Topic #428: Tales of Legendia : Character Quest - Chasing a Dream, part 2

Next Farecery

ทั้งสองคนรีบไปยังที่นั่น ซึ่งโมเซสและวิลรออยู่ชั้นล่าง 

โมเซส – เซโนจิ! เป็นยังไงบ้าง? 

เซเนล – ชั้นได้ยามาแล้ว แล้วนอร์ม่าล่ะ? 

วิล – เชอรี่กำลังเฝ้าอยู่ รีบเข้าเถอะ 

ทุกคนได้แต่ลงมารอที่ชั้นล่างขณะที่เซเนลและเชอรี่ให้ยากับนอร์ม่าซักพัก จนทั้งสองคนลงมา 

เชอรี่ – อาการของเธอเริ่มทรงตัวแล้วค่ะ ไข้ก็ลดลงแล้วด้วย 

โมเซส – พวกเราคงเบาใจได้แล้วที่ยาพิษใช้งานได้นะ 

โคลเอ้ – ไม่ ยังไม่ใช่หรอก 

คนอื่นๆที่ยังไม่รู้หันมามอง 

เซเนล – ตามที่คุณอัลคอตท์บอกมา อาการของโรคจะกลับมากำเริบครั้งแล้วครั้งเล่า เธอต้องใช้ยานั่นทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น จนกว่าที่จะหายอย่างสมบูรณ์ 

เจย์ – พูดอีกอย่างก็คือ เธอต้องอยู่บนเตียงซักพัก 

โมเซส – หวังว่าหล่อนคงระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม นับจากตอนนี้ไปนะ 

กริวเน่ – พี่ห่วงจังว่านอร์ม่าจะเป็นอะไรไหม ตอนที่ออกไปนี่ก็ตื่นเต้นขนาดนั้นแท้ๆนะ 

เซเนล - .... 

กริวเน่ – ถึงร่างกายจะดีขึ้นก็ตาม แต่พี่กังวลว่าความรู้สึกของเธอคง.. 

โมเซส – คราวนี้อะไรๆก็ยังไปได้ดีนะ แต่ถ้าคราวหน้าล่ะ? อั๊วไม่คิดว่าหล่อนจะค้นหาต่อไปได้นะ 

เจย์ – ถึงผมจะเกลียดที่จะบอกแบบนี้ก็เถอะ แต่ผมเห็นด้วยกับที่โมเซสพูดนะครับ 

เจ้าตัวกระทืบเท้าปัง แต่เขาก็ไม่สนใจ “แน่นอนว่าพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอเวอร์ไลท์มีจริงหรือไม่” 

เซเนล – นายบอกว่านักวิจัยบนแผ่นดินใหญ่เลิกล้มที่จะหามันแล้วใช่ไหม? 

โคลเอ้ – ถ้ามันไม่มีอยู่จริง ถึงเธอจะตามหาต่อไปมันก็ไม่มีความหมายอีก 

วิล – นอร์ม่าคงจะหมกมุ่นกับการตามหามันก็เพราะทุกคนพูดว่ามันไม่มีอยู่จริง 

โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ? 

วิล – การค้นหาคำตอบนั้นคือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้ ถ้าเธอไม่เดินตามเส้นทางของผู้อื่น เธอก็ต้องสร้างทางของตัวเองขึ้นมา 

เจย์ – ก็ใช่ครับ แต่ว่า... 

วิล – ตอนนี้เก็บเรื่องการโต้แย้งว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่าไว้ก่อนเถอะ ที่เราต้องคิดตอนนี้ก็คือว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป 

เจย์ – ผมว่าพวกเราควรเลิกค้นหาครับ 

วิล – ฉันก็เห็นด้วยกับเจย์ 

โคลเอ้ – ฉันคิดว่านอร์ม่าคงมีความรู้สึกอะไรกับตัวเอง หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นนั่น ทุกคนไม่คิดหรือว่าพวกเราน่าจะเคารพสิ่งนั้น 

เซเนล – ถ้าเธอจะล้มเลิกเพราะผู้คนบอกให้เลิก เธอก็คงเลิกไปนานแล้ว ถึงพวกเราจะคุยกันมากเท่าไหร่ หรือพวกเราได้ข้อสรุปยังไง พวกเราก็ตัดสินใจแทนนอร์ม่าไม่ได้หรอก ชั้นจะไปดูเธอหน่อย 

เขาเดินขึ้นบันได้ไปแต่เชอรี่เรียกไว้ก่อน “เดี๋ยวค่ะ หนูจะไปด้วย” 

 

เมื่อเซเนลและเชอรี่เข้าไปในห้องนั้น ทั้งสองคนก็ตกใจเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีเงาร่างของใครเลย บนพื้นห้อง แจกันดอกไม้กลิ้งอยู่บนพื้น ขณะที่หน้าต่างซึ่งน่าจะปิดอยู่ กลับปลิวไหวเพราะแรงลม 

เชอรี่ – พี่....พี่คะ... 

เซเนล – ยัยบ้านั่น เธอคงจะหนีไปทางหน้าต่างแล้ว 

เชอรี่ – หนูสงสัยว่าเพราะเธอได้ยินพวกเราหรือเปล่า 

บนเตียงในห้องนั้น เซเนลเห็นหนังสือเล่มหนึ่งว่างเด่นอยู่ 

เซเนล – สมุดบันทึกนี่ดูเหมือนจะถูกใช้มานานแล้วนะ 

เขาหยิบมันขึ้นมาลองพลิกอ่านดู “เชอรี่ ลองดูนี่สิ” 

เชอรี่ – อ้ะ ค่ะ... 

เธอพลิกมันอ่านทีละหน้าๆ “นี่มัน...ภาษารีลาเรส! มีแต่รีลาเรสทั้งนั้นเลย! พี่เซเนล นี่มันน่าทึ่งจริงๆ!” 

เซเนล – มีเขียนคำแปลอยู่ในนั้นด้วย มันถูกต้องไหม? 

เธอลองอ่านไปทีละหน้าๆ “ค่ะ เกือบทั้งหมดเลย” 

เซเนล – เดี๋ยวสิ ชั้นนึกว่ามีแต่ชาวเฟลเนสที่อ่านรีลาเรสได้ซะอีก” 

เชอรี่ – หนูก็คิดอย่างนั้นค่ะ.... 

เซเนล - ....เอาเถอะ ตอนนี้พวกเราต้องตามหานอร์ม่าก่อน 

เชอรี่ – น่าจะบอกทุกคนก่อนนะคะ 

 

พวกเขานำสมุดเล่มนั้นลงไปหาทุกคน 

เซเนล – นอร์ม่าหายตัวไปแล้ว ลองดูนี่สิ วิล 

เขารับสมุดจากเชอรี่มาลองอ่านดูแล้วพูดออกมาด้วยความทึ่ง “อย่าบอกฉันนะว่านอร์ม่าเป็นคนเขียนมันทั้งหมด?! เธอเข้าใจรีลาเรสด้วยหรือ? 

วิล – สถาบันวิจัยบนแผ่นดินใหญ่ยังถอดความออกมาได้ไม่ถึงครึ่งของสิ่งนี้เลย แล้วนี่เธอไปได้ไกลถึงขนาดนี้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือ? 

เจย์ – ถ้าอย่างนั้นเหตุผลที่เธอไปที่โบราณสถานกินคน กับอนุสรณ์น้ำแข็งก็มีพื้นฐานจากการวิเคราะห์นี้สินะครับ 

โคลเอ้ – หล่อนจริงจังกับการตามหาเอเวอร์ไลท์ขนาดนี้เลย 

เจย์- ถ้าเธอมีหลักฐานขนาดนี้ก็น่าจะบอกพวกเราตอนที่ถามเธอว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นนะครับ 

โคลเอ้ – นอร์ม่าน่ะปิดปากไว้ได้สนิทเลยนะ เธอไม่ได้เผลอพูดอะไรในส่วนที่สำคัญที่สุดออกมาเลย 

เชอรี่ – ถึงเธอจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่ก็ยังมุมานะอย่างหนักตลอดเวลามานี้.... 

ทุกคนได้แต่เงียบเมื่อได้รับรู้ถึงอีกด้านของเพื่อน 

เซเนล – มีแต่พวกเราที่จะช่วยเธอได้ 

โมเซส – ใช่! เซโนจิพูดถูกแล้ว! 

วิล – ก่อนอื่น พวกเราต้องตามหานอร์ม่า พวกเราจะแยกย้ายกันตามหาเธอ 

 

กลางความมืดมิดนั้น นอร์ม่าเดินโซซัดโซเซอย่างไร้เรี่ยวแรงไปยังที่แห่งหนึ่ง.... สุสานของสเวน 

นอร์ม่า – คือ....ฉันทำพลาดอีกแล้วค่ะ ฉันนี่ไม่มีหวังเลย ไม่เคยมีอะไรที่เป็นไปอย่างที่หวังเลย ฉันปลดกับดักไม่ได้ซักอัน แล้วยังบาดเจ็บสาหัสอีก จริงๆแล้วฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ? 

เธอมองป้ายหลุมศพนั้น “อาจารย์ ฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ? จริงๆนะ.... อาจารย์ ฉัน....” 

 

เธอกำลังเดินนำหน้าเขาอย่างโมโหโทโส 

นอร์ม่า – กรอด ทำไมหนูต้องเจอปัญหาขนาดนี้นะ?! 

สเวน – นอร์ม่า ใจเย็นก่อน! เธอต้องใจเย็นๆเวลาปลดกับดักสิ! 

นอร์ม่า – ถ้าคุณปลดมันได้ ทุกคนก็น่าจะทำได้ด้วย! 

สเวน – นั่นมันหมายความว่าไงเนี่ย?! 

นอร์ม่า – หนูว่าหนูจะลองทางนี้บ้างล่ะ! 

เธอวิ่งออกไปยังทางข้างหน้าโดยมีเสียงอาจารย์ไล่หลังมา “ไม่! ไม่ใช่ทางนั้นนะ!” 

สเวนรีบวิ่งตามไปพร้อมกับเสียงระเบิดตูมที่ดังมาจากทางนั้น “ม่าย! ไม่เอาระเบิดนะ ได้โปรด!” 

ซักพัก นอร์ม่าก็วิ่งกลับมาคนเดียว “หืม งั้นก็ทางนี้สิ” ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปต่อ ก่อนที่เขาจะเดินเป๋ตามมาห่างๆ 

สเวน - นอร์ม่า ขอร้องล่ะ...ผมจะขอโทษที่แกล้งเธอตลอดมาก็ได้ 

เขามองไปข้างหน้าเพื่อจะเห็นว่าลูกศิษย์หายหัวไปแล้ว “นอร์ม่า?” ก่อนจะพุ่งพรวดตามไป 

สเวน – ร่วงแล้ว~ กรี๊ด แม่จ๋า~ 

 

เขานอนสลบอยู่ขณะที่นอร์ม่ายังสอดส่ายสายตาไปรอบ “หืม งั้นก็คงทางนั้น!” 

สเวน – เดี๋ยวก้อน! หยุด! ไม่ใช่ทางนั้นนะ! 

เขารีบวิ่งตามไปแต่ยังไม่ถึง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นซะก่อน 

สเวน – นอร์ม่า! เป็นอะไรหรือเปล่า?! นอร์ม่า! 

..... 

 

“ฉันน่ะยังเหมือนกับเมื่อก่อนเลย ฉันไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย” 

เธอมองหลุมศพเบื้องหน้า พูดด้วยเสียงหงอยเหงา “น่าสมเพชจริงๆนะ ชีวิตของฉันนี่น่าอับอายจริงๆเลย อาจารย์” 

นอร์ม่า – เอเวอร์ไลท์ก็ไม่ได้อยู่ในอนุสรณ์น้ำแข็งด้วย ฉันสงสัยว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน... 

เธอนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง “อาจารย์คะ ฉันเริ่มกังวลแล้ว....บางทีมันอาจจะไม่มีอยู่จริงก็ได้ ฉันเคยมั่นใจเต็มที่มาตลอด แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้อีกแล้ว ฉันแค่ไม่รู้.... ฉันควรทำอย่างไรดีคะ?” 

นอร์ม่าทรุดเข่าลงนั่งกับพื้นที่เย็นเยือก “ฉันพยายามไล่ตามความฝันเหมือนที่คุณเคยทำนะ อาจารย์ แต่ฉันไม่มั่นใจแล้วว่าจะทำมันได้อีกหรือเปล่า....... การเชื่อมั่นต่อไปมันยาก....ยากมาก” 

สีหน้าของเธอเศร้าหมองเป็นอย่างมาก “ฉันก็ทำงานหนักมากไม่ใช่เหรอคะ? ฉันพยายามดีเท่าที่ทำได้แล้ว.... ตอนนี้ฉันขอหยุดได้ไหมคะ? ฉันทำงานมาหนักมากแล้ว คงไม่เป็นไรถ้าจะเลิกเชื่อ.... ใช่ไหมคะ?” 

“ได้โปรดเถอะ อาจารย์! แค่....บอกฉันสิว่ามันไม่เป็นอะไรน่ะ!” 

“จะให้ฉันเชื่อมั่นต่อไปด้วยตัวเองมันยากนะคะ!” 

หมอกดำพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น ก่อนร่างของหญิงลึกลับจะปรากฏออกมาเบื้องหลังเธอผู้ซึ่งไร้กำลังใจ 

??? – พากเจ้าเหนื่อยล้า จงยอมแพ้ซะ ไม่มีใครที่จะว่าเจ้าหรอก” 

เธอลุกขึ้นมาพูดกับเสียงนั้นทั้งที่ยังหันหลังให้อยู่ “สเวนก็จะอภัยให้ฉันด้วยเหรอ?” 

ร่างนั้นพยักหน้าแล้วตอบกลับมา “แน่นอน เขาต้องทำเช่นนั้นแน่” 

นอร์ม่า – จริงเหรอ? ดีจัง....ดี.... 

เธอเงยหน้ามองฟ้ายามค่ำคืน “ฉันเหนื่อยพอแล้ว...ราตรีสวัสดิ์นะ...” เธอพึมพำออกมาก่อนล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง 

??? – เราจะมอบการพักผ่อนชั่วกาลนานให้แก่เจ้า เด็กน้อยเอ๋ย 

 

จวบจนรุ่งเช้า ทุกคนมารวมตัวกันหลังออกแยกย้ายกันค้นหา 

เซเนล – เจอเธอไหม? 

โมเซส – ไม่เจอเลยซักที่น่ะ 

โคลเอ้ – ฉันหวังว่าเธอคงไม่ได้ออกไปนอกเมืองนะ 

วิล – นอร์ม่าไม่รู้ว่าพิษมันมีลักษณะพิเศษอยู่ เธอกำลังอยู่ในอันตราย 

เจย์ – แล้วนี่มันก็ตั้งนานแล้วตั้งแต่เธอหนีออกไปจากโรงแรมนะครับ 

เชอรี่ – พวกเราต้องหาเธอให้เร็วที่สุดค่ะ 

เซเนลมองไปเห็นซามารันเดินอยู่ในเมืองพอดี ทุกคนจึงวิ่งเข้าไปหา 

ซามารัน – มีอะไรงั้นหรือ? พวกเธอดูกระวนกระวายจริง 

เซเนล – จริงๆแล้ว.... 

ซามารันได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด 

ซามารัน – เข้าใจแล้ว เป็นอย่างนี้เองสินะ หล่อนน่ะไม่เอาไหนกับการปลดกับดักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

โคลเอ้ – คุณรู้หรือเปล่าคะว่าเธออาจจะไปที่ไหน? พวกเราหาทั่วเมืองแล้ว แต่ก็ไม่เจอเธอเลย 

ซามารัน – เธออาจจะอยู่ที่สุสานของสเวนก็ได้ 

เซเนล – สุสาน...ที่นั่นพวกเรายังไม่ได้ไปหาเลยนี่ 

วิล – ใช่ รีบไปที่สุสานเถอะ! 

 

ที่สุสานนั้นเอง ทุกคนเห็นเธอนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านหมอกสีดำ 

เซเนล – อยู่นั่นไง! 

เมื่อทุกคนไปถึง หมอกนั้นก็เลือนหายไปทันที 

วิล – หมอกดำมันแพร่กระจายมาถึงนี่แล้วสินะ 

เซเนล – ใช่ ดูทางนั้นสิ 

โมเซส – อั๊วก็เห็นเหมือนกัน 

เชอรี่และโคลเอ้โน้มตัวลงไปดูนอร์ม่าซึ่งยังครวญครางด้วยความทรมานอยู่ 

โคลเอ้ – อาการนี่.... พิษกำเริบนี่หน่า! 

เชอรี่ – คุณนอร์ม่า ทนเดี๋ยวนะคะ! 

วิล – แล้วยาแก้อยู่ไหนล่ะ 

โคลเอ้ – ฉันเอามาด้วยแล้วค่ะ 

เธอหยิบยานั้นออกมารินใส่ปากของนอร์ม่าเล็กน้อย “...ดีล่ะ การหายใจของเธอดีขึ้นแล้ว” 

เซเนล – พากลับไปที่โรงแรมเถอะ 

ทั้งสองคนพยุงตัวเธอเดินออกไป แต่ซักพักนอร์ม่ากลับผละตัวเดินโซเซไปคนเดียว 

โคลเอ้ – นอร์ม่า อย่าฝืนตัวเองเลย มาสิ พิงฉันไว้ก็ได้ 

นอร์ม่า – จะยังไงก็ช่างเถอะ ฉันพอแล้ว 

เธอผลักตัวเองเดินโซเซไปอีกหน่อยแล้วก็ยืนอย่างอ่อนล้า 

เซเนล – หมายความว่าไงน่ะที่ว่าพอแล้ว? มาเถอะน่า อีกนิดเดียวเอง 

นอร์ม่า – ฉัน...ไม่ไหวแล้ว 

โคลเอ้ – ไม่ใช่หรอกน่า! 

นอร์ม่า – ฉันพอแล้วกับการตามหาเอเวอร์ไลท์ 

โคลเอ้ – นอร์ม่า..... 

นอร์ม่า – ฉันยอมแพ้แล้ว เอเวอร์ไลท์ไม่สำคัญกับฉันอีกแล้ว 

เซเนล – เธอแน่ใจแล้วเหรอ นอร์ม่า? 

เชอรี่ – คุณทำงานมาอย่างหนักตลอดเวลาเพื่อมันนี่คะ 

นอร์ม่า – เฮอะ ไม่หรอก 

เชอรี่ – คุณกำลังโกหกนะ 

เซเนล – พวกเราเห็นสมุดบันทึกในห้องของเธอแล้ว 

เธอหันมามองทุกคนเจื่อนๆ “ออ...ฮะๆ ...พวกนายรู้แล้วสิทีนี้...” 

วิล – เธอศึกษาภาษารีลาเรส 

เจย์ – พวกเราประหลาดใจมากครับ คุณสามารถเข้าใจข้อความรีลาเรสได้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง 

โคลเอ้ – เธอน่ะทุ่มเทความพยายามมากมายในการค้นหาเอเวอร์ไลท์ไม่ใช่เหรอ? ความพยายามที่มากเกินกว่าจะบรรยายได้ 

นอร์ม่า – ฉันค้นคว้ามาก จนฉันนึกว่าจะบ้าแล้ว ฉันอยู่จนดึกดื่นทุกคืน ไม่ได้คิดอะไรนอกจากรีลาเรส ทุกครั้งที่ฉันเข้าใจคำใหม่ มันก็ทำให้ฉันดีใจจนสามารถร้องไห้ได้ ฉันสามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองเกือบไล่อาจารย์ทันแล้ว 

เธอเดินออกไปเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลง “แต่ทุกอย่างมันก็สูญเปล่า....” 

โคลเอ้ – ไม่จริงนะ 

อีกฝ่ายหันมาตะโกนใส่ทุกคน “ไม่ว่าฉันจะเรียนแค่ไหน ไม่ว่าการแปลของฉันจะถูกยังไง มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย!” 

นอร์ม่ายกมือขึ้นมาชี้หน้าโคลเอ้พูดเสียงดัง “แล้วอย่าบอกนะว่าเธอเข้าใจว่าฉันรู้สึกยังไง! เธอไม่รู้หรอก!” 

เชอรี่ – คุณนอร์ม่า... 

นอร์ม่า – ถ้าเอเวอร์ไลท์ไม่มีจริง พวกมันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย! 

เซเนล – นอร์ม่า ถ้าเธอตื่นเต้นเกินไป พิษจะแพร่ไปทั่วร่างเร็วขึ้นนะ 

นอร์ม่า – ฉันไม่ต้องเรียนมันก็ได้! ฉันให้ริจจังแปลมันให้ก็ได้! 

วิล – เธอไม่ได้ค้นพบความหมายอะไรในการทำมันด้วยตัวเองเลยหรือ? 

นอร์ม่า – ฉันน่าจะให้ริจจังแปลข้อความที่ฉันพบในซากโบราณพวกนั้นได้ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ! ไม่มีซักครั้ง! ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่ทำล่ะ? เพราะฉันอยากทำด้วยตัวเอง? ....ไม่ใช่หรอก! 

ทุกคนยืนเงียบขณะเธอระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา 

นอร์ม่า - ....เพราะว่าฉันกลัว ฉันกลัวที่จะได้รู้คำตอบ ฉันไม่อยากให้ใครอื่นบอกว่าฉันผิด! 

เธอหันกลับไป สีหน้าเศร้าสร้อย “ฉันกลัว! กลัวความจริง! ฉันกลัวว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมันจะแตกสลาย.... ฉันกลัวที่จะรู้ว่าเอเวอร์ไลท์ไม่มีอยู่จริง....” 

 

ร่างของเธอทรุดลงไปกับพื้น “ฉันเหนื่อย เหนื่อยกับการเชื่อมั่น... เหนื่อยกับการต้องฝ่าฝัน....” 

เซเนล – แน่ใจเหรอ นอร์ม่า? เธอจะไม่เสียใจที่ยอมแพ้เหรอ? 

นอร์ม่า – ใช่ ฉันเลิกแล้ว 

โมเซส – อั๊วรู้ว่าเธอทำได้ดีกว่านั้นน่า! 

เจย์ – ถ้าคุณยอมแพ้ได้ง่ายขนาดนี้ คุณคงไม่มีทางบังคับตัวเองให้แปลความภาษารีลาเรสได้หรอกครับ 

นอร์ม่า - .... 

เชอรี่ – คุณแน่ใจจริงๆหรือเปล่าคะ นอร์ม่า? 

เธอตะโกนลั่นออกมา ทำให้ทุกคนเงียบเสียงกันไปหมด “ ฉันบอกว่าใช่ ไม่ใช่หรือไง?!” 

เชอรี่ - .... 

เซเนล – ถ้าอย่างนั้นชั้นก็จะไม่พูดอะไรอีก แต่ว่า! เธอน่ะสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปโดยที่ไม่เสียใจการการตัดสินใจนี้ได้หรือ เปล่าล่ะ? เธอจะสามารถเดินต่อไปโดยไม่เสียใจถึงวันนี้และวันที่มันนำพาเธอต่อไปได้หรือ เปล่า? 

นอร์ม่า - ... 

เซเนล – เธอยังสามารถมองไปยังเบื้องหลัง แล้วยิ้มให้ความทรงจำที่เธอมีได้อยู่หรือเปล่า? มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่าความเสียใจที่ทำให้เธออยากจะโยนอดีตทิ้งไปหรอกนะ 

นอร์ม่า – ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถอะน่า! ฉันก็มีเวลาที่ไม่เข้มแข็งเหมือนกัน รู้ไหม! บางอย่างน่ะมันไม่สามารถลืมได้ด้วยแค่การเดินไปเดินมาอย่างกับคนโง่หรอกนะ! 

ซามารัน – อา ฉันกำลังสงสัยเลยเชียวว่าเสียงเอะอะนี่มันอะไร ที่แท้เจ้าจ๋อกำลังร้องไห้นี่เอง 

เขาพาร่างอันแก่ชราเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใกล้ๆนั้นหลังรับฟังทุกอย่างอยู่เงียบๆ 

นอร์ม่า – ฉันไม่อยากได้ยินอะไรจากตาแก่ที่ปอดแหกซะก่อนจะได้เริ่มต้นหรอกนะ! 

ซามารัน – ฉันตื่นจากความฝันของตัวเองก่อนที่มันจะฆ่าฉัน ดูเหมือนว่าฉันจะฉลาดกว่าเจ้าโง่สเวนนั่น 

นอร์ม่า – อย่ามาเรียกเขาแบบนั้นนะ! 

ซามารัน – หึ เจ้ายอมแพ้ให้กับความฝันของตัวเอง แล้วเจ้ายังจะสามารถพูดอะไรเกี่ยวกับสเวนได้อีกล่ะ? เจ้ามีอะไรที่สามารถพูดได้ถึงชายที่มีความศรัทธาที่แน่วแน่กับความฝันของ เขา? 

นอร์ม่า - .... 

ซามารัน – เจ้าไม่มีสิทธิที่จะพูดถึงเขา 

นอร์ม่า – ฉัน...ฉัน... 

ซามารัน – เอเวอร์ไลท์ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถหาได้ มันเป็นเพียงเทพนิยาย ไม่มากไปกว่านั้น มันเป็นเพียงความฝัน เป็นเพียงเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นเพื่อเด็กๆ 

นอร์ม่า- ฉันยัง....ยังยังมีความฝันของเขาอยู่นะ! 

เธอพูดแล้วชี้หน้าเขา “มันไม่ใช่แค่เรื่องที่แต่งขึ้น! ฉันจะไม่ให้คุณเรียกมันแบบนั้น! ฉันจะพิสูจน์ให้ดู! ได้ยินไหม?!” 

นอร์ม่าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น 

เซเนล – นอร์ม่า เดี๋ยว! 

ซามารันมองตามร่างในชุดสีเหลืองนั้นวิ่งไปจนลับสายตา 

โมเซส – หล่อนนี่ซนจริงๆเลยนะ ไปจับเธอกันเถอะ เจย์! 

โคลเอ้ – ฉันก็จะไปด้วย 

เมื่อทั้งสามคนวิ่งตามไป วิลก็หันมาคุยกับซามารัน “คุณคุ้นเคยกับการจัดการกับเธอนี่ครับ” 

ซามารัน - ไม่หรอก ฉันทำไม่ดีเลย ฉันมาเพื่อหยุดเธอแต่กลับไปยุเธออีก 

วิล – คุณตั้งใจทำนี่ครับ 

ซามารัน - ... 

วิล – ถ้าคุณเห็นด้วยกับเธอ นอร์ม่าก็คงยอมแพ้อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าคุณบอกเธอว่า “ทำได้ดีมาก” เธอคงเลือกที่จะหยุดแล้วให้ปีกของเธอได้พักผ่อน 

อีกฝ่ายนิ่งเงียบ 

วิล – แต่ผมก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ 

ซามารันส่ายศีรษะ “ฉันไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องทรมานเหมือนที่ฉันกับสเวนเคยเป็น” 

เซเนล - ....คุนกำลังพูดถึงดวงตาของคุณหรือครับ? 

ซามารัน – ฉันเจออุบัติเหตุระหว่างที่สำรวจโบราณสถานอยู่ แล้วโลกของฉันก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด 

เชอรี่ – แล้วคุณสเวนล่ะคะ? 

ซามารัน – เขาไม่เคยกลับมาจากการเดินทางเพื่อเอเวอร์ไลท์ของเขา สาเหตุที่ฉันมาที่เลกาซี่ก็เพื่อพานอร์ม่ากลับไป 

คนที่ได้รับฟังต่างนิ่งเงียบขณะรับรู้ถึงความตั้งใจจริงของชายชรา 

ซามารัน – แต่ฉันก็หาคำพูดที่จะบอกเธอไม่ได้ว่าฉันเป็นห่วงเธอ กว่าที่จะรู้ตัว พวกเราก็ทะเลาะกันแล้ว 

เซเนล – นั่นเป็นความผิดของนอร์ม่าพอๆกับคุณล่ะครับ 

ซามารัน – ฉันคงถูกมองในแง่ลบเพราะอคติที่เธอมีกับฉัน ตอนที่ได้พบนอร์ม่าที่นี่ฉันแปลกใจมาก เธอเหมือนกับที่สเวนเคยเป็นเลยทีเดียว ลุยไปข้างหน้า ไล่ตามความฝันของเขาโดยไม่เหนื่อยหน่าย... 

เซเนล – นอร์ม่าที่ผมรู้จักเป็นอย่างนั้นตลอดมาครับ 

ซามารัน – เธอไม่สามารถค้นพบความจริงได้ถ้าเธอไม่เผชิญหน้ากับอันตราย ฉันเป็นคนสอนสเวนแบบนั้นเอง 

วิล – นั่นเป็นคำพูดที่ดีครับ 

ซามารัน – กระนั่น ฉันก็ยังเริ่มระแวงและหลงลืมไปจากหนทางฉัน การสูญเสียสายตาและต้องแก่ตัวทำให้ฉันกลายเป็นคนขี้ขลาด 

โมเซส โคลเอ้และเจย์ วิ่งกลับมาพอดี 

โมเซส – เซโนจิ แม่ฟองสบู่ไม่อยู่ในเมืองแล้ว 

โคลเอ้ – เธอคงออกไปข้างนอกแน่ พอรู้ไหมคะ? 

ซามารัน – เธออาจจะออกไปที่ป่าคริสตัล 

เซเนล – คุณรู้ได้ยังไงน่ะ? 

ซามารัน – สเวนเคยได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเอเวอร์ไลท์ ที่สุดท้ายที่เขาไปก่อนที่จะหายสาบสูญก็คือที่นั่น ป่าคริสตัล 

โคลเอ้ – ที่นั่นเป็นที่ๆพวกเราพบนอร์ม่าครั้งแรกด้วย 

วิล – ตอนนั้นเธอคงกำลังสำรวจอยู่เหมือนกัน 

ซามารัน – บางทีเธอคงไปทีนั่นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ก็สามารถเชื่อใจได้ว่าเธอจะกลับมาที่นี่ 

วิล – ตกลงครับ พวกเราจะไปที่นั่นทันที 

เขาหันมาก้มหัวให้กับเซเนล “ได้โปรดช่วยดูแลเธอแทนฉันด้วย” 

เซเนล – ให้พวกเราจัดการเถอะครับ นอร์ม่าเป็นเพื่อนของพวกเรา 

 

ภายในป่าซึ่งเต็มไปด้วยคริสตัลมากมาย โมเซสเดินตามกีทไปเรื่อยๆ 

โมเซส – ไง ได้กลิ่นแม่ฟองสบู่ไหม? 

มันเดินไปอีกหน่อยแล้วก็หันกลับมาเห่า 

โมเซส – ท่าทางจะเจอแจ๊กพ็อตแล้วสิ 

เซเนล – ชั้นเป็นห่วงเรื่องพิษนะ ต้องหาเธอให้เร็วที่สุด 

 

โมเซส – หล่อนอยู่แถวนี้หรือเปล่า ไอ้หนู? 

มันส่งเสียงครางกลับมา 

โมเซส – ท่าทางจะอยู่อีกไกลนะ 

วิล – ในสภาพร่างกายแบบนั้น เธอฝืนตัวเองมากไปแล้ว 

โคลเอ้ – ป่านนี้ยาน่าจะหมดฤทธิแล้วนะ 

เจย์ – พวกเราน่าอธิบายเรื่องพิษให้เธอฟังนะครับเนี่ย 

กริวเน่ – ถึงจะบอกไป แต่พี่ว่าเธอคงจำทำเหมือนเดิมแหล่ะจ้ะ 

 

อีกด้านหนึ่งนั้น นอร์ม่าก็เดินไปอย่างช้าๆเพราะอาการของพิษ เธอล้มลงไปกับพื้น 

นอร์ม่า – ปอดฉันรู้สึกเจ็บไปหมดแล้ว สงสัยจังว่าฉันยังมีพิษตกค้างอยู่หรือเปล่านะ แย่จัง รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย...เวียนหัวไปหมด... รู้สึกเหมือนจะร้องไห้เลย 

เธอลุกตัวขึ้นยืนต่อ “บอกแล้วไง ว่าฉันลุยงานมาเยอะมาก!” เธอตะโกนไปสุดเสียงแล้วก็หอบแฮ่กอีก 

นอร์ม่า – โอย ทำได้ซักที แทบตายแหน่ะ ฉันคงจะอายใครจริงๆถ้าจะมาถึงขนาดนี้แล้วตายน่ะ 

เธอเดินสำรวจโซเซไปมา ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรเข้า... 

 

ทุกคนไล่ตามไปถึงส่วนในสุดที่เชื่อมต่อกับนอกป่าแล้ว 

โคลเอ้ – แปลกจัง พวกเราน่าจะเจอเธอได้แล้วนะ 

เสียงเห่าของกีทเรียกให้ทุกคนหันไป มันกำลังมองรอยแตกที่ปรากฏบนคริสตัล 

วิล – ในคริสตัลนั่นมีรูด้วย 

กีทดมซักพักแล้วส่งเสียงออกมา โมเซสเดินเข้าไปใกล้ๆมัน “หือ? แกได้กลิ่นแม่ฟองสบู่รึ?” 

เจย์ – ดูเหมือนว่าเส้นทางจะต่อเข้าไปข้างในอีกนะครับ 

เซเนล – ลองเข้าไปดูเถอะ 

ทุกคนตามเข้าไป แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นร่างของนอร์ม่านอนอยู่ภายในนั้น จึงรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างร้อนรน แต่... 

 

เธอกำลังหลับอยู่ 

กริวเน่ – แหม หน้าของเธอน่ารักจังเลยตอนที่หลับน่ะ! บางทีพี่น่าจะงีบด้วยนะ 

วิลลองก้มลงไปจับหัวของเธอดู เสียงละเมองึมงำดังออกมา “ฟี้...โอย หัวชั้น....อย่าตบนะ อย่าตบ....ฟี้....” 

เขายืนขึ้น แล้วตะโกนพร้อมกับเซเนลและโคลเอ้ “ตื่นได้แล้ว!” 

นอร์ม่า – อืมมม อื๋อ? อ้าว อรุณสวัสดิ์ทุกคน... นี่ ฉันรู้สึกแย่จังเลยล่ะ! ทุกคน! อย่ามัวแต่ยืนจ้องฉันทุรนทุรายแบบนี้สิ ทำอะไรกันบ้างสิ! 

เจย์ – เธอคงเจออาการสับสนทางอารมณ์ครับ 

เชอรี่ – ฟังแล้วฉันว่าเธอเป็นปกติเหมือนที่เคยเป็นนะคะ.. 

นอร์ม่า – นี่! ฉันได้ยินนะ รู้ไหม! แฮ่กๆ โอย ฉันว่าคงได้แค่นี้ล่ะ ฉันจะตายแล้ว ฉันมองไม่ค่อยเห็นเลย ผมของเจ๊กริวก็ดูอย่างกับสีแดง 

วิล – ก็เพราะเธอมองโมเซสอยู่น่ะสิ 

โคลเอ้ - .... 

เธอเดินเข้าไปหานอร์ม่าแล้วหยิบยาออกมา “กินยาแก้พิษเข้าไปสิ จะได้รู้สึกดีขึ้น 

นอร์ม่า – อี๋ ฝาด! ขมชะมัดเลย! 

โคลเอ้ – คราวที่แล้วที่กินเธอไม่ได้พูดอะไรซักแอะเลยนะ 

นอร์ม่า – จริงอ๊ะ? ฉันจำไม่ได้เลย 

โคลเอ้ – คราวทีแล้วเธออาการย่ำแย่อยู่นี่ 

โมเซส – แล้วเอเวอร์ไลท์ล่ะว่าไง? 

นอร์ม่า – ฉันกำลังมองหามันอยู่ แล้วจู่ๆก็รู้สึกเวียนหัว ภาพรอบๆมันหมุนไปหมด แล้วมือฉันก็เริ่มสั่น... แล้วก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น ฉันฝันว่าเดินอยู่ข้างๆแม่น้ำที่สวยงามล่ะมีสมบัติอยู่ที่อีกฟากของแม่น้ำ ด้วย แต่พอฉันจะข้ามไปเอามัน ฉันก็ตื่นขึ้นมา 

โคลเอ้เหงื่อตกทำหน้าซีด “ฟังแล้วอย่างกับว่าเธอกำลังจะตายแหน่ะ..” 

เซเนล – ชั้นดีใจที่พวกเรามาทันนะ 

นอร์ม่า – เอ้า งั้นก็ได้เวลาสำรวจที่นี่แล้ว! 

กริวเน่ – บุก! 

 

นอร์ม่าเดินไปที่แท่นคริสตัลทรงกลมซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางนั้น จู่ๆบนนั้นก็เรืองแสงปรากฏตัวอักษรขึ้นมา 

วิล – อะไรกันน่ะ? 

นอร์ม่า – บางทีพวกเราต้องทำตามที่มันบอก 

ตัวอักษรบนนั้นเลือนหายไปก่อนที่ลูกไฟสีน้ำเงิน 3 ดวงจะปรากฏรอบๆตัว ใจกลางไฟแต่ละดวงก็มีอักขระเรืองแสงอยู่ 

วิล – นอร์ม่า เธอบอกได้ไหมว่าสัญลักษณ์พวกนี้หมายถึงอะไร 

นอร์ม่า – หายนะ..... ไฟ.... อนาคต 

เธอก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าจนเชอรี่สงสัย “คุณนอร์ม่า?” 

นอร์ม่า – ถ้าการค้นคว้าของฉันถูกต้อง ก็คงเป็นที่นี่ล่ะ 

วิล – แต่เธอก็ดูไม่ดีใจเลยนี่ 

นอร์ม่า – ถ้าเอเวอร์ไลท์ไม่อยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่รู้แล้วล่ะว่าจะทำอะไรอีก 

เซเนล - ...เธอกลัวเหรอ? 

นอร์ม่า – ถ้าฉันรู้ความจริง ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถเชื่อในความฝันของฉันได้อีก ถ้าฉันหันหลังกลับตอนนี้ แล้วไม่เข้าไปค้นหาว่าอะไรอยู่เบื้องหลังจุดนี้ ฉันคงสามารถมีความหวังต่อได้ ถ้าความจริงมันเป็นสิ่งที่โหดร้าย ฉันก็อยากจะไม่รู้มันซะดีกว่า.. 

หมอกสีดำเริ่มลอยออกมาจากตัวเธอ จนเธอเองก็ยังตกใจ ทำท่าเลิ่กลัก “หือ?...เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” 

เธอวิ่งไปรอบๆ แต่หมอกนั้นก็ลอยออกมาเรื่อยๆ 

นอร์ม่า – มันไม่ยอมหลุดเลยอ๊ะ! ไอ้นี่มันอะไรเนี่ย? มันตามมาตลอดเลย! 

เธอวิ่งแจ้นหนีออกไปด้านนอก เสียงเซเนลตะโกนไล่หลังมา “นอร์ม่า หยุดก่อน!” 

ทุกคนตามออกไปข้างนอก และบพว่าหมอกดำนั้นรวมตัวกันกลายเป็นนอร์ม่าร่างมืด! 

นอร์ม่า – อะไรเนี่ย? มีฉันอีกคนเหรอ! 

เซเนล – ระวังนะ! 

นอร์ม่า – สาบานได้ว่าไม่ใช่ความผิดของฉันนะ 

โมเซส – ไม่ใช่เวลาจะกังวลเรื่องขอโทษหรอกน่า! 

 

หลังการต่อสู้ ร่างมืดนั้นก็หายไป 

เจย์ – ตอนแรกก็วิล แล้วตอนนี้ก็นอร์ม่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะครับที่เราได้เห็นมัน 

วิล – หมอกนี่เคยปรากฏมาจากปีศาจ แต่คราวนี้... 

โมเซสจับคางคิดแล้วก็ปิ๊งขึ้นมา “อ๋อ งั้นแม่ฟองสบู่ก็เป็นปีศาจสิ?” 

นอร์ม่า – ไม่ใช่ย่ะ! 

กริวเน่มีทีท่าว่าจะปวดหัวขึ้นมาอีก 

เชอรี่ – คุณกริวเน่คะ? 

กริวเน่ – พี่รู้สึกว่าเกือบจำอะไรที่ผ่านมายาวนานแล้วได้... พี่ลืมอะไรที่สำคัญมากไปหรือเปล่านะ? 

ข้างๆเธอนั้น ลูกแก้วสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ 

“เราคือชาโดว์ เราตอบรับคำบัญชาและปรากฏต่อหน้าท่าน” 

กริวเน่ – ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ ชาโดว์ 

ทุกคนงงกันอีกเมื่อเห็นเธอโค้งและพูดกับอากาศ 

“....ท่านลืมเราแล้วหรือ นายท่าน?” 

กริวเน่ – แหม ขอโทษนะจ๊ะ เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันหรือเปล่า ชาโดว์? 

“สิ่งที่ท่านขาดหาย เราก็ขาดหายเช่นเดียวกัน นายท่าน” 

กริว – อ้ะ จริงสินะ แหม ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไร 

เชอรี่ - ...พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะค่ะ... 

“เราไม่สามารถคงอยู่ได้นานนักในโลกที่วุ่นวายนี้ เราจะกลับสู่ความมืดและรอเวลาแห่งการตื่น” 

กริวเน่ก้มลงไปหยิบลูกแก้วบนพื้น “แหม ตอนนี้ฉันได้เมล็ดของชาโดว์แล้ว ฉันจะเอาไปปลูกในที่ดีๆนะ” 

เซเนล - นอร์ม่า แล้วเอเวอร์ไลท์ล่ะ 

นอร์ม่า - .... ฉันว่า... ฉันคงต้องทำสินะ เอาล่ะ! ไปกันเลย! 

 

ทุกคนกลับไปยังห้องนั้นอีกครั้ง นอร์ม่ามองไปที่สัญลักษณ์กลางเปลวไฟทั้งสาม 

“ภัยพิบัติ, ไฟ และอนาคต หือ...ก็... ฉันรู้คำตอบแล้วนี่นะ” 

เธอหันมาทางโมเซส “โมสุเกะทำอะไรให้ฉันหน่อยได้ไหม?” 

โมเซส – หืม? อะไรล่ะ? 

เจย์ – เธอคงอยากให้คุณโดดเข้าไปในไฟมั้งครับ 

โมเซส – จะบ้าเรอะ! 

นอร์ม่า – ชิ 

โมเซส – หมายความไงนะ “ ชิ ” ?! นี่เธอต้องการแบบนั้นจริงๆเรอะ?! 

นอร์ม่า – ไฟน่ะเป็นแค่ภาพลวงตา ไม่ต้องห่วงหรอก 

เจย์ – ผมรู้สึกถึงความร้อนจากมันได้ชัดเจนเลยนะครับ 

นอร์ม่า – โมสุเกะ 

โมเซส – รีบๆบอกมาสิว่าจะให้ทำอะไร 

เธอชี้ไปที่สัญลักษณ์แห่งอนาคต “ลองขว้างหอกของนายไปที่ไฟนั่นซิ” 

เขาหยิบหอกปาเข้าไปแล้วมันก็มอดไหม้ในพริบตา 

เจย์ – มันไหม้สนิทเลยครับ แล้วคุณจะบอกว่าเป็นภาพลวงตาอีกเหรอ? 

นอร์ม่า – ฉันเดาว่าเราคงหลอกมันโดยการโยนขยะเข้าไปไม่ได้น่ะนะ 

โมเซส – เฮ้ย! นั่นไม่ใช่ขยะนะ! 

เธอนิ่งเงียบแล้วก็ทำหน้าซึมอีก “ฉันจะยังสบายดีหลังจากที่รู้ความจริงไหมนะ? ฉันจะสามารถเป็นเหมือนกับที่ฉันเคยเป็นเสมอมาได้ไหมนะ? เอเวอร์ไลท์อยู่แค่เพียงเบื้องหน้านี้จริงๆหรือเปล่านะ?” 

หมอกดำลอยออกมาจากตัวของนอร์ม่าอีกครั้ง “อะ....อะไรเนี่ย? ทำไมมันกลับมาอีกแล้วล่ะ?! พวกเราจัดการมันไปแล้วนี่! วิลจิ เจเจ บอกฉันทีสิว่าเกิดอะไรขึ้น!” 

วิล – ฉันไม่รู้หรอก! 

เจย์ – ผมก็ไม่รู้ครับ 

หมอกนั้นรวมตัวกลายเป็นเธออีกครั้ง 

นอร์ม่า – แหงะ มันกลายเป็นฉันอีกแล้ว! 

ร่างมืดนั้นหันมามองเธอจนเจ้าตัวโวยวาย “อะ...คิดว่ากำลังมองอะไรอยู่น่ะ?!” 

เซเนล – มันดูท่าทางจะไม่มุ่งร้ายนะ 

นอร์ม่า – อึ่ก...มันคืออะไรเนี่ย... ฉันรู้สึกแย่จริงๆ.... ความรู้สึกนี่มันอะไร?.... ความกังขาเหรอ? 

หมอกดำเริ่มลอยออกมาอีกครั้ง 

เชอรี่ –คุณนอร์ม่า! หมอกดำมันลอยออกมาจากตัวคุณอีกแล้วค่ะ! 

พอรู้ตัว เธอก็พยายามดิ้นไปดิ้นมา “แง้~! อี๋ ออกไปนะ! ออกไปจากฉัน!” เธอร้องก่อนจะวิ่งมาทางทุกคน ซึ่งต่างหลบวูบกันหมด 

นอร์ม่า – ทำไมต้องหนีกันด้วยล่ะ?! 

เจย์ – ผมไม่อยากจะติดโรคจากคุณหรอกครับ 

เธอหันไปมองทางกีท เจ้าของมันโวยวายบ้าง “แม่ฟองสบู่! คิดอะไรอยู่น่ะ?!” 

นอร์ม่า – ถ้าเป็นกีทก็คงไม่เป็นอะไรมั้ง.... 

โมเซส – หยุดเลยเฟ้ย! 

นอร์ม่า – อือ...ฉันรู้สึก....กดดันจัง... 

กริวเน่ – นอร์ม่า อย่าไขว้เขวจากตัวเองนะ จำเอาไว้ว่าเธอมาที่นี่ทำไม 

นอร์ม่า - .....หมอกนี่ออกมาเพราะฉันกลัวเหรอ? 

ยิ่งเธอคิด หมอกนั้นก็ยิ่งพวยพุ่งออกมา 

เชอรี่ – มันเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆแล้ว 

กริวเน่ – นอร์ม่า โอบกอดความรู้สึกของเธอเอาไว้ เธอต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง อย่าหันหน้าหนีไปจากมัน 

นอร์ม่า – ความรู้สึกของฉัน...ฉันต้องยอมรับมัน... 

เซเนล – ถูกแล้ว 

เชอรี่ – คุณต้องตามหาเอเวอร์ไลท์ใช่ไหมคะ? คุณต้องตามหาความฝันของคุณ ใช่ไหมคะ? 

วิล – ทุกอย่างที่เธอทำมาถึงตอนนี้ไม่ใช่เพื่อความสูญเปล่าหรอก 

เซเนล – ซามารันบอกพวกเราบางอย่าง “เธอไม่สามารถค้นพบความจริงได้ ถ้าเธอไม่เผชิญหน้ากับอันตราย” 

นอร์ม่า – อาจารย์เคยบอกฉันแบบนั้นตลอดเวลา ไม่ยักรู้ว่าเขาเอามาจากตาแก่นั่นนะ.. 

เซเนล – แค่เชื่อมั่นในสิ่งที่เธอเชื่อก็พอ 

โคลเอ้ – ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเธอเอง 

โมเซส – ใช่ ไม่มีอะไรต้องกลัว ถ้ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอก็ยังตามหามันต่อไปได้ 

เชอรี่ – ฉันก็จะช่วยด้วยค่ะ 

ทุกคนพูดไปพลางเขยิบเข้าไปใกล้พลาง แต่พอเธอหันหน้าไปมอง แต่ละคนก็ถอยหลังไปอีก 

นอร์ม่า – ยังไงฉันก็เห็นนะว่าถึงพวกนายจะพูดยังไง แต่พวกนายก็ยังถอยไปจากฉันอยู่ดี.... 

ทุกคนเหงื่อตก เพราะก็จริงอย่างที่ว่า 

นอร์ม่า – แค่....ขอบใจนะ ทุกคน... ยังไงส่วนนี้ก็เป็นหน้าที่ของฉัน! ถ้ามันไม่ได้ผล ฉันก็ยังลองใหมได้ใช่ไหม...ใช่... ใช่! ฉันคงลืมอะไรที่สำคัญมากไปแล้ว 

 

ในความมืดนั้น เธออยู่เบื้องหน้าร่างมืดของเธอ 

นอร์ม่า – ฉันตามหาเอเวอร์ไลท์เพราะฉันอยากทำ ไม่ใช่เพราะเพื่อใครอื่น ฉันคงลืมไประหว่างเวลาที่ผ่านมา ว่าไล่ตามความฝันของฉันมันสนุกแค่ไหน จับมือฉันหน่อยได้ไหมคะ อาจารย์? 

เธอหลับตาลง พร้อมๆกับที่ไอหมอกสีเหลืองทองออกมาจากร่าง 

เสียงของสเวนก้องอยู่ในความรู้สึก คำพูดในอดีตที่เคยได้ยิน 

“คำตอบนั้นง่ายมาก” 

“คำตอบนั้นง่ายมาก” 

“มันเป็นเพราะผมเชื่อว่าเอเวอร์ไลท์มีอยู่จริง” 

“ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ผมก็จะตามหาเอเวอร์ไลท์ต่อไป” 

“เพราะนั่น.....คือความฝันของผม!” 

นอร์ม่า – ฉันก็พบความฝันของตัวเองแล้วเหมือนกันค่ะ! 

เธอลืมตาขึ้น พร้อมๆกับแสงที่ส่องประกายออกมาจากมือทั้งสอง 

นอร์ม่า – ฉันไม่กังขาเรื่องอะไรอีกแล้ว! ฉันไม่สงสัยอีกแล้วค่ะ อาจารย์! ฉันจะไม่หนีจากความเป็นจริงอีกแล้ว! ฉันจะเชื่อในตัวของฉันเอง! 

เธอชูมือขึ้นพร้อมแสงรัศมีสีรุ้งที่ส่องประกาย.... 

 

เธอวิ่งเข้าไปยังเปลวไฟดวงนั้น ก่อนที่พวกมันจะสลายหายไปหมดสิ้น ใต้เท้าของเธอปรากฏวงแสงที่มีละอองสว่างลอยออกมาเรื่อยๆ 

วิล – มันเป็นแค่ภาพลวงตาจริงๆด้วย 

เจย์ – แต่หอกของโมเซสยังถูกเผาเลยนี่ครับ 

วิล – บางทีห้องนี้คงมีกลไกลบางอย่าง 

เธอหันมาโบกมือเรียกทุกคน “มาสิ ทุกคน! เร็วเข้า! 

 

เธอนำทุกคนไปที่ห้องต่อไป ซึ่งที่พื้นก็มีสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นมาอีก ก่อนที่สัญลักษณ์อีก 5 อันจะปรากฏออกมารอบๆเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่มีเปลวไฟอยู่รอบๆมัน นอร์ม่ามองพวกมันทีละตัวๆ 

โคลเอ้ – เธออ่านมันได้ไหม? 

นอร์ม่า – “การทำลายล้าง”, “กับดัก”, “นรก”, “การกำเนิด” และ “การสังหาร” เมื่อกี้เธอถามนี่ว่าอ่านได้ไหม ได้โปรดเถอะน่า ของแบนี้มันไม่มีอะไรเลย เอาล่ะนะ! 

เธอวิ่งตรงไปยังสัญลักษณ์แห่งการกำเนิด เบื้องหน้าเหมือนจะเป็นกำแพง แต่พอเธอวิ่งเข้าไป กำแพงนั้นก็หายไป เหลือเพียงจุดแสงที่พื้นเหมือนครั้งที่แล้ว 

วิล – ตามไปเถอะ 

 

ที่นั่น ทุกคนไปถึงห้องที่เป็นทางตัน เหนือขึ้นไปเป็นวัตถุสีฟ้าขนาดใหญ่อันนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างที่ไขว้ลงมาที่กึ่งกลางห้อง ที่ปลายของมันมีผลึกรูปหยดน้ำสีฟ้าใสอยู่ 

นอร์ม่า – มันคือเอเวอร์ไลท์... มันมีจริง.....มันมีอยู่จริงๆ... 

โคลเอ้ - ...ฉันรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่ง ฉันเคยรู้สึกแบบนี้จากที่ไหนมาก่อนนะ... 

เชอรี่ – มันเหมือนกับเนลเฟสเลยค่ะ 

เจย์ – เอเวอร์ไลท์จริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเนลเฟสหรือครับ? 

วิล – บางทีส่วนหนึ่งของมันคงกลายเป็นคริสตัลหลังจากผ่านช่วงเวลามายาวนานน่ะ 

กริวเน่ – แหม สวยจังเลยนะจ๊ะ 

เซเนลเหลือบไปเห็นที่กำแพงด้านหนึ่ง ก่อนเรียกเธอ “นอร์ม่า ดูที่กำแพงสิ!” 

นอร์ม่า – นายตื่นเต้นอะไร— 

เธอพูดแล้วก็ตะลึงเมื่อมองไปด้านนั้น ก่อนจะเดินไปที่นั่น กำแพงซึ่งมีตัวอักษรเขียนไว้อยู่ 

นอร์ม่า – ไม่มีทางน่า...นั่นมัน.... ไม่จริง... แต่.... ไม่ผิดแน่ ข้อความนี้.... ฉันก็รู้ว่าอาจารย์น่ะชอบขีดเขียนไปหมดทุกที่...” 

วิลเดินไปที่อีกด้านหนึ่งแล้วสำรวจที่พื้น “ตรงนี้ก็มีอะไรเขียนไว้เหมือนกัน แต่ฉันกลัวว่าฉันคงอ่านมันไม่ออก” 

นอร์ม่า – โอ๊ะ ขอดูซิ 

เธอเดินไปยังจุดที่วิลอยู่ แล้วก็เงียบไปเมื่อได้เห็น 

เซเนล – มันเหมือนกับรีลาเรสนะ 

จู่ๆ นอร์ม่าก็ยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น 

โคลเอ้ – นอร์ม่า? เป็นอะไรไปน่ะ? 

นอร์ม่า – อาจารย์... อาจารย์ หนูอ่านมันได้ หนูเรียนอย่างหนัก และหนูก็สามารถอ่านถึงความรู้สึกของคุณได้แล้ว... 

เซเนล – นอร์ม่า 

เธอสงบจิตสงบใจแล้วเงยหน้าขึ้นพูด “ฉันเรียนมาอย่างหนักเพื่อที่ฉันจะไล่ตามคุณได้.... ฉันอ่านมันได้ทั้งหมด... ด้วยตัวฉันเอง ฮึก...” 

นอร์ม่าปล่อยโฮอีกครั้งแล้วทรุดลงนั่ง “โฮ!....ซิก... อาจารย์.. ฉัน...ฉัน....” 

เชอรี่เดินเข้าไปตรงนั้น 

เซเนล – เชอรี่? 

นอร์ม่า – ฉันทำได้แล้วค่ะ อาจารย์! ฉันมาถึงที่นี่ได้เหมือนกับคุณ! 

เซเนล – มันเขียนว่ายังไงน่ะ? 

เชอรี่ – จะว่าอะไรไหมคะ? 

นอร์ม่า – อื้อ...เอาสิ.... 

เชอรี่ – มันเขียนว่า “ถึงนักเรียนที่รักของผม ผมสัญญาว่าวันหนึ่ง พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้” 

.... 

 

สเวนอยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพัง ขณะที่เขาสลักข้อความลงไป 

“ผมจะรอที่นี่จนกว่าผมจะทำให้สัญญาเป็นจริงได้” 

เขาเขียนๆไปแล้วก็หันมากุมหัว “โอย ไม่ๆๆๆ ฉันคงจะอ้วกแน่ๆถ้าเขียนอะไรแบบนั้น! ต้องเป็นตัวของตัวเองสิ!” 

สเวนลงมือแก้มันใหม่อีกครัง 

“นอร์ม่า ผมสามารถตามหาเอเวอร์ไลท์ได้ก็เพราะเธอเชื่อในตัวผม” 

“ผมไม่เคยบอกเธอ แต่เธอเป็นที่มาของกำลังใจที่ยืนยงเสมอมาสำหรับผม” 

“เมื่อทุกคนหัวเราะใส่ผม แล้วบอกว่าผมบ้า มีแค่เธอคนเดียวที่รับฟังผม” 

“เมื่อพวกเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน พวกเราจะหัวเราะแล้วก็เตร็ดเตร่ไปเรื่อยจนผมลืมปัญหาของผมไปหมด” 

“ช่วงเวลาที่ผมใช้ร่วมกับเธอนั้นไม่สามารถตีค่าได้จริงๆ” 

“แน่นอน ว่าหน้าของผมคงจะกลายเป็นสีแดงแทบทุกเฉดถ้าบอกแบบนี้ต่อหน้าเธอ” 

“ผมหวังว่าเธอจะยอมอภัยให้ที่ผมทำอะไรแบบนี้” 

เขาเดินออกมาจากกำแพงด้านนั้นแล้วหันมาเขียนลงบนพื้น 

“ผมภาวนาว่าเธอจะพบที่แห่งนี้ในอนาคตที่ไม่ยาวไกลนัก ผมมีความศรัทธาว่าเธอจะทำได้” 

“ดังนั้นผมจะจากคุณไปด้วยคำๆนี้” 

“ขอบคุณ นอร์ม่า ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง” 

“และรวมถึง...” 

“เธอมุมานะอย่างหนัก และเธอก็ทำได้ดีมาก” 

“นอร์ม่า เธอเจ๋งไปเลย! เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุด ที่ทุกคนอยากฝันว่าจะมีเลย!” 

“ชูมือของเธอขึ้นสิ นอร์ม่า!” 

“จงเดินอย่างภาคภูมิใจสิ นอร์ม่า!” 

“จงมุ่งไปสู่วันพรุ่งนี้ นอร์ม่า!” 

“อนาคตที่ไร้ขีดจำกัดรอเธออยู่ที่นั่น!” 

 

เชอรี่ – “ถึงนอร์ม่า บิแอตตี้ จากสเวน ด้วยความฝันและความช่างสงสัย” 

นอร์ม่า – อาจารย์.. ..ฉันหามันพบแล้ว..... ฉันพบเอเวอร์ไลท์แล้ว 

เชอรี่ - .... 

วิล – เขาคงจากโลกนี้ไปหลังจากที่มาถึงเป้าหมายของชีวิตแล้ว เขาคงจะตายโดยที่ไม่มีความเสียใจ 

นอร์ม่าลุกขึ้นยืน “ถึงเขาจะไม่ได้เจอเอเวอร์ไลท์ แต่สเวนก็คงไม่ได้มีชีวิตอย่างคนขี้ขลาดที่จะทำให้เขาจากไปพร้อมความเสียใจ หรอก เขาใช้ชีวิตทุกช่วงเวลาอย่างเต็มที่ 

โมเซส – เขาเป็นชายในหมู่ชาย 

เธอเดินไปที่เบื้องหน้าเอเวอร์ไลท์นั้น สงบจิตสงบใจ “วิ้ว ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ 

โคลเอ้ – เอ่อ....เธอไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ? 

นอร์ม่า – ก็....ฉันยังมีงานที่ต้องทำนะ แล้วฉันคงมายืนร้องไห้เฉยๆไม่ได้ 

เซเนล – ใช่ 

นอร์ม่า – ฉันจะทำให้สิ่งที่อาจารย์ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ นั่นล่ะคือความฝันของฉัน... ทุกคน จะช่วยไปกับฉันอีกหน่อยได้ไหม? 

โมเซส – ได้สิ นานแค่ไหนก็ได้ 

เชอรี่ – จะไปพาคุณซามารันมาใช่ไหมคะ? 

นอร์ม่า – ใช่ 

 

ทุกคนกลับไปที่เมืองและพาซามารันมาที่ป่าคริสตัล โดยที่ตัวเขาเองก็ยังสงสัย 

ซามารัน – นี่เจ้าตั้งใจจะพาฉันไปถึงไหนน่ะ? 

นอร์ม่า – ช่วยเงียบและเดินต่อจะได้ไหมล่ะคะ? 

เธอถึงกับออกแรงลากเขาไปเลย จนถึงเอเวอร์ไลท์ในที่สุด 

นอร์ม่า –ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คุณคงไม่ได้มาอยู่นี่หรอก แต่นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์ต้องการ 

ซามารัน – เจ้าไม่คิดว่าถึงเวลาที่ต้องบอกฉันแล้วเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น? 

นอร์ม่า – อีกเดี๋ยวคุณก็รู้แล้วล่ะ 

เธอหันไปหาเอเวอร์ไลท์ ยกแขนไปหามัน “ได้โปรด....บันดาลให้กับความปรารถนาของฉันด้วย..” 

เอเวอร์ไลท์เริ่มเรืองแสงออกมา มันสว่างจ้าเป็นสีฟ้าและส่งประกายออกมารอบๆ 

ซามารัน – หือ? ฉันรู้สึกถึงแสงอุ่นๆ 

นอร์ม่า – ได้โปรดเถอะ เอเวอร์ไลท์! บันดาลให้กับความปรารถนาของฉันและอาจารย์! 

แสงของมันสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ขณะละอองแสงสีเหลืองกระจายตัวออกมารอบๆ แต่ละเม็ดของละอองแสงนั้นสัมผัสตัวของซามารันก่อนสลายไปราวกับกระทบผิวน้ำ 

ซามารัน – อะไร....อะไรน่ะ?.... 

เขาค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพสีฟ้าๆพร่ามัวเบื้องหน้าค่อยๆแจ่มชัด เขามองไปรอบๆจนถึงกำแพงด้านหนึ่ง ซึ่งมีตัวอักษรสลักเอาไว้... 

 

“เอเวอร์ไลท์! มันอยู่ที่นี่ไงล่ะ! มันเป็นของพวกเรา! สเวน และ นอร์ม่า” 

ร่างของเด็กสาวในชุดเหลืองโผล่มาข้างหน้า ก่อนเธอจะชูสองนิ้ว พูดท่าทางดีใจด้วยเสียงที่คุ้นเคย “เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้ว!” 

 

นอร์ม่า – เอ้า คิดว่าไงล่ะคะ? 

อีกฝ่ายหันมามองอย่างเงียบๆ 

นอร์ม่า – จริงๆเลยนะ ฉันว่าเขาพยายามมากเกินไปหน่อยที่จะแสดงให้ดูเนี่ย 

ซามารัน – เจ้าคนบ้างี่เง่านั่น... 

นอร์ม่า – เขางี่เง่าจนคุณอยากจะร้องไห้เลยใช่ไหมล่ะ? แต่นี่ล่ะคือความฝันของเขา เขาอยากจะรักษาอาการตาบอดของคุณ 

ซามารัน – เขามันงี่เง่าจนถึงวาระสุดท้าย.... 

นอร์ม่า – อื้อ ใช่ค่ะ นั่นล่ะคืออาจารย์ที่พวกเรากำลังพูดถึง ถ้าเอาความงี่เง่าออกไปแล้ว เขาก็คงไม่เหลืออะไรหรอก 

ซามารัน – ตรงนั้นเธอพูดถูกนะ 

นอร์ม่า – ตอนนี้คุณก็เห็นฉันแล้วนี่ คิดว่าไงล่ะคะ? สวยใช่ไหมล่ะ หือ? 

ซามารัน – หึ เจ้าก็ยังดูเป็นเด็กดื้นด้าน เหมือนที่เราคิดไว้นั่นล่ะ 

นอร์ม่า – แหม่ นี่คุณจะพูดอะไรดีๆเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนซักหน่อยไม่ได้หรือไงนะ 

โครงสร้างขนาดใหญ่ด้านบนเริ่มสั่นสะเทือนก่อนที่มันทั้งหมดจะหลุดเอียงลงมา เล็กน้อย ส่วนเอเวอร์ไลท์ซึ่งเคยติดอยู่ที่ปลายของมันก็หล่นลงมาแตกเป็นชิ้นๆ 

ซามารัน – มันคงจะสูญเสียพลังของมันและสลายไปเอง 

เขาเดินมาดูมันใกล้ๆส่วนนอร์ม่าก็นิ่งไปหน่อย “เอ้า เอาเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นะ ยังไงเป้าหมายก็คือหามันให้พบ” เธอพูดก่อนเดินมายืนข้างๆซามารัน 

นอร์ม่า – บางทีคงเป็นวิธีของเอเวอร์ไลท์ที่บอกให้ฉันตามหาความฝันครั้งใหม่ก็ได้” 

ซามารัน – หึ เจ้าพยายามพูดให้เหมือนผู้ใหญ่หรือไงน่ะ? 

เธอหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี 

นอร์ม่า – วันนี้ฉันกำลังอารมณ์ดีนะเนี่ย ดังนั้นวันนี้จะปล่อยให้คุณพูดตามใจก็แล้วกัน 

ซามารัน – ฉันไม่ต้องการคำอนุญาตจากลิงหรอกนะ 

ถึงจะพูดไปแบบนั้นเธอก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี “นี่ ระวังนะ ปู่!” 

 

และแล้วทุกคนก็กลับมาที่เมืองเวลเทส นอร์ม่าหันไปหาซามารุน 

นอร์ม่า – แล้วคุณจะทำอะไรต่อไปล่ะ ปู่?” 

ซามารัน – ไหนๆฉันก็มาถึงเลกาซี่แล้ว ฉันคิดว่าคงจะอยู่และอิ่มเอิบไปกับที่นี่อีกซักพัก 

นอร์ม่า – ฉันคงดีใจกว่านี้นะเนี่ยถ้าคุณรีบกลับไปซะน่ะ 

เชอรี่ – เธอคงอายถ้าจะยอมรับว่าเธอชอบเขานะคะ 

เซเนล – ใช่ 

นอร์ม่า – นี่! อย่ามานินทากันนะ! 

เธอมาโวยวายแล้วกลับไปมองซามารันต่อ “นี่คุณไม่มีวิชาต้องสอนที่โรงเรียนหรือไงกัน?” 

ซามารัน – แล้วเจ้าล่ะ? วางแผนจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆหรือไง? 

นอร์ม่า – ฉันยังไม่กลับไปหรอก แต่ฉันก็ต้องกลับไปเรียนให้จบอยู่แล้ว ดังนั้นก็ช่วยสงบสติแล้วอย่าไล่ฉันออกก็แล้วกันนะ ปู่ 

ซามารัน – หึ ฉันจะเอาไปคิดก็แล้วกัน 

เธอทำท่าดีใจ จังหวะเดียวกับที่ซามารันมองเห็นอะไรบางอย่างในมือของเธอ 

นอร์ม่า – อ๋อ นี่น่ะเหรอ? ฉันเอามันมาจากเศษของเอเวอร์ไลท์น่ะ ฉันว่าจะเอามันไปให้อาจารย์ดูซักหน่อย 

ซามารัน – ฉลาดจริงๆนะเจ้า 

นอร์ม่า – นั่นมันเป็นคำชมใช่ไหมน่ะคะ? 

ซามารัน – อาจจะ 

เขาทิ้งท้ายแล้วเดินกลับเข้าเมืองไป เธอมองตามไปพักหนึ่งแล้วหันมาหาทุกคนด้วยหน้าตายิ้มแย้ม “เอาล่ะ ฉันขอตัวไปบอกสเวนก่อนนะ!” พุดจบเธอก็วิ่งหายไปทันที 

วิล – ลงท้ายแล้วนอร์ม่าก็คือนอร์ม่าล่ะนะ 

เซเนล – ชั้นว่าแบบนั้นก็เหมาะกับเธอแล้วล่ะ นั่นเป็นแบบของเธอเองนี่ 

ทั้งโคลเอ้และเชอรี่หันควับมามองเขาเมื่อได้ยินแบบนั้น 

โมเซส – ฮ่าๆ! นั่นล่ะแม่สาวของพวกเรา! 

เจย์ – สรุปเอเวอร์ไลท์ก็มีจริงนะครับ 

วิล – ถ้าเธอได้ไปทำสัญญากับสถาบันการวิจัยล่ะก็ เธอคงได้รับคำเชื้อเชิญมาไม่รู้จบแน่ 

เซเนล – แต่ชั้นไม่ค่อยรู้สึกว่านอร์ม่าจะสนใจจะทำงานกับคนพวกนั้นเลยน่ะนะ 

โมเซส – ใช่เลย! 

ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงด้วยดี 

 

 

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:49 pm----------

Nallu

โอ้....คู่หูหลุดโลกมาแล้ว.... 

เหลืออีก CQ เดียวเราก็จะจบแล้ว >_< 

/me กลิ้งรอบทแปล XD

MaNiAs

เย้ๆ มาแย้ว อ่านแล้วจาร้องไห้อีกแย้ว :cry: 

รออ่านเนื้อเรื่องของคนต่อปาย (โคลเอ้หรือป่าวนะ เอิ๊กๆ :P) 

โอ้ว ในที่สุดก็มีบล็อคของตัวเองซะที เย้ >x<

[size=3].....จบชีวิต กะ TOA =x=.....[/size]
†SeTTaVuD†

อยากอ่านของโครเอ้ ที่สุดแล้ว:rolllol::rolllol::rolllol:

 

†ผมเหรอ ก็แค่คนบ้า Tales ที่บังเอิญผ่านมา จำไว้ด้วยละ†

Topic #428 Write a reply for: Tales of Legendia : Character Quest - Chasing a Dream, part 2