Tales of Legendia : Character Quest - Chasing a Dream, part 2

September 13th, 2006 11:56PM, Next Farecery said,

 

ทั้งสองคนรีบไปยังที่นั่น ซึ่งโมเซสและวิลรออยู่ชั้นล่าง
โมเซส – เซโนจิ! เป็นยังไงบ้าง?
เซเนล – ชั้นได้ยามาแล้ว แล้วนอร์ม่าล่ะ?
วิล – เชอรี่กำลังเฝ้าอยู่ รีบเข้าเถอะ
ทุกคนได้แต่ลงมารอที่ชั้นล่างขณะที่เซเนลและเชอรี่ให้ยากับนอร์ม่าซักพัก จนทั้งสองคนลงมา
เชอรี่ – อาการของเธอเริ่มทรงตัวแล้วค่ะ ไข้ก็ลดลงแล้วด้วย
โมเซส – พวกเราคงเบาใจได้แล้วที่ยาพิษใช้งานได้นะ
โคลเอ้ – ไม่ ยังไม่ใช่หรอก
คนอื่นๆที่ยังไม่รู้หันมามอง
เซเนล – ตามที่คุณอัลคอตท์บอกมา อาการของโรคจะกลับมากำเริบครั้งแล้วครั้งเล่า เธอต้องใช้ยานั่นทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น จนกว่าที่จะหายอย่างสมบูรณ์
เจย์ – พูดอีกอย่างก็คือ เธอต้องอยู่บนเตียงซักพัก
โมเซส – หวังว่าหล่อนคงระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม นับจากตอนนี้ไปนะ
กริวเน่ – พี่ห่วงจังว่านอร์ม่าจะเป็นอะไรไหม ตอนที่ออกไปนี่ก็ตื่นเต้นขนาดนั้นแท้ๆนะ
เซเนล - ....
กริวเน่ – ถึงร่างกายจะดีขึ้นก็ตาม แต่พี่กังวลว่าความรู้สึกของเธอคง..
โมเซส – คราวนี้อะไรๆก็ยังไปได้ดีนะ แต่ถ้าคราวหน้าล่ะ? อั๊วไม่คิดว่าหล่อนจะค้นหาต่อไปได้นะ
เจย์ – ถึงผมจะเกลียดที่จะบอกแบบนี้ก็เถอะ แต่ผมเห็นด้วยกับที่โมเซสพูดนะครับ
เจ้าตัวกระทืบเท้าปัง แต่เขาก็ไม่สนใจ “แน่นอนว่าพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอเวอร์ไลท์มีจริงหรือไม่”
เซเนล – นายบอกว่านักวิจัยบนแผ่นดินใหญ่เลิกล้มที่จะหามันแล้วใช่ไหม?
โคลเอ้ – ถ้ามันไม่มีอยู่จริง ถึงเธอจะตามหาต่อไปมันก็ไม่มีความหมายอีก
วิล – นอร์ม่าคงจะหมกมุ่นกับการตามหามันก็เพราะทุกคนพูดว่ามันไม่มีอยู่จริง
โมเซส – หมายความว่าไงน่ะ?
วิล – การค้นหาคำตอบนั้นคือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้ ถ้าเธอไม่เดินตามเส้นทางของผู้อื่น เธอก็ต้องสร้างทางของตัวเองขึ้นมา
เจย์ – ก็ใช่ครับ แต่ว่า...
วิล – ตอนนี้เก็บเรื่องการโต้แย้งว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่าไว้ก่อนเถอะ ที่เราต้องคิดตอนนี้ก็คือว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป
เจย์ – ผมว่าพวกเราควรเลิกค้นหาครับ
วิล – ฉันก็เห็นด้วยกับเจย์
โคลเอ้ – ฉันคิดว่านอร์ม่าคงมีความรู้สึกอะไรกับตัวเอง หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นนั่น ทุกคนไม่คิดหรือว่าพวกเราน่าจะเคารพสิ่งนั้น
เซเนล – ถ้าเธอจะล้มเลิกเพราะผู้คนบอกให้เลิก เธอก็คงเลิกไปนานแล้ว ถึงพวกเราจะคุยกันมากเท่าไหร่ หรือพวกเราได้ข้อสรุปยังไง พวกเราก็ตัดสินใจแทนนอร์ม่าไม่ได้หรอก ชั้นจะไปดูเธอหน่อย
เขาเดินขึ้นบันได้ไปแต่เชอรี่เรียกไว้ก่อน “เดี๋ยวค่ะ หนูจะไปด้วย”

เมื่อเซเนลและเชอรี่เข้าไปในห้องนั้น ทั้งสองคนก็ตกใจเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีเงาร่างของใครเลย บนพื้นห้อง แจกันดอกไม้กลิ้งอยู่บนพื้น ขณะที่หน้าต่างซึ่งน่าจะปิดอยู่ กลับปลิวไหวเพราะแรงลม
เชอรี่ – พี่....พี่คะ...
เซเนล – ยัยบ้านั่น เธอคงจะหนีไปทางหน้าต่างแล้ว
เชอรี่ – หนูสงสัยว่าเพราะเธอได้ยินพวกเราหรือเปล่า
บนเตียงในห้องนั้น เซเนลเห็นหนังสือเล่มหนึ่งว่างเด่นอยู่
เซเนล – สมุดบันทึกนี่ดูเหมือนจะถูกใช้มานานแล้วนะ
เขาหยิบมันขึ้นมาลองพลิกอ่านดู “เชอรี่ ลองดูนี่สิ”
เชอรี่ – อ้ะ ค่ะ...
เธอพลิกมันอ่านทีละหน้าๆ “นี่มัน...ภาษารีลาเรส! มีแต่รีลาเรสทั้งนั้นเลย! พี่เซเนล นี่มันน่าทึ่งจริงๆ!”
เซเนล – มีเขียนคำแปลอยู่ในนั้นด้วย มันถูกต้องไหม?
เธอลองอ่านไปทีละหน้าๆ “ค่ะ เกือบทั้งหมดเลย”
เซเนล – เดี๋ยวสิ ชั้นนึกว่ามีแต่ชาวเฟลเนสที่อ่านรีลาเรสได้ซะอีก”
เชอรี่ – หนูก็คิดอย่างนั้นค่ะ....
เซเนล - ....เอาเถอะ ตอนนี้พวกเราต้องตามหานอร์ม่าก่อน
เชอรี่ – น่าจะบอกทุกคนก่อนนะคะ

พวกเขานำสมุดเล่มนั้นลงไปหาทุกคน
เซเนล – นอร์ม่าหายตัวไปแล้ว ลองดูนี่สิ วิล
เขารับสมุดจากเชอรี่มาลองอ่านดูแล้วพูดออกมาด้วยความทึ่ง “อย่าบอกฉันนะว่านอร์ม่าเป็นคนเขียนมันทั้งหมด?! เธอเข้าใจรีลาเรสด้วยหรือ?
วิล – สถาบันวิจัยบนแผ่นดินใหญ่ยังถอดความออกมาได้ไม่ถึงครึ่งของสิ่งนี้เลย แล้วนี่เธอไปได้ไกลถึงขนาดนี้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือ?
เจย์ – ถ้าอย่างนั้นเหตุผลที่เธอไปที่โบราณสถานกินคน กับอนุสรณ์น้ำแข็งก็มีพื้นฐานจากการวิเคราะห์นี้สินะครับ
โคลเอ้ – หล่อนจริงจังกับการตามหาเอเวอร์ไลท์ขนาดนี้เลย
เจย์- ถ้าเธอมีหลักฐานขนาดนี้ก็น่าจะบอกพวกเราตอนที่ถามเธอว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นนะครับ
โคลเอ้ – นอร์ม่าน่ะปิดปากไว้ได้สนิทเลยนะ เธอไม่ได้เผลอพูดอะไรในส่วนที่สำคัญที่สุดออกมาเลย
เชอรี่ – ถึงเธอจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่ก็ยังมุมานะอย่างหนักตลอดเวลามานี้....
ทุกคนได้แต่เงียบเมื่อได้รับรู้ถึงอีกด้านของเพื่อน
เซเนล – มีแต่พวกเราที่จะช่วยเธอได้
โมเซส – ใช่! เซโนจิพูดถูกแล้ว!
วิล – ก่อนอื่น พวกเราต้องตามหานอร์ม่า พวกเราจะแยกย้ายกันตามหาเธอ

กลางความมืดมิดนั้น นอร์ม่าเดินโซซัดโซเซอย่างไร้เรี่ยวแรงไปยังที่แห่งหนึ่ง.... สุสานของสเวน
นอร์ม่า – คือ....ฉันทำพลาดอีกแล้วค่ะ ฉันนี่ไม่มีหวังเลย ไม่เคยมีอะไรที่เป็นไปอย่างที่หวังเลย ฉันปลดกับดักไม่ได้ซักอัน แล้วยังบาดเจ็บสาหัสอีก จริงๆแล้วฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ?
เธอมองป้ายหลุมศพนั้น “อาจารย์ ฉันกำลังทำอะไรอยู่คะ? จริงๆนะ.... อาจารย์ ฉัน....”

เธอกำลังเดินนำหน้าเขาอย่างโมโหโทโส
นอร์ม่า – กรอด ทำไมหนูต้องเจอปัญหาขนาดนี้นะ?!
สเวน – นอร์ม่า ใจเย็นก่อน! เธอต้องใจเย็นๆเวลาปลดกับดักสิ!
นอร์ม่า – ถ้าคุณปลดมันได้ ทุกคนก็น่าจะทำได้ด้วย!
สเวน – นั่นมันหมายความว่าไงเนี่ย?!
นอร์ม่า – หนูว่าหนูจะลองทางนี้บ้างล่ะ!
เธอวิ่งออกไปยังทางข้างหน้าโดยมีเสียงอาจารย์ไล่หลังมา “ไม่! ไม่ใช่ทางนั้นนะ!”
สเวนรีบวิ่งตามไปพร้อมกับเสียงระเบิดตูมที่ดังมาจากทางนั้น “ม่าย! ไม่เอาระเบิดนะ ได้โปรด!”
ซักพัก นอร์ม่าก็วิ่งกลับมาคนเดียว “หืม งั้นก็ทางนี้สิ” ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปต่อ ก่อนที่เขาจะเดินเป๋ตามมาห่างๆ
สเวน - นอร์ม่า ขอร้องล่ะ...ผมจะขอโทษที่แกล้งเธอตลอดมาก็ได้
เขามองไปข้างหน้าเพื่อจะเห็นว่าลูกศิษย์หายหัวไปแล้ว “นอร์ม่า?” ก่อนจะพุ่งพรวดตามไป
สเวน – ร่วงแล้ว~ กรี๊ด แม่จ๋า~

เขานอนสลบอยู่ขณะที่นอร์ม่ายังสอดส่ายสายตาไปรอบ “หืม งั้นก็คงทางนั้น!”
สเวน – เดี๋ยวก้อน! หยุด! ไม่ใช่ทางนั้นนะ!
เขารีบวิ่งตามไปแต่ยังไม่ถึง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นซะก่อน
สเวน – นอร์ม่า! เป็นอะไรหรือเปล่า?! นอร์ม่า!
.....

“ฉันน่ะยังเหมือนกับเมื่อก่อนเลย ฉันไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย”
เธอมองหลุมศพเบื้องหน้า พูดด้วยเสียงหงอยเหงา “น่าสมเพชจริงๆนะ ชีวิตของฉันนี่น่าอับอายจริงๆเลย อาจารย์”
นอร์ม่า – เอเวอร์ไลท์ก็ไม่ได้อยู่ในอนุสรณ์น้ำแข็งด้วย ฉันสงสัยว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน...
เธอนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง “อาจารย์คะ ฉันเริ่มกังวลแล้ว....บางทีมันอาจจะไม่มีอยู่จริงก็ได้ ฉันเคยมั่นใจเต็มที่มาตลอด แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้อีกแล้ว ฉันแค่ไม่รู้.... ฉันควรทำอย่างไรดีคะ?”
นอร์ม่าทรุดเข่าลงนั่งกับพื้นที่เย็นเยือก “ฉันพยายามไล่ตามความฝันเหมือนที่คุณเคยทำนะ อาจารย์ แต่ฉันไม่มั่นใจแล้วว่าจะทำมันได้อีกหรือเปล่า....... การเชื่อมั่นต่อไปมันยาก....ยากมาก”
สีหน้าของเธอเศร้าหมองเป็นอย่างมาก “ฉันก็ทำงานหนักมากไม่ใช่เหรอคะ? ฉันพยายามดีเท่าที่ทำได้แล้ว.... ตอนนี้ฉันขอหยุดได้ไหมคะ? ฉันทำงานมาหนักมากแล้ว คงไม่เป็นไรถ้าจะเลิกเชื่อ.... ใช่ไหมคะ?”
“ได้โปรดเถอะ อาจารย์! แค่....บอกฉันสิว่ามันไม่เป็นอะไรน่ะ!”
“จะให้ฉันเชื่อมั่นต่อไปด้วยตัวเองมันยากนะคะ!”
หมอกดำพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น ก่อนร่างของหญิงลึกลับจะปรากฏออกมาเบื้องหลังเธอผู้ซึ่งไร้กำลังใจ
??? – พากเจ้าเหนื่อยล้า จงยอมแพ้ซะ ไม่มีใครที่จะว่าเจ้าหรอก”
เธอลุกขึ้นมาพูดกับเสียงนั้นทั้งที่ยังหันหลังให้อยู่ “สเวนก็จะอภัยให้ฉันด้วยเหรอ?”
ร่างนั้นพยักหน้าแล้วตอบกลับมา “แน่นอน เขาต้องทำเช่นนั้นแน่”
นอร์ม่า – จริงเหรอ? ดีจัง....ดี....
เธอเงยหน้ามองฟ้ายามค่ำคืน “ฉันเหนื่อยพอแล้ว...ราตรีสวัสดิ์นะ...” เธอพึมพำออกมาก่อนล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
??? – เราจะมอบการพักผ่อนชั่วกาลนานให้แก่เจ้า เด็กน้อยเอ๋ย

จวบจนรุ่งเช้า ทุกคนมารวมตัวกันหลังออกแยกย้ายกันค้นหา
เซเนล – เจอเธอไหม?
โมเซส – ไม่เจอเลยซักที่น่ะ
โคลเอ้ – ฉันหวังว่าเธอคงไม่ได้ออกไปนอกเมืองนะ
วิล – นอร์ม่าไม่รู้ว่าพิษมันมีลักษณะพิเศษอยู่ เธอกำลังอยู่ในอันตราย
เจย์ – แล้วนี่มันก็ตั้งนานแล้วตั้งแต่เธอหนีออกไปจากโรงแรมนะครับ
เชอรี่ – พวกเราต้องหาเธอให้เร็วที่สุดค่ะ
เซเนลมองไปเห็นซามารันเดินอยู่ในเมืองพอดี ทุกคนจึงวิ่งเข้าไปหา
ซามารัน – มีอะไรงั้นหรือ? พวกเธอดูกระวนกระวายจริง
เซเนล – จริงๆแล้ว....
ซามารันได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด
ซามารัน – เข้าใจแล้ว เป็นอย่างนี้เองสินะ หล่อนน่ะไม่เอาไหนกับการปลดกับดักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
โคลเอ้ – คุณรู้หรือเปล่าคะว่าเธออาจจะไปที่ไหน? พวกเราหาทั่วเมืองแล้ว แต่ก็ไม่เจอเธอเลย
ซามารัน – เธออาจจะอยู่ที่สุสานของสเวนก็ได้
เซเนล – สุสาน...ที่นั่นพวกเรายังไม่ได้ไปหาเลยนี่
วิล – ใช่ รีบไปที่สุสานเถอะ!

ที่สุสานนั้นเอง ทุกคนเห็นเธอนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านหมอกสีดำ
เซเนล – อยู่นั่นไง!
เมื่อทุกคนไปถึง หมอกนั้นก็เลือนหายไปทันที
วิล – หมอกดำมันแพร่กระจายมาถึงนี่แล้วสินะ
เซเนล – ใช่ ดูทางนั้นสิ
โมเซส – อั๊วก็เห็นเหมือนกัน
เชอรี่และโคลเอ้โน้มตัวลงไปดูนอร์ม่าซึ่งยังครวญครางด้วยความทรมานอยู่
โคลเอ้ – อาการนี่.... พิษกำเริบนี่หน่า!
เชอรี่ – คุณนอร์ม่า ทนเดี๋ยวนะคะ!
วิล – แล้วยาแก้อยู่ไหนล่ะ
โคลเอ้ – ฉันเอามาด้วยแล้วค่ะ
เธอหยิบยานั้นออกมารินใส่ปากของนอร์ม่าเล็กน้อย “...ดีล่ะ การหายใจของเธอดีขึ้นแล้ว”
เซเนล – พากลับไปที่โรงแรมเถอะ
ทั้งสองคนพยุงตัวเธอเดินออกไป แต่ซักพักนอร์ม่ากลับผละตัวเดินโซเซไปคนเดียว
โคลเอ้ – นอร์ม่า อย่าฝืนตัวเองเลย มาสิ พิงฉันไว้ก็ได้
นอร์ม่า – จะยังไงก็ช่างเถอะ ฉันพอแล้ว
เธอผลักตัวเองเดินโซเซไปอีกหน่อยแล้วก็ยืนอย่างอ่อนล้า
เซเนล – หมายความว่าไงน่ะที่ว่าพอแล้ว? มาเถอะน่า อีกนิดเดียวเอง
นอร์ม่า – ฉัน...ไม่ไหวแล้ว
โคลเอ้ – ไม่ใช่หรอกน่า!
นอร์ม่า – ฉันพอแล้วกับการตามหาเอเวอร์ไลท์
โคลเอ้ – นอร์ม่า.....
นอร์ม่า – ฉันยอมแพ้แล้ว เอเวอร์ไลท์ไม่สำคัญกับฉันอีกแล้ว
เซเนล – เธอแน่ใจแล้วเหรอ นอร์ม่า?
เชอรี่ – คุณทำงานมาอย่างหนักตลอดเวลาเพื่อมันนี่คะ
นอร์ม่า – เฮอะ ไม่หรอก
เชอรี่ – คุณกำลังโกหกนะ
เซเนล – พวกเราเห็นสมุดบันทึกในห้องของเธอแล้ว
เธอหันมามองทุกคนเจื่อนๆ “ออ...ฮะๆ ...พวกนายรู้แล้วสิทีนี้...”
วิล – เธอศึกษาภาษารีลาเรส
เจย์ – พวกเราประหลาดใจมากครับ คุณสามารถเข้าใจข้อความรีลาเรสได้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
โคลเอ้ – เธอน่ะทุ่มเทความพยายามมากมายในการค้นหาเอเวอร์ไลท์ไม่ใช่เหรอ? ความพยายามที่มากเกินกว่าจะบรรยายได้
นอร์ม่า – ฉันค้นคว้ามาก จนฉันนึกว่าจะบ้าแล้ว ฉันอยู่จนดึกดื่นทุกคืน ไม่ได้คิดอะไรนอกจากรีลาเรส ทุกครั้งที่ฉันเข้าใจคำใหม่ มันก็ทำให้ฉันดีใจจนสามารถร้องไห้ได้ ฉันสามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองเกือบไล่อาจารย์ทันแล้ว
เธอเดินออกไปเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลง “แต่ทุกอย่างมันก็สูญเปล่า....”
โคลเอ้ – ไม่จริงนะ
อีกฝ่ายหันมาตะโกนใส่ทุกคน “ไม่ว่าฉันจะเรียนแค่ไหน ไม่ว่าการแปลของฉันจะถูกยังไง มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย!”
นอร์ม่ายกมือขึ้นมาชี้หน้าโคลเอ้พูดเสียงดัง “แล้วอย่าบอกนะว่าเธอเข้าใจว่าฉันรู้สึกยังไง! เธอไม่รู้หรอก!”
เชอรี่ – คุณนอร์ม่า...
นอร์ม่า – ถ้าเอเวอร์ไลท์ไม่มีจริง พวกมันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย!
เซเนล – นอร์ม่า ถ้าเธอตื่นเต้นเกินไป พิษจะแพร่ไปทั่วร่างเร็วขึ้นนะ
นอร์ม่า – ฉันไม่ต้องเรียนมันก็ได้! ฉันให้ริจจังแปลมันให้ก็ได้!
วิล – เธอไม่ได้ค้นพบความหมายอะไรในการทำมันด้วยตัวเองเลยหรือ?
นอร์ม่า – ฉันน่าจะให้ริจจังแปลข้อความที่ฉันพบในซากโบราณพวกนั้นได้ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ! ไม่มีซักครั้ง! ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่ทำล่ะ? เพราะฉันอยากทำด้วยตัวเอง? ....ไม่ใช่หรอก!
ทุกคนยืนเงียบขณะเธอระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา
นอร์ม่า - ....เพราะว่าฉันกลัว ฉันกลัวที่จะได้รู้คำตอบ ฉันไม่อยากให้ใครอื่นบอกว่าฉันผิด!
เธอหันกลับไป สีหน้าเศร้าสร้อย “ฉันกลัว! กลัวความจริง! ฉันกลัวว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมันจะแตกสลาย.... ฉันกลัวที่จะรู้ว่าเอเวอร์ไลท์ไม่มีอยู่จริง....”

ร่างของเธอทรุดลงไปกับพื้น “ฉันเหนื่อย เหนื่อยกับการเชื่อมั่น... เหนื่อยกับการต้องฝ่าฝัน....”
เซเนล – แน่ใจเหรอ นอร์ม่า? เธอจะไม่เสียใจที่ยอมแพ้เหรอ?
นอร์ม่า – ใช่ ฉันเลิกแล้ว
โมเซส – อั๊วรู้ว่าเธอทำได้ดีกว่านั้นน่า!
เจย์ – ถ้าคุณยอมแพ้ได้ง่ายขนาดนี้ คุณคงไม่มีทางบังคับตัวเองให้แปลความภาษารีลาเรสได้หรอกครับ
นอร์ม่า - ....
เชอรี่ – คุณแน่ใจจริงๆหรือเปล่าคะ นอร์ม่า?
เธอตะโกนลั่นออกมา ทำให้ทุกคนเงียบเสียงกันไปหมด “ ฉันบอกว่าใช่ ไม่ใช่หรือไง?!”
เชอรี่ - ....
เซเนล – ถ้าอย่างนั้นชั้นก็จะไม่พูดอะไรอีก แต่ว่า! เธอน่ะสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปโดยที่ไม่เสียใจการการตัดสินใจนี้ได้หรือ เปล่าล่ะ? เธอจะสามารถเดินต่อไปโดยไม่เสียใจถึงวันนี้และวันที่มันนำพาเธอต่อไปได้หรือ เปล่า?
นอร์ม่า - ...
เซเนล – เธอยังสามารถมองไปยังเบื้องหลัง แล้วยิ้มให้ความทรงจำที่เธอมีได้อยู่หรือเปล่า? มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่าความเสียใจที่ทำให้เธออยากจะโยนอดีตทิ้งไปหรอกนะ
นอร์ม่า – ปล่อยฉันไว้คนเดียวเถอะน่า! ฉันก็มีเวลาที่ไม่เข้มแข็งเหมือนกัน รู้ไหม! บางอย่างน่ะมันไม่สามารถลืมได้ด้วยแค่การเดินไปเดินมาอย่างกับคนโง่หรอกนะ!
ซามารัน – อา ฉันกำลังสงสัยเลยเชียวว่าเสียงเอะอะนี่มันอะไร ที่แท้เจ้าจ๋อกำลังร้องไห้นี่เอง
เขาพาร่างอันแก่ชราเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใกล้ๆนั้นหลังรับฟังทุกอย่างอยู่เงียบๆ
นอร์ม่า – ฉันไม่อยากได้ยินอะไรจากตาแก่ที่ปอดแหกซะก่อนจะได้เริ่มต้นหรอกนะ!
ซามารัน – ฉันตื่นจากความฝันของตัวเองก่อนที่มันจะฆ่าฉัน ดูเหมือนว่าฉันจะฉลาดกว่าเจ้าโง่สเวนนั่น
นอร์ม่า – อย่ามาเรียกเขาแบบนั้นนะ!
ซามารัน – หึ เจ้ายอมแพ้ให้กับความฝันของตัวเอง แล้วเจ้ายังจะสามารถพูดอะไรเกี่ยวกับสเวนได้อีกล่ะ? เจ้ามีอะไรที่สามารถพูดได้ถึงชายที่มีความศรัทธาที่แน่วแน่กับความฝันของ เขา?
นอร์ม่า - ....
ซามารัน – เจ้าไม่มีสิทธิที่จะพูดถึงเขา
นอร์ม่า – ฉัน...ฉัน...
ซามารัน – เอเวอร์ไลท์ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถหาได้ มันเป็นเพียงเทพนิยาย ไม่มากไปกว่านั้น มันเป็นเพียงความฝัน เป็นเพียงเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นเพื่อเด็กๆ
นอร์ม่า- ฉันยัง....ยังยังมีความฝันของเขาอยู่นะ!
เธอพูดแล้วชี้หน้าเขา “มันไม่ใช่แค่เรื่องที่แต่งขึ้น! ฉันจะไม่ให้คุณเรียกมันแบบนั้น! ฉันจะพิสูจน์ให้ดู! ได้ยินไหม?!”
นอร์ม่าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น
เซเนล – นอร์ม่า เดี๋ยว!
ซามารันมองตามร่างในชุดสีเหลืองนั้นวิ่งไปจนลับสายตา
โมเซส – หล่อนนี่ซนจริงๆเลยนะ ไปจับเธอกันเถอะ เจย์!
โคลเอ้ – ฉันก็จะไปด้วย
เมื่อทั้งสามคนวิ่งตามไป วิลก็หันมาคุยกับซามารัน “คุณคุ้นเคยกับการจัดการกับเธอนี่ครับ”
ซามารัน - ไม่หรอก ฉันทำไม่ดีเลย ฉันมาเพื่อหยุดเธอแต่กลับไปยุเธออีก
วิล – คุณตั้งใจทำนี่ครับ
ซามารัน - ...
วิล – ถ้าคุณเห็นด้วยกับเธอ นอร์ม่าก็คงยอมแพ้อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าคุณบอกเธอว่า “ทำได้ดีมาก” เธอคงเลือกที่จะหยุดแล้วให้ปีกของเธอได้พักผ่อน
อีกฝ่ายนิ่งเงียบ
วิล – แต่ผมก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
ซามารันส่ายศีรษะ “ฉันไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องทรมานเหมือนที่ฉันกับสเวนเคยเป็น”
เซเนล - ....คุนกำลังพูดถึงดวงตาของคุณหรือครับ?
ซามารัน – ฉันเจออุบัติเหตุระหว่างที่สำรวจโบราณสถานอยู่ แล้วโลกของฉันก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด
เชอรี่ – แล้วคุณสเวนล่ะคะ?
ซามารัน – เขาไม่เคยกลับมาจากการเดินทางเพื่อเอเวอร์ไลท์ของเขา สาเหตุที่ฉันมาที่เลกาซี่ก็เพื่อพานอร์ม่ากลับไป
คนที่ได้รับฟังต่างนิ่งเงียบขณะรับรู้ถึงความตั้งใจจริงของชายชรา
ซามารัน – แต่ฉันก็หาคำพูดที่จะบอกเธอไม่ได้ว่าฉันเป็นห่วงเธอ กว่าที่จะรู้ตัว พวกเราก็ทะเลาะกันแล้ว
เซเนล – นั่นเป็นความผิดของนอร์ม่าพอๆกับคุณล่ะครับ
ซามารัน – ฉันคงถูกมองในแง่ลบเพราะอคติที่เธอมีกับฉัน ตอนที่ได้พบนอร์ม่าที่นี่ฉันแปลกใจมาก เธอเหมือนกับที่สเวนเคยเป็นเลยทีเดียว ลุยไปข้างหน้า ไล่ตามความฝันของเขาโดยไม่เหนื่อยหน่าย...
เซเนล – นอร์ม่าที่ผมรู้จักเป็นอย่างนั้นตลอดมาครับ
ซามารัน – เธอไม่สามารถค้นพบความจริงได้ถ้าเธอไม่เผชิญหน้ากับอันตราย ฉันเป็นคนสอนสเวนแบบนั้นเอง
วิล – นั่นเป็นคำพูดที่ดีครับ
ซามารัน – กระนั่น ฉันก็ยังเริ่มระแวงและหลงลืมไปจากหนทางฉัน การสูญเสียสายตาและต้องแก่ตัวทำให้ฉันกลายเป็นคนขี้ขลาด
โมเซส โคลเอ้และเจย์ วิ่งกลับมาพอดี
โมเซส – เซโนจิ แม่ฟองสบู่ไม่อยู่ในเมืองแล้ว
โคลเอ้ – เธอคงออกไปข้างนอกแน่ พอรู้ไหมคะ?
ซามารัน – เธออาจจะออกไปที่ป่าคริสตัล
เซเนล – คุณรู้ได้ยังไงน่ะ?
ซามารัน – สเวนเคยได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเอเวอร์ไลท์ ที่สุดท้ายที่เขาไปก่อนที่จะหายสาบสูญก็คือที่นั่น ป่าคริสตัล
โคลเอ้ – ที่นั่นเป็นที่ๆพวกเราพบนอร์ม่าครั้งแรกด้วย
วิล – ตอนนั้นเธอคงกำลังสำรวจอยู่เหมือนกัน
ซามารัน – บางทีเธอคงไปทีนั่นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ก็สามารถเชื่อใจได้ว่าเธอจะกลับมาที่นี่
วิล – ตกลงครับ พวกเราจะไปที่นั่นทันที
เขาหันมาก้มหัวให้กับเซเนล “ได้โปรดช่วยดูแลเธอแทนฉันด้วย”
เซเนล – ให้พวกเราจัดการเถอะครับ นอร์ม่าเป็นเพื่อนของพวกเรา

ภายในป่าซึ่งเต็มไปด้วยคริสตัลมากมาย โมเซสเดินตามกีทไปเรื่อยๆ
โมเซส – ไง ได้กลิ่นแม่ฟองสบู่ไหม?
มันเดินไปอีกหน่อยแล้วก็หันกลับมาเห่า
โมเซส – ท่าทางจะเจอแจ๊กพ็อตแล้วสิ
เซเนล – ชั้นเป็นห่วงเรื่องพิษนะ ต้องหาเธอให้เร็วที่สุด

โมเซส – หล่อนอยู่แถวนี้หรือเปล่า ไอ้หนู?
มันส่งเสียงครางกลับมา
โมเซส – ท่าทางจะอยู่อีกไกลนะ
วิล – ในสภาพร่างกายแบบนั้น เธอฝืนตัวเองมากไปแล้ว
โคลเอ้ – ป่านนี้ยาน่าจะหมดฤทธิแล้วนะ
เจย์ – พวกเราน่าอธิบายเรื่องพิษให้เธอฟังนะครับเนี่ย
กริวเน่ – ถึงจะบอกไป แต่พี่ว่าเธอคงจำทำเหมือนเดิมแหล่ะจ้ะ

อีกด้านหนึ่งนั้น นอร์ม่าก็เดินไปอย่างช้าๆเพราะอาการของพิษ เธอล้มลงไปกับพื้น
นอร์ม่า – ปอดฉันรู้สึกเจ็บไปหมดแล้ว สงสัยจังว่าฉันยังมีพิษตกค้างอยู่หรือเปล่านะ แย่จัง รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย...เวียนหัวไปหมด... รู้สึกเหมือนจะร้องไห้เลย
เธอลุกตัวขึ้นยืนต่อ “บอกแล้วไง ว่าฉันลุยงานมาเยอะมาก!” เธอตะโกนไปสุดเสียงแล้วก็หอบแฮ่กอีก
นอร์ม่า – โอย ทำได้ซักที แทบตายแหน่ะ ฉันคงจะอายใครจริงๆถ้าจะมาถึงขนาดนี้แล้วตายน่ะ
เธอเดินสำรวจโซเซไปมา ก่อนจะสังเกตเห็นอะไรเข้า...

ทุกคนไล่ตามไปถึงส่วนในสุดที่เชื่อมต่อกับนอกป่าแล้ว
โคลเอ้ – แปลกจัง พวกเราน่าจะเจอเธอได้แล้วนะ
เสียงเห่าของกีทเรียกให้ทุกคนหันไป มันกำลังมองรอยแตกที่ปรากฏบนคริสตัล
วิล – ในคริสตัลนั่นมีรูด้วย
กีทดมซักพักแล้วส่งเสียงออกมา โมเซสเดินเข้าไปใกล้ๆมัน “หือ? แกได้กลิ่นแม่ฟองสบู่รึ?”
เจย์ – ดูเหมือนว่าเส้นทางจะต่อเข้าไปข้างในอีกนะครับ
เซเนล – ลองเข้าไปดูเถอะ
ทุกคนตามเข้าไป แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นร่างของนอร์ม่านอนอยู่ภายในนั้น จึงรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างร้อนรน แต่...

เธอกำลังหลับอยู่
กริวเน่ – แหม หน้าของเธอน่ารักจังเลยตอนที่หลับน่ะ! บางทีพี่น่าจะงีบด้วยนะ
วิลลองก้มลงไปจับหัวของเธอดู เสียงละเมองึมงำดังออกมา “ฟี้...โอย หัวชั้น....อย่าตบนะ อย่าตบ....ฟี้....”
เขายืนขึ้น แล้วตะโกนพร้อมกับเซเนลและโคลเอ้ “ตื่นได้แล้ว!”
นอร์ม่า – อืมมม อื๋อ? อ้าว อรุณสวัสดิ์ทุกคน... นี่ ฉันรู้สึกแย่จังเลยล่ะ! ทุกคน! อย่ามัวแต่ยืนจ้องฉันทุรนทุรายแบบนี้สิ ทำอะไรกันบ้างสิ!
เจย์ – เธอคงเจออาการสับสนทางอารมณ์ครับ
เชอรี่ – ฟังแล้วฉันว่าเธอเป็นปกติเหมือนที่เคยเป็นนะคะ..
นอร์ม่า – นี่! ฉันได้ยินนะ รู้ไหม! แฮ่กๆ โอย ฉันว่าคงได้แค่นี้ล่ะ ฉันจะตายแล้ว ฉันมองไม่ค่อยเห็นเลย ผมของเจ๊กริวก็ดูอย่างกับสีแดง
วิล – ก็เพราะเธอมองโมเซสอยู่น่ะสิ
โคลเอ้ - ....
เธอเดินเข้าไปหานอร์ม่าแล้วหยิบยาออกมา “กินยาแก้พิษเข้าไปสิ จะได้รู้สึกดีขึ้น
นอร์ม่า – อี๋ ฝาด! ขมชะมัดเลย!
โคลเอ้ – คราวที่แล้วที่กินเธอไม่ได้พูดอะไรซักแอะเลยนะ
นอร์ม่า – จริงอ๊ะ? ฉันจำไม่ได้เลย
โคลเอ้ – คราวทีแล้วเธออาการย่ำแย่อยู่นี่
โมเซส – แล้วเอเวอร์ไลท์ล่ะว่าไง?
นอร์ม่า – ฉันกำลังมองหามันอยู่ แล้วจู่ๆก็รู้สึกเวียนหัว ภาพรอบๆมันหมุนไปหมด แล้วมือฉันก็เริ่มสั่น... แล้วก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น ฉันฝันว่าเดินอยู่ข้างๆแม่น้ำที่สวยงามล่ะมีสมบัติอยู่ที่อีกฟากของแม่น้ำ ด้วย แต่พอฉันจะข้ามไปเอามัน ฉันก็ตื่นขึ้นมา
โคลเอ้เหงื่อตกทำหน้าซีด “ฟังแล้วอย่างกับว่าเธอกำลังจะตายแหน่ะ..”
เซเนล – ชั้นดีใจที่พวกเรามาทันนะ
นอร์ม่า – เอ้า งั้นก็ได้เวลาสำรวจที่นี่แล้ว!
กริวเน่ – บุก!

นอร์ม่าเดินไปที่แท่นคริสตัลทรงกลมซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางนั้น จู่ๆบนนั้นก็เรืองแสงปรากฏตัวอักษรขึ้นมา
วิล – อะไรกันน่ะ?
นอร์ม่า – บางทีพวกเราต้องทำตามที่มันบอก
ตัวอักษรบนนั้นเลือนหายไปก่อนที่ลูกไฟสีน้ำเงิน 3 ดวงจะปรากฏรอบๆตัว ใจกลางไฟแต่ละดวงก็มีอักขระเรืองแสงอยู่
วิล – นอร์ม่า เธอบอกได้ไหมว่าสัญลักษณ์พวกนี้หมายถึงอะไร
นอร์ม่า – หายนะ..... ไฟ.... อนาคต
เธอก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าจนเชอรี่สงสัย “คุณนอร์ม่า?”
นอร์ม่า – ถ้าการค้นคว้าของฉันถูกต้อง ก็คงเป็นที่นี่ล่ะ
วิล – แต่เธอก็ดูไม่ดีใจเลยนี่
นอร์ม่า – ถ้าเอเวอร์ไลท์ไม่อยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่รู้แล้วล่ะว่าจะทำอะไรอีก
เซเนล - ...เธอกลัวเหรอ?
นอร์ม่า – ถ้าฉันรู้ความจริง ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถเชื่อในความฝันของฉันได้อีก ถ้าฉันหันหลังกลับตอนนี้ แล้วไม่เข้าไปค้นหาว่าอะไรอยู่เบื้องหลังจุดนี้ ฉันคงสามารถมีความหวังต่อได้ ถ้าความจริงมันเป็นสิ่งที่โหดร้าย ฉันก็อยากจะไม่รู้มันซะดีกว่า..
หมอกสีดำเริ่มลอยออกมาจากตัวเธอ จนเธอเองก็ยังตกใจ ทำท่าเลิ่กลัก “หือ?...เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
เธอวิ่งไปรอบๆ แต่หมอกนั้นก็ลอยออกมาเรื่อยๆ
นอร์ม่า – มันไม่ยอมหลุดเลยอ๊ะ! ไอ้นี่มันอะไรเนี่ย? มันตามมาตลอดเลย!
เธอวิ่งแจ้นหนีออกไปด้านนอก เสียงเซเนลตะโกนไล่หลังมา “นอร์ม่า หยุดก่อน!”
ทุกคนตามออกไปข้างนอก และบพว่าหมอกดำนั้นรวมตัวกันกลายเป็นนอร์ม่าร่างมืด!
นอร์ม่า – อะไรเนี่ย? มีฉันอีกคนเหรอ!
เซเนล – ระวังนะ!
นอร์ม่า – สาบานได้ว่าไม่ใช่ความผิดของฉันนะ
โมเซส – ไม่ใช่เวลาจะกังวลเรื่องขอโทษหรอกน่า!

หลังการต่อสู้ ร่างมืดนั้นก็หายไป
เจย์ – ตอนแรกก็วิล แล้วตอนนี้ก็นอร์ม่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะครับที่เราได้เห็นมัน
วิล – หมอกนี่เคยปรากฏมาจากปีศาจ แต่คราวนี้...
โมเซสจับคางคิดแล้วก็ปิ๊งขึ้นมา “อ๋อ งั้นแม่ฟองสบู่ก็เป็นปีศาจสิ?”
นอร์ม่า – ไม่ใช่ย่ะ!
กริวเน่มีทีท่าว่าจะปวดหัวขึ้นมาอีก
เชอรี่ – คุณกริวเน่คะ?
กริวเน่ – พี่รู้สึกว่าเกือบจำอะไรที่ผ่านมายาวนานแล้วได้... พี่ลืมอะไรที่สำคัญมากไปหรือเปล่านะ?
ข้างๆเธอนั้น ลูกแก้วสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ
“เราคือชาโดว์ เราตอบรับคำบัญชาและปรากฏต่อหน้าท่าน”
กริวเน่ – ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ ชาโดว์
ทุกคนงงกันอีกเมื่อเห็นเธอโค้งและพูดกับอากาศ
“....ท่านลืมเราแล้วหรือ นายท่าน?”
กริวเน่ – แหม ขอโทษนะจ๊ะ เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันหรือเปล่า ชาโดว์?
“สิ่งที่ท่านขาดหาย เราก็ขาดหายเช่นเดียวกัน นายท่าน”
กริว – อ้ะ จริงสินะ แหม ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไร
เชอรี่ - ...พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะค่ะ...
“เราไม่สามารถคงอยู่ได้นานนักในโลกที่วุ่นวายนี้ เราจะกลับสู่ความมืดและรอเวลาแห่งการตื่น”
กริวเน่ก้มลงไปหยิบลูกแก้วบนพื้น “แหม ตอนนี้ฉันได้เมล็ดของชาโดว์แล้ว ฉันจะเอาไปปลูกในที่ดีๆนะ”
เซเนล - นอร์ม่า แล้วเอเวอร์ไลท์ล่ะ
นอร์ม่า - .... ฉันว่า... ฉันคงต้องทำสินะ เอาล่ะ! ไปกันเลย!

ทุกคนกลับไปยังห้องนั้นอีกครั้ง นอร์ม่ามองไปที่สัญลักษณ์กลางเปลวไฟทั้งสาม
“ภัยพิบัติ, ไฟ และอนาคต หือ...ก็... ฉันรู้คำตอบแล้วนี่นะ”
เธอหันมาทางโมเซส “โมสุเกะทำอะไรให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
โมเซส – หืม? อะไรล่ะ?
เจย์ – เธอคงอยากให้คุณโดดเข้าไปในไฟมั้งครับ
โมเซส – จะบ้าเรอะ!
นอร์ม่า – ชิ
โมเซส – หมายความไงนะ “ ชิ ” ?! นี่เธอต้องการแบบนั้นจริงๆเรอะ?!
นอร์ม่า – ไฟน่ะเป็นแค่ภาพลวงตา ไม่ต้องห่วงหรอก
เจย์ – ผมรู้สึกถึงความร้อนจากมันได้ชัดเจนเลยนะครับ
นอร์ม่า – โมสุเกะ
โมเซส – รีบๆบอกมาสิว่าจะให้ทำอะไร
เธอชี้ไปที่สัญลักษณ์แห่งอนาคต “ลองขว้างหอกของนายไปที่ไฟนั่นซิ”
เขาหยิบหอกปาเข้าไปแล้วมันก็มอดไหม้ในพริบตา
เจย์ – มันไหม้สนิทเลยครับ แล้วคุณจะบอกว่าเป็นภาพลวงตาอีกเหรอ?
นอร์ม่า – ฉันเดาว่าเราคงหลอกมันโดยการโยนขยะเข้าไปไม่ได้น่ะนะ
โมเซส – เฮ้ย! นั่นไม่ใช่ขยะนะ!
เธอนิ่งเงียบแล้วก็ทำหน้าซึมอีก “ฉันจะยังสบายดีหลังจากที่รู้ความจริงไหมนะ? ฉันจะสามารถเป็นเหมือนกับที่ฉันเคยเป็นเสมอมาได้ไหมนะ? เอเวอร์ไลท์อยู่แค่เพียงเบื้องหน้านี้จริงๆหรือเปล่านะ?”
หมอกดำลอยออกมาจากตัวของนอร์ม่าอีกครั้ง “อะ....อะไรเนี่ย? ทำไมมันกลับมาอีกแล้วล่ะ?! พวกเราจัดการมันไปแล้วนี่! วิลจิ เจเจ บอกฉันทีสิว่าเกิดอะไรขึ้น!”
วิล – ฉันไม่รู้หรอก!
เจย์ – ผมก็ไม่รู้ครับ
หมอกนั้นรวมตัวกลายเป็นเธออีกครั้ง
นอร์ม่า – แหงะ มันกลายเป็นฉันอีกแล้ว!
ร่างมืดนั้นหันมามองเธอจนเจ้าตัวโวยวาย “อะ...คิดว่ากำลังมองอะไรอยู่น่ะ?!”
เซเนล – มันดูท่าทางจะไม่มุ่งร้ายนะ
นอร์ม่า – อึ่ก...มันคืออะไรเนี่ย... ฉันรู้สึกแย่จริงๆ.... ความรู้สึกนี่มันอะไร?.... ความกังขาเหรอ?
หมอกดำเริ่มลอยออกมาอีกครั้ง
เชอรี่ –คุณนอร์ม่า! หมอกดำมันลอยออกมาจากตัวคุณอีกแล้วค่ะ!
พอรู้ตัว เธอก็พยายามดิ้นไปดิ้นมา “แง้~! อี๋ ออกไปนะ! ออกไปจากฉัน!” เธอร้องก่อนจะวิ่งมาทางทุกคน ซึ่งต่างหลบวูบกันหมด
นอร์ม่า – ทำไมต้องหนีกันด้วยล่ะ?!
เจย์ – ผมไม่อยากจะติดโรคจากคุณหรอกครับ
เธอหันไปมองทางกีท เจ้าของมันโวยวายบ้าง “แม่ฟองสบู่! คิดอะไรอยู่น่ะ?!”
นอร์ม่า – ถ้าเป็นกีทก็คงไม่เป็นอะไรมั้ง....
โมเซส – หยุดเลยเฟ้ย!
นอร์ม่า – อือ...ฉันรู้สึก....กดดันจัง...
กริวเน่ – นอร์ม่า อย่าไขว้เขวจากตัวเองนะ จำเอาไว้ว่าเธอมาที่นี่ทำไม
นอร์ม่า - .....หมอกนี่ออกมาเพราะฉันกลัวเหรอ?
ยิ่งเธอคิด หมอกนั้นก็ยิ่งพวยพุ่งออกมา
เชอรี่ – มันเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆแล้ว
กริวเน่ – นอร์ม่า โอบกอดความรู้สึกของเธอเอาไว้ เธอต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง อย่าหันหน้าหนีไปจากมัน
นอร์ม่า – ความรู้สึกของฉัน...ฉันต้องยอมรับมัน...
เซเนล – ถูกแล้ว
เชอรี่ – คุณต้องตามหาเอเวอร์ไลท์ใช่ไหมคะ? คุณต้องตามหาความฝันของคุณ ใช่ไหมคะ?
วิล – ทุกอย่างที่เธอทำมาถึงตอนนี้ไม่ใช่เพื่อความสูญเปล่าหรอก
เซเนล – ซามารันบอกพวกเราบางอย่าง “เธอไม่สามารถค้นพบความจริงได้ ถ้าเธอไม่เผชิญหน้ากับอันตราย”
นอร์ม่า – อาจารย์เคยบอกฉันแบบนั้นตลอดเวลา ไม่ยักรู้ว่าเขาเอามาจากตาแก่นั่นนะ..
เซเนล – แค่เชื่อมั่นในสิ่งที่เธอเชื่อก็พอ
โคลเอ้ – ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเธอเอง
โมเซส – ใช่ ไม่มีอะไรต้องกลัว ถ้ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอก็ยังตามหามันต่อไปได้
เชอรี่ – ฉันก็จะช่วยด้วยค่ะ
ทุกคนพูดไปพลางเขยิบเข้าไปใกล้พลาง แต่พอเธอหันหน้าไปมอง แต่ละคนก็ถอยหลังไปอีก
นอร์ม่า – ยังไงฉันก็เห็นนะว่าถึงพวกนายจะพูดยังไง แต่พวกนายก็ยังถอยไปจากฉันอยู่ดี....
ทุกคนเหงื่อตก เพราะก็จริงอย่างที่ว่า
นอร์ม่า – แค่....ขอบใจนะ ทุกคน... ยังไงส่วนนี้ก็เป็นหน้าที่ของฉัน! ถ้ามันไม่ได้ผล ฉันก็ยังลองใหมได้ใช่ไหม...ใช่... ใช่! ฉันคงลืมอะไรที่สำคัญมากไปแล้ว

ในความมืดนั้น เธออยู่เบื้องหน้าร่างมืดของเธอ
นอร์ม่า – ฉันตามหาเอเวอร์ไลท์เพราะฉันอยากทำ ไม่ใช่เพราะเพื่อใครอื่น ฉันคงลืมไประหว่างเวลาที่ผ่านมา ว่าไล่ตามความฝันของฉันมันสนุกแค่ไหน จับมือฉันหน่อยได้ไหมคะ อาจารย์?
เธอหลับตาลง พร้อมๆกับที่ไอหมอกสีเหลืองทองออกมาจากร่าง
เสียงของสเวนก้องอยู่ในความรู้สึก คำพูดในอดีตที่เคยได้ยิน
“คำตอบนั้นง่ายมาก”
“คำตอบนั้นง่ายมาก”
“มันเป็นเพราะผมเชื่อว่าเอเวอร์ไลท์มีอยู่จริง”
“ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ผมก็จะตามหาเอเวอร์ไลท์ต่อไป”
“เพราะนั่น.....คือความฝันของผม!”
นอร์ม่า – ฉันก็พบความฝันของตัวเองแล้วเหมือนกันค่ะ!
เธอลืมตาขึ้น พร้อมๆกับแสงที่ส่องประกายออกมาจากมือทั้งสอง
นอร์ม่า – ฉันไม่กังขาเรื่องอะไรอีกแล้ว! ฉันไม่สงสัยอีกแล้วค่ะ อาจารย์! ฉันจะไม่หนีจากความเป็นจริงอีกแล้ว! ฉันจะเชื่อในตัวของฉันเอง!
เธอชูมือขึ้นพร้อมแสงรัศมีสีรุ้งที่ส่องประกาย....

เธอวิ่งเข้าไปยังเปลวไฟดวงนั้น ก่อนที่พวกมันจะสลายหายไปหมดสิ้น ใต้เท้าของเธอปรากฏวงแสงที่มีละอองสว่างลอยออกมาเรื่อยๆ
วิล – มันเป็นแค่ภาพลวงตาจริงๆด้วย
เจย์ – แต่หอกของโมเซสยังถูกเผาเลยนี่ครับ
วิล – บางทีห้องนี้คงมีกลไกลบางอย่าง
เธอหันมาโบกมือเรียกทุกคน “มาสิ ทุกคน! เร็วเข้า!

เธอนำทุกคนไปที่ห้องต่อไป ซึ่งที่พื้นก็มีสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นมาอีก ก่อนที่สัญลักษณ์อีก 5 อันจะปรากฏออกมารอบๆเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่มีเปลวไฟอยู่รอบๆมัน นอร์ม่ามองพวกมันทีละตัวๆ
โคลเอ้ – เธออ่านมันได้ไหม?
นอร์ม่า – “การทำลายล้าง”, “กับดัก”, “นรก”, “การกำเนิด” และ “การสังหาร” เมื่อกี้เธอถามนี่ว่าอ่านได้ไหม ได้โปรดเถอะน่า ของแบนี้มันไม่มีอะไรเลย เอาล่ะนะ!
เธอวิ่งตรงไปยังสัญลักษณ์แห่งการกำเนิด เบื้องหน้าเหมือนจะเป็นกำแพง แต่พอเธอวิ่งเข้าไป กำแพงนั้นก็หายไป เหลือเพียงจุดแสงที่พื้นเหมือนครั้งที่แล้ว
วิล – ตามไปเถอะ

ที่นั่น ทุกคนไปถึงห้องที่เป็นทางตัน เหนือขึ้นไปเป็นวัตถุสีฟ้าขนาดใหญ่อันนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างที่ไขว้ลงมาที่กึ่งกลางห้อง ที่ปลายของมันมีผลึกรูปหยดน้ำสีฟ้าใสอยู่
นอร์ม่า – มันคือเอเวอร์ไลท์... มันมีจริง.....มันมีอยู่จริงๆ...
โคลเอ้ - ...ฉันรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่ง ฉันเคยรู้สึกแบบนี้จากที่ไหนมาก่อนนะ...
เชอรี่ – มันเหมือนกับเนลเฟสเลยค่ะ
เจย์ – เอเวอร์ไลท์จริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่งของเนลเฟสหรือครับ?
วิล – บางทีส่วนหนึ่งของมันคงกลายเป็นคริสตัลหลังจากผ่านช่วงเวลามายาวนานน่ะ
กริวเน่ – แหม สวยจังเลยนะจ๊ะ
เซเนลเหลือบไปเห็นที่กำแพงด้านหนึ่ง ก่อนเรียกเธอ “นอร์ม่า ดูที่กำแพงสิ!”
นอร์ม่า – นายตื่นเต้นอะไร—
เธอพูดแล้วก็ตะลึงเมื่อมองไปด้านนั้น ก่อนจะเดินไปที่นั่น กำแพงซึ่งมีตัวอักษรเขียนไว้อยู่
นอร์ม่า – ไม่มีทางน่า...นั่นมัน.... ไม่จริง... แต่.... ไม่ผิดแน่ ข้อความนี้.... ฉันก็รู้ว่าอาจารย์น่ะชอบขีดเขียนไปหมดทุกที่...”
วิลเดินไปที่อีกด้านหนึ่งแล้วสำรวจที่พื้น “ตรงนี้ก็มีอะไรเขียนไว้เหมือนกัน แต่ฉันกลัวว่าฉันคงอ่านมันไม่ออก”
นอร์ม่า – โอ๊ะ ขอดูซิ
เธอเดินไปยังจุดที่วิลอยู่ แล้วก็เงียบไปเมื่อได้เห็น
เซเนล – มันเหมือนกับรีลาเรสนะ
จู่ๆ นอร์ม่าก็ยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
โคลเอ้ – นอร์ม่า? เป็นอะไรไปน่ะ?
นอร์ม่า – อาจารย์... อาจารย์ หนูอ่านมันได้ หนูเรียนอย่างหนัก และหนูก็สามารถอ่านถึงความรู้สึกของคุณได้แล้ว...
เซเนล – นอร์ม่า
เธอสงบจิตสงบใจแล้วเงยหน้าขึ้นพูด “ฉันเรียนมาอย่างหนักเพื่อที่ฉันจะไล่ตามคุณได้.... ฉันอ่านมันได้ทั้งหมด... ด้วยตัวฉันเอง ฮึก...”
นอร์ม่าปล่อยโฮอีกครั้งแล้วทรุดลงนั่ง “โฮ!....ซิก... อาจารย์.. ฉัน...ฉัน....”
เชอรี่เดินเข้าไปตรงนั้น
เซเนล – เชอรี่?
นอร์ม่า – ฉันทำได้แล้วค่ะ อาจารย์! ฉันมาถึงที่นี่ได้เหมือนกับคุณ!
เซเนล – มันเขียนว่ายังไงน่ะ?
เชอรี่ – จะว่าอะไรไหมคะ?
นอร์ม่า – อื้อ...เอาสิ....
เชอรี่ – มันเขียนว่า “ถึงนักเรียนที่รักของผม ผมสัญญาว่าวันหนึ่ง พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้”
....

สเวนอยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพัง ขณะที่เขาสลักข้อความลงไป
“ผมจะรอที่นี่จนกว่าผมจะทำให้สัญญาเป็นจริงได้”
เขาเขียนๆไปแล้วก็หันมากุมหัว “โอย ไม่ๆๆๆ ฉันคงจะอ้วกแน่ๆถ้าเขียนอะไรแบบนั้น! ต้องเป็นตัวของตัวเองสิ!”
สเวนลงมือแก้มันใหม่อีกครัง
“นอร์ม่า ผมสามารถตามหาเอเวอร์ไลท์ได้ก็เพราะเธอเชื่อในตัวผม”
“ผมไม่เคยบอกเธอ แต่เธอเป็นที่มาของกำลังใจที่ยืนยงเสมอมาสำหรับผม”
“เมื่อทุกคนหัวเราะใส่ผม แล้วบอกว่าผมบ้า มีแค่เธอคนเดียวที่รับฟังผม”
“เมื่อพวกเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน พวกเราจะหัวเราะแล้วก็เตร็ดเตร่ไปเรื่อยจนผมลืมปัญหาของผมไปหมด”
“ช่วงเวลาที่ผมใช้ร่วมกับเธอนั้นไม่สามารถตีค่าได้จริงๆ”
“แน่นอน ว่าหน้าของผมคงจะกลายเป็นสีแดงแทบทุกเฉดถ้าบอกแบบนี้ต่อหน้าเธอ”
“ผมหวังว่าเธอจะยอมอภัยให้ที่ผมทำอะไรแบบนี้”
เขาเดินออกมาจากกำแพงด้านนั้นแล้วหันมาเขียนลงบนพื้น
“ผมภาวนาว่าเธอจะพบที่แห่งนี้ในอนาคตที่ไม่ยาวไกลนัก ผมมีความศรัทธาว่าเธอจะทำได้”
“ดังนั้นผมจะจากคุณไปด้วยคำๆนี้”
“ขอบคุณ นอร์ม่า ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง”
“และรวมถึง...”
“เธอมุมานะอย่างหนัก และเธอก็ทำได้ดีมาก”
“นอร์ม่า เธอเจ๋งไปเลย! เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุด ที่ทุกคนอยากฝันว่าจะมีเลย!”
“ชูมือของเธอขึ้นสิ นอร์ม่า!”
“จงเดินอย่างภาคภูมิใจสิ นอร์ม่า!”
“จงมุ่งไปสู่วันพรุ่งนี้ นอร์ม่า!”
“อนาคตที่ไร้ขีดจำกัดรอเธออยู่ที่นั่น!”

เชอรี่ – “ถึงนอร์ม่า บิแอตตี้ จากสเวน ด้วยความฝันและความช่างสงสัย”
นอร์ม่า – อาจารย์.. ..ฉันหามันพบแล้ว..... ฉันพบเอเวอร์ไลท์แล้ว
เชอรี่ - ....
วิล – เขาคงจากโลกนี้ไปหลังจากที่มาถึงเป้าหมายของชีวิตแล้ว เขาคงจะตายโดยที่ไม่มีความเสียใจ
นอร์ม่าลุกขึ้นยืน “ถึงเขาจะไม่ได้เจอเอเวอร์ไลท์ แต่สเวนก็คงไม่ได้มีชีวิตอย่างคนขี้ขลาดที่จะทำให้เขาจากไปพร้อมความเสียใจ หรอก เขาใช้ชีวิตทุกช่วงเวลาอย่างเต็มที่
โมเซส – เขาเป็นชายในหมู่ชาย
เธอเดินไปที่เบื้องหน้าเอเวอร์ไลท์นั้น สงบจิตสงบใจ “วิ้ว ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ
โคลเอ้ – เอ่อ....เธอไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ?
นอร์ม่า – ก็....ฉันยังมีงานที่ต้องทำนะ แล้วฉันคงมายืนร้องไห้เฉยๆไม่ได้
เซเนล – ใช่
นอร์ม่า – ฉันจะทำให้สิ่งที่อาจารย์ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ นั่นล่ะคือความฝันของฉัน... ทุกคน จะช่วยไปกับฉันอีกหน่อยได้ไหม?
โมเซส – ได้สิ นานแค่ไหนก็ได้
เชอรี่ – จะไปพาคุณซามารันมาใช่ไหมคะ?
นอร์ม่า – ใช่

ทุกคนกลับไปที่เมืองและพาซามารันมาที่ป่าคริสตัล โดยที่ตัวเขาเองก็ยังสงสัย
ซามารัน – นี่เจ้าตั้งใจจะพาฉันไปถึงไหนน่ะ?
นอร์ม่า – ช่วยเงียบและเดินต่อจะได้ไหมล่ะคะ?
เธอถึงกับออกแรงลากเขาไปเลย จนถึงเอเวอร์ไลท์ในที่สุด
นอร์ม่า –ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คุณคงไม่ได้มาอยู่นี่หรอก แต่นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์ต้องการ
ซามารัน – เจ้าไม่คิดว่าถึงเวลาที่ต้องบอกฉันแล้วเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น?
นอร์ม่า – อีกเดี๋ยวคุณก็รู้แล้วล่ะ
เธอหันไปหาเอเวอร์ไลท์ ยกแขนไปหามัน “ได้โปรด....บันดาลให้กับความปรารถนาของฉันด้วย..”
เอเวอร์ไลท์เริ่มเรืองแสงออกมา มันสว่างจ้าเป็นสีฟ้าและส่งประกายออกมารอบๆ
ซามารัน – หือ? ฉันรู้สึกถึงแสงอุ่นๆ
นอร์ม่า – ได้โปรดเถอะ เอเวอร์ไลท์! บันดาลให้กับความปรารถนาของฉันและอาจารย์!
แสงของมันสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ขณะละอองแสงสีเหลืองกระจายตัวออกมารอบๆ แต่ละเม็ดของละอองแสงนั้นสัมผัสตัวของซามารันก่อนสลายไปราวกับกระทบผิวน้ำ
ซามารัน – อะไร....อะไรน่ะ?....
เขาค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพสีฟ้าๆพร่ามัวเบื้องหน้าค่อยๆแจ่มชัด เขามองไปรอบๆจนถึงกำแพงด้านหนึ่ง ซึ่งมีตัวอักษรสลักเอาไว้...

“เอเวอร์ไลท์! มันอยู่ที่นี่ไงล่ะ! มันเป็นของพวกเรา! สเวน และ นอร์ม่า”
ร่างของเด็กสาวในชุดเหลืองโผล่มาข้างหน้า ก่อนเธอจะชูสองนิ้ว พูดท่าทางดีใจด้วยเสียงที่คุ้นเคย “เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้ว!”

นอร์ม่า – เอ้า คิดว่าไงล่ะคะ?
อีกฝ่ายหันมามองอย่างเงียบๆ
นอร์ม่า – จริงๆเลยนะ ฉันว่าเขาพยายามมากเกินไปหน่อยที่จะแสดงให้ดูเนี่ย
ซามารัน – เจ้าคนบ้างี่เง่านั่น...
นอร์ม่า – เขางี่เง่าจนคุณอยากจะร้องไห้เลยใช่ไหมล่ะ? แต่นี่ล่ะคือความฝันของเขา เขาอยากจะรักษาอาการตาบอดของคุณ
ซามารัน – เขามันงี่เง่าจนถึงวาระสุดท้าย....
นอร์ม่า – อื้อ ใช่ค่ะ นั่นล่ะคืออาจารย์ที่พวกเรากำลังพูดถึง ถ้าเอาความงี่เง่าออกไปแล้ว เขาก็คงไม่เหลืออะไรหรอก
ซามารัน – ตรงนั้นเธอพูดถูกนะ
นอร์ม่า – ตอนนี้คุณก็เห็นฉันแล้วนี่ คิดว่าไงล่ะคะ? สวยใช่ไหมล่ะ หือ?
ซามารัน – หึ เจ้าก็ยังดูเป็นเด็กดื้นด้าน เหมือนที่เราคิดไว้นั่นล่ะ
นอร์ม่า – แหม่ นี่คุณจะพูดอะไรดีๆเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนซักหน่อยไม่ได้หรือไงนะ
โครงสร้างขนาดใหญ่ด้านบนเริ่มสั่นสะเทือนก่อนที่มันทั้งหมดจะหลุดเอียงลงมา เล็กน้อย ส่วนเอเวอร์ไลท์ซึ่งเคยติดอยู่ที่ปลายของมันก็หล่นลงมาแตกเป็นชิ้นๆ
ซามารัน – มันคงจะสูญเสียพลังของมันและสลายไปเอง
เขาเดินมาดูมันใกล้ๆส่วนนอร์ม่าก็นิ่งไปหน่อย “เอ้า เอาเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นะ ยังไงเป้าหมายก็คือหามันให้พบ” เธอพูดก่อนเดินมายืนข้างๆซามารัน
นอร์ม่า – บางทีคงเป็นวิธีของเอเวอร์ไลท์ที่บอกให้ฉันตามหาความฝันครั้งใหม่ก็ได้”
ซามารัน – หึ เจ้าพยายามพูดให้เหมือนผู้ใหญ่หรือไงน่ะ?
เธอหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี
นอร์ม่า – วันนี้ฉันกำลังอารมณ์ดีนะเนี่ย ดังนั้นวันนี้จะปล่อยให้คุณพูดตามใจก็แล้วกัน
ซามารัน – ฉันไม่ต้องการคำอนุญาตจากลิงหรอกนะ
ถึงจะพูดไปแบบนั้นเธอก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี “นี่ ระวังนะ ปู่!”

และแล้วทุกคนก็กลับมาที่เมืองเวลเทส นอร์ม่าหันไปหาซามารุน
นอร์ม่า – แล้วคุณจะทำอะไรต่อไปล่ะ ปู่?”
ซามารัน – ไหนๆฉันก็มาถึงเลกาซี่แล้ว ฉันคิดว่าคงจะอยู่และอิ่มเอิบไปกับที่นี่อีกซักพัก
นอร์ม่า – ฉันคงดีใจกว่านี้นะเนี่ยถ้าคุณรีบกลับไปซะน่ะ
เชอรี่ – เธอคงอายถ้าจะยอมรับว่าเธอชอบเขานะคะ
เซเนล – ใช่
นอร์ม่า – นี่! อย่ามานินทากันนะ!
เธอมาโวยวายแล้วกลับไปมองซามารันต่อ “นี่คุณไม่มีวิชาต้องสอนที่โรงเรียนหรือไงกัน?”
ซามารัน – แล้วเจ้าล่ะ? วางแผนจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆหรือไง?
นอร์ม่า – ฉันยังไม่กลับไปหรอก แต่ฉันก็ต้องกลับไปเรียนให้จบอยู่แล้ว ดังนั้นก็ช่วยสงบสติแล้วอย่าไล่ฉันออกก็แล้วกันนะ ปู่
ซามารัน – หึ ฉันจะเอาไปคิดก็แล้วกัน
เธอทำท่าดีใจ จังหวะเดียวกับที่ซามารันมองเห็นอะไรบางอย่างในมือของเธอ
นอร์ม่า – อ๋อ นี่น่ะเหรอ? ฉันเอามันมาจากเศษของเอเวอร์ไลท์น่ะ ฉันว่าจะเอามันไปให้อาจารย์ดูซักหน่อย
ซามารัน – ฉลาดจริงๆนะเจ้า
นอร์ม่า – นั่นมันเป็นคำชมใช่ไหมน่ะคะ?
ซามารัน – อาจจะ
เขาทิ้งท้ายแล้วเดินกลับเข้าเมืองไป เธอมองตามไปพักหนึ่งแล้วหันมาหาทุกคนด้วยหน้าตายิ้มแย้ม “เอาล่ะ ฉันขอตัวไปบอกสเวนก่อนนะ!” พุดจบเธอก็วิ่งหายไปทันที
วิล – ลงท้ายแล้วนอร์ม่าก็คือนอร์ม่าล่ะนะ
เซเนล – ชั้นว่าแบบนั้นก็เหมาะกับเธอแล้วล่ะ นั่นเป็นแบบของเธอเองนี่
ทั้งโคลเอ้และเชอรี่หันควับมามองเขาเมื่อได้ยินแบบนั้น
โมเซส – ฮ่าๆ! นั่นล่ะแม่สาวของพวกเรา!
เจย์ – สรุปเอเวอร์ไลท์ก็มีจริงนะครับ
วิล – ถ้าเธอได้ไปทำสัญญากับสถาบันการวิจัยล่ะก็ เธอคงได้รับคำเชื้อเชิญมาไม่รู้จบแน่
เซเนล – แต่ชั้นไม่ค่อยรู้สึกว่านอร์ม่าจะสนใจจะทำงานกับคนพวกนั้นเลยน่ะนะ
โมเซส – ใช่เลย!
ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงด้วยดี


--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:49 pm----------

  • Posts : 364
  • G. : 29470

September 14th, 2006 01:02AM, Nallu said,

 

โอ้....คู่หูหลุดโลกมาแล้ว....
เหลืออีก CQ เดียวเราก็จะจบแล้ว >_<
/me กลิ้งรอบทแปล XD

  • Posts : 159
  • G. : 8926

September 14th, 2006 07:13PM, MaNiAs said,

 

เย้ๆ มาแย้ว อ่านแล้วจาร้องไห้อีกแย้ว :cry:
รออ่านเนื้อเรื่องของคนต่อปาย (โคลเอ้หรือป่าวนะ เอิ๊กๆ :P)

โอ้ว ในที่สุดก็มีบล็อคของตัวเองซะที เย้ >x<

[size=3].....จบชีวิต กะ TOA =x=.....[/size]

September 14th, 2006 08:05PM, †SeTTaVuD† said,

 

อยากอ่านของโครเอ้ ที่สุดแล้ว:rolllol::rolllol::rolllol:


†ผมเหรอ ก็แค่คนบ้า Tales ที่บังเอิญผ่านมา จำไว้ด้วยละ†