[in depth] Tales of Symphonia - Chapter 3

July 16th, 2005 04:41PM, Next Farecery said,

 

บทที่ 3 – ผนึกทั้ง2 และ ความลับของโคเลท
เมื่อออกจากหุบเขาโอซ่า ทุกคนก็ยังพูดคุยกันถึงเรื่องนักฆ่าคนนั้นอยู่
โคเลท – อยากจะเจอกับเธออีกจังเลยน้า...
รอยด์ – เธอคิดอะไรอยู่น่ะ ยัยนั่นจะมาฆ่าเธอนะ?
โคเลท – อื้ม เพราะงั้น พอได้เป็นเพื่อนกันแล้วฉันจะถามให้รู้เลยว่าเพราะอะไร
รอยด์ - เฮ้อ....นึกยังไงถึงจะทำแบบนั่นเนี่ย...
โคเลท – อ้าว? แล้วรอยด์คิดว่าทำยังไงดีล่ะ?
รอยด์ - .....แล้วชั้นจะรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย
โคเลท – งั้นพอเจอเธอคราวหน้า รอยด์ต้องคิดแผนมานะว่าจะทำยังไง
รอยด์ – ทำไมชั้นต้องเป็นคนคิดล่ะนั่น...
รีฟิล – ผู้หญิงคนนั้น...
คราโทส – มีอะไรหรือ?
รีฟิล – ก็...ทุกคนไม่คิดหรือ..ว่าชุดของเธอน่ะดูไม่เหมือนของพวกเราเลย...
คราโทส – แน่นอน คงไม่ใช่ของที่จะเห็นกันเป็นปกติหรอก
รอยด์ – อ้ะ รู้แล้ว!!! ชุดนั่นต้องทำด้วยฝีมือดวอร์ฟแน่เลย! ชุดผมนี่พ่อก็ทำให้ แล้วชุดยัยนั่นก็คล้ายๆกัน ไม่ผิดแน่!!
จีเนียส - ....แบบนี้นายเรียกว่าเหมือนเหรอ...
คราโทส – ....เด็กที่ดวอร์ฟเลี้ยงมาจะเป็นแบบนี้หมดหรือ?

เดินทางต่อไปอีกซักพัก รีฟิลก็เดินเข้ามาคุยกับคราโทสคนเดียว
รีฟิล - คราโทส ทำไมคุณถึงยอมมารับหน้าที่คุ้มครองโคเลทหรือ?
คราโทส – หืมม....เราเป็นนักรบรับจ้างนี่
รีฟิล – ในทางกลับกันแล้ว...เป็นเพราะแค่งานหรือ?
คราโทส – ถูกต้อง
รีฟิล – เพียงแค่นั้นจริงๆ?
คราส - ......ใช่

พวกรอยด์มาถึงหมูบ้านประมงเล็กๆริมทะเลชื่ออิซลูด ซึ่งอาจจะสามารถหาเรือเพื่อนั่งไปยังเมืองพัลมาคอสต้าที่อยู่อีกฟากของทะเลได้
รอยด์ – ไม่น่าเชื่อจริงๆนะ ที่ตอนนี้เธอมีปีกแล้ว
โคเลท – อื้ม ฉันยังแปลกใจอยู่เลย
จีเนียส – นี่ๆ แล้วคิดว่าที่ผนึกต่อไปจะเป็นยังไงหรือ?
โคเลท – เอ๋?
จีเนียส – ก็เช่นว่า มีวงแหวนลอยอยู่เหนือหัว เอ้ะ หรือว่าตัวจะเรืองแสงได้นะ!!
สีหน้าของโคเลทเปลี่ยนไปทันที
จีเนียส – ผมก็ไม่คิดว่าคงไม่มีพวกเขี้ยวหรือเขางอกออกมาหรอกนะ เพราะยังไงเธอก็เป็นเทพ
รอยด์ – พอเถอะ จีเนียส!!
รีฟิล - เอาล่ะ ๆ...ได้เวลานอนของเด็กแล้ว
รีฟิลดึงหูน้องชาย แล้วลากออกไปจากวงสนทนา
โคเลท – มัน....แปลกสินะ.....ที่มีปีกเนี่ย
รอยด์ – ไม่หรอก!! ยังไงก็ตาม เธอก็คือเธอ แค่นั้นก็พอแล้ว
นิ่งไปซักครู่ โคเลทก็ปาดน้ำตาที่ซึมอยู่ออก
โคเลท - .....อื้ม....ขอบคุณมากนะ รอยด์...

วันต่อมา แม้จะพยายามหาเรือเพื่อจะนั่งข้ามทะเลไป แต่ก็ไม่สามารถหาได้เลย ทุกคนจึงตกลงใจที่จะเปลี่ยนเส้นทาง โดยจะเดินทางไปตามชายฝั่ง ซึ่งจะสามารถไปยังพัลมาคอสต้าได้เหมือนกัน แต่ระยะทางนั้นไกลกว่ามากๆ....ระหว่างทางก็ได้พบกับแคมป์นัดเดินทางของโนอา ห์ ซึ่งเดินทางไปทั่วโลก และได้เห็นสัตว์แปลกๆมากมาย รวมทั้ง ”นกยักษ์ที่ส่งประกาย” ซึ่งรีฟิลคิดว่าคงเป็น อาสก้า อสูรศักดิ์สิทธ์แห่งแสงแน่นอน เมื่อคุยกับลูกทั้ง4คนของโนอาห์ก็ได้เบาะแสของอาสก้ามา
- อาสก้าน่าจะอยู่บริเวณที่ไม่สามารถเดินเข้าไปได้ด้วยเท้า เพราะพวกโนอาห์ได้ไปทุกที่ทั่วโลก เท่าที่2เท้าจะพาไปได้แล้วแต่ก็ไม่พบเลย
- พวกโนอาห์กำลังเดินทางอยู่แถวๆหุบเขาโอซ่าเมื่อตอนที่เห็นอาสก้า ตอนนั้นมีลมพัดแรงมาก และต้นไม้รอบๆจะส่งเสียงดนตรีที่แปลกประหลาดเมื่อยามผลของมันต้องลม ซึ่งคิดว่าอาจจะเป็นต้นรินกะที่มักจะโตในที่สูง แต่ตอนนี้ต้นไม้เหล่านั้นก็ไม่อยู่บริเวณนั้นอีกแล้ว อาจจะถูกตัดไปหรือไหลไปเมื่อเกิดดินถล่ม
- ลูกสาวของโนอาหได้ให้ลูกนัทรินกะ ซึ่งให้เสียงคล้ายๆกัน เมื่อมีลมพัดผ่าน
ทุกคนสรุปข้อมูล แล้วพบว่ามีปัญหาหลายอย่าง ทั้งการไปยังสถานที่ที่เดินไปด้วยเท้าไม่ได้ การหาต้นรินกะซึ่งอาจจะตายไปแล้ว การทำให้เกิดลมพัดแรงเพื่อให้เสียงดนตรีลอยไปตามสายลม และถ้าจะฟื้นต้นรินกะที่ตายไป แค่เวทย์รักษาของรีฟิลก็ไม่เพียงพอ ยังต้องการบางสิ่งที่จะเพิ่มความสามารถของเธอ และบางสิ่งที่จะเติมเต็มความต้องการมีชีวิตของต้นไม้ให้มากขึ้น รวมทั้งการฟื้นฟูพื้นดินรอบๆให้อุดมสมบูรณ์อีกด้วย ดังนั้นการตามหาอาสก้าจึงต้องหยุดเอาไว้ก่อน จนกว่าจะหาทางแก้ไขปัญหาได้

~ หมู่บ้านบนยอดเขา ไฮม่า ~
เดินทางออกมาอีกนิดก็มาถึงเมืองบนหุบเขา ชื่อไฮม่า ที่นั่น พวกรอยด์ได้เจอกับนักฆ่าหญิงอีกครั้ง
??? – พวกแกอีกแล้วเรอะ!!
รอยด์ – นั่นมันคำพูดของพวกชั้นต่างหาก!
??? – ห...หุบปากเถอะ!! ที่นี่จะเป็นหลุมฝังศพของพวกแกเอง!!
ตอนนั้น หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ
โซเฟีย - คุณชีน่าคะ ดูเหมือนว่าศาสตร์ฟื้นฟูลับของโบลท์แมนจะอยู่ที่หอคอยมาน่าจริงๆ.....คุณๆเหล่านี้เป็นเพื่อนของคุณเหรอ?
ชีน่า – ม...ไม่ใช่!
โคเลท – ใช่ค่ะ
ชีน่า – เฮ้!
รีฟิล - เมื่อครู่พูดถึงศาสตร์ฟื้นฟูของปรมาจาร์ยโบลท์แมนหรือคะ
รอยด์ – ปรมาจารย์?
จีเนียส – นายรู้ใช่ไหมล่ะว่าศาสตร์การฟื้นฟูของพี่เป็นยังไง โบลท์แมนที่ว่าน่ะ เป็นคนค้นพบเองล่ะ
โคเลท – เขาเป็นต้นกำเนิดของศาสตร์ฟื้นฟูน่ะ
ชีน่า – ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพวกแกซักหน่อย!!
โซเฟีย – แต่ว่าคุณชีน่า....ถึงเราจะหาศาสตร์ลับนั่นเจอ แต่ถ้าเราไม่มีคนใช้ก็ไร้ประโยชน์นะ เธอคนนี้เป็นผู้ใช้ศาสตร์ฟื้นฟูใช่ไหมล่ะ?
ชีน่า – งั้นเธอก็ขอร้องพวกนี้ไปเถอะ ชั้นจะเองคนเดียว ก็แค่เอาศาสตร์ลับของโบลท์แมนมาที่นี่ใช่ไหมล่ะ!
พูดจบ นักฆ่าหญิงที่พึ่งรู้ชื่อก็วิ่งหายไป
โซเฟีย – พวกคุณเป็นเพื่อนของคุณชีน่าหรือคะ
##### ตัวเลือก 1 ####
1 ใช่
2 ล้อเล่นน่า!!
###############
รอยด์ – ล้อเล่นน่า!! พวกเราน่ะ….
พลั่ก!! รีฟิลหวดรอยด์ลงไปกองกับพื้น
รีฟิล – ค่อ เธอเป็นพวกเดียวกับเรา
โซเฟีย – งั้นหรือคะ ฉันมีเรื่องเล่าให้ฟัง แต่คงต้องให้ไปที่บ้านก่อน เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินเข้า...
แล้วโซเฟียก็เดินกลับไป
โคเลท – ว้าว ฉันพึ่งรู้นะคะเนี่ยว่าอาจารย์เป็นเพื่อนกับคุณชีน่าด้วย!
รีฟิลกับจีเนียสเหงื่อตกกับความซื่อของโคเลท...

โซเฟีย – ปิเอโดร ผู้ชายที่หลับอยู่บนเตียงนี่....หลบหนีอกมาจากที่กักกันมนุษย์ใกล้ๆกับเมืองรุยน์...
รอยด์ – หนีงั้นเหรอ!! แล้วเขาเป็นอะไรหรือเปล่า!!
โซเฟีย – มืทราบค่ะ เพราะอย่างนี้ฉันถึงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องเขา
รีฟิลเดินเข้าไปดูอาการ
รีฟิล – เขาโดนคำสาปน่ะ
โซเฟีย – ใช่ค่ะ ฉันอยากจะช่วยเขา แต่ฉันทำอะไรไม่ได้เลย....แต่บางทีศาสตร์ฟื้นฟูลับในตำนานของปรมาจาร์ยโบลท์แมนอาจจะช่วยเขาได้
รอยด์ – เพราะอย่างนั้น ชีน่าถึงพูดถึงศาสตร์ลับที่ว่า
โซเฟีย – เธอเป็นคนไปพบเขานอนสลบอยู่กับพื้นและเป็นคนพาเขามาเอง แล้วเธอยังพยายามช่วยหาศาสตร์ลับอีก...กรุณาช่วยชีน่าด้วยเถอะค่ะ
โคเลท – ช่วยเธอเถอะนะ รอยด์
คราโทส - ...แล้วเรื่องการค้นหาผนึกล่ะ?
จีเนียส – นั่นสิ..คุณครับ แถวๆนี้มีโบราณสถานอะไรที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูโลกไหม?
โซเฟีย – ฟื้นฟูโลก?....ไม่แน่ใจนะ แต่ว่าอาจจะเป็นหอคอยมาน่า...
รอยด์ – หอคอยมาน่าคืออะไรน่ะ?
โคเลท – มันเป็นหอคอยที่วิหารมาร์เทลใช้ในการบรรณาการคำอธิษฐานแก่หอคอยแห่งการชำระ ล้างน่ะ แต่ก็ถูกปิดไปนานแล้วตั้งแต่เริ่มมีอสูรปรากฏในนั้น
##### ตัวเลือก 2####
1 ตกลง พวกเราจะช่วย
2 ช่วยก็ได้ แต่ว่า...
###############
รอยด์ – ตกลง พวกเราจะช่วยหาศาสตร์ลับบาลมันอะไรนั่นเอง
โซเฟีย – ขอบคุณมากค่ะ!! หอคอยมาน่าอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือนี่เอง ถ้าไปถึงแล้วมีปัญหาอะไรก็ขอให้ไปที่เมืองรุยน์นะคะ วิหารมาร์เทลของเมืองนั้นเป็นคนดูแลหอคอยอยู่

~ หอคอยมาน่า ~
รอยด์มาถึงหอคอยมาน่า และก็เช่นเคย
รีฟิล - .....เลิศ!! นี่เอง หอคอยมาน่า!! หอคอยที่สร้างขึ้นเพื่อเฝ้ามองหอคอยแห่งการชำระล้าง!!
แล้วรีฟิลก็วิ่งไปทั่ว กรี้ดกร้าดตรงนี้ที ตรงนั้นที
โคเลท – ที่นี่จะเป็นผนึกด้วยหรือเปล่านะ?
จีเนียส – ไม่เห็นมีศิลาพยากรณ์....ไม่น่าใช่มั้งครับ
คราโทส – ดูเหมือนจะถูกล็อกอยู่นะ.
รอยด์ – ไหนๆ.......ไม่ไหวแฮะ ชั้นเองก็เปิดไม่ได้
รีฟิล – ที่นี่มีเมืองรุยน์คอยดูแลอยู่ ลองไปหากุญแจที่เมืองนั้นกันเถอะ


~ เมืองกลางทะเลสาบ รุยน์ ~
ที่น้ำพุกลางเมือง รอยด์ก็เจอชีน่าอีกแล้ว เธอกำลังถูกล้อมกรอบไปด้วยเด็กๆ
ชีน่า – ตกลงๆ ชั้นเป็นเองก็ได้
เด็กๆ – เย้!! ทุกคน ไปซ่อนเร็ว~~~
เด็กๆวิ่งหนีหายไปกันหมด ชีน่าหันมาเห็นรอยด์พอดี
ชีน่า – ม....มองอะไรอยู่น่ะ!!
##### ตัวเลือก 3 ####
1 จริงๆแล้วเธอก็เป็นคนดีนี่หน่า
2 เธอก็น่ารักเหมือนกันนี่
##### ##### ####
รอยด์ – จริงๆแล้วเธอก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่นะ
ชีน่า – พูดอะไรน่ะ!! อย่าคิดว่าพูดแบบนั้นแล้วจะเปลี่ยนอะไรได้ นายยังเป็นศัตรูชั้นอยู่!!

ที่โบสถ์มาร์เทลของเมือง บาทหลวงบอกว่าเมื่อครู่มีหญิงสาวในชุดหวือหวามาขอกุญแจเข้าหอคอยมาน่า แต่กุญแจอยู่ที่บาทหลวงพิคคาร์ริ่ง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างแสวงบุญที่เมืองแอสการ์ด รอยด์จึงต้องมุ่งลงใต้สู่เมืองแอสการ์ด

~ เมืองแห่งโบราณสถาน แอสการ์ด ~
รีฟิลวิ่งนำคนอื่นๆไปด้านในสุดของเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของลานพิธีกรรมขนาดใหญ่
รีฟิล - ที่นี่คือโบราณสถานแอสการ์ดล่ะ!! รอยด์ ลองเล่าประวัติของที่นี่ซิ
รอยด์ – เอ๋ ....เอ่อ... ก็...
จีเนียส – ที่นี่เป็นวิหารที่คลีโอที่3 ประกอบพิธีกรรมบวงสรวงด้วยการสังเวยให้แก่ภูติอสูรแห่งสายลม เพื่อหยุดยั้งพายุที่บ้าคลั่งเกือบ1อาทิตย์
รอยด์ - ....นั่นล่ะ
รีฟิล – โธ่!! นี่เธอได้เรียนอะไรบ้างเนี่ย ตลอด5ปีนี้น่ะ!
รอยด์ – ก็ศิลปะ....แล้วก็
รีฟิล – ช่างเถอะ!! นี่เป็นรูปแบบที่สมบูรณ์อะไรเช่นนี้! เส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบนั่น ว่ากันว่ามันสื่อถึงเมื่อยามที่ภูติอสูรแห่งสายลมบินผ่านฟากฟ้า นอกจากนั้น หินนี่ยังอัดแน่นไปด้วยมาน่ามากมาย ถึงแม้ตอนนี้โลกจะขาดแคลนมาน่า !#@!#$#!#@!#@!#!@#!@#@!#@#$@#$%#%#!@##!@#!@$%@#$#@$@#$@!#
โคเลท – อาจาร์ยคะ มันค่อนข้างจะซับซ้อน ช่วยอธิบายอีกทีได้ไหมคะ
รีฟิล – ได้สิ ช่างเถอะ!! นี่เป็นรูปแบบที่สมบูรณ์อะไรเช่นนี้! เส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบนั่น ว่ากันว่ามันสื่อถึงเมื่อยามที่ภูติอสูรแห่งสายลมบินผ่านฟากฟ้า นอกจากนั้น หินนี่ยังอัดแน่นไปด้วยมาน่ามากมาย ถึงแม้ตอนนี้โลกจะขาดแคลนมาน่า !#@!#$#!#@!#@!#!@#!@#@!#@#$@#$%#%#!@##!@#!@$%@#$#@$@#$@!#
โคเลท – อาจาร์ยคะ มันค่อนข้างจะซับซ้อน ช่วยอธิบายอีกทีได้ไหมคะ
รีฟิล – ได้สิ ...........................................

รีฟิลร่ายยาว แล้วโคเลทก็ถามแล้วถามอีก จนรอยด์ทนไม่ไหว ต้องเดินไปรอบๆลานพิธี จนไปเจอกับคน2คนซึ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง
ฮาเร่ – ดูสิ ไลน่า นี่ล่ะงานประดิษฐ์ชิ้นใหม่!! ถ้าเราใช้ระเบิดนี่ล่ก็พวกเราจะทำลายลานพิฑีนี่ได้ในทีเดียวแน่
ไลน่า – แต่..แต่ว่า นี่เป็นของล้ำค่าที่สืบทอดมาจากราชวงศ์บาราครัฟนะ พวกเราทำลายมันไม่ได้หรอก
ฮาเร่ – พูดอะไรน่ะ!! ถ้าสิ่งนี้ยังอยู่ต่อไป ไอช่าต้องถูกฆ่าแน่!!
รอยด์ – พวกนาย2คนทำอะไรน่ะ?
ฮาเร่ – น...นายเป็นใครกัน!!
ไลน่า – ม ......ไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอกครับ! เราไม่ได้คิดจะทำลายโบราณสถานนี่เลย!!
ประโยคนี้ได้ยินไกลไปเข้าหูใครบางคนพอดี...เธอวิ่งตรงมาทันทีทันใด
รีฟิล – เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ?!
รอยด์ – อาจาร์ย พกนี้บอกว่าวางแผนจะทำลายที่นี่น่ะ
รีฟิล – พวกนาย พวกนายกล้าเรียกตัวเองว่ามนุษย์ได้ยังไง!!
ว่าแล้วรีฟิลก็โดดถีบส่งสอนไปคนละที...
ฮาเร่ – อุ่ก....ชั้นไม่ใช่มนุษย์....ฮาล์ฟเอลฟ์ต่างหาก
รีฟิล – แล้วนั่นมันเกี่ยวอะไรล่ะ พวกนายไม่รู้หรือไงว่าที่นี่มีค่าเพียงไหน!
เธอเหวี่ยงมือไปโดนสวิตช์ของระเบิด......เสียงนาฬิกาตังติ้กต่อกๆๆๆๆๆ
รีฟิล – พวกนายยังบอกว่าจะทำลายโบราณสถานที่เลิศแบบนี้อีกรึ!! ฟังนะ ระหว่างยุคสุดท้ายของราชวงศ์บาราครัฟ ที่นี่น่ะ...
รอยด์ – อาจาร์ย .......
รีฟิล – อะไร!! ถ้าเธอมีคำถามอะไร ไว้ถามหลังจากฉันสอนเสร็จก่อนสิ!!
รอยด์ – ระเบิด....มันทำงาน...แล้วล่ะ
รีฟิล – ก็บอกแล้ว ว่าคำถามเอาไว้ที่....อะไรนะ!!
ฮาเร่ – เพราะเธอไปกดสวิตช์น่ะล่ะ!!
พลั่ก!!! รีฟิลถีบท้องฮาเร่เข้าอีกที
รีฟิล – อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่นสิ!
รอยด์ - ไม่ใช่เวลามาพูดกันนะ!! มีวิธีปลดชนวนหรือเปล่า
ฮาเร่ – ชั้นไม่ทำหรอก ของแบบนั้นน่ะ!!
พลั่ก!! ฮาเร่โดนถีบอีกแล้ว.....
รีฟิล – พูดเหมือนภาคภูมิใจได้ยังไงกัน!!
รอยด์ - ...เฮ้อ....สงสัยชั้นต้องปลดชนวนเองแล้วมั้ง

ฮาเร่ – เฮ้...นายนี่เก่งเหมือนกันนี่ที่หยุดระเบิดที่ควบคุมไม่ได้ได้น่ะ
รอยด์ – เฮ้อ....อย่าสร้างของที่ตัวเองก็คุมไม่อยู่ขึ้นมาสิ
ที่ทางขึ้นลานพิธี คนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาเห็นพวกรอยด์ จึงรีบมาไล่ เพราะเป็นสถานที่หวงห้าม ทุกคนจึงต้องรีบแยกย้ายกันไป แต่รีฟิลยังติดใจที่ทั้ง2คนบอกว่าจะทำลายที่นั่นอยู่ จึงออกตามหาไปทั่วเมือง จนพบในบ้านหลังหนึ่ง ทั้งฮาเร่ และไลน่าก็อยู่ที่นั้น รวมทั้งผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ไอช่า – ขอบคุณพวกคุณมากจริงๆที่ช่วยหยุดฮาเร่กับน้องฉันเอาไว้ค่ะ
ฮาเร่ – พวกนั้นมาขวางทางชั้นต่างหาก
ไอช่า – มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเธอจะเรียกยังไง!! ที่สำคัญคือ ทุกคนในเมืองนี้จะเดือดร้อนถ้ามันถูกทำลายไปนะ
ฮาเร่ – แต่เพราะสิ่งนั้นยังอยู่ เธอก็ต้องถูกสังเวยนะ!!
รอยด์ – สังวย?
ไลน่า - มันเป็นพิธีกรรมในนามของภูติอสูรแห่งสายลมครับ พี่ไอช่าถูกเลือกเพื่อการนี้... เดิมทีแล้ว พิธีกรรมก็แค่การเด้นระบวงสรวงบนลานพิธี แต่...
ฮาเร่ – มีเจ้าคนงี่เง่าคนหนึ่งมายุ่มย่ามกับลานพิธี แล้วบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย แล้วก็ดันไปปลดผนึกเข้า เพราะงั้น อสูรแห่งสายลมเลยตื่นขึ้น แล้วเรียกร้องขอการสังเวยน่ะสิ!
รีฟิล – ผนึกงั้นหรือ!!
ไลน่า – ใช่ครับ เหมือนกับที่ตำนานที่สลักไว้ในถ้ำต่างๆทั่วเมืองเลย
รีฟิล – เธอจะบอกว่าอักษรภาพบาราครัฟไม่ใช่แค่นิทานปรัมปราหรือ!?
รอยด์ – จะเป็นผนึกที่พวกเราค้นหากันหรือเปล่านะ
คราโทส – ก็คงจะไม่ใช่ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิงหรอกนะ
ไลน่า – ครับ คือจริงๆแล้วด้านหลังของ...
ฮาเร่ – พอแล้ว! ยังไงก็ตาม ไอช่าก็จะถูกสังเวยคืนนี้อยู่ดี ออกไปได้แล้ว!!

ดังนั้น รีฟิลจึงไปพูดคุยกับหัวหน้าของเมือง และขอเป็นตัวแทนขึ้นไปแทนไอช่าเอง เพราะบางที่นี่อาจเป็นผนึกที่กำลังตามหาอยู่ หรือไม่ก็ได้ ซึ่งจะรู้ได้ก็มีแต่การได้เห็นอสูรเองเท่านั้น

คืนนั้น รีฟิลสวมชุดพิธีกรรม และขึ้นไปทำการบวงสรวงบนลาน มื่อการบวงสรวงจบลง ปีศาจตนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาจากใต้ลานพิธี
ปีศาจ – ข้ามารับเครื่องสังเวยแล้ว..
โคเลท – นั่น.....ไม่ใช่!!! อาจาร์ยคะ!! นี่ไม่ใช่อสูรพิทักษ์ผนึก!!

เมื่อปีศาจถูกปราบลง...
ไลน่า – คุณรีฟิล!! สุดยอดจริงๆ!!
รีฟิล – ก็ไม่ใช่คู่มือที่ยากเท่าไหร่ล่ะนะ แล้วของที่เธอพูดถึงล่ะ
ไลน่ามอบแผนที่ของบาราครัฟให้รีฟิล จากนั้นทั้ง2คนก็ไปตรวจสอบรายละเอียดที่บ้านของไลน่า
ฮาเร่ – ถ้าเจ้าตัวนั้นไม่ใช่อสูรแห่งสายลมแล้วมันคืออะไรล่ะ
จีเนียส – พี่กับคุณไลน่าคงจะตรวจสอบจนรู้ในไม่ช้าล่ะ
ฮาเร่ – นั่นสินะ รีฟิลนั่นก็เป็นฮาล์ฟเอลฟ์นี่ คงไม่ต้องข้องใจกับความรู้ของเธอเลย
จีเนียส – ม..ไม่ใช่นะ!! พี่เป็นเอลฟ์ ผมก็ด้วย!!
ฮาเร่ – หืม....ชั้นคิดว่าดูไม่ผิดนะ....
สายตาของคนอื่นๆมองจีเนียสด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป..
ฮาเร่ - ......นั่นสินะ ชั้นคงเดาผิดไปเอง ท่าทางทั้ง2คนจะเป็นเอลฟ์สายเลือดแท้จริงๆน่ะล่ะ คงจะดูไม่ละเอียดไปเอง

หลังจาการพักผ่อนรอให้รีฟิลตรวจสอบรายละเอียดเสร็จ ทุกคนก็ไปรวมที่บ้านของไอช่าอีกครั้ง
รีฟิล – ดูเหมือนว่าปีศาจนั้นจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาณาจักรบาราครัฟล่มสลา
ไลน่า – นอกจากนั้น ผู้อัญเชิญอสูรในสมัยนั้นได้ใช้ซิลฟ์ ภูติแห่งสายลมในการผนึกปีศาจตนนี้ไว้ แล้วจึงสร้างแผ่นหินที่เป็นลานพิธีไว้ด้านบน เพื่อใช้ผนึกในวันที่มันจะตื่นอีกครั้ง
รีฟิล – เขาได้ทิ้งแผนที่นี้เอาไว้ให้กับคนในหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถตามหาภูติสายลมได้อีก
ไลน่า – หลังจากเวลาผ่านไปนานเข้า ผู้คนก็จำสับสนกันระหว่างภูติสายลมกับปีศาจ...
จีเนียส – งั้นเราก็รู้แล้วว่าภูติสายลมอยู่ที่ไหน?
รีฟิล – ถูกต้อง และที่นั่นเป็นผนึกต่อไปของพวกเรา
รอยด์ – ว้าว! สงสัยจริงๆว่าภูตสายลมเป็นยังไง!! อยากเห็นจนทนไม่ไหวแล้ว!!

นอกจากจะรู้ที่อยู่ของผนึกต่อไปแล้ว พวกรอยด์ยังได้รู้ว่าบาทหลวงพิคาร์ริ่งที่ถือกุญแจเข้าหอคอยมาน่าอยู่ ได้ออกแสวงบุญไปยังจุดหมายของพวกรอยด์เช่นกัน

~ สุสานราชวงศ์บาราครัฟ ~
ที่นั่น บาทหลวงพิคคาร์ริ่งได้มอบกุญแจเข้าวิหารมาน่าให้ นอกจากนั้น ที่หน้าทางเข้าสุสานที่ปิดตายนั้นมีแท่นหินอยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏซึ่งศิลาพยากรณ์ที่เคยเห็นที่ผนึกแห่งไฟ รีฟิลจึงให้โคเลทลองนำแผนที่ใส่ลงในช่องบนแท่นหินซึ่งมีขนาดพอดีกัน และตามที่ทุกคนคาดไว้ ศิลาพยากรณ์ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า เมื่อโคเลทวางมือลงไป ประตูสู่สุสานก็เปิดออก...

หลังจากทุกคนเข้าไปในสุสานซักพัก ชีน่าก็ตามมาถึงนอกสุสาน ซึ่งนอยช์ยืนเฝ้าทางเข้าอยู่ เธอเรียกโคริน สัตว์เลี้ยงของเธอออกมา เพื่อถ่วงเวลานอยช์แล้วลอบเข้าไปได้สำเร็จ

พวกรอยด์สำรวจภายในสุสาน จนสามารถออกมายังบริเวณที่เป็นแท่นพิธีได้สำเร็จ หมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วจนมองรอบข้างไม่เห็น
รอยด์ – ถึงแท่นพิธีซะที....ชั้นเบื่อข้างในเต็มทนแล้ว
คราโทส - ..เธอนี่ไม่มีความอดทนเลยนะ
จีเนียส – เดี๋ยว..! ผมรู้สึกได้ถึงมาน่ามหาศาล!!
ประกายแสงลอยขึ้นจากแท่นพิธีก่อนสายลมจะก่อตัวขึ้นแล้วพัดหมอกหายไปจนหมด พร้อมๆกับอสูรพิทักษ์ผนึกออกมาต่อสู้กับผุ้มารบกวน!!

อสูรพิทักษ์สิ้นชีวิตลง แล้วผนึกแห่งสายลมก็ถูกปลดออก จิตวิญญาณของสายลมลอยตัวนิ่งบนแท่นพิธี...
“ผู้ได้รับเลือกแห่งการฟื้นฟูเอ๋ย....เจ้าทำได้ดีมากที่มาได้ถึงเพียงนี้ จงบรรณาการที่แห่งนี้ด้วยคำอธิษฐานของเจ้า”
โคเลท – ค่ะ....เทพธิดามาร์เทล ผู้ปกป้องโลกอันยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งค้ำจุนโลกนี้ โปรดประทานพลังให้ข้าด้วย!
ปีกแสงของโคเลทกางออก เธอลอยตัวขึ้นไปเหนือฟื้น จิตวัญญาณแห่งสายลมลอยหายไปบนฟ้า พร้อมๆกับที่เรมิเอล ทูตสวรรค์ ลงมาให้เห็นอีกครั้ง
เรมิเอล – ผนึกที่ 2 ได้ถูกปลดลงแล้ว เจ้าทำได้ดีมาก มิโกะ โคเลท
โคเลท – ค่ะ ท่านพ่อ
เรมิเอลเงียบไปพักหนึ่ง
เรมิเอล – จงรับพรจากเหล่าครูซิส และข้า จักมอบพลังแห่งเทวทูตให้แก่เจ้า
โคเลท – อ้ะ...ท่านพ่อคะ..
โดยไม่ฟังเสียงของโคเลท พลังแห่งเทวทูตลอยเข้าหาเธอทันที
เรมิเอล –ผนึกแห่งต่อไป ตั้งอยู่ไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ซึ่งเฝ้าดูจุดศูนย์กลางของโลก จงบรรณาการที่แห่งนั้นด้วยคำอธิษฐานของเจ้า
โคเลท - ...ท่านพ่อ ฉันทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่าคะ?
เรมิเอล - ....ไม่สำคัญหรอก นี่ที่สำคัญสำหรับเจ้าคือการได้กลายเป็นเทวทูต
เรมิเอลหายไปกับแสงเหมือนเช่นที่ผ่านมา
“ข้าจะรออยู่ที่ผนึกแห่งต่อไป โคเลท ลูกสาวของข้า จงรีบเข้า และกลายเป็นเทวทูต จงอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

จีเนียส – อะไรของเขาน่ะ! ชอบพูดอย่างกับว่าตัวเองสำคัญนัก!?
โคเลท - .......
พั้วะ รีฟิลหวดเต็มเหนี่ยวเข้าที่ศรีษะจีเนียส
รีฟิล – ขอโทษโคเลทเดี๋ยวนี้!
โคเลท – ไม่เป็นไรค่ะ ท่านพ่อ....ท่านเรมิเอลมักทำท่าทีแบบนั้นอยู่แล้ว
รอยด์ – งั้นพวกเราไปที่ผนึกต่อไปกันเลยดีไหม ถึงจะงงๆเหมือนคราวก่อนก็เถอะ
คราโทส – เลิกบ่นเถอะ....ไปกันได้แล้ว

ทุกคนเดินมาจนจะถึงทางออก แต่ชีน่าก็มามาหยุดเอาไว้ก่อน
ชีน่า – ดูเหมือนว่าพวกนายจะได้กุญแจเข้าหอคอยมาน่าแล้ว
โคเลท – ใช่ค่ะ คุณชีน่าจะไปที่หอคอยกับพวกเราด้วยกันไหม?
ชีน่า – ถ...ถอยไป!! ห้ามขยับ!! ห้ามแตะอะไรทั้งนั้น! ชั้นไม่ได้อยากจะผูกมิตรกับพวกเธอหรอก แล้วถึงจะตายกวันที่นี้ ชั้นก็นำศาสตร์ลับของโบลท์แมนไปส่งให้โซเฟียได้อยู่ดี! เตรียมตัวได้!!

การต่อสู้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของชีน่าเช่นเคย
ชีน่า – ท....ทำไมชั้นถึงไม่ชนะซะทีนะ!!
จีเนียส – ความถูกต้องและความรัก จักชนะตลอดกาล!
รอยด์ – จีเนียส....เลิกพูดปฏิญาณของดวอร์ฟข้อนั้นซะทีเถอะ....
ชีน่า – “ความถูกต้อง”!?! หมายความว่ายังไงล่ะ “ความถูกต้อง” นั่นน่ะ!! ถ้าพวกนายถูกต้อง ชั้นก็ถูกต้องเหมือนกัน!!
รอยด์ – หยุดพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นซะเถอะ!!”
ชีน่า – นายจะรู้อะไรล่ะ!! เมื่อนาวฟื้นฟูโลกนี้ ประเทศของชั้นก็จะล่มสลาย!! ชั้นไม่ยอมให้มันเกิดหรอก สาบานได้!!
โคเลท - เดี๋ยว คุณพูดอะไรน่ะคะ ? ถ้าฉันฟื้นฟูโลกได้ ทุกคนก็จะปลอดภัยไม่ใช่เหรอ?
ชีน่า - .ก็แค่โลกนี้เท่านั้นล่ะ!!
ชีน่าพูดทิ้งท้ายแล้วหนีไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน
รีฟิล – หยุดก่อน!! เธอเป็นใครกัน!? เธอไม่ได้มีคนเดียวเหรอ!?
รอยด์ – โลกนี้ ? หมายความว่ายังไงกัน
คราโทส - ! .....หรือว่าเธอ...
จีเนียส – รู้จักหรือครับ?
คราโทส - ...ไม่หรอก ออกไปจากนี่กันเถอะ

ก้าวเดินออกมาภายนอก โคเลทก็ล้มลง..
รอยด์ – อาจารย์! โคเลทป่วยอีกแล้ว!
รีฟิล – ไม่ดีแล้ว เราคงต้องให้เธอพักเดี๋ยวนี้ มันคงจะเกิดทุกครั้งที่เธอปลดผนึกได้ โคเลทคงจะลำบากกับหนทางข้างหน้าแน่ๆ....จากนี้ฉันจะเรียกอาการนี้ว่า Phenomenon Angel Toxicosis (PAT)
จีเนียส – โคเลท เป็นอะไรหรือเปล่า
โคเลท – ไม่เป็นไร...ฉันจะดีขึ้นเองล่ะ..... ขอ..โทษนะ
รอยด์ – เอาล่ะ พอได้แล้ว เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขอโทษอีกแล้ว ตกลงนะ
โคเลท – ฮะๆ.....ขอโทษนะ


คืนนั้น ระหว่างทุกคนพักผ่อนอยู่ รอยด์ลืมตามาเห็นโคเลทยืนอยู่คนเดียวไกลออกไป...
รอยด์ – ยังตื่นอยู่อีกเหรอ?
โคเลท - ? ...อื้ม นอนไม่หลับน่ะ
รอยด์ – ถึงจะอาการดีขึ้นแล้วก็เถอะ เธอก็ต้องพักผ่อนนะ
โคเลท – รู้แล้ว เดี๋ยวจะไปนอนล่ะ อย่าห่วงเลย
รอยด์ – แต่ว่า...
โคเลท – คุณคราโทสยังตื่นอยู่เลย เห็นไหมล่ะ
รอยด์ – นั่นเพราะเขาอาสาเป็นคนเฝ้ายามต่างหาก เธอน่ะต้องพัก
โคเลท – ....จ้ะ
รอยด์ – ดีแล้ว ราตรีสวัสดิ์นะ
โคเลท – ราตรีสวัสดิ์.........ขอให้ฝันดีนะ....ฝันดีแทนฉันด้วย...รอยด์


วันต่อมา เป้าหมายการเดินทางอยู่ที่หอคอยมาน่า เพื่อหาศาสตร์ลับของโบลท์แมน และปลดผนึกแห่งที่3 ภายในหอคอยเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย และในจำนวนเหล่านั้น รีฟิลก็พบกับศาสตร์ของโบลท์แมนที่หาอยู่ แต่ด้วยความสามารถของเธอในตอนนี้ยังไม่พอที่จะใช้มันได้ ยกเว้นว่าเธอจะมีเครื่องมือที่จะสามารถขยายพลังงานชีวิตได้ เช่นเขายูนิคอร์น หรือใบของหญ้ามาน่า ซึ่งล้วนแต่ปรากฏแค่ในตำนานเท่านั้น

~ หอคอยมาน่า – จุดสูงสุดของหอคอย ~
รอยด์ – เฮ้อ ......เหนื่อยจริงๆแฮะ
คราโทส – นั่นเพราะเธอชอบตื่นเต้นเกินไปตั้งแต่แรกต่างหาก
จีเนียสรู้สึกได้ถึงมาน่าจำนวนมากอีกครั้ง อสูรพิทักษ์ผนึกแห่งแสงปรากฏตัวออกมา!!.......แล้วก็ตายลง จิตวิญญาณแห่งแสงปรากฏให้เห็นบนลานพิธีเช่นเคย....แล้วก็เช่นเคย...
“ผู้ได้รับเลือกแห่งการฟื้นฟูเอ๋ย....เจ้าทำได้ดีมากที่มาได้ถึงเพียงนี้ จงบรรณาการที่แห่งนี้ด้วยคำอธิษฐานของเจ้า”
โคเลท – ค่ะ....เทพธิดามาร์เทล ผู้ปกป้องโลกอันยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งค้ำจุนโลกนี้ โปรดประทานพลังให้ข้าด้วย!
ปีกแสงของโคเลทกางออก เธอลอยตัวขึ้นไปเหนือฟื้น จิตวิญญาณแห่งแสงค่อยๆจางหายไป......และปรากฏร่างของหญิงซึ่งนั่งบนพาหนะ รูปดวงจันทร์เสี้ยวแทน?
ลูน่า - .....อาสก้า...อยู่ที่ไหน? หากไม่มีอาสก้า ฉันก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพันธสัญญาหรือคำปฏิญาณ...ได้โปรด...ตามหาอาสก้าให้พบ เพื่อฟื้นฟูพลังของฉัน
ร่างของลูน่าจางหายไป.....ซักพัก เรมิเอลก็ปรากฏกายให้เห็น
เรมิเอล – นี่เป็นผนึกที่ 3 แล้ว เจ้าทำได้ดีมากที่มาถึงที่นี่ มิโกะ โคเลท!
โคเลท - ..ขอบคุณค่ะ
เรมิเอล – จงรับพรนี้ ของขวัญจากอสวยเทพ พลังจากครูซิส
แสงไปรวมกันที่โคเลทเช่นเคย
เรมิเอล – ผนึกต่อไป ตั้งอยู่ไกลออกไปทางใต้ ณ สถานที่ที่ลอยอยู่บนเกาะที่โดดเดี่ยว บรรณาการที่แห่งนั้นด้วยคำอธิษฐานของเจ้า
โคเลท – ฉันจะทำตามที่ท่านกล่าวค่ะ...ท่านเรมิเอล
เรมิเอล – ข้าจะรออยู่ที่ผนึกต่อไป...ลูกสาวของข้า โคเลท จุดสิ้นสุดของการเดินทางของเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว จงรีบเข้า และกลายเป็นเทพที่แท้จริง อย่าทำให้ข้าผิดหวัง
เรมิเอลลอยหายไปบนฟ้าเหมือนเช่นเคย
โคเลท – เทพ...ที่แท้จริง...
รอยด์ – มีอะไรเหรอ
โคเลท – อ้ะ...ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่..คิดว่าถ้าได้เป็นเทพที่แท้จริงคงตื่นตาตื่นใจมากเลยนะ!
จีเนียส – ผมสงสัยจังว่าเหลือผนึกอีกกี่ที่น่ะ
รีฟิล – นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราไม่รู้....
คราโทส – ยังไงพวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป


-----------หนังสืออื่นๆในหอคอยมาน่า-----------
เทเซอาร่า - เทเซอาร่าเป็นชื่อดวงจันทร์ของซิลวาแลนด์ ซึ่งโคจรรอบโลกทุกๆ 42 วัน ก่อนมหาสงครามในอดีต เทเซอาร่าเคยถูกเรียกว่าเซเรเน่ วิหารมาร์เทลได้ตั้งชื่อให้ใหม่ในภายหลังว่าเทเซอาร่าหลังจากสงครามสิ้นสุด ชื่อนี้มาจากตำนานที่ว่าชาวเทเซอาร่าได้อพยพไปยังดวงจันทร์

เทววิทยา เบื้องต้น เล่มที่3 - ครั้งหนึ่ง เคยมีต้นไม้ยักษ์ที่ศูนย์กลางของโลก ต้นไม้นั้นสร้างมาน่าซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชีวิตโดยไม่จำกัดปริมาณ มาน่าเป็นจิตวิญญาณของต้นไม้ และมนุษย์ใช้มาน่านั้นในการครองแผ่นดินดั่งพระเจ้า มาน่าทำให้เกิดเวทยาการ และเวทยาการทำให้เกิดสงคราม ความเกลียดชังระหว่าง 2 ประเทศได้ทำให้เกิดสงครามขึ้น สงครามนั้นได้ช่วงชิงมาน่าไปจากต้นไม้ทั้งหมด และทำให้มันตายในที่สุด

ชีวประวัติของวีรบุรุษมิโทส : ตำนานของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก - มิโทสเป็นบุรุษผู้ยอเยี่ยม ซึ่งหยุดยั้งมหาสงครามคาราน ไม่มีใครทราบถึงที่มาของเขา กลุ่มของฮาล์ฟเอล์ฟที่ชั่วร้ายเรียกว่าดีไซแอนท์ก่อสงครามขึ้นด้วยการให้ ข่าวสารผิดๆกับพระราชา หลังจากไดรู้ว่าการที่มาน่าขาดแคลนเพราะสงคราม มิโทสจึงพบหนทางที่จะหยุดการนองเลือดนี้

มหาสงคราม : แสงสว่างและความมืด – มหาสงครามเป็นความขัดแย้งที่ยังคงเต็มไปด้วยปริศนา ว่ากันว่าเกิดจากการเผชิญหน้าของประเทศมหาอำนาจ 2 ประเทศ แต่กระนั้นก็ยังเหลือบันทึกเกี่ยวกับ 2 ประเทศนั้นน้อยมาก ว่ากันว่าสงครามเริ่มต้นเมื่อประมาณ 5000 ปีก่อน และดำเนินอยู่ประมาณ 1000 ปี
--------------------------------------------

ก้าวออกมาจากหอคอย โคเลทก็ล้มลงอีกครั้งเพราะผลของ PAT รอยด์เข้าไปพยุงเธอขึ้นมา
โคเลท – ไม่..ไม่เป็นไรหรอก....ขอโทษนะ...
รอยด์ – ยังจะพูดแบบนี้อีก!! อ้ะ...
โคเลทพยายามฝืนยืนด้วยตัวเอง เลยทำให้รอยด์เสียหลักและล้มไปทั้งคู่
จีเนียส – ทำอะไรของนายน่ะรอยด์! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ โคเลท?
เธอเงยหน้าขึ้นมาซักพัก ท่าทางดูเหมือนจะประหลาดใจกับบางอย่าง
จีเนียส – โคเลท? ...ป...เป็นอะไรไปน่ะ เจ็บหรือเปล่า?!
โคเลท – ม....ไม่เป็นไร แค่วํบไปแป้บนึงน่ะ
รอยด์มองโคเลทแล้วสังเกตถึงบางอย่างที่ผิดไป

คืนนั้น รอยด์เดินแยกออกมาจากคนอื่นๆ ไปหาโคเลทที่ยืนอยู่คนเดียว
รอยด์ – โคแรท ขอชั้นดูมือของเธอหน่อยซิ
โคเลท – หือ? ทำไมเหรอ
รอยด์ – เอามาเถอะน่า!
รอยด์จับมือของเธอมาดู และเห็นมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการล้มครั้งที่2 ซึ่งเลือกก็ยังคงไหลอยู่
โคเลท – มันไม่เจ็บน่ะ
รอยด์ – อะไรนะ?
โคเลท – เอ่อ....ฉันหมายถึง...มันไม่เจ้บมากเท่าไหร่น่ะ
รอยด์ - ...โคเลท ขอชั้นคุยอะไรกับเธอน่อยได้มั้ย

หลังจากนั้นซักพัก รอยด์ก็เดินไปหาโคเลทพร้อมกับเครื่องดื่มในมือ2แก้ว
โคเลท – มีอะไรเหรอ
รอยด์ – ชั้นคิดว่าคงจะดีถ้าได้คุยกันแค่2คนซักหน่อยน่ะ
โคเลท - ..เอาสิ
รอยด์ – เอ้า นี่กาแฟร้อน
โคเลท - ขอบคุณจ้ะ
รอยด์ – ร้อนใช่ไหม?
โคเลท – อื้ม ร้อนจริงๆเลย
รอยด์ - ....จริงๆแล้วมันเป็นกาแผเย็นน่ะ
โคเลท – เอ้ะ...
รอยด์ – ชั้นให้จีเนียสทำให้มันเย็นน่ะ
โคเลท - ....อื้มนั่นสินะ มันเย็นจริงๆด้วย
รอยด์ - ..ชั้นโกหกน่ะ จริงๆมันก็ร้อนน่ะล่ะ
แกร้ง.....แก้วในมือของเธอหล่นไปตกอยู่กับพื้น. สีหน้าของโคเลทแสดงท่าทีตกใจอย่างมาก
รอยด์ - ...ว่าแล้วเชียว เธอเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว!! เธอไม่รู้สึกถึงอะไรเลยใช่ไหม!!
โคเลท – ไม่....ไม่ใช่นะ
รอยด์ – เธอโกหก! ตอนที่เธอล้มก่อนหน้านี้ เธอก็ไม่รู้สึกอะไรแล้วใช่ไหมล่ะ!!
โคเลท – ก็....แต่ว่า....
รอยด์ – ทั้งๆที่เลือดออกขนาดนั้น แต่เธอไม่ร้องซักนิดตอนชั้นจับมือเธอน่ะ!
โคเลท - ......ความลับแตกแล้วล่ะมั้ง...ชั้นนี่นะ...
รอยด์ – แล้วเธอก็ไม่กินอะไรเลยมานานแล้วด้วย
โคเลท – ฉันกินนะ แหะๆ...
รอยด์ – น้อยมากต่างหาก แล้วเธอยังกินแม้แต่ของที่เธอไม่ชอบด้วยซ้ำ ไม่แค่นั้นนะ เธอได้นอนบ้างหรือเปล่าน่ะ
โคเลท – แน่นอน แหะๆ ดูสิ ตาของฉันก็ไม่ได้แดงอะไรซักหน่อยนี่
รอยด์ – เลิกโกหกกับชั้นได้แล้ว เธอชอบหัวเราะแบบนั้นตลอดเวลาเธอโกหกน่ะ
โคเลท – ไม่...ไม่จริงหรอก
รอยด์ - ...แค่การจะเชื่อใจชั้นมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?
โคเลท – ไม่! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ! ฉันแค่...เฮ้อ....ฉันแค่ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง
รอยด์ – ...เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ?
โคเลท - ..ไม่รู้สิ...แต่มันเริ่มแปลกๆตั้งแต่ฉันปลดผนึกแห่งไฟแล้ว ฉันไม่รู้สึกอยากกินอะไรอีก ...ถึงจะกิน ฉันก็ไม่รู้รสชาติเลย
รอยด์ - ...ไม่รู้รสเหรอ?
โคเลท – ฉันจะทนไม่ไหวถ้าต้องฝืนให้ตัวเองทำ ฉันเลยไม่กินเลย...
รอยด์ – นั่น...นั่นมัน...
โคเลท – แล้วพอฉันปลดอันต่อมา ฉันก็ไม่ง่วงอีกเลย ฉันหลับตาลง แต่ก็ไม่อาจจะหลับได้ ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ยังไม่ได้หลับเลย แล้วพอปลดผนึกครั้งนี้......ฉันก็ไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
รอยด์ – ทำไม....ทำไมเธอถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ!!
โคเลท – ก็....ฉันคิดว่านี่เป็นความหมายของการเป็นเทวฑูต....
รอยด์ – นี่เป็นความหมายของการกลายเป็นเทวฑูตงั้นเหรอ! ไม่ต้องกิน! ไม่ต้องหลับ!! ไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนี่นะ!!
โคเลท – แต่สายตาของฉันดีขึ้นนะ ตอนนี้มองเห็นได้ไกลๆมากเลย แล้วก็หูด้วย ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้น....ได้ยินชัดจนจนบางครั้งก็ดูเหมือนจะเจ็บ ปวดเลย...
รอยด์เข้าไปกอดเธอไว้โดยไม่ต้องพูดอะไรอีก
รอยด์ – ชั้นขอโทษ ....ชั้นไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอโทษ
โคเลท - ...อย่าบอกคนอื่นนะ
รอยด์ – ทำไมล่ะ !?
โคเลท – ฉันหมายถึง....พวกเราออกเดินทางมาด้วยกัน แล้วฉันอยากให้มันสนุกน่ะ....เพราะงั้น ฉันถึงไม่อยากให้เธอเป็นห่วงไปด้วย ตกลงนะ?
รอยด์ - ......เธอนี่มันโง่จริงๆเลย!
โคเลท – ขอโทษนะรอยด์ ....ถึงเธอจะร้องไห้ให้ฉัน....และฉันดีใจมาก ...มากจนอยากจะร้องไห้...แต่ฉันก็ร้องไห้ไม่ได้อีกแล้ว...ขอโทษนะ!.........

ตอนต่อไป!
รอยด์ได้รับรู้ความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายของโคเลทแล้ว เขาจะทำอย่างไรต่อไป? นอกจากนั้นพวกดีไซแอนท์ก็ยังบุกทำลายหมู่บ้านจนราบคาบไปอีกที่!! แล้วเขากำลังจะได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับเอกซ์เฟียร์ที่น่าตกใจ และความจริงเกี่ยวกับการตายของแม่เขาอีก!! โปรดติดตามตอนต่อไป~

Lv. 28
Play time : 15.51 Hr.
Do you want to continue?

--------มือบอนโดย Next Farecery @ 9 Mar, 2007, 10:17 pm----------