไปที่อนุสรณ์สายฟ้า นายน่าจะคิดออกนะว่าเพื่ออะไร 

วิล - ... 

เชอรี่ – ฉันคิดว่าเธอมองหาบางอย่างที่จะช่วยละลายน้ำแข็งที่อยู่ระหว่างคุณสองคน เธอไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับคุณ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรค่ะ 

เซเนล – นั่นเป็นหน้าที่ที่นายจะต้องคอยสังเกตไม่ใช่เหรอ? 

วิล - .... 

เชอรี่ – ได้โปรดพูดกับเธอเถอะค่ะ คุณวิล พูดจริงๆกับเธอ 

วิล - ....ฉันพึ่งนึกได้ว่ามีบางอย่างที่ต้องทำที่บ้าน ขอตัวก่อนนะ 

เชอรี่ – คุณวิล รอก่อนค่ะ! 

แต่ก็ช้าไปแล้ว เมื่อร่างนั้นหายลับไปพร้อมๆประตูบ้านที่ปิดลง 

เซเนล – ตามเขาไปเถอะ 

 

ที่บ้านของวิล ทั้งสองคนเปิดประตูเข้าไปแล้วมองหาเขา 

เซเนล – วิล? อยุ่ที่นี่หรือเปล่า? 

เชอรี่ – บางทีเขาอาจอยู่ที่ชั้นสองมั้งคะ 

ดังนั้นเซเนลและเชอรี่จึงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ที่ห้องซึ่งตรงอยู่หน้าบันไดนั้น ห้องซึ่งประตูถูกล็อกอยู่เสมอ ประตูบานนั้นเปิดอ้าอยู่ 

เซเนล – ประตูนั่นเปิดอยู่... มันถูกลงกลอนตลอดจนถึงตอนนี้นี่ 

ทั้งสองคนหันมาพยักหน้ากันแล้วก้าวเข้าไปในห้อง 

เซเนล – นี่อะไรน่ะ? 

ในห้องนั้น วิลยืนอยู่กลางแสงสลัวๆจากโคมไฟที่ตั้งบนโต๊ะ 

วิล – น่าสมเพชนะ ทั้งที่ฉันมาสร้างที่นี่ได้เยอะขนาดนี้แล้ว 

เชอรี่ – คุณวิล.. นี่คือ.... 

วิล – ฉันก็อยากทำลายน้ำแข็งที่ว่าอยู่แล้ว 

เชอรี่ – หมายความว่ายังไงคะ? 

วิล – ฉันแค่พูดกับเธอแบบปกติไม่ได้ ที่ทำได้ก็มีแต่เย็นชากับเธอ... ตักเตือนเธอ... อะไรแบบนั้น 

เซเนล – ถ้านายเข้าใจถึงขนาดนั้นแล้ว ที่เหลือก็ง่ายๆ นายก็แค่บอกฮาริเอทเหมือนที่บอกพวกเราสิ 

เชอรี่ – ใช่ค่ะ แฮตตี้ก็คิดถึงคุณอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน 

วิล – ฉันเป็นพ่อของเธอ แต่ฉันก็ไม่เคยทำอะไรให้สมกับความเป็นพ่อเลย 

เซเนล – นายยังเริ่มต้นตอนนี้ได้นะ ทั้งสองคนก็อยู่ที่นี่แล้ว 

เชอรี่ – คุณห่วงใยเธออย่างมากไม่ใช่เหรอคะ? 

เซเนล - ห้องนี่น่ะบ่งบอกถึงความรู้สึกของนายไม่ใช่เหรอ? 

วิล - ....บางครั้งฉันก็ถามตัวเองถึงทางที่ฉันเลือกเหมือนกัน บางทีฉันไม่น่ากลับมาที่เลกาซี่เลย 

เซเนล – .... หมายความว่ายังไงน่ะ? นายไม่ได้อยู่บนเลกาซี่มาตลอด 10 ปีเหรอ? นายบอกว่านายคงถูกจับทันทีที่กลับไปที่แผ่นดินใหญ่นี่ 

วิล – จากมุมมองของพ่อแม่ของอาเมเรีย ฉันมีความผิดฐานลักพาตัวบุตรสาวของตระกูลอริสโตแครท ถ้าฉันถูกจับ ฉันคงได้รับโทษถึงตาย 

เซเนล – แต่นายก็ยังไปที่แผ่นดินใหญ่เหรอ? ทำไมล่ะ? 

วิล - ....เธอจะทนได้หรือ? เธอจะสามารถอาศัยอยู่บนเลกาซี่โดยที่ต้องพรากจากผู้เป็นที่รักได้หรือ? 

ได้ฟังดังนั้น เขาก็เข้าใจดีแล้ว 

วิล – ฉันตัดสินใจที่จะตามพวกเขาไปที่แผ่นดินใหญ่ทันที ฉันต้องการอยู่กับภรรยาและลูกสาว หรืออย่างน้อยก็อยู่ใกล้ๆเท่าที่ฉันจะทำได้ 

เชอรี่ – ทำไมตอนนี้คุณถึงอยู่บนเลกาซี่ล่ะคะ? 

วิล - .... เวลานั้น มีเพียงสองสิ่งที่สำคัญต่อฉัน หากฉันสูญเสียสิ่งหนึ่งไป การตัดสินใจของฉันก็คงพังทลายลงเช่นกัน 

เซเนล – เป็นเพราะการตายของคุณอาเมเรียเหรอ? 

วิล – ร่างกายของเธอน่ะอ่อนแอมาตั้งแต่ต้นแล้ว ฉันอาจทำให้ชีวิตเธอสั้นลงด้วยการพามาที่เลกาซี่นี่ก็ได้ 

เชอรี่ – แต่สิ่งที่สำคัญต่อคุณอีกสิ่งหนี่ง “แฮตตี้” ยังอยู่บนแผ่นดินใหญ่ แน่นอนว่าเธอต้องการคุณมากขึ้นหลังการตายของแม่นี่คะ 

เขาถอนหายใจเมื่อนึกภึงภาพในอดีต 

วิล – ฉันไปที่พิธีศพ ทั้งที่รู้อยู่ว่าฉันอาจจะถูกจับได้ ฮาริเอทร้องไห้ตลอดเวลาต่อหน้าหลุมศพของอาเมเรีย.... ขณะที่กรีดร้องถึงความชิงชังที่มีต่อฉัน 

ทั้งสองคนยืนฟังอย่างสงบนิ่ง เพราะไม่อาจแทรกอะไรได้ 

วิล – ฉันไม่เคยคิดว่าวันนั้นจะมาถึงอีกครั้ง วันที่ฉันได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของเธออีก คำที่ว่าฉันน่าจะตายแทนที่จะเป็นอาเมเรีย.... 

เขาก้มหน้าลงไปด้วยความเศร้า “แม้แต่ฉัน นั่นก็ยากเกินกว่าที่จะรับได้.....” 

เชอรี่ – คุณวิล.. 

เซเนล – เพราะอย่างนั้นนายเลยกลับมาที่เลกาซี่? 

วิล – ฉันถูกจับที่พิธีศพ แล้วพวกเขาก็เนรเทศฉันมาที่นี่ 

เซเนล – ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คิดประหารชีวิตนายสินะ 

วิล – คงจะเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของอาเมเรียที่ให้พวกเขาไว้ชีวิตฉัน 

เซเนลและเชอรี่ได้ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอะไรออกไปดี 

วิล – เฮ้อ... ฉันไม่แน่ใจว่าทำไมถึงบอกพวกเธอนะ 

เขาเดินออกไปจากห้องโดยพูดทิ้งท้ายเอาไว้ “ฉันจะออกไปเดินสงบสติอารมณ์ซักหน่อย ช่วยดูฮาริเอทให้ซักพักนะ” 

เชอรี่ – ทั้งสองคนจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? 

เซเนล – แน่นอน พวกเขารู้สึกถึงอีกฝ่ายเหมือนกันนี่... ชั้นคิดว่าทั้งสองคนน่ะจะรู้ได้ดีกว่าใครๆ 

เชอรี่ - ....ค่ะ หนูก็คิดแบบนั้น 

เซเนล – กลับไปดูฮาริเอทเถอะ 

 

เชอรี่ – แฮตตี้ ออกมาเถอะจ๊ะ 

ฮาริเอท – หนูไม่อยากพูดกับใคร หนูไม่อยากเห็นหน้าใคร 

เสียงของเด็กสาวลอดผ่านประตูที่ปิดสนิทออกมา 

เซเนล – อยู่ในนั้นน่ะไม่ช่วยแก้อะไรหรอกนะ 

เสียงโครมเพราะบางอย่างกระทบกับประตูดังขึ้นมา ตามด้วยเสียงของฮาริเอท “หนูไม่สน!” 

ฮาริเอท – ถ้าหนูรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ หนูก็คงอยู่กับแม่ไปแล้ว! 

เซเนล - .... 

ฮาริเอท – หนูไม่น่ามาที่นี่เลย! 

เธอปาอะไรใส่ประตูอีกครั้ง 

ฮาริเอท – หนูจะกลับไปที่แผ่นดินใหญ่! หนูจะลืมทุกเรื่องให้หมดเลย! 

เซเนล – ชั้นจะเข้าไปล่ะนะ 

ฮาริเอท – หนูจะไปอยู่ที่ๆแม่อยู่!ใครก็ห้ามไม่ได้หรอก! 

เขาใช้กำลังเปิดประตูเข้าไป ฮาริเอทยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าที่ทั้งโกรธและเสียใจ 

ฮาริเอท – อะ...ต้องอะไรล่ะ? ออกไปซะ 

เซเนล – พวกเราจะออกไปด้วยกัน 

ฮาริเอท – ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น! 

เซเนล – ชั้นมีบางอย่างอยากให้เธอดู มาเถอะน่า... 

ฮาริเอท – อะไรล่ะ? 

เชอรี่ – เราจะพาเธอไปที่ห้องนั้นใช่ไหมคะ? 

เซเนล – ใช่ 

 

ฮาริเอทตามทั้งสองคนมาถึงหน้าบ้านวิล เธอหยุดมองซักครู่หนึ่ง 

ฮาริเอท – เซเนล... อย่าบอกนะว่าที่จะให้ดูก็คือ.... 

เซเนล – ใจเย็นสิ ตอนนี้วิลไม่อยู่ในบ้านหรอกนะ 

กระนั้น เธอก็หันหลังควับ ทำท่าทางจะเดินหนีไป 

ฮาริเอท – ฉันไม่ยอมเข้าไปในบ้านตางี่เง่านั่นหรอก! ขอปฏิเสธ! 

เซเนล – ถ้าเธอหนีตอนนี้ เธอก็จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง 

เชอรี่ – พวกเราก็อยู่กับเธอด้วย ตกลงไหมจ๊ะ? 

เธอพูดก่อนเข้าไปจับไหล่ของอีกฝ่าย 

ฮาริเอท – ก็....ก็ได้.. 

 

เธอมองประตูห้องที่เคยลงกลอนตลอดเวลา “ที่นี่มีอะไรเหรอ?” 

เซเนล – พออยู่ข้างในแล้วก็จะเข้าใจเองล่ะ 

เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นแล้วเหลือบมองเข้าไป “มันมืดตื๋อเลย ฉันมองไม่เห็นหรอก” 

ทั้งสามคนเข้าไปในห้อง ขณะที่เซเนลจุดไฟที่โคมไฟเล็กๆ 

ฮาริเอท – มีอะไรเหรอ เซเนล? ไม่เข้าใจเลย 

เซเนล – ชั้นจะแสดงให้เธอดู 

ห้องเริ่มสว่างขึ้นเมื่อโคมไฟติดอย่างสมบูรณ์ แสงไฟเผยให้ที่ด้านหนึ่งของห้องซึ่งเป็นบริเวณที่ยกพื้นสูง มีรั้วไม้เล็กๆกั้นไว้ บนพื้นส่วนนั้นมีเตียงสีขาวนวล คลุมไว้รอบๆด้วยผ้าม่านสีชมพูใส ด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยตุ๊กตาและของตกแต่งตามกำแพงลายทาง สีขาว-น้ำตาลมากมาย อีกด้านหนึ่งก็มีตู้เสื้อผ้าสีขาววางซ้อนกันเป็นชั้นๆอยู่ 

ฮาริเอท - ....อะไร...นี่อะไรน่ะ?.... ทำไม? 

เซเนล – เธอบอกได้ไม่ใช่เหรอว่าใครเป็นคนสร้างห้องนี้น่ะ? 

ฮาริเอท – อึ้ก 

เธอกุมหัว ทรุดตัวลงอย่างสับสนกับสิ่งที่ได้เห็น “เป็นไปไม่ได้...มันไม่ใช่เรื่องจริง!” 

เซเนล – อย่าหันหน้าหนี อย่าหันหลังจากความรู้สึกของวิลสิ 

ฮาริเอท – ความรู้สึก...ของเขา 

เธอเดินไปที่ปลายเตียงมองไปมองมา 

เชอรี่ – เธอบอกได้ใช่ไหมว่านี่เป็นห้องของใคร แฮตตี้จ๊ะ? บอกได้ไหมว่าเขาสร้างมาเพื่อใคร 

ฮาริเอท – ทำ....ทำไมอะไรแบบนี้ต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย... 

เซเนล – วิลมีความฝันมาตลอดว่าจะได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัวของเขาที่นี่ 

ฮาริเอท - ....ไม่ยุติธรรมเลย... นี่มันไม่ยุติธรรมเลย! 

เชอรี่ – คุณวิลคอยดูแลและปกป้องบ้านของครอบครัวของเขามาตลอดด้วยตัวเอง 

ฮาริเอท - .. หนูไม่เข้าใจ! เขาไม่เคยพูดอะไรเลย! 

เชอรี่ – ถึงแม้จะไม่มีใครคอยรอเขากลับบ้าน เขาก็ยังคอยดูแลมันอยู่ 

ฮาริเอท – แต่เขาเย็นชากับหนูตลอดเลย! 

เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี 

เชอรี่ – อย่าปิดตาของตัวเองสิ แฮตตี้ ความรู้สึกของคุณวิลอยู่ที่นี่ พวกมันทุกชิ้น ต่อหน้าเธอ 

ฮาริเอท – แต่ว่า....แต่ว่า... 

เชอรี่ – เธอบอกได้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ? เธอบอกได้ว่าคุณวิลรู้สึกยังไง ใช่ไหม? 

ฮาริเอท - ...ไม่ยุติธรรมเลย... 

เชอรี่ – เขารู้สึกเหมือนที่เธอรู้สึก 

ฮาริเอท – ไม่ยุติธรรมเลย! ไม่ยุติธรรมซักนิด! ทำไมเขาต้องสร้างห้องแบบนี้ด้วยล่ะ?! ทีนี้ฉัน...ฉัน..... 

เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น 

เซเนล – ชั้นว่าเธอคงจัดการที่เหลือได้แล้วนะ 

ฮาริเอท - ...อื้อ... 

เชอรี่ – ถ้าเธอซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ไม่มีทางที่เธอจะไม่พบความสุขหรอกนะ ที่เธอต้องการก็แค่ความกล้านิดหน่อย ฉันรู้ว่าเธอทำได้นะ แฮตตี้ 

ฮาริเอท - ...พี่คิดว่าพวกเรายังพอมีความหวังอีกเหรอคะ? 

เชอรี่ – แน่นอน ไม่เป็นอะไรแน่จ้ะ ดูสิ แฮตตี้ เห็นห้องนี้ไหม? เธอมีที่ๆที่ควรอยู่ ที่ๆเรียกว่าบ้าน 

ฮาริเอท - ...ใช่... ฉันมี....ฉันมีบ้าน....บ้านที่ฉันควรอาศัยอยู่… 

เชอรี่ – เห็นไหมล่ะ? เธอต้องเปิดตัวเองให้กับเขา 

เธอเดินไปหาเด็กสาวที่กำลังร่ำไห้ “เธอมีพ่อที่ห่วงใยเธอมากถึงขนาดนี้” 

ฮาริเอท – ใช่ ใช่ ...พี่พูดถูกแล้ว หนูจะพยายาม จะพยายามจริงๆ..... 

 

ช่วงนั้นเอง วิลเดินอยู่บนลานกว้างซึ่งมีดอกไม้บานสะพรั่งไปหมด เขาก้มลงตรงนั้นทีตรงนี้ที 

วิล - มีบางอย่างไม่ถูกต้องแล้ว ยอดอ่อนมันน่าจะเริ่มบานแล้วนี่ 

เขามองไปมองมา หาบางสิ่งบางอย่าง 

วิล – ดอกไม้บางส่วนก็เฉาไปแล้ว.... เป็นเพราะดินหรือเปล่านะ? หรือว่าน้ำ? 

หมอกดำพวยพุ่งขึ้นมาจากดินโดยไม่ทันรู้ตัว! 

วิล – หมอกนั่น! เหมือนกับที่พวกเราเห็นที่น้ำพุลูเมน 

กลางหมอกนั้น ร่างของหญิงผมเขียวยาวรวบไว้ด้านบนปรากฏขึ้น นางมีผ้าสีดำคาดตาตัวเองจนมิดชิด 

??? - .... 

วิล - ...อะไรน่ะ? 

ร่างนั้นสลายหายไปพร้อมกับหมอกดำ 

วิล – นั่นเป็นภาพลวงตาหรือ?... 

ซักครู่หนึ่ง เขาก็หันความสนใจไปกับเรื่องที่กำลังคิดอยู่ 

วิล – พื้นดินค่อนข้างเย็น เป็นเพราะหมอกหรือ? ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ดอกไม้ทั้งหมดต้องเฉาแน่... 

เขาเดินไปเดินมาซักพัก “ฉันจะปกป้องดอกไม้เหล่านี้ ฉันจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ” 

 

ในวันวานที่ผ่านพ้นไป วิลกับอาเมเรียนั่งอยู่เคียงข้างกันกลางทุ่งดอกไม้เหมือนเช่นเคย 

อาเมเรีย – ฉันเดาว่าคุณคงรู้สึกผิดที่หนีไปที่เลกาซี่กับฉันสินะคะ 

วิล - จู่ๆทำไมพูดแบบนี้ขึ้นมาล่ะ? 

อาเมเรีย – ก็ ถ้าคุณอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ คุณคงได้มีอนาคตที่สดใสในฐานะนักวิชาการ แต่ตอนนี้ เพราะพ่อของฉัน คุณเป็นอมนุษย์ที่ลักพาตัวสาวน้อยอย่างฉัน 

วิล – เอาเถอะ จะเรียกฉันแบบนั้นก็ได้ 

อาเมเรีย - .... ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่ขอให้คุณพาฉันหนีไป... ฉันขอโทษค่ะ 

วิล – โอย ฉันคิดว่าชีวิตที่ต้องติดตามเธอไปทุกย่างก้าวน่ะก็สนุกสนานในแบบพิเศษของมันเองอยู่แล้วน่า 

อาเมเรีย – นี่ แบบนั้นหมายความว่าไงน่ะ? 

วิล – ไม่รู้สินะ 

อาเมเรีย – ฮึ คุณคิดว่าฉันไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจถึงแม้คุณจะบอกฉันใช่ไหมล่ะ? 

วิล – ฉันไม่มีทางพูดแบบนั้นหรอกน่า 

อาเมเรีย – คุณไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้ว่าคุณคิดอยู่! 

วิล – อาเมเรีย เธอไม่ควรพูดเร็วแบบนั้นนะ.... 

อาเมเรีย - จู่ๆมาทำใจดีน่ะไม... แค่กๆๆ 

วิล – บอกแล้วไง 

อาเมเรีย – แฮ่กๆ... 

วิล – เป็นอะไรไหม? 

อาเมเรีย – เฮ้อ....นึกว่าจะตายที่นี่แล้วซะอีก 

วิล – นี่ สัญญาแล้วใช่ไหมว่าจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก ถึงจะเป็นแค่เรื่องตลกก็เถอะ 

อาเมเรีย - .... 

วิล – มีอะไรหรือ? เจ็บหรือเปล่า? 

อาเมเรีย – ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่อยากตาย คุณจะทำอย่างไรคะ? 

วิล – อาเมเรีย.... 

อาเมเรีย – ถ้าฉันบอกว่าต้องการจะอยู่กับคุณตลอดไป คุณจะทำอย่างไรคะ? 

วิล - .... 

อาเมเรีย – ฮะๆ ฉันล้อเล่นหรอกน่า คุณน่ะดูตลกจะตายเวลาที่ทำหน้าเครียดๆน่ะ 

วิล – นี่.... 

อาเมเรีย – งั้น อาจารย์... สัญญาครั้งสุดท้ายกับฉันหน่อยสิตะ 

วิล – “สัญญาครั้งสุดท้าย” นี่จะมีซักกี่ครั้งกันล่ะ? 

อาเมเรีย – เดี๋ยวนะคะ..... นับวันนี้ด้วย ก็ 53 ครั้งรวมกับ “คำขอร้องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน” อีก 102 ครั้ง 

วิล – แล้วจะขออะไรล่ะ? 

อาเมเรีย – ได้โปรดปกป้องดอกไม้เหล่านี้ พวกมันเป็นดอกไม้สำคัญของพวกเราค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้โปรดปกป้องพวกมัน ถึงแม้ฉันจะตาย ก็ได้โปรดคอยดูแลพวกมัน 

วิล - ....ตกลง 

อาเมเรีย – ขอบคุณค่ะ 

วิล – ไม่ต้องให้ฉันเกี่ยวก้อยสัญญาหรือ? 

อาเมเรีย – ฉันรู้ว่าคุณจะรักษามันไว้ได้แน่ ฉันเชื่อคุณค่ะ วิล 

 

เขากลับมาที่บ้าน และพบว่าเชอรี่นั่งหลับอยู่บนโซฟา ด้านหลังโซฟานั้น เซเนลก็นอนหลับปุ๋ยอยู่ เขาเตะพลั่กไปเพื่อเป็นการปลุก “เซเนล ตื่นได้แล้ว” 

เซเนล - ...ชั้นฝันว่ามีอะไรมาเตะชั้น.... 

วิล – แย่จริงๆ 

เซเนล – ชั้นรู้ว่ามันเป็นแค่ผันแต่มันยังเจ็บอยู่เลยนะ 

เชอรี่สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินทั้งสองคุยกัน เธอหน้าแดงขึ้นมาเพราะรู้ว่าเผลอหลับไป “อ้ะ...ฉันคงผลอยหลับไปน่ะค่ะ” 

วิล – ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย เซเนล 

เซเนล – นายจะไม่ไปพบฮาริเอทหน่อยเหรอ? เธอรอให้นายกลับบ้านมาตลอดนะ 

วิล – เธอบอกเรื่องห้องนั้นไปแล้วหรือ? 

เซเนล – ใช่ 

เมื่อได้ยินคำตอบ เขาก็ทำท่าทางแบบผิดหวังๆนิด ก่อนจะครุ่นคิดอะไรซักครู่ 

วิล – ก่อนอื่นฉันต้องให้เธอช่วย พวกเราต้องรีบแล้ว 

เซเนล - ...พวกเราต้องทำอะไรล่ะ? 

วิล – ฉันอยากไปตรวจสอบทางน้ำ มันมีอะไรบางอย่างผิดปกติกับน้ำและดิน 

เซเนล – ตกลง พวกเราจะไปบอกคนอื่นด้วย 

เชอรี่ – ฉันจะไปตามพวกเขาค่ะ 

 

วิลเดินนำทุกคนเข้าไปในทางน้ำใต้ดินโดยไม่รอใคร 

นอร์ม่า – วิลจิท่าทางจะทุ่มเทมากเลยนะเนี่ย 

โคลเอ้ – ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายของพวกเราคืออะไรน่ะ? 

เจย์ – บางทีอาจจะมีปีศาจสายพันธุ์หายากอยู่ที่นี่มั้งครั้ง? 

เซเนล – เขาบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับดินและน้ำน่ะ 

โมเซส – อั๊วมองไม่เห็นเขาแล้วนา 

กริวเน่ – แหม ไม่ดีเลยนะจ๊ะ 

 

ทุกคนตามวิลเข้าไปภายใน และพบกับเอ้กแบร์หายากตัวหนึ่ง แทนที่มันจะเข้ามาโจมตี มันกลับเดินหนีหายไปอีกทางหนึ่ง 

นอร์ม่า – วิลจิ! ดูสิ นั่นไง! 

วิล – เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ? 

โมเซส – พวกเราจะจับมันไงล่ะ! 

นอร์ม่า – เร็วสิ! ช่วยกันหน่อย! 

วิล – นี่ไม่ใช่เวลาจะมาวิ่งเล่นกันนะ 

เขาพูดจบแล้วก็เดินต่อไป ทิ้งให้ทุกคนงงไปหมดเพราะผิดวิสัยของวิล 

นอร์ม่า – เหอ? 

เจย์ - แปลกนะครับ 

โมเซส – เมื่อกี้มันอะไรน่ะ? 

โคลเอ้ – ฉันไม่เข้าใจเลย 

กริวเน่ – พี่ว่าเขาไม่ได้สนใจเจ้าหมีตัวน้อยนั่นหรอกจ้ะ 

นอร์ม่า – เป็นไปไม่ได้อ๊ะ! 

เซเนล - ....เขาคงไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้นน่ะ เขายังไม่แสดงออกให้รู้ แต่เขาคงกังวลตลอดเวลามานี่ 

นอร์ม่า – เรื่องแฮตตี้น่ะเหรอ? 

เซเนล – มันลำบากที่จะทำสุขุมไว้นะ พอคิดว่าตัวเองอาจจะเลือกทางเดินผิดแล้ว หัวใจของเขาก็จะเต็มไปด้วยความเสียใจ และนั่นล่ะที่เจ็บปวดอย่างที่สุด 

เชอรี่ – พี่เซเนล - .... 

เซเนล – ชั้นมาถึงนี่ได้ก็เพราะมีทุกคน ตอนนี้ชั้นจึงอยากจะตอบแทนบ้าง 

เชอรี่ – ค่ะ 

กลิ่นฉุนกึ้กลอยเข้ามาเตะจมูกทุกคน 

กริวเน่ – แหม อะไรกันเนี่ย ได้กลิ่นกันไหมจ๊ะ? 

เจย์ – คุณโมเซส คุณจะบังคับตัวเองหน่อยไม่ได้เลยหรือครับ ทั้งที่คุณเซเนลพึ่งพูดไปแท้ๆ 

ทุกคนถอยกรูด 

โมเซส – ไม่ใช่อั๊วนะ! 

นอร์ม่า – น่าเศร้าจังเลย แก้ตัวแบบนั้นน่ะ 

โคลเอ้ – น่ารังเกียจ 

โมเซส – เฮ้ย! กลิ่นน่ะมาจากด้านหลังนั้น ใช่ไหม กีท? 

โคลเอ้ – บางทีคงมีอะไรเกี่ยวกับเป้าหมายของเรย์นาร์ดด้วย 

 

ด้านในสุดนั้น กลิ่นเหม็นนั้นก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น ใจกลางของที่แห่งนั้นมีหมอกสีดำลอยฟุ้งอยู่ 

นอร์ม่า – โอ้ย เหม็นอี๋สุดๆเลยในนี้! ที่นี่มันอะไรกันเนี่ย?! 

เจย์ – ดูเหมือนว่าน้ำและดินในบริเวณนี้จะเน่าเสียครับ 

กริวเน่ – แหม กลิ่นแรงจริงๆเลยนะจ๊ะ 

นอร์ม่า – นี่! หมอกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วล่ะ! 

ไอสีดำเหล่านั้นหมุนควงซึ่งกันและกัน ก่อนจะรวมตัวกลายเป็นร่างมนุษย์... ร่างของวิล 

โมเซส – หมอกมันกลายเป็นวิลโนจิแล้ว! 

นอร์ม่า – นี่มันบ้าอะไรเนี่ย?! 

เจย์ – ท่าทางนั่นคงเป็นอะไรที่พวกเราคุยด้วยดีๆไม่ได้ครับ 

โมเซส – ใครบอกล่ะว่าจะคุยด้วย? ที่ต้องทำก็แค่ตบไอ้นี่ลงไปเอง! 

 

ถึงจะต่อสู้กับมันเท่าไหร่ แต่หมอกดำนั้นก็ดูจะไม่ลดลงเลย หนำซ้ำยังดูเหมือนว่าจะยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น 

วิล – หมอกนี่มันไม่ยอมไปไหนเลย 

นอร์ม่า – ฉันนึกว่าเราจัดการมันได้แล้วนะเนี่ย! 

เจย์ – ดูสิครับ หมอกมันกัดกินทุกอย่างที่สัมผัสมัน ถ้ามันกระจายไปจนทั่วเรือล่ะก็... 

วิล – มันจะทำลายพืชพรรณทุกอย่างบนเรือ 

นอร์ม่า – งั้นพวกเราต้องหยุดมันสิ! 

โมเซส – อั๊วไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะ แต่พวกเราควรจะยืนอยู่กลางหมอกแบบนี้น่ะเหรอ? 

เชอรี่ – แค่ฉันคนเดี๋ยวหรือเปล่าคะ ที่เริ่มรู้สึกว่าหายใจลำบากน่ะ? 

เจย์ – คงจะสมเหตุสมผลถ้าจะสรุปว่ามันเป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกันครับ 

นอร์ม่า – แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า! 

โคลเอ้ – ตอนนี้พวกเราน่าจะถอยก่อนนะ เพราะพวกเรายังไม่มีทางหยุดมันได้ 

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเริ่มถอยไปตั้งหลัก แต่วิลยังคงนิ่งเฉยอยู่ 

เซเนล – วิล! พวกเราต้องไปแล้วนะ! 

วิล – เซเนล เธอคิดว่าสัญญาน่ะมีไว้เพื่ออะไรกัน? 

เซเนล – พูดอะไรน่ะ? พวกเราต้องไปแล้วนะ! 

วิล – เธอไม่คิดหรือว่าสัญญาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันถูกรักษาไว้ได้ ไม่คิดหรือมันหมายถึงว่าเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาสัญญานั้นไว้ 

เขาย่างเท้าเข้าไปหาร่างมืดของตัวเองในสายหมอกนั้น “นี่เป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ฉันสามารถให้กับคนที่เชื่อมั่นในตัวฉันได้” เขาพูดก่อนรวมพลังไว้ที่ทั้งสองมือ เล็บส่องแสงแวววาวขึ้นมา 

เซเนล – วิล! 

เขาจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกปรามไว้ก่อน “ถอยไปซะ เดี๋ยวเธอจะติดร่างแหไปด้วย” 

หมอกดำนั้นฟุ้งออกมาอย่างหนักจนแทบมองอะไรเบื้องหน้าไม่เห็น 

เซเนล – บ้าจริง! 

เชอรี่และเซเนลตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนผู้อยู่ใต้เงื้อมมือของหมอกดำนั้น... 

 

ท่ามกลางความมืดมิด เขายืนอยู่เพียงผู้เดียว มีเพียงแสงสีเหลืองทองที่เปล่งจากตัวเขาส่องสว่างอยู่ เบื้องหลังของเขา ร่างของหญิงลึกลับก็ปรากฏขึ้น 

??? – เจ้ารู้ว่ามันไร้ประโยชน์ แล้วทำไมจึงรั้นที่จะตัดทอนชีวิตของเจ้าอีก? 

เสียงนั้นเรียกให้เขาหันกลับไปเผชิญหน้า 

??? – จงรู้ไว้ ว่านี่คือหนทางที่ทุกสิ่งในจักรวาลจะสูญสิ้น มันไม่ใช่สิ่งที่บุตรของมนุษย์จะสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ 

วิล – คุณคือใครกัน? 

??? – จงอย่าต่อต้านอีกเลย จงน้อมรับความพ่ายแพ้แก่ข้า 

วิล – ฉันไม่สามารถไปโดยไม่ได้เติมเต็มซึ่งสัญญา.... โดยที่ไม่ได้ปกป้องดอกไม้เหล่านั้น 

??? – เช่นนั้นเราจะบันดาลให้กับความปรารถนาของเจ้า เด็กน้อยเอ๋ย ความเศร้าเสียใจของเจ้า จะเลือนหายไปในอ้อมอกของข้า และข้าจะปลดปล่อยเจ้าสู่ความว่างเปล่า 

วิล – คุณจะบอกว่าคุณจะช่วยรักษาดอกไม้ไว้หรือ? 

??? – จงมอบทุกสิ่งของเจ้าให้แก่ข้า เด็กน้อยเอ๋ย แล้วความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริง 

วิล – ถ้านั่นจะช่วยให้สัญญาของฉันเป็นจริงได้ก็คงไม่เป็นอะไร เธอก็อาจจะกำลังรอฉันอยู่เหมือนกัน... 

แสงสีทองจากร่างของเขาเริ่มดับวูบลง.... 

“วิล! ได้ยินชั้นไหม?!” 

เสียงของเพื่อนดังเข้ามาผ่านความมืดมิดนั้น 

“นายตั้งใจจะทิ้งให้ฮาริเอทต้องอยู่ตามลำพังอีกหรือไง?!” 

??? – จงอย่าเอนหูของเจ้าไปกับเสียงที่มาชักจูงเจ้าจากความเป็นจริง เจ้าอยู่กับข้า เด็กน้อยเอ๋ย 

“ถ้านายไม่กลับมาหาพวกเรา ชั้นจะไม่ให้อภัยนายเลย! ฮาริเอทกำลังรอนายอยู่ จำได้ไหม?!” 

วิล - ...ใช่... ฉันเกือบละสายตาไปจากสัญญาที่สำคัญยิ่ง.... 

 

“ได้โปรดปกป้องดอกไม้เหล่านี้ พวกมันเป็นดอกไม้สำคัญของพวกเราค่ะ” 

 

ไอแสงสีทองเริ่มปรากฏออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง 

??? – เจ้าไม่ต้องการการปลดปล่อยที่เรามอบให้หรือ? กลับสู่ความว่างเปล่า แล้วความทุกข์ทรมานของเจ้าก็จะมลายไปสิ้น บุตรของมนุษย์ควรสละซึ่งทุกอย่าง เพื่อความทุกข์ของเขาจะได้เลือนหายไป 

วิล – ฉันสัญญาว่าฉันจะปกป้องดอกไม้เหล่านั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันสัญญาไว้กับผู้เป็นที่รัก 

??? – เจ้าเด็กผู้โง่เขลา 

เขาวาดมือไปด้านหน้าพร้อมกับความเชื่อมั่น “สัญญาคงอยู่เพื่อถูกรักษา! พวกเราต่างเชื่อมั่นซึ่งกันและกันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อเติมเต็มมัน!” 

??? – ทำไมเจ้าจึงยอมแพ้พ่ายให้แก่ความเจ็บปวด การก้าวย่างไปสู่เส้นทางที่ไม่อาจชดเชยได้? 

วิล – คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะมีใครบางคน... 

 

“ฉันรู้ว่าคุณจะรักษาสัญญาค่ะ…” 

 

คำๆนั้นในความทรงจำผุดขึ้นมา พร้อมๆกับที่เขาชี้ไปยังร่างที่อยู่เบื้องหน้า “ใครบางคนที่เชื่อมั่นในตัวฉัน!” 

??? – เจ้า.... ด้วยคำสาปของเจ้า ดวงวิญญาณที่เปล่งประกาย เจ้าจะถูกกลืนกินด้วยความมืดของเจ้า 

ร่างของนางหายไป ปรากฏเป็นร่างมือของวิล 

วิล – อาเมเรีย ฉันจะทำตามสัญญาของฉัน 

สองแขนของเขาเปล่งประกายออกมา รัศมีสีรุ้งทอแสงระยิบระยับ “และฮาริเอท พ่อจะให้ลูกเห็นเช่นกัน ให้ลูกได้เห็นว่าอะไรที่อาเมเรียและพ่อรักมาก” เขาชูมือขึ้น ทั้งร่างส่งประกายสีรุ้งเจิดจ้า.... 

 

เมื่อประกายนั้นดับวูบลง เขาก็ยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนซึงตั้งท่าระวังตัวกันอยู่ หมอกสีดำนั้นก็สลายไปหมดสิ้นแล้ว 

วิล – ขอโทษนะที่ทำให้ต้องกังวล 

ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อไม่ต้องต่อสู้กับเพื่อนของตน 

เซเนล – ไม่เป็นอะไรหรอก แต่อย่าพูดอะไรสบายๆแบบนั้นเลย มันสมกับเป็นนายน่ะ 

นอร์ม่า – แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับหมอกนั่นน่ะ? 

เจย์- ดูจากที่พวกเราเห็นมาทั้งหมดแล้ว มันต้องเกี่ยวข้องกับที่ปีศาจดุร้ายขึ้นแน่นอนครับ แต่พวกเราก็ยังปะติดปะต่ออะไรที่เกี่ยวกับแผ่นดินไหวไม่ได้เลย 

โมเซส – แล้วเรื่องที่หมอกกลายเป็นวิลโนจิอีกล่ะ? 

เจย์ – ตอนนี้พวกเรายังพูดอะไรไม่ได้ครับ ยังต้องการข้อมูลอีกมาก 

จู่ๆ กริวเน่ก็กุมศีรษะตัวเองแล้วคู้ตัวลงไป 

เซเนล – คุณกริวเน่! 

กริวเน่ – ขอโทษจ๊ะ จู่ๆก็รู้สึกปวดหัวมาก... หืม พี่คิดว่าพี่จำอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

นอร์ม่า – อ๊ะ แจ๋วเลย! 

กริวเน่ – หืม หรือว่าไม่กันนะ? 

นอร์ม่า – เลือกซักอย่างสิค้า! 

กริวเน่ – หืม สงสัยจังเลยว่ามันคืออะไรนะ 

“เราคืออิฟรีท เราปรากฏกายตามคำบัญชาของท่าน” 

กริวเน่ – เอ๋? แล้วเธอคือใครจ๊ะ? 

ทุกคนงงกันเป็นแถบเพราะเห็นเธอคุยกับอากาศอยู่คนเดียว ในสายตาของเธอ ลูกแก้วสีแดงกำลังลอยอยู่เบื้องหน้า 

“ท่านลืมเราไปแล้วหรือ นายท่าน? ความทรงจำของท่านยังไม่กลับมาสินะ...” 

โมเซส – เจ๊กำลังคุยกับใครน่ะ? 

เจย์ – เธออาจกำลังคุยกับอากาศครับ 

โคลเอ้ – พวกเราพยายามไม่พูดแบบนั้นแท้ๆ... 

“เราจะกลับสู่การหลับใหลอีกครั้ง จนถึงวันที่พลังของท่านกลับมา” 

ลูกแก้วนั้นลอยลงไปอยู่บนพื้น กริวเน่หยิบมันขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ อิฟรีท” 

นอร์ม่า – พวกนายคิดว่าควรจะพาเจ๊ไปหาหมอหรือเปล่า? 

เชอรี่ – หืมม.... 

กริวเน่ - อ๊ะ รู้แล้ว! ฉันฝังเมล็ดของอิฟรีทไว้ที่นี่ดีกว่านะจ๊ะ! 

ว่าแล้วเธอก็มองไปมองมา แล้วเดินไปที่พื้นดินบริเวณใกล้ๆ ก้มลงขุดพื้นเพื่อปลูกเมล็ดนั้นอย่างสนุกสนาน 

กริวเน่ – พวกเรามาหว่านเม็ดพืช~ วางมันเบาๆ~ รดน้ำมันดีๆ~ เมล็ดน้อยๆ ผลิบานอยู่ใต้ดิน เติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแรง~ 

โคลเอ้ – พวกเราจะทำไงดีน่ะ?... 

วิล – อ้ะ! ฉันมาเสียเวลาที่นี่ไม่ได้แล้ว! ฉันต้องกลับไปที่เมืองเดี๋ยวนี้ แล้วจะอธิบายที่หลังนะ 

 

เมื่อมาถึงเมืองเวลเทสซึ่งมืดค่ำแล้ว มิวเซตกำลังเดินไปเดินมารอพวกอยู่บริเวณด้านหน้าเมือง 

เชอรี่ – คุณมิวเซต... 

วิล – ท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ? มีอะไรหรือ? 

มิวเซต – ฮาริเอทหายไปจ้ะ 

เขาได้ยินแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ทันที “ฉันรู้ว่าเธออาจจะอยู่ที่ไหน” เขาพูดก่อนจะเดินออกไปนอกเมืองคนเดียว 

เซเนล – พวกเราจะตามเขาไปล่ะนะ 

 

บนยอดเขาซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งนั้น ฮาริเอทนั่งอยู่บนพื้นหญ้าคนเดียว วิลเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้างๆเธอ 

วิล – อ้เมเรียก็ชอบที่แห่งนี้เหมือนกัน 

ฮาริเอท – อื้ม หนูก็ว่าอย่างนั้น มันสวยมากนี่ 

วิล – เธอรักที่แห่งนี้จริงๆ เมื่อเธอมีความสุข เมื่อเธอเศร้า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะมาที่นี่ แม้แต่หลังจากที่พวกเราทะเลาะกันก็ก็มาที่นี่เสมอ 

ฮาริเอท – ทำไมถึงทะเลาะกันล่ะ? 

วิล – อา หลายเรื่องน่ะ เยอะจนอธิบายไม่ได้ อาเมเรียน่ะค่อนข้างโกรธง่ายนะ 

ฮาริเอท – แม่น่ะใจดีกับหนูนะ 

วิล – พ่อคิดว่าเธอโกรธที่สุดก็ตอนที่พ่อบอกว่าอาหารของเธอรสชาติแย่ 

ฮาริเอท – แม่ทำอาหารไม่เอาไหนอยู่แล้วนี่นะ 

วิล – ใช่ เธอกับห้องครัวน่ะไปกันไม่ได้หรอก 

ฮาริเอท – แต่หนูชอบเวลาที่ท่านทำอาหารนะ 

วิล – เธอมักจะดูท่าทางสนุกสนานเสมอ ไม่ว่ากำลังทำอะไรก็ตาม 

ฮาริเอท – หนูชอบตอนที่เธอยิ้มแล้วก็หัวเราะ 

วิล - .... 

ฮาริเอท – หนูชอบมัน...... 

วิล – ฮาริเอท มาอยู่กับพ่อเถอะ 

ฮาริเอท – แหงล่ะ ถ้าไม่ไปอยู่ ห้องนั้นก็เสียเปล่าน่ะสิ 

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

ฮาริเอท – อะ....ตะกี้มันหมายความว่าไงน่ะ? 

วิล – พ่อแค่โล่งใจน่ะ พ่อคงเจ็บปวดถ้าลูกตอบว่าไม่ 

ฮาริเอท –ได้ยินคำพูดแบบนั้นจากหน้าแบบนั้นแล้วมันแปลกจริงๆนะ 

วิล – จะถึงเวลาแล้วล่ะ 

เขายันตัวขึ้นยืน เงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เคยสว่างเพราะแสงจันทร์เริ่มมืดลง 

ฮาริเอท - หือ? ทำไมมันมืดลงล่ะ? 

วิล – คืนนี้จะมีจันทรุปราคาเกิดขึ่น พ่อมีเรื่องให้ลูกแปลกใจด้วย 

ฮาริเอท – เรื่องแปลกใจเหรอ? 

วิล – สิ่งที่พ่อกับอาเมเรียรักมากที่สุด 

ฮาริเอท – มีอะไรจะเกิดขึ้นงั้นเหรอ? 

วิล – อยู่เงียบๆแล้วเฝ้ามองเถอะนะ 

ฮาริเอท – ฮึ ไม่ต้องมาสั่งก็ได้น่า 

วิล – มีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ที่บานเฉพาะช่วงจันทรุปราคาเท่านั้น 

ฮาริเอท – ว้าว.... 

วิล – อาเมเรียกับพ่อค้นพบมัน ดอกไม้นั้นจะบาน ณ ที่นี่แห่งเท่านั้น 

ฮาริเอท – หมายถึงช่อดอกไม้ที่หนูเจอน่ะเหรอ? มันชื่อว่าอะไรเหรอ? คุณมิวเซตบอกว่ามันมีชื่อที่น่ารักมาก 

วิล – ชื่อของมันคือ.... 

เขาหันกลับมามองลูกสาว “อาเมเรียกับพ่อเป็นคนตั้งชื่อให้มันเอง” 

ฮาริเอท – จริงเหรอ?! 

วิล – ใช่... 

ฮาริเอท – บอกหน่อยสิว่าชื่ออะไร?! 

วิล – พ่อไม่อยากให้ลูกร้องไห้ตอนที่ได้ยินหรอกนะ 

ฮาริเอท – หือ? ทำไมต้องร้องด้วยล่ะ? 

วิล – มันน่าจะเริ่มได้แล้วล่ะ 

รอบๆเริ่มมืดลงๆ เมื่อดวงจันทร์เริ่มถูกบดบังทีละนิดๆ 

วิล – ดอกไม้นี้เป็นที่รู้จักกันเมื่อยามที่มันส่องประกายสว่างที่สุด เพียงช่วงเวลานั้น แค่ช่วงเวลาหนึ่งนั้น ที่มันจะผลิบานแล้วอวดโฉมความงามของมันที่ไม่มีใครเหมือน 

ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ช่อดอกไม้สีชมพูที่ไม่เคยเบ่งบานในช่วงเวลาอื่น มันผลิบานสะพรั่งไปทั่ว 

“อาจารย์คะ คิดชื่อของดอกไม้นี้ได้หรือยังล่ะ?” 

ฮาริเอทอุทานออกมาเบาๆ เมื่อดอกไม้เหล่านั้นเริ่มปลดปล่อยละกองเกสรสีชมพูออกมา เกสรซึ่งเรืองแสงอ่อนๆ 

“นับสามแล้วพูดพร้อมๆกันนะคะ หนึ่ง สอง….” 

ท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มถูกย้อมด้วยละอองแสงสีชมพูดที่ปลิวไสวไปทั่วฟ้า นัยน์ตาเธอเริ่มสั่นคลอเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า 

“ฮาริเอท” 

ราวกับว่าเสียงพูดชื่อดอกไม้ที่หลุดออกมาจากปากของพ่อนั้นจะมีเสียงของแม่ เธอซ้อนอยู่ด้วย น้ำตาของเด็กสาวผู้มีชื่อเดียวกับดอกไม้นั้นไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจจะห้าม ไว้อยู่ได้ 

ฮาริเอท – แม่ขา.... หนูไม่รู้ว่าจะพูดอะไร.... หนูไม่รู้ว่าจะพูดอะไร.... แต่... แต่... ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณ 

เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะที่วิลเข้าไปโอบกอดเธอไว้ “ตอนนี้หนูมีความสุข..... มีความสุขมาก.... ขอบคุณมากค่ะ... ขอบคุณ” 

วิล – พ่อก็ว่าแล้วว่าต้องร้องไห้แน่ๆ 

ฮาริเอท – ช่วยไม่ได้นี่... หนูมีความสุข แต่น้ำตามันก็ไหลออกมาอยู่ดี 

วิล – อย่าพึ่งหลับตาล่ะ มันยังไม่จบนะ 

ฮาริเอท – อะไรนะ? 

วิล – คอยเฝ้าดูจนกว่ามันจะจบเถอะนะ 

ละอองเกสรเหล่านั้นเริ่มเบาบางลง เมื่อแสงจันทร์เริ่มปรากฏอีกครั้ง ดอกไม้ทั้งหมดก็เหมือนจะเปล่งแสงแวววาว วิลก้มตัวลงไปหยิบดอกหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะนำมันไปทัดผมของลูกสาว จากดอกไม้ที่เคยบอบบาง ตอนนี้มันแข็งราวกับไม่ใช่ดอกไม้นั้น 

วิล – ดอกไม้นี้จะกลายเป็นคริสตัลเมื่อต้องแสง แม้แต่ใต้แสงอ่อนๆเช่นแสงจันทร์ก็ตาม 

ฮาริเอท – ว้าว...อย่างกับมันกลายเป็นแก้วเลย 

วิล – ลูกรู้ไม่ใช่หรือว่ามันคืออะไรน่ะ? 

ฮาริเอท – ปิ่นปักผมของหนู...ก็คือดอกไม้นี้.... 

วิล - ลูกไม่เคยคิดว่ามันเป็นของจริงใช่ไหมล่ะ? ลูกคิดว่าใครซักคนสร้างมันขึ้น 

ฮาริเอท – แหงล่ะ! ใครจะไม่คิดว่าจะมีดอกไม้แบบนี้ด้วย! 

วิล – พ่อน่าจะดีใจนะ 

เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ขณะที่ลูกสาวกำลังสงสัย “อะไรนะ?” 

วิล – ถ้าพ่อไม่ได้พบอาเมเรีย พ่อก็คงไม่ได้รู้จักอาริเอททั้งสองนี้ 

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยอีกคน “ใช่...” 

วิล – ฉันคงได้รับพรจริงๆที่ได้พบกับเธอ 

ห่างไปไม่ไกลนัก ทุกคนยืนดูภาพเหล่านั้นร่วมกันโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก วิลและฮาริเอทกลับมาที่เมือง เขาสังเกตเห็นบางอย่างในมือเธอ 

วิล – ลูกเอาดอกไม้กลับมาด้วยนี่ พ่อแน่ใจว่าอาเมเรียคงไม่ว่าอะไรถ้าพ่อจะเก็บไว้ซักอันนะ 

เขารับดอกไม้ซึ่งกลายเป็นคริสตัลมาจากมือก่อนจะเดินไปที่ประตูบ้าน 

ฮาริเอท – อ้ะ เดี๋ยวก่อนสิ! 

เธอเรียกเขาไว้แล้ววิ่งไปดักหน้า “ให้หนูเข้าไปก่อนนะ” ฮาริเอทเดินไปสองสามก้าวแล้วหันกลับมาสั่งด้วยรอยยิ้ม “อย่าพึ่งเข้าไปจนกว่าหนูจะบอกว่าได้ล่ะ!” 

เธอเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูซักพัก ก่อนจะพูดผ่านประตูออกมา “เข้ามาเลย!” 

เขาเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ซึ่งเด็กสาวตัวน้อยๆเดินเข้ามาหาด้วยความร่าเริง พูดด้วยเสียงดังฟังชัด 

“กลับมาแล้วเหรอคะ พ่อ!” 

วิลเอื้อมมือไปกอดเธอเอาไว้ขณะพูดเบาๆ “กลับมาแล้วจ๊ะ ฮาริเอท” 

 

หลายวันต่อมา พวกผู้ชายทั้งหลายรวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง 

เจย์ – คงจะครบแล้วนะครับ 

เซเนลกวาดสายตาไปรอบบ้านซึ่งมีชั้นลอยด้านบนเป็นห้องนอน 

โมเซส – เซโนจิ เอ็งมีปราสาทของตัวเองแล้วล่ะ 

วิล – เธอไม่จำเป็นต้องย้ายออกมาก็ได้นี่ 

เซเนล – ชั้นไม่อยากไปขวางทางชีวิตของนายกับฮาริเอทหรอกนะ 

วิล – อ้อ อย่ากังวลเรื่องนั้นเลย 

โมเซส – เกือบได้เวลาข้าวเที่ยงแล้ว พวกเราน่าจะรอจนกว่าสาวๆจะมาที่นี่ดีกว่ามั๊ง 

 

ที่บ้านของวิล เชอรี่และโคลเอ้ กำลังเตรียมอาหารกันใหญ่ โดยมีฮาริเอทมองอยู่ใกล้ๆ 

ฮาริเอท – สงสัยจังเลยว่าพวกเขาจะเสร็จกันหรือยังนะ 

เชอรี่ – พี่ว่าตอนนี้น่าจะทำกันเสร็จแล้วล่ะ 

โคลเอ้หันมาจ้องเชอรี่ซักพัก แต่พอสายตาประสานกัน เธอก็เฉไฉไปอีกด้านเพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับอีกฝ่ายดี เชอรี่เองก็เช่นกัน ฮาริเอทเดินไปหาเธอ 

ฮาริเอท – หนูว่าพวกเขาต้องหิวแน่ พวกเรารีบเอาข้าวกลางวันไปให้เถอะค่ะ 

โคลเอ้ทำท่าทางลังเลใจ พูดไม่เต็มปากเท่าไหร่ “อื้ม ฉันก็ว่าอย่างนั้น” เธอเดินไปเตรียมอาหารต่อ แต่ก็ต้องไปเจอหน้าเชอรี่อีก ทั้งสองคนได้แต่ก้มหน้างุดๆ 

ฮาริเอท – ท่าทางเราจะคุยกันยาวๆไม่ได้เลยนะเนี่ย ทั้งสองคนน่าจะตั้งใจไปกับการทำอาหารนะคะ 

เชอรี่ – อ้ะ ...อื้อ! 

โคลเอ้ - ได้สิ ! ฮะๆ... 

กริวเน่เดินเข้ามาในบ้านพอดี “สวัสดีจ๊ะ” 

ฮาริเอท – สวัสดีค่า! พี่กริวเน่! 

เจ้าตัวมองไปที่โซฟา และเห็นนอร์ม่าหลับสบายอยู่บนนั้น 

โคลเอ้ - ก็ว่าอยู่เชียวว่าทำไมมันเงียบจัง เพราะเธอไปหลับอยู่นั่นเอง 

ทุกคนเดินเข้าไปใกล้ๆโดยมีเชอรี่เป็นคนปลุก “คุณนอร์ม่า เร็วสิ ได้เวลาตื่นแล้ว” 

นอร์ม่า – ฟี้....พี่ชาย... พี่ชาย... หมอนั่นก็เป็นพี่ชายเธอตลอดแหล่ะ... 

ปื้ด เชอรี่ฉุนกึ๊กขึ้นมา เธอเอื้อมมือไปบิดหูนอร์ม่าแทบจะขาดจากกัน 

นอร์ม่า – โอ้ย พอได้แล้ว ...อย่าบิดสิ...อย่าบิด.... คร่อก.... 

เชอรี่โมโหกว่าเดิม ตะโดนกรอกใส่หูเต็มหลอดเสียง “ตื่นได้แล้ว!” 

พรวด เจ้าตัวสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันใด “อา...มีอะไรเกิดขึ้นตั้งเยอะนี่ ฉันไม่ค่อยได้นอนเท่าไหร่เลยนะ!” 

เธอลุกจากโซฟา บิดขี้เกียจไปมา “ฮ้าว... อรุณสวัสดิ์จ้า อาหารกลางวันเสร็จหรือยังเอ่ย?” 

โคลเอ้ – นอร์ม่า เธอน่าจะช่วยหน่อยนะ รู้ไหม 

นอร์ม่า –ฉันไม่เหมือนเธอสองคนนี่ ฉันไม่มีคนพิเศษที่ต้องทำอาหารให้ซักหน่อย 

“สองคน” ที่ว่าหน้าแดงแป๊ด 

กริวเน่ – แหม แย่จังนะจ๊ะ 

โคลเอ้ – งั้นเธอก็ช่วยยกไปก็แล้วกัน 

นอร์ม่า – น่าจะทำเป็นว่าฉันไมได้อยู่ที่นี่นะเนี่ย เอาเถอะ เอาอาหารไปเล้ย! 

 

ที่บ้านของเซเนล ทุกคนนั่งกระจัดกระจายอยู่บนพื้นบ้าน ต่างคนก็ต่างกินอาหารที่สาวๆเอามาให้ 

เชอรี่ – นี่ค่ะ พี่เซเนล 

เขารับอาหารมาเข้าปากแล้วชมว่าอร่อย จนเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณค่ะ!” 

โคลเอ้มองทั้งสองคนเงียบ ทำหน้ามุ่ย 

กริวเน่ – แหม แซนด์วิชนี่อร่อยจังเลย! 

โคลเอ้ – ค่ะ.... 

นอร์ม่า – คู นี่เธอยังไม่ได้ลองกินเลยเหรอไง? 

ส่วนโมเซสและเจย์ก็กัดกันตามปกติ 

โมเซส – อย่าลืมเคี้ยวก่อนละ เจย์โบ 

เจย์ – ได้ยินแบบนั้นจากปากคุณแล้วทำเอาผมแทบคลั่งเลยครับ 

ส่วนฮาริเอทก็หยิบอาหารส่งให้วิลเหมือนกัน “นี่ค่ะ พ่อ” 

เขารับมากินอย่างสบายใจ... และทันทีที่รับรู้ถึงรสสัมผัส เหมือนเวลาจะหยุดลงแวบหนึ่ง วิลทำหน้าตาอย่างกลืนไม่เข้า คายไม่ออก 

ฮาริเอท – ไงคะ? เป็นไงบ้าง? 

วิล – ตั้งแต่รสชาติจนถึงผิวสัมผัส ในทุกๆทาง นี่เป็นรสชาติที่แย่ที่สุดที่พ่อเคยกินมา 

ปึ้ด เธอหน้าบูดขึ้นมาก่อนจะกลายเป็นหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ “ทั้งที่หนูพยายามขนาดนี้แล้วนะ?! ได้ งั้นเอาคืนมาเลย!” 

เขาเห็นอารมณ์ลูกสาวแบบนั้นก็ตะลึง วิลนิ่งไปพักนึงก่อนพูดออกมา “พ่อมีความรับผิดชอบที่ต้องกินมันให้หมด จะยอมแพ้กลางคันไม่ได้หรอก” ว่าแล้วเขาก็จับอาหารฝีมือลูกสาวเข้าปากต่อไป 

ฮาริเอท - มะ....หมายความว่าไงน่ะ?.... อย่าห่วงนะ มีพอสำหรับทุกคนเลย 

ทุกคนเหงื่อแตกผลั่ก เด้งตัวผึงหันหลังให้ทันที ยกเว้นกีทที่ยังมองเธออยู่ 

ฮาริเอท – ทำไมถึงหันหน้าหนีไปกันหมดเลยล่ะ?! นี่ กีท ฉันทำให้แกด้วยนะ กินสิ! 

มันเดินเข้าไปใกล้ ดมกลิ่นฟุดฟิดแล้วก็เผ่นหนีออกมา 

เจย์ – สัตว์น่ะซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองครับ 

เธอโกรธหนักกว่าเดิม ถือขนมปังเดินไปหาโมเซส “นายเป็นเจ้าของมันนี่! ต้องรับผิดชอบกินเข้าไปด้วย!” 

โมเซส – ทำไมต้องเป็นอั๊วด้วยล่ะเนี่ย?... บางทีอั๊วก็สงสัยว่าเกิดมาเพื่อเจอกว่าความทรมานหรือเปล่านะ.... 

กร๊วม! เขารับขนมปังนั้นมากัดคำโต 

ฮาริเอท – อร่อยไหม? 

เขากระเดือกลงไปแล้วนิ่งสนิท ก่อนร้องลั่นควันออกหู วิ่งไปรอบบ้านแล้วเผ่นออกนอกประตูไปอย่างรวดเร็ว “ย๊าฮู้~~~!” 

ทุกคนมองตามไปอย่างวิตกสุดๆ ยกเว้นกริวเน่ “แหม โมเซสคุงดูท่าทางจะสนุกนะจ๊ะ คงจะเยี่ยมมากขนาดที่ทำให้เขาต้องกระโดดแล้ววิ่งไปมา!” 

เธอรับขนมปังของฮาริเอทมาลองชิมบ้าง 

เชอรี่ – คุณกริวเน่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? 

ฮาริเอทรีบวิ่งมาโวยวายกับเธอใหญ่เมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ก็ผิดคาด 

กริวเน่ – อร่อยจริงๆจ้ะ! 

ทุกคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง 

ฮาริเอท – เห็นไหมล่ะ? บางคนก็ชอบมันนะ 

โมเซสเดินโซเซกลับเข้ามาอย่างอ่อนเพลีย “อั๊วนึกว่าจะตายแล้วสิ...” ฮาริเอทสีหน้าบูดบึ้งไปกันใหญ่ 

โครม! วิลเขกหัวโมเซสเต็มแรงฐานทำให้ลูกสาวเสียใจ! 

โมเซส – โอ๊ย! 

 

หลังเวลาอาหารจบลง ทุกคนก็นั่งพักผ่อนกันโดยวิลและฮาริเอทไปล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน เสียงเรียกดังผ่านเข้ามาในบ้าน 

“ขอโทษนะคะ!ะ มีใครอยู่หรือเปล่า?” 

ประตูบ้านเปิดออก เจ้าของเสียงนั้นคือเอลซ่านั่นเอง 

เอลซ่า – สวัสดีค่ะ ทุกคน 

โคลเอ้ – เธอมาที่นี่จะไม่เป็นอะไรหรือ? 

เอลซ่า – วันนี้ฉันรู้สึกดีมากค่ะ 

ทั้งสองคนสนทนากันสนุกสนาน โดยมีนอร์ม่าเข้าร่วมวงด้วย 

เอลซ่า – รู้สึกว่าจะมีเสียงเอะอะที่หน้าเมืองค่ะ รู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น? 

ทุกคนลุกขึ้นฟังอย่างสนใจ 

เอลซ่า – ที่นั่นมีคนมากมาย แล้วบางคนก็ตะโกน... 

เจย์ – พวกเราควรไปดูหน่อยไหมครับ? 

วิล – ถ้าจะไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นก็คงดีที่สุดนะ 

 

ที่ประตูทางเข้าเมืองนั้น ชาวเมืองมากมายจับกลุ่มคุยกันอยู่ 

??? – มีใครตอบฉันได้บ้างไหมคะ 

เมื่อทุกคนไปถึง ชาวเมืองก็เริ่มสลายตัวกลับไปกันแล้ว วิลกันไปหาชาวเมืองสองคนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันนั้น “มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ?” 

??? – คงจะไม่มีใครสามารถเข้าใจฉันได้เลยนะคะ 

เจ้าของเสียงนั้นเดินเข้ามา เธอเป็นหญิงสาวในชุดฟ้า-ขาวของชาวเผ่าวารี ผมบลอนด์ยาวซึ่งมัดเป็นหางม้าอยู่ทั้งสองด้าน รูปหน้าที่คุ้นเคยทำให้เชอรี่แล้วเซเนลวิ่งออกไปหา แล้วเรียกด้วยความตกใจ “เฟนิมอร์!” 

??? – ดีจริง ที่คุณยังจำชื่อพี่สาวของฉันได้ 

เชอรี่ – พี่สาว....คุณเป็นน้องของเฟนิมอร์เหรอคะ? 

นอร์ม่า – อ้ะใช่ๆ เฟนเฟนมีน้องฝาแฝดนี่ 

เธอคุกเข่าลงทำความเคารพเชอรี่แล้วแนะนำตัว “ฉันเป็นน้องสาวของพี่เฟนิมอร์ ชื่อทิวล่าค่ะ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบเมลเนส” 

ทิวล่าลุกขึ้นแล้วมองไปมองมารอบๆตัว เธอทำท่าทางไม่พอใจ “ตอนที่ฉันได้ยินว่าคุณอาศัยอยู่ที่นี่กับคนพวกนี่ ฉันสรุปไปว่าคุณคงลืมเรื่องของพี่ไปแล้ว” 

เชอรี่ – ฉันลืมเธอไม่ได้หรอก... 

ทิวล่า – ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณจึงลืมหน้าที่ แล้วเลือกที่จะมาอยู่ในที่แบบนี้ล่ะคะ?! คุณคิดว่ากำลังทำอะไรกับพวกโอเรลเนสที่นี่?! คุณยังมีอะไรอีกมากที่ควรจะทำ 

โมเซส – เดี๋ยวก่อนซักแป๊บนะ 

วิล – เชอรี่อยู่ที่นี่ในฐานะฑูต ในฐานะผู้แทนของชาวเฟลเนส หากเธอเป็นชาวเฟลเนสเธอก็ควรจะรู้เรื่องนี้แน่ๆ 

ทิวล่า – ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะมาอาศัยอยู่กับพวกโอเรลเนส จนฉันได้มาเห็นด้วยสายตาตัวเองนี่ล่ะ 

เชอรี่ – ฉัน.... 

ทิวล่า – ตอนแรก คุณฆ่าพี่เฟนิมอร์ แล้วตอนนี้ก็มาอยู่ที่นี่ ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านเวลาที่อยู่ร่วมกับโอเรลเนสพวกนี้สินะ?! 

เธอชี้หน้าเชอรี่อย่างโกรธเกรี้ยว “คุณเป็นอะไรไปน่ะ?!” 

เซเนล – นี่ หยุดนะ! เธอเข้าใจผิดแล้ว! 

ทิวล่า – พี่เฟนิมอร์ตายเพราะปกป้องเมลเนสไม่ใช่เหรอคะ? นั่นก็เหมือนกับว่าเมลเนสฆ่าพี่ด้วยตัวของนางเองนั่นล่ะ! 

เขากัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ “เธอนี่....” 

เชอรี่ – พี่คะ ไม่เป็นอะไรหรอก 

ทิวล่า - คุณเป็นความหวังของพวกเรา แล้วคุณก็ทรยศพวกเรา! แล้วก็ยังทรยศมาจนถึงวันนี้! 

เชอรี่ - .... 

ทิวล่า – แทนที่จะกลับไปที่บ้าน คุณกลับมาที่เมือง แล้วอาศัยร่วมกับพวกโอเรลเนสที่น่ารังเกียจพวกนี้! คุณแค่วิ่งหนีไปเองคนเดียว! 

เซเนล – นี่! 

เชอรี่ – ไม่เป็นไรค่ะ... 

ทิวล่า – ที่คุณควรทำคือต้องให้คนพวกนี้ชดใช้ไม่ใช่เหรอ! เป็นหน้าที่ของคุณที่จะกวาดล้างพวกมัน! 

เชอรี่ - .... 

ทิวล่า – พวกโอเรลเนสฆ่าพวกเราไปตั้งมากมาย พวกมันฆ่าพี่ของฉัน! พี่เฟนิมอร์ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาของคุณเอง! แล้วคุณก็ยังไม่ยอมใช้พลังของคุณอีกเหรอ?! 

เชอรี่ – นั่นเพราะว่า... 

ทิวล่า – เพราะว่าชีวิตของพี่สาวของฉันมันไม่มีค่าอะไรกับคุณเลยใช่ไหมล่ะ?! 

เชอรี่ – ไม่ใช่นะ! 

ทิวล่า – แต่คุณห่วงใยพวกโอเรลเนสมากกว่าใช่ไหมล่ะ? โอเรลเนสที่อยู่ที่นี่ พวกที่คุณควรจะเกลียดมากกว่าอะไรทั้งหมด! 

เชอรี่ - ....นั่น... เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ยุติธรรมเลยนะ 

เธอหันหลังให้อย่างไม่ใยดี “คุณใช้วิธีแบบนั้นมาเปลี่ยนเรื่องล่ะสิ?” 

ทิวล่า - ตอนที่ฉันได้รู้ว่าพี่เฟนิมอร์ยังมีชีวิตอยู่ ฉันดีใจมาก ตั้งแต่ที่พวกเราถูกโอเรลเนสโจมตีแล้วต้องพรากจากกัน มันก็ไม่มีเคยมีช่วงเวลาที่น่ายินดีกับฉันเลย ฉันดีใจมากๆ คิดว่าพวกเราคงได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง แต่....เพราะคุณ... 

เธอยกมือปาดน้ำตาที่ซึมออกมาแล้วหันกลับมา “เพราะคุณ ฉันถึงไม่ได้เห็นเธออีกเลย!! คุณพรากพี่ไปจากฉัน! คุณฆ่าเธอ!” 

เชอรี่ – เธอ...พูดถูกแล้ว... 

เซเนล – เชอรี่?! 

เธอหลับตาพูดอย่างเศร้าๆ “หากฉันได้ทำอะไรที่สมควรทำ เฟนิมอร์ก็คงไม่ต้องมาอยู่บนเลกาซี่ เธอคงไม่ต้องสละชีวิตเพื่อปกปิองฉัน” 

ทิวล่า – “ทำเรื่องที่คุณสมควรทำ?” คิดจะทดสอบฉันหรือไงกัน? ถ้าคุณเข้าใจได้ขนาดนั้นแล้ว งั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าคุณต้องทำอะไรสิ! อย่ามัวแต่มานั่งขอโทษฉัน หรือมานั่งจับมือกับโอเรลเนสน่ารังเกียจพวกนี้! 

เธอกราดนิ้วชี้ไปยังทุกคน “ที่คุณต้องทำก็คือทำลายพวกมัน!” 

เชอรี่ - ...ไม่ใช่ เธอผิดแล้ว 

ทิวล่า – ฉันไม่ผิด! 

เชอรี่ – ไม่ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้แน่นอน 

ทิวล่า - ....ฉันคิดว่าคงจะเสียเวลาเปล่าแล้ว 

เชอรี่ได้แต่ก้มหน้านิ่ง 

ทิวล่า – ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูดด้วยอีกแล้ว แค่มองหน้าคุณฉันก็จะป่วยแล้ว ขอตัวล่ะ ถ้าอยู่ในเมืองโอเรลเนสนานไปกว่านี้ ฉันคงติดโรคอะไรแบบที่คุณเป็นอยู่แน่ 

นอร์ม่า – โอย มองกันแง่ลบสุดๆเลยนะเนี่ย 

โมเซส – น่าจะอ่อนหวานกว่านี้หน่อยนะ ยาหยี 

ทิวล่า – ถ้าได้ยินนายเรียกฉันว่ายาหยีอีกที ฉันคงสำรอกแน่ 

เจย์ – คุณโมเซส ก่อนจะพูดอะไรก็คิดก่อนเถอะครับ 

เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจพวกเข่อีกต่อไป 

นอร์ม่า - นี่ทิวลี่มาที่นี่เพื่อบ่นแค่นั้นน่ะเหรอ? 

โคลเอ้ – เธอดูน่ากลัวมากเลยนะ 

นอร์ม่า – น่ากลัว หือ...ฉันน่าจะเรียนรู้อีกซักหน่อยก่อนที่จะไปไหนมาไหนนะเนี่ย 

เธอพูดเปรยๆออกมาจนโคลเอ้สงสัย 

นอร์ม่า – อ้ะ ขอโทษที แค่พูดกับตัวเองน่ะ 

กริวเน่โอบกอดเชอรี่ซึ่งยังคงก้มหน้าเงียบอยู่ “เข้มแข็งไว้นะจ๊ะ เชอรี่” 

เชอรี่ – ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้เข้าซักวัน ไม่ช้าก็เร็ว 

เซเนล – เชอรี่... 

เชอรี่ – จริงๆแล้ว ฉันคิดว่าจะไปหาเธอด้วยตัวเองค่ะ ฉันปล่อยหมู่บ้านเฟลเนสให้คุณเมาริทซ์ดูแล โดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้คนที่อาศัยที่นั่น ฉันน่าจะรู้ว่าจะต้องมีใครบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับที่ฉันทำ.... 

เธอเดินหันหลังออกมาจากทุกคน “ทิวล่าเป็นคนที่เข้มแข็ง เธอมาที่นี่ด้วยตัวของเธอเอง” 

เซเนล – เธอไม่ต้องทนอยู่คนเดียวหรอกนะ นี่เป็นปัญหาที่พวกเราทุกคนต้องจัดการ พวกเราต้องช่วยกัน เพื่อปิดช่องว่างระกว่างโอเรลเนสและเฟลเนส ทีละนิดๆ ทีละก้าวๆ 

วิล – ปัญหาที่อ่อนไหวเช่นนี้น่ะไม่มีทางแก้ได้ง่ายๆหรอก นี่เป็นปัญหาที่มีต้นตอฝังลึกซึ่งคงอยู่มายาวนาน 

โมเซส – ใช่ แต่พวกเราทุกคนควรอยู่กันให้เป็นครอบครัวสุขสันต์ใหญ่ๆครอบครัวหนึ่ง! 

เชอรี่ – ครอบครัว... 

วิล – โมเซสน่ะพูดได้ดีเสมอถ้าเกี่ยวกับครอบครัวนะ 

นอร์ม่า – แต่แย่หน่อยว่าหมอนี่มีดีแค่เรื่องนั้นน่ะล่ะ 

โมเซส – เฮ้ย! 

การหยอกล้อกันเรียกเสียงหัวเราะจากหลายๆคน 

เชอรี่ - ...ขอบคุณนะคะ ทุกคน ฉันดีใจจริงๆ... 

เธอก้มหน้าปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา... 

 

เชอรี่ยืนภาวนาอยู่เงียบๆที่หน้าหลุมศพของสเตล่า พี่สาวของเธอ 

เซเนล – คิดแล้วเชียวว่าต้องอยู่ที่นี่ 

เชอรี่ – พี่....รู้ได้ยังไงคะ? 

เซเนล – ชั้นแค่รู้สึกน่ะ 

เชอรี่ - ...หนูต้องเข้มแข็ง พี่สเตล่าจะได้ดีใจกับหนู หนูไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ กลับบ้านกันเถอะ 

เซเนล - ...ได้สิ 

ทั้งสองคนเดินออกมา สวนทางกับนอร์ม่าที่เดินเข้าไปพอดีโดยที่เจ้าตัวไม่เห็น 

เชอรี่ – นั่นคุณนอร์ม่าหรือเปล่าคะ? 

พวกเขาเดินตามไปเธอยืนหลับตาประสานสองมืออยู่หน้าหลุมศพที่พวกเขาเคยเห็นเมื่อวันก่อนนั้นเอง 

นอร์ม่า – คอยดูนะ อาจารย์ ฉันสัญญาว่าจะหามันให้พบ ช่วยเป็นกำลังใจซักนิดให้ฉันเดินหน้าไปด้วยนะ ได้ไหม? 

เธอลืมตาขึ้น กำมือแล้วพูดออกมา “เอาล่ะ! ด้วยทุกอย่างที่คุณสอนมา ต้องหาเจอแน่ๆ!” 

เซเนล – หาอะไรเหรอ? 

เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียง “อ้ะ...ไง... พวกนาย.. เอ้อ... นี่... มาเดทกันที่นี่ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?” 

เซเนล – ไม่ใช่เดทซักหน่อย 

นอร์ม่า – ฉันไม่อยากเป็น กขค. หรอกนะ งั้นไปล่ะ ไว้เจอกันนะ! 

หลังเฉไฉจบ นอร์ม่าก็เผ่นแนบออกไป 

เซเนล – เธอตื่นเต้นอะไรของเธอกันน่ะ? 

เชอรี่ – เธอคงไม่อยากให้พวกเราเห็นเธอที่นี่มั้งคะ 

เขาเดินไปที่หลุมศพนั้น “นี่เป็นหลุมศพของคนที่เธอรู้จักเหรอ? ชื่อเขาคือ....” 

 

”สเวน”? 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:48 pm----------

Topic #427 Write a reply for: Tales of Legendia : Character Quest - Chasing a Dream, part 1